อะตอมเล็กแค่ไหนกันนะ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้เกรปฟรุต บลูเบอร์รี โลก สนามฟุตบอล ลูกแก้ว และรถยนต์หลายพันล้านคันเป็นแบบจำลองเปรียบเทียบ เพื่ออธิบายว่าอะตอมและนิวเคลียสเล็กเพียงใด ภายในอะตอมมีที่ว่างมากแค่ไหน และนิวเคลียสมีความหนาแน่นสูงอย่างน่าทึ่งเพียงใด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. how small atoms really are. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ที่จะมองว่านี่คือคำถามทางอ้อมที่ตามหลัง thought about จึงต้องคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่สลับเป็นแบบคำถามตรงอย่าง how small are atoms เพื่อให้สามารถนำขนาดหรือระดับที่ยังไม่ทราบไปวางในประโยคที่ยาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. to get our minds wrapped around how big the nucleus is, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการนำความคิดไปพันรอบสิ่งใดจริง ๆ แต่หมายถึงการพยายามทำความเข้าใจขนาดที่นึกภาพยากหรือแนวคิดเชิงนามธรรม และใช้ได้เมื่อคำอธิบายทั่วไปยังไม่ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องซับซ้อน 3. Now, technically, there are some electromagnetic fields, but in terms of stuff, matter, it is empty. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า technically ใช้ยอมรับข้อแม้ทางวิทยาศาสตร์ก่อน แล้ว but in terms of จึงจำกัดมุมมองที่เกี่ยวข้องกับข้อสรุป วิธีนี้ช่วยรักษาความถูกต้องพร้อมกับสื่อสารข้อสรุปให้ชัดเจนและเข้าถึงง่าย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You probably already know that everything is made up of little tiny things called atoms. โน้ต
0:13คุณอาจจะรู้แล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างประกอบขึ้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าอะตอม
be made up of: บอกส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
Be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ใช้บอกส่วนต่าง ๆ หรือสมาชิกที่รวมกันเป็นสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ everything คือสิ่งทั้งหมด และ atoms คือหน่วยเล็ก ๆ ที่ประกอบกันขึ้นมา ใช้โครงสร้าง A + be + made up of + B ตรงนี้ made ไม่ได้หมายความว่ามีใครผลิตสิ่งนั้นขึ้นมา แต่วลีนี้เน้นว่าสิ่งนั้นประกอบด้วยอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The committee ____ six parents and two teachers.
ดูคำตอบ
is made up of
little tiny: การเน้นแบบภาษาพูดว่า “เล็กมาก”
Little และ tiny ต่างก็หมายถึง “เล็ก” เมื่อนำมาวางคู่กันหน้า things จะช่วยเน้นความหมาย ดังนั้น little tiny things จึงหมายถึง “สิ่งที่เล็กมาก” ไม่ได้หมายถึงสิ่งของสองประเภทที่ต่างกัน การซ้อนคำที่มีความหมายใกล้กันแบบนี้ทำให้คำบรรยายฟังดูมีชีวิตชีวาและเป็นภาษาพูด เป็นการเน้นความรู้สึก ไม่ใช่การบอกขนาดอย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ little tiny เป็นคำบรรยายเน้นความหมายเดียวว่า “เล็กมาก”?
- She found very few keys under the sofa.
- She found a little key and a tiny key under the sofa.
- She found a little tiny key under the sofa.
ดูคำตอบ
She found a little tiny key under the sofa.
even smaller particles: even + คำขั้นกว่า
ใน even smaller particles คำว่า smaller เป็นรูปเปรียบเทียบขั้นกว่าของ small ส่วน even วางไว้หน้ารูปขั้นกว่าเพื่อแสดงว่าเพิ่มไปอีกหนึ่งระดับบนมาตรวัดเดียวกัน กล่าวคือ อนุภาคเหล่านั้น “เล็กยิ่งกว่าเดิม” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ even + คำขั้นกว่า เช่น even faster หรือ even more difficult ก่อนหน้านี้มีการบอกแล้วว่าอะตอมมีขนาดเล็ก even smaller จึงช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าขนาดลดลงไปอีกหนึ่งระดับ จากอะตอมไปสู่อนุภาคที่อยู่ภายในอะตอม
แบบฝึกหัด
เลนส์ชิ้นแรกมีขนาดเล็กอยู่แล้ว เลือกวลีที่แสดงว่าเลนส์ชิ้นที่สองเล็กยิ่งกว่าเดิม: The first lens is small, but the second is ____.
- very smaller
- even smaller
- even smallest
ดูคำตอบ
even smaller
But I'll bet you haven't ever thought about how small atoms really are. โน้ต
0:25แต่ฉันพนันได้เลยว่าคุณคงไม่เคยนึกมาก่อนว่าจริงๆ แล้วอะตอมมันเล็กขนาดไหน
I'll bet: เกริ่นการคาดเดาอย่างมั่นใจ
I'll bet เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้เกริ่นการคาดเดาอย่างมั่นใจ มีความหมายใกล้เคียงกับ I'm fairly sure ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการเดิมพันจริง ๆ การวางสำนวนนี้ไว้หน้า you haven't ever thought... แสดงว่าผู้พูดกำลังคาดเดาประสบการณ์ของผู้ฟัง และเชื่อมไปสู่คำอธิบายถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
I'll bet ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: I'll bet Maya already knows the answer.?
- ฉันค่อนข้างมั่นใจว่า Maya รู้คำตอบอยู่แล้ว
- ฉันอยากพนันเงินกับ Maya
- ฉันกำลังสั่งให้ Maya ตอบ
ดูคำตอบ
ฉันค่อนข้างมั่นใจว่า Maya รู้คำตอบอยู่แล้ว
how small atoms really are: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแฝง
ในที่นี้ how small atoms really are เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง thought about โดยระบุสิ่งที่ผู้ฟังอาจยังไม่เคยคิดถึง นั่นคืออะตอมเล็กมากเพียงใดในความเป็นจริง เมื่อคำถามเป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ใหญ่กว่า จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be จึงต้องพูดว่า how small atoms really are ไม่ใช่ how small are atoms really
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำถูกต้องในคำถามแฝง
- Do you know how small atoms really are?
- Do you know how are atoms really small?
- Do you know how small are atoms really?
ดูคำตอบ
Do you know how small atoms really are?
Well, the answer is that they are really, really, really small.
0:29คำตอบก็คือ พวกมันเล็ก เล็ก เล็กมากๆ เลยล่ะ
So, so you ask, just how small are atoms? ลำดับความ
0:33ดังนั้น คุณคงถามว่า แล้วอะตอมมันเล็กแค่ไหนกันล่ะ?
just how small are atoms? — ใช้คำถามหลักเพื่อดำเนินคำอธิบายต่อ
คำถามตรง just how small are atoms? เปลี่ยนแนวคิดกว้าง ๆ ที่ว่าอะตอมมีขนาดเล็กให้เป็นคำถามถึงระดับที่แน่นอน ในที่นี้ just เน้น how small และหมายถึง “เล็กแค่ไหนกันแน่” หรือ “จริง ๆ แล้วเล็กแค่ไหน” ไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่เล็กแค่ไหน” คำถามนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในการอธิบาย โดยบอกผู้ฟังว่าส่วนต่อไปจะตอบเรื่องอะไร นั่นคือขนาดที่แท้จริงของอะตอม เนื่องจากเป็นคำถามตรง จึงใช้ลำดับ are atoms
แบบฝึกหัด
คำถามที่เน้นไว้นี้มีหน้าที่หลักอะไรในการอธิบาย
- เพื่อขอให้ผู้ฟังนับจำนวนอะตอมทันที
- เพื่อปฏิเสธว่าอะตอมมีขนาดเล็ก
- เพื่อเกริ่นถึงระดับที่แน่นอนซึ่งคำอธิบายจะกล่าวถึง
ดูคำตอบ
เพื่อเกริ่นถึงระดับที่แน่นอนซึ่งคำอธิบายจะกล่าวถึง
Well, to understand this, let's ask this question. ลำดับความ
0:36เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ เราลองมาตั้งคำถามนี้กัน
to understand this, let's ask this question: บอกจุดประสงค์ก่อนเข้าสู่ขั้นถัดไป
to understand this ที่ขึ้นต้นประโยคเป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยบอกผู้ฟังว่าทำไมการกระทำถัดไปจึงเป็นประโยชน์ จากนั้น let's ask this question ชวนผู้พูดและผู้ฟังให้ทำสิ่งนั้นร่วมกัน สองส่วนนี้ช่วยจัดลำดับการอธิบาย ไม่ได้เป็นเพียงคำขอแบบสบาย ๆ แต่เป็นสัญญาณว่าคำถามต่อไปคือขั้นถัดไปในการทำความเข้าใจหัวข้อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกจุดประสงค์ก่อน แล้วจึงนำผู้ฟังไปสู่ขั้นถัดไปที่ทำร่วมกัน?
- One more example was shown before the pattern was explained.
- To understand the pattern, let's look at one more example.
- We understand the pattern, so there is no need for another example.
