สีที่หายากที่สุดในธรรมชาติคือสีอะไร? - Victoria Hwang: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์นี้เปรียบเทียบการดูดกลืนแสงด้วยเม็ดสีกับการกระเจิงแสงจากโครงสร้าง เพื่อหาว่าสีใดเกิดขึ้นได้ยากที่สุดในธรรมชาติ สีน้ำเงินและสีแดงต่างหายากในกลไกหนึ่งแต่พบได้บ่อยในอีกกลไก ส่วนแสงสีม่วงมีพลังงานสูงจึงถูกดูดกลืนง่าย และมีโครงสร้างนาโนเพียงไม่กี่แบบที่กระเจิงเฉพาะแสงนี้ได้ ทำให้หายากในทั้งสองกลไก ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. least likely to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การสังเกตและใช้โครงสร้างขั้นสุดด้านความน่าจะเป็น เมื่อต้องเปรียบเทียบหลายตัวเลือกและระบุว่าสิ่งใดมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุด แทนการบอกเพียงว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น 2. These structural colors — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำศัพท์วิทยาศาสตร์หลักสำหรับสีที่เกิดจากโครงสร้างขนาดจิ๋วกระเจิงและขยายแสง ไม่ใช่จากเม็ดสี ซึ่งจำเป็นต่อการติดตามการเปรียบเทียบสีน้ำเงิน สีแดง และสีม่วง 3. Not to be confused with purple, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การใช้ข้อความแทรกเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและแยกแนวคิดที่ใกล้เคียงกัน โดยในที่นี้แยกสีม่วงในสเปกตรัมออกจากสีม่วงผสมที่เกิดจากแสงสีแดงกับสีน้ำเงิน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Every color you see in front of you can be found in nature. ไวยากรณ์
0:07ทุกสีที่คุณเห็นตรงหน้าสามารถพบได้ในธรรมชาติ
can be found in nature: can + be + กริยาช่องที่สาม
can be found เป็นรูปถูกกระทำที่ใช้กริยาช่วย โดยมีโครงสร้าง can + be + กริยาช่องที่สาม found สิ่งที่อยู่ข้างหน้าคือสิ่งที่ถูกกระทำ จึงไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครเป็นผู้พบ เมื่ออธิบายสถานที่ can be found in/at/near + สถานที่ มักหมายความว่า “มีอยู่หรือปรากฏอยู่ที่นั่น” ในประโยคนี้ can be found in nature หมายถึงสีเหล่านั้นมีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงใครคนหนึ่งกำลังออกค้นหาอยู่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ find ที่ใช้ can: Rare shells ____ on this beach.
ดูคำตอบ
can be found
Some plant, animal, or mineral bears almost every hue imaginable. การใช้คำ
0:11พืช สัตว์ หรือแร่ธาตุบางชนิดมีแทบทุกเฉดสีที่คุณพอจะจินตนาการได้
bears almost every hue imaginable: มีหรือแสดงสีและลักษณะต่าง ๆ
ในที่นี้ bears เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยา bear และหมายถึง “มี ติดอยู่ หรือแสดงให้เห็น” ประธานหมายถึงพืช สัตว์ หรือแร่ชนิดหนึ่งที่แสดงสีบางสี bears ในที่นี้ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ที่หมายถึง “หมีหลายตัว” และไม่ได้หมายถึง “อดทน” hue หมายถึงสีหรือเฉดสี โดยเฉพาะในงานเขียนด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรือคำบรรยายที่ละเอียด imaginable อยู่หลัง every hue และหมายถึง “ที่สามารถจินตนาการได้” ดังนั้น almost every hue imaginable จึงหมายถึงสีแทบทุกสีที่คนเรานึกออก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ bears ในความหมายว่า “มีหรือแสดงลักษณะบางอย่าง”
- She bears the pain without complaint.
- Two bears crossed the road.
- The old coin bears the date 1892.
ดูคำตอบ
The old coin bears the date 1892.
But which of these colors are you least likely to see in the natural world? ไวยากรณ์
0:15แต่สีไหนที่คุณมีโอกาสเห็นน้อยที่สุดในโลกธรรมชาติ?
least likely to: โอกาสที่ต่ำที่สุดในกลุ่ม
be + least likely + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีโอกาสทำหรือประสบสิ่งใดสิ่งหนึ่งน้อยที่สุดในกลุ่ม” least ขยาย likely ส่วน infinitive ที่มี to ระบุการกระทำที่กำลังประเมิน ในคำถามนี้ which of these colors ระบุกลุ่มสีที่นำมาเปรียบเทียบ ส่วน to see ระบุการกระทำ unlikely บอกเพียงว่าโอกาสต่ำ แต่ least likely เป็นการเปรียบเทียบและบอกว่าโอกาสต่ำที่สุดในกลุ่ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำ least + likely + ตัวบอก infinitive: Of all the team members, Maya is ____ forget the safety checklist.
ดูคำตอบ
least likely to
two factors that drive the rarity: วางกรอบสาเหตุและผลลัพธ์
วลีนี้บอกจำนวนและประเภทก่อน คือ two factors จากนั้นอนุประโยคขยาย that drive the rarity ระบุว่าปัจจัยเหล่านั้นก่อให้เกิดหรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อผลลัพธ์ใด drive ในที่นี้หมายถึง “ก่อให้เกิดหรือผลักดันผลลัพธ์” ไม่ได้หมายถึงขับรถ รูปแบบนี้ให้แผนภาพรวมแก่ผู้ฟังก่อนรายละเอียด คือ จำนวน + factors that drive + ผลลัพธ์ แล้วจึงตามด้วยชื่อหรือคำอธิบายของแต่ละปัจจัย physics และ evolution เติมสองตำแหน่งที่ประกาศไว้ตอนต้น
แบบฝึกหัด
คุณกำลังจะอธิบายว่าอุปสงค์และค่าขนส่งทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างไร ประโยคใดวางกรอบคำอธิบายที่มีสองสาเหตุได้ดีที่สุด
- Demand and shipping costs come after the price increase.
- The price increase drives two factors: demand and shipping costs.
- Two factors that drive the price increase are demand and shipping costs.
ดูคำตอบ
Two factors that drive the price increase are demand and shipping costs.
Let's start with physics: สัญญาณบอกหัวข้อแรก
Let's start with + หัวข้อ เป็นสัญญาณบอกผู้ฟังว่าจะพูดถึงเรื่องใดก่อน ในที่นี้ with physics หมายความว่าฟิสิกส์เป็นส่วนแรกของคำอธิบายที่มีหลายส่วน Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในกระบวนการเดียวกัน จึงทำให้การเปลี่ยนหัวข้อฟังเหมือนคำชวน สามารถเปลี่ยน physics เป็นหัวข้อหรืองานอื่นเพื่อช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับข้อมูลได้
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมาย Let's start with เพื่อระบุหัวข้อแรก: ____ the budget.
ดูคำตอบ
Let's start with
Colors are generated when wavelengths of light interact with objects, การใช้คำ
0:29สีเกิดขึ้นเมื่อความยาวคลื่นของแสงทำปฏิกิริยากับวัตถุ
wavelengths of light interact with objects: interact with ในบริบทวิทยาศาสตร์
วลีนาม wavelengths of light หมายถึงความยาวที่วัดได้ของคลื่นแสง วลีนี้เป็นประธานพหูพจน์ของ interact ส่วน with เชื่อมการมีปฏิสัมพันธ์นั้นเข้ากับ objects ในบริบทวิทยาศาสตร์ interact with หมายถึงสิ่งสองสิ่งส่งผลหรือกระทำต่อกัน ในประโยคนี้หมายถึงปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพระหว่างแสงกับวัตถุ ไม่ใช่การสนทนาระหว่างคน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพทั่วไปโดยไม่ได้ระบุว่าเกิดปฏิกิริยาเคมี?
- Light communicates with the surface.
- Light reacts with the surface.
- Light interacts with the surface.
