คำแนะนำ 3 นาทีเกี่ยวกับรัฐบัญญัติสิทธิ - Belinda Stutzman: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
549 คำ 190 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้พาไล่ดูบทแก้ไขเพิ่มเติม 10 ข้อแรกของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ อธิบายเสรีภาพและความคุ้มครองทางกฎหมายที่แต่ละข้อรับรอง เชื่อมโยงบทบัญญัติบางข้อกับที่มาทางประวัติศาสตร์และข้อถกเถียงในปัจจุบัน ก่อนสรุปว่าการตีความและการนำบทแก้ไขเหล่านี้ไปใช้ยังคงสำคัญในทุกวันนี้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. also known as the Bill of Rights, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วิธีบอกชื่ออีกชื่อหนึ่งของกฎหมาย บุคคล สถาบัน หรือแนวคิดอย่างกระชับและค่อนข้างเป็นทางการ โดยไม่ต้องพึ่งเพียง also called จึงนำไปใช้ในคำอธิบายหรือการนำเสนอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. "I plead the Fifth" — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เข้าใจว่าสำนวนที่พบบ่อยในกฎหมาย ภาพยนตร์ และโทรทัศน์อเมริกันนี้หมายถึงการอ้างบทแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 เพื่อหลีกเลี่ยงการให้การที่ทำให้ตนเองมีความผิด ไม่ใช่คำขอร้องทั่วไป 3. as vital today as they were — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจและใช้โครงสร้างเปรียบเทียบ as...as เพื่อบอกว่ากฎหมาย คุณค่า หรือสถาบันยังมีความสำคัญในปัจจุบันเท่ากับในอดีต โดยเฉพาะเมื่อสรุปข้อโต้แย้งที่เน้นความสำคัญอันต่อเนื่อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The first 10 amendments to the US Constitution,

0:15

การแก้ไขรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาทั้ง 10 ข้อแรก

also known as the Bill of Rights, วลี

0:18

หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bill of Rights

วลี

also known as the Bill of Rights: การบอกชื่ออีกชื่อหนึ่ง

วลี also known as the Bill of Rights เพิ่มชื่ออีกชื่อหนึ่งให้กับบทแก้ไขเพิ่มเติม 10 ฉบับแรก คำอธิบายทั้งสองแบบหมายถึงบทแก้ไขเพิ่มเติมชุดเดียวกัน ไม่ใช่สิ่งที่ต่างกันสองอย่าง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + also known as + ชื่ออื่น รูปแบบนี้เพิ่มนามแฝงหรือชื่อที่ใช้กันทั่วไปเป็นข้อมูลเสริม และมักวางไว้ระหว่างเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “เรียกอีกอย่างว่า”: The International Court of Justice, ____ the World Court, is based in The Hague.

ดูคำตอบ

also known as

were ratified or passed over 200 years ago. การใช้คำ

0:20

ได้รับการให้สัตยาบันหรือผ่านร่างเมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว

การใช้คำ

ratified or passed: การอนุมัติอย่างเป็นทางการในทางกฎหมาย

ใน ratified or passed คำกริยาทั้งสองคำบอกว่าบทแก้ไขเพิ่มเติมได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ รูปประโยคกรรมวาจก were ratified or passed เน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับบทแก้ไขเพิ่มเติม มากกว่าจะเน้นว่าใครเป็นผู้อนุมัติ Ratified เป็นคำทางการในบริบทกฎหมายและการเมือง ส่วน passed ในที่นี้เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายกว่า แต่ในการอธิบายขั้นตอนทางกฎหมายอย่างแม่นยำ สองคำนี้อาจหมายถึงคนละขั้นตอนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำกริยาที่แม่นยำที่สุดเพื่อบอกว่าประเทศที่เกี่ยวข้องให้การอนุมัติขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการแก่สนธิสัญญา?

  1. The countries involved passed the treaty.
  2. The countries involved ratified the treaty.
  3. The countries involved approved of the treaty.
ดูคำตอบ

The countries involved ratified the treaty.

But even though they're a bit, โน้ต

0:24

แต่ถึงแม้พวกมันจะค่อนข้าง

well, old,

0:25

เอ่อ เก่าไปสักหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

a bit, well, old: ทำให้การประเมินนุ่มนวลด้วยการหยุดลังเล

ใน a bit, well, old คำว่า a bit ช่วยลดความแรงของ old ทำให้การประเมินฟังไม่ตรงหรือแข็งเกินไป ส่วน well เป็นคำบอกบทบาทในการสนทนา แสดงว่าผู้พูดหยุดสั้น ๆ ขณะเลือกหรือปรับถ้อยคำ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ‘อย่างดี’ การใช้คำลดระดับร่วมกับการลังเลทำให้ old ฟังเป็นภาษาสนทนาและมีอารมณ์ขันเล็กน้อย แทนที่จะเป็นคำวิจารณ์ที่รุนแรง รูปแบบ a bit, well, + คำคุณศัพท์ สามารถนำไปใช้เมื่อต้องการกล่าวคำบรรยายที่อาจทำให้กระอักกระอ่วนอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a bit และ well ที่แทรกเข้ามาเพื่อทำให้การประเมินเชิงลบเล็กน้อยฟังนุ่มนวลขึ้น?

  1. The hotel is a bit, well, dated.
  2. The hotel is very old, and I strongly dislike it.
  3. Well, the hotel closes at nine.
ดูคำตอบ

The hotel is a bit, well, dated.

these first 10 amendments

0:27

การแก้ไขทั้ง 10 ข้อแรกนี้

are still the most debated and discussed section of our Constitution today. วลี

0:28

ยังคงเป็นส่วนที่มีการถกเถียงและพูดคุยกันมากที่สุดในรัฐธรรมนูญของเราในปัจจุบัน

ไวยากรณ์

even though: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอประเด็นหลักที่ขัดกัน

even though ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับว่าเป็นจริง ซึ่งในที่นี้คือบทแก้ไขเพิ่มเติมเหล่านี้เก่าแล้ว จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอประเด็นที่สำคัญกว่าและเหนือความคาดหมาย คือทุกวันนี้บทแก้ไขเหล่านี้ยังคงถูกถกเถียงและอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โครงสร้างคือ even though + อนุประโยคสมบูรณ์ แล้วตามด้วยประโยคหลัก มีความหมายว่า ‘แม้ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นนั้น’ ไม่ใช่ ‘เพราะ’ จึงแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงพร้อมความขัดแย้ง ไม่ได้แสดงสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงสองคำที่ไฮไลต์ไว้: ____ Leo was tired, he finished the report carefully.

ดูคำตอบ

Even though

วลี

debated and discussed: ความเห็นขัดแย้งและความสนใจอย่างต่อเนื่อง

debated และ discussed เป็นคำกริยาช่องสามสองคำที่เชื่อมกันด้วย and และต่างก็ขยายคำว่า section โดย debated บอกว่าผู้คนมีจุดยืนต่างกันและโต้แย้งกันเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ส่วน discussed บอกว่าผู้คนยังคงพูดคุยหรือวิเคราะห์หัวข้อนั้นอยู่ เมื่อใช้สองคำนี้ร่วมกัน จะสื่อว่าประเด็นนั้นทั้งเป็นที่ถกเถียงและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง การใช้แบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอธิบายกฎหมาย นโยบาย และประเด็นสาธารณะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า นโยบายหนึ่งก่อให้เกิดทั้งความเห็นขัดแย้งและการอภิปรายอย่างต่อเนื่อง

  1. The policy has been accepted without disagreement.
  2. The policy was mentioned only once.
  3. The policy has been debated and discussed for years.
ดูคำตอบ

The policy has been debated and discussed for years.

So, can you remember what they are?

0:33

แล้วคุณจำได้ไหมว่ามีอะไรบ้าง?

