ข้อดีของการเป็น "แค่เพื่อนที่ดีต่อกัน": บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
701 คำ 147 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอปฏิเสธแนวคิดว่ามิตรภาพเป็นเพียงความรักที่ล้มเหลว และเสนอว่ามิตรภาพมอบความใกล้ชิดที่อ่อนโยนและยั่งยืนกว่า จึงควรเป็นเป้าหมายสำคัญของชีวิต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "just good friends." — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าที: สังเกตว่าเป็นการปฏิเสธเชิงรักอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่คำบรรยายกลาง ๆ และเข้าใจขอบเขตที่วางไว้ 2. "stick by us" — กริยาวลี: เข้าใจว่า “ยังคงซื่อสัตย์และสนับสนุน” เมื่อมีปัญหา และใช้บรรยายความสัมพันธ์ที่ไว้ใจได้ 3. "an arena in which" — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ arena ว่าเป็นขอบเขตที่บางสิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่สนามกีฬา และใช้อนุประโยคสัมพันธ์ทางการเพื่อเกริ่นสิ่งที่เกิดได้ในนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One of the most subtly hurtful and quietly damning of all remarks, วลี

0:00

หนึ่งในคำพูดที่ทำร้ายจิตใจอย่างแนบเนียนและตัดสินโทษอย่างเงียบเชียบที่สุด

วลี

ทำร้ายอย่างแนบเนียนและตัดสินอย่างรุนแรงโดยไม่แสดงออก

ในวลีนี้ subtly ขยาย hurtful หมายความว่าคำพูดนั้นทำร้ายความรู้สึกโดยอ้อมหรือในแบบที่สังเกตได้ยาก ส่วน quietly ขยาย damning หมายความว่าคำพูดนั้นสร้างความเสียหายหรือตัดสินใครหรือบางสิ่งอย่างรุนแรง โดยไม่ฟังดูเกินจริงหรือแสดงพลังของมันอย่างชัดเจน quietly ในที่นี้บอกลักษณะและระดับการเปิดเผยของการตัดสิน ไม่ได้หมายถึงแค่พูดเสียงเบา โครงสร้างคู่ขนานแบบคำวิเศษณ์ + คำคุณศัพท์ทั้งสองส่วนจึงสื่อว่า ภายนอกดูยับยั้งชั่งใจแต่มีผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “subtly hurtful and quietly damning” ในตัวอย่างมากที่สุด?

  1. พูดด้วยเสียงเบาแต่ไม่ได้สร้างความเสียหาย
  2. ดูหมิ่นอย่างเปิดเผยและกล่าวหาเสียงดัง
  3. ทำร้ายและตัดสินอย่างรุนแรง แต่แสดงออกอย่างยับยั้งและโดยอ้อม
ดูคำตอบ

ทำร้ายและตัดสินอย่างรุนแรง แต่แสดงออกอย่างยับยั้งและโดยอ้อม

perhaps sweetly delivered on the doorstep at the end of a long evening

0:05

ซึ่งอาจเอ่ยออกมาอย่างหวานหูที่หน้าประตูในตอนจบของค่ำคืนอันยาวนาน

with the taxi still hovering somewhere just out of sight,

0:09

โดยที่รถแท็กซี่ยังคงจอดรออยู่ที่ไหนสักแห่งลับสายตา

is the suggestion that we should in the end probably remain just good friends. น้ำเสียง/เจตนา

0:13

คือคำเสนอที่ว่าสุดท้ายแล้วเราอาจควรเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน

น้ำเสียง/เจตนา

just good friends ในฐานะขอบเขตความรักที่สุภาพ

just ในที่นี้จำกัดความสัมพันธ์ให้เหลือเพียงมิตรภาพ ในบริบทของการออกเดตหรือความรัก remain just good friends มักหมายถึงการไม่พัฒนาเป็นคู่รักหรือไม่ดำเนินความสัมพันธ์ต่อในฐานะคู่รัก ถ้อยคำนี้ฟังดูเป็นบวกเพราะ good friends ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ แต่หน้าที่หลักในบทสนทนาคือการปฏิเสธความสัมพันธ์เชิงรักอย่างสุภาพหรือกำหนดขอบเขต ความหมายนี้เกิดจากบริบท ไม่ใช่จากวลีเพียงอย่างเดียว และนอกบริบทความรัก วลีนี้อาจหมายถึงมิตรภาพตามตัวอักษรได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทการออกเดต “Let’s remain just good friends” มักหมายความว่าผู้พูดต้องการให้ความสัมพันธ์เชิงรักดำเนินต่อไป

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

We know exactly what to understand by this.

0:20

เรารู้ดีว่าควรเข้าใจความหมายของสิ่งนี้ว่าอย่างไร

The path towards a tender future สำนวน

0:23

เส้นทางสู่อนาคตอันอ่อนโยน

is being gently but firmly closed off.

0:26

กำลังถูกปิดตายอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด

สำนวน

เส้นทางสู่อนาคตอันอ่อนโยนถูกปิดลงอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น

ประโยคนี้ใช้เส้นทางเป็นอุปมา โดยจินตนาการถึงอนาคตด้านความรักที่อาจเกิดขึ้นว่าเป็นเส้นทาง และการปิดเส้นทางนั้นหมายถึงการตัดโอกาสที่จะไปสู่อนาคตดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ คำคู่ gently but firmly แยกวิธีพูดออกจากตัวการตัดสินใจ ข้อความถูกสื่ออย่างสุภาพและอ่อนโยน แต่การตัดสินใจนั้นชัดเจนและไม่เปิดให้ต่อรอง

แบบฝึกหัด

gently but firmly closed off ในประโยคนี้แสดงอะไร

  1. ผู้พูดกำลังเลื่อนการตัดสินใจอย่างนุ่มนวล
  2. ถนนจริงถูกปิดชั่วคราว
  3. วิธีพูดที่สุภาพซ่อนการปฏิเสธที่แน่นอนไว้
ดูคำตอบ

วิธีพูดที่สุภาพซ่อนการปฏิเสธที่แน่นอนไว้

We are, with a smile,

0:29

เรากำลังถูกผลักไสด้วยรอยยิ้ม

being shunted into the category of the failed, สำนวน

0:30

ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของผู้พ่ายแพ้

the ignored, and the lightly despised.

0:33

ผู้ถูกเพิกเฉย และผู้ถูกรังเกียจเบาๆ

สำนวน

being shunted into the category: การถูกผลักเข้าสู่หมวดหมู่โดยไม่มีทางเลือก

เดิมที shunt หมายถึงการย้ายยานพาหนะ โดยเฉพาะตู้รถไฟ ไปยังรางอื่น ในที่นี้วลีรูปถูกกระทำ being shunted into the category ทำให้การจัดประเภทดูเหมือนการเคลื่อนย้ายโดยถูกบังคับ กล่าวคือ คนอื่นหรือสถานการณ์กำลังผลักผู้พูดเข้าไปอยู่ใต้ป้ายกำกับหนึ่ง อุปมานี้สื่อว่าผู้พูดแทบไม่มีอำนาจควบคุม และกำลังถูกย้ายไปยังตำแหน่งที่มีคุณค่าน้อยกว่าหรือถูกกันไว้ชายขอบ รายการที่ตามมาบอกว่าผู้พูดรู้สึกว่าตนถูกจัดประเภทอย่างไร ไม่ได้พิสูจน์ว่าป้ายกำกับเหล่านั้นถูกต้องอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be shunted into ได้เหมาะที่สุดเพื่อแสดงการโยกย้ายแบบถูกกระทำที่ไม่เป็นที่ต้องการ

  1. The editor grouped the articles by publication date.
  2. The librarian put the returned books onto a cart.
  3. After the merger, the small research team was shunted into a low-priority division.
ดูคำตอบ

After the merger, the small research team was shunted into a low-priority division.