ดูคำตอบ
To understand the pattern, let's look at one more example.
let's assume that: ตั้งเงื่อนไขชั่วคราว
Let's assume that + ประโยคย่อย ใช้เสนอแนวคิดที่ผู้พูดและผู้ฟังยอมรับชั่วคราว เพื่อให้คำนวณ ใช้เหตุผล หรืออธิบายบางอย่างต่อได้ เป็นสมมติฐานที่ใช้ดำเนินความคิด ไม่ใช่การยืนยันว่าแนวคิดนั้นเป็นความจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกทันทีว่าสมมติฐานดังกล่าวไม่เป็นความจริง การกำหนดให้เกรปฟรุตประกอบด้วยไนโตรเจนทั้งหมดเป็นการทำให้เรื่องง่ายลงโดยตั้งใจ เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้คำอธิบาย
แบบฝึกหัด
let's assume that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ใช้พิสูจน์ว่าข้อความถัดไปเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์
- ใช้สัญญาว่าเหตุการณ์ถัดไปจะเกิดขึ้น
- ใช้เสนอเงื่อนไขตั้งต้นชั่วคราวเพื่อให้ใช้เหตุผลต่อได้
ดูคำตอบ
ใช้เสนอเงื่อนไขตั้งต้นชั่วคราวเพื่อให้ใช้เหตุผลต่อได้
which isn't at all true, but ...: ปฏิเสธคำกล่าวแต่ยังคงเก็บข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องไว้
which ย้อนกลับไปกล่าวถึงแนวคิดก่อนหน้าและแสดงความคิดเห็นต่อแนวคิดนั้น ในประโยคปฏิเสธ at all จะช่วยเน้นการปฏิเสธ ดังนั้น isn't at all true จึงหมายถึง “ไม่เป็นความจริงเลย” ไม่ใช่ “ไม่ได้จริงทั้งหมด” but จากนั้นเปลี่ยนไปบอกข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและยังคงถูกต้อง โครงสร้างการแก้ไขแบบนี้ช่วยปฏิเสธคำกล่าวที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกับเก็บข้อเท็จจริงที่ยังมีประโยชน์ต่อความเข้าใจไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์ทางเหตุผลแบบใด
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีส่วนใดของคำกล่าวก่อนหน้าที่เป็นจริงหรือไม่
- คำกล่าวก่อนหน้านั้นผิดเพียงบางส่วน ดังนั้นส่วนใหญ่จึงยังถูกต้อง
- คำกล่าวก่อนหน้านั้นผิดทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องข้อหนึ่งยังคงถูกต้อง
ดูคำตอบ
คำกล่าวก่อนหน้านั้นผิดทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องข้อหนึ่งยังคงถูกต้อง
let's blow up each of the atoms to the size of a blueberry. กริยาวลี
0:51เราลองขยายขนาดของอะตอมแต่ละตัวให้เท่ากับขนาดของบลูเบอร์รี่ดู
to help you visualize this: นำเข้าสู่ภาพที่นึกขึ้นในใจ
to help you visualize this เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงนำการเปรียบเทียบขนาดต่อจากนี้มาใช้ วลีนี้ตอบคำถามว่า “เพื่อจุดประสงค์อะไร” ในที่นี้ visualize หมายถึงการสร้างภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจ โดยเฉพาะภาพของสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือมองเห็นได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นอะตอมจริง ๆ ด้วยตา
แบบฝึกหัด
visualize ในตัวอย่างหมายถึงอะไร
- ท่องจำการสะกดคำ
- มองบางสิ่งโดยตรงด้วยตา
- สร้างภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจ
ดูคำตอบ
สร้างภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจ
blow up ... to the size of ...: ขยายให้ถึงขนาดเป้าหมาย
ในที่นี้ blow up หมายถึง “ขยายให้ใหญ่ขึ้น” ไม่ใช่ “ระเบิด” ผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ฟังจินตนาการว่าอะตอมแต่ละอะตอมอยู่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาก โครงสร้าง blow up + กรรม + to the size of + สิ่งที่ใช้อ้างอิง บอกทั้งการขยายและขนาดสุดท้าย To the size of a blueberry หมายถึงอะตอมแต่ละอะตอมในจินตนาการมีขนาดสุดท้ายประมาณลูกบลูเบอร์รี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ blow up ... to the size of ...: For the science fair, ____ the cell diagram ____ a poster.
ดูคำตอบ
blow up · to the size of
would have to be: ผลลัพธ์ที่จำเป็นในสถานการณ์สมมติ
would have to be แสดงผลลัพธ์ที่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นในสถานการณ์สมมติ would เชื่อมผลลัพธ์กับการเปลี่ยนสเกลที่สมมติไว้ก่อนหน้า ส่วน have to แสดงว่าผลนั้นตามมาจากเหตุผล ไม่ได้พูดถึงหน้าที่ในปัจจุบัน เข้าใจโครงสร้างนี้ได้ว่า หากเงื่อนไขที่สมมติไว้เป็นจริง ผลลัพธ์ก็จำเป็นต้องเป็นเช่นนี้ ในที่นี้ be นำไปสู่ขนาดที่วัตถุนั้นจำเป็นต้องมี
แบบฝึกหัด
เลือกข้อความที่เหมาะที่สุดเพื่อเติมข้อสรุปเชิงสมมตินี้: If every desk were twice as wide, the classroom ___ much larger.
- has to be
- would have to be
- had to be
ดูคำตอบ
would have to be
I would have the same number of nitrogen atoms as a grapefruit?
1:05ฉันจะได้จำนวนบลูเบอร์รี่เท่ากับจำนวนอะตอมของไนโตรเจนในเกรปฟรุตหนึ่งลูกใช่ไหม?
You mean to say that ...?: ใช้ยืนยันด้วยความประหลาดใจ
You mean to say that + อนุประโยค? ใช้ทวนสิ่งที่คุณเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึง แล้วถามว่าคุณเข้าใจถูกต้องหรือไม่ ทำหน้าที่คล้าย Are you saying that ...? ไม่ใช่คำสั่งให้อีกฝ่ายพูดบางอย่าง เนื่องจากข้อสรุปในที่นี้ฟังดูน่าทึ่งมาก คำถามเต็มจึงสื่อถึงความประหลาดใจหรือความไม่อยากเชื่อ และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยืนยันหรืออธิบายเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าห้องสมุดจะปิดตลอดทั้งเดือน คำตอบใดแสดงความประหลาดใจและขอคำยืนยันได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- You are allowed to say that the library will be closed for an entire month.
- You mean to say that the library will be closed for an entire month?
- You must say that the library will be closed for an entire month.
ดูคำตอบ
You mean to say that the library will be closed for an entire month?
if I filled ..., I would have ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น
รูปแบบ if + อดีตกาลแบบธรรมดา, ... would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่สมมติขึ้นและผลลัพธ์ของเงื่อนไขนั้น ในประโยคนี้ filled สร้างการทดลองทางความคิด ส่วน would have บอกผลลัพธ์ที่ตามมา รูปอดีตกาล filled ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าการกระทำเกิดขึ้นในอดีต แต่บอกว่าสถานการณ์นั้นไม่เป็นจริงหรือห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมผลลัพธ์ที่สมมติขึ้นโดยใช้ would และกริยา go: If I lived near the ocean, I ____ swimming every morning.
ดูคำตอบ
would go
And do you know what? ที่ใช้ดึงความสนใจ
ในประโยคนี้ Do you know what? เป็นคำเกริ่นในบทสนทนา ไม่ใช่การขอข้อมูลจริง ๆ ผู้พูดไม่ได้คาดหวังคำตอบ แต่จะบอกข้อมูลใหม่ต่อทันทีในประโยคถัดไป And เชื่อมคำเกริ่นนี้กับเรื่องที่พูดมาก่อนหน้า สำนวนนี้ทำให้เกิดการหยุดสั้น ๆ ดึงความสนใจของผู้ฟัง และทำให้ข้อความถัดไปฟังดูน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Do you know what? เพื่อดึงความสนใจก่อนบอกข่าวเป็นหลัก?
- Do you know what? I finally learned to ride a bike.
- Do you know what time the movie starts?
- Do you know what caused the power outage?
ดูคำตอบ
Do you know what? I finally learned to ride a bike.
It gets even more crazy ที่ใช้เกริ่นว่าสถานการณ์จะเข้มข้นขึ้น
get + คำคุณศัพท์ ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ดังนั้น gets even more crazy จึงหมายความว่าสถานการณ์แปลกหรือน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น even more เพิ่มระดับจากสิ่งที่น่าประหลาดใจอยู่แล้ว ส่วน crazy ในที่นี้เป็นการพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่ความหมายทางการแพทย์ เมื่อใช้เป็นคำส่งสัญญาณในการอธิบายด้วยคำพูด ประโยคนี้จะเกริ่นว่าสถานการณ์กำลังเพิ่มระดับขึ้น โดยบอกผู้ฟังว่ารายละเอียดถัดไปจะเหนือความคาดหมายยิ่งกว่าเดิม และพาเรื่องไปสู่ช่วงที่เข้มข้นขึ้น
แบบฝึกหัด
It gets even more crazy ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการนี้?