ดูคำตอบ
Light interacts with the surface.
in one of two ways: การเกริ่นคำอธิบายที่แบ่งเป็นสองส่วน
ในคำอธิบายนี้ in one of two ways หมายความว่าแต่ละกรณีถูกจัดอยู่ในหนึ่งจากสองกลไกที่เป็นไปได้ กรณีหนึ่งใช้กลไกหนึ่ง ส่วนอีกกรณีอาจใช้อีกกลไกหนึ่ง วลีนี้ยังช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลที่จะตามมา โดยบอกผู้ฟังว่าจะมีสองหมวดหมู่และจะอธิบายแต่ละหมวดต่อไป จึงไม่ได้เป็นเพียงการกล่าวถึงสองวิธีแบบคร่าว ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ in one of two ways บอกเป็นนัยชัดที่สุดว่าคำอธิบายต่อไปจะเป็นอย่างไร
- คำอธิบายจะเสนอกลไกที่เป็นไปได้สองแบบและอธิบายแยกกัน
- คำอธิบายจะยกตัวอย่างสองตัวอย่างของกลไกเดียวกัน
- คำอธิบายอาจแนะนำกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกันกี่แบบก็ได้
ดูคำตอบ
คำอธิบายจะเสนอกลไกที่เป็นไปได้สองแบบและอธิบายแยกกัน
absorption-based colors: รูปแบบคำนาม + -based
Absorption-based colors หมายถึงสีที่เกิดจากการดูดกลืนแสงแบบเลือกบางช่วง absorption เป็นคำนาม ส่วน absorption-based เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย colors รูปแบบ X-based หมายถึงการใช้ X เป็นพื้นฐาน แหล่งที่มา หลักฐาน หรือกลไกหลัก based ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงฐานหรือสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
กลุ่มคำนามใดหมายถึง “สีที่เกิดจากการดูดกลืน” ได้ถูกต้อง
- absorption-basing colors
- based-absorption colors
- absorption-based colors
ดูคำตอบ
absorption-based colors
are absorbed by an object: รูปถูกกระทำ present simple ที่มี by
are absorbed เป็นรูปถูกกระทำใน present simple โดยมีโครงสร้าง are + กริยาช่องสาม absorbed คำว่า Wavelengths เป็นประธาน ประโยคจึงเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับความยาวคลื่น ไม่ได้เน้นว่าวัตถุทำอะไร การเน้นแบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ by an object ระบุผู้กระทำหรือสิ่งที่ทำให้เกิดการดูดกลืน ในที่นี้ by ไม่ได้หมายถึง «อยู่ข้างวัตถุ» แต่เชื่อมการกระทำเข้ากับวัตถุที่ดูดกลืนความยาวคลื่น
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยรูปถูกกระทำของ absorb และวลีระบุผู้กระทำ: Harmful rays ____ the protective coating.
ดูคำตอบ
are absorbed by
The result is a matte final color generated by these leftover light waves. โน้ต
0:44ผลลัพธ์คือสีด้านๆ ซึ่งเกิดจากคลื่นแสงที่เหลืออยู่
The result is: การส่งสัญญาณบอกผลของกระบวนการ
The result is เป็นคำส่งสัญญาณที่บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปคือผลจากกระบวนการที่เพิ่งอธิบายไป ช่วยจัดลำดับคำอธิบายเป็น กระบวนการ → ผลลัพธ์ ในที่นี้ result หมายถึงผลที่เกิดจากกระบวนการ ไม่ใช่คะแนนการแข่งขัน หลัง The result is สามารถตามด้วยนามวลีได้ เช่น The result is a matte color หากต้องการตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ ให้ใช้ The result is that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายด้วยคำส่งสัญญาณสามคำที่เรียนในบทนี้: The liquid cools and becomes solid. ____ a firm block of wax.
ดูคำตอบ
The result is
matte final color: พื้นผิวแบบด้าน ไม่ใช่เฉดสี
ใน matte final color คำว่า matte บอกว่าสีนั้นมีลักษณะด้านและไม่เป็นเงา คำนี้อธิบายผิวหรือความเงาของสี ไม่ได้บอกเฉดสีใดสีหนึ่ง เช่น สีแดงหรือสีน้ำเงิน final color คือสีที่ได้เมื่อกระบวนการสิ้นสุด สีแบบ matte จะเป็นเฉดใดก็ได้ และอาจสว่างหรือมืดก็ได้ ดังนั้น matte ไม่ได้แปลว่า dark
แบบฝึกหัด
ตู้ใบหนึ่งเป็นสีดำและพื้นผิวที่ทาสีแทบไม่มีความเงาที่มองเห็นได้ ประโยคใดอธิบายได้แม่นยำที่สุด
- The cabinet has a matte black finish.
- The cabinet has a glossy black finish.
- The cabinet has a dark black finish.
ดูคำตอบ
The cabinet has a matte black finish.
naturally occurring colors fall into this category: ใช้ fall into เพื่อจำแนกประเภท
naturally occurring ทำหน้าที่เป็นวลีบรรยายหนึ่งชุดที่อยู่หน้า colors หมายความว่าสีเหล่านั้นมีอยู่หรือเกิดขึ้นในธรรมชาติ ส่วน Most หมายถึงส่วนใหญ่ ไม่ใช่สีธรรมชาติทั้งหมด ในบริบทของการจำแนก fall into this category หมายถึงอยู่ในหรือถูกจัดเข้าในหมวดหมู่นี้ ไม่ได้หมายถึงการตกลงมาจริง ๆ this category ชี้กลับไปยังกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ และเชื่อมตัวอย่างเหล่านี้เข้ากับการจำแนกนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสองคำสำหรับการจำแนกที่เรียนในบทนี้: Questions about passwords ____ the security category.
ดูคำตอบ
fall into
that absorb light waves as part of photosynthesis,
0:57ซึ่งจะดูดกลืนคลื่นแสงอันเป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์ด้วยแสง
compounds called pigments: การบอกชื่อด้วย called
ใน are full of compounds... คำว่า be full of หมายถึง “มีบางสิ่งอยู่เป็นจำนวนมาก” ในที่นี้หมายถึงพืชมีสารประกอบอยู่มาก ใน compounds called pigments ส่วน called pigments เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์ compounds that are called pigments โดยบอกชื่อของสารประกอบเหล่านั้น ดังนั้น called จึงหมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรหา” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ “คำนาม + called + ชื่อ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ called อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกชื่อของโครงสร้างชนิดหนึ่ง?
- The cells contain called chloroplasts structures.
- The cells contain structures calling chloroplasts.
- The cells contain structures called chloroplasts.
ดูคำตอบ
The cells contain structures called chloroplasts.
the process by which they convert sunlight into energy. ไวยากรณ์
1:00กระบวนการที่พวกมันเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงาน
the process by which: การบอกกลไก
The process by which ใช้บอกวิธีหรือกลไกที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น โดย which อ้างกลับไปที่ process และ by หมายถึง “ผ่าน” หรือ “โดยอาศัย” รูปแบบคือ the process by which + ประธาน + กริยา พบบ่อยในคำนิยามและคำอธิบายแบบเป็นทางการ เพราะเชื่อมชื่อของกระบวนการกับอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งบอกว่าเกิดอะไรขึ้นผ่านกระบวนการนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามด้วยวลีทางการที่เรียนในข้อนี้ให้ถูกต้อง: Evaporation is ____ liquid water becomes vapor.
ดูคำตอบ
the process by which
While different plants have evolved different pigments that result in different colors,
1:03แม้ว่าพืชแต่ละชนิดจะวิวัฒนาการเม็ดสีที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้เกิดสีที่แตกต่างกัน
higher energy wavelengths are more easily absorbed than lower energy ones. ไวยากรณ์
1:08แต่ความยาวคลื่นที่มีพลังงานสูงจะถูกดูดกลืนได้ง่ายกว่าความยาวคลื่นที่มีพลังงานต่ำ
more easily absorbed than ... ones: โครงสร้างเปรียบเทียบแบบถูกกระทำ
โครงสร้าง X + be + more easily + past participle + than Y ใช้เปรียบเทียบว่าสิ่งของสองกลุ่มผ่านกระบวนการหนึ่งได้ง่ายเพียงใด ในที่นี้ are absorbed เป็นรูปถูกกระทำ โดยความยาวคลื่นเป็นสิ่งที่ถูกดูดกลืน และ easily ขยาย absorbed ใน lower energy ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ wavelengths เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ หมายถึงช่วงความยาวคลื่นที่มีพลังงานต่ำกว่า ไม่ได้หมายถึงคน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบได้ถูกต้องว่าวัสดุสองชนิดเสียหายง่ายเพียงใด และใช้ ones เพื่อไม่กล่าว materials ซ้ำ
- Thin materials more easily damage than thick ones.
- Thin materials are more easy damaged than thick one.
- Thin materials are more easily damaged than thick ones.
ดูคำตอบ
Thin materials are more easily damaged than thick ones.
And blue light has some of the highest energy wavelengths in the visible spectrum. การใช้คำ
1:13และแสงสีน้ำเงินก็มีความยาวคลื่นที่มีพลังงานสูงสุดในสเปกตรัมที่มองเห็นได้
highest energy wavelengths in the visible spectrum: ช่วงความยาวคลื่นที่มีพลังงานสูงที่สุดในสเปกตรัมที่มองเห็นได้
คำนามหลักใน highest energy wavelengths in the visible spectrum คือ wavelengths โดย highest energy บอกลำดับด้านพลังงานของช่วงความยาวคลื่นเหล่านี้ ส่วน in the visible spectrum จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ส่วนของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตามนุษย์มองเห็นได้ ในประโยคเต็ม some of the highest ... หมายความว่าแสงสีน้ำเงินมีช่วงความยาวคลื่นบางส่วนจากด้านพลังงานสูงของขอบเขตที่มองเห็นได้นั้น คำว่า some of ช่วยไม่ให้ประโยคกล่าวว่าช่วงความยาวคลื่นของแสงสีน้ำเงินทุกช่วงมีพลังงานสูงที่สุดอย่างเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
ในนามวลี highest energy wavelengths in the visible spectrum คำใดเป็นคำนามหลัก
- spectrum
- energy
- wavelengths
ดูคำตอบ
wavelengths
Numerous pigments have evolved to absorb blue light, วลี
1:17เม็ดสีมากมายวิวัฒนาการมาเพื่อดูดกลืนแสงสีน้ำเงิน
have evolved to absorb: หน้าที่ที่พัฒนาขึ้นตลอดหลายชั่วรุ่น
รูป present perfect อย่าง have evolved แสดงให้เห็นว่ากระบวนการวิวัฒนาการอันยาวนานเป็นที่มาของหน้าที่ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบัน ส่วน infinitive อย่าง to absorb blue light ระบุหน้าที่ที่เกิดขึ้น นั่นคือรงควัตถุจำนวนมากสามารถดูดซับแสงชนิดนั้นได้แล้ว ในบริบทชีววิทยานี้ evolved to ไม่ได้หมายความว่ารงควัตถุเลือกหรือตัดสินใจทำตามแผน แต่เป็นการสรุปลักษณะที่เกิดขึ้นผ่านวิวัฒนาการหลายชั่วรุ่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ have evolved ตามด้วย infinitive: Over many generations, these desert shrubs ____ store water in their stems.