Let's take a look. วลี

0:35

มาดูกันเลย

วลี

Let's take a look: ชวนผู้ฟังเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

Let's take a look เป็นสำนวนเชิญชวนแบบตายตัวที่เป็นมิตร ใช้พาผู้ฟังเข้าสู่การสาธิต คำอธิบาย หรือการพิจารณาอย่างละเอียดขึ้น ในที่นี้ take a look หมายถึงการตรวจดูหรือพิจารณาสิ่งที่จะตามมา ไม่ใช่เพียงมองชั่วครู่ Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง จึงทำให้การเปลี่ยนหัวข้อรู้สึกเหมือนกำลังทำสิ่งนั้นร่วมกัน หากต้องการระบุสิ่งที่จะดู ให้ใช้ take a look at + คำนามหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายเพื่อทำให้ประโยคเปลี่ยนช่วงการสอนสมบูรณ์: ____ at the next example.

ดูคำตอบ

Let's take a look

The first amendment is the freedom of speech, press, religion, วัฒนธรรม

0:36

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่หนึ่งคือเสรีภาพในการพูด สื่อ ศาสนา

assembly, and petition.

0:39

การชุมนุม และการร้องเรียน

วัฒนธรรม

เสรีภาพในการพูด สื่อมวลชน ศาสนา การชุมนุม และการยื่นคำร้อง

รายการนี้เป็นสรุปสั้น ๆ ของเสรีภาพสำคัญที่บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่หนึ่งคุ้มครอง speech หมายถึงการแสดงความคิดเห็น press หมายถึงข่าวและการตีพิมพ์ religion เกี่ยวกับความเชื่อและการปฏิบัติทางศาสนา assembly หมายถึงการรวมตัวอย่างสงบ และ petition หมายถึงการขอให้รัฐบาลจัดการข้อร้องทุกข์หรือข้อเรียกร้อง ในบริบทสิทธิพลเมืองนี้ press ไม่ได้หมายถึงการกดสิ่งของ assembly ไม่ได้หมายถึงการประกอบชิ้นส่วน และ petition คือสิทธิในการยื่นคำขอหรือข้อร้องทุกข์ต่อรัฐบาล รายการนี้ช่วยให้เห็นขอบเขตที่ได้รับความคุ้มครองห้าด้าน แต่ไม่ใช่ถ้อยคำตรงตัวของบทแก้ไขฯ และไม่ได้อธิบายข้อจำกัดทางกฎหมายทั้งหมด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตีความรายการในประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. รายการนี้บอกว่าคำพูดหรือการชุมนุมทุกชนิดไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายใด ๆ
  2. รายการนี้กล่าวถึงห้าขั้นตอนในการพิมพ์และประกอบหนังสือพิมพ์
  3. รายการนี้กล่าวถึงเสรีภาพด้านการแสดงความคิดเห็น ข่าวและการตีพิมพ์ ศาสนา การรวมตัวอย่างสงบ และการยื่นคำขอต่อรัฐบาล
ดูคำตอบ

รายการนี้กล่าวถึงเสรีภาพด้านการแสดงความคิดเห็น ข่าวและการตีพิมพ์ ศาสนา การรวมตัวอย่างสงบ และการยื่นคำขอต่อรัฐบาล

This may be the most revered of the amendments. การใช้คำ

0:41

นี่อาจเป็นการแก้ไขที่ได้รับการเคารพมากที่สุด

การใช้คำ

most revered: ได้รับความเคารพยกย่องอย่างลึกซึ้งที่สุด

revered หมายถึงได้รับเกียรติและความเคารพอย่างลึกซึ้งเป็นพิเศษ โดยมักสื่อถึงความสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือศีลธรรม คำนี้มีน้ำหนักมากและเป็นทางการกว่าการบอกเพียงว่า liked หรือ respected most ทำให้ revered เป็นรูปขั้นสูงสุด กล่าวคือ ในบรรดาบทแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด บทนี้อาจได้รับความเคารพเช่นนั้นในระดับสูงที่สุด ส่วน may ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ผู้พูดจึงเสนอว่าเป็นความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เด็ดขาด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะบรรยายบางสิ่งว่า most revered

  1. มีการอ่านบันทึกข้อความทั่วไปแล้วนำไปจัดเก็บ
  2. ปากกาด้ามใหม่เป็นด้ามที่พนักงานคนหนึ่งชอบที่สุดในสัปดาห์นี้
  3. กฎบัตรที่มีอายุหลายร้อยปีได้รับความเคารพอย่างลึกซึ้งเหนือกว่าเอกสารก่อตั้งประเทศฉบับอื่น ๆ
ดูคำตอบ

กฎบัตรที่มีอายุหลายร้อยปีได้รับความเคารพอย่างลึกซึ้งเหนือกว่าเอกสารก่อตั้งประเทศฉบับอื่น ๆ

The first amendment protects our rights to say and write our opinions, วลี

0:44

ข้อที่หนึ่งคุ้มครองสิทธิของเราในการพูดและเขียนแสดงความคิดเห็น

วลี

protects our rights to + คำกริยา: คุ้มครองเสรีภาพในการกระทำ

วลี protects our rights to แสดงว่ากฎหมายคุ้มครองเสรีภาพของผู้คนในการทำกริยาที่ตามมา โครงสร้างคือ protect + someone's right(s) + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ to นำหน้า say และ write เพื่อบอกว่าการกระทำใดอยู่ภายใต้สิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง ไม่ได้บอกทิศทาง to เพียงตัวเดียวสามารถนำหน้ากริยาที่เชื่อมกันได้ เช่น to say and write ความหมายคือมีเสรีภาพที่จะทำสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่มีหน้าที่ต้องทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียน: The charter ____ organize and speak freely.

ดูคำตอบ

protects our rights to

worship how we please, วลี

0:48

การนับถือศาสนาตามความเชื่อของเรา

วลี

how we please: ในแบบที่เราเลือกเอง

how we please หมายถึง “ในแบบที่เราเลือกเอง” how นำหน้าข้อมูลเกี่ยวกับวิธีนมัสการ ส่วน please ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ต้องการ” หรือ “เลือก” ไม่ใช่คำสุภาพที่ใช้ในการขอร้อง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยาแสดงการกระทำ + how + ประธาน + please(s) เช่น dress how you please และ work how she pleases ใช้ pleases เมื่อประธานเป็น he, she, it หรือคำนามเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย how และลงท้ายด้วย please เพื่อเติมประโยค: On weekends, we are free to dress ____.

ดูคำตอบ

how we please

assemble together peacefully,

0:50

การรวมตัวกันอย่างสันติ

and petition our government if we feel the need. การใช้คำ

0:51

และร้องเรียนต่อรัฐบาลหากเรารู้สึกว่าจำเป็น

การใช้คำ

petition our government: การใช้ petition เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการ

ใน petition our government คำว่า petition เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึง “ขอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจดำเนินการหรือพิจารณาข้อร้องทุกข์อย่างเป็นทางการ” โดย our government เป็นกรรมตรง และวลีนี้กล่าวถึงการกระทำอย่างหนึ่งที่ประชาชนสามารถทำได้ โครงสร้างทั่วไปที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ petition + หน่วยงานที่มีอำนาจ + to do something เช่น petition the council to change a rule คำว่า petition เป็นคำนามได้เช่นกัน แต่ในประโยคนี้เป็นคำกริยาที่เชื่อมขนานกับคำกริยาก่อนหน้าด้วย and

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ petition เป็นคำกริยาเพื่อยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ?

  1. The petition was signed by five hundred residents.
  2. Residents asked a friend to pass the salt.
  3. Residents petitioned the city council to add a safe crossing.
ดูคำตอบ

Residents petitioned the city council to add a safe crossing.

The Second Amendment is the right to bear arms. วัฒนธรรม

0:54

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่สองคือสิทธิในการครอบครองอาวุธ

วัฒนธรรม

right to bear arms: ความหมายทางกฎหมายของ bear arms

ในสำนวนตายตัวทางกฎหมายและประวัติศาสตร์ bear arms คำว่า bear หมายถึง “พกพาหรือครอบครอง” และ arms หมายถึง “อาวุธ” ดังนั้น the right to bear arms จึงหมายถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือพกพาอาวุธ ไม่ใช่อวัยวะของร่างกาย ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวอ้างถึงบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่สอง ประโยคนี้เป็นคำอธิบายอย่างย่อ ส่วนขอบเขตที่แน่นอนของสิทธิและกฎหมายที่อาจจำกัดสิทธินั้นเป็นประเด็นทางกฎหมายและการเมือง ซึ่งไม่อาจตัดสินได้จากความหมายของสำนวนเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ right to bear arms ในประโยคนี้?