The other must in some way have worked out the despicable truths about us, กริยาวลี

0:36

อีกฝ่ายคงต้องหาวิธีรับรู้ความจริงอันน่ารังเกียจเกี่ยวกับตัวเราได้แล้วแน่ๆ

กริยาวลี

worked out: ได้ข้อสรุปจากเบาะแส

ในประโยคนี้ worked out หมายถึงคิดจากเบาะแสแล้วอนุมานหรือเข้าใจได้ อีกฝ่ายดูเหมือนจะสรุปความจริงที่ไม่น่าพอใจเหล่านั้นจากสถานการณ์ ไม่ได้มีใครบอกโดยตรง โครงสร้างคือ work out + กลุ่มคำนาม หรือ work out + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ในความหมายนี้จะเน้นการเข้าใจหรือได้ข้อสรุปจากการคิด การคำนวณ หรือหลักฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่เน้นไว้ในตัวอย่าง: After comparing the timestamps, Amir ____ that the photo had been edited.

ดูคำตอบ

worked out

all the ones that we tried so hard to disguise

0:41

ความจริงทั้งหมดที่เราพยายามอย่างหนักเพื่อปิดบัง

and even to believe didn't exist,

0:44

และแม้กระทั่งหลอกตัวเองว่ามันไม่มีอยู่จริง

and has logically decided to take their leave. วลี

0:46

และได้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลที่จะเดินจากไป

วลี

take their leave: วิธีพูดอย่างเป็นทางการว่ากล่าวลาและจากไป

Take their leave เป็นสำนวนที่หมายถึงกล่าวลาแล้วจากไป ในที่นี้ leave เป็นคำนามที่หมายถึงการจากไป ส่วน their ทำให้รูปแบบตายตัว take + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + leave สมบูรณ์ สำนวนนี้ฟังเป็นทางการและค่อนข้างโบราณ จึงสร้างน้ำเสียงแบบวรรณกรรมหรือพิธีการได้ นอกจากนี้ their ยังใช้แทนบุคคลคนเดียวได้เมื่อไม่ได้ระบุเพศหรืออัตลักษณ์ของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้ในเรื่องเล่าที่เป็นทางการ: “After thanking the host, the ambassador took their leave.”

  1. ไม่เป็นธรรมชาติ: หมายถึงเอกอัครราชทูตเริ่มไปพักร้อน
  2. เป็นธรรมชาติ: หมายถึงเอกอัครราชทูตกล่าวลาแล้วจากไป
ดูคำตอบ

เป็นธรรมชาติ: หมายถึงเอกอัครราชทูตกล่าวลาแล้วจากไป

We return crushed to an apartment which we had left with butterflies สำนวน

0:50

เรากลับไปยังอพาร์ตเมนต์ด้วยความรู้สึกแหลกสลาย ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

and elevated hopes only a few hours before.

0:54

เราเพิ่งจากมาด้วยความรู้สึกหวิวในท้องและความหวังอันเปี่ยมล้น

สำนวน

with butterflies: ความตื่นเต้นปนประหม่าและความคาดหวัง

ในที่นี้ with butterflies หมายถึงอยู่ในภาวะที่ตื่นเต้นแบบประหม่าและเฝ้ารอ เป็นการละบางส่วนของสำนวนที่คุ้นเคยอย่าง have butterflies in your stomach ดังนั้น butterflies จึงไม่ได้หมายถึงผีเสื้อจริง ๆ ภาพเปรียบนี้อธิบายความรู้สึกผสมก่อนเหตุการณ์สำคัญ คือทั้งตื่นเต้นอย่างมีความหวังและรู้สึกประหม่าทางร่างกาย ไม่ใช่เพียงความกลัว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงความรู้สึกประหม่าปนตื่นเต้นให้สมบูรณ์: Before my first concert, I had ____ in my stomach.

ดูคำตอบ

butterflies

We hear the invitation to a friendship as synonymous with insult วลี

0:58

เราฟังคำเชิญให้เป็นเพื่อนราวกับว่ามันมีความหมายเดียวกับคำดูถูก

วลี

hear A as synonymous with B: การตีความสาร

ในที่นี้ hear หมายถึงการตีความหรือรับสาร ไม่ใช่เพียงได้ยินเสียง โครงสร้าง hear A as B แสดงความหมายหรือผลที่ผู้ฟังมอบให้ A กล่าวคือ คำชวนให้เป็นเพื่อนกันถูกตีความว่าเป็นการดูหมิ่น โดยปกติ synonymous with หมายถึงมีความหมายเหมือนกับ แต่ในที่นี้ใช้แบบกว้างและเป็นมุมมองส่วนบุคคลมากกว่า ในการตีความด้านอารมณ์และความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ฟัง คำชวนนั้นสื่อถึงการปฏิเสธในทางปฏิบัติ จึงรู้สึกว่าเทียบเท่ากับการดูหมิ่น ไม่ได้อ้างว่าคำเหล่านั้นเป็นคำพ้องความหมายตามพจนานุกรม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya heard the manager's silence as a refusal,” โครงสร้าง heard A as B หมายความว่าอย่างไร

  1. Maya เชื่อว่า silence และ refusal เป็นคำพ้องความหมายที่ตรงกันทุกประการในพจนานุกรม
  2. Maya ได้ยินผู้จัดการพูดคำว่า refusal
  3. Maya ตีความความเงียบนั้นว่าเป็นการปฏิเสธ
ดูคำตอบ

Maya ตีความความเงียบนั้นว่าเป็นการปฏิเสธ

because our romantic culture has continuously,

1:03

เพราะวัฒนธรรมโรแมนติกของเราได้พร่ำบอกมาตลอด

from a young age,

1:06

ตั้งแต่เรายังเด็ก

made one thing sharply clear to us.