ดูคำตอบ
have evolved to
including chlorophyll, which absorbs blue and red wavelengths
1:20รวมถึงคลอโรฟิลล์ ซึ่งดูดกลืนความยาวคลื่นสีน้ำเงินและสีแดง
nature's trademark green: อุปมาที่หมายถึงลักษณะเด่น
infinitive อย่าง to produce เชื่อมความยาวคลื่นที่ถูกดูดซับเข้ากับสีที่มองเห็นซึ่งเกิดขึ้นตามมา ในประโยคนี้ สีดังกล่าวเป็นผลของกระบวนการ ไม่ใช่เป้าหมายที่มีการตั้งใจไว้ nature's trademark green เป็นอุปมาที่ทำให้คำอธิบายมีชีวิตชีวา ตามความหมายตรง trademark คือคำ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายอื่นที่ใช้ระบุแบรนด์ แต่เมื่อวางหน้าลักษณะอย่าง green, smile หรือ style ก็อาจหมายถึงลักษณะเด่นที่ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จัก ในที่นี้หมายถึงสีเขียวของธรรมชาติที่คุ้นเคยและเห็นแล้วจำได้ทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ trademark ในความหมายเปรียบเทียบว่าเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว?
- The company filed a trademark application for its new logo.
- The comedian greeted the crowd with his trademark grin.
- The court ruled that the trademark belonged to another business.
ดูคำตอบ
The comedian greeted the crowd with his trademark grin.
However, green light is still fairly energetic, การใช้คำ
1:26อย่างไรก็ตาม แสงสีเขียวยังคงมีพลังงานค่อนข้างสูง
green light is still fairly energetic: energetic ที่หมายถึงพลังงานทางกายภาพ
ในที่นี้ energetic ใช้บรรยาย green light ไม่ได้บรรยายคนที่กระฉับกระเฉง ในบริบททางวิทยาศาสตร์ คำนี้หมายถึง “มีพลังงานทางกายภาพค่อนข้างสูง” fairly ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความให้มีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าแสงสีเขียวมีพลังงานสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ still แสดงความขัดแย้งกับช่วงก่อนหน้าที่เน้นแสงซึ่งมีพลังงานสูงกว่า แม้จะเปรียบเทียบเช่นนั้น แสงสีเขียวก็ยังมีพลังงานสูงพอที่จะมีความสำคัญ ข้อความนี้กล่าวถึงพลังงานทางกายภาพ ไม่ใช่อารมณ์หรือบุคลิก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ energetic ในความหมายว่า “มีพลังงานทางกายภาพค่อนข้างสูง”
- The dancer gave an energetic performance.
- The puppy is energetic after its nap.
- The particles are still fairly energetic after the collision.
ดูคำตอบ
The particles are still fairly energetic after the collision.
and the most common class of pigments evolved to absorb these wavelengths as well. วลี
1:29และกลุ่มเม็ดสีที่พบได้บ่อยที่สุดก็วิวัฒนาการมาเพื่อดูดกลืนความยาวคลื่นเหล่านี้เช่นกัน
evolved to absorb these wavelengths as well: as well ที่อยู่ท้ายประโยค
evolved to absorb หมายถึงรงควัตถุกลุ่มนี้พัฒนาความสามารถในการดูดกลืนสิ่งหนึ่งขึ้นมาตลอดหลายชั่วรุ่น ไม่ได้หมายถึงการเลือกอย่างตั้งใจ these wavelengths อ้างกลับไปถึงความยาวคลื่นของแสงสีเขียวที่เพิ่งกล่าวถึง เมื่ออยู่ท้ายอนุประโยค as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” โดยเพิ่มความยาวคลื่นเหล่านี้เข้าไปในกลุ่มความยาวคลื่นที่รงควัตถุดูดกลืน ไม่ได้หมายถึง “ได้ดีเท่ากัน” เพราะ well เป็นส่วนหนึ่งของวลีเติมข้อมูล as well
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึง “รงควัตถุเหล่านี้ดูดกลืนความยาวคลื่นเหล่านี้ด้วย”
- These pigments absorb red light as well as green light.
- These pigments absorb these wavelengths as well.
- These pigments absorb these wavelengths well.
ดูคำตอบ
These pigments absorb these wavelengths as well.
1,100 types of carotenoids: กลุ่มรงควัตถุขนาดใหญ่
carotenoids (แคโรทีนอยด์) เป็นกลุ่มรงควัตถุ ไม่ใช่ชื่อของสีเพียงสีเดียวหรือรงควัตถุชนิดเดียว การบอกว่ามีมากกว่า 1,100 ชนิดเน้นให้เห็นว่ากลุ่มนี้มีขนาดใหญ่และหลากหลายมาก ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคำอธิบายนี้คือ แคโรทีนอยด์ดูดกลืนแสงสีน้ำเงินและสีเขียว ส่วนแสงสีแดงและสีเหลืองยังคงเหลือให้มองเห็นได้ การมีหลายชนิดช่วยอธิบายว่าทำไมสีแดงและสีเหลืองจึงพบได้บ่อยในพืช
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ “over 1,100 types of carotenoids” บอกอะไรเรา?
- แคโรทีนอยด์เป็นพืชที่ดูดกลืนแสงทุกสี
- แคโรทีนอยด์เป็นสีเหลืองเฉดเดียวที่ตายตัว
- แคโรทีนอยด์เป็นกลุ่มรงควัตถุขนาดใหญ่ที่มีหลายชนิดแตกต่างกัน
ดูคำตอบ
แคโรทีนอยด์เป็นกลุ่มรงควัตถุขนาดใหญ่ที่มีหลายชนิดแตกต่างกัน
pigments which absorb high-energy blue and green light
1:38ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ดูดกลืนแสงสีน้ำเงินและสีเขียวที่มีพลังงานสูง
while leaving behind the lower energy red and yellow light. กริยาวลี
1:42ขณะที่ทิ้งแสงสีแดงและสีเหลืองที่มีพลังงานต่ำกว่าไว้
while leaving behind ...: ผลลัพธ์ที่ยังคงเหลืออยู่
ในที่นี้ leaving behind หมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงเหลืออยู่หลังจากอีกส่วนหนึ่งถูกนำออกหรือถูกดูดกลืนไป” รงควัตถุดูดกลืนแสงสีน้ำเงินและสีเขียว ส่วนแสงสีแดงและสีเหลืองไม่ถูกดูดกลืนและยังคงเหลือให้มองเห็นได้ ไม่ได้หมายความว่ารงควัตถุลืมสิ่งของไว้โดยบังเอิญ while + leaving เชื่อมสองส่วนของกระบวนการเดียวกัน ประธานที่เข้าใจได้ของ leaving คือ pigments กล่าวคือ รงควัตถุดูดกลืนแสงช่วงหนึ่งพร้อมกับเหลือแสงอีกช่วงหนึ่งไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย while และรูป -ing ของ leave behind: The cleaning process removes the stains ____ the original color.
ดูคำตอบ
while leaving behind
While carotenoids are present in most green plants, การใช้คำ
1:46แม้ว่าแคโรทีนอยด์จะมีอยู่ในพืชสีเขียวส่วนใหญ่
are present in most green plants: present ในความหมายว่า “มีอยู่”
ในที่นี้ are present in หมายถึง “มีอยู่ใน” หรือ “พบได้ใน” คำว่า present เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลังกริยาเชื่อม are ส่วน in นำหน้าพืชที่มีแคโรทีนอยด์อยู่ภายใน รูป be present in พบได้บ่อยในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และเป็นทางการ เมื่อต้องการบอกว่าสาร ลักษณะ หรือสภาวะหนึ่งมีอยู่ภายในบางสิ่ง ในโครงสร้างนี้ present ไม่ได้หมายถึง “ตอนนี้” “ของขวัญ” หรือ “นำเสนอ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยควิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการด้วยรูปที่ถูกต้องของ be present in: A small amount of salt ____ the water.
ดูคำตอบ
is present in
gets broken down: กรรมวาจกแบบ get ที่หมายถึง “ถูกสลาย”
gets broken down เป็นโครงสร้างกรรมวาจกแบบ get: get + กริยาช่อง 3 ประธาน chlorophyll เป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าคลอโรฟิลล์ผ่านกระบวนการสลายตัว กรรมวาจกแบบ get มักทำให้กระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงเด่นกว่า is broken down ที่มีน้ำเสียงเป็นกลางกว่า ในที่นี้ break down หมายถึง “สลายให้เป็นสารหรือส่วนที่เรียบง่ายกว่า” บริบททางชีววิทยาทำให้ต้องตีความเช่นนี้ ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรหยุดทำงานหรือคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกแบบ get ของ break down: During digestion, food ____ into smaller molecules.