  1. หมายถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือพกพาอาวุธ
  2. หมายถึงข้อกำหนดที่ต้องปล่อยให้แขนทั้งสองข้างไม่มีสิ่งปกคลุม
  3. หมายถึงพละกำลังของขาหน้าของหมี
ดูคำตอบ

หมายถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือพกพาอาวุธ

The original intent of the Second Amendment การใช้คำ

0:57

เจตนารมณ์ดั้งเดิมของการแก้ไขข้อที่สอง

การใช้คำ

original intent: จุดประสงค์แรกเริ่มของตัวบทกฎหมาย

ในการอภิปรายด้านกฎหมายและการเมือง original intent หมายถึงจุดประสงค์ที่ผู้ตรากฎหมายหรือผู้ร่างตั้งใจให้ตัวบทนั้นทำหน้าที่เมื่อสร้างขึ้น คำว่า intent สื่อถึงจุดประสงค์ที่จงใจและเป็นทางการมากกว่า idea ทั่วไป วลีนี้มองย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่มีการร่างตัวบท โดยตัววลีเองไม่ได้บอกว่าปัจจุบันควรตีความหรือนำตัวบทไปใช้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายด้านกฎหมาย original intent หมายถึงสิ่งใดโดยตรงที่สุด?

  1. จุดประสงค์ที่ผู้ร่างมีอยู่ในเวลาที่สร้างตัวบท
  2. วิธีที่ศาลทุกแห่งต้องใช้ตีความตัวบทในปัจจุบัน
  3. ปฏิกิริยาล่าสุดของสาธารณชนต่อตัวบท
ดูคำตอบ

จุดประสงค์ที่ผู้ร่างมีอยู่ในเวลาที่สร้างตัวบท

was to protect colonists from the invading British soldiers,

0:59

คือการปกป้องชาวอาณานิคมจากการรุกรานของทหารอังกฤษ

but it now guarantees that you have the right to own a gun ลำดับความ

1:02

แต่ปัจจุบันนี้ มันรับประกันว่าคุณมีสิทธิในการครอบครองปืน

ลำดับความ

but it now guarantees that: เปลี่ยนจากจุดประสงค์ในอดีตสู่ผลในปัจจุบัน

but แสดงความขัดแย้งกับข้อความก่อนหน้าที่กล่าวถึงจุดประสงค์ในอดีต ส่วน now ย้ายกรอบเวลาไปยังปัจจุบัน สรรพนาม it อ้างถึง the Second Amendment และ guarantees that นำเข้าสู่ผลทางกฎหมายที่กำลังกล่าวถึง คำเหล่านี้ร่วมกันจัดข้อมูลให้เปรียบเทียบระหว่าง “เดิมมีไว้เพื่ออะไร” กับ “ปัจจุบันเข้าใจกันว่ารับรองอะไร” รูปแบบจากอดีตสู่ปัจจุบันนี้มีประโยชน์เมื่อหน้าที่หรือการตีความของกฎ สถาบัน หรือตัวบทเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการจัดข้อมูลจากอดีตสู่ปัจจุบันแบบเดียวกัน?

  1. The library policy was updated yesterday, and the library has many printed books.
  2. The library policy covers e-books because many members read online.
  3. The library policy originally covered printed books, but it now guarantees that every member can borrow e-books.
ดูคำตอบ

The library policy originally covered printed books, but it now guarantees that every member can borrow e-books.

to defend yourself and your property.

1:04

เพื่อปกป้องตัวคุณเองและทรัพย์สินของคุณ

The Third Amendment is called the Quartering Amendment. วัฒนธรรม

1:07

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่สามเรียกว่า การแก้ไขการจัดที่พักทหาร

วัฒนธรรม

Quartering Amendment: ชื่อที่เกี่ยวกับการให้ทหารพักในบ้านส่วนบุคคล

Quartering Amendment เป็นชื่อที่บอกเนื้อหาของบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่สาม ในที่นี้ quartering หมายถึงการจัดหาที่พักให้ทหาร โดยเฉพาะการให้พักในบ้านส่วนบุคคล ไม่ได้หมายถึงการแบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นสี่ส่วน ชื่อนี้สะท้อนข้อขัดแย้งในยุคอาณานิคมเกี่ยวกับการให้ทหารอังกฤษพักในบ้านของพลเรือน บทแก้ไขนี้จำกัดกรณีที่สามารถให้ทหารพักในบ้านส่วนบุคคลได้ ดังนั้นชื่อจึงชี้ให้เห็นสิทธิที่บทแก้ไขคุ้มครอง

แบบฝึกหัด

ในชื่อ Quartering Amendment คำว่า quartering หมายถึงอะไร?

  1. แบ่งกฎหมายออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน
  2. จัดหาที่พักให้ทหาร
  3. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหนึ่งในสี่จากทหาร
ดูคำตอบ

จัดหาที่พักให้ทหาร

It was written in response to the British occupation, วลี

1:10

มันถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบโต้การยึดครองของอังกฤษ

วลี

in response to: การตอบสนองที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า

in response to ใช้นำหน้าเหตุการณ์ ปัญหา คำขอ หรือแนวคิดที่ทำให้เกิดการตอบสนอง ในประโยคนี้หมายความว่าบทแก้ไขถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการยึดครองของอังกฤษ โดย response หมายถึงการดำเนินการทางกฎหมายหรือเชิงสถาบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบด้วยวาจา โครงสร้างคือ in response to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing มักใช้เพื่ออธิบายว่าเหตุใดนโยบาย แถลงการณ์ หรือการกระทำจึงเกิดขึ้น พร้อมเน้นว่าสิ่งนั้นเป็นการตอบสนองต่อบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เพื่อตอบสนองต่อ” ให้สมบูรณ์: The company updated its safety rules ____ several recent accidents.

ดูคำตอบ

in response to

and as a result of วลี

1:12

และเป็นผลมาจากการที่

the colonists having to house or quarter soldiers in their homes การใช้คำ

1:13

ชาวอาณานิคมต้องให้ที่พักหรือจัดหาที่พักให้ทหารในบ้านของตน

วลี

as a result of + คำนามหรือ gerund

“As a result of” ใช้บอกสาเหตุที่ทำให้เกิดผลบางอย่าง หลังวลีนี้ต้องตามด้วยนามวลีหรือโครงสร้างอื่นที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ใช่ตามด้วยอนุประโยคทั่วไปที่มีประธานและกริยาผันตามกาลโดยตรง ในที่นี้ “the colonists having to house or quarter soldiers...” เป็นโครงสร้าง gerund-participle ที่มีประธานเชิงความหมายของตัวเองคือ “the colonists” โดยโครงสร้างทั้งหมดเป็นกรรมของ “of”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่มีความหมายว่า “because of” และลงท้ายด้วย “of”: The library closed early ____ a power outage.

ดูคำตอบ

as a result of

การใช้คำ

house or quarter soldiers ในฐานะคำกริยา

ใน “house or quarter soldiers” คำว่า “house” และ “quarter” เป็นสกรรมกริยาทั้งคู่ และใช้ “soldiers” เป็นกรรมร่วมกัน ทั้งสองคำหมายถึงการให้สถานที่พักแก่ทหารหรือจัดที่พักให้พวกเขา “House” ใช้ได้กว้างกว่า ส่วน “quarter” มีนัยทางทหารโดยเฉพาะและมักพบในบริบททางประวัติศาสตร์ วลีนี้กล่าวถึงการให้ทหารพักในบ้านส่วนบุคคล ไม่ได้หมายถึงบ้านที่เป็นอาคารหรือเศษหนึ่งส่วนสี่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “quarter” ในความหมายว่า “จัดหาที่พักให้ทหาร”?

  1. The regiment was quartered in empty barracks.
  2. We waited for a quarter of an hour.
  3. She cut the apple into quarters.
ดูคำตอบ

The regiment was quartered in empty barracks.

during the American Revolution.