1:07

เพื่อทำให้สิ่งหนึ่งชัดเจนแก่เราอย่างยิ่ง

Love is the purpose of existence. ลำดับความ

1:10

ความรักคือเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่

Friendship is the paltry depleted consolation prize. สำนวน

1:13

ส่วนมิตรภาพเป็นเพียงรางวัลปลอบใจที่ไร้ค่าและห่อเหี่ยว

ลำดับความ

โครงสร้างคู่ขนานที่ตัดกันว่า “ความรักคือเป้าหมาย... มิตรภาพคือรางวัลปลอบใจ”

อนุประโยคสั้นสองส่วนใช้กรอบ “X is Y” แบบเดียวกันเพื่อวางความรักกับมิตรภาพไว้คนละขั้วของลำดับคุณค่า ความรักถูกยกให้เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต ส่วนมิตรภาพถูกลดค่าให้เป็นเพียงรางวัลเล็กน้อยเมื่อพลาดความรักไป การเปรียบต่างแบบต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่กระชับนี้นำเสนอแนวคิดของวัฒนธรรมที่ยกความรักโรแมนติกเป็นศูนย์กลางด้วยถ้อยคำที่จงใจรุนแรงและคล้ายคำขวัญ ในบริบทนี้ ผู้เขียนกำลังสรุปความเชื่อที่จะนำมาวิจารณ์ ไม่ได้สรุปว่ามิตรภาพมีคุณค่าน้อยกว่าจริง ๆ

แบบฝึกหัด

โครงสร้างคู่ขนานในข้อความนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ให้คำนิยามแบบพจนานุกรมที่เป็นกลางสองข้อเกี่ยวกับความรักและมิตรภาพ
  2. สร้างลำดับคุณค่าที่สุดโต่งระหว่างความรักโรแมนติกกับมิตรภาพเพื่อปูทางไปสู่การวิจารณ์
  3. โต้แย้งว่ามิตรภาพกับความรักโรแมนติกมีคุณค่าเท่ากันทุกประการ
ดูคำตอบ

สร้างลำดับคุณค่าที่สุดโต่งระหว่างความรักโรแมนติกกับมิตรภาพเพื่อปูทางไปสู่การวิจารณ์

สำนวน

consolation prize: สิ่งทดแทนที่ต้องการน้อยกว่า

ความหมายตรงตัวของ consolation prize คือรางวัลเล็ก ๆ ที่มอบให้ผู้ที่ไม่ได้รับรางวัลหลัก ส่วนความหมายเชิงเปรียบเทียบคือสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนที่ด้อยกว่า หลังจากคนคนนั้นไม่ได้สิ่งที่ต้องการจริง ๆ ในที่นี้ มิตรภาพถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เหลืออยู่เมื่อไม่มีความรักโรแมนติก คำคุณศัพท์ที่อยู่ใกล้กันยิ่งทำให้การจัดลำดับนี้ดูดูหมิ่น และข้อความกำลังนำเสนออคตินี้เพื่อโต้แย้ง ไม่ใช่เพื่อสนับสนุน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงสิ่งทดแทนที่ต้องการน้อยกว่า: After the lead role went to someone else, the smaller part felt like a ____.

ดูคำตอบ

consolation prize

Though this seems like unsurprising common sense, ลำดับความ

1:19

แม้ว่าสิ่งนี้จะดูเหมือนเป็นสามัญสำนึกที่ไม่น่าแปลกใจ

ลำดับความ

Though this seems like unsurprising common sense: ปูกรอบด้วยการยอมรับข้อหนึ่งก่อน

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Though ยอมรับมุมมองที่ฟังดูชัดเจนไว้ก่อน นั่นคือเรื่องนี้ดูเป็นสามัญสำนึกที่ไม่น่าประหลาดใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนยอมรับมุมมองนั้นเป็นข้อสรุปสุดท้าย การวางมุมมองที่คุ้นเคยไว้ก่อนช่วยสร้างกรอบเปรียบต่างกับหลักฐานที่จะตามมา สามารถเข้าใจรูปแบบนี้ได้ว่า “Though X seems true, Y gives us a reason to question X.”

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้แล้วเลือกหน้าที่ของอนุประโยคเปิดที่ใช้ Though: “Though this seems like unsurprising common sense, the evidence points elsewhere.”

  1. ให้หลักฐานที่พิสูจน์มุมมองที่คุ้นเคยนั้น
  2. นำเสนอมุมมองที่คุ้นเคยเป็นข้อยอมรับ ก่อนตามด้วยข้อกล่าวอ้างหลักที่แตกต่างออกไป
  3. ระบุข้อสรุปสุดท้ายของผู้เขียนโดยไม่มีเงื่อนไข
ดูคำตอบ

นำเสนอมุมมองที่คุ้นเคยเป็นข้อยอมรับ ก่อนตามด้วยข้อกล่าวอ้างหลักที่แตกต่างออกไป

what should detain us and encourage us to probe a little ไวยากรณ์

1:22

แต่สิ่งที่ควรหยุดเราไว้และกระตุ้นให้เราเจาะลึกสักนิด

at the claims made on love's behalf สำนวน

1:25

ถึงข้อกล่าวอ้างที่ทำขึ้นในนามของความรัก

is one basic source of evidence:

1:29

ก็คือแหล่งที่มาของหลักฐานพื้นฐานประการหนึ่ง:

ไวยากรณ์

What should detain us ... is one basic source of evidence: อนุประโยคประธานที่ยาว

ส่วนทั้งหมดตั้งแต่ what ถึง love's behalf เป็นนามานุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่นี้ what หมายถึง the thing that หรือ “the thing that should detain us and encourage us to probe ...” กริยาของประโยคหลักยังไม่ปรากฏจนถึงคำว่า is ภายในอนุประโยคประธาน should ใช้ร่วมกับทั้ง detain และ encourage; us เป็นกรรมของกริยาทั้งสองคำ และ to probe เติมความหมายให้ encourage โครงสร้างใหญ่ของประโยคคือ “What ... is one basic source of evidence” ซึ่งเน้นเหตุผลที่ทำให้เราควรหยุดพิจารณา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “What should detain us and encourage us to probe the claims is one basic source of evidence” คำใดเป็นกริยาของประโยคหลัก?

  1. encourage
  2. should
  3. is
  4. detain
ดูคำตอบ

is

สำนวน

on love's behalf: การพูดแทนแนวคิดนามธรรม

on someone's behalf หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของใครบางคน” หรือ “เพื่อผลประโยชน์ของคนนั้น” ในที่นี้ love ถูกทำให้เหมือนเป็นบุคคล โดย claims made on love's behalf คือคำกล่าวอ้างที่ผู้คนยกขึ้นมาเพื่อปกป้องหรือส่งเสริมความรัก ความรักไม่ได้ขอให้ใครพูดแทนจริง ๆ สำนวนนี้ช่วยให้ผู้เขียนตั้งคำถามต่อสิ่งที่วัฒนธรรมกล่าวสนับสนุนความรัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ claims made on love's behalf หมายถึงอะไร?

  1. คำกล่าวอ้างจากคนที่มีนามสกุลว่า Love
  2. คำกล่าวอ้างที่ผู้คนยกขึ้นมาเพื่อปกป้องหรือส่งเสริมความรัก
  3. คำกล่าวอ้างที่ความรักขอให้ทนายเสนอต่อจริง ๆ
ดูคำตอบ

คำกล่าวอ้างที่ผู้คนยกขึ้นมาเพื่อปกป้องหรือส่งเสริมความรัก

the behavior, level of satisfaction,

1:32

พฤติกรรม ระดับความพึงพอใจ

and state of mind of those engaged in love.