- ประโยคนี้บอกว่าสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลง
- ประโยคนี้ส่งสัญญาณว่าส่วนถัดไปจะน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น
- ประโยคนี้เป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ให้บุคคลหนึ่ง
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ส่งสัญญาณว่าส่วนถัดไปจะน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น
In the center of the atom is ...: การสลับโครงสร้างเมื่อวลีบอกสถานที่อยู่ต้นประโยค
วลีบอกสถานที่ In the center of the atom ถูกวางไว้ก่อน จากนั้น is จึงนำสิ่งที่อยู่ตรงนั้นเข้ามา คือ something called the nucleus นามวลีที่อยู่หลัง is ต่างหากคือประธาน ส่วน In the center of the atom ไม่ใช่ประธาน ลำดับนี้บอกสถานที่ก่อน แล้วจึงเปิดเผยข้อมูลใหม่ ลำดับคำปกติคือ Something called the nucleus is in the center of the atom โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สถานที่ + be + ประธานที่เพิ่งนำเข้ามา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การสลับโครงสร้างที่นำสถานที่ขึ้นต้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อแนะนำสิ่งใหม่ที่อยู่ตรงนั้น
- Beside the window are a small reading lamp.
- Beside the window is a small reading lamp.
- Is beside the window a small reading lamp?
ดูคำตอบ
Beside the window is a small reading lamp.
something called the nucleus: การใช้ called เพื่อแนะนำชื่อ
ใน something called the nucleus ส่วน called the nucleus ตามหลัง something เพื่อบอกชื่อของสิ่งนั้น สามารถขยายเป็น something that is called the nucleus ได้ called ในที่นี้หมายถึง “มีชื่อว่า” หรือ “เรียกว่า” ไม่ใช่ “ถูกโทรหา” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + called + ชื่อ ใช้แนะนำคำศัพท์หรือชื่อเรียก โดยเฉพาะเมื่อชื่อนั้นอาจใหม่สำหรับผู้ฟัง เช่น a process called photosynthesis หากรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นประเภทใด ให้เปลี่ยน something เป็นคำนามที่ชัดเจนกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย something called ให้ตรงตามที่กำหนด: The device uses ____ lidar to measure distance.
ดูคำตอบ
something called
And on the outside: ระบุตำแหน่งในบริเวณด้านนอก
on the outside หมายถึงอยู่ในบริเวณรอบนอกหรือด้านนอกของวัตถุ ในประโยคนี้ วัตถุที่กล่าวถึงคืออะตอม ซึ่งเข้าใจได้จากคำอธิบายรอบข้าง เมื่อวาง And on the outside ไว้ต้นประโยค ผู้พูดจะบอกตำแหน่งก่อนแล้วจึงบอกว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น วลีนี้เปรียบเทียบบริเวณด้านนอกของอะตอมกับส่วนกลาง และช่วยจัดคำอธิบายตามบริเวณต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสายเคเบิลอยู่ตามด้านนอกของตัวเครื่อง ไม่ใช่เพียงอยู่ที่ใดสักแห่งนอกเครื่อง?
- The cables run through the center of the machine.
- The cables run on the outside of the machine.
- The cables run outside the machine.
ดูคำตอบ
The cables run on the outside of the machine.
Well, if atoms are like blueberries in the Earth,
1:31ถ้าอะตอมเปรียบเหมือนบลูเบอร์รี่ที่อยู่เต็มโลก
You might remember the old pictures of the atom from your science class
1:35คุณอาจจะจำภาพอะตอมเก่าๆ จากคาบเรียนวิทยาศาสตร์ได้
where you saw ... with an arrow pointing ...: เพิ่มรายละเอียดภาพทีละชั้น
where you saw ... นำเสนอภาพอะตอมแบบเก่าเหมือนเป็นฉากที่มองเห็นได้ แล้วบอกว่ามีอะไรปรากฏอยู่ในภาพ ตามความหมายที่ประโยคนี้ตั้งใจสื่อ where ย้อนกลับไปที่ pictures ไม่ใช่ science class วลีที่ขึ้นต้นด้วย with เพิ่มรายละเอียดอีกอย่างให้ฉากนั้น คือมีลูกศรชี้ไปยังนิวเคลียส pointing to the nucleus ขยายคำว่า arrow และไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง รูปแบบนี้ช่วยให้เราใช้ where เปิดฉาก แล้วเพิ่มรายละเอียดด้วย with + คำนาม + -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค where แล้วตามด้วย with + คำนาม + -ing เพื่อเพิ่มรายละเอียดที่มองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- They examined a map, and they drew a red circle around the station.
- They examined a map because they wanted to find the station.
- They examined a map where they saw a red circle with an arrow pointing toward the station.
ดูคำตอบ
They examined a map where they saw a red circle with an arrow pointing toward the station.
not drawn to scale: ไม่ได้วาดตามมาตราส่วน
drawn to scale หมายถึงทุกส่วนของภาพถูกขยายหรือย่อด้วยอัตราส่วนเดียวกัน ส่วน not drawn to scale หมายถึงภาพนั้นเป็นเพียงภาพประกอบโดยประมาณ จึงไม่สามารถใช้ขนาดหรือระยะทางที่เห็นเป็นค่าการวัดที่แม่นยำได้ scale ในที่นี้หมายถึงสัดส่วนหรือมาตราส่วน ไม่ใช่เครื่องชั่งน้ำหนัก สำนวนนี้พบได้บ่อยในแผนที่ แบบแปลน แผนภาพ และภาพประกอบทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมวลีมาตรฐานที่ใช้กับแผนภาพซึ่งมีสัดส่วนเพียงคร่าว ๆ: The diagram is not ____.
ดูคำตอบ
drawn to scale
so ... kind of wrong: นำเสนอและลดน้ำหนักของข้อสรุป
so บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นข้อสรุปจากข้อมูลก่อนหน้า กล่าวคือ เนื่องจากภาพไม่ได้วาดตามมาตราส่วน ผู้พูดจึงตัดสินว่าภาพเหล่านั้นไม่ถูกต้องในแง่นี้ kind of ขยาย wrong เพื่อทำให้คำตัดสินเบาลง ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ kind of wrong หมายถึง “ผิดอยู่บ้าง” หรือ “ไม่ถูกต้องทั้งหมด” ไม่ได้หมายถึง “ข้อผิดพลาดชนิดหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
so they're kind of wrong ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เป็นการเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
- เป็นการบอกว่าภาพเหล่านั้นอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่ง
- เป็นการสรุปจากข้อเท็จจริงก่อนหน้าโดยลดน้ำหนักของข้อสรุปลง
ดูคำตอบ
เป็นการสรุปจากข้อเท็จจริงก่อนหน้าโดยลดน้ำหนักของข้อสรุปลง
popped open: เปิดอย่างรวดเร็วและเป็นกันเอง
ในที่นี้ popped open หมายถึงเปิดบางสิ่งด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและง่าย ทำให้การกระทำฟังดูมีชีวิตชีวาและเป็นกันเองกว่าการใช้ opened เพียงอย่างเดียว คำว่า pop ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง 'ปรากฏขึ้น' Pop open เป็นกริยาวลี ส่วนรูปอดีต popped ช่วยวางเหตุการณ์ในอนุประโยค if ให้เป็นสถานการณ์สมมติ ไม่ได้บอกว่าการเปิดนั้นเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ pop open เติมประโยคให้สมบูรณ์: With one quick motion, Rina ____ the small case and showed us the coin.
ดูคำตอบ
popped open
too small to see: too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา
โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา หมายความว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งมีระดับมากจนทำให้ไม่สามารถทำการกระทำนั้นได้ ใน too small to see ขนาดที่เล็กเกินไปทำให้มองไม่เห็น ในที่นี้ให้เข้าใจ see ว่าเป็น see it ทั้งประโยคมีความหมายเท่ากับ It is so small that it cannot be seen ไม่ได้เพียงบอกว่ามันเล็กมากแต่ยังมองเห็นได้
แบบฝึกหัด
ใช้ heavy และ lift ตามโครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This box is ____ without help.
ดูคำตอบ
too heavy to lift
So, imagine a ball that is as tall as a two-story house. ไวยากรณ์
2:02ลองจินตนาการถึงลูกบอลที่สูงเท่ากับบ้านสองชั้นดูนะ
that is as tall as ...: อธิบายความสูงที่เท่ากัน
That is as tall as a two-story house เป็นอนุประโยคขยายคำนาม a ball โดย that อ้างกลับไปที่ a ball และทำหน้าที่เป็นประธานของ is ในอนุประโยค จึงทำให้การเปรียบเทียบขนาดเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายคำนาม โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงว่ามีระดับเท่ากัน ในที่นี้ tall คือคุณสมบัติที่เปรียบเทียบ และ a two-story house คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ that และโครงสร้าง as ... as เพื่อบอกว่าต้นไม้กับหอคอยสูงเท่ากัน: The park has a tree ____ the tower.
ดูคำตอบ
that is as tall as
Let's look for the nucleus in the center of the atom.
2:05เรามาลองหานิวเคลียสที่อยู่ตรงกลางอะตอมกัน
just barely be visible: เพิ่งพ้นขอบเขตที่มองไม่เห็น
Just barely be visible หมายถึงยังมองเห็นบางสิ่งได้ แต่ต้องมองอย่างยากลำบากมาก หรือมองเห็นได้เพียงในระดับต่ำสุดเท่านั้น สภาพนี้อยู่เหนือเส้นแบ่งระหว่าง visible กับ invisible เพียงเล็กน้อย ในที่นี้ just ช่วยเน้นความหมายว่าอยู่ตรงขอบเขตของ barely ไม่ได้แปลว่า "เพียงแค่" แยกต่างหาก กลุ่มคำ just barely ขยาย be visible
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ายังมองเห็นดาวได้ แต่เกือบจะมองไม่เห็นแล้ว?
