วิทยาศาสตร์ของไฟฟ้าสถิต - Anuradha Bhagwat: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าแรงเสียดทานถ่ายโอนอิเล็กตรอนจนเกิดความไม่สมดุลของประจุได้อย่างไร เหตุใดตัวนำกับฉนวนจึงมีพฤติกรรมต่างกัน และกระบวนการคายประจุแบบเดียวกันก่อให้เกิดทั้งประกายที่ลูกบิดประตูและสายฟ้าได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. may be walking + when suddenly zap. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การเชื่อมการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่กับเหตุการณ์ที่แทรกขึ้นอย่างฉับพลันเพื่อสร้างฉากที่เห็นภาพชัด รูปต่อเนื่องร่วมกับกริยาช่วยนำเสนอสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ส่วนช่วงที่สองซึ่งสั้นมากช่วยให้เหตุการณ์ไม่คาดคิดรู้สึกทันทีทันใด 2. rub off onto — กริยาวลี: เข้าใจว่ากริยาหลายส่วนนี้ใช้อธิบายอิเล็กตรอนที่หลุดออกด้วยแรงเสียดทานแล้วถ่ายโอนไปยังอีกพื้นผิวหนึ่งอย่างไร และยังนำไปใช้บรรยายวัสดุที่ถูกขัดหลุดจากสิ่งหนึ่งแล้วไปติดอยู่บนอีกสิ่งหนึ่งได้ 3. lightning can strike the same place more than once. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตการพลิกสำนวนคุ้นเคยที่ว่าสายฟ้าไม่ผ่าที่เดิมสองครั้ง ในที่นี้ประโยคดังกล่าวบอกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งใช้โต้แย้งความเชื่อที่ว่าเหตุการณ์ โอกาส หรืออันตรายแบบเดิมไม่อาจเกิดซ้ำได้อย่างน่าจดจำ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It can strike without warning at any moment. วลี
0:09มันสามารถโจมตีได้โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าได้ทุกเมื่อ
strike without warning: เกิดขึ้นฉับพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ในที่นี้ strike หมายถึง “เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบรุนแรง” ไม่ได้หมายถึง “ตั้งใจตีใคร” เหตุการณ์อย่างอาการปวด โรค ภัยพิบัติ หรือปัญหาร้ายแรงสามารถเป็นประธานของ strike ได้ without warning บอกลักษณะการเกิดว่าไม่มีสัญญาณหรือคำเตือนล่วงหน้า เมื่อรวมกัน strike without warning จึงสื่อถึงเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นทันทีและคาดเดาได้ยาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายอาจเกิดขึ้นฉับพลันโดยไม่มีคำเตือน?
- A severe headache can strike the warning.
- A severe headache can strike without warning.
- The school play can strike without warning every Friday at six.
ดูคำตอบ
A severe headache can strike without warning.
at any moment: เวลาที่ยังไม่แน่นอนและอาจมาถึงเร็ว ๆ นี้
at any moment หมายถึง “ในเวลาที่ยังไม่รู้แน่ชัดและอาจเป็นอีกไม่นาน” วลีนี้มองจากตอนนี้ไปยังอนาคตและเน้นว่าไม่สามารถคาดเดาเวลาที่แน่นอนได้ เมื่อใช้ร่วมกับ can ในประโยคนี้ เหตุการณ์จะดูเหมือนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานับจากตอนนี้ จึงเพิ่มความรู้สึกเตือนหรือเร่งด่วน วลีนี้ใช้กับเหตุการณ์ที่น่ายินดีได้ด้วย จึงไม่ได้สื่อถึงอันตรายเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าทารกอาจตื่นในเวลาที่คาดเดาไม่ได้ และอาจตื่นในอีกไม่นาน?
- The baby is sleeping at the moment.
- The baby will wake up in a moment.
- The baby could wake up at any moment.
ดูคำตอบ
The baby could wake up at any moment.
may be walking ... when suddenly zap: ฉากที่กำลังดำเนินอยู่ถูกขัดจังหวะอย่างฉับพลัน
ในที่นี้ may แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้ใช้เพื่อขอหรือให้อนุญาต ส่วน may be walking บรรยายการกระทำที่อาจกำลังดำเนินอยู่แล้วในสถานการณ์ที่ผู้พูดชวนให้จินตนาการ when suddenly นำเหตุการณ์ที่เข้ามาขัดจังหวะการกระทำพื้นหลังนั้น ส่วน zap ยืนเดี่ยวเป็นคำเลียนเสียงสั้น ๆ แทนชั่วขณะที่ถูกไฟฟ้าสถิตช็อต การละอนุประโยคเต็มทำให้เหตุการณ์ดูฉับพลัน คุณสามารถนำรูปแบบ may be doing ... when suddenly ... ไปใช้เพื่อสร้างฉากแล้วตามด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ may be doing ... when suddenly ... เพื่อสร้างฉากที่อาจกำลังดำเนินอยู่ แล้วขัดจังหวะด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิด
- You were walking home because the streetlights were out.
- You may walk home after the streetlights come on.
- You may be walking home when suddenly the streetlights go out.
ดูคำตอบ
You may be walking home when suddenly the streetlights go out.
we first need to know a bit about the nature of matter.
0:20อย่างแรกเราต้องรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสสารกันสักนิด
To understand..., we first need to know...: การจัดลำดับคำอธิบาย
To understand X ระบุเป้าหมายหลักของการเรียนรู้ ส่วน we first need to know Y ระบุความรู้พื้นฐานที่ต้องมาก่อน รูปแบบนี้ไม่ได้บอกเพียงจุดประสงค์ แต่ยังจัดลำดับข้อมูลด้วย โดยบอกผู้ฟังว่าคำอธิบายจะกล่าวถึง Y ก่อน แล้วจึงใช้ข้อมูลนั้นทำให้ X ชัดเจนขึ้น เป็นคำชี้นำลำดับที่พบบ่อยในบทเรียน งานนำเสนอ และงานเขียนเชิงอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ "To understand..., we first need to know...": ____ the climate report, we first ____ how the data was collected.
ดูคำตอบ
To understand · need to know
is made up of: บอกส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบเป็นองค์รวม
be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานบอกสิ่งที่เป็นองค์รวม ส่วนกลุ่มคำนามหลัง of บอกส่วนประกอบ ในประโยคนี้ matter คือองค์รวม และ atoms คือส่วนพื้นฐานที่ประกอบกันเป็นสิ่งนั้น ในที่นี้ควรเข้าใจ made up of เป็นวลีเดียวกัน หากไม่มี of คำว่า made up อาจมีความหมายอื่น เช่น “แต่งขึ้น” แต่ไม่ใช่ความหมายของโครงสร้างที่บอกส่วนประกอบนี้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายลงในประโยคให้สมบูรณ์: The committee ____ twelve volunteers.
ดูคำตอบ
is made up of
consist of: โครงสร้าง active สำหรับบอกส่วนประกอบ
consist of หมายถึง “ประกอบด้วย” สิ่งที่เป็นองค์รวมทำหน้าที่เป็นประธาน และส่วนประกอบจะตามหลัง of โดยตรง ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ that อ้างถึงคำนามพหูพจน์ atoms จึงใช้กริยา consist ไม่ใช่ consists consist of พบได้บ่อยในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ เทคนิค และงานเขียนอธิบายอื่น ๆ ในทางไวยากรณ์เป็นโครงสร้างแบบ active แม้ว่าภาษาอื่นอาจสื่อแนวคิดเดียวกันด้วยโครงสร้างแบบ passive ประธานเอกพจน์ใช้ consists of ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ consist of
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ consist of ได้ถูกต้อง?
