ทำไมโมนาลิซ่าถึงโด่งดังนัก? - Noah Charney: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
700 คำ 137 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายเส้นทางที่โมนาลิซาเปลี่ยนจากภาพเหมือนยุคเรอเนซองส์ที่ได้รับการยกย่องมาเป็นสัญลักษณ์ระดับโลก โดยเชื่อมโยงเทคนิคของเลโอนาร์โดเข้ากับคำวิจารณ์ที่สะสมมาหลายศตวรรษ เหตุโจรกรรมอันโด่งดังในปี 1911 และการนำเสนอผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง ก่อนสรุปว่าชื่อเสียงของภาพถูกสร้างและคงไว้ด้วยพลังทางสังคมที่เกินกว่าคุณค่าทางศิลปะ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. As dawn broke — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าประโยคย่อยบอกเวลาสามารถเปิดเรื่องประวัติศาสตร์พร้อมสร้างภาพฉากได้ทันทีอย่างไร คุณจะสังเกตได้ว่า dawn broke กำหนดทั้งช่วงเวลาและบรรยากาศก่อนเหตุการณ์หลัก และนำวิธีนี้ไปใช้เกริ่นเหตุการณ์โดยไม่ต้องเริ่มจากการเรียงข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมา 2. atmospheric perspective, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจศัพท์ประวัติศาสตร์ศิลป์ที่หมายถึงการสร้างมิติความลึกด้วยการทำให้วัตถุไกลออกไปดูพร่ามัวและไม่ชัดเจน ความรู้นี้ช่วยให้ติดตามคำบรรยายในพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการถ่ายทอดระยะเชิงพื้นที่ และแยกเทคนิคนี้ออกจากทัศนมิติแบบเส้นหรือการกล่าวถึงทิวทัศน์ทั่วไป 3. it stands perhaps less as an exemplary Renaissance portrait and more as a testament to — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้กรอบประโยคสรุปที่มีความละเอียดอ่อนสำหรับนิยามใหม่ว่าสิ่งหนึ่งเป็นตัวแทนของอะไรเป็นหลัก โดยชี้ว่าไม่ใช่ความหมายแรกเท่ากับอีกความหมายหนึ่ง คุณสามารถใช้ในบทวิจารณ์วัฒนธรรม การนำเสนอ และงานเขียนเชิงวิชาการ เพื่อยอมรับมุมมองดั้งเดิมก่อนเสนอข้อคิดที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับความหมายทางสังคม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

As dawn broke over Paris on August 21st, 1911, ลำดับความ

0:07

เมื่อรุ่งอรุณมาเยือนปารีสในวันที่ 21 สิงหาคม ปี 1911

ลำดับความ

As dawn broke: การเปิดฉากเรื่องเล่าด้วยบรรยากาศ

As dawn broke หมายถึง “เมื่อแสงแรกของวันปรากฏขึ้น” ตรงนี้ as นำหน้าอนุประโยคบอกเวลา ไม่ได้บอกเหตุผล โดยระบุว่าเหตุการณ์หลักเกิดขึ้นเมื่อใด การวางฉากด้านเวลาและสถานที่ไว้ก่อน ทำให้เรื่องเปิดด้วยภาพบรรยากาศก่อนเข้าสู่การกระทำหลัก หลังเครื่องหมายจุลภาคจะตามด้วยประโยคหลักที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ As dawn broke ในการเปิดเรื่องนี้คืออะไร?

  1. บอกว่ารุ่งสางได้รับความเสียหายทางกายภาพ
  2. กำหนดเวลาก่อนการกระทำหลัก
  3. บอกว่ารุ่งสางเป็นสาเหตุของการกระทำหลัก
ดูคำตอบ

กำหนดเวลาก่อนการกระทำหลัก

Vincenzo Peruggia hoisted a painting off the wall วลี

0:12

วินเชนโซ เปรูจา ได้ยกภาพวาดลงจากผนัง

วลี

hoisted a painting off the wall: ยกขึ้นและนำออกจากผนัง

Hoisted บรรยายการยกสิ่งของขึ้นด้านบน ซึ่งมักต้องออกแรงอย่างเห็นได้ชัด ส่วน off the wall เพิ่มเส้นทางและผลของการเคลื่อนไหว คือภาพวาดเคลื่อนออกจากผนังที่เคยอยู่ เมื่อรวมกัน hoisted a painting off the wall หมายถึงเขายกภาพวาดขึ้นและนำออกจากผนัง ตรงนี้ off แสดงการแยกออกจากพื้นผิว ไม่ได้หมายถึง “ปิดเครื่อง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ hoist และวลีบอกเส้นทาง off the wall: To replace the display, the workers ____ the heavy panel ____.

ดูคำตอบ

hoisted · off the wall

and slipped down the back stairs of the Louvre. วลี

0:15

และแอบเดินลงบันไดหลังของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

วลี

slipped down the back stairs: เคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้ใครสังเกต

ในประโยคนี้ slipped down the back stairs หมายถึงเคลื่อนตัวลงบันไดที่แยกจากเส้นทางหลักอย่างรวดเร็วและเงียบ ๆ คำว่า slip บรรยายการเคลื่อนไหวที่ตั้งใจไม่ให้คนสังเกตเห็น ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเสียหลักลื่น โครงสร้าง slip + ทิศทางหรือสถานที่ ใช้บรรยายการเคลื่อนไหวแบบไม่ให้เป็นที่สังเกตได้ เช่น slip out, slip into a room หรือ slip down a corridor ในที่นี้ down บอกทิศทางการเคลื่อนที่ ส่วน back stairs ระบุเส้นทางที่มองเห็นได้ยากกว่า

แบบฝึกหัด

ในบริบทของการหลบหนี He slipped down the back stairs หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาหยุดเพื่อล็อกบันไดหลัก
  2. เขาเสียหลักโดยไม่ตั้งใจแล้วล้มลง
  3. เขาลงบันไดที่ไม่ค่อยมีคนใช้อย่างเงียบ ๆ
ดูคำตอบ

เขาลงบันไดที่ไม่ค่อยมีคนใช้อย่างเงียบ ๆ

He was close to freedom,

0:20

เขาเข้าใกล้อิสรภาพแล้ว

the exit just before him

0:21

ทางออกอยู่ตรงหน้าเขาแค่นี้เอง

when he encountered a two-pronged problem. การใช้คำ

0:23

เมื่อเขาต้องพบกับปัญหาที่เข้ามาพร้อมกันสองทาง

การใช้คำ

a two-pronged problem: ปัญหาที่มีสองส่วน

Two-pronged เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงมีสองส่วนหรือสองทิศทางที่แยกจากกัน ใน a two-pronged problem ผู้พูดรวมความยากสองอย่างเข้าเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาเดียวที่ต้องจัดการทั้งสองด้าน ตามความหมายตรงตัว prong คือซี่แหลมหนึ่งซี่ของส้อมหรือเครื่องมือ แต่ในที่นี้ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบ ประเด็นสำคัญคือคำว่า two และโครงสร้างที่มีสองส่วน ไม่ใช่วัตถุจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่มียัติภังค์จากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง ‘มีสองส่วนที่ทำงานประสานกัน’ ให้สมบูรณ์: The campaign uses a ____ strategy: online lessons and local workshops.

ดูคำตอบ

two-pronged

The door was locked and footsteps were approaching.

0:25

ประตูถูกล็อกและมีเสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามา

Tucked under Peruggia's arm was Leonardo da Vinci's Mona Lisa. ไวยากรณ์

0:29

สิ่งที่ซุกอยู่ใต้แขนของเปรูจาคือภาพ โมนาลิซา ของเลโอนาร์โด ดา วินชี

ไวยากรณ์

Tucked under Peruggia's arm was ...: การกลับลำดับด้วยวลี past participle

Tucked under Peruggia's arm เป็นวลี past participle ที่ย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อบอกตำแหน่งของภาพ กริยาหลักที่แสดงกาลคือ was ส่วนประธานที่แท้จริงตามมาทีหลัง คือ Leonardo da Vinci's Mona Lisa ถ้าใช้ลำดับคำปกติ ประโยคจะเป็น Leonardo da Vinci's Mona Lisa was tucked under Peruggia's arm. การบอกตำแหน่งก่อนจะเลื่อนข้อมูลใหม่ที่สำคัญไปไว้ท้ายประโยค ลำดับคำแบบกลับนี้จึงทำให้การเฉลยมีความน่าติดตามและโดดเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายพื้นฐานเดียวกันด้วยลำดับคำปกติที่วางประธานไว้ก่อน

  1. Leonardo da Vinci's Mona Lisa tucked Peruggia's arm under it.
  2. Leonardo da Vinci's Mona Lisa was tucked under Peruggia's arm.
  3. Peruggia was tucked under Leonardo da Vinci's Mona Lisa.
ดูคำตอบ

Leonardo da Vinci's Mona Lisa was tucked under Peruggia's arm.

