ความทรงจำก่อตัวและเลือนหายไปได้อย่างไร - แคทเธอรีน ยัง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าประสบการณ์กลายเป็นความทรงจำระยะสั้นและระยะยาวผ่านการทำงานของเซลล์ประสาท ไซแนปส์ และฮิปโปแคมปัสได้อย่างไร จากนั้นจึงกล่าวถึงผลของวัยที่เพิ่มขึ้น ความเครียดเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า การขาดสมาธิ และการแยกตัวทางสังคมที่มีต่อความทรงจำ ก่อนเสนอวิธีดูแลความทรงจำด้วยการออกกำลังกาย โภชนาการ การเข้าสังคม และกิจกรรมท้าทายสมอง ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. what you had for lunch — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่านี่คืออนุประโยค wh แบบแทรกที่ตามหลัง remember และยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถามตรง รูปแบบนี้ช่วยให้บอกได้อย่างถูกต้องว่าบุคคลหนึ่งจำ รู้ หรือลืมอะไร โดยไม่เผลอใช้ลำดับคำคำถามอย่าง what did you have 2. thus act as memory thieves. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า act as ใช้บอกหน้าที่หรือบทบาท ส่วน memory thieves ทำให้ปัญหาสุขภาพมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ขโมยความสามารถในการจดจำ ผู้เรียนจึงสามารถใช้คำเปรียบเทียบสั้น ๆ เพื่ออธิบายเหตุและผลเชิงนามธรรมให้ชัดเจนและเห็นภาพขึ้น โดยไม่ตีความตามตัวอักษร 3. Make sure you keep physically active. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: มอง Make sure you... ว่าเป็นคำเตือนที่หนักแน่นแต่ใส่ใจผู้ฟัง ไม่ใช่คำสั่งที่ห้วน เรียนรู้การใช้ร่วมกับ keep + คำคุณศัพท์ เพื่อแนะนำให้รักษาสภาวะที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนจากการอธิบายปัญหาไปสู่ข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้จริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Think back to: หันความสนใจกลับไปยังอดีต
โครงสร้าง Think back to + เวลา เหตุการณ์ หรือประสบการณ์ในอดีต ใช้ขอให้อีกฝ่ายหันความสนใจกลับไปยังอดีตและนึกถึงสิ่งนั้น ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเริ่มกระบวนการค้นหาความทรงจำเรื่องหนึ่งในใจ คำว่า back ในที่นี้หมายถึงการย้อนเวลากลับไปในความคิด ไม่ใช่การเคลื่อนที่ถอยหลัง โครงสร้างนี้ใช้เริ่มต้นการรำลึกความหลังในการสนทนา การสัมภาษณ์ บทเรียน หรือเรื่องเล่าได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: Before you answer, ____ the last time you solved a problem like this.
ดูคำตอบ
think back to
vivid memory: ความทรงจำที่มีรายละเอียดแจ่มชัด
A vivid memory เป็นคำที่จับคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายความทรงจำที่ภาพ เสียง ความรู้สึก หรือรายละเอียดอื่น ๆ ยังคงชัดเจนมาก คำว่า vivid ยังให้ความรู้สึกว่าประสบการณ์นั้นแทบจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในใจ สำนวนนี้บรรยายคุณภาพของรายละเอียดที่จำได้ ไม่ใช่ความสำคัญของเหตุการณ์ ความทรงจำหนึ่งอาจชัดเจนและมีชีวิตชีวาโดยไม่สำคัญ หรือสำคัญแต่ไม่ชัดเจนก็ได้
แบบฝึกหัด
ความทรงจำหนึ่งมีสี เสียง และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชัดเจน วลีใดบรรยายได้ดีที่สุด?
- a clear memory
- a vivid memory
- a strong memory
ดูคำตอบ
a vivid memory
Got it? สำหรับตรวจความเข้าใจหรือความพร้อม
ในบริบทนี้ Got it? ใช้ตรวจว่าผู้ฟังทำขั้นตอนที่เพิ่งได้รับมอบหมายเสร็จแล้วหรือยัง—คือการนึกถึงความทรงจำหนึ่งเรื่อง—และพร้อมไปต่อหรือไม่ ไม่ได้หมายถึง “คุณได้รับมันแล้วหรือยัง” Got it? เป็นคำถามยืนยันสั้น ๆ ในบทสนทนา โดยอาจหมายถึง “เข้าใจไหม” “ทำเสร็จแล้วหรือยัง” หรือ “พร้อมไหม” ตามคำสั่งก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ในฉากนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า Got it?
- ตรวจว่าผู้ฟังทำขั้นตอนทางความคิดเสร็จแล้วและพร้อมไปต่อหรือไม่
- บอกให้ผู้ฟังเขียนความทรงจำนั้นลงมา
- ถามว่าผู้ฟังได้รับสิ่งของจริง ๆ หรือไม่
ดูคำตอบ
ตรวจว่าผู้ฟังทำขั้นตอนทางความคิดเสร็จแล้วและพร้อมไปต่อหรือไม่
now try to remember what you had for lunch three weeks ago. โน้ต
0:10ทีนี้ลองนึกดูว่าคุณทานอะไรเป็นมื้อเที่ยงเมื่อสามสัปดาห์ก่อน
what you had for lunch: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค wh ที่ฝังอยู่
what you had for lunch เป็นอนุประโยค wh ที่ฝังอยู่และทำหน้าที่เป็นกรรมของ remember โดยระบุข้อมูลที่ผู้ฟังต้องนึกให้ได้ เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคบอกเล่าหรือคำสั่งที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what + you + had ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง What did you have...? รูปแบบนี้ยังพบหลังคำกริยาอย่าง know, remember และ wonder
แบบฝึกหัด
ใช้ what, you และ bought อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมอนุประโยคที่ฝังอยู่ให้สมบูรณ์: Can you remember ____ at the market yesterday?
ดูคำตอบ
what you bought
had ... for lunch: บอกว่ากินหรือดื่มอะไรเป็นมื้อกลางวัน
ในโครงสร้าง have something for lunch คำว่า have หมายถึง “กิน ดื่ม หรือรับประทาน” ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของ” ส่วน had เป็นรูปอดีต ในประโยคนี้ what ใช้แทนอาหารหรือเครื่องดื่มที่ยังไม่ทราบ ดังนั้น what you had for lunch จึงหมายถึง “คุณกินหรือดื่มอะไรตอนมื้อกลางวัน” โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ have + อาหารหรือเครื่องดื่ม + for + มื้ออาหาร เช่น have cereal for breakfast, have soup for lunch หรือ have pasta for dinner
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ have ... for lunch เพื่อบอกว่าซุปมะเขือเทศเป็นมื้อกลางวันของ Amir: Yesterday, Amir ____.
ดูคำตอบ
had tomato soup for lunch
isn't as strong: การเปรียบเทียบที่ละเกณฑ์อ้างอิง
Isn't as strong เป็นรูปเปรียบเทียบแบบย่อ โครงสร้างเต็มคือ not as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ เช่น That second memory probably isn't as strong as the first one. เนื่องจากความทรงจำก่อนหน้าเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงละ as the first one ได้ strong ในที่นี้บอกว่าความทรงจำนั้นชัดเจน แจ่มชัด หรือฝังแน่นเพียงใด ไม่ได้หมายถึงความแข็งแรงของร่างกาย ประโยคนี้จึงหมายความว่าความทรงจำที่สองอาจไม่ชัดเจนหรือไม่ฝังแน่นเท่าความทรงจำก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ใช้ isn't as ... และละสิ่งเปรียบเทียบที่เข้าใจได้อยู่แล้วเพื่อเติมประโยคที่สองให้สมบูรณ์: The first signal is strong. The second signal ____.
ดูคำตอบ
isn't as strong
some things and not others: การละคำในการเปรียบต่าง
some things and not others เข้าใจได้ว่าเป็น remember some things and not remember other things หลัง and มีการละกริยา remember ที่ซ้ำกัน ส่วน not แสดงด้านที่เป็นปฏิเสธของการเปรียบต่าง others ใช้แทน other things ไม่ได้หมายถึงคนอื่น เมื่อความเปรียบต่างชัดเจน ภาษาอังกฤษมักละส่วนที่ซ้ำเพื่อสื่ออย่างกระชับว่า การกระทำเดียวกันเกิดกับบางส่วนของกลุ่ม แต่ไม่เกิดกับส่วนที่เหลือ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงความหมายแบบเต็มของ We remember some things and not others
- เราจำบางเรื่องได้ แต่จำเรื่องอื่นไม่ได้
- คนอื่นจำเราได้ แต่เราจำอะไรไม่ได้เลย
- เราจำทุกเรื่องได้ในแบบเดียวกันทั้งหมด
ดูคำตอบ
เราจำบางเรื่องได้ แต่จำเรื่องอื่นไม่ได้
memories eventually fade: ความทรงจำค่อย ๆ เลือนราง
ใน memories eventually fade คำว่า fade ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความทรงจำค่อย ๆ ชัดเจนน้อยลง มีรายละเอียดน้อยลง หรือมีพลังทางอารมณ์ลดลง คำนี้เน้นการอ่อนลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ หรือการหายไปอย่างฉับพลัน eventually แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังผ่านไประยะหนึ่ง ณ ช่วงท้ายของกระบวนการ ความหมายแบบเดียวกันของ fade ยังใช้กับสี ความหวัง หรือความรู้สึกที่ค่อย ๆ อ่อนลงได้ด้วย
แบบฝึกหัด
หลายปีต่อมา ความทรงจำนั้นค่อย ๆ ชัดเจนน้อยลงทีละน้อย ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้มากที่สุด
- The memory stayed perfectly vivid.