- The course is consisted of six short units.
- The course consists of six short units.
- The course consists by six short units.
ดูคำตอบ
The course consists of six short units.
Negatively charged, positively charged และ neutral: สถานะของประจุ
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ negatively charged หมายถึงมีประจุไฟฟ้าลบ positively charged หมายถึงมีประจุไฟฟ้าบวก และ neutral หมายถึงไม่มีประจุไฟฟ้าสุทธิ แต่ละสำนวนวางไว้หน้าชื่ออนุภาคที่มันขยาย ในที่นี้ charged หมายถึงมีประจุไฟฟ้า ส่วน negatively และ positively บอกเครื่องหมายของประจุ ไม่ได้หมายถึงทัศนคติในแง่ลบหรือแง่บวก
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดจับคู่สำนวนทางวิทยาศาสตร์ทั้งสามกับความหมายได้ถูกต้อง
- negatively charged = มีประจุไฟฟ้าบวก; positively charged = ไม่มีประจุไฟฟ้า; neutral = มีประจุไฟฟ้าลบ
- negatively charged = ไม่มีประจุไฟฟ้า; positively charged = มีประจุไฟฟ้าลบ; neutral = มีประจุไฟฟ้าบวก
- negatively charged = มีประจุไฟฟ้าลบ; positively charged = มีประจุไฟฟ้าบวก; neutral = ไม่มีประจุไฟฟ้าสุทธิ
ดูคำตอบ
negatively charged = มีประจุไฟฟ้าลบ; positively charged = มีประจุไฟฟ้าบวก; neutral = ไม่มีประจุไฟฟ้าสุทธิ
the electrons and protons in an atom balance out, กริยาวลี
0:36อิเล็กตรอนและโปรตอนในอะตอมจะมีความสมดุลกัน
Balance out: ผลที่ตรงข้ามกันหักล้างกัน
balance out หมายถึงปริมาณ ผลกระทบ หรือคุณสมบัติที่ตรงข้ามกันหักล้างกัน ทำให้ผลรวมสมดุลหรือใกล้เป็นกลาง ในประโยคนี้ ประจุลบของอิเล็กตรอนกับประจุบวกของโปรตอนหักล้างกัน out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง รูปแบบที่พบบ่อยคือ X and Y balance out และสามารถพูดว่า X and Y balance each other out เพื่อแสดงการกระทำซึ่งกันและกันให้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงหักล้างกัน: The extra work and the useful experience ____ in the end.
ดูคำตอบ
balance out
which is why most matter you come across is electrically neutral. โน้ต
0:39นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสสารส่วนใหญ่ที่คุณพบเจอถึงเป็นกลางทางไฟฟ้า
which is why: ย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุก่อนหน้า
ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ไม่ได้ขยายคำนามเพียงคำเดียว which is why มีความหมายว่า “และนั่นคือเหตุผลที่...” จึงทำให้ข้อเท็จจริงก่อนหน้าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ที่ตามมา รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ “ข้อความบอกสาเหตุ, which is why + อนุประโยคบอกผล” อนุประโยคหลัง why บอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะสถานการณ์ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่เรียนในหัวข้อนี้: The roads were icy, ____ school opened late.
ดูคำตอบ
which is why
electrically neutral: ไม่มีประจุไฟฟ้าสุทธิ
ในประโยคนี้ electrically neutral หมายถึงประจุไฟฟ้าบวกและลบสมดุลกัน ทำให้สสารไม่มีประจุไฟฟ้าสุทธิ Neutral ไม่ได้หมายความว่าภายในไม่มีอนุภาคที่มีประจุ คำว่า Electrically จำกัดความหมายให้พูดถึงประจุไฟฟ้า วัตถุจึงมีทั้งอิเล็กตรอนและโปรตอนได้ แต่โดยรวมยังคง electrically neutral
แบบฝึกหัด
เติมข้อความทางวิทยาศาสตร์ด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ไม่มีประจุไฟฟ้าสุทธิ”: When its positive and negative charges balance, the object is ____.
ดูคำตอบ
electrically neutral
But electrons are tiny and almost insignificant in mass, การใช้คำ
0:44แต่อิเล็กตรอนมีขนาดเล็กจิ๋วและมวลแทบไม่มีนัยสำคัญ
insignificant in mass: เล็กจนละเลยได้เฉพาะในด้านหนึ่ง
ในประโยคนี้ almost insignificant in mass หมายความว่า มวลของอิเล็กตรอนเล็กมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ และเกือบจะน้อยจนละเลยได้ ไม่ได้หมายความว่าตัวอิเล็กตรอนเองไม่สำคัญ วลี in mass จำกัดคำว่า insignificant ให้อยู่เฉพาะด้านมวล Insignificant หมายถึงเล็กเกินกว่าจะมีผลสำคัญต่อการวิเคราะห์นั้น ส่วน almost ทำให้ข้อความอ่อนลงเป็น “เกือบจะ” ทั้งสองคำไม่ได้หมายความว่ามวลเป็นศูนย์
แบบฝึกหัด
ประโยค “The added coating is insignificant in mass compared with the steel frame” หมายความว่าอย่างไร?
- สารเคลือบนั้นไม่สำคัญในทุกด้าน
- มวลของสารเคลือบเล็กมากเมื่อเทียบกับโครงเหล็ก
- สารเคลือบนั้นไม่มีมวลเลย
ดูคำตอบ
มวลของสารเคลือบเล็กมากเมื่อเทียบกับโครงเหล็ก
and rubbing or friction can give loosely bound electrons โน้ต
0:47และการถูหรือการเสียดสีสามารถทำให้อิเล็กตรอนที่ยึดเหนี่ยวกันอย่างหลวมๆ
loosely bound electrons: อิเล็กตรอนที่ถูกอะตอมยึดไว้อย่างอ่อน
ใน loosely bound electrons คำว่า bound หมายถึง “ถูกอะตอมยึดไว้” และ loosely หมายถึง “ถูกยึดไว้อย่างอ่อน” วลีนี้หมายถึงอิเล็กตรอนที่ยังคงผูกอยู่กับอะตอม แต่รับพลังงานและเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่า ในที่นี้ loosely บอกความแรงของแรงดึงดูดทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึง “อย่างสะเพร่า” หรือ “แบบตามสบาย”
แบบฝึกหัด
loosely bound ในวลี loosely bound electrons หมายถึงอะไร
- เคลื่อนที่อย่างสะเพร่าโดยไม่มีแรงทางกายภาพใด ๆ
- แยกออกจากอะตอมทุกอะตอมอย่างสิ้นเชิง
- ถูกอะตอมยึดไว้อย่างอ่อนและเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่า
ดูคำตอบ
ถูกอะตอมยึดไว้อย่างอ่อนและเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่า
enough energy to leave their atoms and attach to others, วลี
0:51มีพลังงานมากพอที่จะหลุดออกจากอะตอมของมันและไปเกาะติดกับอะตอมอื่น
give ... enough energy to ...: ให้สิ่งที่จำเป็นต่อการทำบางอย่าง
ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง give + ผู้รับ + enough + คำนาม + to-infinitive ใน give loosely bound electrons enough energy to leave... นั้น loosely bound electrons คือผู้รับ enough energy คือทรัพยากรที่ได้รับ และ to leave ระบุการกระทำที่พลังงานจำนวนนี้ทำให้เป็นไปได้ สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้กับทรัพยากรชนิดอื่นได้ เช่น give someone enough time to decide หรือ give a device enough power to run วาง enough ไว้หน้าคำนาม และวาง to + คำกริยารูปพื้นฐานไว้หลังนามวลีที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เรียงส่วนที่กำหนดให้ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: gave / the motor / enough power / to. The battery ____ start.