1:34

และสภาพจิตใจของผู้ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก

If we were to judge love chiefly by its impact, ไวยากรณ์

1:39

หากเราจะตัดสินความรักจากผลกระทบของมันเป็นหลัก

by the extent of the tears, ลำดับความ

1:43

จากปริมาณของน้ำตา

the depths of the frustrations,

1:45

ความลึกของความขุ่นเคือง

the viciousness of the insults that unfold in its name,

1:47

ความโหดร้ายของคำดูถูกที่เปิดเผยออกมาในนามของความรัก

ลำดับความ

the extent ... the depths ... the viciousness ในฐานะรายการที่รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ

นามวลีสามชุดที่มีโครงสร้างขนานกันจัดเรียงหลักฐานให้รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ โดย tears แสดงความเจ็บปวดทางอารมณ์ frustrations ทำให้ความกดดันลึกขึ้น และ vicious insults แสดงผลลัพธ์ที่เป็นปฏิปักษ์มากที่สุด รูปแบบ the + noun + of + noun ที่ซ้ำกันทำให้แต่ละรายการมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน ขณะที่ความหมายรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ by ที่ต้นข้อความสานต่อแนวคิดก่อนหน้าว่าควรตัดสินความรักจากผลที่เกิดขึ้น that unfold in its name ขยาย insults และ its หมายถึง love กล่าวคือคำดูหมิ่นเหล่านั้นเกิดขึ้นโดยอ้างชื่อของความรัก

แบบฝึกหัด

ลำดับของ tears, frustrations และ vicious insults ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เนื้อหาให้คำจำกัดความของความรักที่เป็นกลางเท่า ๆ กันสามข้อ
  2. เนื้อหาไล่จากหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดไปหาหลักฐานที่อ่อนที่สุด
  3. เนื้อหาไล่จากความเจ็บปวดทางอารมณ์ไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นปฏิปักษ์มากขึ้นเรื่อย ๆ
  4. เนื้อหาเรียงเหตุการณ์สามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

เนื้อหาไล่จากความเจ็บปวดทางอารมณ์ไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นปฏิปักษ์มากขึ้นเรื่อย ๆ

we wouldn't continue to rate it as we do

1:51

เราคงไม่ประเมินค่ามันอย่างที่เราทำอยู่ทุกวันนี้

ไวยากรณ์

If we were to judge...: เงื่อนไขสมมุติแบบเป็นทางการ

if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอเงื่อนไขสมมุติโดยจงใจเว้นระยะจากความเป็นจริง If we were to judge หมายถึง “สมมุติว่าเราตัดสิน” ไม่ได้บอกว่าการตัดสินนั้นเกิดขึ้นในอดีต อนุประโยคหลักใช้ would เพื่อบอกผลที่จินตนาการไว้: If we were to judge love..., we wouldn't continue.... โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับทดสอบว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากสมมติฐานที่อาจเป็นไปได้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือจงใจตั้งขึ้นเพื่อการพิจารณาเชิงทฤษฎี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสมมุติแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: If we ____ the proposal by cost alone, we would reject it.

ดูคำตอบ

were to judge

and might indeed mistake it for a form of illness วลี

1:54

และอันที่จริงอาจเข้าใจผิดว่ามันเป็นรูปแบบหนึ่งของอาการป่วย

or aberration of the mind.

1:57

หรือความผิดปกติทางจิต

วลี

mistake A for B: เข้าใจผิดว่า A คือ B

รูปแบบ mistake A for B หมายถึงการเข้าใจผิดว่า A คือ B ในที่นี้ A คือ it ซึ่งหมายถึง love ส่วน B คือ a form of illness ประโยคนี้จินตนาการว่ามีคนจัดความรักเป็นโรคอย่างผิด ๆ ไม่ได้กำลังกล่าวอ้างทางการแพทย์ โครงสร้างคือ mistake + กรรม A + for + นามวลี B คำบุพบทที่ใช้คือ for และรูปอดีตคือ mistook A for B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ mistake A for B: Nina ____ the sound of rain ____ footsteps.

ดูคำตอบ

mistook · for

The scenes that typically unfold between lovers

1:59

ฉากต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นระหว่างคู่รัก

would scarcely be considered imaginable ไวยากรณ์

2:02

แทบจะถือว่าเป็นสิ่งที่จินตนาการไม่ออกเลย

outside of conditions of open hostility.

2:05

หากไม่อยู่ในเงื่อนไขของความเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย

ไวยากรณ์

would scarcely be considered imaginable: การตัดสินเชิงลบอย่างระมัดระวัง

ใน would scarcely be considered imaginable คำว่า would แสดงการประเมินเชิงสมมุติหรืออย่างระมัดระวัง ส่วน be considered เป็นรูปถูกกระทำ และ imaginable คือเนื้อหาของการประเมิน โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ประเมิน Scarcely หมายถึง “แทบจะไม่” เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้บอกว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะถูกมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการ โดยฟังดูสุขุมและเป็นทางการกว่าการกล่าวตรง ๆ ว่า They are unimaginable

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาอังกฤษสี่คำที่เป็นทางการและหมายถึง “แทบจะแน่นอนว่าจะไม่ถูกตัดสินว่าเป็นเช่นนั้น” Without strong evidence, that claim ____ credible by most researchers.

ดูคำตอบ

would scarcely be considered

Those we love, we honor with our worst moods, ลำดับความ

2:08

ผู้ที่เรารัก เรามอบอารมณ์ที่แย่ที่สุดของเราให้

our most unfair accusations,

2:12

คำกล่าวหาที่ไม่ยุติธรรมที่สุด

our most wounding insults.

2:14

และคำด่าทอที่สร้างความบาดหมางที่สุด

ลำดับความ

Those we love, we honor...: การนำกรรมขึ้นต้นและการกลับคุณค่าเชิงประชด

Those we love เป็นกรรมของ honor ที่ถูกย้ายมาข้างหน้าจากลำดับปกติ We honor those we love.... การนำกรรมขึ้นต้นเช่นนี้ทำให้คนที่เรารักเป็นหัวข้อก่อน และสร้างการเปิดประโยคที่จงใจใช้เชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำเรียกขานโดยตรง Honor โดยปกติสื่อถึงความเคารพหรือการมอบสิ่งที่ดี แต่เมื่อนำมาใช้กับ worst moods, unfair accusations และ wounding insults คุณค่าเชิงบวกจะถูกพลิกกลับและเกิดการประชด ประโยคจึงกำลังวิจารณ์นิสัยที่เราปฏิบัติต่อคนรักแย่กว่าคนอื่น กลุ่มคำนามคู่ขนานสามกลุ่มที่ขึ้นต้นด้วย our ช่วยสร้างจังหวะและเพิ่มน้ำหนักของคำตำหนิ

แบบฝึกหัด

ลำดับคำและการใช้ honor ในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ประโยคบอกว่าผู้คนเก็บพฤติกรรมที่ดีที่สุดไว้ให้คนที่ตนรัก
  2. ประโยคนำเสนอสิ่งเชิงลบทั้งสามอย่างเป็นของขวัญที่แสดงความเคารพ
  3. ประโยคเน้น Those we love และใช้ honor เชิงประชดเพื่อวิจารณ์ว่าเราปฏิบัติต่อคนที่เรารักแย่เพียงใด
  4. ประโยคใช้ Those we love เป็นคำเรียกขานโดยตรง และใช้ honor เป็นคำชมอย่างจริงใจ
ดูคำตอบ

ประโยคเน้น Those we love และใช้ honor เชิงประชดเพื่อวิจารณ์ว่าเราปฏิบัติต่อคนที่เรารักแย่เพียงใด

It's to our lovers that we direct blame ไวยากรณ์

2:17

เป็นกับคู่รักของเราต่างหากที่เราโยนความผิดให้

for everything that's gone wrong in our lives.