- I forgot an appointment at noon.
- The memory gradually faded.
ดูคำตอบ
The memory gradually faded.
Let's look at how memories form in the first place. โน้ต
0:26มาดูกันว่าความทรงจำก่อตัวขึ้นได้อย่างไรในตอนแรก
Let's look at how ...: ใช้เกริ่นเข้าสู่คำอธิบายกระบวนการ
Let's look at how ... เป็นวลีเชื่อมที่พาผู้ฟังจากคำถามหรือข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วไปสู่คำอธิบายกระบวนการ Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ส่วนอนุประโยค how ระบุกระบวนการที่จะอธิบายต่อไป look at ในที่นี้หมายถึงพิจารณา ตรวจสอบ หรือวิเคราะห์ ไม่ได้หมายถึงมองด้วยตาเท่านั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อส่งสัญญาณว่าต่อไปจะอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปลี่ยนจากผลลัพธ์ที่ทราบแล้วไปสู่คำอธิบายกระบวนการได้ดีที่สุด
- We know the app sorts the photos. Let's look at how it does that.
- We know the app sorts the photos. Let's look at why users like photos.
- We know the app sorts the photos. Let's look at where the photos are stored.
ดูคำตอบ
We know the app sorts the photos. Let's look at how it does that.
in the first place: ย้อนหาสาเหตุหรือจุดเริ่มต้นดั้งเดิม
In the first place เป็นสำนวนตายตัว ในประโยคนี้สำนวนดังกล่าวพาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของกระบวนการว่า ความทรงจำเริ่มก่อตัวขึ้นได้อย่างไร place ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง ในคำถามที่มี how หรือ why สำนวนนี้มักใช้ถามถึงวิธีหรือเหตุผลดั้งเดิมที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น ในคำถามตรง ๆ อย่าง Why did you ... in the first place? สำนวนนี้อาจเพิ่มน้ำเสียงประหลาดใจ สงสัย หรือหงุดหงิดได้ แต่ประโยคต้นฉบับมีน้ำเสียงเป็นกลางและมุ่งค้นหาคำอธิบาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามถึงเหตุผลดั้งเดิมของการเปลี่ยนแผนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Why did we change the plan in the first place?
- First of all, why did we change the plan?
- Why did we change the plan at first?
ดูคำตอบ
Why did we change the plan in the first place?
like dialing a phone number: การยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้แนวคิดนามธรรม
ในที่นี้ like ใช้นำ dialing a phone number มาเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของแนวคิดที่กว้างกว่าอย่าง experience something โดยมีความหมายว่า “ตัวอย่างเช่น” หรือ “เช่นเดียวกับ” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” หลัง like ที่ทำหน้าที่เป็นคำบุพบทแบบนี้ สามารถใช้กลุ่มคำนามหรือกลุ่มคำ -ing ได้ ตัวอย่างช่วยให้ข้อมูลที่เป็นนามธรรมเห็นภาพง่ายขึ้น แต่ไม่ได้จำกัดแนวคิดไว้เฉพาะการกดหมายเลขโทรศัพท์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ like + กลุ่มคำ -ing ได้ถูกต้องเพื่อยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของหมวดหมู่ทั่วไป?
- Simple habits, like writing a daily checklist, can save time.
- I like writing a daily checklist because it helps me focus.
- Simple habits, like write a daily checklist, can save time.
ดูคำตอบ
Simple habits, like writing a daily checklist, can save time.
the experience is converted into a pulse of electrical energy ไวยากรณ์
0:33ประสบการณ์นั้นจะถูกแปลงเป็นคลื่นพลังงานไฟฟ้า
is converted into: การถูกเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
Is converted into อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่ประธานเป็นฝ่ายรับการกระทำ ในโครงสร้าง A is converted into B นั้น A คือสิ่งเดิมก่อนเปลี่ยน และ B คือรูปแบบที่เป็นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ the experience คือสิ่งที่ถูกแปลง และ a pulse of electrical energy คือผลลัพธ์ รูปถูกกระทำช่วยเน้นสิ่งที่เปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงของมัน แทนที่จะเน้นคนหรือสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างการเปลี่ยนรูปแบบถูกกระทำสามคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: In this device, sunlight ____ electricity.
ดูคำตอบ
is converted into
zips along: เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปตามเส้นทาง
ในที่นี้ zips along หมายถึง “เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปตามเส้นทาง” ทำให้การเคลื่อนที่ของพัลส์พลังงานไฟฟ้าดูรวดเร็วและนึกภาพตามได้ง่าย แทนที่จะบรรยายการเคลื่อนที่อย่างเป็นกลาง zip ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ซิป” ส่วน along ยังคงแนวคิดเรื่องเส้นทางไว้ กล่าวคือ พลังงานเคลื่อนผ่านเครือข่ายไปตามเส้นทางของมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ zip along: The small boat ____ the river at high speed.
ดูคำตอบ
zipped along
first lands in short-term memory: ไปถึงขั้นตอนแรก
ในที่นี้ lands in ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงข้อมูลไปถึงหรือเข้าสู่ความจำระยะสั้น ประโยคนี้ทำให้การประมวลผลข้อมูลดูเหมือนการเคลื่อนจากสถานที่หรือขั้นตอนหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ไม่ใช่การลงจอดจริง First ระบุว่าความจำระยะสั้นเป็นจุดแวะแรกในกระบวนการนี้ รูปแบบ first lands in + สถานที่หรือขั้นตอน ช่วยให้ผู้ฟังติดตามลำดับเหตุการณ์ได้
แบบฝึกหัด
“The request first lands in a review queue” หมายความว่าอย่างไร?
- คำขอข้ามคิวตรวจสอบไปทั้งหมด
- คำขอตกลงบนคิวจริง ๆ
- คำขอเข้าสู่คิวตรวจสอบเป็นอันดับแรก
ดูคำตอบ
คำขอเข้าสู่คิวตรวจสอบเป็นอันดับแรก
where it's available from anywhere from a few seconds to a couple of minutes. วลี
0:42ซึ่งมันจะคงอยู่ได้ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงสองสามนาที
anywhere from a few seconds to a couple of minutes: ช่วงโดยประมาณ
anywhere from A to B หมายความว่าค่าหนึ่งอาจอยู่ ณ จุดใดก็ได้ในช่วงโดยประมาณ โดย A เป็นขอบล่างและ B เป็นขอบบน ในที่นี้ anywhere หมายถึงค่าหนึ่งภายในช่วงเวลา ไม่ได้หมายถึงสถานที่ และ a couple of minutes เองก็เป็นค่าประมาณ ดังนั้นประโยคนี้จึงให้ช่วงคร่าว ๆ ไม่ใช่ขอบเขตที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย anywhere from A to B โดยใช้ขอบเขตสองวันถึงหนึ่งสัปดาห์: Delivery can take ____.
ดูคำตอบ
anywhere from two days to a week
transferred to long-term memory: การย้ายไปยังระบบความจำใหม่
รูปแบบ be transferred to + ปลายทาง หมายถึงบางสิ่งถูกย้ายหรือส่งไปยังสถานที่ บัญชี ระบบ หรือผู้รับใหม่ ประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำเพราะเน้นข้อมูลที่ถูกย้าย โดย long-term memory คือปลายทาง ในบริบทนี้ การย้ายไม่ใช่การเคลื่อนย้ายทางกายภาพ แต่เป็นการที่ข้อมูลผ่านจากระบบความจำหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง และ transfer เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ารูปแบบของข้อมูลเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
ไฟล์ถูกย้ายไปยังเซิร์ฟเวอร์ใหม่และยังคงรูปแบบเดิม เติมประโยค: The files were ___ the new server.
- removed by
- transferred to
- converted into
ดูคำตอบ
transferred to
such as the hippocampus: การยกตัวอย่างจากหมวดหมู่ที่กว้างกว่า
Such as ใช้ยกตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างที่อยู่ในหมวดหมู่ที่กว้างกว่า ในที่นี้หมวดหมู่กว้างคือบริเวณต่าง ๆ ของสมอง และ the hippocampus เป็นสมาชิกหนึ่งในหมวดหมู่นั้น ตัวอย่างหลัง such as มักเป็นเพียงตัวอย่างที่เป็นตัวแทน ไม่ใช่รายการทั้งหมด ในงานเขียนเชิงอธิบายหรือเป็นทางการ such as ช่วยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างหมวดหมู่กับตัวอย่างได้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ใช้ยก hiking และ cycling เป็นตัวอย่างของ outdoor activities อย่างชัดเจน: Outdoor activities ____ hiking and cycling can reduce stress.
