จุดจบของอวกาศ – การสร้างคุกสำหรับมนุษยชาติ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,136 คำ 168 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ดาวเทียมเสียและเศษวัตถุเร็วอาจก่อให้เกิดลูกโซ่การชนที่เร่งตัวเอง วิดีโอเปรียบเทียบตาข่าย ใบเรือลดความเร็ว ยานลากแม่เหล็ก และเลเซอร์ แล้วเน้นว่าต้องรีบลงมือ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "the more we do it." เป็นไวยากรณ์และรูปแบบประโยค อนุประโยคแสดงสัดส่วนเชื่อมกิจกรรมอวกาศที่เพิ่มขึ้นกับความเสี่ยงที่จะขัดขวางเป้าหมายของตน ช่วยให้ตามเหตุและผลในข้อโต้แย้งได้ 2. "a tipping point." เป็นสำนวนและภาษาภาพพจน์ หมายถึงจุดที่การสะสมช้า ๆ เปลี่ยนเป็นลูกโซ่ที่เร่งตัวเอง ช่วยให้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของระบบที่อาจย้อนกลับไม่ได้ 3. "are being thrown around," เป็นกริยาวลี รูปถูกกระทำหมายถึงแนวคิดถูกเสนอและถกอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ได้ถูกโยนจริง ช่วยให้เข้าใจน้ำเสียงที่ยังไม่ลงตัวของการหารือทางแก้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Space travel is the most exciting and challenging adventure humanity has ever undertaken.

0:01

การเดินทางในอวกาศคือการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและท้าทายที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยทำมา

But in an irony of history,

0:07

แต่ตลกร้ายของประวัติศาสตร์ก็คือ

we may stop ourselves from going into space the more we do it. ไวยากรณ์

0:09

ยิ่งเราเดินทางสู่อวกาศมากเท่าไร เราอาจยิ่งปิดกั้นตัวเองจากการสู่อวกาศมากเท่านั้น

ไวยากรณ์

the more we do it: “ยิ่งเราทำมากขึ้น”

ในที่นี้ the more we do it หมายถึง “เมื่อเราทำสิ่งนั้นบ่อยขึ้นหรือมากขึ้น” เป็นอนุประโยคแสดงสัดส่วน ซึ่งหมายถึงปริมาณหนึ่งเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของอีกปริมาณหนึ่ง อนุประโยคนี้วางไว้หลังผลลัพธ์ ไม่ใช่ก่อนผลลัพธ์ ทั้งประโยคบอกว่าเมื่อกิจกรรมในอวกาศเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่เราจะปิดกั้นการเข้าถึงอวกาศของตัวเองในที่สุดก็สูงขึ้น โดย may แสดงถึงความเสี่ยง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน ในอนุประโยคผลลัพธ์มักมีวลี the more อีกวลีหนึ่งมาคู่กัน แต่ไม่จำเป็นหากอนุประโยคนั้นบอกผลที่เปลี่ยนแปลงไว้อย่างชัดเจนแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมการทำงานซ้ำบ่อยขึ้นกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาดมากขึ้น

  1. The team may make more errors after it repeats the task once.
  2. The team repeats the task more often because it makes fewer errors.
  3. The team may make more errors the more often it repeats the task.
ดูคำตอบ

The team may make more errors the more often it repeats the task.

With every rocket launched and with every satellite deployed, ลำดับความ

0:14

ด้วยจรวดทุกลำที่ถูกปล่อย และดาวเทียมทุกดวงที่ถูกส่งขึ้นไป

we're creating a trap for ourselves that gets deadlier and more dangerous every year. สำนวน

0:17

เรากำลังสร้างกับดักให้กับตัวเอง ซึ่งจะอันตรายและร้ายแรงยิ่งขึ้นในทุกๆ ปี

ลำดับความ

With every rocket launched ... with every satellite deployed: ผลที่สะสมขึ้นในทุกเหตุการณ์

วลี With every ... สองวลีที่อยู่ต้นประโยคสร้างกรอบประโยคแบบซ้ำ กล่าวคือ การปล่อยจรวดแต่ละครั้งและการนำดาวเทียมไปใช้งานแต่ละครั้งเพิ่มอีกหนึ่งขั้นไปสู่ผลในประโยคหลัก การทำโครงสร้างเดิมซ้ำทำให้เหตุการณ์ทั้งสองมีน้ำหนักเท่ากัน และสร้างความรู้สึกว่าผลกระทบกำลังสะสมและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในที่นี้ with หมายถึง “เมื่อแต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้น” หรือ “พร้อมกับเหตุการณ์ใหม่แต่ละครั้ง” ไม่ได้หมายถึง “ใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ส่วน launched และ deployed เป็นคำกริยาช่องสามที่วางหลังคำนาม โดยย่อมาจาก every rocket that is launched และ every satellite that is deployed

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบ With every ... ที่ใช้ซ้ำกัน: ____ page we edit and ____ source we check, the report becomes more reliable.

ดูคำตอบ

With every · with every

สำนวน

การสร้างกับดักให้ตัวเราเอง

ในที่นี้ creating a trap for ourselves เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการกระทำของเราเองกำลังก่อให้เกิดสถานการณ์อันตรายที่ภายหลังอาจจำกัดหรือทำร้ายเรา สรรพนามสะท้อนกลับ ourselves แสดงว่าคนที่ก่ออันตรายก็คือคนที่จะต้องรับผลของมัน โครงสร้าง create a trap for oneself ใช้พูดถึงความเสี่ยงที่ตนเองสร้างขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เลวร้ายลงเรื่อย ๆ ตามเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่ากลุ่มหนึ่งกำลังสร้างอันตรายที่จะส่งผลต่อกลุ่มนั้นเอง

  1. By depending on one supplier, we're creating a trap for ourselves.
  2. By changing the contract, we're setting a trap for the supplier.
  3. By depending on one supplier, we're falling into a trap.
ดูคำตอบ

By depending on one supplier, we're creating a trap for ourselves.

If it's ever activated,

0:23

และหากมันทำงานขึ้นมาเมื่อใด

it could end the space age and trap us on our planet for decades or even centuries. วัฒนธรรม

0:25

มันอาจยุติยุคอวกาศและขังเราไว้บนโลกใบนี้ไปอีกหลายทศวรรษ หรืออาจจะหลายศตวรรษ

วัฒนธรรม

the space age: age ในความหมายว่ายุคสมัยทางประวัติศาสตร์

ใน the space age คำว่า age หมายถึงยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ช่วงกว้าง ไม่ใช่อายุของบุคคล วลีนี้เรียกช่วงเวลาที่การบินอวกาศและเทคโนโลยีอวกาศกลายเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมมนุษย์ ยุคนี้มักเชื่อมโยงกับดาวเทียมประดิษฐ์ดวงแรกและภารกิจที่มีมนุษย์ควบคุมในเวลาต่อมา ในประโยคนี้ end the space age หมายถึงการสูญเสียความสามารถในการสำรวจและใช้ประโยชน์จากอวกาศต่อไปเป็นเวลานานมาก ไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดของภารกิจหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The invention opened a new age of medicine,' คำว่า age หมายถึงอะไร

  1. กระบวนการแก่ขึ้นทางร่างกาย
  2. ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กว้างและกำหนดโดยพัฒนาการสำคัญ
  3. จำนวนปีที่บุคคลหนึ่งมีชีวิตอยู่
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กว้างและกำหนดโดยพัฒนาการสำคัญ

Getting something into space is incredibly hard.

0:41

การส่งสิ่งของบางอย่างขึ้นสู่อวกาศเป็นเรื่องยากอย่างเหลือเชื่อ

To do so, you need to move very, very fast,

0:44

ในการทำเช่นนั้น คุณต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงมากๆ

at first straight up to leave the atmosphere,

0:47

เริ่มแรกคือพุ่งตรงขึ้นไปเพื่อออกจากชั้นบรรยากาศ

then sideways to begin a sort of circling around the Earth,

0:49

จากนั้นก็หักเลี้ยวออกด้านข้างเพื่อเริ่มโคจรรอบโลก

still very, very fast.

0:52

โดยที่ยังคงความเร็วสูงมากๆ เอาไว้อยู่

If you do that successfully,

0:55

ถ้าคุณทำสำเร็จ

you can enter a low Earth orbit. วลี

0:56

คุณก็จะเข้าสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกได้

วลี

เข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก

ในที่นี้ enter หมายถึง “ไปถึงและเริ่มเคลื่อนที่ไปตามวงโคจร” ไม่ได้หมายถึงเดินเข้าไปในสถานที่ ในภาษาอังกฤษด้านอวกาศ enter ใช้ตามด้วย orbit ได้โดยตรง ยานอวกาศเข้าสู่วงโคจรเมื่อไปถึงเส้นทางนั้นและเริ่มเคลื่อนที่ตามเส้นทางดังกล่าว Low Earth orbit คือวงโคจรประเภทหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างใกล้โลก คำนำหน้านาม a แสดงว่าประโยคนี้หมายถึงวงโคจรหนึ่งวงในประเภทนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ enter และวลี low Earth orbit: After launch, the satellite will ____ before it begins collecting data.