It's arguably the world's most famous painting today, น้ำเสียง/เจตนา

0:34

อาจกล่าวได้ว่านี่คือภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในปัจจุบัน

น้ำเสียง/เจตนา

It's arguably ...: ข้อกล่าวอ้างที่หนักแน่นแต่เปิดรับความเห็นต่าง

Arguably ขยายข้อกล่าวอ้างทั้งหมด โดยสื่อว่ามีเหตุผลที่ดีรองรับข้อกล่าวอ้างนั้น แม้คนที่มีเหตุผลอาจยังไม่เห็นด้วยก็ตาม ในที่นี้ It's arguably ... นำเสนอ the world's most famous painting เป็นการตัดสินที่หนักแน่นแต่ไม่ถึงกับเด็ดขาด คำนี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างชอบโต้เถียง” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's arguably + description ซึ่งเหมาะเมื่อคุณต้องการให้การประเมินที่มีหลักฐานรองรับ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ถกเถียงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอข้อกล่าวอ้างที่มีเหตุผลรองรับ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้มีความเห็นต่าง

  1. The new route is arguably the safest way across the mountain.
  2. The new route will probably open before noon.
  3. The new route is definitely closed because the sign says so.
ดูคำตอบ

The new route is arguably the safest way across the mountain.

but how did it achieve its status? วลี

0:37

แต่มันก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้ได้อย่างไร?

วลี

achieve its status?: ถามว่าได้รับฐานะที่เป็นที่ยอมรับมาอย่างไร

ในคำถามนี้ achieve its status หมายถึง “ก้าวขึ้นมามีฐานะที่ได้รับการยอมรับอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” คำว่า achieve มองฐานะนั้นว่าเป็นผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ได้มา ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ประธานมีอยู่แล้ว คำแสดงความเป็นเจ้าของ its ย้อนกลับไปที่ประธานและฐานะเฉพาะที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในที่นี้ status หมายถึงฐานะทางสังคมหรือวัฒนธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ได้รับสถานะคุ้มครองอย่างเป็นทางการ”: After years of campaigning, the forest ____.

ดูคำตอบ

achieved protected status

Leonardo is thought to have started the portrait in 1503 ไวยากรณ์

0:40

เชื่อกันว่าเลโอนาร์โดเริ่มวาดภาพเหมือนนี้ในปี 1503

ไวยากรณ์

is thought to have started: รายงานเหตุการณ์ก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง

Is thought to have started เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ โครงสร้างนี้นำเสนอมุมมองที่เชื่อกันอย่างแพร่หลายหรืออิงหลักฐานโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้คิดเช่นนั้น จึงทำให้ข้อความทางประวัติศาสตร์ฟังดูระมัดระวังมากกว่าฟันธงว่าแน่นอน รูปแบบคือ subject + be thought + to have + past participle รูป infinitive แบบสมบูรณ์ to have started แสดงว่าการเริ่มต้นเกิดขึ้นก่อนการตัดสินในปัจจุบันที่แสดงด้วย is thought และไม่ได้หมายถึงอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมรายงานทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวอย่างระมัดระวังด้วยรูป infinitive แบบสมบูรณ์ของ begin: The scientist is thought ____ the experiment in 1920.

ดูคำตอบ

to have begun

at the request of a Florentine businessman วลี

0:44

ตามคำขอของนักธุรกิจชาวฟลอเรนซ์

วลี

at the request of + ผู้ร้องขอ

at the request of + บุคคลหรือองค์กร หมายถึงมีการทำบางอย่างเพราะบุคคลหรือองค์กรนั้นร้องขอ ในประโยคนี้ นักธุรกิจชาวฟลอเรนซ์เป็นผู้ร้องขอ ส่วนที่ตามหลัง of ระบุว่าใครเป็นผู้ร้องขอ ไม่ได้ระบุว่าสิ่งที่ขอคืออะไร การกระทำที่ถูกร้องขอจะกล่าวไว้ที่อื่นหรือเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยวลีที่หมายถึง “เพราะผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ร้องขอ”: The photograph was removed ____ the museum director.

ดูคำตอบ

at the request of

who wanted a portrait of his wife,

0:47

ที่ต้องการภาพวาดเหมือนของภรรยาของเขา

Lisa Gherardini.

0:49

ลิซา เกอราร์ดินี

Leonardo continued working on the painting for more than 10 years,

0:51

เลโอนาร์โดยังคงทำงานกับภาพวาดนี้เป็นเวลานานกว่า 10 ปี

but it was unfinished by the time he died. ไวยากรณ์

0:55

แต่มันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เมื่อถึงเวลาที่เขาเสียชีวิต

ไวยากรณ์

by the time he died: เส้นตายในช่วงเวลาอดีต

by the time he died กำหนดให้การเสียชีวิตของเขาเป็นเส้นตายทางเวลา หมายถึง “เมื่อมาถึงจุดที่เขาเสียชีวิต” ประโยคหลักบอกว่าสถานะในเวลานั้นเป็นอย่างไร นั่นคือผลงานยังไม่เสร็จ by the time เน้นผลลัพธ์หรือสถานะที่เกิดขึ้นก่อนจุดอ้างอิงที่มาทีหลัง หรือยังเป็นจริงอยู่ ณ จุดนั้น ในการเล่าเรื่องอดีต การกระทำที่เสร็จก่อนมักใช้ past perfect แต่สถานะสามารถใช้ simple past ได้ ดังเช่น was unfinished ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าห้องสมุดปิดไปแล้วก่อนที่ Maya จะมาถึง

  1. By the time Maya arrived, the library had already closed.
  2. The library stayed open until Maya arrived.
  3. When Maya arrived, the library closed.
ดูคำตอบ

By the time Maya arrived, the library had already closed.

Over his lifetime,

0:58

ตลอดชีวิตของเขา

Leonardo conducted groundbreaking studies on human optics,

0:59

เลโอนาร์โดได้ทำการศึกษาเชิงบุกเบิกเกี่ยวกับทัศนศาสตร์ของมนุษย์

which led him to pioneer certain artistic techniques. ไวยากรณ์

1:04

ซึ่งนำไปสู่การเป็นผู้ริเริ่มเทคนิคทางศิลปะบางอย่าง

ไวยากรณ์

led him to pioneer: ทำให้ใครบางคนลงมือทำ

ใน led him to pioneer คำว่า led เป็นรูปอดีตของ lead และหมายถึง “ทำให้หรือผลักดันให้เกิด” ไม่ใช่ “นำทางไปตามเส้นทาง” โครงสร้าง lead + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมสาเหตุกับการกระทำที่บุคคลนั้นทำในภายหลัง ในที่นี้ pioneer เป็นคำกริยา หมายถึง “เป็นคนกลุ่มแรกที่พัฒนาสิ่งหนึ่ง” อนุประโยคนี้บอกว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ของเขาเกี่ยวกับการมองเห็นของมนุษย์ทำให้เขาพัฒนาเทคนิคทางศิลปะแบบใหม่ ไม่ได้หมายความว่ามีใครพาเขาไปยังสถานที่ใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง lead someone to do และคำกริยา investigate: The clue led Maya ____ the noise. (investigate)

ดูคำตอบ

to investigate

Some can be seen in the Mona Lisa.

1:08

บางเทคนิคสามารถเห็นได้ในภาพโมนาลิซา

Using atmospheric perspective, วัฒนธรรม

1:11

ด้วยการใช้ทัศนียภาพเชิงบรรยากาศ

he made images at greater distances hazier,

1:13

เขาทำให้ภาพในระยะที่ไกลออกไปดูพร่ามัวมากขึ้น

producing the illusion of profound depth.