ดูคำตอบ
such as
and finally to several storage regions across the brain.
0:51และสุดท้ายไปยังบริเวณเก็บข้อมูลหลายแห่งทั่วสมอง
called synapses: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อสำหรับการบอกชื่อ
Called synapses เป็นวลีคำกริยาช่องที่สามที่ขยาย sites และบอกชื่อของตำแหน่งเหล่านั้น มีความหมายเหมือนกับ sites that are called synapses โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว โดยละคำเชื่อมและกริยา be เพื่อให้คำนิยามกระชับขึ้น ในที่นี้ called หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ได้หมายถึง “ถูกโทรหา”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ called + ชื่อ เพื่อขยายและบอกชื่อคำนามข้างหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The device contains a part called a sensor.
- The device contains a part is called a sensor.
- The device contains a part calling a sensor.
ดูคำตอบ
The device contains a part called a sensor.
using specialized neurotransmitters: บอกเครื่องมือด้วย using + นามวลี
using specialized neurotransmitters เป็นวลี participle รูป -ing ที่บอกวิธีหรือเครื่องมือของการสื่อสาร กล่าวคือ เซลล์ประสาทสื่อสารกันโดยอาศัยสารสื่อประสาทเฉพาะทาง วลีนี้ขยายกริยาหลัก communicate ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักตัวที่สอง ประธานที่เข้าใจได้ของ using คือ neurons สามารถนำแบบแผน การกระทำหลัก + using + เครื่องมือหรือวิธีการ ไปใช้ในบริบทอื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย using + นามวลี เพื่อแสดงว่าเครื่องมือที่ใช้คือเซ็นเซอร์ดิจิทัล: The team measured the temperature ____.
ดูคำตอบ
using a digital sensor
If two neurons communicate repeatedly, ... happens: เงื่อนไขและผลลัพธ์
อนุประโยค if ระบุเงื่อนไขว่าเซลล์ประสาทสองเซลล์สื่อสารกันซ้ำ ๆ ส่วนประโยคหลักระบุผลที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น นั่นคือมีสิ่งที่น่าทึ่งเกิดขึ้น อนุประโยคทั้งสองใช้ simple present ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้าง if + present, present ใช้อธิบายกลไกที่เกิดซ้ำได้หรือกฎทั่วไป ที่นี่ if ทำหน้าที่กำหนดเงื่อนไขของกลไก ไม่ได้เพียงแสดงความไม่แน่นอนแบบทั่ว ๆ ไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เงื่อนไข if ในรูปปัจจุบันเพื่อบอกกฎทางวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- If metal gets hot enough, it expands.
- If metal will get hot enough, it expanded.
- If metal getting hot enough, it expands.
ดูคำตอบ
If metal gets hot enough, it expands.
This process, called long-term potentiation, ไวยากรณ์
1:11กระบวนการนี้เรียกว่า long-term potentiation
called long-term potentiation: การบอกชื่อของกระบวนการ
ในประโยคนี้ called long-term potentiation เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ ซึ่งมีความหมายเท่ากับ which is called long-term potentiation โดยย้อนกลับไปขยาย this process และบอกชื่อทางวิชาการของกระบวนการนั้น เนื่องจากวลีนี้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงเป็นข้อมูลเสริมเรื่องชื่อ ไม่ใช่การกระทำหลักอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบนี้ช่วยให้งานเขียนวิทยาศาสตร์อธิบายแบบทั่วไปก่อน แล้วจึงใส่คำศัพท์เฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใช้ called กับชื่อที่กำหนดให้เพื่อเติมวลีบอกชื่อที่แทรกอยู่ในประโยค ชื่อที่กำหนดคือ the greenhouse effect: This heat-trapping process, ____, helps keep Earth warm.
ดูคำตอบ
called the greenhouse effect
is considered to be: การรายงานข้อวินิจฉัยอย่างระมัดระวัง
Is considered to be หมายถึง “ถูกมองว่าเป็น” หรือ “ถือว่าเป็น” โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำคือ be + considered + to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ ในที่นี้หมายความว่าคนในสาขาที่เกี่ยวข้องมองว่ากระบวนการนี้เป็นกลไกอย่างหนึ่ง ต่างจากการใช้ is เพื่อบอกโดยตรง โครงสร้างนี้นำเสนอการจัดประเภทว่าเป็นมุมมองที่ได้รับการยอมรับ และยังเว้นพื้นที่ไว้สำหรับความไม่แน่นอนเล็กน้อย considered ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถูกนำไปพิจารณาสำหรับการกระทำในอนาคต”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ถือว่าเป็น”: This treatment ____ a safe option by many doctors.
ดูคำตอบ
is considered to be
a mechanism by which memories are stored: กลไกที่ทำให้ความทรงจำถูกเก็บไว้
ใน by which คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึง mechanism ส่วน by แสดงถึงวิธีหรือเครื่องมือที่ใช้ อนุประโยคสัมพัทธ์นี้บอกว่าความทรงจำถูกเก็บไว้ในระยะยาวผ่านกลไกนั้น นี่เป็นโครงสร้างแบบเป็นทางการที่ประกอบด้วยบุพบท + สรรพนามสัมพัทธ์ ผู้เขียนสามารถกล่าวถึงกลไก กระบวนการ หรือวิธีการก่อน แล้วจึงอธิบายว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ภายในอนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า memories are stored ไม่ใช่ are memories stored
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ by ตามด้วยสรรพนามสัมพัทธ์ที่ถูกต้อง: Scientists studied the process ____ new memories are stored.
ดูคำตอบ
by which
memories get lost: ความทรงจำกลายเป็นสิ่งที่เรียกคืนไม่ได้
ในที่นี้ get lost หมายถึงเปลี่ยนเป็นสิ่งที่สูญหายหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ ประธานคือ memories จึงไม่ได้หมายถึงคนที่หาทางไม่พบ get + คำกริยาช่องสาม มักแสดงการเปลี่ยนไปสู่สภาวะใหม่ Memories get lost เน้นว่าความทรงจำนั้นเรียกคืนได้ยากหรือเรียกคืนไม่ได้ ส่วน memories are lost บรรยายสภาวะหรือผลลัพธ์ที่สูญหายอย่างตรงไปตรงมามากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ get lost ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่ารายละเอียดไม่สามารถเข้าถึงได้เมื่อเวลาผ่านไป
- Some important details can get lose over time.
- Some important details can get lost over time.
- Some important details can lost over time.
ดูคำตอบ
Some important details can get lost over time.
As we get older: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน
ในที่นี้ As we get older หมายถึง “ขณะที่เราค่อย ๆ มีอายุมากขึ้น” as ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา เพื่อวางฉากด้านเวลาที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้กับเนื้อหาที่ตามมา โครงสร้าง as + อนุประโยค มักเชื่อมกระบวนการสองอย่างที่ค่อย ๆ ดำเนินไปในช่วงเวลาเดียวกัน ประโยคนี้นำเสนอการมีอายุมากขึ้นและการเสื่อมของการทำงานของไซแนปส์ว่าเกิดควบคู่กัน โดย as ในที่นี้เน้นความสัมพันธ์ด้านเวลา ไม่ได้แทน because ซึ่งบอกเหตุผลโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน
- As the days grow shorter, the evenings become colder.
- Because the shop was closed, we went home.
- When the bell rang, the class began.
ดูคำตอบ
As the days grow shorter, the evenings become colder.
falter and weaken: เริ่มไม่มั่นคงและอ่อนแอลง
Falter และ weaken เป็นคำกริยาสองคำที่วางขนานกันหลัง begin to โดย falter หมายถึงเริ่มสูญเสียความมั่นคง ประสิทธิภาพ หรือแรงส่ง ส่วน weaken หมายถึงอ่อนกำลังหรือมีความสามารถลดลง เมื่อประธานคือไซแนปส์ falter ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือการทำงานเริ่มไม่น่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายถึงการสะดุดล้มทางกายภาพ คำกริยาทั้งสองร่วมกันแสดงการเสื่อมจากการทำงานที่ไม่มั่นคงไปสู่ความแข็งแรงหรือความสามารถที่ลดลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ falter เพื่อบอกว่าบางสิ่งเริ่มทำงานอย่างไม่น่าเชื่อถือ แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดทำงานแล้ว
- The network became stronger during the storm.
- The network began to falter during the storm.
- The network failed completely and never came back online.
ดูคำตอบ
The network began to falter during the storm.
affecting how easily we can retrieve memories. ไวยากรณ์
1:27ส่งผลต่อความง่ายดายในการดึงความทรงจำออกมา
affecting how easily...: การเสริมผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing
ในที่นี้ affecting... เป็นอนุประโยค -ing ที่เสริมผลจากสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ โดยมีความหมายเชื่อมโยงคล้ายกับ and this affects... อนุประโยค how easily we can retrieve memories เป็นส่วนเติมเต็มของ affecting และบอกว่าสิ่งใดได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นอนุประโยคซ้อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we can retrieve ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม can we retrieve
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เพื่อแสดงผลได้ถูกต้อง
- The storm damaged the bridge, affecting how quickly could supplies arrive.