1:17

ในช่วงการปฏิวัติอเมริกา

Because of this amendment,

1:19

เนื่องจากมีการแก้ไขข้อนี้

our government can never force us to house soldiers in our home. ไวยากรณ์

1:20

รัฐบาลของเราไม่สามารถบังคับให้เราให้ที่พักแก่ทหารในบ้านของเราได้

ไวยากรณ์

force us to house soldiers: force + กรรม + to + กริยา

force us to house soldiers ใช้โครงสร้าง force + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย us ระบุคนที่ถูกบังคับ และ to house soldiers ระบุการกระทำที่คนเหล่านั้นถูกบังคับให้ทำ ในที่นี้ house เป็นคำกริยา หมายถึงจัดหาที่พักให้ทหาร force ต้องมี to หน้าคำกริยาที่เป็นการกระทำ จึงต้องพูดว่า force us to house ไม่ใช่ force us house โครงสร้างนี้ใช้บรรยายข้อจำกัดทางกฎหมาย ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และการบังคับในชีวิตประจำวันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย force และ to: The landlord cannot ____ tenants ____ leave without notice.

ดูคำตอบ

force · to

The Fourth Amendment is the right to search and seizure. การใช้คำ

1:24

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่สี่คือสิทธิเกี่ยวกับการตรวจค้นและการยึดทรัพย์

การใช้คำ

search and seizure ในภาษาอังกฤษทางกฎหมาย

search and seizure เป็นคำคู่ที่ใช้ตายตัวในภาษากฎหมาย โดย search เป็นคำนาม หมายถึงการตรวจค้นบุคคล สถานที่ ยานพาหนะ หรือทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ ส่วน seizure หมายถึงการที่รัฐบาลยึดหรือเข้าควบคุมทรัพย์สินหรือบุคคลตามกฎหมาย ในบริบทของบทแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่สี่ สิ่งที่ได้รับความคุ้มครองคือการไม่ถูกค้นและยึดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถ้อยคำในตัวอย่าง the right to search and seizure เป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป เพราะบทแก้ไขนี้ไม่ได้ให้สิทธิบุคคลทั่วไปในการดำเนินการค้นและยึด

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษทางกฎหมาย search and seizure หมายถึงอะไร?

  1. การตรวจค้นบุคคล สถานที่ หรือทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ และการยึดหรือควบคุมทรัพย์สินหรือบุคคลตามกฎหมาย
  2. การค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและบันทึกไฟล์
  3. เหตุการณ์ทางการแพทย์ที่มีอาการชัก
ดูคำตอบ

การตรวจค้นบุคคล สถานที่ หรือทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ และการยึดหรือควบคุมทรัพย์สินหรือบุคคลตามกฎหมาย

The police can't come into our home without a search warrant การใช้คำ

1:27

ตำรวจไม่สามารถเข้ามาในบ้านของเราโดยไม่มีหมายค้น

and take our personal property.

1:30

และยึดทรัพย์สินส่วนตัวของเราไปได้

การใช้คำ

without a search warrant: โดยไม่มีอำนาจตรวจค้นอย่างเป็นทางการ

without a search warrant หมายความว่าตำรวจไม่มีคำสั่งทางกฎหมายอย่างเป็นทางการที่อนุญาตให้ตรวจค้น โดยทั่วไปหมายค้นออกโดยผู้พิพากษาหรือศาล และระบุสถานที่ บุคคล หรือทรัพย์สินที่สามารถตรวจค้นได้ ในที่นี้ warrant เป็นคำนามที่หมายถึงอำนาจทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “รับประกัน” วลีนี้ชี้ให้เห็นว่าประเด็นสำคัญของประโยคคือ ตำรวจได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้ตรวจค้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ without a search warrant หมายความว่าอย่างไร

  1. ตำรวจไม่มีเหตุผลที่จะเข้าไปในบ้าน
  2. ตำรวจไม่สามารถรับประกันได้ว่าการตรวจค้นจะสำเร็จ
  3. ตำรวจไม่มีอำนาจทางกฎหมายอย่างเป็นทางการในการตรวจค้น
ดูคำตอบ

ตำรวจไม่มีอำนาจทางกฎหมายอย่างเป็นทางการในการตรวจค้น

Today,

1:31

ทุกวันนี้

many concerns have arisen about our rights to privacy in technology. โน้ต

1:32

มีความกังวลมากมายเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิความเป็นส่วนตัวของเราในด้านเทคโนโลยี

วลี

concerns have arisen about: กล่าวถึงความกังวลที่เกิดขึ้นแล้ว

concerns have arisen about + หัวข้อ หมายความว่าความกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับหัวข้อนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว arise เป็นกริยาอกรรมกริยา โดย concerns เป็นประธาน และ about นำเข้าสู่ประเด็นที่ทำให้เกิดความกังวล have arisen เป็นรูป present perfect ของ arise รูปนี้แสดงว่าความกังวลก่อตัวขึ้นก่อนเวลาปัจจุบันและยังเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในตอนนี้ โครงสร้างนี้ยังไม่ระบุว่าใครรู้สึกหรือแสดงความกังวล จึงมีน้ำเสียงเป็นทางการและไม่เจาะจงบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ arise: Since the new camera system was installed, concerns ____ about facial recognition.

ดูคำตอบ

have arisen

การใช้คำ

rights to privacy in technology: การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางกฎหมายและสังคมในสภาพแวดล้อมดิจิทัล

ในประโยคนี้ rights to privacy หมายถึงการคุ้มครองที่ป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล การสื่อสาร และกิจกรรมของบุคคลถูกเข้าถึงหรือนำไปใช้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ส่วน in technology จำกัดขอบเขตการคุ้มครองนี้ให้อยู่ในบริบท เช่น สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย privacy ในที่นี้เป็นประเด็นด้านกฎหมายและสิทธิพลเมือง ไม่ใช่เพียงความชอบที่จะอยู่คนเดียว วลีนี้ช่วยตั้งคำถามว่าใครมีสิทธิรวบรวม ติดตาม หรือใช้ข้อมูลดิจิทัล และต้องได้รับอนุญาตแบบใด

แบบฝึกหัด

rights to privacy in technology ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความชอบส่วนตัวในการเลือกดีไซน์โทรศัพท์แบบหนึ่งแทนอีกแบบหนึ่ง
  2. การคุ้มครองข้อมูลและกิจกรรมส่วนบุคคลในสภาพแวดล้อมดิจิทัลทั้งทางกฎหมายและสังคม
  3. การรับประกันว่าทุกคนสามารถเป็นเจ้าของอุปกรณ์รุ่นใหม่ทุกชนิด
ดูคำตอบ

การคุ้มครองข้อมูลและกิจกรรมส่วนบุคคลในสภาพแวดล้อมดิจิทัลทั้งทางกฎหมายและสังคม

For example,

1:36

ตัวอย่างเช่น

can the government track your location with your smartphone,

1:37

รัฐบาลสามารถติดตามตำแหน่งของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้หรือไม่

or can social media postings such as on Facebook and Twitter

1:40

หรือการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ Twitter

be used without a warrant? ไวยากรณ์

1:43

สามารถถูกนำมาใช้โดยไม่มีหมายค้นได้หรือไม่?

ไวยากรณ์

be used without a warrant: จุดเน้นในคำถามรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย

ใน can social media postings ... be used ...? โครงสร้าง can + ประธาน + be + กริยาช่องที่สาม ใช้สร้างคำถามรูปถูกกระทำ โดย postings เป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนบุคคลหรือหน่วยงานที่นำโพสต์ไปใช้ไม่ได้ถูกระบุ การเลือกโครงสร้างนี้ทำให้จุดเน้นอยู่ที่ว่าโพสต์สามารถถูกนำไปใช้โดยไม่มีหมายศาล หรือไม่มีอำนาจอนุญาตทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ แทนที่จะเน้นว่าใครเป็นผู้ใช้ ในการอภิปรายด้านกฎหมายและนโยบาย มักใช้รูปถูกกระทำเพื่อเน้นหลักฐาน ข้อมูล และกฎที่ควบคุมการนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ถูกต้องเพื่อทำให้คำถามรูปถูกกระทำสมบูรณ์: Can this location data ____ in court without a warrant?