- The faint star was just barely visible through the clouds.
- The faint star was completely invisible through the clouds.
- The faint star was clearly visible through the clouds.
ดูคำตอบ
The faint star was just barely visible through the clouds.
we need to blow up the blueberry up to the size of a football stadium. กริยาวลี
2:14เราจำเป็นต้องขยายบลูเบอร์รี่ให้ใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลเลยทีเดียว
get our minds wrapped around ...: ทำความเข้าใจแนวคิดที่เข้าใจยาก
Get our minds wrapped around ... เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “พยายามจนเข้าใจ...” โดยเฉพาะเมื่อแนวคิดนั้นซับซ้อนหรือจินตนาการได้ยาก คำว่า our minds รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ผู้พูดจึงกำลังชวนทุกคนมาทำความเข้าใจไปด้วยกัน คำที่อยู่หลัง around ระบุสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ คือ how big the nucleus is ส่วนอนุประโยค to ตอนต้นบอกจุดประสงค์ของการเปรียบเทียบขนาดที่ตามมา นั่นคือช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพมาตราส่วนที่ปกติแล้วเข้าใจได้ยาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน get your mind wrapped around โดยเปลี่ยนคำสรรพนามและรูปกริยาตามความจำเป็น: I finally ____ how the new game works.
ดูคำตอบ
got my mind wrapped around
blow up ... up to the size of ...: ขยายจนถึงขนาดเป้าหมาย
ในที่นี้ blow up หมายถึง “ทำให้ใหญ่ขึ้น” หรือ “ขยาย” และ blueberry คือสิ่งที่ถูกขยาย ส่วน up to the size of a football stadium ระบุขนาดปลายทางของการขยายในจินตนาการนี้ up สองคำในลำดับคำเดิมทำหน้าที่ต่างกัน up คำแรกทำให้กริยาวลี blow up สมบูรณ์ ส่วน up คำที่สองเริ่มโครงสร้าง up to the size of ... ซึ่งระบุขนาดเป้าหมาย รูปแบบทั่วไปที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ blow something up to the size of something else เช่น blow the photo up to the size of a door
แบบฝึกหัด
ใน “We need to blow up the image up to the size of a door,” up แต่ละคำทำหน้าที่อะไร?
- up ทั้งสองคำหมายความว่ารูปภาพระเบิดสองครั้ง
- up ทั้งสองคำเป็นคำซ้ำโดยบังเอิญและไม่มีหน้าที่ทางไวยากรณ์
- up คำแรกทำให้ blow up สมบูรณ์ และ up คำที่สองเริ่ม up to the size of ซึ่งบอกจุดสิ้นสุด
ดูคำตอบ
up คำแรกทำให้ blow up สมบูรณ์ และ up คำที่สองเริ่ม up to the size of ซึ่งบอกจุดสิ้นสุด
right smack dab in the center: การเน้นตำแหน่งที่ตรงพอดีอย่างมากในภาษาพูด
right smack dab in the center เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและเห็นภาพชัดว่าบางสิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางพอดี right และ smack dab ช่วยกันเพิ่มน้ำหนัก ทำให้ตำแหน่งฟังดูแม่นยำมาก ไม่ใช่เพียงคร่าว ๆ ให้เข้าใจ smack dab เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั้งหมด แทนที่จะแปล smack และ dab แยกกันตามตัวอักษร ในที่นี้สำนวนดังกล่าวเน้นว่านิวเคลียสจะอยู่ตรงไหนภายในอะตอมที่สมมติขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสามคำจากบทเรียนที่เน้นความหมายว่า “ตรงพอดี” อย่างมาก: The X on the map is ____ in the center of the island.
ดูคำตอบ
right smack dab
blown your mind: ความประหลาดใจหรือความทึ่งอย่างมาก
Blow someone's mind เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงทำให้คนนั้นประหลาดใจ ทึ่ง หรือประทับใจอย่างมาก สำนวนนี้บรรยายปฏิกิริยาที่รุนแรง ไม่ใช่การบาดเจ็บทางร่างกาย ใน If I haven't blown your mind by now ผู้พูดตั้งสมมติฐานอย่างขบขันว่าข้อมูลก่อนหน้านี้อาจทำให้ผู้ฟังทึ่งแล้ว และสร้างความตื่นเต้นต่อแนวคิดถัดไป by now หมายถึง “จนถึงตอนนี้”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The museum's space exhibit blew Maya's mind,” blew Maya's mind หมายความว่าอะไร?
- มันทำให้ Maya รู้สึกเบื่อเล็กน้อย
- มันทำให้สมองของ Maya บาดเจ็บจริง ๆ
- มันทำให้ Maya ประหลาดใจหรือทึ่งอย่างมาก
ดูคำตอบ
มันทำให้ Maya ประหลาดใจหรือทึ่งอย่างมาก
consider ... some more: คิดต่อเกี่ยวกับสิ่งเดิม
ในโครงสร้าง consider + กรรม + some more คำว่า some more หมายถึง “ใช้เวลาหรือความคิดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย” จึงเป็นการคิดต่อเกี่ยวกับกรรมเดิม ไม่ได้หมายถึงมีอะตอมเพิ่มขึ้นหรือมีสิ่งใหม่ให้พิจารณา Let's เป็นการชวนผู้ฟังให้ร่วมไปยังขั้นถัดไปของคำอธิบายกับผู้พูด ทั้งสำนวนจึงใช้เชื่อมไปสู่การวิเคราะห์ที่ลึกขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ใช้เวลาหรือความคิดเพิ่มขึ้น” ลงในประโยค: We still have doubts, so let's consider the proposal ____ before voting.
ดูคำตอบ
some more
live inside of: หมายถึง “อยู่ภายใน” ในคำอธิบายแบบไม่เป็นทางการ
ตรงนี้ live inside of พูดถึงโปรตอนและนิวตรอนเหมือนพวกมัน “อาศัยอยู่” ในสถานที่หนึ่ง เป็นการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตดูเหมือนมีชีวิต ความหมายจริงมีเพียงว่าพวกมันอยู่ภายในนิวเคลียส ไม่ได้หมายความว่าอนุภาคมีชีวิต การใช้ live ช่วยให้ความสัมพันธ์ด้านตำแหน่งที่มองไม่เห็นนึกภาพได้ง่ายขึ้น แบบที่เป็นกลางกว่าคือ are inside หรือ are located inside
แบบฝึกหัด
live ใน The protons and neutrons live inside of the nucleus หมายถึงอะไร
- หมายถึงอนุภาคปรากฏในการถ่ายทอดสด
- หมายถึงอนุภาคมีชีวิตทางชีววิทยา
- หมายถึงอนุภาคอยู่ภายในนิวเคลียส
ดูคำตอบ
หมายถึงอนุภาคอยู่ภายในนิวเคลียส
contain almost all of the mass of ...: มีมวลเกือบทั้งหมดของ...
คำเชื่อม and เพิ่มข้อมูลข้อที่สองเกี่ยวกับประธานเดียวกัน คือ the protons and neutrons ในที่นี้ contain หมายความว่ามวลของอนุภาคเหล่านี้คิดเป็นเกือบทั้งหมดของมวลรวมของอะตอม ไม่ได้เปรียบอนุภาคว่าเป็นภาชนะตามความหมายตรงตัว almost all of + ขอบเขตทั้งหมดที่ระบุชัด หมายถึงเกือบ 100% ของทั้งหมดนั้น แต่ยังอาจเหลือส่วนเล็กน้อยได้ of the atom ระบุว่ามวลรวมที่วัดเป็นของอะไร โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าปริมาณรวมที่วัดได้นั้นเกือบทั้งหมดรวมอยู่ในส่วนหรือกลุ่มหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าถังหลักมีน้ำเกือบ 100% แต่ยังอาจมีน้ำปริมาณเล็กน้อยอยู่ที่อื่นได้
- The main tank contains all of the water.
- The main tank contains most of the water.
- The main tank contains almost all of the water.
ดูคำตอบ
The main tank contains almost all of the water.
Way on the edge are the electrons: การกลับลำดับโดยนำสถานที่ขึ้นก่อน
วลีบอกสถานที่ Way on the edge อยู่ต้นประโยค และกริยา are อยู่หน้าประธานที่แท้จริงคือ the electrons หากเรียงแบบปกติ ประโยคจะเป็น The electrons are way on the edge. การกลับลำดับโดยนำสถานที่ขึ้นก่อนนี้จะแสดงสถานที่ก่อนบอกว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น จึงช่วยให้นึกภาพการจัดวางในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ way เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้นระยะทาง หมายถึงอยู่ไกลออกไปด้านนอก ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงถนนหรือเส้นทาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การกลับลำดับโดยนำสถานที่ขึ้นก่อนแบบเดียวกับตัวอย่าง
- At the end of the road, an old tower stood.