1:17

ทำให้เกิดภาพลวงตาของความลึกที่ลึกล้ำ

วัฒนธรรม

atmospheric perspective สำหรับสร้างความลึกทางสายตา

Atmospheric perspective คือเทคนิคทางศิลปะที่ใช้แสดงความลึก โดยทำให้วัตถุไกล ๆ ดูพร่ามัว สว่างกว่า มีความต่างของแสงและสีต่ำกว่า หรือมีรายละเอียดน้อยกว่าวัตถุใกล้ ๆ เพื่อเลียนแบบผลของอากาศต่อสิ่งที่เรามองเห็นในระยะไกล ในคำศัพท์นี้ perspective หมายถึงวิธีแสดงพื้นที่สามมิติบนภาพแบน ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว ในประโยคนี้ การทำให้ภาพที่อยู่ไกลกว่าพร่ามัวช่วยสร้างภาพลวงตาของความลึกอย่างมาก

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ atmospheric perspective มากที่สุด

  1. เทคนิคที่ทำให้วัตถุไกล ๆ ดูพร่ามัวและไม่ชัดเจนเพื่อสร้างความลึก
  2. เทคนิคที่ทำให้วัตถุทุกชิ้นคมชัดเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงระยะทาง
  3. ความคิดเห็นส่วนตัวของศิลปินเกี่ยวกับสภาพอากาศ
ดูคำตอบ

เทคนิคที่ทำให้วัตถุไกล ๆ ดูพร่ามัวและไม่ชัดเจนเพื่อสร้างความลึก

And with sfumato, วัฒนธรรม

1:20

และด้วยเทคนิคสฟูมาโต

he created subtle gradations between colors

1:22

เขาสร้างการไล่ระดับสีที่ละเอียดอ่อนระหว่างสี

that softened the edges of the forms he depicted.

1:25

ซึ่งทำให้ขอบของรูปทรงที่เขาวาดดูนุ่มนวลขึ้น

วัฒนธรรม

sfumato: การไล่สีอย่างนุ่มนวลและขอบที่พร่ามัว

sfumato เป็นศัพท์ทางจิตรกรรมที่มาจากภาษาอิตาลี หมายถึงการผสมสีและน้ำหนักแสงเงาอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนเส้นขอบที่แข็งดูเหมือนหายไป เทคนิคนี้เกี่ยวข้องอย่างมากกับจิตรกรรมยุคเรอเนซองส์ ในประโยคนี้ วลี subtle gradations between colors และ softened the edges อธิบายผลของเทคนิคดังกล่าว เมื่อพบคำนี้ในการบรรยายศิลปะ ให้นึกถึงการเปลี่ยนผ่านที่นุ่มนวลคล้ายหมอก ไม่ใช่ขอบที่วาดไว้อย่างคมชัด

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย sfumato ในงานจิตรกรรมได้ดีที่สุด

  1. สร้างมิติทัศน์ด้วยการเปลี่ยนขนาดที่วัดได้ของวัตถุ
  2. ตีกรอบทุกรูปทรงด้วยเส้นสีดำหนา
  3. ใช้การเปลี่ยนผ่านของสีหรือน้ำหนักแสงเงาอย่างละเอียดเพื่อทำให้ขอบที่มองเห็นนุ่มนวลขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้การเปลี่ยนผ่านของสีหรือน้ำหนักแสงเงาอย่างละเอียดเพื่อทำให้ขอบที่มองเห็นนุ่มนวลขึ้น

All of this is striking, ลำดับความ

1:29

ทั้งหมดนี้น่าทึ่งมาก

but is it enough to make the Mona Lisa the world's most famous painting?

1:31

แต่นั่นเพียงพอที่จะทำให้โมนาลิซากลายเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกหรือไม่?

ลำดับความ

All of this is striking, but...: ยอมรับข้อดีก่อนแล้วจึงตั้งคำถาม

All of this รวบรวมลักษณะต่าง ๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นแนวคิดเดียว คำว่า is striking ยอมรับอย่างชัดเจนว่าลักษณะเหล่านั้นน่าประทับใจ ส่วน but ส่งสัญญาณว่าการให้เหตุผลยังไม่จบ คำถามหลัง but ไม่ได้ลบล้างคำชมก่อนหน้า แต่ถามว่าจุดแข็งเหล่านั้นเพียงพอที่จะอธิบายข้อสรุปที่ใหญ่กว่าหรือไม่ โครงสร้างนี้จึงพาการอภิปรายจากการยอมรับไปสู่คำถามที่เข้มงวดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือ “ยอมรับจุดแข็งก่อน แล้วจึงตั้งคำถามสำคัญ”

  1. The plan is creative, so there is nothing else to consider.
  2. The plan is not creative because it may take too long.
  3. The plan is creative, but can we finish it on time?
ดูคำตอบ

The plan is creative, but can we finish it on time?

Many scholars consider it an outstanding Renaissance portrait,

1:36

นักวิชาการหลายคนมองว่ามันเป็นภาพเหมือนที่โดดเด่นในยุคเรอเนสซองส์

but one among plenty. วลี

1:39

แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในภาพที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย

วลี

one among plenty: หนึ่งในหลายตัวอย่างที่เทียบเคียงกันได้

ในที่นี้ one หมายถึงภาพเหมือนชิ้นนั้น ส่วน plenty แทนภาพเหมือนยุคเรอเนซองส์อื่น ๆ อีกมากที่เทียบเคียงกันได้ สำนวนนี้มีการละคำ โดยใช้ plenty เพียงลำพังแทน plenty of other such portraits คำว่า but ทำให้การประเมินมีความสมดุล ภาพเหมือนนี้โดดเด่น แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นผลงานโดดเด่นเพียงชิ้นเดียว โดยทั่วไป one among plenty จะจัดให้คนหรือสิ่งของอยู่ในกลุ่มใหญ่ของสิ่งประเภทเดียวกัน และลดน้ำหนักของคำกล่าวที่ว่าสิ่งนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว

แบบฝึกหัด

one among plenty แสดงการประเมินแบบใดในประโยคนี้

  1. ภาพนี้โดดเด่น แต่ก็มีภาพเหมือนอื่นที่เทียบเคียงกันได้อีกมาก
  2. ภาพนี้เป็นภาพเหมือนโดดเด่นเพียงชิ้นเดียวในยุคนั้น
  3. ภาพนี้มีสิ่งของมากพอที่จะสื่อถึงความมั่งคั่ง
ดูคำตอบ

ภาพนี้โดดเด่น แต่ก็มีภาพเหมือนอื่นที่เทียบเคียงกันได้อีกมาก

And history is full of great paintings.

1:41

และประวัติศาสตร์ก็เต็มไปด้วยภาพวาดที่ยิ่งใหญ่

Indeed,

1:44

แท้จริงแล้ว

the Mona Lisa's rise to worldwide fame วลี

1:45

การก้าวขึ้นสู่ชื่อเสียงระดับโลกของโมนาลิซา

depended largely on factors beyond the canvas. สำนวน

1:48

ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกผืนผ้าใบเป็นส่วนใหญ่

วลี

rise to worldwide fame: วลีนามที่บอกกระบวนการมีชื่อเสียงทั่วโลก

ใน rise to worldwide fame คำว่า rise เป็นคำนามที่เรียกกระบวนการของการเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น รูปแสดงความเป็นเจ้าของ the Mona Lisa's ระบุว่าอะไรเป็นสิ่งที่ผ่านกระบวนการนั้น ส่วน to worldwide fame บอกผลลัพธ์ที่ไปถึง โดย worldwide ขยาย fame โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone's or something's rise to fame ใช้เมื่ออธิบายว่าบุคคล ผลงาน องค์กร หรือแบรนด์ เปลี่ยนจากการไม่ค่อยเป็นที่รู้จักไปสู่การได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rise บุพบทที่ถูกต้อง และคำนามที่ถูกต้อง: The band's ____ began after millions of people heard its first song.

ดูคำตอบ

rise to fame

สำนวน

beyond the canvas: ปัจจัยนอกเหนือตัวงานศิลปะเอง

ในประโยคนี้ beyond the canvas เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงปัจจัยซึ่งอยู่นอกตัวงานศิลปะเอง คำว่า canvas ใช้แทนภาพวาดและคุณลักษณะทางศิลปะ ไม่ได้หมายถึงพื้นที่จริงที่เลยขอบผ้าใบออกไป วลีนี้เปลี่ยนจุดอธิบายสาเหตุของชื่อเสียงจากสิ่งที่อยู่ในภาพไปสู่แรงผลักดันทางสังคมและประวัติศาสตร์จากภายนอก โดยทั่วไป beyond X สามารถขยายการพูดถึงเรื่องหนึ่งให้ครอบคลุมสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตปกติของ X ได้

แบบฝึกหัด

beyond the canvas ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. หมายถึงรายละเอียดที่วาดไว้ใกล้ขอบผ้าใบ
  2. หมายถึงปัจจัยทางสังคมและประวัติศาสตร์ที่อยู่นอกตัวงานศิลปะเอง
  3. หมายถึงพื้นที่ว่างรอบภาพวาดจริง
ดูคำตอบ

หมายถึงปัจจัยทางสังคมและประวัติศาสตร์ที่อยู่นอกตัวงานศิลปะเอง

King François I of France

1:52

พระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 แห่งฝรั่งเศส

purchased the painting and began displaying it after Leonardo's death.