- The storm damaged the bridge, affecting how quickly supplies could arrive.
- The storm damaged the bridge, affect how quickly supplies could arrive.
ดูคำตอบ
The storm damaged the bridge, affecting how quickly supplies could arrive.
about what's behind this deterioration. การใช้คำ
1:32เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเสื่อมถอยนี้
what's behind this deterioration: การถามถึงสาเหตุ
ใน what's behind this deterioration คำว่า behind มีความหมายเชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ วลีนี้หมายถึง “อะไรเป็นสาเหตุหรือคำอธิบายของความเสื่อมนี้” จึงชี้ไปที่สาเหตุ กระบวนการ หรือกลไกเบื้องลึก เมื่ออยู่หลัง about ส่วน what's behind this deterioration เป็นอนุประโยคซ้อนที่บอกเนื้อหา กล่าวคือนักวิทยาศาสตร์มีทฤษฎีเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what's behind + เหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลง ซึ่งใช้ค้นหาคำอธิบายที่อยู่ลึกกว่าผลที่มองเห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อะไรเป็นสาเหตุ”: The team is trying to understand ____ the sudden decline in sales.
ดูคำตอบ
what's behind
the hippocampus loses 5% of its neurons every decade,
1:36ฮิปโปแคมปัสสูญเสียเซลล์ประสาท 5% ในทุกๆ สิบปี
for a total loss of 20%: รายงานผลรวมสะสม
ใน for a total loss of 20% คำว่า for ใช้นำเสนอผลรวมสะสมของการสูญเสียที่กล่าวถึงก่อนหน้า กล่าวคือ เมื่อรวมกันแล้วมีการสูญเสีย 20% ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ในการสูญเสีย 20%” โครงสร้างรายงานข้อมูล for a total + คำนามบอกผล + of + จำนวน ใช้บอกยอดรวม เช่น การสูญเสีย การลดลง ค่าใช้จ่าย หรือจำนวนที่นับได้ คำนามบอกผลจะระบุว่ายอดรวมนั้นวัดอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนนี้และใช้รายงานผลขาดทุนสะสม: The account lost two thousand dollars each month for three months, ____ six thousand dollars.
ดูคำตอบ
for a total loss of
by the time you're 80 years old: จุดสิ้นสุดของผลที่สะสมมา
by the time + อนุประโยค ใช้กำหนดจุดสิ้นสุดของช่วงเวลา ในวลีนี้ การมีอายุ 80 ปีคือจุดดังกล่าว และประโยคเต็มจะบอกการเปลี่ยนแปลงหรือผลที่สะสมหรือเกิดขึ้นแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่อถึงตอนนั้น อนุประโยค by the time บอกขอบเขตเวลา ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ หากเป็นจุดเวลาในอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันในอนุประโยคนี้ คือ you're 80 ไม่ใช่ will be 80
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ารายงานเสร็จแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่อการประชุมเริ่มขึ้น
- Until the meeting started, Maya worked on the report.
- When the meeting started, Maya began writing the report.
- By the time the meeting started, Maya had finished the report.
ดูคำตอบ
By the time the meeting started, Maya had finished the report.
From actual brain shrinkage ... to the drop: ระบุขอบเขตของคำอธิบาย
From ที่อยู่ช่วงต้นและ to ที่ตามมาทำหน้าที่กำหนดปลายทั้งสองด้านของกลุ่มคำอธิบายที่เป็นไปได้ ได้แก่ การหดตัวของสมองที่เกิดขึ้นจริง และการลดลงของการผลิตสารสื่อประสาท ข้อความเกี่ยวกับฮิปโปแคมปัสเป็นรายละเอียดสนับสนุนของปลายด้านแรก ในที่นี้ from ... to ... ใช้จัดกลุ่มรายการที่มีขอบเขตกว้าง ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่จริง แต่บอกว่าคำอธิบายครอบคลุมช่วงที่มีสองตัวอย่างนี้เป็นตัวแทนของปลายแต่ละด้าน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "The museum displays art from ancient pottery to modern photography." from ... to ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าพิพิธภัณฑ์เปลี่ยนเครื่องปั้นดินเผาให้เป็นภาพถ่าย
- ระบุขอบเขตของงานศิลปะที่รวมอยู่
- อธิบายว่างานศิลปะเคลื่อนที่จริงระหว่างห้องสองห้อง
ดูคำตอบ
ระบุขอบเขตของงานศิลปะที่รวมอยู่
drop in the production of neurotransmitters: บอกว่าสิ่งใดลดลง
ในวลีนี้ drop เป็นคำนามที่หมายถึงการลดลง ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงตก โครงสร้าง a/the drop in + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งใดลดลง เช่น the drop in the production of neurotransmitters ภายในกลุ่มคำนามนี้ production of neurotransmitters หมายถึงกระบวนการหรือปริมาณการผลิตสารสื่อประสาท in ใช้นำสิ่งหรือค่าที่ได้รับผลกระทบ ส่วน of เชื่อม production กับสิ่งที่ถูกผลิต การเขียนโดยใช้คำนามแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ข่าว และรายงาน
แบบฝึกหัด
ใช้ drop เป็นคำนามเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The school reported a sudden ____ attendance.
ดูคำตอบ
drop in
be vital to + คำนามหรือรูป -ing
ในประโยคนี้ which หมายถึง acetylcholine วลี is vital to learning and memory บอกว่าอะเซทิลโคลีนจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสามารถเหล่านี้ ไม่ใช่แค่มีประโยชน์เท่านั้น รูปแบบคือ be vital to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้น learning จึงเป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ใช้รูปแบบนี้เพื่อบอกว่ากระบวนการ ระบบ หรือผลลัพธ์ใดต้องพึ่งพาสิ่งใดอย่างมาก
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่งต่อ” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Clean water is ____ public health.
ดูคำตอบ
vital to
These changes seem to affect how people retrieve stored information. ไวยากรณ์
1:51การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ดูเหมือนจะส่งผลต่อวิธีที่ผู้คนดึงข้อมูลที่เก็บไว้ออกมา
seem to affect how + ประธาน + คำกริยา
seem to affect นำเสนอผลกระทบในฐานะข้อสรุปอย่างระมัดระวัง หลักฐานชี้ว่าอาจมีผลกระทบ แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่ามั่นใจอย่างสมบูรณ์ how people retrieve stored information เป็นส่วนเติมเต็มของ affect และระบุด้านที่ได้รับผลกระทบ นั่นคือวิธีที่เกิดการเรียกคืนข้อมูล เนื่องจากเป็นอนุประโยค how ที่ฝังอยู่ในประโยค จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า how + ประธาน + คำกริยา คือ how people retrieve ไม่ใช่ลำดับแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรวมข้อสรุปอย่างระมัดระวังกับอนุประโยค how ที่ฝังอยู่ได้อย่างถูกต้อง
- The new schedule seems to affect how quickly customers respond.
- The new schedule seems affect how quickly customers respond.
- The new schedule seems to affect how quickly do customers respond.
ดูคำตอบ
The new schedule seems to affect how quickly customers respond.
Age also affects our memory-making abilities. วลี
1:55อายุยังส่งผลต่อความสามารถในการสร้างความทรงจำด้วย
memory-making abilities: คำขยายประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์
ใน memory-making abilities คำว่า memory-making เป็นคำขยายประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และวางไว้หน้าคำนาม abilities หมายถึง “สำหรับสร้างหรือก่อรูปความทรงจำ” ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงความสามารถของเราในการสร้างความทรงจำใหม่ เครื่องหมายยัติภังค์บอกให้ผู้อ่านมอง memory และ making เป็นหน่วยขยายเดียวกัน ในที่นี้ making ไม่ใช่การกระทำหลักของประโยค กริยาหลักคือ affects
แบบฝึกหัด
เติมคำขยายสองคำที่เชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์และมีความหมายว่า “สำหรับตัดสินใจ” ลงในประโยค: Good sleep supports our ____ abilities.
ดูคำตอบ
decision-making
when ... when ... and when: การจัดเงื่อนไขที่อยู่ในระดับเดียวกัน
อนุประโยค when ที่ซ้ำกันจัดเงื่อนไขสามข้อที่อยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่งทำให้ความทรงจำถูกเข้ารหัสได้แน่นแฟ้นที่สุด ได้แก่ การตั้งใจจดจ่อ การมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง และการมองว่าข้อมูลมีความหมาย แต่ละ when เพิ่มคำตอบอีกหนึ่งข้อให้กับคำถามว่า “ภายใต้เงื่อนไขใด” การใช้กรอบเดิมซ้ำทำให้ติดตามรายการได้ง่ายขึ้นและช่วยเน้นความหมาย When ตัวที่สองยังคงสานต่อรายการเดิมในแง่ความหมาย ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค when ซ้ำกันเพื่อจัดเงื่อนไขสามข้อที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ชัดเจนที่สุด
- I work best in a quiet room, with my phone off and a clear plan.