ดูคำตอบ
gave the motor enough power to
attach to others: ไปเกาะกับอะตอมอื่น
Attach to หมายถึง “ไปติดกับ” หรือ “เชื่อมอยู่กับ” คำว่า others ตรงนี้ใช้แทน other atoms ดังนั้นอิเล็กตรอนจึงออกจากอะตอมเดิมแล้วไปเกาะกับอะตอมอื่น เมื่อ A เป็นสิ่งที่ไปติดกับอีกสิ่งหนึ่ง ให้ใช้ A attaches to B แต่เมื่อคนเป็นผู้เชื่อม A เข้ากับ B ให้ใช้ attach A to B เช่น Attach the tag to the bag.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย attach to: A suction cup can ____ a smooth wall.
ดูคำตอบ
attach to
migrating between different surfaces: การเคลื่อนย้ายระหว่างพื้นผิวต่าง ๆ
migrating between different surfaces หมายถึงการเคลื่อนที่จากพื้นผิวหนึ่งไปยังอีกพื้นผิวหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ในที่นี้ migrate ใช้อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน ไม่ได้จำกัดว่าใช้เฉพาะกับคนหรือสัตว์ ในบริบทวิทยาศาสตร์ อนุภาค เซลล์ และสสารอื่น ๆ ก็ migrate ได้เช่นกัน รูป -ing ใน migrating แสดงการเคลื่อนที่ว่าเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ ส่วน between different surfaces ระบุตำแหน่งที่แยกจากกันซึ่งการเคลื่อนที่นี้เชื่อมโยงไว้
แบบฝึกหัด
ใช้ migrate กับคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยควิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์: Ions can ____ the two material layers.
ดูคำตอบ
migrate between
the first object is left with more protons than electrons ไวยากรณ์
0:58วัตถุชิ้นแรกจะเหลือโปรตอนมากกว่าอิเล็กตรอน
is left with more protons than electrons: เหลือโปรตอนมากกว่าอิเล็กตรอน
is left with บอกสภาพที่เหลืออยู่หลังจากมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง ในที่นี้อิเล็กตรอนได้เคลื่อนออกไป วัตถุชิ้นแรกจึงมีโปรตอนมากกว่าอิเล็กตรอนในที่สุด ไม่ได้หมายความว่าวัตถุนั้นถูกทิ้ง more A than B ใช้เปรียบเทียบปริมาณ โดยจำนวนโปรตอนมากกว่าจำนวนอิเล็กตรอน เมื่อนำ be left with + วลีนาม มาใช้ร่วมกับ more A than B จะช่วยแสดงความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตที่ถูกต้องของ be left with เพื่อเติมผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: After the storm, the town ____ more damaged homes than safe ones.
ดูคำตอบ
was left with
becomes positively charged: เปลี่ยนเป็นสภาวะที่มีประจุไฟฟ้าบวก
ในประโยคนี้ becomes positively charged หมายถึง “เปลี่ยนไปอยู่ในสภาวะที่มีประจุไฟฟ้าสุทธิเป็นบวก” คำว่า becomes แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ และ charged ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ตามหลัง ในที่นี้ positively บอกเครื่องหมายของประจุไฟฟ้า ไม่ได้หมายถึง “ในทางที่ดีหรือมองโลกในแง่ดี”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “เปลี่ยนไปอยู่ในสภาวะที่มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก”: After losing electrons, the metal sphere ____.
ดูคำตอบ
becomes positively charged
while the one with more electrons accumulates a negative charge. การใช้คำ
1:05ในขณะที่วัตถุที่มีอิเล็กตรอนมากกว่าจะสะสมประจุลบ
accumulates a negative charge: การสะสมประจุไฟฟ้าลบอย่างค่อยเป็นค่อยไป
accumulates a negative charge หมายถึงประจุไฟฟ้าสุทธิที่เป็นลบค่อย ๆ สะสมขึ้น ในที่นี้ accumulates เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม และ a negative charge เป็นกรรมของกริยา Negative บอกเครื่องหมายทางไฟฟ้า ไม่ใช่การประเมินในทางไม่ดี การมีอิเล็กตรอนส่วนเกินทำให้วัตถุมีประจุสุทธิเป็นลบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึงการสะสมประจุไฟฟ้าลบอย่างค่อยเป็นค่อยไป: As extra electrons gather, the plastic surface ____.
ดูคำตอบ
accumulates a negative charge
charge imbalance ... net charge separation: การตั้งชื่อปรากฏการณ์การแยกประจุ
ในที่นี้ charge imbalance หมายถึงประจุบวกและประจุลบไม่สมดุลกันในวัตถุหรือบริเวณที่กำลังกล่าวถึง ส่วน net charge separation เน้นว่าประจุที่ตรงข้ามกันได้เคลื่อนไปอยู่คนละบริเวณ ทำให้เกิดบริเวณที่โดยรวมมีประจุบวกหรือประจุลบหลังจากนำผลของประจุทั้งสองฝ่ายมาพิจารณาแล้ว ประโยคนี้ใช้ or เพื่อให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์สองชื่อที่เกี่ยวข้องกันแก่สถานการณ์เดียวกัน ใน net charge separation คำว่า net หมายถึงผลโดยรวมหลังจากรวมผลของประจุบวกและประจุลบเข้าด้วยกัน ไม่ได้หมายถึงอินเทอร์เน็ต ทั้งสองคำช่วยย่อกระบวนการทางฟิสิกส์ที่ยาวกว่าให้เป็นชื่อที่นำกลับมาใช้ได้
แบบฝึกหัด
ในคำว่า net charge separation คำว่า net หมายถึงอะไร
- ผลโดยรวมหลังจากพิจารณาผลของประจุบวกและประจุลบ
- การเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- ข้อความที่บอกว่าไม่มีประจุลบอยู่เลย
ดูคำตอบ
ผลโดยรวมหลังจากพิจารณาผลของประจุบวกและประจุลบ
nature tends towards balance: การบอกแนวโน้มโดยรวม
ในที่นี้ nature หมายถึงระบบและกระบวนการตามธรรมชาติ ไม่ใช่ทิวทัศน์กลางแจ้ง Nature tends towards balance หมายความว่าระบบเหล่านั้นโดยทั่วไปจะเปลี่ยนไปในทิศทางของภาวะสมดุล ข้อความนี้เชื่อมความไม่สมดุลที่เพิ่งกล่าวถึงเข้ากับแนวโน้มที่จะคืนสู่สมดุล และเตรียมผู้ฟังสำหรับกระบวนการที่จะอธิบายต่อไป โครงสร้าง tend towards + นามวลี ใช้บอกทิศทางโดยรวมของการเปลี่ยนแปลง Tend บอกเพียงแนวโน้ม จึงไม่ได้รับรองว่าจะเกิดสมดุลทุกครั้งหรือเกิดขึ้นทันที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tend towards: Over time, the mixture usually ____ a stable state.