1:54

ได้ทรงซื้อภาพวาดนี้และเริ่มนำมาจัดแสดงหลังการเสียชีวิตของเลโอนาร์โด

Then in 1550,

1:59

จากนั้นในปี 1550

Italian scholar Giorgio Vasari published a popular biography of Italian Renaissance artists,

2:02

นักวิชาการชาวอิตาลี จอร์โจ วาซารี ได้ตีพิมพ์ชีวประวัติยอดนิยมของศิลปินยุคเรอเนสซองส์ชาวอิตาลี

Leonardo included.

2:09

ซึ่งรวมถึงเลโอนาร์โดด้วย

The book was translated and distributed widely,

2:11

หนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลและเผยแพร่อย่างกว้างขวาง

and it contained a gushing description of the Mona Lisa การใช้คำ

2:13

และมีคำบรรยายอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับโมนาลิซา

as a hypnotic imitation of life. สำนวน

2:17

ในฐานะการเลียนแบบชีวิตที่มีมนตร์สะกด

การใช้คำ

a gushing description: คำชื่นชมที่ดูมากเกินไป

ในที่นี้ a gushing description หมายถึงคำบรรยายที่เต็มไปด้วยคำชื่นชมอย่างกระตือรือร้นจนเหมือนพรั่งพรูออกมา คำว่า gushing แสดงว่าอารมณ์นั้นรุนแรงมากและอาจดูมากเกินไป ไม่ใช่เพียงบอกว่าคำบรรยายนั้นเป็นเชิงบวก การเลือกใช้ gushing ทำให้ผู้บรรยายแสดงระยะห่างจากคำชื่นชมนั้นเล็กน้อย และอาจฟังดูสงสัยหรือขบขันเบา ๆ กับความกระตือรือร้นที่มากเกินไป

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับบทวิจารณ์ที่ชื่นชมภาพยนตร์อย่างกระตือรือร้นรุนแรงจนผู้พูดคิดว่าอาจมากเกินไป

  1. a gushing review
  2. a detailed review
  3. a glowing review
ดูคำตอบ

a gushing review

สำนวน

a hypnotic imitation of life: เหมือนจริงและชวนหลงใหล

ในที่นี้ imitation of life หมายถึงการถ่ายทอดทางศิลปะที่ดูมีชีวิตเหมือนจริงอย่างมาก ส่วน hypnotic เพิ่มความหมายว่าภาพนั้นดึงดูดความสนใจของผู้ชมอย่างแรงกล้าจนละสายตาได้ยาก วลีนี้เป็นคำชมเชิงเน้น ไม่ได้หมายถึงการสะกดจิตจริง ๆ โดยรวมความเหมือนจริงเข้ากับเสน่ห์อันทรงพลัง ซึ่งเป็นการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบในบทวิจารณ์ศิลปะ

แบบฝึกหัด

นักวิจารณ์หมายความว่าอย่างไรเมื่อเรียกภาพบุคคลว่า a hypnotic imitation of life?

  1. ภาพคัดลอกคำแนะนำที่เขียนไว้เกี่ยวกับวิธีใช้ชีวิต
  2. ภาพดูมีชีวิตเหมือนจริงอย่างมากและดึงดูดความสนใจของผู้ชมไว้
  3. ภาพถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้สะกดจิตผู้ชมทางการแพทย์
ดูคำตอบ

ภาพดูมีชีวิตเหมือนจริงอย่างมากและดึงดูดความสนใจของผู้ชมไว้

Over the years,

2:20

เมื่อเวลาผ่านไป

the Mona Lisa became one of the most enviable pieces วลี

2:21

โมนาลิซากลายเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าอิจฉาที่สุด

in the French royal collection.

2:24

ในชุดสะสมของราชวงศ์ฝรั่งเศส

วลี

became one of the most enviable pieces: เข้าสู่กลุ่มผลงานชั้นนำ

โครงสร้าง became one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงสิ่งหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการจัดอันดับสูงมาก เป็นการประเมินในระดับยอดเยี่ยมโดยไม่ได้กล่าวว่าสิ่งนั้นเป็นอันดับหนึ่งเพียงสิ่งเดียว ในที่นี้ pieces เป็นพหูพจน์ เพราะเลือกสมาชิกหนึ่งชิ้นจากผลงานชั้นนำหลายชิ้น ในบริบทของคอลเลกชัน piece หมายถึงงานศิลปะหรือของสะสม ส่วน enviable หมายถึงน่าปรารถนาจนทำให้คนอื่นรู้สึกอิจฉา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง one of the most + adjective + plural noun: The park became ____ popular attractions in the region.

ดูคำตอบ

one of the most

It hung in Napoleon's bedroom and eventually went on public display in the Louvre Museum. วลี

2:26

มันถูกแขวนไว้ในห้องนอนของนโปเลียนและในที่สุดก็ได้จัดแสดงต่อสาธารณะในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

วลี

eventually went on public display: ต่อมาจึงเริ่มจัดแสดงต่อสาธารณะ

Eventually วางเหตุการณ์ไว้ในช่วงหลังของลำดับเวลา คือเกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง Went on public display หมายถึง “เริ่มถูกจัดแสดงในที่ที่ประชาชนเข้าชมได้” ทั้งวลีจึงสื่อถึงการเปลี่ยนจากการเก็บไว้เป็นการส่วนตัวไปสู่การจัดแสดงต่อสาธารณะ ในที่นี้ display หมายถึงสภาพของการถูกจัดแสดงให้คนดู ไม่ได้หมายถึงหน้าจออิเล็กทรอนิกส์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ eventually และรูปอดีตของ go on public display: After years in storage, the painting ____ at the local museum.

ดูคำตอบ

eventually went on public display

There,

2:32

ที่นั่น

visitors flocked to see the once private treasures of the deposed aristocracy. โน้ต

2:33

ผู้มาเยือนต่างแห่กันมาชมสมบัติที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของส่วนตัวของชนชั้นสูงที่ถูกโค่นอำนาจ

วลี

visitors flocked to see: ฝูงชนจำนวนมากถูกดึงดูดให้มาชม

visitors flocked to see หมายถึงผู้เข้าชมจำนวนมากพากันมาเพราะต้องการดูบางสิ่ง คำว่า flocked เพิ่มภาพของฝูงชนที่มารวมตัวกันหรือเคลื่อนไปยังสิ่งดึงดูดเดียวกัน จึงให้ความหมายหนักแน่นและเห็นภาพกว่าการใช้ went ธรรมดา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ people flock to a place และ people flock to do something ในที่นี้ flocked เป็นรูปอดีต และ to see บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ flock แล้วตามด้วย to see it: When the rare comet appeared, people ____.

ดูคำตอบ

flocked to see it

วัฒนธรรม

deposed aristocracy: ชนชั้นสูงที่ถูกปลดจากอำนาจ

Deposed หมายถึงถูกปลดออกจากตำแหน่งที่มีอำนาจ โดยมักเกิดจากการใช้กำลังหรือการดำเนินการทางการเมือง ส่วน aristocracy ในที่นี้หมายถึงชนชั้นสูงในสังคม ดังนั้น deposed aristocracy จึงหมายถึงชนชั้นสูงที่สูญเสียสถานะผู้ปกครองไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยอธิบายว่าเหตุใดสมบัติที่เคยอยู่ในคอลเล็กชันส่วนตัวของชนชั้นสูงจึงเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ วลีนี้ชี้ถึงความปั่นป่วนทางการเมืองในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของเหล่านั้นถูกนำไปเก็บหรือฝากไว้

แบบฝึกหัด

ในบริบททางประวัติศาสตร์ของประโยคนี้ deposed aristocracy หมายถึงอะไร

  1. ผู้ที่ได้รับการว่าจ้างให้เก็บรักษาของมีค่า
  2. ประชาชนทั่วไปที่เพิ่งได้รับบรรดาศักดิ์ขุนนาง
  3. ชนชั้นสูงที่ถูกปลดออกจากอำนาจ
ดูคำตอบ

ชนชั้นสูงที่ถูกปลดออกจากอำนาจ

During the 1800s,

2:38

ในช่วงทศวรรษ 1800

a series of European scholars further hyped the Mona Lisa up, กริยาวลี

2:40

นักวิชาการชาวยุโรปกลุ่มหนึ่งได้โหมกระแสโมนาลิซาขึ้นไปอีก

กริยาวลี

further hyped the Mona Lisa up: ยิ่งโหมกระแสให้มากขึ้น

Hype something up หมายถึงสร้างความสนใจหรือความตื่นเต้นเพิ่มเติมด้วยการประชาสัมพันธ์ซ้ำ ๆ การชื่นชมอย่างมาก หรือการกล่าวเกินจริง ส่วน further แสดงว่านักวิชาการเพิ่มความสนใจให้กับภาพที่ได้รับความสนใจอยู่แล้ว Hype up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ กรรมที่เป็นคำนามสามารถอยู่ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาคได้ เช่น hyped the painting up หรืออยู่หลังคำอนุภาค เช่น hyped up the painting แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง โดยใช้ hyped it up ไม่ใช่ hyped up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยวาง further ไว้หน้ารูปอดีตของ hype it up: After the first teaser drew attention to the game, the ads ____ before the launch.