ดูคำตอบ

be used

On to the Fifth. ลำดับความ

1:44

ต่อไปคือข้อที่ห้า

ลำดับความ

On to the Fifth: เปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป

On to + นามวลี เป็นคำเปลี่ยนหัวข้อสั้น ๆ ในภาษาพูด หมายถึง “ตอนนี้ไปต่อที่...” สำนวนนี้บอกว่าส่วนก่อนหน้าจบแล้ว และทำให้หัวข้อถัดไปกลายเป็นจุดสนใจใหม่ ในที่นี้ the Fifth หมายถึง the Fifth Amendment หรือบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ห้า ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่จริง แต่ใช้จัดลำดับคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากบทแก้ไขฉบับหนึ่งไปยังฉบับถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมคำเปลี่ยนหัวข้อในภาษาพูดจำนวนสองคำที่หมายถึง “ตอนนี้ไปยังหัวข้อถัดไป” ให้สมบูรณ์: We've finished the introduction. ____ the first example.

ดูคำตอบ

On to

It's all about due process. วัฒนธรรม

1:46

มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย

วัฒนธรรม

all about due process: หลักประกันทางกฎหมายที่สำคัญ

ในโครงสร้าง It's all about ... คำว่า all about หมายถึง “เกี่ยวข้องเป็นหลักกับ” หรือ “มีจุดสำคัญอยู่ที่” เป็นการสรุปใจความให้ผู้ฟังอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น due process เป็นหลักประกันทางกฎหมายว่ารัฐบาลต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่เป็นธรรมและกฎหมายกำหนด เมื่อจะพรากชีวิต เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของบุคคล ในคำอธิบายเรื่องบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ห้านี้ คำดังกล่าวชี้ถึงการคุ้มครองสำคัญจากการใช้อำนาจตามอำเภอใจของรัฐบาล

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์กฎหมายภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงขั้นตอนอันเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนด: When a protected interest is at stake, the government must provide ____.

ดูคำตอบ

due process

You've probably heard the phrase

1:48

คุณอาจเคยได้ยินวลี

"I plead the Fifth" in movies or on TV. วัฒนธรรม

1:49

"ฉันขอใช้สิทธิข้อที่ห้า" ในภาพยนตร์หรือบนทีวี

วัฒนธรรม

I plead the Fifth: การใช้สิทธิที่จะไม่ให้การปรักปรำตนเอง

“I plead the Fifth” เป็นสำนวนทางกฎหมายที่ใช้เป็นแบบแผนในสหรัฐฯ หมายถึงผู้พูดอ้างสิทธิตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ห้า ที่จะไม่ถูกบังคับให้ตอบในลักษณะที่อาจเป็นการให้การปรักปรำตนเอง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดยอมรับผิด plead ในที่นี้หมายถึง “อ้างหรือยืนยันสิทธิอย่างเป็นทางการ” ไม่ใช่ “วิงวอน” ส่วน the Fifth เป็นคำย่อของ the Fifth Amendment จึงมักได้ยินสำนวนนี้ในฉากสอบสวนหรือฉากศาลในภาพยนตร์และโทรทัศน์

แบบฝึกหัด

ในบริบทกฎหมายสหรัฐฯ I plead the Fifth โดยทั่วไปหมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดอ้างสิทธิที่จะไม่ให้คำตอบที่อาจเป็นการปรักปรำตนเอง
  2. ผู้พูดยอมรับผิดอย่างเป็นทางการ
  3. ผู้พูดขอตอบคำถามในภายหลัง
ดูคำตอบ

ผู้พูดอ้างสิทธิที่จะไม่ให้คำตอบที่อาจเป็นการปรักปรำตนเอง

They're talking about the Fifth Amendment,

1:53

พวกเขากำลังพูดถึงการแก้ไขข้อที่ห้า

which says that you don't have to take the witness stand against yourself การใช้คำ

1:54

ซึ่งกล่าวว่าคุณไม่ต้องขึ้นให้การในฐานะพยานเพื่อปรักปรำตนเอง

การใช้คำ

take the witness stand: ขึ้นให้การในศาล

take the witness stand เป็นสำนวนในศาลที่หมายถึงการไปยังตำแหน่งสำหรับพยานและให้การ ซึ่งโดยทั่วไปต้องสาบานตนก่อน สำนวนทั้งชุดสื่อถึงการทำหน้าที่เป็นพยาน ไม่ใช่เพียงการยืนบนแท่น against yourself ในประโยคนี้หมายความว่าคำให้การอาจส่งผลเสียต่อสถานะทางกฎหมายของตนเอง สำนวนนี้จึงช่วยอธิบายการให้หลักฐานที่อาจถูกนำมาใช้เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในศาลที่เน้นไว้: The defense called Maya to ____ and answer questions under oath.

ดูคำตอบ

take the witness stand

if you may end up incriminating yourself. กริยาวลี

1:58

หากอาจทำให้คุณต้องรับโทษ

กริยาวลี

end up incriminating yourself: ผลทางกฎหมายที่ไม่ตั้งใจให้เกิดขึ้น

end up + V-ing ใช้บอกว่าการกระทำหรือสภาพหนึ่งกลายเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของเหตุการณ์ และมักเป็นผลที่ไม่ได้วางแผนไว้ ในที่นี้ incriminating เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง end up incriminate yourself หมายถึงการพูดหรือทำสิ่งที่เป็นหลักฐานเอาผิดตนเอง หรือทำให้ดูเหมือนว่าตนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม วลีนี้จึงเตือนว่าสิ่งที่คุณพูดอาจลงเอยด้วยการชี้ว่าคุณมีความผิด ไม่ได้หมายถึงเพียงการวิจารณ์ตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ end up + V-ing และ incriminate: If you keep giving conflicting answers during the police interview, you may ____.

ดูคำตอบ

end up incriminating yourself

Okay,

2:01

เอาล่ะ

we're halfway done. วลี

2:01

เรามาถึงครึ่งทางแล้ว

วลี

halfway done: ความคืบหน้าถึงจุดกึ่งกลาง

halfway done หมายถึงงานหรือกระบวนการเสร็จไปประมาณครึ่งหนึ่ง ในที่นี้ halfway บอกความคืบหน้า ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ We're halfway done เป็นการแจ้งความคืบหน้าแบบสั้น ๆ โดยบอกผู้ฟังว่าเสร็จแล้วประมาณครึ่งหนึ่งและยังเหลืออีกประมาณครึ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าตรวจแบบฟอร์มเสร็จแล้ว 25 จาก 50 ฉบับ

  1. We've checked 25 of 50 forms, so we're halfway done.
  2. We've checked 25 of 50 forms, so we haven't started yet.
  3. We've checked 25 of 50 forms, so we're almost done.
ดูคำตอบ

We've checked 25 of 50 forms, so we're halfway done.

The Sixth and Seventh Amendments

2:03

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่หกและเจ็ด

are about how the legal system works.

2:04

เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบกฎหมาย

If you're accused of a crime, วลี

2:06

หากคุณถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด

วลี

accused of a crime: lời cáo buộc, không phải kết án

ใน be accused of a crime โครงสร้างประธานถูกกระทำคือ be accused of + คำนามหรือรูป -ing ส่วนโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำคือ accuse someone of something โดย of ใช้นำหน้าความผิดหรือการกระทำที่ถูกกล่าวหา Accused หมายถึงมีผู้กล่าวหาเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินว่าบุคคลนั้นมีความผิดแล้ว ความแตกต่างนี้สำคัญในบริบทกฎหมายและข่าว

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทประจำโครงสร้างให้สมบูรณ์: The accountant was accused ____ hiding the payments.