- Because the room is quiet, I turn off my phone and follow a clear plan.
- I work best when the room is quiet, when my phone is off, and when I have a clear plan.
ดูคำตอบ
I work best when the room is quiet, when my phone is off, and when I have a clear plan.
which tend to increase as we age: การเสริมข้อมูลแนวโน้มทั่วไป
which ย้อนกลับไปอ้างถึง mental and physical health problems เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคนี้ให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับปัญหาเหล่านั้นทั้งหมด ไม่ได้เลือกเฉพาะปัญหาที่เพิ่มขึ้นตามอายุ อนุประโยคแบบนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ tend to increase บอกแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดขึ้นทุกครั้ง ส่วน as we age หมายถึง “เมื่อเราอายุมากขึ้น” โดย as แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปพร้อมกันตามเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบไม่จำกัดความได้ถูกต้องเพื่ออธิบายแนวโน้มทั่วไป?
- Seasonal allergies, which tends to worsen as spring arrives, can affect sleep.
- Seasonal allergies which tend to worsen as spring arrives can affect sleep.
- Seasonal allergies, which tend to worsen as spring arrives, can affect sleep.
ดูคำตอบ
Seasonal allergies, which tend to worsen as spring arrives, can affect sleep.
interfere with our ability to pay attention: ทำให้ใช้ความสามารถได้ยากขึ้น
interfere with หมายถึงรบกวนหรือขัดขวางบางสิ่ง ในที่นี้สิ่งที่ได้รับผลกระทบคือ our ability to pay attention ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าการจดจ่อทำได้ยากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องถึงกับทำไม่ได้เลย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ interfere with someone's ability to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในความหมายนี้ interfere ต้องตามด้วย with และ ability ตามด้วย infinitive ที่มี to เช่น ability to pay attention
แบบฝึกหัด
พิมพ์คำบุพบทประจำที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์: Constant interruptions can interfere ____ my ability to finish this report.
ดูคำตอบ
with
thus act as memory thieves: อุปลักษณ์ที่สื่อถึงหน้าที่
ในประโยคนี้ thus หมายถึง “ด้วยเหตุนี้” โดยเชื่อมผลกระทบที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลที่ตามมา โครงสร้าง act as + นามวลี หมายถึง “ทำหน้าที่หรือมีบทบาทเป็น” ดังนั้นปัญหาสุขภาพจึงถูกบรรยายว่าทำหน้าที่เสมือน memory thieves memory thieves เป็นอุปลักษณ์แบบบุคลาธิษฐาน ไม่ได้มีการขโมยจริง ๆ แต่ปัญหาเหล่านี้ลดสมาธิหรือความจำ ทำให้รู้สึกราวกับว่าความทรงจำถูกขโมยไป สามารถใช้ act as + บทบาทหรือหน้าที่ได้ทั้งกับบทบาทจริงและอุปลักษณ์ที่สื่อความหมายชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าโรงยิมทำหน้าที่เป็นที่พักพิงฉุกเฉิน
- During the drill, the gym acted an emergency shelter.
- During the drill, the gym acted like an emergency shelter.
- During the drill, the gym acted as an emergency shelter.
ดูคำตอบ
During the drill, the gym acted as an emergency shelter.
Another leading cause of...: เพิ่มสาเหตุสำคัญอีกหนึ่งประการ
Another แสดงว่ามีอย่างน้อยหนึ่งสาเหตุที่ทราบหรือกล่าวถึงแล้ว และกำลังเพิ่มอีกหนึ่งสาเหตุ ใน another leading cause of memory problems คำว่า leading หมายถึง “สำคัญ” หรือ “เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญที่สุด” ไม่ได้หมายถึง “กำลังนำ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ another leading cause of + ปัญหาหรือผลลัพธ์ + is + สาเหตุ โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับรายการสาเหตุในการพูดหรือเขียนเชิงอธิบาย A leading cause หมายถึงหนึ่งในสาเหตุสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องอ้างว่าเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามบทเรียนซึ่งใช้เพิ่มสาเหตุสำคัญอีกหนึ่งสาเหตุ: Poor visibility is ____ road accidents.
ดูคำตอบ
another leading cause of
chronic stress: ยาวนาน แต่ไม่จำเป็นต้องรุนแรง
ใน chronic stress คำว่า chronic หมายถึงความเครียดที่ดำเนินต่อไปเป็นเวลานานหรือเกิดซ้ำ ๆ คำนี้อธิบายระยะเวลาและรูปแบบ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าความเครียดรุนแรงเพียงใด วลีนี้พบได้บ่อยในการพูดคุยเรื่องสุขภาพและจิตวิทยา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าความเครียดที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นสาเหตุของปัญหาด้านความจำ ไม่ใช่ความกังวลชั่วครู่
แบบฝึกหัด
ในบทความด้านสุขภาพ chronic stress มีความหมายตรงที่สุดว่าอะไร
- ความกังวลสั้น ๆ ก่อนเหตุการณ์หนึ่ง
- ความเครียดที่รุนแรงมากเสมอ
- ความเครียดที่ยาวนานหรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ
ความเครียดที่ยาวนานหรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
constantly overloaded with ...: มีภาระมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง
be overloaded with + คำนาม หมายถึงมีบางสิ่งมากเกินกว่าจะจัดการได้อย่างสบาย ๆ ในที่นี้ งานและความรับผิดชอบส่วนตัวสร้างภาระทางความคิดและการปฏิบัติที่มากเกินไป โดย overloaded เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักทางกายภาพ constantly แสดงว่าภาวะงานล้นมือนี้ดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ ไม่ได้พูดถึงเพียงวันเดียวที่ยุ่งเป็นพิเศษ วลีทั้งหมดนำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นแหล่งความเครียดที่ต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย constantly, overloaded และคำบุพบทที่ถูกต้อง: During the holiday season, the small support team is ____ urgent requests.
ดูคำตอบ
constantly overloaded with
on hyper alert: อยู่ในภาวะระวังภัยอย่างมาก
ในประโยคนี้ on hyper alert หมายถึง “อยู่ในภาวะระวังภัยอย่างมาก” เมื่อมีความเครียด ร่างกายจะเฝ้าระวังสูงและพร้อมตอบสนอง ที่นี่ alert หมายถึงการตื่นตัวต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การแจ้งเตือนจากโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ คำบุพบท on แสดงความตื่นตัวในฐานะสภาวะหรือโหมดหนึ่ง เช่นเดียวกับใน on alert ส่วน hyper ช่วยเน้นความหมาย ทำให้สภาวะนี้ดูรุนแรงกว่าความตื่นตัวตามปกติ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ "our bodies are on hyper alert" หมายความว่าอย่างไร?
- ร่างกายของเราได้รับการแจ้งเตือนดิจิทัลมากเกินไป
- ร่างกายของเราสงบและใส่ใจสิ่งรอบตัวน้อยลง
- ร่างกายของเราตื่นตัวอย่างมากและพร้อมตอบสนอง
ดูคำตอบ
ร่างกายของเราตื่นตัวอย่างมากและพร้อมตอบสนอง
has evolved from: แสดงแหล่งกำเนิดที่ค่อย ๆ พัฒนามา
Has evolved from หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนามาจากแหล่งกำเนิดหรือรูปแบบที่เก่ากว่า” ในประโยคนี้ การตอบสนองต่อความเครียดที่มีอยู่ในปัจจุบันสืบย้อนกลับไปถึงกลไกทางสรีรวิทยา ไม่ได้หมายความว่ามีใครตั้งใจประดิษฐ์มันขึ้นมา Has evolved เป็น present perfect การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นในอดีต แต่การตอบสนองที่เกิดขึ้นยังคงมีอยู่และสำคัญในปัจจุบัน ส่วน from ใช้บอกแหล่งกำเนิด โครงสร้างนี้พบบ่อยเมื่ออธิบายว่าลักษณะทางชีววิทยา เทคโนโลยี สถาบัน หรือแนวคิดพัฒนามาเป็นรูปแบบปัจจุบันได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present perfect ของ evolve from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The modern bicycle ____ earlier, simpler designs.
ดูคำตอบ
has evolved from
designed to make sure we can survive any crisis. ไวยากรณ์
2:28ที่ออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะรอดพ้นจากวิกฤตใดๆ
be designed to make sure + อนุประโยค: บอกจุดประสงค์
ในประโยคเต็ม designed ขยายวลีก่อนหน้า physiological mechanism โดยบอกว่ากลไกนี้มีจุดประสงค์หรือหน้าที่เพื่อทำให้ผลลัพธ์บางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีคนตั้งใจออกแบบมันขึ้นมา ส่วน to make sure ใช้นำผลลัพธ์ที่กลไกนี้มีไว้เพื่อให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช้โครงสร้าง be designed to make sure + อนุประโยค หลัง make sure ต้องตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา เช่น we can survive ไม่ใช่ตามด้วยคำนามเพียงคำเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายเพื่ออธิบายจุดประสงค์ของแผนฉุกเฉิน: The emergency plan is ____ everyone leaves the building safely.