ดูคำตอบ

further hyped it up

fixating to a conspicuous degree on the subject's allure. การใช้คำ

2:45

โดยยึดติดกับเสน่ห์ของบุคคลในภาพในระดับที่โดดเด่น

การใช้คำ

fixating to a conspicuous degree on: หมกมุ่นมากเกินไปจนเห็นได้ชัด

Fixate on หมายถึงจดจ่ออยู่กับสิ่งเดียวมากเกินไปหรือในมุมที่แคบเกินไป ในที่นี้วลีบอกระดับ to a conspicuous degree แทรกอยู่ระหว่าง fixating กับ on the subject's allure โดย on ยังคงนำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความสนใจ Conspicuous หมายถึงเห็นได้ชัดสำหรับคนอื่น ไม่ได้แปลเพียงว่า «มาก» ถ้อยคำนี้จึงวิจารณ์ผู้แสดงความเห็นว่า พวกเขาสนใจความดึงดูดของบุคคลในภาพมากเกินไปจนโดดเด่นสะดุดตา

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความหมายและน้ำเสียงเชิงวิจารณ์ของ fixating to a conspicuous degree on ได้ดีที่สุด

  1. ผู้วิจารณ์ยังคงจดจ่อกับลักษณะหนึ่งมากเกินไปจนความสนใจของพวกเขาเห็นได้ชัด
  2. ผู้วิจารณ์ตรวจสอบทุกลักษณะอย่างละเอียดเท่า ๆ กัน
  3. ผู้วิจารณ์สังเกตเห็นลักษณะหนึ่งเพียงชั่วครู่แล้วก็เปลี่ยนไปเรื่องอื่น
ดูคำตอบ

ผู้วิจารณ์ยังคงจดจ่อกับลักษณะหนึ่งมากเกินไปจนความสนใจของพวกเขาเห็นได้ชัด

In 1854,

2:50

ในปี 1854

Alfred Dumesnil said that Mona Lisa's smile imparted a treacherous attraction. การใช้คำ

2:51

อัลเฟรด ดูเมสซิล กล่าวว่ารอยยิ้มของโมนาลิซาสื่อถึงแรงดึงดูดที่อันตราย

การใช้คำ

imparted a treacherous attraction: มอบเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลแต่แฝงอันตราย

ในคำบรรยายเชิงวรรณศิลป์นี้ imparted หมายถึงมอบหรือถ่ายทอดคุณลักษณะบางอย่าง รอยยิ้มถูกกล่าวว่าทำให้ภาพมี attraction หรือพลังที่ดึงดูดผู้คน Treacherous ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ทำให้แรงดึงดูดนั้นดูน่าหลงใหล แต่ก็อันตราย ไม่น่าไว้วางใจ หรือชวนให้ไม่สบายใจ ไม่ได้กล่าวหาว่าโมนาลิซาทรยศใครจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยายเชิงวรรณศิลป์นี้ The smile imparted a treacherous attraction หมายความว่าอย่างไร

  1. รอยยิ้มนั้นพิสูจน์ว่าผู้หญิงได้ทรยศเพื่อนที่ไว้ใจเธอ
  2. รอยยิ้มนั้นทำให้ภาพดูธรรมดาอย่างสิ้นเชิงและไม่มีอารมณ์ใด ๆ
  3. รอยยิ้มนั้นทำให้ภาพมีเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลแต่ให้ความรู้สึกอันตราย
ดูคำตอบ

รอยยิ้มนั้นทำให้ภาพมีเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลแต่ให้ความรู้สึกอันตราย

A year later,

2:58

หนึ่งปีต่อมา

Théophile Gautier wrote of her mocking lips and gaze promising unknown pleasures.

2:59

เธโอฟิล โกติเยร์ ได้เขียนถึงริมฝีปากที่เย้ยหยันและสายตาที่รับปากถึงความสุขที่ไม่รู้จักของเธอ

And in 1869,

3:06

และในปี 1869

Walter Pater described Mona Lisa as the embodiment of timeless feminine beauty. วลี

3:08

วอลเตอร์ เพเตอร์ บรรยายว่าโมนาลิซาเป็นศูนย์รวมของความงามของสตรีที่เหนือกาลเวลา

วลี

the embodiment of timeless feminine beauty: ตัวแทนอันสมบูรณ์ของความงามแบบสตรีที่เหนือกาลเวลา

การเป็นตัวแทนของคุณลักษณะนามธรรม หมายถึงคนหรือสิ่งที่แสดงคุณลักษณะนั้นออกมาอย่างครบถ้วนและเด่นชัด ที่นี่ Walter Pater มอง Mona Lisa ว่าเป็นผลงานที่ดูเหมือนรวบรวมความงามแบบสตรีซึ่งไม่เสื่อมเสน่ห์ไปตามกาลเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ describe A as the embodiment of B ในที่นี้ embodiment เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือการทำให้แนวคิดหนึ่งปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ไม่ได้หมายถึงร่างกายเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัว the embodiment of: To the younger players, their captain was ____ calm leadership.

ดูคำตอบ

the embodiment of

By the 20th century,

3:15

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20

the portrait was an iconic piece in one of the world's most famous museums.

3:16

ภาพวาดนี้ได้กลายเป็นผลงานอันโดดเด่นในหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

But the Mona Lisa wasn't yet a household name. สำนวน

3:21

แต่โมนาลิซาก็ยังไม่ใช่ชื่อที่รู้จักกันทุกครัวเรือน

สำนวน

a household name: ชื่อที่คนทั่วไปต่างรู้จัก

a household name หมายถึงบุคคล แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ หรือผลงานที่คนทั่วไปจำนวนมากคุ้นเคย ไม่ใช่เฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น คำว่า yet ใน wasn't yet a household name วางข้อความไว้ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต และสื่อว่าความโด่งดังในวงกว้างเกิดขึ้นภายหลัง Household เพิ่มความหมายว่าคนตามบ้านทั่วไปต่างรู้จัก แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงชื่อที่เป็นของครอบครัวหนึ่งตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว a household name: After the show became a hit, its host became ____.

ดูคำตอบ

a household name

It was Peruggia's 1911 heist that helped it skyrocket to unprecedented fame. โน้ต

3:24

เป็นการโจรกรรมของเปรูจาในปี 1911 ที่ช่วยให้มันโด่งดังขึ้นสู่ความมีชื่อเสียงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ไวยากรณ์

It was Peruggia's 1911 heist that ...: เน้นสาเหตุสำคัญ

รูปแบบ It was + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค เป็นประโยคแยกเน้นหรือ cleft sentence ในประโยคนี้ Peruggia's 1911 heist ถูกวางไว้เป็นจุดเน้น เพื่อชี้ว่าเหตุการณ์นี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงเพิ่มขึ้นในภายหลัง เมื่อตัดกรอบ It was ... that ออก จะเหลือใจความพื้นฐานว่า Peruggia's 1911 heist helped it skyrocket to unprecedented fame โครงสร้างนี้เปลี่ยนจุดเน้นของข้อมูล ไม่ได้เปลี่ยนเหตุการณ์ ในรูปแบบนี้ that ใช้นำส่วนที่เหลือของประโยคเน้น ไม่ใช่อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย heist

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเน้นให้สมบูรณ์เพื่อเน้น the red button: ____ the red button ____ stopped the machine.