ดูคำตอบ

of

you have the right to a speedy public trial การใช้คำ

2:08

คุณมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยอย่างรวดเร็ว

and an impartial jury. การใช้คำ

2:10

และมีคณะลูกขุนที่เป็นกลาง

การใช้คำ

a speedy public trial: phiên tòa kịp thời và công khai

ใน a speedy public trial คำว่า speedy หมายถึงไม่มีความล่าช้าเกินสมควร ส่วน public หมายถึงโดยทั่วไปการพิจารณาคดีเปิดให้ประชาชนและสื่อเข้าถึง คำคุณศัพท์สองคำนี้อธิบายหลักประกันสองด้านของการพิจารณาคดี วลีนี้ไม่ได้รับรองว่าจะเร่งการพิจารณาคดีอย่างลวก ๆ และ public trial ก็ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเป็นผู้ดำเนินคดีหรือลงคะแนนตัดสินคดี

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย a speedy public trial ได้ถูกต้องที่สุด

  1. การพิจารณาคดีต้องจบให้เร็วที่สุด แม้จะต้องข้ามหลักประกันทางกฎหมาย
  2. การพิจารณาคดีควรดำเนินไปโดยไม่มีความล่าช้าเกินสมควร และโดยทั่วไปควรเปิดให้ประชาชนเข้าถึง
  3. ประชาชนทำหน้าที่แทนศาลและลงคะแนนตัดสินคำพิพากษา
ดูคำตอบ

การพิจารณาคดีควรดำเนินไปโดยไม่มีความล่าช้าเกินสมควร และโดยทั่วไปควรเปิดให้ประชาชนเข้าถึง

การใช้คำ

an impartial jury: คณะลูกขุนที่ปราศจากอคติ

an impartial jury หมายถึงคณะลูกขุนที่ไม่เข้าข้างฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลยเพราะอคติ ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือข้อสรุปที่เกิดขึ้นก่อนฟังหลักฐาน คณะลูกขุนควรตัดสินข้อเท็จจริงจากหลักฐานและคำชี้แจงของศาล jury หมายถึงกลุ่มลูกขุนที่ทำหน้าที่นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้พิพากษาเพียงคนเดียว ในวลีนี้ impartial เน้นความเป็นกลางของกลุ่มดังกล่าวในการตัดสิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายของ an impartial jury ได้ดีที่สุด

  1. An impartial jury สนับสนุนฝ่ายจำเลยเสมอ
  2. An impartial jury คือผู้พิพากษาคนเดียวที่ตัดสินคดี
  3. An impartial jury พิจารณาหลักฐานโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ดูคำตอบ

An impartial jury พิจารณาหลักฐานโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

You also have the right to a lawyer วัฒนธรรม

2:11

คุณยังมีสิทธิที่จะมีทนายความ

วัฒนธรรม

the right to a lawyer: สิทธิในการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย

the right to a lawyer หมายถึงสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับคำปรึกษาและการเป็นตัวแทนจากทนายความในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของกระบวนการคดีอาญา ในที่นี้ right เป็นคำนามที่หมายถึงสิทธิ และ to ใช้นำสิ่งที่สิทธินั้นเปิดโอกาสให้เข้าถึง ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ในสหรัฐอเมริกา ทนายความสามารถอธิบายข้อกล่าวหา ให้คำแนะนำ และช่วยแก้ต่างได้ ในคดีอาญาและขั้นตอนกระบวนการบางประเภท ผู้ที่ไม่มีเงินจ้างทนายความอาจมีคุณสมบัติได้รับทนายความที่ศาลแต่งตั้ง แต่ขอบเขตที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสถานการณ์และกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ the right to a lawyer คุ้มครองอะไร

  1. การเข้าถึงคำปรึกษาและการเป็นตัวแทนทางกฎหมาย
  2. ความสามารถในการยืนทางขวาของทนายความ
  3. อำนาจในการเลือกคำพิพากษาของศาล
ดูคำตอบ

การเข้าถึงคำปรึกษาและการเป็นตัวแทนทางกฎหมาย

and the right to take the stand if you choose.

2:13

และสิทธิที่จะขึ้นให้การหากคุณต้องการ

This is important

2:15

นี่เป็นสิ่งสำคัญ

because it will prevent the accused from sitting in prison forever ไวยากรณ์

2:16

เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องติดคุกตลอดไป

ไวยากรณ์

prevent the accused from: prevent + กรรม + from + V-ing

Prevent + กรรม + from + V-ing หมายถึงการห้ามไม่ให้ใครทำบางสิ่ง หรือป้องกันไม่ให้สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ในที่นี้กรรมคือ the accused และ sitting in prison forever คือสถานการณ์ที่ต้องการป้องกัน The accused หมายถึงบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิด ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินว่าบุคคลนั้นมีความผิดแล้ว หลัง from ต้องตามด้วยคำนามหรือกริยารูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ prevent + กรรม + from + V-ing ได้ถูกต้อง

  1. The safety cover prevents children from touching the wires.
  2. The safety cover prevents children to touch the wires.
  3. The safety cover prevents children from touch the wires.
ดูคำตอบ

The safety cover prevents children from touching the wires.

and insists that the prosecution proceed with undue delay. การใช้คำ

2:19

และยืนยันว่าการดำเนินคดีต้องดำเนินต่อไปโดยไม่ชักช้าเกินสมควร

การใช้คำ

undue delay: ความล่าช้าที่ไม่สมเหตุสมผลในภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการ

Undue delay หมายถึงความล่าช้าที่มากเกินไป ไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือเกินขอบเขตที่ยอมรับได้ Undue เป็นคำคุณศัพท์แบบเป็นทางการที่ประเมินว่าความล่าช้านั้นยอมรับไม่ได้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าบางสิ่งเกิดขึ้นช้า ในที่นี้ undue ขยายคำว่า delay และระบุว่าความล่าช้านั้นไม่สมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นทางการว่าหน่วยงานต้องตอบกลับโดยเร็วและต้องไม่ล่าช้าอย่างไม่สมเหตุสมผล

  1. The agency must respond after undue delay.
  2. The agency must respond with undue delay.
  3. The agency must respond without undue delay.
ดูคำตอบ

The agency must respond without undue delay.

The Seventh says you've the right to a jury trial การใช้คำ

2:24

ข้อที่เจ็ดกล่าวว่าคุณมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน

where 12 impartial peers การใช้คำ

2:27

โดยให้เพื่อนร่วมสังคมที่เป็นกลาง 12 คน

decide your innocence or guilt in the courtroom

2:28

เป็นผู้ตัดสินความบริสุทธิ์หรือความผิดของคุณในชั้นศาล

การใช้คำ

jury trial: คณะลูกขุนเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริง

jury trial คือการพิจารณาคดีที่คณะลูกขุนรับฟังหลักฐาน พิจารณาข้อเท็จจริงที่มีข้อโต้แย้ง และมีคำตัดสิน ผู้พิพากษายังคงควบคุมกระบวนการพิจารณาคดีและอธิบายกฎหมาย ประเด็นสำคัญคือใครเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริง ใน jury trial หน้าที่นี้เป็นของคณะลูกขุน ไม่ใช่ของผู้พิพากษาเพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย jury trial ได้ถูกต้อง

  1. ใน jury trial ประชาชนลงคะแนนออนไลน์เพื่อตัดสินผลคดี
  2. ใน jury trial ผู้พิพากษาพิจารณาข้อเท็จจริงโดยไม่มีคณะลูกขุน
  3. ใน jury trial คณะลูกขุนรับฟังหลักฐานและตัดสินผลคดี
ดูคำตอบ

ใน jury trial คณะลูกขุนรับฟังหลักฐานและตัดสินผลคดี

การใช้คำ

impartial peers: ประชาชนผู้เป็นลูกขุนอย่างเป็นกลาง

ในบริบทกฎหมายนี้ impartial peers หมายถึงประชาชนทั่วไปที่ทำหน้าที่เป็นลูกขุนและไม่มีอคติหรือความเห็นตายตัวที่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง impartial อธิบายความเป็นกลาง ส่วน peers แสดงว่าพวกเขาเป็นสมาชิกของชุมชนเดียวกัน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่มีสถานะเหนือจำเลย ในที่นี้ peers ไม่ได้หมายถึงเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่มีอายุหรือภูมิหลังเหมือนกันทุกอย่าง คำนี้เชื่อมโยงกับแนวคิด a jury of one's peers ไม่ได้หมายถึงคณะลูกขุนที่ประกอบด้วยคนซึ่งเหมือนจำเลยทุกประการ

แบบฝึกหัด

impartial peers หมายถึงอะไรในบริบทของศาลนี้

  1. เพื่อนสนิทที่พร้อมสนับสนุนจำเลย
  2. ประชาชนทั่วไปที่ทำหน้าที่เป็นลูกขุนโดยไม่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด
  3. คนที่มีอายุและอาชีพเหมือนจำเลยทุกประการ
ดูคำตอบ

ประชาชนทั่วไปที่ทำหน้าที่เป็นลูกขุนโดยไม่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด

as opposed to a judge doing it all alone. วลี

2:31

แทนที่จะให้ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินเองทั้งหมด

วลี

as opposed to: การเปรียบเทียบสองตัวเลือก

ในประโยคนี้ as opposed to ใช้เปิดตัวเลือกอีกด้านที่นำมาเปรียบเทียบ คือการที่ผู้พิพากษาทำทุกอย่างเพียงคนเดียว รูปแบบที่กล่าวไว้ก่อนหน้าถูกนำเสนอว่าแตกต่างจากตัวเลือกนี้ โครงสร้าง X as opposed to Y หมายถึง “X แทนที่จะเป็น Y” หรือ “X เมื่อเทียบกับ Y” ทั้งวลีทำหน้าที่เปรียบเทียบ คำว่า opposed ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังคัดค้านอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบสามคำจากบทเรียนนี้: We chose to meet online, ____ traveling across town.