ดูคำตอบ
tends towards
when one of these newly charged bodies comes into contact with another material, วลี
1:18เมื่อหนึ่งในวัตถุที่มีประจุใหม่เหล่านี้สัมผัสกับสสารอื่น
comes into contact with: รูปแบบที่ครบถ้วนสำหรับการสัมผัส
come into contact with + คำนาม หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งเข้าสู่สภาวะที่สัมผัสกับอีกคนหรืออีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ วัตถุที่มีประจุสัมผัสทางกายภาพกับวัสดุอีกชนิดหนึ่ง รูปแบบที่ครบถ้วนคือ come into contact with คำว่า comes สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ one และ with ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่เป็นคู่สัมผัส รูปแบบนี้ยังใช้พูดถึงการสัมผัสกับสาร ข้อมูล หรือผู้คนได้ตามบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเต็มของ come into contact with โดยผันให้สอดคล้องกับประธาน: The coating may fail if it ____ salt water.
ดูคำตอบ
comes into contact with
the mobile electrons will take the first chance they get โน้ต
1:22อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ได้จะฉวยโอกาสแรกที่พวกมันทำได้
mobile electrons: mobile หมายถึงเคลื่อนที่ได้
ใน mobile electrons คำว่า mobile หมายถึงสามารถเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ คำนี้บอกสมบัติทางกายภาพของอิเล็กตรอนและไม่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ Mobile บอกความสามารถหรือความเป็นอิสระในการเคลื่อนที่ แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้หมายความว่าอิเล็กตรอนกำลังเคลื่อนที่อยู่ในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The solid contains mobile ions. คำว่า mobile หมายถึงอะไร?
- กำลังเคลื่อนที่อยู่ในขณะนี้พอดี
- สามารถเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้
- เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ
ดูคำตอบ
สามารถเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้
take the first chance they get: ลงมือทันทีที่มีโอกาสแรก
To take the first chance you get หมายถึงใช้โอกาสแรกที่มาถึง ใน take the first chance they get ส่วน they get เป็นอนุประโยคขยายคำว่า chance ประโยคนี้ทำให้อิเล็กตรอนดูเหมือนคนที่มองเห็นและคว้าโอกาส ความหมายทางวิทยาศาสตร์มีเพียงว่าอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ทันทีที่เงื่อนไขเอื้อ ไม่ได้หมายความว่ามันคิดหรือเลือกได้
แบบฝึกหัด
"Lena will take the first chance she gets to call her friend" หมายความว่าอย่างไร?
- Lena จะรอจนกว่าโอกาสอื่นทั้งหมดจะผ่านไป
- Lena จะเปรียบเทียบโอกาสหลายครั้งก่อนโทร
- Lena จะโทรหาเพื่อนทันทีที่มีโอกาส
ดูคำตอบ
Lena จะโทรหาเพื่อนทันทีที่มีโอกาส
jumping off ... jumping onto: การเคลื่อนออกจากพื้นผิวและไปยังอีกพื้นผิวหนึ่ง
ใน jumping off the negatively charged object คำว่า off ชี้พื้นผิวต้นทางและการเคลื่อนออกจากพื้นผิวนั้น ส่วนใน jumping onto the positively charged one คำว่า onto ชี้การเคลื่อนไปยังพื้นผิวใหม่และการไปถึงบนพื้นผิวนั้น Jumping ช่วยให้เห็นภาพการถ่ายโอนอิเล็กตรอนได้ง่ายขึ้น เมื่อติดตามเส้นทางให้สังเกต off และ onto โดยคำแรกชี้จุดเริ่มต้นที่ถูกทิ้งไว้ ส่วนคำที่สองชี้จุดหมาย
แบบฝึกหัด
ใช้ off และ onto อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมเส้นทางให้สมบูรณ์ โดยออกจากเก้าอี้ก่อน แล้วจึงลงบนเตียง The cat jumped ____ the chair and ____ the bed.
ดูคำตอบ
off · onto
in an attempt to restore the neutral charge equilibrium. โน้ต
1:33เพื่อพยายามคืนสมดุลให้กับประจุที่เป็นกลาง
in an attempt to restore: จุดประสงค์ที่ไม่รับประกันความสำเร็จ
In an attempt to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายจุดประสงค์ของการกระทำ กล่าวคือ คนหนึ่งทำบางอย่างเพื่อพยายามให้บรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ to restore ระบุเป้าหมาย คือทำให้สมดุลของประจุกลับสู่สภาพเดิม วลีนี้เน้นความพยายาม ไม่ใช่ผลลัพธ์ วลีบอกจุดประสงค์ที่ง่ายกว่าอย่าง to restore บอกเพียงเป้าหมาย แต่ in an attempt to restore แสดงชัดว่ายังไม่แน่ว่าความพยายามนั้นสำเร็จหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เป็นทางการซึ่งหมายถึง “พยายามลด”: The city added more buses ____ traffic.
ดูคำตอบ
in an attempt to reduce
neutral charge equilibrium: สภาวะทางไฟฟ้าที่สมดุล
Neutral charge equilibrium หมายถึงสภาวะทางไฟฟ้าที่ประจุบวกและประจุลบสมดุลกันโดยรวม ทำให้ระบบไม่มีความไม่สมดุลของประจุสุทธิ ในที่นี้ restore หมายถึงการทำให้ระบบกลับสู่สภาวะนั้น Equilibrium มีความหมายมากกว่าแค่การบอกว่าปริมาณสองอย่างเท่ากัน คำนี้มองประจุเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่เข้าสู่สภาวะสมดุลแล้ว และสามารถอยู่ในสภาวะนั้นได้หากเงื่อนไขไม่เปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
neutral charge equilibrium ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- วัสดุที่ป้องกันไม่ให้ประจุไฟฟ้าทั้งหมดเคลื่อนที่
- การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของประจุบวก
- สภาวะทางไฟฟ้าที่สมดุลและไม่มีความไม่สมดุลของประจุโดยรวม
ดูคำตอบ
สภาวะทางไฟฟ้าที่สมดุลและไม่มีความไม่สมดุลของประจุโดยรวม
called static discharge: การตั้งชื่อด้วยวลี past participle
วลี called static discharge อยู่หลัง this quick movement of electrons และทำหน้าที่บอกชื่อของการเคลื่อนที่นั้น วลีนี้เป็นวลี past participle ที่มีความหมายแบบ passive คือการเคลื่อนที่นั้นถูกเรียกว่า static discharge วลีนี้ขยายเต็มได้เป็น which is called static discharge เนื่องจากเป็นข้อมูลเสริมที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค called จึงไม่ใช่กริยาหลักของทั้งประโยค ส่วนประโยคหลักจะต่อด้วย is ในคำบรรทัดถัดไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ call: This device, ____ a voltmeter, measures voltage.
ดูคำตอบ
called
is what we recognize as: การเชื่อมกระบวนการกับปรากฏการณ์ที่คุ้นเคย
โครงสร้าง “is what we recognize as ...” เชื่อมกระบวนการที่เพิ่งอธิบายเข้ากับชื่อหรือประสบการณ์ที่คุ้นเคย ในที่นี้ การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของอิเล็กตรอนคือสิ่งที่ผู้คนสัมผัสเป็นประกายไฟที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ในโครงสร้าง recognize A as B คำว่า as ใช้นำหน้าตัวตนหรือประเภทที่กำหนดให้ A คำว่า recognize ในที่นี้หมายถึง “เข้าใจหรือระบุว่าเป็น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “จำได้จากการมองเห็น”
แบบฝึกหัด
ประโยค A pressure wave is what we recognize as sound. ทำหน้าที่อะไร?