- An old tower stood at the end of the road.
- At the end of the road stood an old tower.
ดูคำตอบ
At the end of the road stood an old tower.
with a nucleus in the center and the electrons on the edge,
2:48โดยมีนิวเคลียสอยู่ตรงกลางและอิเล็กตรอนอยู่ตรงขอบ
what is in between the nucleus and the electrons?
2:50แล้วช่องว่างระหว่างนิวเคลียสกับอิเล็กตรอนคืออะไรล่ะ?
if ... what is ...?: สร้างแบบจำลองก่อน แล้วจึงถามคำถามหลัก
อนุประโยค if ขอให้ผู้ฟังยอมรับแบบจำลองเชิงภาพก่อน โดยจินตนาการว่าอะตอมมีขนาดเท่าสนามกีฬา นิวเคลียสอยู่ตรงกลาง และอิเล็กตรอนอยู่ที่ขอบ จากนั้นคำถามหลักที่ขึ้นต้นด้วย what ใช้แบบจำลองนี้เพื่อชี้ความสนใจไปยังพื้นที่ระหว่างทั้งสองส่วน นี่คือรูปแบบการจัดข้อมูล: ตั้งแบบจำลองหรือสมมติฐานก่อน แล้วจึงถามคำถามที่ตอบได้จากแบบจำลองนั้น ในที่นี้ if ใช้เปิดสถานการณ์สมมติชั่วคราว ไม่ได้แสดงความสงสัยว่าอะตอมมีอยู่จริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
อนุประโยค if ทำหน้าที่อะไร ก่อนคำถามที่ใช้ what?
- ให้คำตอบสุดท้ายก่อนที่จะถามคำถาม
- สร้างภาพเปรียบเทียบให้เป็นแบบจำลองที่ผู้ฟังใช้คิดต่อได้
- ปฏิเสธว่าภาพเปรียบเทียบนั้นเป็นไปไม่ได้
ดูคำตอบ
สร้างภาพเปรียบเทียบให้เป็นแบบจำลองที่ผู้ฟังใช้คิดต่อได้
Surprisingly, the answer is ...: ส่งสัญญาณถึงข้อสรุปที่ไม่คาดคิด
Surprisingly ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยค โดยประเมินข้อสรุปทั้งหมดว่าคำตอบคือที่ว่างเปล่า คำนี้บอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าผลลัพธ์ดังกล่าวน่าจะขัดกับสิ่งที่คนทั่วไปคาดไว้ จากนั้น The answer is ... จึงบอกข้อสรุปสำคัญ คำวิเศษณ์ต้นประโยคและโครงสร้างบอกคำตอบทำงานร่วมกัน โดยปรับความคาดหมายก่อน แล้วจึงเน้นข้อสรุป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลลัพธ์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด?
- Therefore, the smallest team won the tournament.
- Surprisingly, the smallest team won the tournament.
- For example, the smallest team won the tournament.
ดูคำตอบ
Surprisingly, the smallest team won the tournament.
vast regions of empty space: การเน้นบริเวณที่กว้างใหญ่และต่อเนื่อง
vast regions of empty space เป็นวลีคำนามที่หมายถึงบริเวณขนาดใหญ่มากและกินพื้นที่กว้าง ซึ่งมีสสารอยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย vast ขยาย regions และ of empty space บอกว่าบริเวณเหล่านั้นเป็นบริเวณแบบใด เมื่อเทียบกับการพูดเพียง empty space วลีเต็มจะเน้นขนาดและความกว้างของพื้นที่มากกว่า regions หมายถึงบริเวณกว้าง ไม่ได้หมายถึงวัตถุชิ้นเล็กจำนวนมากหรือช่องว่างเล็ก ๆ ที่แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษห้าคำที่เน้นบริเวณขนาดใหญ่มากและกินพื้นที่กว้าง ซึ่งแทบไม่มีสสารหรือไม่มีเลย: The map revealed ____ between the galaxy clusters.
ดูคำตอบ
vast regions of empty space
Now, technically, ..., but in terms of ...: การจำกัดขอบเขตของข้อสรุปหลัก
Now เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังทำให้คำอธิบายแม่นยำขึ้น technically นำเสนอรายละเอียดที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัดว่า มีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ จากนั้น but จะดึงจุดเน้นกลับไปยังสิ่งที่ผู้พูดต้องการคงไว้เป็นข้อสรุปหลัก in terms of stuff, matter กำหนดเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าตรงนั้นว่างเปล่า โดย stuff ถูกอธิบายให้ชัดทันทีด้วย matter รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ ยอมรับความซับซ้อนทางเทคนิค ระบุเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย in terms of แล้วจึงให้ข้อสรุปที่จำกัดขอบเขตอย่างระมัดระวัง รายละเอียดทางเทคนิคทำหน้าที่จำกัดข้อสรุป ไม่ได้แทนที่ข้อสรุปนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับรายละเอียดทางเทคนิคก่อน แล้วจึงจำกัดข้อสรุปหลักไว้ที่หมวดหมู่หนึ่งโดยเฉพาะ?
- In terms of storage space, the folder is small because it contains one file.
- Technically, the folder contains a hidden settings file, but in terms of user documents, it is empty.
- The folder contains user documents, but technically every file is hidden.
ดูคำตอบ
Technically, the folder contains a hidden settings file, but in terms of user documents, it is empty.
in terms of stuff, matter: จำกัดข้อความให้อยู่ในแง่ของสสารทางกายภาพ
โครงสร้าง in terms of + นามวลี ใช้กำหนดแง่มุมหรือเกณฑ์ของข้อความหนึ่ง ๆ ในที่นี้ in terms of stuff, matter หมายถึงเมื่อพิจารณาเฉพาะสสารทางกายภาพ วลีนี้จำกัดขอบเขตของคำว่า empty กล่าวคือ อาจมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ แต่ไม่มีสสารอยู่ตรงนั้น stuff เป็นคำที่มีความหมายกว้างและไม่เป็นทางการ ผู้พูดจึงพูดใหม่ทันทีด้วยคำว่า matter ซึ่งเป็นคำทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำกว่า เพื่อให้ขอบเขตที่ต้องการสื่อชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ากระเป๋าเดินทางใบนี้ถือได้ง่าย โดยพิจารณาเฉพาะด้านน้ำหนัก?
- Despite its weight, this suitcase is easy to carry.
- In technical terms, the suitcase is classified as lightweight.
- In terms of weight, this suitcase is easy to carry.
ดูคำตอบ
In terms of weight, this suitcase is easy to carry.
Remember, this vast region of empty space: เชื่อมกลับไปยังแบบจำลองก่อนหน้า
Remember ที่ต้นประโยคบอกให้ผู้ฟังนำข้อมูลก่อนหน้านี้กลับมาเป็นจุดสนใจ ไม่ได้ใช้เพื่อเสนอข้อเท็จจริงใหม่หรือสั่งให้จำถ้อยคำทุกคำ แต่ใช้เชื่อมข้อความปัจจุบันกลับไปยังคำเปรียบเทียบเรื่องขนาดที่วางไว้แล้ว ใน this vast region of empty space คำว่า this ชี้กลับไปยังพื้นที่ว่างที่เพิ่งกล่าวถึง Remember และ this จึงช่วยนำผู้ฟังจากข้อมูลเดิมไปสู่ขั้นต่อไปของคำอธิบายที่ยาว
แบบฝึกหัด
Remember ที่ต้นประโยคมีหน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาอย่างไร?