ดูคำตอบ
gets broken down
to save energy for the winter: to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์
วลี to-infinitive อย่าง to save energy ตอบคำถามว่า “ทำไปทำไม” และบอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ การกระทำนั้นเกิดขึ้นเพื่อใช้พลังงานให้น้อยลง โครงสร้าง การกระทำ + to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีบอกจุดประสงค์อย่างกระชับ ในที่นี้ for the winter หมายถึง “เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว” หรือ “สำหรับช่วงฤดูหนาว” ไม่ได้หมายความว่า winter เป็นผู้รับพลังงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์: We left home early ____. ใช้คำว่า arrive on time
ดูคำตอบ
to arrive on time
But whether they're working alone or side by side, ไวยากรณ์
1:55แต่ไม่ว่าพวกมันจะทำงานเดี่ยวหรือทำงานร่วมกัน
whether ... or ...: ทั้งสองกรณีให้ผลลัพธ์เดียวกัน
Whether A or B นำสองสถานการณ์ที่เป็นไปได้มาอยู่ภายใต้ข้อสรุปเดียวกันที่ตามมา ในที่นี้ A คือ they're working alone และ B คือ they're working side by side โดยข้อความถัดไปใช้ได้กับทั้งสองกรณี side by side มีความหมายตรงตัวว่า “อยู่เคียงข้างกัน” แต่ในที่นี้หมายถึงทำงานร่วมกันหรือทำงานแบบคู่ขนาน ในโครงสร้างนี้ whether ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่ใช้กำหนดขอบเขตของกรณีที่ข้อสรุปครอบคลุม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย whether...or... เพื่อแสดงว่าคำแนะนำใช้ได้กับทั้งสองกรณี: ____ you study alone ____ with a friend, take regular breaks.
ดูคำตอบ
Whether · or
these pigments absorb blue light in virtually all plants. การใช้คำ
1:58เม็ดสีเหล่านี้ก็ดูดกลืนแสงสีน้ำเงินในพืชแทบทุกชนิด
in virtually all plants: virtually หมายถึง “เกือบทั้งหมด”
ในที่นี้ virtually all หมายถึง “เกือบทั้งหมด” บอกว่าลักษณะนี้พบได้อย่างแพร่หลายมาก แต่ยังเผื่อความเป็นไปได้ที่จะมีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อย virtually เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย all ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เป็น “เสมือน” หรือออนไลน์
แบบฝึกหัด
หากผู้เข้าร่วม 998 คนจาก 1,000 คนผ่านข้อกำหนด ประโยคใดถูกต้องแม่นยำที่สุด
- Virtually all participants met the requirement.
- Only a few participants met the requirement.
- All participants met the requirement.
ดูคำตอบ
Virtually all participants met the requirement.
and only truly turn blue under specific chemical conditions. วลี
2:08และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอย่างแท้จริงภายใต้สภาวะทางเคมีที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น
appear blue กับ turn blue: ลักษณะที่เห็นและการเปลี่ยนแปลง
appear blue หมายถึง “ดูเป็นสีน้ำเงิน” appear เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ blue และวลีนี้บรรยายลักษณะที่สังเกตเห็นโดยไม่ได้บอกว่ามีการเปลี่ยนสีเกิดขึ้น turn blue หมายถึง “เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน” turn ในที่นี้ก็เป็นกริยาเชื่อมเช่นกัน แต่เน้นการเปลี่ยนจากสภาพเดิม ประโยคนี้เปรียบต่างระหว่างลักษณะที่มองเห็นของผลไม้และดอกไม้กับสภาวะที่ทำให้รงควัตถุเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าของเหลวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหลังจากเติมสารทำปฏิกิริยา
- The liquid turns blue after the reagent is added.
- The liquid looks blue under the lamp.
- The liquid appears blue before the reagent is added.
ดูคำตอบ
The liquid turns blue after the reagent is added.
under specific chemical conditions: การระบุเงื่อนไขที่จำเป็น
ใน under specific chemical conditions คำว่า under หมายถึง “ในสถานการณ์ที่มีเงื่อนไขบางอย่างเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างใต้” วลีนี้บอกว่าต้องมีเงื่อนไขใดจึงจะเกิดการเปลี่ยนสีได้ โครงสร้าง under + adjective + conditions พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และกฎระเบียบ เมื่อใช้ร่วมกับ only จะเป็นการจำกัดเงื่อนไข ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมข้อความทางวิทยาศาสตร์ด้วยวลีที่เน้นไว้: The pigment turns blue only ____.
ดูคำตอบ
under specific chemical conditions
So, is ...? Not quite. — การแก้ไขข้อสรุปชั่วคราว
So ใช้ข้อมูลก่อนหน้าเพื่อตั้งข้อสรุปที่น่าจะเป็นไปได้ในรูปคำถาม จากนั้นผู้พูดตอบว่า Not quite เพื่อแสดงว่าข้อสรุปนั้นพอมีเหตุผลและใกล้เคียงความจริง แต่ยังไม่ถูกต้องทั้งหมด การเปลี่ยนผ่านแบบถามแล้วตอบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยหยุดที่ข้อสรุปชั่วคราว แก้ไขข้อสรุปนั้น และส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อยกเว้นสำคัญหรือข้อมูลเพิ่มเติม Not quite ไม่ได้ลบล้างทุกอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
Not quite ส่งสัญญาณอะไรในบทสนทนานี้? “Is the plan complete? Not quite. One safety check is still missing.”
- ทุกอย่างที่กล่าวถึงแผนก่อนหน้านี้เป็นเท็จ
- แผนใกล้เสร็จแล้ว แต่ยังต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติมบางอย่าง
- แผนเสร็จสมบูรณ์แล้วและไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ดูคำตอบ
แผนใกล้เสร็จแล้ว แต่ยังต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติมบางอย่าง
Absorption is just one of the two main ways light generates color. ลำดับความ
2:18การดูดกลืนเป็นเพียงหนึ่งในสองวิธีหลักที่แสงสร้างสีสัน
just one of the two main ways: หนึ่งกลไก ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด
ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” โครงสร้าง one of the two main ways จัดให้การดูดกลืนอยู่ในกลุ่มที่มีสองกลไกหลักพอดี ดังนั้นการดูดกลืนจึงสำคัญ แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด ในฐานะสัญญาณจัดระเบียบข้อมูล ประโยคนี้ระบุว่ากลไกที่กล่าวถึงไปแล้วเป็นส่วนแรก และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับอีกกลไกหนึ่ง คุณสามารถใช้ just one of the two ... เพื่อจำกัดขอบเขตของข้อความและแสดงว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่กำหนด just one of the two เพื่อแสดงว่าราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียว: Price is ____ main factors we consider.
ดูคำตอบ
just one of the two
In the second method: เปลี่ยนไปสู่คำอธิบายถัดไป
In the second method เป็นวลีเปลี่ยนช่วงที่บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนจากกลไกแรกไปยังกลไกที่สอง คำว่า the แสดงว่าวิธีที่สองนี้อยู่ในชุดที่ได้กล่าวถึงแล้ว ในที่นี้ method หมายถึงวิธีหรือกลไกที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงคำสั่งข้อที่สองในขั้นตอนการทำงาน วลีเปลี่ยนช่วงที่มีลำดับ เช่น In the first method และ In the second method ทำให้ติดตามโครงสร้างของคำอธิบายได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายที่มีสองวิธีด้วยวลีเปลี่ยนช่วงที่กำหนด In the second method: The first method uses interviews. ____, the researcher uses an online survey.
ดูคำตอบ
In the second method
overpowering the others to determine an object's final color. การใช้คำ
2:27กลบความยาวคลื่นอื่นๆ เพื่อกำหนดสีสุดท้ายของวัตถุ
are scattered and amplified: การกระทำแบบกรรมวาจกสองอย่างที่เชื่อมขนานกัน
Are scattered and amplified เป็นโครงสร้างประโยคแบบกรรมวาจกที่เชื่อมการกระทำสองอย่างเข้าด้วยกัน ประธานพหูพจน์ some wavelengths เป็นผู้รับการกระทำทั้งสองอย่าง และ are ใช้ร่วมกับกริยาช่องสาม scattered และ amplified ในที่นี้ scattered หมายถึงถูกเปลี่ยนทิศทางไปหลายทาง ส่วน amplified หมายถึงถูกทำให้แรงขึ้นหรือเด่นชัดขึ้น Amplified ใช้กล่าวถึงแสงหรือสัญญาณอื่น ๆ ได้ ไม่ได้ใช้กับเสียงเท่านั้น กรรมวาจกช่วยเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับความยาวคลื่นเหล่านี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีกรรมวาจกแบบขนานจากบทเรียน: In this experiment, some light waves ____ by the surface.