- เชื่อมกระบวนการทางกายภาพเข้ากับปรากฏการณ์ที่คุ้นเคยซึ่งเรียกว่าเสียง
- บอกว่าเสียงจำคลื่นความดันได้
- บอกว่าคลื่นความดันสามารถมองเห็นคนได้
ดูคำตอบ
เชื่อมกระบวนการทางกายภาพเข้ากับปรากฏการณ์ที่คุ้นเคยซึ่งเรียกว่าเสียง
This process doesn't happen with just any objects, การใช้คำ
1:44กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับวัตถุใดๆ ก็ได้
just any objects: ไม่ใช่ว่าเลือกอะไรมาก็ใช้ได้
ในที่นี้ just any objects หมายถึงวัตถุที่เลือกมาโดยไม่คำนึงถึงชนิดหรือคุณสมบัติ เมื่ออยู่หลัง doesn't happen with วลีนี้บอกว่ากระบวนการไม่ได้เกิดขึ้นกับวัตถุทุกชิ้นที่เลือกมาแบบสุ่ม แต่เกิดได้เฉพาะกับวัตถุที่มีเงื่อนไขที่จำเป็นเท่านั้น คำว่า just เน้นแนวคิดเรื่องการเลือกได้อย่างไม่จำกัด ประโยคนี้ปฏิเสธการเหมารวมแบบนั้น ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการนี้ไม่เกิดขึ้นกับวัตถุใดเลย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าใช้ได้เฉพาะที่ชาร์จบางรุ่น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีที่ชาร์จรุ่นใดใช้ได้เลย
- You can't use any charger with this device.
- You can't use just any charger with this device.
- You can use any charger with this device.
ดูคำตอบ
You can't use just any charger with this device.
otherwise you'd be getting...: ผลตามสมมติฐานที่เกิดซ้ำ
otherwise หมายถึง 'ถ้าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ไม่เป็นจริง' หรือ 'ถ้าสถานการณ์แตกต่างออกไป' คำนี้เชื่อมข้อความก่อนหน้ากับผลที่สมมติขึ้นว่า หากไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดก่อนหน้านั้น ผลนี้ก็จะเกิดขึ้น you'd ย่อมาจาก you would ส่วน would be getting zapped แสดงผลที่สมมติขึ้นว่าเกิดซ้ำหรือเกิดต่อเนื่อง และ all the time ย้ำความถี่ ในบริบทนี้ get zapped หมายถึงถูกไฟฟ้าช็อตเล็กน้อย ส่วน would แสดงผลตามสมมติฐาน ไม่ใช่เวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
Keep the gate closed; otherwise, the dog would be running into the road all the time สื่อความหมายว่าอย่างไร
- การปิดประตูไว้ทำให้สุนัขวิ่งออกไปบนถนน
- สุนัขเคยวิ่งออกไปบนถนนซ้ำ ๆ ในอดีต
- ถ้าไม่ได้ปิดประตูไว้ สุนัขก็จะวิ่งออกไปบนถนนซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ
ถ้าไม่ได้ปิดประตูไว้ สุนัขก็จะวิ่งออกไปบนถนนซ้ำ ๆ
Conductors like metals and saltwater: หมวดพร้อมตัวอย่าง
ในบริบทวิทยาศาสตร์นี้ conductors หมายถึง “ตัวนำ” คือวัสดุหรือสารที่ยอมให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนผ่านได้ค่อนข้างง่าย โดย metals และ saltwater เป็นตัวอย่าง ในที่นี้ conductor ไม่ได้หมายถึงวาทยกรหรือพนักงานขนส่งสาธารณะ like ในวลีนี้ใช้ยกตัวอย่างสิ่งที่อยู่ในหมวดเดียวกัน จึงมีความหมายว่า “เช่น” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” รูปแบบคือ หมวด + like + ตัวอย่าง: conductors + like + metals and saltwater
แบบฝึกหัด
Conductors like metals and saltwater หมายถึงอะไรในบริบทวิทยาศาสตร์นี้?
- วัสดุที่ทำให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ง่าย โดยมีโลหะและน้ำเกลือเป็นตัวอย่าง
- คนที่ควบคุมวงออร์เคสตราซึ่งใช้เครื่องดนตรีโลหะ
- วัสดุที่เพียงแค่คล้ายโลหะและไม่มีทางรวมถึงน้ำเกลือ
ดูคำตอบ
วัสดุที่ทำให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ง่าย โดยมีโลหะและน้ำเกลือเป็นตัวอย่าง
tend to have loosely bound outer electrons, โน้ต
1:53มักจะมีอิเล็กตรอนวงนอกที่ยึดเหนี่ยวกันอย่างหลวมๆ
tend to have: การบอกแนวโน้มทั่วไป
tend to have หมายถึง “โดยทั่วไปมี” หรือ “มีแนวโน้มว่าจะมี” โครงสร้างคือ tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน และ have คือคำกริยารูปพื้นฐานในที่นี้ ถ้อยคำนี้นำเสนอการมีอิเล็กตรอนชั้นนอกที่ยึดเหนี่ยวอย่างหลวม ๆ ว่าเป็นคุณสมบัติที่พบโดยทั่วไป ไม่ใช่กฎที่ไม่มีข้อยกเว้น จึงมีประโยชน์ในการสรุปเชิงวิทยาศาสตร์หรือจากข้อมูลโดยไม่ฟันธงเกินกว่าหลักฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี tend to have ตามที่กำหนดเพื่อแสดงแนวโน้มทั่วไป: Older laptops ____ shorter battery life.
ดูคำตอบ
tend to have
มีอิเล็กตรอนชั้นนอกที่ถูกยึดเหนี่ยวไว้อย่างหลวม ๆ
ในที่นี้ have loosely bound outer electrons หมายถึง อิเล็กตรอนในชั้นนอกของอะตอมถูกยึดไว้ด้วยแรงที่ค่อนข้างอ่อน outer บอกตำแหน่งในอะตอม ไม่ได้หมายถึงพื้นผิวด้านนอกของวัตถุ loosely ขยายคำว่า bound อิเล็กตรอนยังคงถูกอะตอมดึงดูดอยู่ แต่แรงดึงดูดอ่อนกว่า bound เป็นรูป past participle ของ bind และใช้เป็นคำคุณศัพท์ในที่นี้
แบบฝึกหัด
have loosely bound outer electrons ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- อิเล็กตรอนทั้งหมดติดแน่นอยู่บนพื้นผิวด้านนอกของวัตถุ
- อิเล็กตรอนในชั้นนอกของอะตอมถูกยึดไว้ด้วยแรงที่ค่อนข้างอ่อน
- อิเล็กตรอนชั้นนอกเป็นอิสระจากอะตอมโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
อิเล็กตรอนในชั้นนอกของอะตอมถูกยึดไว้ด้วยแรงที่ค่อนข้างอ่อน
ไหลระหว่างโมเลกุล
ในประโยคนี้ flow หมายถึง “เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องและง่ายดาย” แม้ว่าประธานจะเป็นอิเล็กตรอนไม่ใช่ของเหลว คำนี้ทำให้เห็นภาพว่าอิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอย่างราบรื่น รูปแบบ flow between + คำนามพหูพจน์ แสดงการเคลื่อนที่หรือการถ่ายโอนระหว่างสิ่งที่แยกจากกัน นอกจากของเหลวแล้ว ยังใช้กับข้อมูล เงิน หรือไฟฟ้าได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้ flow และคำบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: Information can ____ the two departments.
ดูคำตอบ
flow between
On the other hand: ใช้เกริ่นอีกด้านที่ตรงกันข้าม
On the other hand เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เกริ่นอีกด้านหนึ่งของหัวข้อเดียวกันซึ่งแตกต่างหรือตรงกันข้าม ในที่นี้เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากตัวนำไฟฟ้าไปเป็นฉนวน เมื่อเห็นหรือได้ยินสำนวนนี้ ให้เชื่อมโยงสิ่งที่ตามมากับประเด็นก่อนหน้าและมองหาความแตกต่างระหว่างสองด้าน คำว่า hand ไม่ได้หมายถึง “มือ” ตามตัวอักษรในสำนวนตายตัวนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงความแตกต่างสี่คำจากตัวอย่าง: The library is very quiet. ____, the café is better for talking with friends.