ดูคำตอบ

enter a low Earth orbit

And once in orbit,

0:58

และเมื่ออยู่ในวงโคจรแล้ว

it's very hard to get out of orbit.

1:00

มันก็ยากมากๆ ที่จะหลุดออกมาจากวงโคจร

Unless you have energy to spare, วลี

1:02

เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีพลังงานสำรองมากพอ

วลี

มีพลังงานเหลือใช้

เมื่อวางหลังคำนาม to spare หมายถึงยังมีสิ่งนั้นเหลือหลังจากใช้ในส่วนที่จำเป็นแล้ว Energy to spare หมายถึงมีพลังงานมากเกินพอ จึงยังมีบางส่วนพร้อมใช้งาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + to spare เช่น time to spare, money to spare และ room to spare รูปแบบนี้มักตามหลัง have หรือ with

แบบฝึกหัด

ใช้ energy กับรูปแบบ คำนาม + to spare เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Even after the long hike, Lina still had ____ for a game.

ดูคำตอบ

energy to spare

you're sort of locked in here, falling around the Earth forever. โน้ต

1:04

คุณก็จะเหมือนถูกล็อคไว้ที่นี่ และร่วงหล่นรอบโลกไปตลอดกาล

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ sort of เพื่อลดความหนักแน่นของคำอธิบายโดยประมาณ

ในประโยคนี้ sort of ช่วยลดความหนักแน่นของ locked in ผู้พูดหมายความว่า locked in เป็นคำอธิบายโดยประมาณที่ช่วยให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรอย่างสมบูรณ์ของวัตถุในวงโคจร ใช้ sort of หน้าคำอธิบายเมื่อคำอธิบายนั้นถูกต้องโดยรวมแต่ไม่ตรงทั้งหมด คำนี้แสดงความระมัดระวังและช่วยไม่ให้คำอธิบายฟังดูเด็ดขาดเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีลดความหนักแน่นสองคำจากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่าการเปรียบเทียบเป็นเพียงการประมาณ: The cloud ____ looks like a dragon.

ดูคำตอบ

sort of

กริยาวลี

locked in หมายถึงสภาวะที่เปลี่ยนได้ยาก

locked in ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถูกขังด้วยกุญแจประตูจริง ๆ แต่แสดงว่าวัตถุนั้นติดอยู่ในสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง คือยังคงตกวนรอบโลกและไม่สามารถออกจากเส้นทางนั้นได้ง่าย ๆ โดยทั่วไป be locked in หมายถึงตำแหน่ง ตัวเลือก ราคา แผน หรือข้อตกลงที่กลายเป็นสิ่งซึ่งออกจากหรือเปลี่ยนแปลงได้ยาก จุดสำคัญอยู่ที่สภาวะซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่การลงมือใส่กุญแจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After signing the lease, Maya was locked in for a full year,” locked in หมายถึงอะไร?

  1. เธอผูกพันอยู่กับข้อตกลงที่ออกจากได้ยาก
  2. เธอไม่สามารถเข้าไปในอาคารได้
  3. เธอลงมือใส่กุญแจประตูจริง ๆ
ดูคำตอบ

เธอผูกพันอยู่กับข้อตกลงที่ออกจากได้ยาก

That's great for things we want to stay up, กริยาวลี

1:08

นั่นเป็นเรื่องดีสำหรับสิ่งที่เราอยากให้มันลอยอยู่ข้างบน

กริยาวลี

stay up: คงอยู่ข้างบนหรือในวงโคจร

ในที่นี้ stay up หมายถึง “คงอยู่สูงเหนือโลก” หรือให้เจาะจงคือ “คงอยู่ในวงโคจร” ประธานคือสิ่งต่าง ๆ เช่น สถานีอวกาศและดาวเทียม ดังนั้น up จึงบอกตำแหน่ง ไม่ใช่นิสัยการนอนของคน ให้ดูประธานและหัวข้อรอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้องของกริยาวลี ถ้าประธานเป็นวัตถุที่อยู่ในอากาศ อยู่ในที่สูง หรือโคจรอยู่ stay up อาจหมายถึง “คงอยู่ข้างบนต่อไป”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The satellites can stay up for years.” คำว่า stay up หมายถึงอะไร?

  1. ลอยขึ้นจากตำแหน่งที่ต่ำกว่า
  2. คงอยู่เหนือโลกหรือในวงโคจร
  3. ไม่เข้านอน
ดูคำตอบ

คงอยู่เหนือโลกหรือในวงโคจร

like space stations and satellites.

1:11

เช่น สถานีอวกาศ และดาวเทียม

And so we moved the majority of humanity's space infrastructure to this place,

1:13

ดังนั้นเราจึงย้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศส่วนใหญ่ของมนุษยชาติมาไว้ที่นี่

just a few hundred kilometers above the surface.

1:17

เหนือพื้นผิวโลกเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น

Just high enough so that the atmosphere is so thin ไวยากรณ์

1:20

สูงพอที่ชั้นบรรยากาศจะเบาบางมาก

that orbiting things can stay up for centuries before air resistance can slow them enough to bring them back to Earth. การใช้คำ

1:23

เพื่อให้สิ่งที่โคจรอยู่สามารถลอยอยู่ได้นานนับศตวรรษ ก่อนที่แรงต้านอากาศจะทำให้มันช้าลงพอที่จะดึงมันกลับสู่โลก

ไวยากรณ์

so thin that: ระดับที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค แสดงว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับมากจนทำให้เกิดผลลัพธ์ ใน so thin that orbiting things can stay up บรรยากาศเบาบางมาก และสิ่งนี้ทำให้วัตถุที่โคจรสามารถคงอยู่เหนือโลกได้นานมาก so that ที่อยู่ก่อนหน้านี้เชื่อม high enough กับสิ่งที่ความสูงนั้นทำให้เป็นไปได้ ส่วน so thin that ที่เน้นไว้เป็นอีกโครงสร้างหนึ่งภายในอนุประโยคนั้น โดย so ขยาย thin และ that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ เมื่อต้องการหาโครงสร้างนี้ ให้ดูว่ามีคำคุณศัพท์อยู่ระหว่าง so กับ that หรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำในแต่ละช่องเพื่อทำให้โครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์สมบูรณ์: The backpack was ____ heavy ____ Leo had to put it down.

ดูคำตอบ

so · that

การใช้คำ

air resistance: แรงที่ทำให้การเคลื่อนที่ผ่านอากาศช้าลง

แรงต้านอากาศคือแรงจากอากาศที่กระทำในทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เคลื่อนผ่านอากาศ ในประโยคนี้ แรงดังกล่าวค่อย ๆ ทำให้วัตถุในวงโคจรช้าลง ดังนั้นเมื่อผ่านไปนานมาก วัตถุอาจลดระดับความสูงและกลับมายังโลก ใน slow them enough คำว่า air resistance คือสาเหตุของการชะลอความเร็ว ส่วน resistance ในที่นี้หมายถึงแรงทางกายภาพที่ต้านการเคลื่อนที่ ไม่ใช่การต่อต้านของคนหรือความต้านทานไฟฟ้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์สองคำที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้: A cyclist bends lower to reduce ____.

ดูคำตอบ

air resistance

But this is also the source of our deadly trap.

1:30

แต่นี่ก็คือจุดกำเนิดของกับดักมรณะของเราเช่นกัน

Rockets are really metal cylinders that keep big parts of fuel in place.

1:34

จรวดจริงๆ แล้วก็คือทรงกระบอกโลหะที่ใช้บรรจุเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาล

Whenever a portion of the fuel has been spent,

1:38

ทุกครั้งที่เชื้อเพลิงส่วนหนึ่งถูกใช้หมดไป

the empty tanks are dropped to make the rocket lighter.

1:41

ถังเปล่าจะถูกทิ้งไปเพื่อทำให้จรวดเบาขึ้น

Some parts crash down to Earth or burn up in the atmosphere. กริยาวลี

1:44

ชิ้นส่วนบางชิ้นตกลงมาชนโลก หรือถูกเผาไหม้ไปในชั้นบรรยากาศ

กริยาวลี

burn up: ถูกไฟหรือความร้อนเผาทำลายจนหมด

Burn up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงถูกไฟหรือความร้อนสูงเผาทำลายทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ในประโยคนี้ ชิ้นส่วนบางชิ้นถูกทำลายขณะเคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศ คำว่า up เพิ่มความหมายว่าการกระทำเกิดขึ้นจนถึงผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน วลีนี้ใช้โดยไม่ต้องมีกรรมได้เหมือนในประโยคนี้ กล่าวคือชิ้นส่วนเหล่านั้น burn up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้: A tiny piece of paper can ____ in seconds in a hot flame.

ดูคำตอบ

burn up

But most of the useless rocket parts stay up

1:48

แต่ชิ้นส่วนจรวดที่ไร้ประโยชน์ส่วนใหญ่ยังคงลอยอยู่บนนั้น

and begin to orbit the planet.