2:19

สำหรับทุกสิ่งที่ผิดพลาดในชีวิตของเรา

ไวยากรณ์

It's to our lovers that ...: โครงสร้างเน้นแบบ it-cleft

นี่คือโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft ซึ่งมีรูป It is + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค ในที่นี้ to our lovers ถูกวางไว้ในตำแหน่งจุดเน้น จึงย้ำว่าเราโยนความผิดไปให้ใคร เมื่อเรียงตามลำดับปกติ ใจความพื้นฐานคือ We direct blame to our lovers for everything.... ในโครงสร้างเน้นนี้ it เป็นประธานตามรูปแบบและไม่ได้ใช้แทนสิ่งใด ส่วน that นำเข้าสู่ข้อมูลที่เหลือ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง it-cleft เพื่อเน้นจุดหมายของพัสดุ

  1. It was the parcel that we sent to the new office.
  2. We sent the parcel to the new office.
  3. It was to the new office that we sent the parcel.
ดูคำตอบ

It was to the new office that we sent the parcel.

It's they we expect to know everything we mean

2:22

เป็นพวกเขาต่างหากที่เราคาดหวังให้รู้ทุกสิ่งที่เราคิด

without bothering to explain it. ไวยากรณ์

2:25

โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย

ไวยากรณ์

without bothering to explain it: ไม่ยอมพยายามทำ

ใน without bothering to explain it คำว่า bother หมายถึง “พยายาม” หรือ “ยอมเสียเวลาและแรงทำ” ไม่ได้หมายถึง “รบกวนผู้อื่น” วลีนี้บอกว่าเราไม่ได้พยายามอธิบายสิ่งที่เราหมายถึงด้วยซ้ำ รูปแบบคือ without + gerund ดังนั้น bother จึงเปลี่ยนเป็น bothering แล้วตามด้วย to + คำกริยารูปพื้นฐาน: without bothering to + คำกริยา วลีนี้มักมีน้ำเสียงตำหนิ เพราะการกระทำที่ละไว้นั้นดูเหมือนทำได้ง่าย เป็นสิ่งที่ควรทำ หรือเป็นสิ่งจำเป็น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ bother ร่วมกับ read เพื่อเติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: Leo opened the box without ____ the warning label first.

ดูคำตอบ

bothering to read

It's to their minor errors and misunderstandings

2:27

เป็นกับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ และความเข้าใจผิดของพวกเขาต่างหาก

that we respond with sulks and rage.

2:30

ที่เราตอบโต้ด้วยการหน้าบึ้งและความโกรธเกรี้ยว

And, by comparison, in friendship, ลำดับความ

2:34

และเมื่อเทียบกันแล้ว ในเรื่องของมิตรภาพ

the supposedly worthless and inferior state

2:37

สถานะที่ถูกมองว่าไร้ค่าและด้อยกว่า

whose mention should crush us at the end of a date,

2:40

ซึ่งแค่เอ่ยถึงก็ทำให้เราใจสลายในตอนจบของการเดท

we bring our highest and noblest virtues.

2:43

เรากลับนำเอาคุณธรรมที่สูงส่งและประเสริฐที่สุดของเราออกมาใช้

ลำดับความ

By comparison ในฐานะตัวบ่งชี้วาทกรรมเพื่อการเปรียบเทียบ

By comparison บอกผู้ฟังให้ประเมินสิ่งที่ตามมาโดยเทียบกับกรณีที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนประเด็นจากพฤติกรรมในความสัมพันธ์เชิงรักมาเป็นพฤติกรรมในมิตรภาพ และส่งสัญญาณว่าเกณฑ์การประเมินกำลังเปลี่ยนไป วลีนี้ใช้จัดวางความแตกต่าง ไม่ได้แสดงเหตุและผล โดยนำเสนอมิตรภาพในแง่บวกมากกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อหาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้คำเชื่อมเพื่อนำเสนอเส้นทางที่สองโดยเทียบกับเส้นทางแรก แทนที่จะบอกผลลัพธ์หรือยกตัวอย่าง

  1. Some routes are hard to follow. For example, the forest path has no signs.
  2. The first route was closed. As a result, we took the second route.
  3. The first route is steep. By comparison, the second route is easy to walk.
ดูคำตอบ

The first route is steep. By comparison, the second route is easy to walk.

Here, we are patient,

2:47

ที่นี่ เรามีความอดทน

encouraging, tolerant, funny,

2:49

ให้กำลังใจ อะลุ่มอล่วย ตลกขบขัน

and most of all, kind.

2:52

และที่สำคัญที่สุดคือ ความใจดี

We expect a little less and therefore by extension ลำดับความ

2:55

เราคาดหวังน้อยลงหน่อย และด้วยเหตุนี้ก็เลย

forgive an infinite amount more.

2:58

ให้อภัยได้มากกว่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ลำดับความ

By extension สำหรับข้อสรุปที่ขยายต่อด้วยเหตุผล

By extension ใช้เริ่มข้อสรุปเพิ่มเติมที่เกิดจากการขยายเหตุผลเดียวกันให้ไกลกว่าข้อความแรก ในประโยคนี้ การคาดหวังน้อยลงรองรับข้อสรุปเพิ่มเติมว่าคนเราสามารถให้อภัยได้มากขึ้นมาก วลีนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อมูล แต่บอกผู้ฟังให้นำเหตุผลก่อนหน้าไปใช้กับผลที่เกี่ยวข้อง กรณีที่เกี่ยวข้อง หรือขอบเขตที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by extension ได้ถูกต้องเพื่อนำแนวคิดหนึ่งไปใช้กับกรณีที่เกี่ยวข้อง

  1. The laboratory has two emergency exits. By extension, it also has a first-aid kit.
  2. Company policy bans personal devices in laboratories. By extension, smartwatches must stay outside too.
  3. The laboratory was cold. By extension, we put on our coats.
ดูคำตอบ

Company policy bans personal devices in laboratories. By extension, smartwatches must stay outside too.

We don't presume that we will be fully understood

3:01

เราไม่ทึกทักเอาเองว่าเราจะได้รับการเข้าใจอย่างสมบูรณ์

and so treat failings lightly and humanely.

3:03

ดังนั้นจึงปฏิบัติต่อข้อบกพร่องอย่างเบาๆ และมีมนุษยธรรม

We don't imagine that our friends should admire us without reserve สำนวน

3:07

เราไม่จินตนาการว่าเพื่อนของเราจะต้องชื่นชมเราอย่างไม่มีเงื่อนไข

and stick by us whatever we do, กริยาวลี

3:11

และยืนหยัดเคียงข้างเราไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม

สำนวน

without reserve: อย่างเต็มที่และไม่เก็บอะไรไว้

ในประโยคนี้ without reserve ขยายคำว่า admire หมายถึงอย่างเต็มที่ โดยไม่ยับยั้งหรือมีข้อจำกัด ความชื่นชมจึงเป็นแบบเต็มเปี่ยมและไม่มีเงื่อนไข ในที่นี้ reserve หมายถึงสิ่งที่เก็บไว้หรือความยั้งใจ ไม่ใช่การจองหรือของสำรอง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายการยกย่อง การสนับสนุน ความไว้วางใจ การเห็นชอบ หรือการแสดงออก เมื่อบุคคลนั้นไม่เก็บงำอะไรไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The committee endorsed the plan without reserve.” คำว่า without reserve หมายถึงอะไร?