ดูคำตอบ
On the other hand
insulators like plastics, rubber, and glass: บอกประเภทแล้วตามด้วยตัวอย่าง
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ insulators หมายถึงวัสดุที่ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่านได้ไม่ง่าย โดยมี plastics, rubber และ glass เป็นตัวอย่างทั่วไป ในที่นี้ like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่างเช่น” วลีนี้บอกชื่อประเภทก่อน แล้วจึงยกตัวอย่างที่ช่วยอธิบายประเภทนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยควิทยาศาสตร์ด้วยคำเรียกประเภทจากตัวอย่าง: Materials such as plastic, rubber, and glass are electrical ____.
ดูคำตอบ
insulators
tightly bound electrons: อิเล็กตรอนที่อะตอมยึดไว้อย่างแน่นหนา
ใน tightly bound electrons คำว่า tightly บอกว่าแรงยึดเหนี่ยวมีความแข็งแรง อิเล็กตรอนถูกอะตอมของมันยึดไว้อย่างมาก จึงไม่หลุดจากอะตอมหรือเคลื่อนที่ระหว่างอะตอมได้ง่าย bound ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้เชือกมามัดจริง ๆ แต่หมายถึงแรงทางกายภาพที่ทำให้อิเล็กตรอนยังคงอยู่กับอะตอม ความแรงของการยึดเหนี่ยวนี้มีผลต่อความง่ายในการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ tightly bound electrons หมายความว่าอย่างไร?
- อิเล็กตรอนถูกอะตอมยึดไว้อย่างแข็งแรงและไม่หลุดออกง่าย
- อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากอะตอมหนึ่งไปอีกอะตอมหนึ่งได้อย่างอิสระ
- อิเล็กตรอนถูกมัดเข้าด้วยกันด้วยเชือกจริง ๆ
ดูคำตอบ
อิเล็กตรอนถูกอะตอมยึดไว้อย่างแข็งแรงและไม่หลุดออกง่าย
won't readily jump to: ย้ายได้ยากแต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
won't readily jump to หมายถึง “จะไม่ย้ายไปยัง…ได้ง่าย ๆ” ในที่นี้ readily หมายถึง “อย่างง่ายดาย” หรือ “โดยไม่มีแรงต้านมาก” ส่วน jump เป็นคำที่ช่วยให้เห็นภาพว่าอิเล็กตรอนย้ายไปยังอะตอมอีกตัวหนึ่ง won't เป็นรูปย่อของ will not แต่ในประโยคนี้ใช้บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่การทำนายเหตุการณ์ในอนาคตเพียงครั้งเดียว วลีนี้บอกพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ won't readily + กริยารูปพื้นฐาน ให้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าการเกิดปฏิกิริยาไม่ใช่เรื่องง่าย: These particles ____ with water.
ดูคำตอบ
won't readily react
Static buildup: คำนามที่หมายถึงการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ใน Static buildup คำว่า static หมายถึงไฟฟ้าสถิต และ buildup เป็นคำนามที่หมายถึงการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป วลีนี้หมายถึงประจุไฟฟ้าที่สะสมขึ้นตามเวลา buildup ไม่ได้หมายถึงอาคาร คำนามนี้ยังใช้เรียกการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปของสิ่งอื่นได้ เช่น a buildup of dust หรือ a buildup of pressure
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ buildup เป็นคำนามที่หมายถึงการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ถูกต้อง
- Ice can buildup in front of the door.
- The ice was build up by the cold air.
- A buildup of ice blocked the door.
ดูคำตอบ
A buildup of ice blocked the door.
is most likely to occur when: ความน่าจะเป็นและเงื่อนไข
โครงสร้าง be most likely to + คำกริยา + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ใช้บอกเงื่อนไขที่ทำให้เหตุการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นสูงที่สุด ในที่นี้ occur เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่แปลว่า “เกิดขึ้น” และ when ใช้เกริ่นเงื่อนไข most likely บอกความน่าจะเป็น ไม่ใช่ความแน่นอน เงื่อนไขนี้ทำให้การสะสมของไฟฟ้าสถิตมีโอกาสเกิดสูงเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดทุกครั้งหรือเกิดได้เฉพาะในเงื่อนไขนี้เท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคต่อไปนี้หมายความว่าอย่างไร? The error is most likely to occur when the file is very large.
- ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้เฉพาะในเงื่อนไขนั้นเท่านั้น
- ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเสมอในเงื่อนไขนั้น
- เงื่อนไขนั้นทำให้ข้อผิดพลาดมีโอกาสเกิดสูงที่สุด แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
เงื่อนไขนั้นทำให้ข้อผิดพลาดมีโอกาสเกิดสูงที่สุด แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น
electrons from your body will rub off onto it, กริยาวลี
2:16อิเล็กตรอนจากร่างกายของคุณจะถูกถูหลุดลงไปบนนั้น
rub off onto: หลุดจากพื้นผิวหนึ่งไปติดอีกพื้นผิวหนึ่ง
ใน rub off onto คำว่า rub off หมายถึงสิ่งหนึ่งหลุดออกจากพื้นผิวเดิมเพราะการสัมผัสหรือการเสียดสี ส่วน onto ระบุพื้นผิวปลายทาง ในประโยคนี้ อิเล็กตรอนออกจากร่างกายของคุณแล้วไปอยู่บนพรมที่ it กล่าวถึง ต้องเข้าใจความหมายทั้งสองส่วน คือสิ่งหนึ่งหลุดออกจากที่เดิมแล้วถ่ายโอนไปยังอีกที่หนึ่ง หากใช้เพียง rub off จะไม่ได้บอกว่ามันไปอยู่ที่ไหน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ rub off onto: The fresh ink ____ my hand when I picked up the paper.
ดูคำตอบ
rubbed off onto
while the rug's insulating wool will resist losing its own electrons. ไวยากรณ์
2:19ในขณะที่ขนแกะที่เป็นฉนวนของพรมจะต้านทานการสูญเสียอิเล็กตรอนของมันเอง
resist losing: resist + V-ing
หลัง resist สามารถใช้คำนามหรือคำกริยารูป -ing ได้ Resist losing หมายถึงการต้านหรือขัดขวางกระบวนการสูญเสีย ในประโยคนี้ ขนสัตว์ไม่สูญเสียอิเล็กตรอนของตัวเองได้ง่าย เมื่อมีการกระทำตามหลัง resist ให้ใช้ resist + V-ing เช่น resist changing หรือ resist admitting สำหรับความหมายนี้ไม่ใช้ resist to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ change หลัง resist: The foam resists ____ shape under pressure.
ดูคำตอบ
changing
there is now a charge polarization between the two. การใช้คำ
2:28แต่ตอนนี้เกิดการแบ่งขั้วประจุระหว่างทั้งสองสิ่งแล้ว
Although ... still ...: การยอมรับข้อเท็จจริงและสภาวะที่ยังคงอยู่
Although ใช้แสดงความขัดแย้งหรือการยอมรับข้อเท็จจริงบางอย่างก่อน โดยบอกข้อเท็จจริงที่อาจทำให้เนื้อหาถัดไปดูน่าแปลกใจ ในประโยคนี้ ร่างกายกับพรมเมื่อรวมกันแล้วยังคงเป็นกลางทางไฟฟ้า แต่ประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาคให้ข้อมูลใหม่ว่า ประจุได้แยกตัวกระจายอยู่ระหว่างทั้งสองสิ่ง still แสดงว่าสภาวะเป็นกลางยังคงดำเนินต่อไป โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมสภาวะที่ยังคงเดิมเข้ากับผลลัพธ์อีกอย่างที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ Although และ still ได้อย่างถูกต้อง
- Although the room still small, it feels comfortable.