ดูคำตอบ
are scattered and amplified
overpowering the others to determine an object's final color: ผลที่เด่นเหนือกว่า
ใน overpowering the others คำว่า overpowering หมายถึงการที่ผลทางการมองเห็นมีความเด่นชัดมากจนความยาวคลื่นอื่น ๆ มีส่วนต่อสิ่งที่มองเห็นน้อยลง The others หมายถึงความยาวคลื่นอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของ วลี -ing นี้อธิบายต่อโดยแสดงผลที่เกิดจากการกระเจิงและการขยายให้เด่นขึ้นก่อนหน้า ส่วน To determine an object's final color อธิบายว่าการมีอิทธิพลเหนือกว่านี้ทำให้เกิดอะไรขึ้น นั่นคือผลของความยาวคลื่นที่เด่นกว่าจะควบคุมสีที่ผู้ชมมองเห็น ในที่นี้ overpowering เป็นการใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การทำร้ายทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ overpower ในความหมายที่ไม่ใช่ทางกายภาพเช่นเดียวกับตัวอย่าง?
- The lamps stood next to one another at the same brightness.
- The guard overpowered the intruder and held him down.
- The bright stage lights overpowered the softer lights on the set.
ดูคำตอบ
The bright stage lights overpowered the softer lights on the set.
which can form nanostructures that interfere with visible light. การใช้คำ
2:37ซึ่งสามารถสร้างโครงสร้างนาโนที่รบกวนแสงที่มองเห็นได้
สีเชิงโครงสร้างเหล่านี้: สีที่เกิดจากโครงสร้างระดับจุลภาค
Structural colors หมายถึง “สีเชิงโครงสร้าง” ซึ่งเป็นสีที่เกิดจากโครงสร้างทางกายภาพระดับจุลภาคหรือระดับนาโนทำปฏิกิริยากับแสง ไม่ได้เกิดจากสารสีเป็นหลัก ในที่นี้ structural บอกกลไกที่ทำให้เกิดสี โดยหมายถึงโครงสร้างเล็กมากภายในวัสดุ ไม่ใช่โครงสร้างอาคารหรือรูปร่างโดยรวมของวัตถุ ส่วน These ชี้กลับไปยังสีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
structural colors ในที่นี้หมายถึงอะไร
- สีที่ปรากฏเฉพาะบนอาคารและสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ
- สีที่ต้องเกิดจากสารสีที่เป็นสีเดียวกันเสมอ
- สีที่เกิดขึ้นเมื่อโครงสร้างทางกายภาพขนาดเล็กมากทำปฏิกิริยากับแสง
ดูคำตอบ
สีที่เกิดขึ้นเมื่อโครงสร้างทางกายภาพขนาดเล็กมากทำปฏิกิริยากับแสง
which can form nanostructures...: ก่อรูปเป็นโครงสร้างระดับนาโนที่มีผลต่อแสง
Which อ้างกลับไปที่ microscopic particles หมายความว่าอนุภาคเหล่านั้นสามารถก่อรูปเป็นโครงสร้างระดับนาโนได้ จากนั้นอนุประโยค that interfere with visible light ขยาย nanostructures โครงสร้างไวยากรณ์นี้สร้างลำดับสองขั้น คือ อนุภาคก่อรูปเป็นโครงสร้าง แล้วโครงสร้างมีผลต่อแสง ในบริบททางฟิสิกส์นี้ interfere with visible light หมายถึงโครงสร้างทำปฏิกิริยากับคลื่นแสงและเปลี่ยนวิธีที่คลื่นรวมตัวหรือเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึง “รบกวน” หรือ “ขัดจังหวะ” แบบที่ใช้ในสถานการณ์ทั่วไป
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่เน้นไว้อธิบายกลไกสองขั้นแบบใด
- โครงสร้างระดับนาโนขัดจังหวะผู้ที่กำลังมองแสงที่มองเห็นได้
- แสงที่มองเห็นได้ก่อให้เกิดอนุภาคขนาดเล็กมาก แล้วอนุภาคเหล่านั้นกลายเป็นโครงสร้างระดับนาโน
- อนุภาคขนาดเล็กมากก่อรูปเป็นโครงสร้างระดับนาโน และโครงสร้างระดับนาโนมีผลต่อแสงที่มองเห็นได้
ดูคำตอบ
อนุภาคขนาดเล็กมากก่อรูปเป็นโครงสร้างระดับนาโน และโครงสร้างระดับนาโนมีผลต่อแสงที่มองเห็นได้
For example, this feather has no blue pigments in it.
2:42ตัวอย่างเช่น ขนนกนี้ไม่มีเม็ดสีน้ำเงินอยู่ในนั้น
the electrons within its nanostructure vibrate at the same frequency as the wave. วลี
2:47อิเล็กตรอนภายในโครงสร้างนาโนจะสั่นสะเทือนที่ความถี่เดียวกับคลื่น
when light strikes: strike หมายถึงแสงไปถึงพื้นผิว
ใน when light strikes it คำว่า strikes หมายถึง “ไปถึงและตกกระทบพื้นผิวของสิ่งนั้น” ประธานคือ light และ it คือวัตถุที่รับแสง คำกริยานี้บอกการสัมผัสหรือปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึงการโจมตีรุนแรง การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในภาษาวิทยาศาสตร์ แสง คลื่น รังสี หรืออนุภาคสามารถ strike พื้นผิวได้ อนุประโยค when บอกเงื่อนไขที่ทำให้กระบวนการในประโยคหลักเริ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ strikes ในความหมายว่าแสงไปถึงและมีผลต่อพื้นผิว
- The factory workers strike for safer conditions.
- The boxer strikes the punching bag during practice.
- When sunlight strikes the solar panel, it produces electricity.
ดูคำตอบ
When sunlight strikes the solar panel, it produces electricity.
vibrate at the same frequency as: การเปรียบเทียบความถี่ของการสั่น
ใน vibrate at the same frequency as the wave คำว่า at ใช้นำหน้าความถี่ของการสั่น ส่วน as ใช้นำหน้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างคือ A vibrates at the same frequency as B frequency ในที่นี้เป็นอัตราทางฟิสิกส์ หมายถึงจำนวนรอบการสั่นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ประโยคนี้บอกว่าอัตราการสั่นของอิเล็กตรอนตรงกับความถี่ของคลื่น ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นบ่อยเท่ากับอีกเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบเป้าหมาย: During the experiment, the second tuning fork vibrates ____ the first tuning fork.
ดูคำตอบ
at the same frequency as
This makes the particles send out a new wave with the same frequency, กริยาวลี
2:53ทำให้เกิดการส่งคลื่นใหม่ที่มีความถี่เดียวกันออกมา
send out a new wave with the same frequency: ปล่อยคลื่นลูกใหม่ที่มีความถี่เท่ากัน
ในที่นี้ send out หมายถึง “ปล่อย” หรือ “แผ่ออกมา” อนุภาคไม่ได้ตั้งใจส่งอะไร แต่กระบวนการทางกายภาพทำให้มันสร้างคลื่นลูกใหม่ กรรมของ send out คือ a new wave ส่วน with the same frequency ขยายคลื่นนั้น โดยบอกว่ามีความถี่เท่ากับคลื่นเดิม การใช้นี้ใช้กับสัญญาณ แสง และความร้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ปล่อยออกมา”: The antenna can ____ a warning signal.
ดูคำตอบ
send out
starting a chain reaction that amplifies and scatters blue light. วลี
2:58เริ่มปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ขยายและกระเจิงแสงสีน้ำเงิน
starting a chain reaction that amplifies and scatters: เริ่มปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ขยายและกระเจิง
starting a chain reaction หมายถึงการทำให้เหตุการณ์หนึ่งกระตุ้นเหตุการณ์ถัดไป แล้วเหตุการณ์นั้นก็กระตุ้นเหตุการณ์อื่นต่อไปอีก ในที่นี้ starting เป็นอนุประโยค -ing ที่นำเสนอลำดับเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันว่าเป็นผลจากกระบวนการที่กล่าวมาก่อนหน้า that amplifies and scatters ขยาย a chain reaction และบอกว่าลำดับเหตุการณ์นี้ทำอะไรกับแสงสีน้ำเงิน chain reaction ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการระเบิดหรือเคมีนิวเคลียร์ แต่ใช้บรรยายลำดับเหตุและผลที่เชื่อมโยงกันได้ทุกชนิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ chain reaction เพื่อบอกลำดับเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน โดยเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ถัดไป?
- Several unrelated errors appeared on different days.
- One software error started a chain reaction that shut down several services.
- The team placed a metal chain beside the computer.
ดูคำตอบ
One software error started a chain reaction that shut down several services.
Nanostructures of various shapes and sizes scatter different wavelengths, วลี
3:03โครงสร้างนาโนรูปทรงและขนาดต่างๆ จะกระเจิงความยาวคลื่นที่ต่างกันไป
of various shapes and sizes: อธิบายกลุ่มที่มีรูปร่างและขนาดหลากหลาย
ในนามวลีนี้ Nanostructures เป็นคำนามหลัก ส่วน of various shapes and sizes ใช้อธิบายโครงสร้างระดับนาโนว่าแตกต่างกันทั้งด้านรูปร่างและขนาด various ครอบคลุมทั้ง shapes และ sizes ที่เชื่อมกัน ไม่ได้ขยายเฉพาะ shapes รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + of various shapes and sizes ใช้สรุปอย่างกระชับว่าสิ่งของในกลุ่มหนึ่งมีรูปร่างและขนาดหลายแบบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าพิพิธภัณฑ์มีผลึกหลายรูปร่างและหลายขนาด?