  1. อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อสงสัยหรือข้อจำกัด
  2. หลังจากจองที่แล้วเท่านั้น
  3. เป็นการส่วนตัวและแทบไม่มีความกระตือรือร้น
ดูคำตอบ

อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อสงสัยหรือข้อจำกัด

กริยาวลี

stick by us: ยังคงภักดีและให้การสนับสนุน

Stick by someone หมายถึงยังคงภักดีต่อใครบางคนและสนับสนุนคนนั้นต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหา ถูกวิจารณ์ หรือมีความไม่แน่นอน ในที่นี้ stick by us หมายถึงเพื่อนยังคงสนับสนุนเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้หมายถึงการติดกันทางกายภาพ by เป็นส่วนตายตัวของกริยาวลีนี้ โดยมีโครงสร้าง stick by + คน ส่วนใจความโดยรวมปฏิเสธแนวคิดที่ว่าเพื่อนต้องสนับสนุนเราอย่างไร้ขีดจำกัดไม่ว่าเราจะทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ยังคงภักดีต่อเพื่อนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก?

  1. Maya stood by the entrance during the investigation.
  2. Maya stuck to her plan during the investigation.
  3. Maya stuck by her friend during the investigation.
ดูคำตอบ

Maya stuck by her friend during the investigation.

and so we put in effort and behave, กริยาวลี

3:13

ดังนั้นเราจึงทุ่มเทความพยายามและทำตัวดีๆ

pleasing ourselves as well as our companions along the way.

3:16

สร้างความสุขให้ทั้งตัวเองและเพื่อนของเราตลอดทาง

กริยาวลี

put in effort: ทุ่มเทพลังเพื่อให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

ในประโยคนี้ put in effort หมายถึงการทุ่มเทพลัง ความใส่ใจ และความเอาใจใส่อย่างจริงจัง เพื่อให้พฤติกรรมหรือผลลัพธ์ดีขึ้น กริยาวลี put in นำเสนอ effort ว่าเป็นสิ่งที่เรามอบให้กับกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงการเอาสิ่งของใส่เข้าไปในบางสิ่งจริง ๆ รูปแบบนี้ใช้พูดถึงการเรียน งาน ความสัมพันธ์ หรือโครงการได้ โดยหมายถึงการทุ่มเทเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put in the effort ในความหมายว่าใช้พลังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์?

  1. We need to put off the event until everyone arrives.
  2. Please put the supplies in the storage room before the event.
  3. Everyone needs to put in the effort if we want the event to succeed.
ดูคำตอบ

Everyone needs to put in the effort if we want the event to succeed.

We are in the company of our friends,

3:20

เราอยู่ในหมู่เพื่อนๆ ของเรา

our best selves. การใช้คำ

3:23

ด้วยตัวตนที่ดีที่สุดของเรา

การใช้คำ

our best selves: ตัวเราในแบบที่ดีที่สุด

Our best selves หมายถึง “ตัวเราในแบบที่ดีที่สุด” คือช่วงที่เราใจดีที่สุด เป็นผู้ใหญ่ที่สุด หรือแสดงความสามารถได้ดีที่สุด สำนวนนี้อธิบายสภาวะหรือด้านหนึ่งของคน ไม่ได้หมายถึงบุคลิกหลายแบบที่แยกจากกัน ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวเป็นส่วนเสริมท้ายประโยคที่อธิบาย we โดยการอยู่กับเพื่อนช่วยดึงด้านที่ดีกว่าของเราออกมา เนื่องจากประธาน we/our เป็นพหูพจน์ self จึงต้องเป็นพหูพจน์ด้วย คือ our best selves หากเป็นคนเดียวจะพูดว่า my best self

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเอกพจน์ของ our best selves: When I stay calm and kind under pressure, I am being my ____.

ดูคำตอบ

best self

Paradoxically, it's friendship that offers us the real route ลำดับความ

3:25

แต่อย่างย้อนแย้ง มิตรภาพต่างหากที่มอบเส้นทางที่แท้จริง

to the pleasures that romanticism associates with love.

3:29

สู่ความสุขที่แนวคิดจินตนิยมเชื่อมโยงเข้ากับความรัก

ลำดับความ

Paradoxically, it's friendship that ...: การพลิกความคาดหมายและจุดเน้นในโครงสร้างเน้น

Paradoxically บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปกำลังพลิกความคาดหมายที่คุ้นเคย โดยปกติความรักแบบโรแมนติกมักถูกมองว่าเป็นแหล่งหลักของความสุขทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง แต่ประโยคนี้กลับชี้ไปที่มิตรภาพ คำนี้จึงช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการส่งสัญญาณถึงการพลิกมุมมองก่อนจะกล่าวข้อเสนอหลัก โครงสร้างเน้นความหมาย it's friendship that offers ... ทำให้ friendship เป็นจุดเน้นที่ชัดเจน real route เป็นอุปลักษณ์เกี่ยวกับเส้นทาง ส่วน the pleasures หมายถึงประสบการณ์อย่างความเข้าใจ ความอดทน ความเมตตา และการมีเพื่อนอยู่เคียงข้าง ข้อความนี้ท้าทายการจัดลำดับคุณค่าระหว่างความรักกับมิตรภาพที่คุ้นเคย แต่ไม่ได้บอกว่าความรักแบบโรแมนติกไม่มีวันให้สิ่งเหล่านี้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกถึงความขัดแย้งที่เห็นได้ชัดและเน้นเปรียบต่างที่ patience ได้ดีที่สุด

  1. Paradoxically, it's patience that helps the discussion move faster.
  2. Paradoxically, patience and speed are completely unrelated.
  3. Fortunately, patience helps the discussion move faster.
ดูคำตอบ

Paradoxically, it's patience that helps the discussion move faster.

That this sounds surprising ไวยากรณ์

3:34

การที่สิ่งนี้ฟังดูน่าประหลาดใจ

is only a reflection of how underdeveloped

3:35

เป็นเพียงภาพสะท้อนให้เห็นว่า มุมมองต่อมิตรภาพในแต่ละวันของเรา

our day-to-day vision of friendship has become.

3:38

กลายเป็นสิ่งที่พัฒนาน้อยไปมากเพียงใด

ไวยากรณ์

That this sounds surprising: อนุประโยค that ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

That this sounds surprising เป็นอนุประโยคบอกเนื้อหาที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ is ในที่นี้ that เป็นคำเชื่อมที่นำหน้าอนุประโยค ไม่ใช่คำชี้เฉพาะแบบใน that book ใจความทั้งหมด this sounds surprising จึงถูกจัดเป็นหน่วยเดียวที่สามารถนำมาประเมินได้ ภาคแสดงหลักคือ is only a reflection of ... ซึ่งอธิบายว่าปฏิกิริยานี้เผยให้เห็นอะไร This ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเสนอในประโยคก่อนหน้า รูปแบบที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้ช่วยให้ผู้เขียนนำข้อวินิจฉัยที่สมบูรณ์มาเป็นหัวเรื่อง แล้วจึงแสดงความเห็นเกี่ยวกับความหมายหรือสาเหตุของมัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมอนุประโยคหนึ่งคำเพื่อทำให้ข้อเสนอเป็นประธานของประโยคทางการนี้: ____ the lights are still on suggests that someone is inside.