- เชื่อมข้อความปัจจุบันกลับไปยังแบบจำลองที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
- ขอให้ผู้ฟังท่องจำประโยคทั้งหมดแบบคำต่อคำ
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลก่อนหน้า
ดูคำตอบ
เชื่อมข้อความปัจจุบันกลับไปยังแบบจำลองที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
which is ... which really are: ติดตามสิ่งที่อ้างถึงในคำเปรียบเทียบ
ข้อความช่วงนี้ต่อจากประโยคก่อนหน้า โดยมีอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขึ้นต้นด้วย which สองชุด ใน which is inside the Earth คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงวัตถุเอกพจน์ในคำเปรียบเทียบ ซึ่งก็คือบลูเบอร์รี และเพิ่มข้อมูลเรื่องตำแหน่งของมัน ส่วนใน which really are the atoms... ผู้พูดเปลี่ยนกลับไปกล่าวถึงสิ่งหลายอย่างที่แสดงอยู่ในคำเปรียบเทียบ และบอกว่าสิ่งเหล่านั้นแทนอะไร นั่นคืออะตอมในเกรปฟรุต ในการอธิบายด้วยภาษาพูด อนุประโยค which ที่ต่อกันอาจเปลี่ยนไปมาระหว่างระดับต่าง ๆ ของคำเปรียบเทียบ แทนที่จะอ้างถึงสิ่งเดียวกันตลอด ให้ดูทั้งความหมายและจำนวน: is เข้ากับวัตถุเอกพจน์ ส่วน are เป็นเบาะแสว่ากำลังพูดถึงหลายสิ่ง อย่าเชื่อม which ตัวที่สองเข้ากับคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง Earth โดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
which สองตำแหน่งในข้อความนี้ทำหน้าที่อะไร
- ทั้งสองคำเชื่อมระดับต่าง ๆ ของคำเปรียบเทียบ จึงต้องจับคู่ which แต่ละคำกับสิ่งที่มันอ้างถึง
- ประโยคนี้ถามผู้ฟังว่าวัตถุใดอยู่ภายในโลก
- ทั้งสองคำอ้างถึงวัตถุเอกพจน์ชิ้นเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ
ทั้งสองคำเชื่อมระดับต่าง ๆ ของคำเปรียบเทียบ จึงต้องจับคู่ which แต่ละคำกับสิ่งที่มันอ้างถึง
one more thing if I can even get more bizarre. ลำดับความ
3:20ขอพูดอีกเรื่องนึงถ้ามันจะแปลกประหลาดได้มากกว่านี้อีกนะ
one more thing ... get more bizarre: คำเชื่อมเปลี่ยนประเด็นแบบขำ ๆ ที่เพิ่มระดับความประหลาดใจ
One more thing บอกว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มอีกหนึ่งประเด็นและพาคำอธิบายเดินหน้าต่อไป อนุประโยค if ไม่ใช่เงื่อนไขจริงจัง แต่เป็นคำแทรกที่ผู้พูดล้อเลียนตัวเอง มีความหมายประมาณว่า “แนวคิดต่อไปอาจแปลกกว่าสิ่งที่เพิ่งพูดไปเสียอีก” สองส่วนนี้ช่วยจัดลำดับการพูดร่วมกัน ส่วนแรกเปิดประเด็นใหม่ ส่วนที่สองเพิ่มระดับความประหลาดใจ อารมณ์ขันช่วยสร้างความคาดหวังและทำให้ผู้ฟังอยากฟังต่อ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ประโยคนี้ทำอะไรในการอธิบาย
- กำลังจบคำอธิบายเพราะหัวข้อแปลกเกินไป
- กำลังแนะนำอีกหนึ่งประเด็นที่ยิ่งแปลกกว่าเดิมด้วยท่าทีขำ ๆ
- กำลังกำหนดเงื่อนไขจริงที่อาจทำให้ไม่สามารถอธิบายต่อได้
ดูคำตอบ
กำลังแนะนำอีกหนึ่งประเด็นที่ยิ่งแปลกกว่าเดิมด้วยท่าทีขำ ๆ
Since virtually all of the mass of an atom is in the nucleus, โน้ต
3:23เนื่องจากมวลเกือบทั้งหมดของอะตอมอยู่ในนิวเคลียส
virtually all of ...: เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดอย่างเด็ดขาด
ใน virtually all of คำว่า virtually เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่หมายถึง “เกือบ” วลีนี้บอกว่าสัดส่วนใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์มาก แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นเล็กน้อยได้ โดยไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เป็นดิจิทัลหรือสิ่งจำลอง เมื่อต้องการกล่าวถึงกลุ่มหรือปริมาณที่เฉพาะเจาะจง ให้ใช้ virtually all of the + คำนาม เช่น virtually all of the mass หากไม่มีคำกำหนด virtually all สามารถขยายคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ได้โดยตรง เช่น virtually all students หรือ virtually all information
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์”: ____ the library books were returned, but three are still missing.
ดูคำตอบ
Virtually all of
Since ... but most of it ...: ภูมิหลัง ข้อยกเว้น และประเด็นหลัก
Since เปิดประโยคด้วยเหตุผลหรือข้อมูลพื้นฐานที่ถือว่ารู้อยู่แล้วว่า มวลเกือบทั้งหมดของอะตอมอยู่ในนิวเคลียส โดย Since ... but ... ไม่ใช่คู่คำตายตัว ช่วงกลางของประโยคยอมรับข้อจำกัดเล็กน้อยว่าอิเล็กตรอนก็มีมวลอยู่บ้าง จากนั้น but most of it is in the nucleus ดึงความสนใจกลับไปยังแนวโน้มหลัก การจัดข้อมูลแบบนี้ช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ยังคงข้อสรุปโดยรวมไว้ โดยไม่กล่าวแบบเด็ดขาดว่าไม่มีข้อยกเว้นเลย
แบบฝึกหัด
การจัดข้อมูลในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ให้ข้อสรุปกว้าง ๆ เป็นข้อมูลพื้นฐาน ยอมรับข้อยกเว้นเล็กน้อย แล้วกล่าวย้ำแนวโน้มหลัก
- ใช้ Since และ but เป็นคู่คำตายตัวเพื่อลบล้างข้อความแรก
- โต้แย้งว่าอิเล็กตรอนมีมวลส่วนใหญ่ของอะตอม
ดูคำตอบ
ให้ข้อสรุปกว้าง ๆ เป็นข้อมูลพื้นฐาน ยอมรับข้อยกเว้นเล็กน้อย แล้วกล่าวย้ำแนวโน้มหลัก
The density of a typical nucleus is 4 * 10 to the 17th kg/m^3. การใช้คำ
3:36ความหนาแน่นของนิวเคลียสทั่วไปคือ 4 * 10 ยกกำลัง 17 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
density ... kg/m^3: อ่านความหนาแน่นเป็น kilograms per cubic meter
ความหนาแน่นบอกว่ามีมวลอัดอยู่ในปริมาตรหนึ่งมากเพียงใด ใน kg/m^3 เครื่องหมายทับหมายถึง per หรือ “ต่อ” ดังนั้นหน่วยนี้อ่านว่า kilograms per cubic meter ซึ่งหมายถึงจำนวนกิโลกรัมในแต่ละลูกบาศก์เมตร 4 * 10 to the 17th เป็นการเขียนสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ 4 × 10^17 ในรูปข้อความธรรมดา ตัวเลขกับหน่วยรวมกันบอกว่านิวเคลียสทั่วไปมีความหนาแน่นสี่คูณสิบยกกำลังสิบเจ็ดกิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
แบบฝึกหัด
เติมคำอ่านภาษาอังกฤษของหน่วยนี้ให้สมบูรณ์: kg/m^3 means ____.
ดูคำตอบ
kilograms per cubic meter
put it in English units: เปลี่ยนระบบหน่วยวัด
ใน I'll put it in English units วลี put it in หมายถึงการแสดงปริมาณเดิมในอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนค่าความหนาแน่นจากหน่วยเมตริกเป็นหน่วยที่ผู้คนในสหรัฐฯ คุ้นเคย เช่น pounds per cubic foot ตรงนี้ English ขยายคำว่า units และหมายถึงระบบหน่วยวัด ไม่ได้หมายถึงการแปลคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัด
I'll put it in English units ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- แปลคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ
- แปลงค่าที่วัดแล้วแสดงเป็นฟุต ปอนด์ หรือหน่วยคล้ายกัน
- เก็บตัวเลขไว้แต่ลบหน่วยออก
ดูคำตอบ
แปลงค่าที่วัดแล้วแสดงเป็นฟุต ปอนด์ หรือหน่วยคล้ายกัน
kind of hard to figure: ค่อนข้างยากที่จะหาคำตอบ
ใน kind of hard คำว่า kind of ช่วยลดความหนักของคำว่า hard และหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “นิดหน่อย” ส่วน figure ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงหาคำตอบให้ได้ เช่น ทำความเข้าใจ ระบุ หรือคำนวณ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงตัวเลข รูปร่าง หรือรูปร่างของคน ใน That's hard to figure คำว่า that คือสิ่งที่ต้องพยายามหาคำตอบอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม it หลัง figure
แบบฝึกหัด
ในประโยค “That's still kind of hard to figure,” วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอะไร
- เรื่องนั้นมีรูปร่างที่มองเห็นได้ยาก
- เรื่องนั้นค่อนข้างยากที่จะหาคำตอบ
- เรื่องนั้นไม่สามารถอธิบายได้เลย
ดูคำตอบ
เรื่องนั้นค่อนข้างยากที่จะหาคำตอบ
here's what I want you to do: เกริ่นคำสั่งถัดไป
Here's what I want you to do ใช้เกริ่นคำสั่งที่จะตามมา โดย Here's เป็นรูปย่อของ here is และ what I want you to do หมายถึงการกระทำที่ผู้พูดกำลังจะบอก ในบทเรียน การสาธิต หรือชุดคำแนะนำ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกความปรารถนาส่วนตัวเป็นหลัก วลีนี้ช่วยดึงความสนใจและส่งสัญญาณว่าขั้นตอนต่อไปกำลังจะมา
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งของครูด้วยวลีจากบทเรียนนี้: ____: open your workbook and turn to page ten.
ดูคำตอบ
Here's what I want you to do
Make a box that is 1 ft by 1 ft by 1 ft. วลี
3:53สร้างกล่องที่มีขนาด 1 ฟุต คูณ 1 ฟุต คูณ 1 ฟุต ขึ้นมา
1 ft by 1 ft by 1 ft: ขนาดสามมิติ
ในการบอกขนาด by ใช้คั่นขนาดในแต่ละทิศทาง ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “โดยผ่าน” และไม่ได้บอกวิธีการ ตัวเลขสามชุดใช้บอกขนาดของกล่องในสามทิศทาง ซึ่งโดยทั่วไปคือความยาว ความกว้าง และความสูง ในประโยคนี้ทุกทิศทางมีขนาด 1 ft กล่องจึงมีแต่ละด้านยาวหนึ่งฟุต ft เป็นตัวย่อที่ใช้เขียนแทน foot หรือ feet
แบบฝึกหัด
1 ft by 1 ft by 1 ft บอกขนาดของกล่องอย่างไร?