ดูคำตอบ

as opposed to

The Eight Amendment prohibits cruel and unusual punishment. วัฒนธรรม

2:33

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่แปดห้ามการลงโทษที่โหดร้ายและผิดปกติ

วัฒนธรรม

cruel and unusual punishment: มาตรฐานทางกฎหมายของบทแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่แปด

Cruel and unusual punishment เป็นศัพท์ตายตัวในกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ บทแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่แปดใช้คำนี้กล่าวถึงการลงโทษที่เกินขอบเขตตามรัฐธรรมนูญในเรื่องความโหดร้ายของรัฐ ข้อเรียกร้องทางกฎหมายอาจเกี่ยวกับวิธีลงโทษ ความรุนแรงที่เกินควร หรือสภาพเรือนจำ ในศัพท์กฎหมายนี้ unusual ไม่ได้หมายถึงเพียง “พบไม่บ่อย” ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นมาตรฐานทางกฎหมาย และการตัดสินว่ากรณีใดเข้าข่ายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อเท็จจริงของคดี

แบบฝึกหัด

ในบริบทของบทแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่แปด cruel and unusual punishment มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร

  1. มาตรฐานทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการลงโทษที่ไร้มนุษยธรรมหรือรุนแรงเกินระดับที่กฎหมายอนุญาต
  2. การลงโทษทุกอย่างที่ผู้รับโทษไม่ชอบ
  3. การลงโทษทุกอย่างที่พบไม่บ่อยหรือเพิ่งคิดขึ้นใหม่
ดูคำตอบ

มาตรฐานทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการลงโทษที่ไร้มนุษยธรรมหรือรุนแรงเกินระดับที่กฎหมายอนุญาต

Is the death penalty cruel? การใช้คำ

2:36

โทษประหารชีวิตโหดร้ายหรือไม่?

การใช้คำ

death penalty: ศัพท์กฎหมายที่หมายถึงโทษประหารชีวิต

The death penalty คือโทษทางกฎหมายที่ให้ประหารชีวิตผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ในที่นี้ penalty หมายถึงโทษที่กำหนดโดยกฎหมาย วลีนี้ใช้ทั่วไปในการอภิปรายเรื่องกฎหมาย จริยธรรม และนโยบายสาธารณะ การถามว่าโทษนี้ cruel หรือไม่ คือการประเมินว่าโทษดังกล่าวมีมนุษยธรรมหรือยอมรับได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์กฎหมายสองคำที่หมายถึงการประหารชีวิตในฐานะบทลงโทษ: The country abolished the ____ twenty years ago.

ดูคำตอบ

death penalty

Is it unusual?

2:38

มันผิดปกติหรือเปล่า?

It's hard for Americans to agree ไวยากรณ์

2:40

เป็นเรื่องยากที่ชาวอเมริกาจะเห็นพ้องต้องกัน

on the definitions of cruel and unusual.

2:41

ถึงคำจำกัดความของความโหดร้ายและผิดปกติ

ไวยากรณ์

It's hard for ... to agree on ...: การตกลงกันเป็นเรื่องยาก

โครงสร้าง It is hard for + บุคคลหรือกลุ่ม + to + คำกริยา หมายความว่าการกระทำนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับบุคคลหรือกลุ่มดังกล่าว It เป็นประธานที่ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดโดยตรง ส่วนการกระทำหลัง to เป็นใจความหลัก ในที่นี้ Americans คือกลุ่มที่ประสบความยากลำบาก Agree on ใช้นำเรื่องที่ผู้คนพยายามตัดสินใจร่วมกัน เช่น คำจำกัดความ วันที่ หรือแผน ประโยคนี้บอกว่าการหาคำจำกัดความร่วมกันของ cruel และ unusual เป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างถูกต้องว่าคณะกรรมการตกลงร่วมกันเรื่องวันสุดท้ายได้ยาก

  1. It is hard for the committee to agree with a final date.
  2. It is hard for the committee to agree on a final date.
  3. The committee is hard to agree on a final date.
ดูคำตอบ

It is hard for the committee to agree on a final date.

The Ninth and Tenth Amendments

2:44

การแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่เก้าและสิบ

are called the non-rights amendments. วัฒนธรรม

2:45

เรียกว่าการแก้ไขที่ไม่เกี่ยวกับสิทธิ

วัฒนธรรม

non-rights amendments ในฐานะป้ายเรียกเพื่อการสอนแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ non-rights amendments เป็นป้ายเรียกเพื่อการสอนแบบไม่เป็นทางการสำหรับบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่เก้าและสิบ โดยใช้แยกสองฉบับนี้ออกจากบทแก้ไขที่ระบุสิทธิเฉพาะอย่างโดยตรง ในที่นี้ non-rights ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิทธิเลย” ฉบับที่เก้ากล่าวถึงสิทธิที่ไม่ได้แจกแจงไว้ ส่วนฉบับที่สิบกล่าวถึงวิธีสงวนอำนาจของรัฐบาล ป้ายเรียกนี้จึงชี้ให้เห็นหน้าที่ที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายถึงรายการสิทธิเฉพาะอย่างชุดใหม่

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง non-rights amendments หมายความว่าอย่างไร

  1. บทแก้ไขที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ
  2. ป้ายเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับบทแก้ไขที่ไม่ได้แจกแจงสิทธิเฉพาะอย่างโดยตรงเหมือนบทแก้ไขก่อนหน้าบางฉบับ
  3. บทแก้ไขที่ยกเลิกสิทธิทั้งหมดของประชาชน
ดูคำตอบ

ป้ายเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับบทแก้ไขที่ไม่ได้แจกแจงสิทธิเฉพาะอย่างโดยตรงเหมือนบทแก้ไขก่อนหน้าบางฉบับ

They say that the rights not listed in the Bill of Rights ไวยากรณ์

2:47

ข้อความระบุว่าสิทธิที่ไม่ได้ระบุไว้ใน Bill of Rights

are retained by the people in the states. การใช้คำ

2:49

จะสงวนไว้ให้เป็นของประชาชนในแต่ละรัฐ

ไวยากรณ์

rights not listed in the Bill of Rights: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อ

ใน rights not listed in the Bill of Rights กลุ่มคำกริยาช่องที่สาม not listed in the Bill of Rights อยู่หลัง rights เพื่อระบุว่าหมายถึงสิทธิกลุ่มใด โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อ ซึ่งรูปเต็มคือ rights that are not listed in the Bill of Rights Listed มีความหมายแบบถูกกระทำ คือสิทธิเหล่านั้นไม่ได้ถูกใส่ไว้ในรายการนั้น ส่วน Not เป็นส่วนหนึ่งของคำขยายนี้ ไม่ได้ปฏิเสธกริยาหลัก are retained

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กลุ่มคำกริยาช่องที่สามรูปปฏิเสธหลังคำนามได้ถูกต้องเพื่อระบุเพียงบางส่วนของกลุ่ม

  1. Applications not receiving by Friday will be reviewed next month.
  2. Applications not received by Friday will be reviewed next month.
  3. Applications do not received by Friday will be reviewed next month.
ดูคำตอบ

Applications not received by Friday will be reviewed next month.