ดูคำตอบ
designed to make sure
help mobilize ... and increase ...: help + กริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกัน
ใน help mobilize energy คำว่า help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน mobilize โดยตรง หลัง help สามารถใช้ to + กริยา ได้เช่นกัน แต่รูปที่ไม่มี to พบได้บ่อยและกระชับ mobilize และ increase เป็นกริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ทั้งสองคำขึ้นกับ help และบอกผลสองอย่างของสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเครียด คือทำให้มีพลังงานพร้อมสำหรับการลงมือทำและเพิ่มความตื่นตัว
แบบฝึกหัด
ใช้ improve และ reduce ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Good lighting helps ____ focus and ____ eye strain.
ดูคำตอบ
improve · reduce
become flooded with these chemicals: อุปมาเรื่องปริมาณที่มากเกินรับมือ
ในประโยคนี้ become flooded with these chemicals ไม่ได้หมายถึงมีน้ำท่วมร่างกายจริง ๆ แต่ใช้ภาพของน้ำท่วมเพื่อบอกว่าร่างกายมีสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเครียดมากเกินไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be หรือ become flooded with + คำนาม โดยเปรียบสิ่งที่มีจำนวนมากเหมือนกำลังหลั่งไหลเข้ามาหรือกระจายไปทั่ว และมักมากจนรับมือได้ยาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย flooded with: After the story went viral, the reporter's inbox was ____ messages.
ดูคำตอบ
flooded with
resulting in a loss of brain cells: การเสริมผลลัพธ์
Resulting in ใช้บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ซึ่งเพิ่งกล่าวถึง ในวลีนี้ a loss of brain cells เป็นผล ไม่ใช่สาเหตุ โครงสร้างคือ สาเหตุ, resulting in + คำนามหรือกลุ่มคำนาม อนุประโยคกริยารูป present participle นี้เป็นรูปย่อของ which results in หรือ which resulted in โดยเวลาของเหตุการณ์อิงจากอนุประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติม resulting in เพื่อบอกผลลัพธ์ในประโยค: A software error blocked all payments, ____ hundreds of customer complaints.
ดูคำตอบ
resulting in
an inability to form new ones: การไม่สามารถสร้างสิ่งใหม่ได้
an inability to form หมายถึงการขาดความสามารถในการสร้างบางสิ่ง inability เป็นคำนาม และการกระทำที่ตามหลังมักใช้โครงสร้าง infinitive ที่มี to คือ inability to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ new ones หมายถึงเซลล์สมองใหม่ โดย ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่กล่าวถึงไปแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ ในประโยคนี้ an inability to form new ones เป็นวลีคำนามที่นำเสนอข้อจำกัดดังกล่าวในฐานะสภาวะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ inability to form: The condition caused an ____ new memories.
ดูคำตอบ
inability to form
which affects our ability to retain new information. วลี
2:44ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการจดจำข้อมูลใหม่ๆ
affects our ability to retain new information: ส่งผลต่อความสามารถในการจดจำข้อมูลใหม่
โครงสร้าง affect someone's ability to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งเปลี่ยนแปลงว่าบุคคลนั้นสามารถทำสิ่งหนึ่งได้ดีเพียงใด ในที่นี้ affects รับ our ability เป็นกรรม และ to retain ระบุการกระทำที่ได้รับผลกระทบ ในบริบทของการเรียนรู้หรือความจำ retain new information หมายถึงการเก็บข้อมูลที่เรียนรู้แล้วไว้ในความจำ ไม่ได้หมายถึงการเก็บวัตถุไว้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ affect our ability to retain: Constant interruptions can ____ new information.
ดูคำตอบ
affect our ability to retain
another culprit: อีกหนึ่งปัจจัยเบื้องหลังปัญหา
ในประโยคนี้ culprit ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงบุคคล ภาวะ หรือสิ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ภาวะซึมเศร้าถูกระบุว่าเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาด้านความจำที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงอาชญากร another แสดงว่ามีการกล่าวถึงสาเหตุอย่างน้อยหนึ่งอย่างไปแล้ว และตอนนี้กำลังเพิ่มอีกหนึ่งสาเหตุ เมื่อพบ culprit ในข่าวหรือบทอธิบาย จึงเข้าใจได้ว่าเป็นปัจจัยเบื้องหลังผลลัพธ์ที่ไม่ดี
แบบฝึกหัด
ใน "A faulty cable was the culprit behind the outage," คำว่า culprit หมายถึงอะไร
- คนที่ซ่อมสายเคเบิล
- สาเหตุของไฟฟ้าดับ
- เครื่องมือที่ใช้ทดสอบไฟฟ้า
ดูคำตอบ
สาเหตุของไฟฟ้าดับ
are 40% more likely to develop memory problems: โอกาสเชิงสัมพัทธ์
โครงสร้าง be 40% more likely to + คำกริยา ใช้เปรียบเทียบกลุ่มหนึ่งกับกลุ่มอ้างอิง โดยหมายความว่าโอกาสเชิงสัมพัทธ์สูงขึ้น 40% ในที่นี้กลุ่มอ้างอิงที่ไม่ได้กล่าวตรง ๆ คือผู้ที่ไม่มีภาวะซึมเศร้า more likely ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน และ 40% ก็ไม่ใช่สัดส่วนสุดท้ายของผู้ที่จะมีปัญหาด้านความจำ หากความน่าจะเป็นของกลุ่มอ้างอิงคือ 10% การเพิ่มขึ้นเชิงสัมพัทธ์ 40% จะได้ 14%: 10% × 1.40
แบบฝึกหัด
กลุ่มอ้างอิงมีความน่าจะเป็น 10% ที่จะเกิดผลลัพธ์หนึ่ง Another group is 40% more likely to have that outcome. ในการเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์แบบง่าย ความน่าจะเป็นของกลุ่มที่สองคือเท่าใด
- 40%
- 50%
- 14%
ดูคำตอบ
14%
Low levels of serotonin: ปริมาณเซโรโทนินที่วัดได้ต่ำกว่าช่วงปกติ
Low levels of serotonin หมายถึงปริมาณหรือความเข้มข้นของเซโรโทนินที่วัดได้ต่ำกว่าช่วงปกติ ช่วงที่คาดไว้ หรือช่วงที่ดีต่อสุขภาพ ในที่นี้ levels หมายถึงปริมาณที่วัดได้ ไม่ใช่ชั้นของอาคาร ส่วน serotonin คือสารที่ถูกวัด โครงสร้าง low levels of + สารหรือตัวชี้วัด พบได้บ่อยในบริบททางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสถิติ ในประโยคนี้ นามวลีทั้งหมด Low levels of serotonin ระบุภาวะที่อาจทำให้เกิดผลซึ่งอธิบายต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงปริมาณต่ำกว่าช่วงปกติ: The blood test showed ____ vitamin D.
ดูคำตอบ
low levels of
may make ... less attentive to ...: โครงสร้างก่อเหตุ make + กรรม + คุณศัพท์
ในที่นี้ make หมายถึงทำให้เกิด ไม่ได้หมายถึงสร้างสิ่งของ โครงสร้างคือ may + make + กรรม + วลีคุณศัพท์ โดย depressed individuals เป็นกรรม และ less attentive to new information อธิบายสภาพที่เกิดขึ้นกับกรรมนั้น attentive ใช้ to นำหน้าสิ่งที่ได้รับความสนใจ less attentive to หมายถึงใส่ใจบางสิ่งน้อยลง ส่วน may บอกว่าผลนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โครงสร้างนี้ยังนำไปใช้เป็น make someone more/less + adjective ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายผลที่อาจเกิดขึ้น
- Poor lighting may make readers less attentive to small details.
- Poor lighting may make less attentive readers to small details.
- Poor lighting may make readers to be less attentive to small details.
ดูคำตอบ
Poor lighting may make readers less attentive to small details.
Dwelling on sad events: การติดอยู่กับความคิดเชิงลบซ้ำ ๆ
Dwell on something หมายถึงการคิดถึงบางสิ่งต่อไปเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นทำให้ไม่สบายใจหรือการคิดเช่นนั้นไม่เป็นประโยชน์ Dwelling on sad events จึงหมายถึงการที่ความคิดยังติดอยู่กับเหตุการณ์เศร้าเหล่านั้นและปล่อยวางได้ยาก ในที่นี้ Dwelling on sad events เป็นวลีรูป -ing ที่ใช้เรียกพฤติกรรมซ้ำ ๆ นี้ โดย dwell ไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
หลังการแข่งขัน Leo หยุดคิดถึงความผิดพลาดครั้งหนึ่งไม่ได้ ประโยคใดอธิบายเขาได้ดีที่สุด
- He forgot the mistake at once.