1:50

และเริ่มโคจรรอบโลก

After decades of space travel,

1:53

หลังจากทศวรรษแห่งการเดินทางในอวกาศ

low Earth orbit is a junkyard of spent boosters, สำนวน

1:55

วงโคจรระดับต่ำของโลกจึงกลายเป็นสุสานของบูสเตอร์ที่ใช้แล้ว

สำนวน

a junkyard of spent boosters: ลานเก็บซากที่เต็มไปด้วยบูสเตอร์ซึ่งใช้เชื้อเพลิงหมดแล้ว

ในที่นี้ a junkyard of spent boosters เป็นคำเปรียบเทียบ วงโคจรต่ำของโลกไม่ได้เป็นลานเก็บซากบนพื้นดินจริง ๆ แต่วลีนี้วาดภาพว่าเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์จรวดที่ถูกทิ้ง ใน spent boosters คำว่า spent หมายความว่าบูสเตอร์ใช้สารขับดันหมดแล้วและไม่สามารถทำหน้าที่เดิมในการปล่อยจรวดได้อีก การใช้ spent แบบนี้หมายถึงวัสดุหรือพลังงานที่ใช้งานได้หมดลง ไม่ได้หมายถึงเงินที่จ่ายไป

แบบฝึกหัด

ผู้เขียนเรียกวงโคจรที่เต็มไปด้วยขั้นจรวดที่ถูกทิ้งว่า 'a junkyard of spent boosters' ข้อความนี้สื่อถึงอะไร?

  1. บริเวณนั้นเต็มไปด้วยบูสเตอร์ที่ใช้สารขับดันหมดแล้ว
  2. บริเวณนั้นมีบูสเตอร์ราคาแพงที่ยังทำงานอยู่
  3. บริเวณนั้นเป็นศูนย์ซ่อมจริง ๆ ที่เติมสารขับดันให้บูสเตอร์ใหม่
ดูคำตอบ

บริเวณนั้นเต็มไปด้วยบูสเตอร์ที่ใช้สารขับดันหมดแล้ว

broken satellites and millions of pieces of shrapnel from missile tests and explosions.

1:58

ดาวเทียมที่พังแล้ว และเศษชิ้นส่วนกระสุนนับล้านชิ้นจากการทดสอบขีปนาวุธและการระเบิด

Right now,

2:04

ในตอนนี้

we know of around 2,600 defunct satellites, การใช้คำ

2:05

เรารู้ว่ามีดาวเทียมที่ใช้งานไม่ได้แล้วราว 2,600 ดวง

การใช้คำ

defunct satellites: ดาวเทียมที่เลิกทำงานแล้ว

ใน defunct satellites คำว่า defunct หมายถึงดาวเทียมไม่ทำงานหรือไม่สามารถทำหน้าที่ตามจุดประสงค์ที่สร้างขึ้นมาได้อีก ดาวเทียมอาจยังอยู่ในวงโคจรจริง ๆ โดย defunct บอกว่าหน้าที่สิ้นสุดลง ไม่ได้บอกว่าดาวเทียมหายไปหรือถูกทำลาย คำนี้มักแสดงว่าการหยุดทำงานเป็นสภาพที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังใช้กับองค์กร ระบบ และบริการที่หยุดทำงานแล้วได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ทางการที่หมายถึง “ไม่ทำงานแล้วและโดยทั่วไปเป็นสภาพถาวร” ลงในประโยค: The museum tracks ____ satellites that still circle Earth.

ดูคำตอบ

defunct

10,000 objects bigger than a monitor,

2:08

วัตถุที่ใหญ่กว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์อีก 10,000 ชิ้น

20,000 as large as an apple,

2:11

ขนาดเท่าแอปเปิลอีก 20,000 ชิ้น

500,000 pieces the size of a marble,

2:13

ชิ้นส่วนขนาดเท่าลูกแก้ว 500,000 ชิ้น

and at least 100 million parts so small they can't be tracked. ไวยากรณ์

2:15

และชิ้นส่วนที่เล็กจนไม่สามารถติดตามได้อีกอย่างน้อย 100 ล้านชิ้น

ไวยากรณ์

so small they can't be tracked: อนุประโยคผลลัพธ์ที่ละ that

ใน so small they can't be tracked คำว่า so เน้นระดับของ small และนำไปสู่ผลลัพธ์ กล่าวคือ ชิ้นส่วนเล็กมากจนระบบติดตามไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ อนุประโยคผลลัพธ์ตามมาทันทีเพราะละ that ไว้ รูปเต็มคือ so small that they can't be tracked ให้เข้าใจว่า they can't be tracked เป็นผลจาก so small ไม่ใช่ข้อความแยกที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so + คำคุณศัพท์ แล้วตามด้วยอนุประโยคผลลัพธ์ที่ละ that ได้อย่างถูกต้อง

  1. The suitcase was heavy, so I could lift it easily.
  2. The suitcase was too heavy for the shelf, but I lifted it.
  3. The suitcase was so heavy I couldn't lift it.
ดูคำตอบ

The suitcase was so heavy I couldn't lift it.

This debris is moving at speeds of up to 30,000 km/h, วลี

2:20

ขยะเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 30,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

วลี

at speeds of up to 30,000 km/h: การบอกขีดจำกัดความเร็วสูงสุด

At speeds of ใช้นำหน้าความเร็วที่สิ่งหนึ่งเคลื่อนที่ รูปพหูพจน์ speeds เหมาะกับกลุ่มวัตถุที่อาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแตกต่างกัน Up to 30,000 km/h แสดงค่าสูงสุด เศษซากบางชิ้นอาจมีความเร็วถึงระดับนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกชิ้นเคลื่อนที่เร็วเท่ากัน หรือ 30,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นความเร็วเฉลี่ย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่ใช้ speeds รูปพหูพจน์เพื่อบอกค่าสูงสุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย: Some test vehicles can travel ____ 320 km/h under ideal conditions.

ดูคำตอบ

at speeds of up to

circling Earth on crisscrossing orbits multiple times a day.

2:25

โคจรรอบโลกในทิศทางที่ตัดกันไปมาหลายรอบต่อวัน

Orbital speeds are so fast ไวยากรณ์

2:29

ความเร็วในวงโคจรนั้นเร็วมาก

that being hit by debris the size of a pea is like being shot by a plasma gun. ลำดับความ

2:31

จนการถูกชนด้วยขยะขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ก็เหมือนกับการถูกยิงด้วยปืนพลาสมา

ไวยากรณ์

โครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์ so fast that

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ so เน้นว่า fast มากเพียงใด และ that นำเข้าสู่สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะความเร็วในวงโคจรสูงมาก that ตรงนี้เป็นคำเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่คำที่ใช้ชี้สิ่งของ ต้องอ่านเป็นโครงสร้างเต็ม so fast that + อนุประโยคบอกผล แม้การขึ้นบรรทัดใหม่ของคำบรรยายจะแยกส่วนเหล่านี้ออกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำในแต่ละช่องเพื่อทำให้โครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์สมบูรณ์: The box was ____ heavy ____ I needed help to lift it.

ดูคำตอบ

so · that

ลำดับความ

การเปรียบเทียบแบบ being hit by ... is like being shot by ...

กรอบ A is like B จัดข้อมูลในประโยคให้อยู่ในรูปการเปรียบเทียบ โดยนำอันตรายที่นึกภาพยากจากเศษซากชิ้นเล็กมากไปเทียบกับภาพที่ชัดเจนของการถูกปืนพลาสมายิง การเปรียบเทียบนี้พูดถึงแรงกระแทก ไม่ได้หมายความว่ามีการใช้ปืนพลาสมาจริง Being hit by debris the size of a pea เป็นประธาน ส่วน being shot by a plasma gun เป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบหลัง like รูป passive ที่ใช้ -ing เหมือนกันทำให้เปรียบเทียบประสบการณ์ทั้งสองได้ง่าย และ the size of a pea ขยาย debris

แบบฝึกหัด

is like ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: "Being hit by a tiny piece of debris is like being shot by a plasma gun"?

  1. บอกว่าปืนพลาสมาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดเศษซาก
  2. ระบุขนาดที่แน่นอนของเศษซาก
  3. เปรียบเทียบประสบการณ์สองอย่างเพื่อทำให้อันตรายเห็นภาพชัดเจน
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบประสบการณ์สองอย่างเพื่อทำให้อันตรายเห็นภาพชัดเจน

On impact,

2:36

เมื่อเกิดการชน

the debris vaporizes,

2:36

ขยะอวกาศจะระเหยกลายเป็นไอ

releasing enough energy to punch holes straight through solid metal. ไวยากรณ์

2:38

ปลดปล่อยพลังงานมากพอที่จะเจาะทะลุโลหะแข็งๆ ได้โดยตรง

ไวยากรณ์

releasing enough energy to punch holes: ผลที่เกิดขึ้นและปริมาณที่เพียงพอ

ในข้อความส่วนนี้ releasing เป็นกริยารูป -ing ที่เพิ่มผลของการชนก่อนหน้านี้ กล่าวคือ เศษชิ้นส่วนระเหยเป็นไอและปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นผลตามมา คำนี้ไม่ได้เริ่มอนุประโยคอิสระใหม่ ดังนั้นประธานที่ละไว้จึงมาจากอนุประโยคก่อนหน้า enough energy to punch holes หมายถึงมีพลังงานในปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิดรูได้ โครงสร้าง enough + คำนาม + to-infinitive ใช้บอกความเพียงพอ ในที่นี้ to punch บอกผลที่พลังงานปริมาณนั้นทำให้เกิดได้ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง enough + คำนาม + to-infinitive: The battery stored ____ power ____ run the radio all night.