ดูคำตอบ

It was · that

การใช้คำ

skyrocket to unprecedented fame: ชื่อเสียงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

skyrocket ในที่นี้เป็นคำกริยาเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากและในปริมาณมาก สิ่งที่เพิ่มขึ้นในประโยคนี้คือ fame กล่าวคือ เหตุโจรกรรมทำให้ผู้คนรู้จักภาพวาดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายถึงการปล่อยจรวดจริง ๆ to unprecedented fame บอกทั้งจุดที่ไปถึงและขนาดของการเปลี่ยนแปลง unprecedented หมายถึงไม่เคยมีใครไปถึงหรือไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงมีน้ำหนักแรงกว่าการบอกเพียงว่ามีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยมมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าชื่อเสียงของคนคนหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

  1. After one performance went viral, the young pianist gradually became a little better known.
  2. After one performance went viral, the young pianist skyrocketed to unprecedented fame.
  3. After one performance went viral, the young pianist launched a rocket while she was famous.
ดูคำตอบ

After one performance went viral, the young pianist skyrocketed to unprecedented fame.

Having been contracted to make protective cases for the Louvre, ไวยากรณ์

3:30

เนื่องจากการรับทำตู้ป้องกันให้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

it wasn't totally inconceivable for Peruggia to be locked inside the museum. น้ำเสียง/เจตนา

3:35

มันจึงไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อเลยที่เปรูจาจะถูกล็อกอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์

ไวยากรณ์

Having been contracted to make ...: perfect passive participle

Having been contracted สร้างจาก having been + past participle เป็นอนุประโยค participle แบบ perfect passive คือ Peruggia เป็นฝ่ายที่ได้รับการว่าจ้างหรือมอบหมายงาน และความสัมพันธ์ในการทำงานนั้นเกิดขึ้นก่อนสถานการณ์ในประโยคหลัก ส่วน to make protective cases for the Louvre บอกว่างานที่เขาได้รับจ้างคืออะไร อนุประโยคต้นประโยคนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังอย่างกระชับ เพื่อช่วยอธิบายว่าทำไมการที่เขาอยู่ข้างในจึงพอเป็นไปได้ หากเขียนเป็นอนุประโยคเต็มจะได้ Because Peruggia had been contracted to make protective cases for the Louvre.... ในการใช้ภาษาแบบมาตรฐานที่ชัดเจน ประธานที่เข้าใจโดยนัยของอนุประโยค participle ต้นประโยคควรตรงกับประธานของประโยคหลักที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้รูป perfect passive participle ของ invite เพื่อแสดงว่าการเชิญเกิดขึ้นก่อน: ____ to speak at the event, Elena prepared a short talk.

ดูคำตอบ

Having been invited

น้ำเสียง/เจตนา

wasn't totally inconceivable for ... to be locked: การยอมรับความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

Wasn't totally inconceivable หมายถึง “ไม่ใช่สิ่งที่จินตนาการไม่ได้โดยสิ้นเชิง” องค์ประกอบปฏิเสธสองส่วน คือ not และคำนำหน้าปฏิเสธ in- ทำให้เกิดการยอมรับแบบจำกัดและระมัดระวังว่า สถานการณ์นี้พอมีความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่ามีแนวโน้มสูงหรือจะเกิดขึ้นแน่นอน รูปแบบ it + be + adjective + for someone + to-infinitive ใช้ประเมินสถานการณ์ โดย it เป็นประธานสมมติ และ for Peruggia to be locked inside the museum คือสถานการณ์ที่ถูกประเมิน ส่วน to be locked เป็นรูปกรรมวาจก หมายถึงมีบางสิ่งหรือบางคนทำให้เขาอยู่ในสภาพถูกขังข้างใน

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Given the storm, it wasn't totally inconceivable for the match to be canceled.

  1. การยกเลิกการแข่งขันมีความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
  2. การแข่งขันจะถูกยกเลิกอย่างแน่นอน
  3. การยกเลิกการแข่งขันเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

การยกเลิกการแข่งขันมีความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

And lucky for him,

3:40

และโชคดีสำหรับเขา

when a workman encountered him in the stairwell,

3:41

เมื่อคนงานคนหนึ่งเจอเขาที่ช่องบันได

he simply helped Peruggia open the door and let him walk out into the morning. ไวยากรณ์

3:44

เขาก็แค่ช่วยเปรูจาเปิดประตูและปล่อยให้เขาเดินออกไปในยามเช้า

ไวยากรณ์

let him walk out: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน let him walk out คำว่า let หมายถึงอนุญาตหรือไม่ขัดขวาง him คือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำกริยา และ walk out คือการกระทำนั้น ซึ่งในที่นี้หมายถึงเดินออกจากอาคาร โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน รูปอดีตของ let ยังคงเป็น let และไม่ใส่ to หน้ากริยาที่ตามมา: ใช้ let him walk ไม่ใช่ let him to walk

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. The guard let the visitors left early.
  2. The guard let the visitors leave early.
  3. The guard let the visitors to leave early.
ดูคำตอบ

The guard let the visitors leave early.

The theft made international headlines. วลี

3:51

การโจรกรรมกลายเป็นพาดหัวข่าวระดับนานาชาติ

วลี

made international headlines: กลายเป็นข่าวสำคัญระดับนานาชาติ

ใน made international headlines สำนวน make headlines หมายถึงกลายเป็นข่าวสำคัญและได้รับการรายงานอย่างโดดเด่นจากสื่อ คำว่า international แสดงว่าข่าวนั้นเข้าถึงผู้ชมหรือสำนักข่าวในหลายประเทศ made เป็นรูปอดีตของ make เหตุโจรกรรมไม่ได้สร้างพาดหัวข่าวขึ้นมาตามความหมายตรงตัว แต่กลายเป็นข่าวระดับนานาชาติที่ถูกรายงานอย่างกว้างขวาง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ บุคคล เหตุการณ์ หรือการค้นพบ + make + local, national หรือ international headlines

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ make international headlines เติมประโยคให้สมบูรณ์: The discovery ____ after researchers confirmed it.

ดูคำตอบ

made international headlines

People gathered to see the blank space where the Mona Lisa once hung.

3:54

ผู้คนหลั่งไหลกันมาเพื่อดูพื้นที่ว่างเปล่าที่โมนาลิซาเคยถูกแขวนไว้

The police interviewed Peruggia because he had worked at the Louvre,

3:58

ตำรวจสอบปากคำเปรูจาเพราะเขาเคยทำงานที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

but they never considered him a suspect.

4:01

แต่พวกเขาไม่เคยถือว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัย

Meanwhile,

4:04

ในขณะเดียวกัน

they interrogated Pablo Picasso because of his connection to a previous Louvre theft,

4:04

พวกเขาสอบปากคำ ปาโบล ปิกัสโซ เพราะเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ครั้งก่อน

but eventually let him go. กริยาวลี

4:10

แต่ในที่สุดก็ปล่อยเขาไป

กริยาวลี

let him go: ปล่อยเขาจากการควบคุมหรือการควบคุมตัว

ในประโยคนี้ let him go หมายถึง “ปล่อยเขา” หรือ “เลิกควบคุมตัวเขา” ผู้ที่มีอำนาจควบคุมยอมให้เขาออกไปได้อย่างอิสระ โครงสร้าง let + person + go สามารถใช้เป็นประโยคสมบูรณ์ได้ในตัวเอง โดยความหมายขึ้นอยู่กับบริบท เมื่อใช้กับตำรวจ ผู้คุม หรือผู้ที่กำลังควบคุมตัวใครอยู่ มักหมายถึงการยุติการควบคุมตัว ไม่ใช่การอนุญาตให้ทำกิจกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ปล่อยเขาจากการควบคุมตัว”: The officers had no reason to hold Daniel any longer, so they ____.

ดูคำตอบ

let him go

For two years,

4:13

เป็นเวลาสองปี

Peruggia kept the painting in a false-bottomed suitcase, การใช้คำ

4:14

เปรูจาเก็บภาพวาดไว้ในกระเป๋าเดินทางที่มีพื้นช่องลับ

การใช้คำ

a false-bottomed suitcase: กระเป๋าเดินทางที่มีก้นปลอมและช่องซ่อน

ใน a false-bottomed suitcase พื้นด้านในที่มองเห็นไม่ใช่ก้นจริงของกระเป๋า แต่มีพื้นที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ จึงใช้ซ่อนสิ่งของได้ false ในที่นี้หมายถึง “ปลอม” หรือ “ทำไว้เพื่อหลอกตา” ไม่ได้หมายถึง “ผิด” หรือ “ทำมาไม่ดี” false-bottomed เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ false และ bottomed ทำงานร่วมกันหน้าคำว่า suitcase เพื่ออธิบายโครงสร้างของกระเป๋า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึง “ทำให้มีพื้นปลอมและมีพื้นที่ซ่อนอยู่ข้างใต้”: The magician hid the card in a ____ box.