การใช้คำ

are retained by the people: การถือครองสิทธิอย่างเป็นทางการ

ใน are retained by the people ส่วน are retained เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่าสิทธิเหล่านั้นยังคงอยู่ในความครอบครองของประชาชน และ by the people ระบุว่าใครเป็นผู้ถือสิทธิ ในที่นี้ retain หมายถึง “ยังคงมีอยู่ในครอบครอง” ไม่ใช่ “กักตัว” หรือ “ยึดไว้ไม่ให้คืน” retain มักใช้ในข้อความทางการเกี่ยวกับสิทธิ อำนาจ การควบคุม หรือกรรมสิทธิ์ รูปประโยคกรรตุวาจกคือ the people retain the rights ส่วนรูปกรรมวาจกใช้เมื่อเน้นที่สิทธิ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ retain อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ยังคงมีสิทธิอยู่”

  1. Employees are retained the right to appeal the decision.
  2. Employees retain the meeting at three o'clock.
  3. Employees retain the right to appeal the decision.
ดูคำตอบ

Employees retain the right to appeal the decision.

You have other rights

2:51

คุณมีสิทธิอื่น ๆ

that are not listed in the Constitution,

2:52

ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

and the states have the right to make their own policies, วลี

2:54

และรัฐต่าง ๆ มีสิทธิที่จะกำหนดนโยบายของตนเอง

วลี

make their own policies: กำหนดนโยบายของตนเองอย่างเป็นอิสระ

make policies หมายถึงสร้างหรือกำหนดนโยบาย ในที่นี้ make อธิบายการตัดสินแนวทางหรือกฎอย่างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งของที่จับต้องได้ their own ย้อนกลับไปอ้างถึง the states และเน้นอำนาจในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ กล่าวคือ แต่ละรัฐสามารถกำหนดนโยบายของตนเองได้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสถาบันอื่นได้ แต่คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น a school makes its own policies แต่ schools make their own policies

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าแต่ละโรงเรียนสามารถกำหนดกฎการใช้โทรศัพท์ของตนเองได้อย่างเป็นอิสระ

  1. Each school can follow its own policies on phone use.
  2. Each school can review its own policies on phone use.
  3. Each school can make its own policies on phone use.
ดูคำตอบ

Each school can make its own policies on phone use.

like instituting state taxes. การใช้คำ

2:57

เช่น การจัดเก็บภาษีของรัฐ

การใช้คำ

instituting state taxes: institute ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในที่นี้ instituting เป็นรูป -ing ของคำกริยา institute ซึ่งหมายถึง “จัดตั้งอย่างเป็นทางการและเริ่มนำมาใช้” ดังนั้น instituting state taxes จึงหมายถึงการกำหนดภาษีระดับรัฐและเริ่มบังคับใช้ คำกริยานี้นำเสนอการกระทำว่าเป็นมาตรการอย่างเป็นทางการของหน่วยงาน ไม่ใช่การกระทำส่วนตัวทั่วไป โครงสร้างที่พบบ่อยคือ institute + นโยบาย ระบบ ขั้นตอน การปฏิรูป หรือภาษี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ institute เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จัดตั้งอย่างเป็นทางการและเริ่มดำเนินการ”

  1. The city instituted a sandwich for lunch.
  2. The city instituted a new recycling program last year.
  3. The city was institute a new recycling program last year.
ดูคำตอบ

The city instituted a new recycling program last year.

So,

2:59

เอาล่ะ

now you know all 10 amendments.

2:59

ตอนนี้คุณก็รู้การแก้ไขทั้ง 10 ข้อแล้ว

Can you remember them all?

3:01

คุณจำมันได้ทั้งหมดไหม?

If not,

3:03

ถ้าไม่ได้

remember this.

3:03

โปรดจำสิ่งนี้ไว้

The Bill of Rights,

3:04

Bill of Rights

a crucial piece of American history, วลี

3:05

ส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกา

วลี

a crucial piece of...: ส่วนที่สำคัญมาก

โครงสร้าง a crucial piece of + คำนาม หมายถึง “ส่วนที่สำคัญมากของสิ่งที่เป็นภาพรวมใหญ่กว่า” ในคำบรรยายนี้ American history คือภาพรวมใหญ่ และบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนที่สำคัญเป็นพิเศษของประวัติศาสตร์นั้น piece ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเศษของวัตถุที่แตก โครงสร้างนี้ใช้บรรยายส่วนสำคัญของหลักฐาน ข้อมูล ประวัติศาสตร์ แผนงาน หรือกระบวนการได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ส่วนที่สำคัญมากของสิ่งที่เป็นภาพรวมใหญ่กว่า”: Reliable data is ____ the research process.

ดูคำตอบ

a crucial piece of

and though society has undergone many changes วลี

3:08

และแม้ว่าสังคมจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย

วลี

has undergone many changes: ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย

has undergone many changes หมายถึง ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมายตลอดช่วงเวลา ในประโยคนี้ society เป็นฝ่ายที่ได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ผู้ที่ตั้งใจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น undergo เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม จึงตามด้วยคำนามโดยตรง และ undergone เป็น past participle ที่ไม่เป็นไปตามกฎหลัง has รูป present perfect เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งกับสภาพของสังคมในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่แสดงว่าเมืองเป็นฝ่ายที่ผ่านการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ผู้ที่ตั้งใจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

  1. The city has underwent major changes since the new rail line opened.
  2. The city has undergone major changes since the new rail line opened.
  3. The city has made major changes since the new rail line opened.
ดูคำตอบ

The city has undergone major changes since the new rail line opened.

these past 200 and some years,

3:10

ในช่วงกว่า 200 ปีที่ผ่านมา

the interpretation and application of these amendments การใช้คำ

3:12

การตีความและการบังคับใช้การแก้ไขเหล่านี้

are as vital today as they were when they were written. ไวยากรณ์

3:14

ยังคงมีความสำคัญในปัจจุบันเหมือนตอนที่ถูกเขียนขึ้น

การใช้คำ

interpretation and application: การตีความและการใช้กฎหมาย

interpretation and application หมายถึงสองส่วนที่เชื่อมโยงกันในการทำความเข้าใจกฎหมายและการนำกฎหมายไปใช้ interpretation ถามว่าถ้อยคำหรือกฎหมายนั้นหมายความว่าอย่างไร ส่วน application ถามว่าจะใช้กฎหมายนั้นในคดีหรือข้อเท็จจริงเฉพาะอย่างไร interpretation and application of these amendments เป็นกลุ่มคำนามแบบเชื่อมกัน โดย of these amendments ระบุวัตถุทางกฎหมายของคำนามทั้งสอง เนื่องจากคำนามสองคำเชื่อมด้วย and จึงใช้กริยาพหูพจน์ are ในที่นี้ application หมายถึงการใช้กฎหมาย ไม่ใช่การสมัครงานหรือสมัครเรียน และไม่ใช่โปรแกรมซอฟต์แวร์

แบบฝึกหัด

ศาลตัดสินความหมายของกฎก่อน แล้วจึงใช้กฎนั้นตัดสินคดีเฉพาะ เลือกประโยคที่เรียกทั้งสองขั้นตอนตามลำดับที่ถูกต้อง

  1. The process moves from interpretation of the rule to implementation of the rule.
  2. The process moves from application of the rule to interpretation of the rule.
  3. The process moves from interpretation of the rule to application of the rule.
ดูคำตอบ

The process moves from interpretation of the rule to application of the rule.

ไวยากรณ์

as vital today as they were: ระดับที่เท่ากันในช่วงเวลาต่างกัน

โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as แสดงว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติหนึ่งในระดับเท่ากัน ในที่นี้ as vital today as they were เปรียบเทียบระดับความสำคัญของการตีความและการนำไปใช้ในปัจจุบันกับระดับความสำคัญในตอนที่บทแก้ไขเพิ่มเติมถูกเขียนขึ้น as ตัวที่สองนำหน้าอนุประโยคเปรียบเทียบ ไม่ได้แปลว่า “เพราะ” หลัง they were เราเข้าใจว่ามีคำคุณศัพท์ vital อยู่ แต่ละไว้เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ การละคำแบบนี้เป็นธรรมชาติเมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติเดียวกันในสองช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบระดับเท่ากันแบบพื้นฐาน as + คำคุณศัพท์ + as โดยใช้ relevant: This principle is ____ today ____ it was a century ago.

ดูคำตอบ

as relevant · as