ดูคำตอบ

enough · to

So,

2:42

ดังนั้น

we've covered the space around our planet with millions of deadly pieces of destruction.

2:42

เราจึงได้ปกคลุมพื้นที่อวกาศรอบโลกของเราด้วยชิ้นส่วนมรณะนับล้านชิ้น

And we also put a trillion-dollar global infrastructure network right in the danger zone. สำนวน

2:47

และเรายังได้นำเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ไปวางไว้ตรงโซนอันตรายนั้นพอดี

สำนวน

right in the danger zone: ตำแหน่งตรงในเขตอันตราย

ใน right in the danger zone คำว่า right เป็นคำเน้นที่หมายถึง “ตรง” หรือ “พอดี” โดยช่วยเน้นความหมายของ in ว่าเครือข่ายไม่ได้อยู่เพียงใกล้พื้นที่เสี่ยง แต่อยู่ข้างในพื้นที่นั้นเลย right ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทิศทางด้านขวา Danger zone หมายถึงบริเวณที่มีโอกาสเกิดอันตรายสูง ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่เขตที่มีการกำหนดอย่างเป็นทางการ และถ้อยคำนี้เน้นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าสูงถูกนำไปไว้ในตำแหน่งที่เผชิญอันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสถานีอยู่ข้างในพื้นที่เสี่ยงสูงพอดี

  1. The station is near the danger zone.
  2. The station is to the right of the danger zone.
  3. The station is right in the danger zone.
ดูคำตอบ

The station is right in the danger zone.

It performs critical duties essential to the modern world:

2:52

มันทำหน้าที่สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับโลกยุคใหม่:

global communication,

2:56

การสื่อสารระดับโลก

GPS, and navigation,

2:58

GPS และระบบนำทาง

collecting weather data,

3:00

การเก็บข้อมูลสภาพอากาศ

looking out for asteroids,

3:02

การเฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อย

and all manner of scientific discoveries. วลี

3:04

และการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ทุกรูปแบบ

วลี

all manner of: กล่าวครอบคลุมสิ่งหลากหลายชนิด

ใน all manner of scientific discoveries วลี all manner of หมายถึง “หลากหลายชนิด” วลีนี้รวบรวมสิ่งที่มีหลายประเภทและไม่ได้ระบุไว้ทั้งหมด โดยไม่ต้องไล่บอกทีละชนิด manner ในที่นี้หมายถึง “ชนิด” หรือ “ประเภท” ไม่ได้หมายถึงพฤติกรรมหรือวิธีทำบางสิ่ง โครงสร้างตายตัวคือ all manner of + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หลากหลายชนิด”: The workshop contains ____ useful tools.

ดูคำตอบ

all manner of

Things we would miss very much if they suddenly went away.

3:07

สิ่งที่เราคงจะคิดถึงพวกมันมากหากจู่ๆ พวกมันหายไป

If just one pea-sized bullet hits one of our 1,100 working satellites,

3:12

ถ้ากระสุนขนาดเท่าเมล็ดถั่วเพียงนัดเดียว พุ่งชนหนึ่งในดาวเทียม 1,100 ดวงที่ยังทำงานอยู่

it will be destroyed instantly.

3:17

มันจะถูกทำลายในทันที

Three or four satellites are already being destroyed this way every year.

3:19

ปัจจุบันมีดาวเทียม 3-4 ดวงที่ถูกทำลายด้วยวิธีนี้ในทุกๆ ปี

As the number of satellites and the amount of junk in orbit is expected to grow tenfold in the next decade, ไวยากรณ์

3:23

เนื่องจากจำนวนดาวเทียมและปริมาณขยะในวงโคจรคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าในทศวรรษหน้า

ไวยากรณ์

is expected to grow tenfold: รายงานการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็นสิบเท่า

is expected to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้รายงานการคาดการณ์โดยไม่เสนอว่าเป็นความมั่นใจส่วนตัวของผู้พูด ในที่นี้ grow เป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to และ tenfold เป็นคำวิเศษณ์ที่บอกขนาดของการเติบโตที่คาดไว้ Grow tenfold หมายถึงเพิ่มขึ้นจนมีขนาดหรือปริมาณเป็นสิบเท่าของเดิม เช่น ปริมาณ 100 จะกลายเป็น 1,000 ไม่ได้หมายถึงเพิ่มขึ้นสิบจุดเปอร์เซ็นต์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานอย่างเป็นกลางว่ามีการคาดการณ์ว่าความต้องการจะเพิ่มเป็นสิบเท่า

  1. Demand is expected to grow tenfold over the next decade.
  2. Demand is expected to grow by 10 percent over the next decade.
  3. Demand is expected growing tenfold over the next decade.
  4. Demand expects to grow tenfold over the next decade.
ดูคำตอบ

Demand is expected to grow tenfold over the next decade.

we're approaching a tipping point. สำนวน

3:29

เราจึงกำลังเข้าใกล้จุดวิกฤต

สำนวน

a tipping point: จุดวิกฤตของการเปลี่ยนแปลงที่เสริมแรงตัวเอง

ในประโยคนี้ a tipping point หมายถึงจุดวิกฤตของระบบ เมื่อระบบผ่านจุดนี้ไป การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเริ่มขึ้นและย้อนกลับได้ยาก สำนวนนี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกำลังเอียงหรือล้มลงจริง ๆ ความหมายแรงกว่า “ช่วงเวลาสำคัญ” เพราะสื่อว่าระบบอาจเริ่มทำงานต่างไปจากเดิม และการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเร่งตัวเองต่อไป

แบบฝึกหัด

เมื่อภาวะโลกร้อนผ่านระดับวิกฤต น้ำแข็งที่ละลายจะยิ่งเร่งให้โลกร้อนขึ้น สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับจุดที่ระบบอาจเปลี่ยนและเสริมแรงให้การเปลี่ยนแปลงนั้นดำเนินต่อไป

  1. a tipping point
  2. a turning point
  3. a meeting point
ดูคำตอบ

a tipping point

But the worst thing in space is not tiny pieces of junk.

3:31

แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในอวกาศ ไม่ใช่ชิ้นส่วนขยะเล็กๆ

The worst thing would be an unstoppable chain reaction การใช้คำ

3:35

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือปฏิกิริยาลูกโซ่ที่หยุดยั้งไม่ได้

that turns a lot of non-junk things into junk.

3:38

ที่จะเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ใช่ขยะจำนวนมากให้กลายเป็นขยะ

การใช้คำ

unstoppable chain reaction: กระบวนการที่แพร่ต่อไปเองและหยุดไม่ได้

chain reaction คือกระบวนการที่เหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์อื่น และเหตุการณ์เหล่านั้นก็สร้างสาเหตุใหม่ขึ้นมาอีก ในที่นี้ การชนครั้งใหม่ทำให้เกิดเศษซากที่อาจไปก่อให้เกิดการชนเพิ่มขึ้น Unstoppable ขยายคำนามประสม chain reaction โดยบอกว่าเมื่อกระบวนการเริ่มขึ้นแล้ว มันอาจดำเนินต่อไปจนไม่มีใครหยุดได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงว่ามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อกัน

แบบฝึกหัด

ซอฟต์แวร์ขัดข้องทำให้เซิร์ฟเวอร์ใกล้เคียงทำงานหนักเกินไป และความขัดข้องใหม่แต่ละครั้งก็ทำให้เซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นได้รับภาระหนักเกินไป วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับกระบวนการที่แพร่ต่อไปได้เองและอาจกลายเป็นสิ่งที่หยุดไม่ได้

  1. a series of unrelated events
  2. a scheduled sequence
  3. an unstoppable chain reaction
ดูคำตอบ

an unstoppable chain reaction

For example,

3:41

ตัวอย่างเช่น

if two satellites hit each other in just the right way.

3:42

ถ้าดาวเทียมสองดวงชนกันในจังหวะและมุมที่พอดี

If satellites collide,

3:46

หากดาวเทียมชนกัน

they don't stop and fall out of the sky.

3:47

พวกมันจะไม่หยุดนิ่งแล้วร่วงลงมาจากฟ้า

It's more of a splash ไวยากรณ์

3:50

มันเหมือนกับการสาดกระเซ็น

than a crash.