- Although the room is still small, but it feels comfortable.
- Although the room is still small, it feels comfortable.
ดูคำตอบ
Although the room is still small, it feels comfortable.
charge polarization between the two: การแยกขั้วของประจุระหว่างสองสิ่ง
charge polarization หมายถึงการที่การกระจายตัวของประจุแยกออกจากกันหรือเปลี่ยนตำแหน่ง โดยประจุบวกและประจุลบเคลื่อนไปยังส่วนต่าง ๆ ของวัสดุหรือวัตถุสองชิ้น ในประโยคนี้ between the two ย้อนกลับไปหมายถึงร่างกายกับพรม จึงจำกัดความสัมพันธ์ไว้ที่วัตถุสองสิ่งนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้แม้ว่าระบบที่รวมกันจะยังเป็นกลางทางไฟฟ้า เพราะ polarization อธิบายว่าประจุกระจายตัวอย่างไร ไม่ได้บอกว่าประจุรวมเป็นศูนย์หรือไม่ ในที่นี้เป็นคำศัพท์ทางฟิสิกส์ ไม่ใช่การแบ่งขั้วทางสังคมหรือการเมือง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดง charge polarization ได้ดีที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องมีประจุสุทธิ
- ประจุหายไปจากวัตถุทั้งหมด
- วัตถุมีประจุลบมากกว่าประจุบวกเมื่อพิจารณาโดยรวม
- ประจุบวกและประจุลบเคลื่อนไปคนละด้าน ขณะที่ประจุรวมยังคงเป็นศูนย์
ดูคำตอบ
ประจุบวกและประจุลบเคลื่อนไปคนละด้าน ขณะที่ประจุรวมยังคงเป็นศูนย์
The metal doorknob's loosely bound electrons
2:34อิเล็กตรอนที่ยึดเหนี่ยวอย่างหลวมๆ ของลูกบิดประตูโลหะ
hop to your hand to replace the electrons your body has lost. การใช้คำ
2:36จะกระโดดมาที่มือของคุณเพื่อแทนที่อิเล็กตรอนที่ร่างกายคุณสูญเสียไป
hop to your hand: การบรรยายการเคลื่อนไหวให้เห็นภาพในคำอธิบายวิทยาศาสตร์
ในประโยคนี้ hop to your hand หมายถึงอิเล็กตรอนเคลื่อนจากลูกบิดประตูโลหะมายังมือของคุณอย่างรวดเร็ว คำว่า hop เป็นคำเปรียบเทียบที่ช่วยให้เห็นภาพ อิเล็กตรอนไม่ได้กระโดดจริง ๆ เหมือนคนหรือสัตว์ คำอธิบายวิทยาศาสตร์มักใช้คำกริยาบอกการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เรานึกภาพกระบวนการเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นได้ง่ายขึ้น เมื่อเห็น hop ใช้กับอนุภาค ให้เข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนที่หรือถ่ายโอนอย่างรวดเร็ว เว้นแต่ข้อความจะอธิบายกลไกไว้อย่างเจาะจงกว่า
แบบฝึกหัด
hop to your hand ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- อิเล็กตรอนใช้ขากระโดดจริง ๆ
- อิเล็กตรอนอยู่นิ่งภายในลูกบิดประตู
- อิเล็กตรอนเคลื่อนจากลูกบิดประตูมายังมือของคุณอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
อิเล็กตรอนเคลื่อนจากลูกบิดประตูมายังมือของคุณอย่างรวดเร็ว
minor nuisance: ปัญหาเล็ก ๆ ที่น่ารำคาญ
a minor nuisance คือปัญหาเล็ก ๆ ที่น่ารำคาญหรือทำให้ไม่สะดวก แต่ไม่ร้ายแรง minor ช่วยลดระดับความรุนแรงของ nuisance ดังนั้นวลีนี้จึงทำให้ไฟฟ้าสถิตช็อตดูเป็นเรื่องที่รับมือได้ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหาเลย แต่หมายถึงปัญหานั้นก่อความรำคาญอยู่บ้างและมีผลกระทบน้อย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดสามารถอธิบายได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็น a minor nuisance?
- มีคนต้องรับการรักษาทันทีเพราะถูกไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรง
- รถบัสมาช้าห้านาที แต่ไม่มีแผนสำคัญใดได้รับผลกระทบ
- ไฟไหม้ทำลายอาคารทั้งหลัง
ดูคำตอบ
รถบัสมาช้าห้านาที แต่ไม่มีแผนสำคัญใดได้รับผลกระทบ
in the great outdoors: ท่ามกลางธรรมชาติกลางแจ้งอันกว้างใหญ่
the great outdoors เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงพื้นที่ธรรมชาติกลางแจ้งอันกว้างใหญ่ โดยเฉพาะสถานที่ที่ชวนให้นึกถึงป่า ภูเขา ทะเลสาบ การเดินป่า หรือการตั้งแคมป์ ใน in the great outdoors คำบุพบท in แสดงว่าคนหรือสิ่งของอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันกว้างใหญ่นั้น คำว่า great เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ากลางแจ้งนั้น “ยอดเยี่ยม” สำนวนทั้งหมดสร้างภาพของความเปิดโล่งและความใกล้ชิดกับธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเต็มที่มี the great outdoors: On vacation, we hiked and camped ____.
ดูคำตอบ
in the great outdoors
static electricity can be a terrifying destructive force of nature. สำนวน
2:46ไฟฟ้าสถิตสามารถเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวของธรรมชาติได้
terrifying destructive force of nature: พลังธรรมชาติที่น่ากลัวและทำลายล้าง
วลีนาม force of nature นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทรงพลังและควบคุมได้ยาก ในประโยคนี้ terrifying และ destructive ต่างก็ขยายคำว่า force โดย terrifying บอกถึงความกลัวที่มันก่อให้เกิด ส่วน destructive บอกถึงความเสียหายที่มันทำได้ ในบริบทอื่น a force of nature สามารถใช้เชิงเปรียบเทียบกับคนที่มีพลัง บุคลิก หรืออิทธิพลจนดูเหมือนไม่มีสิ่งใดหยุดได้ บริบทรอบข้างจะช่วยบอกว่าวลีนี้หมายถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติจริง ๆ หรือหมายถึงคน
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The new coach is a force of nature,' คำว่า a force of nature น่าจะหมายถึงอะไร
- โค้ชยืนอยู่กลางแจ้งระหว่างเกิดพายุ
- โค้ชศึกษาการวัดแรงโน้มถ่วงทางวิทยาศาสตร์
- โค้ชมีพลังและอิทธิพลที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
โค้ชมีพลังและอิทธิพลที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
It may have to do with the circulation of water droplets วลี
2:57มันอาจเกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนของหยดน้ำ
may have to do with: ความเชื่อมโยงที่ยังไม่แน่นอน
Have to do with เป็นวลีทั้งชุดที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” ในที่นี้ may บอกว่าความเชื่อมโยงนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้และยังไม่แน่นอน โดยเสนอว่าการหมุนเวียนของหยดน้ำอาจเป็นคำอธิบายหนึ่ง ในโครงสร้างนี้ อย่าแปล have to ว่า “ต้อง” รูปแบบคือ may have to do with + คำนามหรือวลีคำนาม ซึ่งบอกเพียงว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกัน ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเหตุโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “อาจเกี่ยวข้องกับ”: The delay ____ a software update.