- The museum displays crystals of various shapes and sizes.
- The museum displays crystals from various shapes and sizes.
- The museum displays crystals with a various shape and size.
ดูคำตอบ
The museum displays crystals of various shapes and sizes.
but they typically scatter high-energy wavelengths most easily,
3:07แต่มักจะกระเจิงความยาวคลื่นพลังงานสูงได้ง่ายที่สุด
making blue the most common structural color. ไวยากรณ์
3:11ทำให้สีน้ำเงินเป็นสีเชิงโครงสร้างที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด
making blue the most common structural color: อนุประโยคบอกผลลัพธ์
อนุประโยค -ing making blue the most common structural color บอกผลที่เกิดจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า นั่นคือการกระเจิงความยาวคลื่นพลังงานสูงได้ง่ายทำให้สีน้ำเงินกลายเป็นสีเชิงโครงสร้างที่พบได้บ่อยที่สุด making ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการผลิตสีน้ำเงิน รูปแบบคือ make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม blue เป็นกรรม ส่วน the most common structural color เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนามและบอกว่า blue กลายเป็นอะไร เมื่อวาง making + กรรม + ส่วนเติมเต็ม หลังอนุประโยคสมบูรณ์ รูปแบบนี้สามารถบอกผลจากสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้าได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ making + กรรม + ส่วนเติมเต็ม เพื่อบอกผลลัพธ์ได้ถูกต้อง?
- The storm closed the airport, making the train the only practical option.
- The storm closed the airport, making the train to become the only practical option.
- The storm closed the airport, making the train became the only practical option.
ดูคำตอบ
The storm closed the airport, making the train the only practical option.
Meanwhile, low-energy wavelengths like red are only weakly scattered. ลำดับความ
3:16ในขณะเดียวกัน ความยาวคลื่นพลังงานต่ำอย่างสีแดงจะกระเจิงได้อ่อนมาก
Meanwhile: เปลี่ยนไปสู่อีกด้านที่ตรงกันข้ามของคำอธิบาย
ในประโยคนี้ Meanwhile เปลี่ยนคำอธิบายจากการเน้นแสงสีน้ำเงินก่อนหน้าไปสู่พฤติกรรมที่ตรงกันข้ามของความยาวคลื่นพลังงานต่ำอย่างแสงสีแดง โดยเข้าใจได้ว่า “ในทางตรงกันข้ามและในเวลาเดียวกัน” หน้าที่หลักในที่นี้คือจัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่เพียงบอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน คำนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนไปพิจารณาอีกด้านหนึ่งของกลไกเดียวกัน
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ Meanwhile ในตัวอย่างคืออะไร?
- แสดงว่าผลของแสงสีแดงเกิดขึ้นในภายหลัง
- บอกสาเหตุของข้อความก่อนหน้า
- ใช้เกริ่นอีกด้านหนึ่งที่ตรงกันข้ามในคำอธิบายเดียวกัน
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นอีกด้านหนึ่งที่ตรงกันข้ามในคำอธิบายเดียวกัน
Even when something evolves specific nanostructures that strongly scatter red light, ไวยากรณ์
3:20แม้ว่าบางสิ่งจะวิวัฒนาการโครงสร้างนาโนเฉพาะที่กระเจิงแสงสีแดงอย่างรุนแรง
Even when ...: เงื่อนไขที่หนักแน่นแต่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
Even when หมายความว่าเงื่อนไขที่กล่าวถึงอาจเป็นจริงอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถขัดขวางผลที่ตามมาได้ ในอนุประโยคนี้ สิ่งหนึ่งพัฒนาโครงสร้างระดับนาโนที่กระเจิงแสงสีแดงอย่างมาก แต่ประโยคหลักถัดไปจะนำเสนอข้อจำกัดที่ยังคงอยู่หรือผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ในทางไวยากรณ์ even when ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข ที่นี่ when ไม่ได้ตอบเพียงคำถามว่า “เมื่อไร” เนื่องจากข้อความส่วนนี้ลงท้ายด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงต้องมีประโยคหลักตามมาเพื่อให้ความคิดสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even when เพื่อแสดงว่าเงื่อนไขที่หนักแน่นไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์หลัก?
- Even when the library is busy, Leo can still find a quiet corner.
- Because the library is busy, Leo leaves immediately.
- When the library is busy, Leo checks the clock.
ดูคำตอบ
Even when the library is busy, Leo can still find a quiet corner.
only appearing red at some angles of illumination and observation. การใช้คำ
3:28และปรากฏเป็นสีแดงแค่ในบางมุมของแสงและการสังเกตเท่านั้น
only appearing red at some angles: มุมของแสงและมุมสังเกต
Only appearing red at some angles of illumination and observation เป็นอนุประโยค -ing ที่เติมผลจากข้อความก่อนหน้า โดยมีประธานที่เข้าใจได้ว่าเป็น they คำว่า only จำกัดเงื่อนไขของการปรากฏเป็นสีแดง กล่าวคือ โครงสร้างเหล่านี้จะดูเป็นสีแดงเฉพาะในเงื่อนไขด้านมุมบางอย่าง ไม่ได้แดงเมื่อมองจากทุกทิศทาง มุมของแสงอธิบายทิศทางที่แสงตกกระทบโครงสร้าง ส่วนมุมสังเกตอธิบายทิศทางที่มองโครงสร้าง ดังนั้น สีที่เห็นจึงขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทิศทางแสงและทิศทางการมอง
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้บอกว่าพื้นผิวจะดูเป็นสีแดงเมื่อใด
- พื้นผิวจะดูเป็นสีแดงเฉพาะเมื่อทิศทางของแสงและทิศทางการมองอยู่ในบางรูปแบบร่วมกัน
- พื้นผิวจะดูเป็นสีแดงเมื่อมีแสงชนิดใดก็ได้ตกกระทบ ไม่ว่าจะมองจากทิศทางใด
- พื้นผิวดูเป็นสีแดงเพียงเพราะผู้สังเกตเปลี่ยนความสว่างของแสง
ดูคำตอบ
พื้นผิวจะดูเป็นสีแดงเฉพาะเมื่อทิศทางของแสงและทิศทางการมองอยู่ในบางรูปแบบร่วมกัน
This gives us two contenders for nature's rarest color, ลำดับความ
3:32สิ่งนี้ทำให้เรามีผู้ท้าชิงสองสีสำหรับสีที่หายากที่สุดในธรรมชาติ
This gives us two contenders: การนำเสนอตัวเลือกสองตัว
This ย้อนกลับไปอ้างถึงการให้เหตุผลก่อนหน้า gives us หมายถึง ‘ทำให้เราได้ข้อสรุปว่า’ หรือ ‘นำเราไปสู่’ ส่วน contenders คือผู้หรือสิ่งที่มีโอกาสจริงที่จะถูกเลือก ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาในการแข่งขัน วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยสรุปการอภิปรายก่อนหน้าให้เหลือคำตอบที่เป็นไปได้สองข้อ และส่งสัญญาณว่าจะมีการระบุหรือเปรียบเทียบสองข้อนี้ต่อไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ This gives us + number + contenders for + category or title
แบบฝึกหัด
This gives us two contenders ทำหน้าที่จัดลำดับเนื้อหาอย่างไรในที่นี้
- วลีนี้สรุปการให้เหตุผลก่อนหน้าให้เป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้สองตัว และบอกว่าจะนำมาเปรียบเทียบกัน
- วลีนี้ยุติการอภิปรายด้วยการพิสูจน์ว่าทั้งสองตัวเลือกถูกต้องเท่ากัน
- วลีนี้บอกว่ามีนักกีฬาสองคนถูกส่งมอบให้ผู้ชมจริง ๆ
ดูคำตอบ
วลีนี้สรุปการให้เหตุผลก่อนหน้าให้เป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้สองตัว และบอกว่าจะนำมาเปรียบเทียบกัน
absorption-based matte blues ... structural iridescent reds: คำขยายที่บอกกลไกและลักษณะภายนอก
วลีนี้วางชื่อสีแบบย่อสองชุดไว้คู่กัน ใน absorption-based matte blues คำว่า absorption-based บอกกลไกที่ทำให้เกิดสี ส่วน matte บอกลักษณะที่ไม่มันวาว ใน structural iridescent reds คำว่า structural บอกกลไกที่เกิดจากโครงสร้างทางกายภาพทำปฏิกิริยากับแสง ส่วน iridescent บอกสีที่เป็นประกายหรือเปลี่ยนไปตามแสงหรือมุมมอง รูปแบบการขยายคือ กลไก + ผลทางสายตา + คำนามสี รูปพหูพจน์ blues และ reds ทำให้สีแต่ละสีถูกมองเป็นหมวดที่มีชนิดหรือตัวอย่างได้ ไม่ใช่ปื้นสีเดียว
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายคำขยายในชื่อสีทั้งสองชุดได้ถูกต้อง
- absorption-based และ structural บอกระดับความสว่าง ส่วน matte และ iridescent บอกกลไกที่ทำให้เกิดสี
- คำขยายทั้งสี่คำหมายเพียงว่าสีเหล่านั้นสว่างสดใส
- absorption-based และ structural บอกว่าสีเกิดขึ้นอย่างไร ส่วน matte และ iridescent บอกลักษณะที่มองเห็น
ดูคำตอบ
absorption-based และ structural บอกว่าสีเกิดขึ้นอย่างไร ส่วน matte และ iridescent บอกลักษณะที่มองเห็น
Between these two ... much rarer: การกำหนดกรอบเปรียบเทียบสองสิ่ง
Between these two เป็นกรอบที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อจำกัดการเปรียบเทียบให้อยู่ที่สองหมวดซึ่งเพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ between หมายถึง “เมื่อเปรียบเทียบสองสิ่งนี้” ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ จากนั้นประโยคจึงให้ผลการเปรียบเทียบว่าสีแดงเชิงโครงสร้างหายากกว่า much ช่วยเน้นคำขั้นกว่า rarer ดังนั้น much rarer จึงหมายถึงมีความแตกต่างด้านความหายากมาก ส่วน very rarer ไม่ใช่รูปมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
Between these two ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- บอกว่าสีแดงเชิงโครงสร้างอยู่ตรงกลางระหว่างสองสีจริง ๆ
- บอกว่าสองหมวดนี้หายากเท่ากัน
- จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่สองหมวดซึ่งกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่สองหมวดซึ่งกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้
Only a handful of animals and rocks scatter red light, วลี
3:45มีสัตว์และหินเพียงไม่กี่ชนิดที่กระเจิงแสงสีแดง
Only a handful of: เน้นว่ามีจำนวนน้อยมาก
Only a handful of หมายถึง “มีเพียงจำนวนน้อยมาก” ในที่นี้ handful ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่ใช้มือข้างเดียวกำได้จริง ๆ โครงสร้างคือ only a handful of + คำนามนับได้พหูพจน์ โดยเน้นว่าจำนวนนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับทั้งหมดหรือกับที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีเพียงจำนวนน้อยมาก” ให้ประโยคสมบูรณ์: ____ seats remained when we arrived.