3:51

มากกว่าการพุ่งชน

ไวยากรณ์

more of A than B: เลือกคำอธิบายที่ตรงกว่า

ในโครงสร้าง more of A than B ผู้พูดมองว่า A เป็นคำอธิบายที่ตรงกว่า ส่วน B ตรงน้อยกว่า ในประโยคนี้ เหตุการณ์ดูเหมือน splash มากกว่า crash แบบทั่วไป เพราะเศษชิ้นส่วนกระจายออกไปคล้ายหยดน้ำ ไม่ใช่เพราะดาวเทียมมีของเหลวอยู่ข้างใน A และ B มักเป็นวลีนาม โครงสร้างนี้ใช้จัดประเภทใหม่หรือแก้ความเข้าใจแรกได้ โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่า B ผิดทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง more of A than B เพื่อบอกว่างานนี้เหมือนนิทรรศการวิทยาศาสตร์มากกว่า: The school event was ____ a science fair ____ a formal lesson.

ดูคำตอบ

more of · than

Orbital speeds are so fast,

3:53

ความเร็วในวงโคจรนั้นเร็วมาก

solid pieces spray right through each other,

3:55

ชิ้นส่วนที่แข็งจะสาดทะลุผ่านกันและกัน

transforming the two satellites into clouds of thousands of little things ไวยากรณ์

3:57

เปลี่ยนดาวเทียมทั้งสองให้กลายเป็นกลุ่มเมฆของเศษเล็กเศษน้อยนับพันชิ้น

still fast enough to destroy more satellites.

4:01

ที่ยังคงเร็วพอที่จะทำลายดาวเทียมดวงอื่นๆ ต่อไปได้

ไวยากรณ์

transforming A into B: การเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์

Transform A into B หมายถึงทำให้ A กลายเป็น B โดย A คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยน และวลีนามหลัง into บอกสภาพหรือรูปแบบที่เป็นผลลัพธ์ ในที่นี้ ดาวเทียมกลายเป็น clouds หรือกลุ่มขนาดใหญ่ของเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่กระจายตัว ไม่ใช่เมฆในสภาพอากาศ Transforming เป็น present participle ประธานที่เข้าใจได้คือกระบวนการชนซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้าส่วนนี้ ดังนั้นอนุประโยค -ing จึงรวมผลที่เกิดขึ้นไว้ในประโยคเดียว กล่าวคือ การชนเปลี่ยนดาวเทียมให้เป็นกลุ่มเมฆของเศษซาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ transform A into B ในรูป present participle เพื่อแสดงผลลัพธ์: The software reorganized the raw numbers, ____ them ____ a clear chart.

ดูคำตอบ

transforming · into

This could trigger the slowest and most destructive sort of domino effect, สำนวน

4:05

สิ่งนี้สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาโดมิโนที่ช้าที่สุดและทำลายล้างมากที่สุด

สำนวน

domino effect: เหตุการณ์หนึ่งกระตุ้นเหตุการณ์ถัดไป

ในประโยคนี้ domino effect หมายถึงห่วงโซ่ที่เหตุการณ์หนึ่งก่อให้เกิดเหตุการณ์ถัดไป เหมือนโดมิโนที่ล้มแล้วทำให้ตัวต่อไปล้มตาม วลีนี้เน้นความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผล ไม่ใช่เพียงหลายเหตุการณ์ที่เกิดเรียงกัน คำคุณศัพท์ slowest และ most destructive ชี้ว่าเหตุการณ์ลูกโซ่อาจค่อย ๆ ดำเนินไป แต่ยังสะสมจนสร้างความเสียหายรุนแรงมากได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายด้วย domino effect มากที่สุด

  1. รถไฟขบวนหนึ่งมีผู้โดยสารหนาแน่นขึ้นทุกครั้งที่จอด
  2. รถไฟที่ล่าช้าทำให้ผู้โดยสารพลาดรถต่อ และส่งผลให้พลาดนัดหมายในเวลาต่อมา
  3. รถไฟหลายขบวนเดินทางถึงสถานีต่างกันในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

รถไฟที่ล่าช้าทำให้ผู้โดยสารพลาดรถต่อ และส่งผลให้พลาดนัดหมายในเวลาต่อมา

a collision cascade. การใช้คำ

4:09

นั่นคือ ปรากฏการณ์ชนเป็นทอดๆ (Collision Cascade)

การใช้คำ

collision cascade: ห่วงโซ่การชนที่เสริมความรุนแรงของตัวเอง

collision cascade คือปฏิกิริยาลูกโซ่ที่การชนครั้งหนึ่งสร้างชิ้นส่วนซึ่งอาจก่อให้เกิดการชนครั้งต่อ ๆ ไป cascade หมายความว่าแต่ละขั้นก่อให้เกิดขั้นถัดไปและอาจทำให้กระบวนการขยายใหญ่ขึ้น ในการอภิปรายเรื่องเศษวัตถุในวงโคจร คำนี้ใช้เรียกความเสี่ยงที่เสริมความรุนแรงของตัวเอง ไม่ใช่กลุ่มการชนที่แยกจากกันและเพียงเกิดขึ้นใกล้กัน

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์เทคนิคลงในประโยคภาษาอังกฤษ: In orbital-debris science, a self-reinforcing chain of impacts is called a ____.

ดูคำตอบ

collision cascade

Like a shotgun spray,

4:12

เหมือนกับการสาดกระสุนลูกซอง

each collision creates more bullets.

4:13

การชนแต่ละครั้งจะสร้างกระสุนเพิ่มขึ้น

What was once a single tiny target, ไวยากรณ์

4:16

สิ่งที่เคยเป็นเพียงเป้าหมายเล็กๆ เป้าหมายเดียว

very unlikely to hit anything,

4:18

ที่มีโอกาสน้อยมากที่จะชนอะไร

becomes a wall of destruction,

4:20

กลับกลายเป็นกำแพงแห่งการทำลายล้าง

ไวยากรณ์

What was once X becomes Y: จากสภาพเดิมสู่ผลลัพธ์ภายหลัง

อนุประโยค What was once a single tiny target ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นประธานของ becomes ตรงนี้ what ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่หมายถึง “สิ่งที่” ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงระบุว่าสิ่งนั้นเคยอยู่ในสภาพใด โครงสร้าง What was once X becomes Y วางสภาพเดิมไว้เทียบกับผลลัพธ์ภายหลัง วลีแทรก very unlikely to hit anything เป็นข้อมูลเสริม ส่วนโครงหลักยังคงเป็น What was once X becomes Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างการเปลี่ยนแปลง What was once X becomes Y ให้ถูกต้อง: ____ a small neighborhood event ____ a citywide festival.

ดูคำตอบ

What was once · becomes

hungry to make more. สำนวน

4:22

ที่หิวกระหายจะสร้างการทำลายที่มากขึ้น

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ hungry to make more

hungry ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้ “กำแพงแห่งการทำลายล้าง” ดูเหมือนมีความหิวแบบมนุษย์ และนำเสนอกระบวนการทำลายราวกับว่ามันอยากดำเนินต่อไปอย่างมาก ใน hungry to make more โครงสร้าง hungry to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีแรงผลักดันหรือความกระตือรือร้นอย่างมากที่จะทำบางสิ่ง” make more ละกรรมไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบทว่าหมายถึงการทำลายหรือเศษซากที่มากขึ้น ไม่ใช่อาหารที่มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hungry to + กริยา ได้ถูกต้องเพื่อแสดงแรงผลักดันอย่างมากในเชิงเปรียบเทียบ?

  1. The team is eager for prove itself in the final.
  2. The team is hungry to prove itself in the final.
  3. The team is hungry for prove itself in the final.
ดูคำตอบ

The team is hungry to prove itself in the final.

As more and more satellites are destroyed, ไวยากรณ์

4:24

เมื่อดาวเทียมถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ

the destruction accelerates exponentially,

4:26

การทำลายล้างจะทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

As ...: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน

As ใช้นำสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง: เมื่อจำนวนดาวเทียมที่ถูกทำลายเพิ่มขึ้น การทำลายก็เร่งขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงทั้งสองดำเนินไปพร้อมกัน โดยอย่างแรกช่วยผลักให้อย่างหลังรุนแรงขึ้น more and more แสดงว่าจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ exponentially บอกว่าการทำลายเร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ในที่นี้ As หมายถึง “เมื่อกระบวนการนี้ดำเนินไป” ไม่ใช่ “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “As the crowd grows larger, the noise rises,” คำว่า As แสดงความหมายใด?

  1. As ในที่นี้หมายถึง “ในฐานะ”
  2. ฝูงชนเพิ่มขึ้นหลังจากเสียงหยุดแล้วเท่านั้น
  3. การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กันดำเนินไปพร้อมกัน
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กันดำเนินไปพร้อมกัน

eventually destroying everything parked in orbit.

4:29

ท้ายที่สุดแล้วมันจะทำลายทุกสิ่งที่จอดอยู่ในวงโคจร

But space is very empty,

4:32

แต่อวกาศนั้นว่างเปล่ามาก

so the first few collisions may take a long time.