ดูคำตอบ

That

We associate it with a casual acquaintance

3:41

เรานำมิตรภาพไปผูกติดกับคนรู้จักผิวเผิน

we see once in a while สำนวน

3:43

ที่เราเจอหน้ากันแค่นานๆ ครั้ง

to exchange inconsequential and shallow banter.

3:45

เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องตลกที่ไร้สาระและตื้นเขิน

สำนวน

once in a while: เป็นครั้งคราวและไม่มีความถี่แน่นอน

once in a while หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยและไม่มีตารางเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยายคำว่า see จึงหมายความว่าคนเหล่านี้พบกันเพียงเป็นครั้งคราว ให้เข้าใจวลีทั้งหมดเป็นสำนวนบอกเวลาเพียงชุดเดียว ไม่ใช่การนำ once มารวมกับ while ที่หมายถึงช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “เป็นครั้งคราว โดยไม่มีตารางเวลาที่แน่นอน”: We have lunch together ____.

ดูคำตอบ

once in a while

But real friendship is something altogether more profound

3:48

แต่มิตรภาพที่แท้จริงคือบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นอย่างสิ้นเชิง

and worthy of exaltation.

3:51

และคู่ควรแก่การยกย่อง

It is an arena in which two people สำนวน

3:53

มันคือสนามที่คนสองคน

can get a sense of each other's vulnerabilities, วลี

3:56

สามารถรับรู้ถึงความเปราะบางของกันและกัน

appreciate each other's follies without recrimination,

3:58

ชื่นชมความเขลาของกันและกันได้โดยไม่ต้องกล่าวโทษ

reassure one another as to their value,

4:01

ให้ความมั่นใจแก่กันและกันถึงคุณค่าของพวกเขา

สำนวน

an arena in which: คำเปรียบเทียบแบบเป็นทางการสำหรับสภาพแวดล้อม

ตามความหมายตรงตัว arena คือสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะหรือการแข่งขัน แต่ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงสภาพแวดล้อมที่ประสบการณ์และการกระทำสำคัญสามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ได้สื่อว่าคนสองคนกำลังแข่งขันกัน วลีเชื่อมสัมพันธ์ in which เชื่อม arena เข้ากับสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นต่อจากนั้น กล่าวคือ มิตรภาพคือสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถเปิดเผยความเปราะบาง ยอมรับข้อบกพร่อง และให้ความมั่นใจแก่กันได้ โครงสร้างที่เป็นทางการนี้เข้าใจได้ว่าเป็น “สภาพแวดล้อมหรือขอบเขตที่บางสิ่งเกิดขึ้น”

แบบฝึกหัด

an arena in which ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? “A good workshop is an arena in which beginners can test new ideas safely.”

  1. สภาพแวดล้อมที่กิจกรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้
  2. การแข่งขันที่คนหนึ่งต้องเป็นผู้ชนะ
  3. พื้นที่สำหรับผู้ชมภายในสนามกีฬา
ดูคำตอบ

สภาพแวดล้อมที่กิจกรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้

วลี

get a sense of: เริ่มเห็นภาพโดยรวม

Get a sense of หมายถึงการเริ่มมีภาพรวมหรือความเข้าใจเพียงบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่ารู้อย่างครบถ้วนหรือแน่นอน ในที่นี้ คนสองคนค่อย ๆ สังเกตเห็นและเข้าใจด้านที่เปราะบางของกันและกัน วลีนี้ทำให้ข้อความไม่ฟันธงเกินไป กล่าวคือ พวกเขารับรู้สิ่งสำคัญบางอย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get a sense of ในความหมายว่าเป็นภาพรวมที่ยังค่อย ๆ ก่อตัวได้เหมาะสมที่สุด

  1. I got a sense of the password by typing it exactly as written.
  2. I got a sense of the meeting time from the confirmed calendar invitation.
  3. After reading the first few responses, I got a sense of the group's mood.
ดูคำตอบ

After reading the first few responses, I got a sense of the group's mood.

and greet the sorrows and tragedies of existence สำนวน

4:04

และต้อนรับความโศกเศร้าและโศกนาฏกรรมของการมีชีวิต

with wit and warmth.

4:06

ด้วยไหวพริบและความอบอุ่น

สำนวน

เผชิญความโศกเศร้าและโศกนาฏกรรมของชีวิตด้วยไหวพริบและความอบอุ่น

ในที่นี้ greet เป็นอุปมา หมายถึงการเผชิญหน้าหรือตอบสนอง ไม่ใช่การต้อนรับด้วยความยินดี ความโศกเศร้าและโศกนาฏกรรมถูกกล่าวถึงราวกับเป็นสิ่งที่มาถึงและต้องเผชิญ With wit and warmth บอกลักษณะของการตอบสนองนั้น คือใช้อารมณ์ขัน สติปัญญา และความผูกพันอันอบอุ่นระหว่างมนุษย์ ประโยคนี้นำเสนอว่ามิตรภาพช่วยให้คนสองคนร่วมกันเผชิญความเจ็บปวดของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในประโยคนี้ greet สื่อว่าคนทั้งสองมีความสุขที่ความโศกเศร้าและโศกนาฏกรรมเกิดขึ้น

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Culturally and collectively,

4:08

ในทางวัฒนธรรมและในภาพรวม

we have made a momentous mistake วลี

4:10

เราได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง

which has left us both lonelier and more disappointed ไวยากรณ์

4:12

ซึ่งทิ้งให้เราทั้งโดดเดี่ยวและผิดหวังมากขึ้น

than we ever needed to be.

4:15

กว่าที่เราจำเป็นต้องเป็น

วลี

ทำผิดพลาดครั้งสำคัญที่ส่งผลกว้างไกล

Make a mistake เป็นกลุ่มคำที่ใช้ตามปกติเพื่อสื่อว่า “ทำผิดพลาด” ใน made a momentous mistake คำว่า momentous บอกว่าความผิดพลาดนั้นมีผลกระทบกว้างไกล ไม่ได้เพียงบอกว่ามันแย่มาก ในที่นี้ ผู้พูดประเมินทางเลือกทางวัฒนธรรมร่วมกันว่าเป็นความผิดพลาดสำคัญที่ยังส่งผลต่อเนื่อง ใช้สำนวนนี้เมื่อความสำคัญของความผิดพลาดมาจากสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงหรือก่อให้เกิดขึ้นในระยะยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำแบบเป็นทางการจากคำอธิบายนี้: By ignoring the safety reports, the company ____ that harmed the community for years.

ดูคำตอบ

made a momentous mistake

ไวยากรณ์

ทำให้เราเหงาและผิดหวังมากเกินกว่าที่จำเป็น

ในโครงสร้าง leave + กรรม + ส่วนเติมเต็ม คำว่า leave หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งใดคงอยู่ในสภาพที่เป็นผลตามมา ในที่นี้ has left us เชื่อมความผิดพลาดก่อนหน้าเข้ากับผลที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่ามีใครจากเราไป both เชื่อมส่วนเติมเต็มขั้นกว่า lonelier และ more disappointed ส่วน than we ever needed to be บอกว่าความเหงาและความผิดหวังที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่จำเป็นและสามารถหลีกเลี่ยงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The rushed change has left the staff both more anxious and more confused than they needed to be.