- กล่องอยู่ห่างจากกล่องอีกสองใบหนึ่งฟุต
- กล่องยาวหนึ่งฟุต กว้างหนึ่งฟุต และสูงหนึ่งฟุต
- กล่องยาวสามฟุตในทิศทางเดียว
ดูคำตอบ
กล่องยาวหนึ่งฟุต กว้างหนึ่งฟุต และสูงหนึ่งฟุต
Now let's go and grab all of the nuclei from a typical car. น้ำเสียง/เจตนา
3:57ทีนี้เราไปเอานิวเคลียสทั้งหมดจากรถยนต์ทั่วไปคันนึงมา
Now let's go and grab: ชวนให้นึกภาพการกระทำ
Now บอกว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป ส่วน let's รวมผู้พูดและผู้ฟังให้มีส่วนร่วมในขั้นตอนนั้นด้วยกัน go and grab ทำให้ขั้นตอนนี้ดูเป็นการกระทำที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรม ในที่นี้เป็นการกระทำในจินตนาการ เพราะไม่มีใครสามารถใช้มือหยิบนิวเคลียสออกมาจากรถได้จริง วลีนี้ทำให้การทดลองทางความคิดดูเหมือนสิ่งที่ลงมือทำได้ และช่วยให้ผู้ฟังติดตามการคำนวณที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
Now let's go and grab มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้สั่งให้ผู้ฟังนำเอานิวเคลียสออกจากรถจริง
- วลีนี้ชวนผู้ฟังให้จินตนาการถึงขั้นตอนถัดไปของการทดลองทางความคิด
- วลีนี้บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายจบแล้ว
ดูคำตอบ
วลีนี้ชวนผู้ฟังให้จินตนาการถึงขั้นตอนถัดไปของการทดลองทางความคิด
on average: ใช้ค่าเฉลี่ยเพื่อจำกัดความหมายของข้อความ
on average หมายถึง “เมื่อคำนวณจากค่าเฉลี่ยของหลายกรณี” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่า 2 tons เป็นค่าเฉลี่ยของรถหลายคัน ดังนั้นรถแต่ละคันอาจหนักกว่าหรือเบากว่านี้ได้ วลีนี้จำกัดความหมายของข้อความทั้งประโยค และในทางไวยากรณ์ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแบบกริยาวิเศษณ์ สามารถวางต้นประโยคได้ เช่น On average, cars weigh 2 tons หรือวางหลังประธานเหมือนในประโยคต้นฉบับก็ได้ ไม่ได้แปลว่า “สูงกว่าค่าเฉลี่ย”
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่มีความหมายว่า “เมื่อใช้ค่าเฉลี่ย” ลงในประโยค: ____, the library lends 300 books a day.
ดูคำตอบ
On average
to have your 1 ft box have the same density of a nucleus?
4:07เพื่อให้กล่องขนาด 1 ฟุตของคุณมีความหนาแน่นเท่ากับนิวเคลียสหนึ่งอัน?
How many ... would you have to ... to have ...?: ถามจำนวนที่ต้องใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
รูปแบบ How many X would you have to [do] to [reach a result]? ใช้ถามว่าต้องใช้ X ที่นับได้จำนวนเท่าใดเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย How many ใช้นำหน้าจำนวนที่นับได้ ในการคำนวณสมมตินี้ would ... have to แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว ส่วนที่บอกผลลัพธ์ to have your 1 ft box have ... ใช้โครงสร้าง have + object + base verb โดย have ตัวแรกหมายถึง “ทำให้” ส่วนตัวที่สองหมายถึง “มี” ซึ่งรวมกันหมายถึงทำให้กล่องมีความหนาแน่นระดับหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ How many X would you have to use to have Y reach a result?
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าต้องใช้เครื่องทำความร้อนกี่เครื่องเพื่อให้เรือนกระจกอบอุ่นตลอดทั้งคืน?
- How many heaters were in the greenhouse during the night?
- How many heaters would you have to use to have the greenhouse stay warm all night?
- How often would you have to check the heaters during the night?
ดูคำตอบ
How many heaters would you have to use to have the greenhouse stay warm all night?
How about a hundred? เพื่อเสนอคำตอบที่เป็นไปได้
ในคำถามนี้ How about a hundred? เสนอจำนวนหนึ่งร้อยเป็นคำตอบที่เป็นไปได้สำหรับโจทย์ทายจำนวนที่กำลังพูดถึงอยู่ ความหมายใกล้เคียงกับ “Could it be a hundred?” ไม่ได้ถามว่าผู้ฟังคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเลขหนึ่งร้อย How about ตามด้วยคำนาม จำนวน หรือรูป -ing ได้ โดยอาจใช้เสนอการกระทำ หรือนำเสนอตัวเลือกหรือคำตอบที่คาดไว้ให้ผู้อื่นพิจารณา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบโดยใช้รูปแบบ How about เพื่อเสนอ fifty เป็นคำตอบที่คาดไว้: “Guess how many marbles are in the jar.” “____ fifty?”
ดูคำตอบ
How about
Nope, nope, and nope. เพื่อปฏิเสธทุกคำตอบที่คาดไว้
Nope เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทน no ในที่นี้ nope แต่ละคำปฏิเสธหนึ่งในสามคำตอบที่คาดไว้ก่อนหน้า ดังนั้นทั้งประโยคจึงหมายความว่าทั้งสามคำตอบผิดทั้งหมด การพูดคำเดิมซ้ำและวาง and ไว้หน้า nope คำสุดท้ายทำให้เกิดจังหวะแบบการแจกแจง ซึ่งช่วยเน้นการปฏิเสธ และทำให้คำตอบในเกมทายดูขี้เล่นหรือมีอารมณ์แบบละครได้
แบบฝึกหัด
ลูกค้านำเสนอข้อเสนอจริงจังสามข้อในการประชุมอย่างเป็นทางการ การตอบว่า “Nope, nope, and nope.” เหมาะสมหรือไม่?
- ไม่ คำตอบนี้ตรงและไม่เป็นทางการเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
- ใช่ เป็นคำตอบที่เป็นทางการและให้เกียรติอย่างเหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่ คำตอบนี้ตรงและไม่เป็นทางการเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
That is almost equal to the number of people in the Earth. วลี
4:21นั่นเกือบจะเท่ากับจำนวนประชากรบนโลกเลยนะ
almost equal to the number of ...: การเปรียบเทียบจำนวนที่ใกล้เคียงกัน
almost equal to หมายถึง “มีค่าใกล้เคียงกันมาก” แต่ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกประการ ในรูปแบบ almost equal to the number of + คำนามพหูพจน์ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือจำนวนรวม เช่น the number of people สำนวนนี้ช่วยอธิบายปริมาณมากโดยเปรียบเทียบกับปริมาณอื่นที่ผู้ฟังคุ้นเคย almost เป็นคำสำคัญ เพราะถ้าตัดออก equal to จะหมายถึงเท่ากันอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
“A is almost equal to B” หมายความว่าอย่างไร
- A มากกว่า B อย่างมาก
- A เท่ากับ B ทุกประการ
- A และ B มีค่าใกล้เคียงกันมาก แต่อาจไม่เท่ากันทุกประการ
ดูคำตอบ
A และ B มีค่าใกล้เคียงกันมาก แต่อาจไม่เท่ากันทุกประการ
if ..., and they don't, ... that would ...: การแก้ไขข้อสมมติภายในสถานการณ์สมมติ
โครงสร้างหลักของประโยคคือ if everyone ... owned ..., and we put ..., that would be ... รูปอดีต owned และ put ใช้ร่วมกับ would เพื่อสร้างสถานการณ์สมมติและผลของมัน ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเป็นจริง วลีที่แทรกว่า and they don't แก้ไขสมมติฐานแรกสั้น ๆ โดย they ย้อนกลับไปหมายถึง everyone และ don't แทน don't own their own car ผู้พูดบอกว่าในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่มีรถเป็นของตัวเอง แล้วจึงเล่าการทดลองทางความคิดต่อ การแก้ไขนี้ไม่ได้ยกเลิกอนุประโยค if
แบบฝึกหัด
วลี and they don't ที่แทรกเข้ามาทำหน้าที่อะไรในสถานการณ์สมมตินี้
- วลีนี้ยกเลิกการเปรียบเทียบและจบประโยค
- วลีนี้บอกว่าสมมติฐานแรกไม่เป็นความจริง แล้วปล่อยให้สถานการณ์สมมติดำเนินต่อ
- วลีนี้พิสูจน์ว่าไม่มีใครมีรถ
ดูคำตอบ
วลีนี้บอกว่าสมมติฐานแรกไม่เป็นความจริง แล้วปล่อยให้สถานการณ์สมมติดำเนินต่อ
So, I'm saying that: การกล่าวข้อสรุปใหม่
ในประโยคนี้ So, I'm saying that เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะกล่าวข้อสรุปที่เพิ่งอธิบายไปใหม่อีกครั้ง So เชื่อมประโยคนี้กับเหตุผลก่อนหน้า ส่วน I'm saying that นำเข้าสู่ประเด็นที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังเข้าใจ ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มความคิดใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการย่อคำอธิบายที่ละเอียดให้เป็นใจความที่ชัดเจนขึ้น ข้อความที่ตามมาจะบอกข้อสรุปหลักของผู้พูดอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น
แบบฝึกหัด
So, I'm saying that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- กล่าวข้อสรุปหลักใหม่ให้ตรงไปตรงมามากขึ้น
- ถ่ายทอดคำพูดของคนอื่นแบบคำต่อคำ
ดูคำตอบ
กล่าวข้อสรุปหลักใหม่ให้ตรงไปตรงมามากขึ้น
if you took ... and put ..., it would ...: การกระทำสมมติและผลลัพธ์
ประโยคนี้กล่าวถึงสถานการณ์สมมติในปัจจุบัน อนุประโยคที่มี if ใช้กริยารูปอดีต took และ put เพื่อกำหนดเงื่อนไข ส่วนประโยคหลักใช้ would + กริยารูปพื้นฐาน คือ would have เพื่อบอกผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ took และ put ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว แต่ทำให้สถานการณ์ดูห่างจากความเป็นจริง กริยา took ... and put ... เชื่อมกันด้วย and ภายในเงื่อนไขเดียว ผู้ฟังจึงได้ติดตามลำดับการกระทำก่อนจะได้ยินผลลัพธ์ รูปแบบนี้มีประโยชน์สำหรับการทดลองทางความคิด: If you did A and did B, X would happen.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายการทดลองสมมติในปัจจุบันได้ถูกต้อง โดยใช้กริยารูปอดีตในอนุประโยค if และใช้ would + กริยารูปพื้นฐานในส่วนผลลัพธ์?