ดูคำตอบ
Only a handful of
and none of them scatter red light exclusively. ไวยากรณ์
3:48และไม่มีสิ่งใดเลยที่กระเจิงแสงสีแดงเพียงอย่างเดียว
none of them ... exclusively: การปฏิเสธทั้งหมดของเงื่อนไข “เฉพาะ…เท่านั้น”
None of them เป็นการปฏิเสธทั้งหมด กล่าวคือ ในกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ไม่มีสิ่งใดเลยที่ตรงตามเงื่อนไขซึ่งตามมา ต่างจาก not all of them ที่ยังเปิดโอกาสให้บางสิ่งตรงตามเงื่อนไขนั้นได้ Exclusively หมายถึง “สิ่งนี้เท่านั้นและไม่มีอย่างอื่น” เงื่อนไขในที่นี้คือกระเจิงแสงสีแดงโดยไม่กระเจิงแสงอื่น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เคยกระเจิงแสงสีแดง แต่บอกว่าไม่มีสิ่งใดกระเจิงเฉพาะแสงสีแดงเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เซ็นเซอร์ทั้งสิบตัวตรวจจับทั้งอุณหภูมิและความชื้น ประโยคใดระบุอย่างถูกต้องว่าไม่มีเซ็นเซอร์ตัวใดตรวจจับเฉพาะอุณหภูมิ?
- None of them detect temperature exclusively.
- All of them detect temperature exclusively.
- Not all of them detect temperature exclusively.
ดูคำตอบ
None of them detect temperature exclusively.
But since red and blue are rare in one way and common in another, ลำดับความ
3:51แต่เนื่องจากสีแดงและสีน้ำเงินหายากในวิธีหนึ่งและพบได้บ่อยในอีกวิธีหนึ่ง
since ... in one way ... in another: การจัดเหตุผลแบบพิจารณาสองด้าน
ในประโยคนี้ since หมายถึง “เพราะว่า” และใช้เกริ่นเหตุผลของผลลัพธ์ในอนุประโยคถัดไป ส่วน But แสดงว่าเหตุผลนี้ช่วยปรับคำกล่าวก่อนหน้าที่เรียบง่ายกว่าให้ละเอียดขึ้น โดย since ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” โครงสร้างคู่ in one way ... in another จัดข้อมูลตามมุมมองที่ต่างกัน สีแดงและสีน้ำเงินอาจหายากเมื่อเกิดจากกลไกหนึ่ง แต่พบได้ทั่วไปเมื่อเกิดจากอีกกลไกหนึ่ง ดังนั้นคำอธิบายทั้งสองจึงไม่ขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่เน้นไว้จัดลำดับเหตุผลอย่างไร?
- บอกว่าสีแดงและสีน้ำเงินทั้งหายากและพบได้ทั่วไปในแง่เดียวกันทุกประการ
- ระบุเวลาที่ผู้คนเริ่มมองเห็นสีแดงและสีน้ำเงินเป็นครั้งแรก
- ให้เหตุผลพร้อมกับสร้างสมดุลระหว่างข้อสรุปสองอย่างจากคนละมุมมอง
ดูคำตอบ
ให้เหตุผลพร้อมกับสร้างสมดุลระหว่างข้อสรุปสองอย่างจากคนละมุมมอง
we actually end up seeing both colors quite often. กริยาวลี
3:55ในความเป็นจริงเราจึงมักจะเห็นทั้งสองสีนี้บ่อยครั้ง
actually end up seeing: ผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่คาดไว้
End up + V-ing ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการหรือเหตุการณ์ต่อเนื่องหลายอย่าง End up seeing หมายถึง “ผลคือเราได้เห็น” ไม่ได้หมายถึง “ดูเสร็จ” Actually เน้นความแตกต่างระหว่างข้อสรุปที่คาดไว้กับผลที่เกิดขึ้นจริง แม้สีเหล่านี้อาจดูเหมือนควรพบได้ไม่บ่อย แต่ผลจริงคือผู้คนเห็นทั้งสองสีค่อนข้างบ่อย
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย end up + V-ing ให้สมบูรณ์: We thought the meeting would be short, but we actually ____ talking for two hours.
ดูคำตอบ
ended up
least likely to be generated: ความเป็นไปได้ต่ำที่สุดในรูปถูกกระทำ
least likely บอกว่าความเป็นไปได้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกันภายในกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าสีนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น แต่หมายความว่ามีโอกาสเกิดน้อยกว่าสีอื่นที่นำมาเปรียบเทียบ ใน least likely to be generated ส่วน to be generated เป็น infinitive รูปถูกกระทำ คือสีเป็นฝ่ายได้รับการกระทำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + least likely + to be + กริยาช่อง 3
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำจากบทเรียน เพื่อให้ประธานมีโอกาสได้รับการกระทำน้อยที่สุด: Among paper, cotton, and plastic, plastic is ____ damaged by a brief splash of water.
ดูคำตอบ
least likely to be
which is just a combination of red and blue light, ไวยากรณ์
4:10ซึ่งเป็นเพียงการรวมกันของแสงสีแดงและสีน้ำเงิน
Not to be confused with purple: ป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้น
Not to be confused with purple เป็นข้อความเตือนแบบแทรกที่ย่อรูปลง ประธานที่ละไว้คือ violet ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ความหมายคือไม่ควรเข้าใจว่า violet เป็นสิ่งเดียวกับ purple วลีนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยชี้ความสับสนที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงบอกความแตกต่าง ไม่ได้หมายความว่ามีใครสับสนอยู่แล้ว และไม่ใช่คำสั่งโดยตรงต่อผู้ชม
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเตือนแบบแทรกด้วยสำนวนจากบทเรียน: A comet, ____ a shooting star, is a body of ice and dust that orbits the Sun.
ดูคำตอบ
not to be confused with
which is just ...: การเพิ่มคำอธิบายแบบไม่จำกัดความ
อนุประโยค which ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาคจะเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับวลีนามที่อยู่ข้างหน้าในประโยคเต็ม ในที่นี้ which หมายถึง purple และอธิบายว่า purple คืออะไร ไม่ได้หมายถึงคำว่า violet ที่กล่าวก่อนหน้านั้น นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ จึงทำหน้าที่เสริมข้อมูลเบื้องหลัง ไม่ใช่จำกัดความหมายของ purple ให้แคบลง ในอนุประโยคนี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ในภาษาเขียน อนุประโยค which ที่ใช้เสริมข้อมูลแบบนี้จะแยกด้วยเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
เติมคำสัมพันธ์ที่ใช้เพิ่มคำอธิบายแบบไม่จำกัดความให้ประโยคสมบูรณ์: The app uses solar power, ____ is a renewable energy source.