ดูคำตอบ
may have to do with
Regardless, บอกว่าประเด็นหลักยังคงเป็นจริง
Regardless, เป็นคำเชื่อมระดับประโยค หมายถึง “แม้ว่ารายละเอียดก่อนหน้าจะยังไม่แน่นอนหรือแตกต่างออกไป ประเด็นถัดไปก็ยังคงเป็นจริง” ในบริบทนี้ คำนี้ใช้จบการพูดถึงกลไกที่ยังไม่แน่ชัด แล้วพาไปสู่ผลที่แน่นอนกว่า คำนี้ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลก่อนหน้าไม่เกี่ยวข้อง แต่บอกผู้ฟังว่าไม่จำเป็นต้องหาคำตอบของรายละเอียดนั้นก่อน จึงจะพูดถึงประเด็นหลักต่อได้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ Regardless, เพื่อแสดงว่าการตัดสินใจยังคงเดิมแม้จะมีความไม่แน่นอน?
- We do not know why the alarm failed. Regardless, the reason is still unknown.
- We do not know why the alarm failed. Regardless of, we need to replace it today.
- We do not know why the alarm failed. Regardless, we need to replace it today.
ดูคำตอบ
We do not know why the alarm failed. Regardless, we need to replace it today.
the charge imbalance is neutralized by being released towards another body, ไวยากรณ์
3:03ความไม่สมดุลของประจุจะถูกทำให้เป็นกลางโดยการปล่อยไปยังวัตถุอื่น
is neutralized by being released towards: วิธีที่ใช้ by being + past participle
is neutralized เป็นกริยาหลักในรูปถูกกระทำ โดยความไม่สมดุลของประจุเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำและถูกกำจัดหรือทำให้กลับมาสมดุล ในที่นี้ by ใช้นำเสนอวิธี ไม่ได้บอกผู้ที่ทำการกระทำ ประโยคนี้นำเสนอการปล่อยประจุไปยังวัตถุอีกชิ้นว่าเป็นกระบวนการที่กำจัดความไม่สมดุล หลัง by โครงสร้าง being + past participle เป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ ใช้ X is ... by being + past participle เมื่อ X ได้รับผลลัพธ์จากการถูกกระทำอีกอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by + รูป -ing แบบถูกกระทำของ wrap: The glass is protected ____ in thick foam.
ดูคำตอบ
by being wrapped
that we know as lightning: การตั้งชื่อด้วย know A as B
that we know as lightning เป็นอนุประโยคขยายคำนาม a giant spark ในรูปแบบ know A as B นั้น A คือสิ่งที่กำลังระบุ และ B คือชื่อที่คนคุ้นเคย ในที่นี้ that แทน a giant spark ส่วน lightning คือชื่อของสิ่งนั้น ประโยคนี้บรรยายปรากฏการณ์ว่าเป็น a giant spark ก่อน แล้วจึงเชื่อมคำบรรยายนั้นกับคำทั่วไปว่า lightning คำว่า know ในที่นี้หมายถึงการระบุหรือเรียกด้วยชื่อ ไม่ได้หมายถึงการรู้จักเป็นการส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย know ... as เพื่อระบุชื่อ: A streak of light that we ____ a meteor crossed the sky.
ดูคำตอบ
know as
over and over: ทำบางสิ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
over and over เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “หลายครั้ง” หรือ “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ในที่นี้วลีนี้ขยาย be zapped และแสดงว่าเหตุการณ์เดิมสามารถเกิดซ้ำหลายครั้งในจุดเดียวกันได้ วลีทั้งหมดบอกการเกิดซ้ำตามเวลา ไม่ใช่ความหมายเชิงพื้นที่ตามปกติของ over เช่น การเคลื่อนที่อยู่เหนือหรือข้ามบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หลายครั้ง”: The puppy brought the same toy back ____.
ดูคำตอบ
over and over
that lightning can strike the same place more than once. สำนวน
3:18ว่าฟ้าผ่าสามารถผ่าลงที่เดิมได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
just as: การเชื่อมโยงด้วยการเปรียบเทียบ
ในที่นี้ just as หมายถึง “ในลักษณะเดียวกับที่...” และใช้เปิดการเปรียบเทียบ โดยอนุประโยคแรกนำเสนอรูปแบบที่คุ้นเคย แล้วประโยคหลักนำรูปแบบเดียวกันนั้นไปใช้กับเรื่องสายฟ้า โครงสร้าง Just as A, B วางตัวอย่างที่เข้าใจง่ายกว่าไว้ก่อนและวางข้อสรุปไว้ทีหลัง ในประโยคนี้ใช้จัดระเบียบการเปรียบเทียบความคล้าย ไม่ได้หมายถึง “ในจังหวะเดียวกับที่...”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ just as เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบที่คล้ายกันสองอย่าง
- Just as I opened the map, my phone rang.
- Just as a map helps a traveler find the way, an outline helps a writer organize ideas.
- Just when I opened the map, my phone rang.
ดูคำตอบ
Just as a map helps a traveler find the way, an outline helps a writer organize ideas.
you better believe: การยืนยันอย่างหนักแน่นแบบไม่เป็นทางการ
you better believe เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้ย้ำอย่างหนักแน่นว่า “มั่นใจได้เลย” หรือ “นี่เป็นเรื่องจริงแน่นอน” สำนวนนี้แสดงความมั่นใจอย่างมากของผู้พูดไว้หน้าประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วย that และช่วยปิดท้ายประโยคอย่างมีพลัง รูปที่เต็มกว่าคือ you’d better believe ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ อาจละ ’d ได้ better ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว had better ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่หมายถึง “เชื่อในวิธีที่ดีกว่า”
แบบฝึกหัด
you better believe ทำหน้าที่อะไรใน “You better believe our team is ready”?
- เปรียบเทียบวิธีเชื่อมั่นในทีมสองแบบ
- ถามอย่างสุภาพว่าทีมอาจพร้อมแล้วหรือไม่
- ย้ำอย่างหนักแน่นและไม่เป็นทางการว่าทีมพร้อมจริง ๆ
ดูคำตอบ
ย้ำอย่างหนักแน่นและไม่เป็นทางการว่าทีมพร้อมจริง ๆ
lightning can strike the same place more than once: การกลับความหมายของคำกล่าวที่คุ้นเคย
ตามความหมายตรง ประโยคนี้บอกว่าฟ้าผ่าสามารถลงที่เดิมซ้ำได้ และยังพาดพิงถึงคำกล่าวที่คุ้นเคยว่า lightning never strikes the same place twice คำกล่าวนั้นมักใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อว่าเหตุการณ์หายากแบบเดิมจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ประโยคต้นฉบับใช้ can และ more than once เพื่อกลับความคาดหมายนั้นว่า เหตุการณ์หรือความเสี่ยงอาจเกิดซ้ำได้ จึงทำให้ตอนจบหนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้เชิงเปรียบเทียบ lightning can strike twice หมายความว่าอะไร?
- เหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดาจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก
- เหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดาอาจเกิดขึ้นอีก
- พายุทุกลูกจะกลับมายังสถานที่เดิมพอดี
ดูคำตอบ
เหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดาอาจเกิดขึ้นอีก