- He kept dwelling on the mistake.
- He briefly thought about the mistake and moved on.
ดูคำตอบ
He kept dwelling on the mistake.
makes it difficult to pay attention: it ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมแทน
ในโครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to do คำว่า it เป็นกรรมที่ใช้แทนตำแหน่งไว้ก่อน ส่วนการกระทำที่คำคุณศัพท์อธิบายจริง ๆ จะอยู่ภายหลังในรูป to-infinitive คือ to pay attention ดังนั้น makes it difficult to pay attention จึงหมายถึงบางสิ่งทำให้การใส่ใจเป็นเรื่องยาก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive โดยเปลี่ยนคำคุณศัพท์หรือการกระทำได้ เช่น make it easy to understand หรือ make it impossible to ignore
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + it + difficult + to ตามที่กำหนด: Poor lighting ____ read the small print.
ดูคำตอบ
makes it difficult to
affecting the ability to store short-term memories.
3:10ส่งผลต่อความสามารถในการจัดเก็บความจำระยะสั้น
be tied to: แสดงความเชื่อมโยง
Be tied to หมายถึง “เชื่อมโยงกับ” หรือ “เกี่ยวข้องกับ” ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปกล่าวถึง isolation ที่พูดถึงก่อนหน้า ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าความโดดเดี่ยวกับภาวะซึมเศร้ามีความเชื่อมโยงกัน ไม่ได้หมายถึงการใช้เชือกผูกจริง ๆ ในภาษาของงานวิจัยหรือข่าว วลีนี้มักใช้รายงานความสัมพันธ์ การใช้วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในรายงานการวิจัย “A is tied to B” หมายความว่าได้รับการพิสูจน์อย่างแน่นอนแล้วว่า A เป็นสาเหตุของ B
- ไม่จริง
- จริง
ดูคำตอบ
ไม่จริง
high levels of social integration: การบูรณาการทางสังคมในระดับสูง
การบูรณาการทางสังคมหมายถึงระดับที่บุคคลเชื่อมโยงกับและมีส่วนร่วมในความสัมพันธ์ กลุ่ม และชีวิตในชุมชน ในประโยคนี้ high levels of social integration หมายความว่าผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่แน่นแฟ้นและสม่ำเสมอ integration ในที่นี้อธิบายความเชื่อมโยงภายในเครือข่ายสังคม ไม่ใช่การรวมเทคโนโลยีหรือระบบเข้าด้วยกัน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึง high levels of social integration ได้ดีที่สุด
- วิศวกรคนหนึ่งรวมระบบซอฟต์แวร์สองระบบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
- คนคนหนึ่งหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้อื่นและไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน
- ผู้สูงอายุคนหนึ่งพบเพื่อนเป็นประจำและเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน
ดูคำตอบ
ผู้สูงอายุคนหนึ่งพบเพื่อนเป็นประจำและเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน
A study by ... found that ...: ระบุแหล่งที่มาก่อนผลการวิจัย
A study by ... found that ... เป็นกรอบที่จัดลำดับหลักฐานเป็นสองขั้นตอน โดย A study by + นักวิจัยหรือสถาบัน ใช้ระบุแหล่งที่มา ส่วน found that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ ใช้บอกผลการวิจัย ในที่นี้ found หมายถึง “ค้นพบผ่านการวิจัย” ไม่ใช่ “พบสิ่งของที่หายไป” การวางแหล่งที่มาไว้ก่อนผลการวิจัยช่วยให้ผู้อ่านเห็นว่าหลักฐานมาจากไหน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยกรอบ A study by ... found that ... และใช้ the university team เป็นแหล่งที่มา: ____ regular breaks improved concentration.
ดูคำตอบ
A study by the university team found that
a slower rate of memory decline: อัตราการเสื่อมของความจำที่ช้ากว่า
rate ในที่นี้หมายถึงความเร็วของการเปลี่ยนแปลง a slower rate of memory decline หมายความว่าความจำยังอาจแย่ลงตามเวลา แต่แย่ลงช้ากว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ คำเปรียบเทียบ slower ต้องมีจุดอ้างอิง วลีนี้เปรียบเทียบความเร็วของการเสื่อม ไม่ได้หมายความว่าการเสื่อมหยุดลงแล้ว และไม่ได้พิสูจน์ว่ากลุ่มใดมีระดับความจำสูงกว่า ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง
แบบฝึกหัด
a slower rate of memory decline มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร
- ความจำของพวกเขายังอาจเสื่อมลง แต่เสื่อมช้ากว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ
- ระดับความจำของพวกเขาต้องสูงกว่าคนอื่นทุกคนอยู่แล้ว
- ความจำของพวกเขาไม่เสื่อมลงเลย
ดูคำตอบ
ความจำของพวกเขายังอาจเสื่อมลง แต่เสื่อมช้ากว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ
remains unclear: สภาวะที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ในประโยคนี้ remains เป็นกริยาเชื่อม และ unclear เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพของ reason โครงสร้างคือ ประธาน + remain + คำคุณศัพท์ โดย remain ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทิ้งสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง Remains unclear หมายความว่าคำตอบไม่ชัดเจนมาก่อนและจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป สำนวนนี้ช่วยยอมรับความไม่แน่นอนโดยไม่กล่าวเกินกว่าหลักฐานที่มี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ remain และคำคุณศัพท์ที่หมายถึง ‘ยังไม่ทราบ’: After two inspections, the cause ____.
ดูคำตอบ
remains unclear
experts suspect that: ระบุการประเมินของผู้เชี่ยวชาญที่ยังไม่ยืนยัน
Experts ระบุแหล่งที่มาของข้อสรุป suspect เป็นกริยาที่ใช้รายงานความเห็น และ that นำเข้าสู่เนื้อหาของความเห็นนั้น เมื่อรวมกัน experts suspect that จึงวางกรอบให้คำอธิบายที่ตามมาเป็นการประเมินของผู้เชี่ยวชาญจากเบาะแส ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว suspect ในที่นี้หมายถึงคิดว่าบางสิ่งน่าจะเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงกล่าวหาว่าใครก่ออาชญากรรม การเลือกคำนี้ลดระดับความแน่นอนและช่วยแยกคำอธิบายที่เป็นไปได้ออกจากข้อสรุปที่ได้รับการยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
นักวิจัยมีเบาะแสแต่ยังไม่มีหลักฐาน ประโยคใดรายงานข้อสรุปด้วยระดับความแน่นอนที่เหมาะสม
- Researchers suspect that the fish died because the water became too warm.
- Researchers know that the fish died because the water became too warm.
- Researchers proved that the fish died because the water became too warm.
ดูคำตอบ
Researchers suspect that the fish died because the water became too warm.
gives our brain a mental workout: การเปรียบการคิดอย่างกระตือรือร้นกับการออกกำลัง
ในประโยคนี้ gives our brain a mental workout เป็นคำเปรียบเทียบ รูปแบบ give + something + a workout หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งทำงานหนัก ส่วน mental ชี้ว่าความพยายามนั้นเป็นการใช้ความคิด ไม่ใช่การออกกำลังกาย ผู้พูดหมายความว่าปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอาจกระตุ้นทักษะอย่างการใส่ใจ ความจำ และการตอบสนองอย่างรวดเร็ว จึงช่วยให้สมองตื่นตัวอยู่เสมอ ไม่ได้หมายความว่าสมองไปออกกำลังกายในโรงยิมจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ workout เป็นคำเปรียบเทียบถึงการท้าทายสมองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- My brain lifted weights during the logic puzzle.
- The logic puzzle sent my brain to the gym.
- Working through the logic puzzle gave my brain a real workout.
ดูคำตอบ
Working through the logic puzzle gave my brain a real workout.
Just like muscle...: การเปิดประเด็นด้วยการเปรียบเทียบ
Just like muscle strength เป็นวลีเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค โดยยกกรณีที่คุ้นเคยขึ้นมาก่อน แล้วจึงเสนอใจความหลักว่า ความสามารถของสมองก็อาจลดลงเมื่อไม่ได้ใช้งาน เช่นเดียวกับกำลังของกล้ามเนื้อ รูปแบบ Just like + กลุ่มคำนาม, ประโยคหลัก ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยส่งสัญญาณว่ากำลังเปรียบเทียบกัน ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทที่แปลว่า ‘เหมือนกับ’ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า ‘ชอบ’ และ just เน้นความคล้ายกันอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Just like + กลุ่มคำนาม ได้ถูกต้องเพื่อเปิดการเปรียบเทียบ
- Only like a map, a clear plan shows you where to go next.
- Just like a map, a clear plan shows you where to go next.
- Just liking a map, a clear plan shows you where to go next.