ดูคำตอบ
which
violet occupies a small portion of the visible light spectrum. การใช้คำ
4:13สีไวโอเลตครอบครองส่วนเล็กๆ ของสเปกตรัมแสงที่มองเห็นได้
occupies a small portion of: การบอกสัดส่วนของสิ่งหนึ่งในภาพรวม
ในที่นี้ occupies หมายถึง “กินพื้นที่” หรือ “ครอบคลุม” ปริมาณหนึ่งของสิ่งที่เป็นภาพรวมใหญ่กว่า แสงสีม่วงครอบคลุมเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสเปกตรัมแสงที่มองเห็นได้ คำกริยานี้ไม่ได้หมายถึงกองกำลังทหารเข้าควบคุมสถานที่ รูปแบบที่มีประโยชน์คือ X occupies + ปริมาณหรือส่วนหนึ่ง + of Y คำกริยานี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ ความจุ เวลา และสัดส่วน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ occupy ในความหมายเดียวกัน คือกินพื้นที่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เป็นภาพรวมใหญ่กว่า
- The photos occupy most of the phone's storage.
- The army occupies the border town.
- She occupied herself with a puzzle.
ดูคำตอบ
The photos occupy most of the phone's storage.
There are only a few nanostructures precise enough to exclusively scatter violet light. ไวยากรณ์
4:18มีโครงสร้างนาโนเพียงไม่กี่ชนิดที่แม่นยำพอที่จะกระเจิงแสงสีไวโอเลตเพียงอย่างเดียว
few nanostructures precise enough to exclusively scatter: โครงสร้างระดับนาโนเพียงไม่กี่แบบที่แม่นยำพอ
ในที่นี้ precise enough to exclusively scatter ใช้โครงสร้าง คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่ามีคุณสมบัติถึงระดับที่ต้องการแล้ว กล่าวคือ โครงสร้างระดับนาโนเหล่านี้มีความแม่นยำเพียงพอสำหรับการกระเจิงแสงสีม่วง precise enough ขยาย nanostructures และ enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ precise few บอกว่ามีโครงสร้างระดับนาโนเพียงจำนวนน้อยที่ตรงตามเงื่อนไขนี้ ส่วน exclusively ขยาย scatter จึงหมายความว่าการกระเจิงจำกัดอยู่เฉพาะแสงสีม่วง
แบบฝึกหัด
ใช้คำคุณศัพท์ sensitive และคำกริยา detect ตามโครงสร้าง คำคุณศัพท์ + enough + to เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The sensor is ____ tiny changes in temperature.
ดูคำตอบ
sensitive enough to detect
even more energetic than blue ones, making them likely to be absorbed: การเน้นการเปรียบเทียบและการบอกผล
even เน้นรูปเปรียบเทียบ more energetic than ให้ชัดขึ้น โดยบอกว่าความยาวคลื่นสีม่วงมีพลังงานสูงกว่าความยาวคลื่นสีน้ำเงิน ใน blue ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ wavelengths เพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ อนุประโยค making หลังเครื่องหมายจุลภาคแสดงผลที่เกิดจากพลังงานที่สูงขึ้น ไม่ได้แสดงจุดประสงค์ them หมายถึง violet wavelengths ส่วน likely to be absorbed เป็นโครงสร้างถูกกระทำ หมายความว่าเม็ดสีมีแนวโน้มที่จะดูดกลืนความยาวคลื่นเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even + รูปเปรียบเทียบ, ones และอนุประโยค making หลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อแสดงผลได้ถูกต้อง
- The newer panels are even more efficient than the old ones, making them cheaper to operate.
- The newer panels are even efficient than the old ones, making them cheaper to operate.
- The newer panels are even more efficient than the old ones, making cheaper them to operate.
ดูคำตอบ
The newer panels are even more efficient than the old ones, making them cheaper to operate.
ever stumble onto: พบอะไรบางอย่างโดยบังเอิญ
ในที่นี้ stumble onto หมายถึง “พบหรือเจอบางสิ่งโดยไม่คาดคิด” เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องสะดุดหรือเสียหลักจริง ๆ ในอนุประโยคที่มี if คำว่า ever หมายถึง “เมื่อใดก็ตาม” หรือ “ถ้าวันหนึ่งเกิดขึ้น” ดังนั้น if you ever stumble onto จึงสื่อถึงการค้นพบโดยบังเอิญที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลจากการค้นหาอย่างวางแผนไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stumble onto ในความหมายว่า “ค้นพบโดยไม่คาดคิด”?
- While browsing the archive, I stumbled onto an unpublished letter.
- I located the file after following the exact search plan.
- I stumbled over a box and hurt my knee.
ดูคำตอบ
While browsing the archive, I stumbled onto an unpublished letter.
take a second to appreciate one of nature's rarest spectacles. น้ำเสียง/เจตนา
4:37จงใช้เวลาสักวินาทีเพื่อชื่นชมหนึ่งในปรากฏการณ์ที่หายากที่สุดของธรรมชาติ
take a second to appreciate: คำชวนอย่างนุ่มนวลให้ชื่นชม
Take a second to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นประโยคคำสั่งที่เป็นมิตร ใช้ชวนให้ใครสักคนหยุดชั่วครู่แล้วทำบางอย่าง ในที่นี้ a second ไม่ได้หมายถึงหนึ่งวินาทีตามตัวอักษร แต่หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ในที่นี้ appreciate หมายถึง “สังเกต เพลิดเพลิน และเห็นคุณค่าของบางสิ่ง” ไม่ใช่ “ขอบคุณ” ทั้งวลีจึงเป็นการชวนอย่างนุ่มนวลให้สนใจสิ่งที่ควรค่าแก่การสังเกต
แบบฝึกหัด
ใช้ take a second to appreciate เพื่อสร้างคำชวนอย่างนุ่มนวล: Before we leave, ____ the view from the roof.
ดูคำตอบ
take a second to appreciate
you should probably familiarize yourself with the deadliest ones. วลี
4:46คุณอาจจะต้องทำความคุ้นเคยกับสีที่อันตรายที่สุดด้วย
Now that you know...: ใช้สถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วเพื่อเกริ่นขั้นตอนถัดไป
Now that + อนุประโยค หมายความว่าสถานการณ์หนึ่งเป็นจริงแล้วในตอนนี้หรือเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว และใช้สถานการณ์นั้นเป็นพื้นฐานของสิ่งที่จะกล่าวต่อไป ในประโยคนี้ การรู้เรื่องสีที่หายากที่สุดถูกนำเสนอเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้เพียงบอกสิ่งที่กำลังเกิดในปัจจุบัน จากนั้นประโยคหลักจึงบอกการกระทำหรือผลลัพธ์ขั้นต่อไป ดังนั้น now that จึงช่วยจัดลำดับข้อมูลได้ โดยเริ่มจากสถานการณ์ใหม่ที่เป็นจริงแล้ว แล้วจึงเชื่อมไปยังสิ่งที่ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: ____ you've finished the safety lesson, you can start the experiment.
- Now
- Until
- Now that
ดูคำตอบ
Now that
familiarize yourself with: ทำความคุ้นเคยกับบางสิ่งอย่างตั้งใจ
Familiarize yourself with + คำนาม หมายถึงการลงมือเรียนรู้บางสิ่งมากพอจนสิ่งนั้นไม่รู้สึกแปลกใหม่อีกต่อไป ในประโยคนี้เป็นคำแนะนำที่ค่อนข้างเป็นทางการให้ไปทำความรู้จักกับสีที่อันตรายถึงตายที่สุดต่อไป Familiarize เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดยใช้โครงสร้าง ประธาน + familiarize + บุคคลหรือสรรพนามสะท้อนกลับ + with + หัวข้อ เมื่อผู้เรียนกับประธานเป็นคนเดียวกัน สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I familiarize myself และ she familiarizes herself
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสะท้อนกลับแบบเป็นทางการที่สร้างจาก familiarize: Before the lab visit, you should ____ the safety rules.
ดูคำตอบ
familiarize yourself with
Learn about history's most harmful hues with this video. การใช้คำ
4:51มาเรียนรู้เกี่ยวกับเฉดสีที่เป็นอันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวิดีโอนี้
history's most harmful hues: การเลือกคำที่ชวนเห็นภาพและสัมผัสอักษร
ในประโยคนี้ history's most harmful hues หมายถึง “สีที่เป็นอันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์” คำว่า hues ในที่นี้ฟังดูชวนเห็นภาพและมีลีลาทางภาษามากกว่า colors ไม่ได้หมายถึงสิ่งอีกประเภทหนึ่งที่แยกจากสี เสียง /h/ ต้นคำที่ซ้ำกันใน history's, harmful และ hues ทำให้เกิดสัมผัสอักษร เมื่อใช้ร่วมกับ most ถ้อยคำกระชับนี้จึงฟังคล้ายชื่อเรื่องที่ดึงดูดความสนใจ และทำให้คำแนะนำวิดีโอน่าจดจำขึ้น
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ history's most harmful hues ฟังคล้ายชื่อเรื่องที่ดึงดูดความสนใจ?
- ระบุหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ที่ต่างจากสี
- ใช้คำที่ชวนเห็นภาพเพื่อกล่าวถึงสีและซ้ำเสียง /h/ ต้นคำ
- หลีกเลี่ยงภาษาเชิงพรรณนาเพื่อให้ฟังเป็นกลางและเป็นเชิงเทคนิค
ดูคำตอบ
ใช้คำที่ชวนเห็นภาพเพื่อกล่าวถึงสีและซ้ำเสียง /h/ ต้นคำ