ดูคำตอบ

false-bottomed

then smuggled the Mona Lisa to Italy and arranged to sell it to a Florentine art dealer.

4:17

จากนั้นจึงลักลอบนำโมนาลิซาเข้าไปในอิตาลีและจัดการขายให้กับพ่อค้างานศิลปะชาวฟลอเรนซ์

Peruggia saw himself as an Italian patriot returning an old master's work. โน้ต

4:23

เปรูจามองว่าตัวเองเป็นผู้รักชาติชาวอิตาลีที่นำผลงานของปรมาจารย์เก่าแก่กลับคืนมา

วลี

saw himself as: การบอกอัตลักษณ์ที่ตนมองเห็น

see oneself as หมายถึงการมองว่าตนเองเป็นคนแบบใดแบบหนึ่ง หรือมองว่าตนเองมีบทบาทบางอย่าง ในที่นี้ saw แสดงมุมมองที่เปรุกจามีต่อตนเอง ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตา โครงสร้างคือ see + สรรพนามสะท้อนกลับ + as + คำนามหรือคำบรรยาย สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I see myself..., she sees herself... และ he saw himself.... สำนวนนี้บอกภาพที่เขามีต่อตนเอง ไม่ได้หมายความว่าผู้เล่าเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ see oneself as: Maya ____ the team's problem-solver.

ดูคำตอบ

sees herself as

วัฒนธรรม

an old master's work: คำศัพท์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ

ในประวัติศาสตร์ศิลปะ Old Master หมายถึงจิตรกรชาวยุโรปที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงและสร้างผลงานก่อนประมาณปี 1800 ดังนั้น an old master's work จึงหมายถึงงานศิลปะที่จิตรกรเช่นนั้นสร้างขึ้น ในที่นี้หมายถึงผลงานของเลโอนาร์โด ดา วินชี จิตรกรเอกแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี master ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงครูหรือช่างฝีมือสูงวัย คำนี้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดเปรุกจาจึงมองผลงานดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของอิตาลี

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ an old master's work หมายถึงอะไร

  1. ผลงานฝึกหัดที่นักเรียนศิลปะสมัยใหม่ทำขึ้น
  2. งานศิลปะของจิตรกรชาวยุโรปผู้มีชื่อเสียงจากช่วงเวลาก่อนหน้าในประวัติศาสตร์
  3. สิ่งของในชีวิตประจำวันที่ครูงานฝีมือสูงวัยคนใดก็ทำได้
ดูคำตอบ

งานศิลปะของจิตรกรชาวยุโรปผู้มีชื่อเสียงจากช่วงเวลาก่อนหน้าในประวัติศาสตร์

But instead of being celebrated as such, วลี

4:29

แต่แทนที่จะได้รับการยกย่องเช่นนั้น

he was immediately arrested.

4:32

เขากลับถูกจับกุมทันที

วลี

instead of being celebrated as such: as such อ้างกลับไปยังบทบาทที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

instead of + -ing ใช้บอกสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นและนำไปเปรียบต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประโยคหลัก being celebrated เป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ เขาเป็นฝ่ายได้รับการยกย่อง ไม่ใช่ฝ่ายยกย่องผู้อื่น as such ย้อนกลับไปอ้างถึงบทบาทที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือ an Italian patriot และหมายถึง “ในฐานะนั้น” ดังนั้น วลีนี้จึงบอกว่าเขาไม่ได้รับการยกย่องในฐานะผู้รักชาติชาวอิตาลี แต่กลับถูกจับกุม

แบบฝึกหัด

ประโยคก่อนหน้าเพิ่งระบุว่า Leo เป็น team captain ข้อใดใช้ as such ในความหมายว่า “ในบทบาทนั้น”

  1. Instead of respecting his teammates, Leo was ignored during practice.
  2. Instead of being respected as such, Leo was ignored during practice.
  3. Instead of being respected by the coach, Leo was ignored during practice.
ดูคำตอบ

Instead of being respected as such, Leo was ignored during practice.

With the mystery solved, ไวยากรณ์

4:34

เมื่อไขปริศนาได้แล้ว

ไวยากรณ์

With the mystery solved: โครงสร้าง with + คำนาม + กริยาช่องที่ 3

With the mystery solved ใช้โครงสร้าง with + คำนาม + กริยาช่องที่ 3 the mystery เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วน solved แสดงว่าสิ่งนั้นอยู่ในสภาพผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว solved ขยาย the mystery และไม่ใช่กริยาหลักของประโยค วลีเปิดนี้ใช้บอกฉากหลังให้กับประโยคหลักที่ตามมา ตามบริบท อาจเข้าใจได้ว่า “หลังจากปริศนาถูกไขแล้ว” หรือ “ตอนนี้ปริศนาถูกไขแล้ว” แต่โครงสร้าง with นำเสนอผลนั้นอย่างกระชับในฐานะสภาพหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้คำที่ให้มาทั้งหมดเพื่อเติมวลีเปิดด้วยโครงสร้าง with + คำนาม + กริยาช่องที่ 3: ____, the road reopened before noon. (with / the / repairs / completed)

ดูคำตอบ

With the repairs completed

the Mona Lisa went back on display to large crowds,

4:35

โมนาลิซาก็กลับมาจัดแสดงต่อฝูงชนจำนวนมาก

and newspapers took the story for a victory lap. สำนวน

4:38

และหนังสือพิมพ์ก็นำเรื่องนี้ไปนำเสนอในฐานะชัยชนะ

สำนวน

took the story for a victory lap: นำความสำเร็จมาฉลองและเผยแพร่อีกครั้ง

victory lap คือการวิ่งหรือเคลื่อนที่รอบสนามเพื่อฉลองหลังชนะ ในประโยคนี้ หนังสือพิมพ์นำเรื่องราวไปฉลองรอบแห่งชัยชนะในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือยังคงนำเสนอและฉลองการคลี่คลายคดีในฐานะความสำเร็จต่อสาธารณะ ไม่ได้หมายถึงการพาเรื่องราวไปรอบสนามจริง ๆ ภาพเปรียบนี้อาจมีน้ำเสียงวิจารณ์เล็กน้อยด้วย โดยสื่อว่าหนังสือพิมพ์กำลังยืดช่วงเวลาแห่งความสำเร็จและเรียกความสนใจเพิ่มจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? After the launch exceeded its goal, the team took a victory lap in the company newsletter.

  1. ทีมลบผลการเปิดตัวออกอย่างเงียบ ๆ
  2. ทีมวิ่งไปรอบสำนักงานหลังการเปิดตัว
  3. ทีมฉลองความสำเร็จของการเปิดตัวต่อสาธารณะอีกครั้ง
ดูคำตอบ

ทีมฉลองความสำเร็จของการเปิดตัวต่อสาธารณะอีกครั้ง

In the following decades,

4:42

ในทศวรรษต่อๆ มา

conceptual artist Marcel Duchamp mocked it,

4:43

ศิลปินแนวความคิด มาร์แซล ดูว์ช็อง ได้ล้อเลียนภาพนี้

Nazi art thieves pursued it,

4:46

โจรปล้นงานศิลปะของนาซีไล่ตามล่ามัน

Nat King Cole sang about it,

4:48

แนท คิง โคล ร้องเพลงเกี่ยวกับมัน

and museum-goers wielding stones, การใช้คำ

4:50

และผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ที่ถือหิน

paint, acid, and teacups attacked it.

4:53

สี กรด และถ้วยชาก็ทำร้ายมัน

การใช้คำ

museum-goers wielding stones: น้ำหนักความหมายของ wield

ใน museum-goers wielding stones วลี -ing ขยาย museum-goers และบอกว่าคนเหล่านั้นกำลังทำอะไรขณะโจมตี wield หมายถึงการถือและควบคุมสิ่งของเพื่อใช้งาน ซึ่งมักมีนัยของการออกแรง เนื่องจากประโยคต่อด้วย attacked it ก้อนหินจึงถูกใช้หรือเตรียมไว้เป็นอาวุธ ไม่ได้เพียงแค่ถูกถือไปมา ดังนั้น wield จึงเพิ่มความรู้สึกของการลงมือและการคุกคาม ซึ่ง hold หรือ carry ไม่จำเป็นต้องมี

แบบฝึกหัด

คนคนหนึ่งกำลังเหวี่ยงแท่งโลหะเพื่อใช้เป็นอาวุธ ประโยคใดแม่นยำที่สุด?

  1. He is storing a metal bar.
  2. He is carrying a metal bar.
  3. He is wielding a metal bar.
ดูคำตอบ

He is wielding a metal bar.