- If you put all the books in one stack, the stack will reach the ceiling.
- If you put all the books in one stack, the stack would reach the ceiling.
- If you had put all the books in one stack, the stack would have reached the ceiling.
ดูคำตอบ
If you put all the books in one stack, the stack would reach the ceiling.
Okay, let's review. เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงทบทวน
Okay ใช้ปิดช่วงก่อนหน้าและดึงความสนใจของผู้ฟังกลับมา จากนั้น Let's review ชวนทุกคนย้อนดูข้อมูลที่อธิบายไปแล้วอีกครั้ง เมื่อใช้รวมกัน ประโยคนี้เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่การทบทวน ในที่นี้ review เป็นคำกริยาที่หมายถึง “กลับมาดูอีกครั้ง” ไม่ใช่ “เขียนหรือให้คำประเมิน”
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดว่า “Okay, let's review.” ประโยคนี้ส่งสัญญาณอะไร?
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการอธิบายเข้าสู่การทบทวน
- ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังโพสต์คะแนนสินค้า
- ผู้พูดกำลังเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการอธิบายเข้าสู่การทบทวน
Think atoms ... like blueberries ... เพื่อทบทวนการเปรียบเทียบแบบย่อ
Think เป็นคำสั่งให้ผู้ฟังนึกถึงภาพในใจที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้ง ในการทบทวนนี้ atoms in a grapefruit คือสิ่งที่ต้องนึกภาพ ส่วน blueberries in the Earth เป็นภาพเปรียบเทียบเรื่องขนาด ถ้อยคำนี้เป็นภาษาพูดที่ย่ออย่างมาก รูปที่เต็มกว่าคือ Think of atoms in a grapefruit as being like blueberries in the Earth. ผู้พูดละส่วนอย่าง of และ as being เพราะได้อธิบายการเปรียบเทียบนี้ไปแล้ว รูปสั้นจึงช่วยเรียกภาพจำหลักกลับมาอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
ในการทบทวน ประโยคย่อ “Think atoms in a grapefruit like blueberries in the Earth.” ขอให้ผู้ฟังทำอะไร?
- นึกถึงการเปรียบเทียบเรื่องขนาดระหว่างสองกลุ่มที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
- เชื่อว่าอะตอมเป็นบลูเบอร์รีจริง ๆ
- ไม่สนใจเกรปฟรุตแล้วเริ่มหัวข้อใหม่เกี่ยวกับโลก
ดูคำตอบ
นึกถึงการเปรียบเทียบเรื่องขนาดระหว่างสองกลุ่มที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
Now, look ... and blow it up ..., and now ...: บอกขั้นตอนและนำเสนอผลลัพธ์
Now ตัวแรกเริ่มขั้นตอนที่ให้ผู้ฟังจินตนาการ การกระทำเชิงคำสั่งสองอย่างคือ look inside the blueberry และ blow it up บอกผู้ฟังว่าควรนึกภาพอะไรตามลำดับ ในที่นี้ it หมายถึง blueberry ซึ่งใช้แทนอะตอมในการเปรียบเทียบขนาด ส่วน blow it up หมายถึง “ขยายให้ใหญ่ขึ้น” ไม่ใช่ “ทำให้ระเบิด” and now ตัวที่สองนำเสนอภาพที่เกิดขึ้นหลังจากทำตามคำสั่งเหล่านั้น นั่นคือนิวเคลียสดูเหมือนลูกแก้วที่อยู่ตรงกลาง รูปแบบ “คำสั่ง + คำสั่ง + ผลลัพธ์” นี้ช่วยให้ผู้พูดพาผู้ฟังทำความเข้าใจคำอธิบายเชิงภาพที่ซับซ้อนได้ตามลำดับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำสั่งสองอย่างแล้วตามด้วย and now เพื่อพาผู้ฟังไปสู่ผลลัพธ์?
- Now, open the map and enlarge it to fill the screen, and now every street is easy to see.
- Every street was easy to see because I opened the map yesterday.
- The map is useful, but the screen may still be too small.
ดูคำตอบ
Now, open the map and enlarge it to fill the screen, and now every street is easy to see.
The atom is made up of a vast regions of empty space. วลี
5:03อะตอมประกอบไปด้วยพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่
is made up of ... empty space: ความสัมพันธ์แบบส่วนประกอบและความสอดคล้องด้านพจน์
Be made up of ใช้บอกส่วนประกอบหรือวัสดุที่รวมกันเป็นสิ่งหนึ่ง The atom คือสิ่งที่เป็นองค์รวม ส่วนวลีหลัง of บอกเนื้อหาหรือส่วนประกอบของมัน Empty space หมายถึงพื้นที่ที่ไม่มีสสารอยู่ และ space ในความหมายนี้มักเป็นคำนามนับไม่ได้ a vast regions มีข้อผิดพลาดเรื่องความสอดคล้องด้านพจน์ เพราะ a ต้องตามด้วยคำนามนับได้เอกพจน์ แต่ regions เป็นพหูพจน์ หากข้อผิดพลาดนี้เกิดจากการพูดพลาดในการสนทนาสด ผู้ฟังมักยังเข้าใจความหมายที่ตั้งใจได้ แต่ในการพูดอย่างระมัดระวังและในการเขียน รูปพจน์ภายในวลีคำนามต้องสอดคล้องกัน
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มาตรฐานและอธิบายส่วนประกอบของอะตอมได้ถูกต้อง
- The atom is made up of a vast region of empty space.
- The atom is made up of vast region of empty space.
- The atom is made up of a vast regions of empty space.
ดูคำตอบ
The atom is made up of a vast region of empty space.
has a crazy high density: crazy ในฐานะคำเน้นระดับ
ใน crazy high คำว่า crazy ไม่ได้บรรยาย density ตามตัวอักษรว่า “บ้า” แต่เป็นคำเน้นระดับแบบไม่เป็นทางการ คล้าย very หรือ extremely ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าความหนาแน่นสูงอย่างน่าประหลาดใจ คำเน้นนี้ทำให้คำอธิบายฟังมีพลังและเน้นย้ำมากขึ้น โดยไม่เปลี่ยนความหมายพื้นฐานของ high density
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ crazy เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง very หรือ extremely?
- The constant noise drove me crazy.
- The roller coaster was crazy fast.
- Everyone thought the idea was crazy.
ดูคำตอบ
The roller coaster was crazy fast.
Think of putting all those cars in your 1 ft box. ลำดับความ
5:11ลองคิดถึงการเอารถทั้งหมดนั่นไปใส่ในกล่อง 1 ฟุตของคุณสิ
Think of putting ...: ชวนให้สร้างภาพในใจ
Think of putting ... เป็นการขอให้ผู้ฟังนึกภาพการกระทำหนึ่งในใจ ในที่นี้ การจินตนาการว่าใส่รถทั้งหมดลงในกล่องเล็ก ๆ เปลี่ยนแนวคิดเชิงนามธรรมเรื่องความหนาแน่นให้เป็นภาพที่จับต้องได้ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท การกระทำที่ตามหลัง Think of จึงใช้รูป -ing เช่น Think of + putting, fitting หรือ carrying ในคำอธิบาย โครงสร้างนี้ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยจำ ไม่ใช่คำสั่งให้ลงมือทำจริง
แบบฝึกหัด
ใช้ Think of และรูปที่ถูกต้องของ put เพื่อเติมคำชวนให้นึกภาพนี้ให้สมบูรณ์: ____ every book into one tiny bag.
ดูคำตอบ
Think of putting