ดูคำตอบ
Just like a map, a clear plan shows you where to go next.
have to ... or risk -ing: การกระทำและผลที่ตามมา
ใน have to use our brain or risk losing it คำว่า or หมายถึง “มิฉะนั้น” ไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่างที่เท่าเทียมกัน โครงสร้าง have to do A or risk doing B บอกว่าจำเป็นต้องทำ A เพราะหากไม่ทำก็อาจนำไปสู่ผลเสีย B เมื่อมีการกระทำตามหลัง risk ต้องใช้รูป -ing จึงเป็น risk losing ไม่ใช่ risk to lose ส่วน it ในที่นี้หมายถึงความสามารถหรือการทำงานของสมอง ไม่ได้หมายความว่าสมองจะหายไปจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนโดยใช้โครงสร้าง have to ... or risk + -ing พร้อมคำว่า complete และ miss: You ____ the form today, or risk ____ the deadline.
ดูคำตอบ
have to complete · missing
Don't despair: การปลอบใจอย่างหนักแน่นเมื่อความหวังกำลังลดลง
Don't despair หมายถึง “อย่าสูญเสียความหวัง” ในที่นี้ใช้ปลอบใจผู้ฟังหลังจากกล่าวถึงเรื่องที่น่ากังวล และเป็นสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงทางแก้หรือคำแนะนำที่ให้กำลังใจ despair มีความรุนแรงทางอารมณ์มากกว่า worry มาก สำนวนนี้เหมาะกับสถานการณ์ที่อาจทำให้รู้สึกว่าไม่มีความหวัง ไม่ใช่ความกังวลเล็กน้อยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินสถานการณ์: เพื่อนหาดินสอไม่พบอยู่ครู่หนึ่ง การพูดว่า “Don't despair.” มักเป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติและเหมาะกับสถานการณ์
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
several steps you ... can take: การกระทำที่คุณลงมือทำได้
ใน several steps you can take คำว่า steps หมายถึงการกระทำหรือมาตรการ ไม่ใช่ก้าวเท้าจริง ๆ ขณะเดิน ทั้งวลีหมายถึงการกระทำหลายอย่างที่คุณสามารถลงมือทำได้ you can take ขยายคำว่า steps โดยมีโครงสร้างเดียวกับ steps that you can take แต่ละ that ไว้ รูปแบบนี้มักใช้เกริ่นคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง และใช้ to + คำกริยาเพื่อบอกเป้าหมายได้ เช่น steps you can take to protect your data
แบบฝึกหัด
คู่มือกำลังจะระบุการกระทำที่ผู้อ่านทำได้เพื่อปกป้องบัญชีของตน ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับใช้เป็นประโยคเปิด
- There are several steps you can take to protect your account.
- There are several steps from the desk to the door.
- There are several numbered steps you should follow to reset your account.
ดูคำตอบ
There are several steps you can take to protect your account.
aid ... in preserving: โครงสร้างทางการ aid + กรรม + in + -ing
โครงสร้าง aid + บุคคลหรือสิ่งของ + in + -ing หมายถึงช่วยให้บุคคลหรือสิ่งนั้นทำกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ your brain คือสิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือ และ preserving your memories คือกิจกรรมที่ได้รับความช่วยเหลือ in ใช้เชื่อมไปยังกิจกรรม ไม่ได้บอกสถานที่ aid เป็นทางการกว่า help จึงพบโครงสร้างนี้ได้บ่อยในคำอธิบายด้านสุขภาพ เทคนิค นโยบาย และวิชาการ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างทางการ aid ... in + -ing ให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ detect: The new software aids doctors in ____ early signs of disease.
ดูคำตอบ
detecting
Make sure you...: การเตือนโดยตรง
Make sure + ประธาน + คำกริยา ใช้บอกให้อีกฝ่ายตรวจสอบว่าการกระทำหนึ่งเสร็จสิ้นหรือเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริง ในประโยคนี้ Make sure you... นำเข้าสู่คำแนะนำด้านสุขภาพที่สำคัญ ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังทำตามจริง ๆ ไม่ใช่เพียงพิจารณาไว้เท่านั้น โครงสร้างนี้เป็นประโยคคำสั่งที่ทำหน้าที่เป็นคำเตือนหรือคำแนะนำโดยตรง Make sure ไม่ได้หมายถึง “สร้างความแน่นอน” แต่หมายถึง “ทำให้แน่ใจว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น”
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้: ____ you lock the door before you leave.
ดูคำตอบ
Make sure
keep physically active: รักษาความกระฉับกระเฉงทางร่างกาย
Keep + คำคุณศัพท์ หมายถึง “คงอยู่ในสภาวะหนึ่งต่อไป” ใน keep physically active คำว่า active เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน physically เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ระบุว่าเป็นความกระฉับกระเฉงด้านใด วลีนี้หมายถึงการใช้และขยับร่างกายอย่างต่อเนื่อง อาจรวมถึงการเดิน การออกกำลังกาย หรืองานประจำวันซึ่งต้องเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ได้หมายถึงการตื่นตัวทางความคิดหรือการยุ่งกับกิจกรรมทางสังคม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ keep physically active เพื่อกล่าวถึงการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ?
- Daily gardening helps her keep physically active.
- Calling her friends helps her keep socially active.
- Doing puzzles helps her keep mentally active.
ดูคำตอบ
Daily gardening helps her keep physically active.
Increased blood flow to the brain is helpful.
3:46การเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองนั้นมีประโยชน์
keep functioning correctly: การทำต่อเนื่องด้วย keep + -ing
ในประโยคนี้ keep functioning correctly หมายถึงทำงานต่อไปอย่างถูกต้อง หลัง keep ใช้รูป -ing คือ functioning จึงสื่อว่าการทำงานของสมองเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องไปตามเวลา รูปแบบ keep + -ing ใช้บรรยายการกระทำหรือกระบวนการที่ไม่หยุดได้ เช่น เครื่องจักรสามารถ keep running และระบบสามารถ keep working ได้ ในรูปแบบนี้ห้ามใช้กริยารูปพื้นฐานต่อจาก keep โดยตรง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ function เติมประโยคให้สมบูรณ์: With regular maintenance, the machine can keep ____ correctly.
ดูคำตอบ
functioning
give your brain a workout: การเปรียบเทียบกับการฝึกสมอง
give your brain a workout หมายถึงการท้าทายความคิดด้วยกิจกรรมที่ทำให้คุณคิด จดจำ หรือเรียนรู้ เป็นการเปรียบความพยายามทางสมองกับการออกกำลังกาย ไม่ได้หมายความว่าสมองไปยิมจริง ๆ give + something + a workout หมายถึงทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำงานหนักหรือถูกใช้อย่างเต็มที่ ในที่นี้ workout เป็นคำนามนับได้ที่เขียนเป็นคำเดียวต่อจาก a ไม่ใช่กริยาวลีสองคำ work out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำนามหนึ่งคำที่หมายถึงการฝึกสมอง: A tricky riddle can give your brain a ____.
ดูคำตอบ
workout
best defenses for keeping your memories intact.
4:01การป้องกันที่ดีที่สุดในการรักษาความทรงจำของคุณให้คงอยู่
Exposing your brain to challenges ... ในฐานะวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
วลีทั้งหมด Exposing your brain to challenges like learning a new language เป็นวลี gerund ที่ใช้เป็นประธาน วลีนี้กล่าวถึงกิจกรรมหนึ่งอย่างเป็นสิ่งเดียว กริยาหลักจึงเป็นเอกพจน์คือ is รูปแบบ expose A to B หมายถึงทำให้ A ได้สัมผัสกับ B ในที่นี้ challenges อยู่ในตำแหน่ง B และ like learning a new language ยกตัวอย่างความท้าทายเหล่านั้น Exposing มีความหมายเชิงกระทำ คือมีคนตั้งใจให้สมองพบกับความท้าทายที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าสมองถูกนำไปอยู่ในอันตรายโดยไม่ได้เป็นผู้กระทำ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้วลี -ing เป็นประธานอย่างถูกต้องและใช้กริยาเอกพจน์ให้สอดคล้องกัน
- Exposing children to different kinds of music help them discover new interests.
- Expose children to different kinds of music helps them discover new interests.
- Exposing children to different kinds of music helps them discover new interests.
ดูคำตอบ
Exposing children to different kinds of music helps them discover new interests.
one of the best defenses: ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์
โครงสร้าง one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงการเลือกสมาชิกหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่ได้รับการประเมินว่าสูงมาก หลัง one of the best จึงต้องใช้ defenses ซึ่งเป็นพหูพจน์ ไม่ใช่ defense ส่วน is ที่เป็นเอกพจน์สอดคล้องกับวลีที่กล่าวถึงกิจกรรมก่อนหน้า โดย defenses อยู่ในส่วนเติมเต็มและไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปกริยา one of the best defenses ให้การประเมินวิธีนี้ในเชิงบวกอย่างมาก แต่ไม่ได้อ้างว่าเป็นวิธีป้องกันเพียงวิธีเดียวหรือดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว for keeping your memories intact บอกจุดประสงค์ ส่วน intact หมายถึงครบถ้วนและไม่เสียหาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ defense เพื่อเติมโครงสร้าง one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์: A regular backup routine is one of the best ____ against data loss.
ดูคำตอบ
defenses