4:34

ดังนั้นการชนสองสามครั้งแรกอาจใช้เวลานาน

By the time we realize what's happening, ไวยากรณ์

4:37

กว่าเราจะตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

it's too late.

4:39

มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

ไวยากรณ์

By the time ...: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงจุดกำหนด

By the time + อนุประโยค ใช้กำหนดเส้นตายหรือจุดอ้างอิง ประโยคหลักบอกสิ่งที่เป็นจริงอยู่แล้ว ณ จุดนั้น หรือกลายเป็นจริงก่อนหน้านั้น ในที่นี้ เมื่อเราเข้าใจสถานการณ์ โอกาสที่จะลงมือทำก็ผ่านไปแล้ว การใช้ simple present ทำให้ประโยคนี้เป็นคำเตือนทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลัง by the time ภาษาอังกฤษมักใช้รูป present แทน will เมื่อต้องการกล่าวถึงอนาคต จึงใช้ by the time we realize ไม่ใช่ by the time we will realize

แบบฝึกหัด

ใน “By the time the manager arrives, the team will have finished the report,” เน้นความหมายใด?

  1. ทีมจะเริ่มทำรายงานเมื่อผู้จัดการมาถึง
  2. รายงานจะเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อผู้จัดการมาถึงหรือก่อนหน้านั้น
  3. ทีมจะทำรายงานเสร็จในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างที่ผู้จัดการมาเยี่ยม
ดูคำตอบ

รายงานจะเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อผู้จัดการมาถึงหรือก่อนหน้านั้น

One year,

4:40

ปีแรก

one satellite is destroyed,

4:41

ดาวเทียม 1 ดวงถูกทำลาย

and that's no big deal. สำนวน

4:43

นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่

สำนวน

no big deal: ลดทอนความสำคัญของเรื่อง

ในที่นี้ no big deal หมายถึง “ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงและไม่คุ้มที่จะกังวล” ในสำนวนนี้ deal หมายถึงระดับความสำคัญของเรื่อง ไม่ได้หมายถึงการซื้อขายหรือข้อตกลงทางธุรกิจ วลีนี้ลดทอนความรุนแรงของการสูญเสียครั้งแรก ทำให้สถานการณ์ดูเหมือนยังจัดการได้ชั่วครู่ ความรู้สึกอุ่นใจนี้ยังอาจปูทางไปสู่ความขัดแย้ง เมื่อข้อมูลต่อมาแสดงว่าปัญหากำลังขยายตัว

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอโทษที่มาสายเล็กน้อย คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าความล่าช้านั้นไม่สำคัญ

  1. It's a business deal.
  2. No big deal.
  3. Make a big deal.
ดูคำตอบ

No big deal.

The next year, ลำดับความ

4:44

ปีถัดมา

five.

4:45

กลายเป็น 5 ดวง

The year after,

4:46

ปีต่อจากนั้น

50,

4:47

กลายเป็น 50 ดวง

until there's nothing left.

4:48

จนกระทั่งไม่เหลืออะไรเลย

ลำดับความ

The next year, five ...: การละคำเพื่อแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วนข้อความ The next year, five และ The year after, 50 ละคำที่มีอยู่แล้วในประโยคก่อนหน้า ได้แก่ five satellites are destroyed แล้วตามด้วย 50 satellites are destroyed ตัวเลขเหล่านี้บอกจำนวน ไม่ใช่ปี การตัดคำซ้ำออกทำให้คำบอกเวลาและตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเด่นชัด จังหวะสั้นกระชับทำให้การเพิ่มขึ้นดูรวดเร็วและน่ากังวล นี่คือการละคำเพื่อจัดระเบียบข้อมูลและควบคุมจังหวะการเล่าเรื่อง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Last week, one complaint arrived. This week, six. คำว่า six หมายถึงอะไร

  1. ข้อร้องเรียนแต่ละเรื่องกินเวลาหกสัปดาห์
  2. สัปดาห์ที่หกมาถึงแล้ว
  3. สัปดาห์นี้มีข้อร้องเรียนเข้ามาหกเรื่อง
ดูคำตอบ

สัปดาห์นี้มีข้อร้องเรียนเข้ามาหกเรื่อง

The situation in orbit is rapidly worsening,

4:51

สถานการณ์ในวงโคจรกำลังเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว

and we may already be past the point of no return. สำนวน

4:53

และเราอาจจะเลยจุดที่หวนกลับไม่ได้มาแล้ว

สำนวน

past the point of no return: เลยจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

past the point of no return หมายถึงการเลยขั้นที่ไม่สามารถหยุดหรือย้อนกระบวนการกลับได้แล้ว เป็นเส้นแบ่งเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง ในประโยคนี้ may already ยังคงแสดงความไม่แน่นอน ผู้พูดกำลังเตือนว่าเราอาจผ่านขั้นที่ย้อนกลับไม่ได้ไปแล้ว ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นในประโยคหมายความว่าอย่างไร

  1. อาจผ่านเส้นแบ่งที่ย้อนกลับไม่ได้ไปแล้ว
  2. สถานการณ์ปลอดภัยอย่างแน่นอนและคืนสภาพเดิมได้ง่าย
  3. ผู้พูดกำลังบรรยายสถานที่จริงที่ผ่านไปแล้ว
ดูคำตอบ

อาจผ่านเส้นแบ่งที่ย้อนกลับไม่ได้ไปแล้ว

Within 10 years,

4:57

ภายใน 10 ปี

space around Earth may no longer be viable for long-term satellites or rockets. วลี

4:58

อวกาศรอบโลกอาจไม่สามารถใช้การได้สำหรับดาวเทียมหรือจรวดในระยะยาวอีกต่อไป

วลี

no longer be viable for: ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานอีกต่อไป

no longer be viable for หมายถึงสิ่งหนึ่งเลิกมีความเหมาะสม ความปลอดภัย หรือความสามารถในการรองรับการใช้งานบางอย่าง โดยหลัง viable for จะตามด้วยการใช้งานหรือสิ่งที่สามารถรองรับได้ no longer แสดงการเปลี่ยนแปลงจากสภาพก่อนหน้า สิ่งที่เคยใช้งานได้อาจกลายเป็นใช้งานไม่ได้ต่อไป ในที่นี้พูดถึงความเป็นไปได้ของการใช้งานระยะยาว ไม่ได้หมายความว่าอวกาศหายไป และไม่จำเป็นต้องหมายถึงเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตัวที่หมายถึงไม่เหมาะในทางปฏิบัติสำหรับการใช้งานนี้อีกต่อไป: The aging server will ____ daily backups after the security update.

ดูคำตอบ

no longer be viable for

The worst-case scenario is horrifying. วลี

5:03

สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนั้นน่าสะพรึงกลัวมาก

วลี

worst-case scenario: ระดับความรุนแรง ไม่ใช่ความแน่นอน

worst-case scenario คือผลลัพธ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในบรรดาผลลัพธ์ที่ยังถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกอันตรายขั้นรุนแรงที่ถูกนำมาพิจารณาในการวางแผนความเสี่ยง Worst-case บอกว่าผลลัพธ์จะเลวร้ายเพียงใด ไม่ได้บอกว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากเพียงใด สถานการณ์นั้นอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ วลีนี้ช่วยให้ผู้คนเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องการวางแผนความเสี่ยง worst-case scenario หมายถึงอะไร

  1. ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้และสร้างความเสียหายมากที่สุดซึ่งนำมาพิจารณาในการวางแผน
  2. ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
  3. ปัญหาเล็กน้อยใด ๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้และสร้างความเสียหายมากที่สุดซึ่งนำมาพิจารณาในการวางแผน

A debris field made of hundreds of millions of pieces,

5:06

ทุ่งขยะที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายร้อยล้านชิ้น

many too small to track,

5:09

ซึ่งหลายชิ้นเล็กเกินกว่าจะติดตามได้

moving at 30,000 km/h.

5:11

เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 30,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

It would effectively create a deadly barrier around Earth,

5:14

มันจะสร้างเกราะมรณะรอบโลกรวมถึง

possibly too dangerous to cross.

5:18

อาจจะอันตรายเกินกว่าจะข้ามผ่านไปได้

Dreams of Moon bases,

5:20

ความฝันเรื่องฐานบนดวงจันทร์

Mars colonies,

5:22

อาณานิคมบนดาวอังคาร

or space travel at all may be set back centuries. กริยาวลี

5:23

หรือการเดินทางในอวกาศอาจต้องถอยหลังกลับไปหลายศตวรรษ

กริยาวลี

set back + ระยะเวลา

Set back หมายถึงทำให้ความก้าวหน้าล่าช้าหรือถอยหลัง ใน may be set back centuries วลีนี้อยู่ในรูปกรรมวาจก กล่าวคือ การเดินทางในอวกาศเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากความล่าช้า และ centuries บอกระยะเวลาของความล่าช้านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ set something back + ระยะเวลา และ something be set back + ระยะเวลา ในที่นี้ centuries หมายถึงล่าช้าไปหลายร้อยปี ไม่ใช่จุดเวลาหนึ่งในอดีต

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ set back เป็นคำกริยาในความหมายว่า “ทำให้ล่าช้า” ได้ถูกต้อง

  1. A power outage could setback the experiment by two weeks.
  2. A power outage could set back by the experiment two weeks.
  3. A power outage could set the experiment back by two weeks.
ดูคำตอบ

A power outage could set the experiment back by two weeks.