  1. การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้พนักงานกังวลและสับสนมากเกินกว่าที่จำเป็น
  2. การเปลี่ยนแปลงนั้นจำเป็นเพราะพนักงานกังวลและสับสนอยู่แล้ว
  3. พนักงานจากไปเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงนั้น
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้พนักงานกังวลและสับสนมากเกินกว่าที่จำเป็น

In a better world, ลำดับความ

4:17

ในโลกที่ดีกว่านี้

our most serious goal

4:18

เป้าหมายที่จริงจังที่สุดของเรา

would not be to locate one special lover

4:20

คงไม่ใช่การตามหาคนรักที่พิเศษเพียงคนเดียว

with whom to replace all other humans.

4:23

เพื่อมาแทนที่มนุษย์คนอื่นๆ ทั้งหมด

ลำดับความ

In a better world, ในฐานะกรอบสถานการณ์ที่ดีกว่า

In a better world ใช้สร้างภาพสังคมในจินตนาการที่ดีกว่าสังคมปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงโลกจริงอีกใบหนึ่ง เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะวางกรอบข้อความที่ตามมาว่าเป็นวิสัยทัศน์เชิงคุณค่าและสมมติฐาน กล่าวคือ ผู้พูดกำลังอธิบายว่าเป้าหมายของเราน่าจะเป็นอะไรหากสังคมมีค่านิยมที่ดีกว่า ไม่ใช่อธิบายข้อเท็จจริงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “In a better world, public parks would be safe and welcoming for everyone,” วลีเปิดทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุสถานที่จริงที่ผู้พูดวางแผนจะไป
  2. เปิดเข้าสู่สถานการณ์ที่ดีกว่า ซึ่งผู้พูดคิดว่าควรมีอยู่จริง
  3. รายงานการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว
ดูคำตอบ

เปิดเข้าสู่สถานการณ์ที่ดีกว่า ซึ่งผู้พูดคิดว่าควรมีอยู่จริง

It would be to put our intelligence and energy วลี

4:25

แต่จะเป็นการใช้สติปัญญาและพลังงานของเรา

into identifying and nurturing a circle of true friends.

4:28

ไปกับการค้นหาและทะนุถนอมแวดวงเพื่อนแท้

วลี

put ... into identifying and nurturing: ทุ่มทรัพยากรให้กับการกระทำ

รูปแบบ put something into doing something หมายถึงการทุ่มทรัพยากร เช่น เวลา พลังงาน ความคิด หรือทักษะ ให้กับกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ intelligence และ energy คือทรัพยากร ส่วน identifying และ nurturing true friends คือกิจกรรมที่ได้รับทรัพยากรเหล่านั้น ในรูปแบบนี้ into เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องใช้รูป -ing โดย identifying และ nurturing เป็น gerund ที่วางขนานกัน กล่าวคือ เริ่มจากค้นหาว่าความสัมพันธ์ใดจริงใจ แล้วจึงช่วยให้มิตรภาพเหล่านั้นเติบโต A circle of friends หมายถึงกลุ่มเพื่อน ไม่ใช่วงกลมตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของกริยาในวงเล็บ: They put months of effort into ____ and ____ the old theater. (restore, reopen)

ดูคำตอบ

restoring · reopening

At the end of an evening,

4:33

ในตอนท้ายของค่ำคืน

we would learn to say to certain prospective companions,

4:35

เราจะเรียนรู้ที่จะพูดกับว่าที่คู่รักบางคน

with an embarrassed smile as we invited them inside,

4:38

พร้อมกับรอยยิ้มที่เขินอายขณะที่เราเชิญพวกเขาเข้ามาข้างใน

knowing that this would come across as a properly painful rejection, กริยาวลี

4:41

ทั้งที่รู้ว่าสิ่งนี้จะถูกมองว่าเป็นการปฏิเสธที่เจ็บปวดอย่างสมควรว่า

กริยาวลี

come across as: บรรยายความประทับใจที่สิ่งหนึ่งสร้างขึ้น

come across as หมายถึง “ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเป็น……” หรือ “ถูกมองว่าเป็น……” ในประโยคนี้ ข้อเสนอที่จินตนาการไว้จะถูกมองว่าเป็นการปฏิเสธที่เจ็บปวดอย่างแท้จริง ไม่ว่านั่นจะเป็นเจตนาของผู้พูดหรือไม่ก็ตาม โครงสร้างทั่วไปคือ come across as + คำคุณศัพท์หรือวลีนาม เช่น come across as rude และ come across as a rejection สำนวนนี้เน้นผลที่คำพูดหรือพฤติกรรมมีต่อความรู้สึกของผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ทำให้รู้สึกว่าเป็น……”:Without a greeting, the email may ____ unfriendly.

ดูคำตอบ

come across as

"I'm so sorry. น้ำเสียง/เจตนา

4:45

"ฉันขอโทษจริงๆ

Couldn't we just be lovers?"

4:47

เราเป็นแค่คู่รักกันไม่ได้เหรอ?"

น้ำเสียง/เจตนา

Couldn't we just be lovers?: ข้อเสนอสุภาพที่มีการกลับด้านเชิงประชด

Couldn't we ...? เป็นคำถามเชิงปฏิเสธที่ใช้ในที่นี้เพื่อเสนออย่างหยั่งเชิง หมายถึง “เราจะ……ไม่ได้หรือ?” ไม่ได้ถามว่าคนสองคนมีความสามารถที่จะเป็นคนรักกันหรือไม่ I'm so sorry ทำให้ข้อเสนอนี้อยู่ในกรอบของการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ส่วน just ทำให้การเป็นคนรักดูเหมือนตัวเลือกสำรองที่จำกัดกว่า อารมณ์ขันเกิดจากการกลับด้านประโยคคุ้นเคย Couldn't we just be friends? ปกติประโยคนั้นเสนอความเป็นเพื่อนแทนความรัก แต่ประโยคนี้กลับทำให้ความรักเป็นตัวเลือกที่มีค่าน้อยกว่า การกลับด้านนี้สื่อว่าในระบบคุณค่าที่จินตนาการไว้ มิตรภาพที่ลึกซึ้งสำคัญกว่าการเป็นเพียงคนรัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำว่า “Couldn't we just be lovers?”

  1. เรียกร้องอย่างหนักแน่นให้มีความสัมพันธ์โรแมนติกแบบผูกขาด
  2. ถามตามตัวอักษรว่าทั้งสองคนมีความสามารถที่จะเป็นคนรักกันหรือไม่
  3. เสนอความเป็นเพื่อนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าความรัก
  4. เสนออย่างหยั่งเชิงโดยสร้างอารมณ์ขันจากการทำให้การเป็นคนรักดูเป็นตัวเลือกสำรองที่ด้อยกว่า
ดูคำตอบ

เสนออย่างหยั่งเชิงโดยสร้างอารมณ์ขันจากการทำให้การเป็นคนรักดูเป็นตัวเลือกสำรองที่ด้อยกว่า

If you liked this film,

4:54

หากคุณชอบวิดีโอนี้

please subscribe to our channel

4:56

โปรดกดติดตามช่องของเรา

and click the bell icon to turn on notifications.

4:57

และคลิกที่ไอคอนรูปกระดิ่งเพื่อเปิดการแจ้งเตือน