More than 500 years after its creation,

4:57

มากกว่า 500 ปีหลังจากการสร้างสรรค์

eyebrows and eyelashes long since faded, วลี

4:59

คิ้วและขนตาได้เลือนลางไปนานแล้ว

วลี

long since faded: การเปลี่ยนแปลงที่เสร็จสิ้นไปนานแล้ว

Long since เป็นวลีวิเศษณ์บอกเวลาที่หมายถึง “นานมากแล้ว ก่อนตอนนี้มาก” วลีนี้ขยาย faded จึงสื่อว่าคิ้วและขนตาสูญเสียสีหรือรายละเอียดที่มองเห็นไปนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ในที่นี้ since ไม่ได้บอกจุดเริ่มต้นของเวลาหรือนำหน้าอนุประโยค ในวลีบรรยายแบบกระชับนี้ long since faded ทำหน้าที่คล้าย “that had faded long ago” ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยในงานเขียนเล่าเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำ long since: The old cinema has ____ closed, so the address is no longer useful.

ดูคำตอบ

long since

the Mona Lisa is protected by a bulletproof, การใช้คำ

5:03

โมนาลิซาได้รับการปกป้องโดยตู้กระจกกันกระสุน

earthquake-safe case.

5:06

และตู้กันแผ่นดินไหว

การใช้คำ

bulletproof, earthquake-safe case: คำคุณศัพท์ประสมหน้าคำนาม

Bulletproof และ earthquake-safe เป็นคำคุณศัพท์ที่มีหน้าที่เท่ากันสองคำซึ่งอยู่หน้า case โดย bulletproof หมายถึงออกแบบมาให้ต้านทานกระสุน ส่วน earthquake-safe หมายถึงออกแบบมาให้ยังปลอดภัยและปกป้องสิ่งที่อยู่ข้างในระหว่างแผ่นดินไหว เครื่องหมายจุลภาคแยกคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทั้งสองอย่าง Bulletproof เป็นคำประสมที่ใช้เป็นรูปมาตรฐานและเขียนติดกันเป็นคำเดียวในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันปัจจุบัน ส่วน earthquake-safe เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างได้ตามต้องการและเชื่อมด้วยยัติภังค์ เพื่อให้ earthquake กับ safe ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียวของ case

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้คำคุณศัพท์ประสมสองคำหน้าคำนามได้ชัดเจนที่สุด

  1. a heat-resistant, child-safe container
  2. a heat resistant, child safely container
  3. a heat-resistance, child-safe container
ดูคำตอบ

a heat-resistant, child-safe container

Now,

5:08

ในตอนนี้

it stands perhaps less as an exemplary Renaissance portrait ลำดับความ

5:09

มันอาจไม่ได้โดดเด่นในฐานะภาพเหมือนต้นแบบยุคเรอเนสซองส์อีกต่อไป

and more as a testament to how we create and maintain celebrity.

5:12

แต่เป็นข้อพิสูจน์ถึงวิธีที่เราสร้างและรักษาความเป็นคนดัง

ลำดับความ

stands perhaps less as ... and more as a testament to ...: การย้ายจุดเน้นในการตีความ

ในประโยคนี้ stands as หมายถึง ถูกมองว่าเป็น หรือ ทำหน้าที่เป็น กรอบ less as X and more as Y ย้ายจุดเน้นหลักจาก X ไปที่ Y กล่าวคือ งานชิ้นนี้ไม่ได้ถูกกล่าวถึงเป็นหลักในฐานะภาพเหมือนยุคเรอเนซองส์อันเป็นแบบอย่าง แต่ในฐานะหลักฐานว่าเราสร้างและรักษาความเป็นคนดังไว้อย่างไร Perhaps ทำให้ข้อสรุปฟังนุ่มนวลลง และ less ... more ... ไม่ได้ตัด X ทิ้ง แต่เสนอว่า Y เป็นการตีความที่สำคัญกว่าสำหรับเหตุผลของผู้พูด ส่วน a testament to ใช้นำสิ่งที่บางอย่างเผยให้เห็นหรือช่วยยืนยัน

แบบฝึกหัด

ใช้ less as ... and more as ... เพื่อย้ายจุดเน้น เติมประโยคให้สมบูรณ์: The film stands ____ a biography and ____ a warning about unchecked ambition.

ดูคำตอบ

less as · more as

The Mona Lisa was stolen one fateful time,

5:18

โมนาลิซาถูกขโมยไปหนึ่งครั้งอันเป็นโชคชะตา

but there's an artwork so coveted and influential ไวยากรณ์

5:21

แต่มีงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เป็นที่ต้องการและมีอิทธิพลมาก

that it's been hijacked over a dozen times, การใช้คำ

5:24

จนถูกขโมยไปกว่าสิบครั้ง

ไวยากรณ์

so coveted and influential that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so ขยายทั้ง coveted และ influential ส่วน that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือ งานศิลปะชิ้นนี้ถูกชิงไปมากกว่าสิบสองครั้ง That เริ่มอนุประโยคบอกผล ไม่ใช่อนุประโยคขยาย artwork ส่วน coveted หมายถึง เป็นที่ต้องการอย่างมาก ดังนั้นคำคุณศัพท์สองคำนี้จึงอธิบายว่าทำไมงานชิ้นนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกระดับและผลด้วย so ... that: The road was ____ icy and narrow ____ the bus had to turn around.

ดูคำตอบ

so · that

การใช้คำ

been hijacked over a dozen: ถูกยึดไปมากกว่าสิบสองครั้ง

ในถ้อยคำ it's been hijacked ตัว 's หมายถึง has ดังนั้น has been hijacked จึงเป็น present perfect แบบถูกกระทำ หมายความว่างานศิลปะเป็นสิ่งที่ผู้อื่นยึดหรือเข้าควบคุมซ้ำหลายครั้ง hijacked ให้ภาพชัดเจนและมีน้ำหนักมากกว่า taken แม้คำนี้มักหมายถึงการเข้าควบคุมยานพาหนะด้วยกำลัง แต่ก็ขยายไปใช้กับสิ่งของ เหตุการณ์ โครงการ หรือการสนทนาที่ถูกแย่งการควบคุมหรือเปลี่ยนทิศทางได้ Over a dozen times หมายถึง “มากกว่าสิบสองครั้ง” เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เน้นทั้งการสูญเสียการควบคุมซ้ำ ๆ และจำนวนเหตุการณ์ที่สูงผิดปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hijack ในความหมายว่ามีคนเข้าควบคุมทิศทางเดิมของสิ่งหนึ่ง?

  1. One speaker attended the meeting and followed the agenda.
  2. One speaker postponed the meeting until Friday.
  3. One speaker hijacked the meeting and replaced the agenda with his own topic.
ดูคำตอบ

One speaker hijacked the meeting and replaced the agenda with his own topic.

including once by Nazis.

5:27

รวมถึงครั้งหนึ่งโดยนาซี

Get to know its high-drama, mystery-packed, six-century-spanning story with this video. การใช้คำ

5:29

มารู้จักกับเรื่องราวอันดุเดือด เต็มไปด้วยความลึกลับ และครอบคลุมระยะเวลาหกศตวรรษด้วยวิดีโอนี้

การใช้คำ

high-drama, mystery-packed, six-century-spanning story: คำขยายประสมที่เรียงซ้อนกัน

High-drama, mystery-packed และ six-century-spanning เป็นคำขยายประสมสามชุดที่ทำหน้าที่เท่ากันและวางไว้หน้า story แต่ละชุดย่อแนวคิดที่ยาวกว่า ได้แก่ เรื่องราวมีความเข้มข้น เต็มไปด้วยปริศนา และครอบคลุมเวลาหกศตวรรษ เครื่องหมายยัติภังค์ช่วยให้ผู้อ่านมองแต่ละกลุ่มเป็นคำขยายหนึ่งชุด ส่วนจังหวะที่เรียงคำขยายต่อกันช่วยนำเสนอจุดขายหลายข้ออย่างรวดเร็ว รูปแบบที่กระชับและมีพลังนี้พบได้บ่อยในตัวอย่างภาพยนตร์ พาดหัว และข้อความโปรโมตวิดีโอ

แบบฝึกหัด

เติมคำขยายประสมตามความหมายในวงเล็บให้ประโยคประชาสัมพันธ์สมบูรณ์: Explore this ____, ____ series. (เต็มไปด้วยฉากแอ็กชัน; ครอบคลุมเวลาหนึ่งทศวรรษ)

ดูคำตอบ

action-packed · decade-spanning