And the loss of our space infrastructure

5:27

และการสูญเสียโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของเรา

would send some of the technology we rely on daily back to the 1970s.

5:29

อาจทำให้เทคโนโลยีบางอย่างที่เราพึ่งพาทุกวันต้องย้อนกลับไปสู่ยุค 1970

But it might not be too late to clean up our mess. สำนวน

5:34

แต่มันอาจจะยังไม่สายเกินไปที่เราจะจัดการกับความวุ่นวายนี้

สำนวน

clean up our mess: แก้ปัญหาที่พวกเราก่อขึ้น

ในที่นี้ clean up our mess มีความหมายซ้อนกันสองชั้น ตามตัวอักษรอาจหมายถึงการเก็บกวาดเศษซาก แต่ในเชิงเปรียบเทียบหมายถึงการจัดการผลเสียที่เกิดจากการกระทำของพวกเราเอง คำแสดงความเป็นเจ้าของ our ชี้ว่าใครต้องรับผิดชอบ ผู้พูดนับกลุ่มของตนเองรวมอยู่ในฝ่ายที่ก่อปัญหา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ clean up + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mess ซึ่งหมายถึงรับผิดชอบและแก้ปัญหาที่ตนเองก่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงแก้ปัญหาที่พวกเราก่อขึ้น: We caused this damage, so we have to ____.

ดูคำตอบ

clean up our mess

While the space industry has become better at avoiding space junk,

5:37

แม้ว่าอุตสาหกรรมอวกาศจะเก่งขึ้นในการหลีกเลี่ยงขยะอวกาศ

it's still growing fast

5:40

แต่มันก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

and occasional weapon tests don't help.

5:42

และการทดสอบอาวุธที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวก็ไม่ได้ช่วยอะไร

So,

5:45

ดังนั้น

there have been a couple of wild but also serious suggestions

5:45

จึงมีข้อเสนอแปลกๆ แต่ก็มีความจริงจัง

about how to quickly remove as much deadly space junk as possible

5:48

เกี่ยวกับวิธีที่จะกำจัดขยะอวกาศมรณะให้เร็วที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

without creating more in the process.

5:52

โดยไม่สร้างขยะเพิ่มขึ้นในกระบวนการดังกล่าว

Lots of ideas are being thrown around, กริยาวลี

5:55

มีไอเดียมากมายถูกโยนออกมา

กริยาวลี

are being thrown around: แนวคิดกำลังถูกพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ

เมื่อ ideas เป็นกรรม throw around หมายถึงเสนอและพูดคุยถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ แบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการโยนแนวคิดจริง ๆ แต่หมายถึงแนวคิดเหล่านั้นกำลังหมุนเวียนอยู่ในกลุ่มคนและมักยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ไม่แน่นอน Are being thrown around เป็นโครงสร้าง present passive progressive: are + being + past participle โครงสร้างนี้นำเสนอว่าการพูดคุยกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และเน้นที่แนวคิดมากกว่าคนที่เสนอแนวคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี passive progressive ที่เน้นไว้: In today's brainstorming session, several new ideas ____, but no decision has been made.

ดูคำตอบ

are being thrown around

and some of the most seriously considered involve capture and return missions,

5:57

และบางไอเดียที่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวข้องกับภารกิจจับและส่งกลับ

which are being tested now.

6:02

ซึ่งกำลังถูกทดสอบอยู่ในขณะนี้

One method involves meeting a piece of junk in orbit

6:04

วิธีหนึ่งคือการไปพบกับชิ้นส่วนขยะในวงโคจร

with a small satellite loaded with a net.

6:07

ด้วยดาวเทียมขนาดเล็กที่บรรจุตาข่ายไว้

Once caught, ไวยากรณ์

6:09

เมื่อจับได้แล้ว

a small rocket could be used to bring it down towards Earth.

6:10

จรวดขนาดเล็กจะถูกใช้เพื่อพามันดึงกลับลงมายังโลก

ไวยากรณ์

Once caught: อนุประโยคบอกเวลารูปถูกกระทำแบบย่อ

Once caught เป็นอนุประโยคบอกเวลารูปถูกกระทำแบบย่อ รูปเต็มคือ once it is caught และหมายถึงหลังจากที่ชิ้นขยะอวกาศถูกจับไว้แล้ว ในที่นี้ once เป็นคำเชื่อมบอกเวลา ไม่ได้หมายถึงจำนวนว่าหนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ เรารู้ประธานที่ถูกละไว้ได้จากบริบท นั่นคือชิ้นขยะอวกาศที่กล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับ it ใน bring it down คำว่า caught ไม่ได้บอกว่าจรวดขนาดเล็กถูกจับ โครงสร้างย่อ once + กริยาช่องที่ 3 แสดงว่าขั้นตอนหนึ่งเสร็จก่อนที่ขั้นตอนถัดไปจะเริ่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ once it is checked: Once ____, the safety rope can be used.

ดูคำตอบ

checked

Targets too large for a net

6:14

เป้าหมายที่ใหญ่เกินกว่าตาข่าย

might be instead caught with a harpoon on a tether.

6:15

อาจถูกจับด้วยฉมวกที่ผูกติดกับสายเคเบิลแทน

Instead of firing a rocket, ไวยากรณ์

6:19

แทนที่จะยิงจรวด

the cleaner would deploy a large sail to produce atmospheric drag การใช้คำ

6:20

ตัวทำความสะอาดจะกางใบเรือขนาดใหญ่ออกเพื่อสร้างแรงต้านอากาศ

and accelerate orbital decay.

6:24

และเร่งให้วงโคจรเสื่อมสลาย

ไวยากรณ์

Instead of firing a rocket: โครงสร้าง instead of + -ing

Instead of firing a rocket ระบุการกระทำที่ไม่ได้เลือก จากนั้นประโยคหลักจึงบอกทางเลือกอีกอย่าง คือการกางใบเรือขนาดใหญ่ Instead of ทำหน้าที่เหมือนคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงมักใช้รูป -ing คือ instead of firing ไม่ใช่ instead of fire รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ instead of + คำนามหรือวลี -ing แล้วตามด้วยการกระทำที่เลือก

แบบฝึกหัด

เขียนใหม่โดยใช้ instead of + -ing และคำกริยา call: Maya did not call a taxi; she took the bus. ____, Maya took the bus.

ดูคำตอบ

Instead of calling a taxi

การใช้คำ

atmospheric drag ที่ทำให้เกิด orbital decay

atmospheric drag คือแรงต้านที่วัตถุในวงโคจรได้รับเมื่อเคลื่อนผ่านก๊าซที่เบาบางมากในบรรยากาศชั้นสูง ใบเรือที่ใหญ่ขึ้นเพิ่มพื้นที่ให้ก๊าซเหล่านั้นออกแรง จึงทำให้วัตถุสูญเสียความเร็วและพลังงานวงโคจร orbital decay คือการที่วงโคจรค่อย ๆ ลดระดับลง ในที่นี้ drag เป็นสาเหตุและ decay เป็นผล: atmospheric drag ที่มากขึ้นทำให้วงโคจรหดตัวเร็วขึ้น ในความหมายทางเทคนิคนี้ decay ไม่ได้หมายถึงการเน่าเปื่อย

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายด้านวิศวกรรมอวกาศ คำสองคำนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. Atmospheric drag หมายถึงยานอวกาศตั้งใจลากวัตถุอีกชิ้นหนึ่ง
  2. Orbital decay สร้างใบเรือขึ้นมา ดังนั้น atmospheric drag จึงหายไป
  3. Atmospheric drag ทำให้พลังงานวงโคจรลดลง ดังนั้น orbital decay จึงอาจเร็วขึ้น
ดูคำตอบ

Atmospheric drag ทำให้พลังงานวงโคจรลดลง ดังนั้น orbital decay จึงอาจเร็วขึ้น

And there are lots of other wild sci-fi sounding proposals,

6:26

และยังมีข้อเสนอที่ฟังดูหลุดโลกเหมือนไซไฟอีกมากมาย

too.

6:29

ด้วยเช่นกัน

Some might use giant electromagnets.

6:30

บ้างก็อาจใช้แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดยักษ์

These magnetic tugs work by pushing on the magnetic components inside satellites

6:33

เรือลากจูงแม่เหล็กเหล่านี้ทำงานโดยการผลักส่วนประกอบแม่เหล็กภายในดาวเทียม

that they use to stabilize and orientate themselves in Earth's magnetic field.

6:39

ที่พวกมันใช้ในการทรงตัวและกำหนดทิศทางของตัวเองในสนามแม่เหล็กโลก

These may be safer and more reliable than nets and harpoons

6:44

วิธีนี้อาจปลอดภัยและพึ่งพาได้มากกว่าตาข่ายและฉมวก

because they never have to make contact with the junk they're handling, วลี

6:47

เพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับขยะที่กำลังจัดการเลย

วลี

make contact with ที่หมายถึงการสัมผัสทางกายภาพ

ในที่นี้ make contact with หมายถึงสัมผัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งทางกายภาพ อุปกรณ์สามารถจัดการขยะอวกาศจากระยะไกลได้ จึงไม่มีส่วนใดต้องแตะขยะนั้น โครงสร้างคือ make contact with + คำนามหรือคำสรรพนาม ในสำนวนนี้ contact เป็นคำนาม และ with นำหน้าคนหรือสิ่งที่เกิดการสัมผัสด้วย ในบริบทอื่น make contact with a person อาจหมายถึงเริ่มติดต่อสื่อสารกับใครบางคน ดังนั้นต้องดูสถานการณ์รอบข้างเพื่อเลือกความหมายที่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make contact with: The scanner can inspect the parcel without ____ it.

ดูคำตอบ

making contact with

so there's no risk of accidentally breaking up their target into more junk. กริยาวลี

6:50

จึงไม่มีความเสี่ยงที่จะบังเอิญทำให้เป้าหมายแตกออกเป็นขยะมากขึ้น

กริยาวลี

breaking up: ทำให้เป้าหมายที่เป็นวัตถุแตกเป็นชิ้นเล็กลง

ในที่นี้ breaking up หมายถึงการทำให้วัตถุที่เป็นชิ้นเดียวแยกออกเป็นชิ้นเล็กลง วลี into more junk บอกผลลัพธ์ จึงไม่ได้หมายถึงการยุติความสัมพันธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ break up + object + into + smaller parts กรรมวางหลัง up ได้ เช่น break up the target แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางระหว่างคำกริยากับ up เช่น break it up

แบบฝึกหัด

breaking up หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The machine prevents the blade from breaking up the panel into sharp fragments.

  1. ยุติความสัมพันธ์แบบคู่รัก
  2. หยุดกิจกรรมและให้ผู้คนออกไป
  3. ทำให้วัตถุแตกออกเป็นชิ้นเล็กลง
ดูคำตอบ

ทำให้วัตถุแตกออกเป็นชิ้นเล็กลง

As for the tiniest bits of junk,

6:56

ส่วนขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย

lasers might be the key to vaporizing them entirely. วลี

6:58

เลเซอร์อาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้มันระเหยไปจนหมด

วลี

the key to + -ing ใน the key to vaporizing

the key to vaporizing หมายถึงปัจจัยที่อาจทำให้การทำให้กลายเป็นไอทั้งหมดเป็นไปได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the key to + noun or -ing form ซึ่งใช้ระบุปัจจัยสำคัญในการบรรลุผลลัพธ์ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive ดังนั้น vaporizing จึงถูกต้อง หลัง the key to อย่าเปลี่ยนเป็นกริยารูปพื้นฐาน vaporize

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ keep เพื่อเติมรูปแบบ the key to + -ing ให้สมบูรณ์: Regular backups are the key to ____ your files safe.

ดูคำตอบ

keeping

Satellites with lasers wouldn't need to visit their targets.

7:01

ดาวเทียมที่มีเลเซอร์ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้เป้าหมาย

They can shoot them from far away.

7:04

พวกมันสามารถยิงจากระยะไกลได้

Large objects can't exactly be shot down,

7:07

วัตถุขนาดใหญ่ไม่สามารถถูกยิงให้ตกได้แบบตรงๆ

but lasers can be used to ablate them

7:09

แต่เลเซอร์สามารถใช้เพื่อหลอมละลาย

or burn tiny amounts of material off the side กริยาวลี

7:11

หรือเผาไหม้พื้นผิวด้านข้างเพียงเล็กน้อย

to push the junk to a safer orbit.

7:14

เพื่อผลักให้ขยะนั้นไปสู่วงโคจรที่ปลอดภัยกว่า

กริยาวลี

burn tiny amounts of material off: โครงสร้างแยกได้ burn ... off

ในประโยคนี้ burn ... off หมายถึงการกำจัดวัสดุปริมาณเล็กน้อยออกจากพื้นผิวด้วยการเผาหรือความร้อน เป้าหมายคือการเอาชั้นผิวออกอย่างควบคุม ไม่ใช่เผาวัตถุทั้งหมดจนหมด และ off แสดงว่าวัสดุหลุดออกจากด้านข้าง ในที่นี้ burn off เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ โดยกรรมสามารถอยู่ระหว่างกริยากับคำอนุภาคได้ เช่น burn tiny amounts of material off หากกรรมเป็นคำสรรพนาม จะต้องอยู่ตรงกลางเสมอ คือ burn it off ไม่ใช่ burn off it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่าเลเซอร์กำจัดเพียงชั้นบาง ๆ บนพื้นผิว

  1. The laser can burn the entire panel up.
  2. The laser can burn a thin layer off the panel.
  3. The laser can burn through the panel.
ดูคำตอบ

The laser can burn a thin layer off the panel.

Whatever technology we use in the end, ไวยากรณ์

7:17

ไม่ว่าในท้ายที่สุดเราจะใช้เทคโนโลยีใด

we better start doing something soon การใช้คำ

7:19

เราควรเริ่มทำอะไรบางอย่างในเร็วๆ นี้

ไวยากรณ์

Whatever technology we use: อนุประโยคยอมรับเงื่อนไขแบบเลือกได้อย่างอิสระ

Whatever technology we use เปิดอนุประโยคยอมรับเงื่อนไขแบบเลือกได้อย่างอิสระ และหมายถึง “ไม่ว่าเราจะใช้เทคโนโลยีใด” ตัวเลือกยังไม่แน่นอน แต่ทุกตัวเลือกที่เป็นไปได้ก็นำไปสู่ข้อสรุปเดียวกันในประโยคหลัก รูปแบบคือ Whatever + คำนาม + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยประโยคหลัก ในที่นี้ไม่ได้เป็นคำถาม แต่พักเรื่องตัวเลือกที่ไม่แน่นอนไว้เพื่อเน้นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

ใน “Whatever route we take, we need to arrive before dark,” อนุประโยคตอนต้นหมายความว่าอย่างไร

  1. กำหนดเวลามีผลไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด
  2. ผู้พูดกำลังขอให้อีกคนเลือกเส้นทาง
  3. กลุ่มนี้ต้องเดินทางผ่านทุกเส้นทางที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

กำหนดเวลามีผลไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด

การใช้คำ

we better ในฐานะคำเตือนเร่งด่วนแบบไม่เป็นทางการ

We better เป็นรูปพูดแบบไม่เป็นทางการของ we'd better หรือ we had better ใช้ให้คำแนะนำอย่างหนักแน่นพร้อมคำเตือนโดยนัยว่า หากกลุ่มไม่รีบเริ่ม อาจเกิดผลเสียตามมา Better ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว had better + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นจึงใช้ start โดยไม่มี to ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบว่าตัวเลือกใดดีกว่า

แบบฝึกหัด

ระดับน้ำกำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประโยคใดเป็นคำเตือนเร่งด่วนแบบไม่เป็นทางการ

  1. We better leave now.
  2. We should maybe leave sometime.
  3. We are better leave now.
ดูคำตอบ

We better leave now.

before 100 million bullets become a trillion

7:22

ก่อนที่กระสุน 100 ล้านนัดจะกลายเป็นหนึ่งล้านล้าน

and the trap is set.

7:25

และกับดักจะถูกวางไว้

If we don't act,

7:27

ถ้าเราไม่ลงมือทำ

our adventure in space

7:28

การผจญภัยในอวกาศของเรา

might end before it's even begun. ไวยากรณ์

7:30

อาจจบลงก่อนที่มันจะเริ่มต้นเสียอีก

ไวยากรณ์

might end before it's even begun ในฐานะคำเตือนเกี่ยวกับอนาคต

คำเตือนนี้บอกว่าการผจญภัยอาจจบลงก่อนที่จะมีโอกาสเริ่มต้นอย่างแท้จริง might แสดงว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่วน even ทำให้ความขัดแย้งระหว่างการจบกับการยังไม่เริ่มดูน่าประหลาดใจและหนักแน่นขึ้น ใน “it's even begun” คำว่า “it's” หมายถึง “it has” ไม่ใช่ “it is” ส่วน begun เป็น past participle ของ begin ดังนั้น has begun จึงใช้ present perfect เพื่อระบุเส้นแบ่งของการเริ่มต้น ในอนุประโยคเวลาที่มี before และกล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้รูป present แทน will โดย present perfect ในที่นี้เน้นว่ายังไปไม่ถึงจุดเริ่มต้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วย past participle ของ begin: The concert might end before it has even ____.

ดูคำตอบ

begun