แว่นตาช่วยให้เรามองเห็นได้อย่างไร - แอนดรูว์ บาสตอว์รูส และ แคลร์ กิลเบิร์ต: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าพัฒนาการของแว่นตาตั้งแต่ข้อสังเกตในสมัยโบราณจนถึงแว่นสมัยใหม่ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละคน พร้อมอธิบายว่าการหักเหของแสงทำให้เกิดการมองเห็นอย่างไร เหตุใดภาวะสายตาผิดปกติจึงทำให้ภาพพร่ามัว และเลนส์แก้สายตานำแสงกลับไปตกที่จอประสาทตาได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. The key to understanding what that means lies with — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ที่จะสังเกตโครงสร้างนี้ในฐานะสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปสู่แนวคิดหลักที่จะใช้อธิบายข้อความนั้น และสามารถนำไปใช้ในงานนำเสนอหรืองานเขียนเชิงวิชาการเพื่อเปิดประเด็นที่เป็นฐานของคำอธิบายถัดไป 2. which work by refocusing light so it strikes the retina precisely. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าอนุประโยคขยายใช้ work by + รูป -ing เพื่อบอกวิธีทำงานของเครื่องมือ แล้วใช้ so เพื่อบอกผลที่ต้องการอย่างไร จึงนำรูปแบบนี้ไปอธิบายทั้งกลไกและผลลัพธ์ของอุปกรณ์หรือวิธีการได้อย่างต่อเนื่องภายในประโยคเดียว 3. that's hiding in plain view. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงสิ่งที่มองเห็นได้แต่กลับไม่มีใครสังเกต ไม่ได้หมายถึงการซ่อนไว้จริง ๆ สามารถใช้ได้ในบทสนทนาและบริบทสื่อ อีกทั้งยังช่วยให้เห็นการเล่นความหมายในตอนจบที่เชื่อมสิ่งซึ่งเคยมองข้ามเข้ากับการมองเห็นที่กลับมาชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
peer at ... through ...: มองอย่างละเอียดผ่านบางสิ่ง
peer at something หมายถึงมองบางสิ่งอย่างใกล้ชิดและใช้ความพยายาม มักเป็นเพราะสิ่งนั้นมองเห็นได้ยาก ใน peered at his book คำว่า peered เป็นรูปอดีต และ at นำหน้าสิ่งที่เซเนกาพยายามมองให้ชัด through a glass of water บอกว่าแนวสายตาผ่านอะไร ในที่นี้ glass หมายถึงแก้วดื่มน้ำที่มีน้ำอยู่ วลีนี้จึงบอกตัวกลางที่ใช้มอง ไม่ใช่เพียงสถานที่ข้างหนังสือ แก้วที่มีน้ำทำหน้าที่คล้ายเลนส์อย่างง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าลีโอใช้แว่นขยายมองวันที่อย่างละเอียด
- Leo glanced at the date and put the magnifying glass away.
- Leo peered at the date through a magnifying glass.
- Leo peered through the window at a magnifying glass.
ดูคำตอบ
Leo peered at the date through a magnifying glass.
that that same principle would be used to create the earliest glasses.
0:23กว่าที่หลักการเดียวกันนั้นจะถูกนำมาใช้สร้างแว่นตาอันแรก
It wasn't until ... that ...: เน้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช้า
It wasn't until + สำนวนบอกเวลา + that + อนุประโยค หมายความว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง that ไม่ได้เกิดขึ้นก่อนเวลานั้น โครงสร้างนี้เน้นเป็นพิเศษว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช้าเพียงใด จึงมีประโยชน์เมื่อเล่าประวัติศาสตร์หรือเรื่องที่มีช่วงเวลารอคอยยาวนาน ในตัวอย่าง that ตัวแรกหลัง later นำหน้าอนุประโยคที่บอกว่าในที่สุดเกิดอะไรขึ้น ส่วน that ตัวถัดไปเป็นคำชี้เฉพาะใน that same principle และชี้กลับไปยังหลักการที่กล่าวถึงแล้ว การมี that that ต่อกันจึงถูกต้อง เพราะคำทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเน้นย้ำที่กำหนดให้สมบูรณ์ เพื่อสื่อว่าฝนหยุดตอนเที่ยงคืนเท่านั้น: It ____ until midnight ____ the rain stopped.
ดูคำตอบ
wasn't · that
glasses can help millions of people with poor vision
0:30แว่นตาสามารถช่วยคนหลายล้านคนที่มีสายตาไม่ดี
due to uncorrected refractive errors: การบอกสาเหตุ
due to ตามด้วยนามวลีและใช้บอกสาเหตุของสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ uncorrected refractive errors คือสาเหตุของ poor vision due to อยู่ต่อจาก poor vision โดยตรง จึงอธิบายว่าเหตุใดการมองเห็นจึงไม่ดี ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดแว่นตาจึงช่วยได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีสองคำ due to: The outdoor concert was canceled ____ heavy rain.
ดูคำตอบ
due to
The key to understanding ... lies with ...: นำความสนใจไปยังแนวคิดหลัก
โครงสร้าง The key to understanding X lies with Y บอกผู้ฟังว่าควรให้ความสนใจกับจุดใด โดย Y คือแนวคิดหลักที่จำเป็นต่อการเข้าใจ X ในที่นี้ X คือ what that means และ Y คือ the term refraction ดังนั้นประโยคนี้จึงเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำอธิบายเรื่องการหักเห ใน the key to understanding คำว่า to เป็นคำบุพบท understanding จึงอยู่ในรูป -ing ส่วน lies with ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงกุญแจสำคัญอยู่ที่หรือขึ้นอยู่กับคำนั้น ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดนอนอยู่ในสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
ใน “The key to understanding the delay lies with the weather report,” โครงสร้างนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ชี้ว่ารายงานสภาพอากาศคือเบาะแสหลัก
- บอกว่ามีกุญแจจริงวางอยู่ข้างรายงาน
- บอกว่าจะไม่มีคำอธิบายตามมา
ดูคำตอบ
ชี้ว่ารายงานสภาพอากาศคือเบาะแสหลัก
the ability of X to do Y ในประโยคคำนิยาม
โครงสร้าง the ability of X to do Y หมายถึง X มีความสามารถหรือคุณสมบัติในการทำ Y ในประโยคนี้ of a transparent medium ระบุสิ่งที่มีความสามารถนั้น ส่วน to change the direction of light บอกว่าสิ่งนั้นทำอะไรได้ โครงสร้างนามนี้พบบ่อยในคำนิยามทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ โดยใช้ of X ระบุว่าคุณสมบัตินั้นเป็นของสิ่งใด และใช้ to do Y ระบุการกระทำ จึงช่วยอธิบายคุณสมบัติที่เป็นนามธรรมให้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง the ability of X to do Y: Flexibility is the ability ____ a material ____ bend without breaking.
ดูคำตอบ
of · to
transparent medium ในทางทัศนศาสตร์
ในทางทัศนศาสตร์ transparent medium หมายถึงสารหรือวัสดุที่แสงผ่านได้ เช่น น้ำหรือแก้ว คำว่า medium ในที่นี้เป็นคำนามทางวิชาการ หมายถึงวัสดุที่แสงเคลื่อนที่ผ่าน อย่าเข้าใจ medium ในที่นี้ว่าเป็นสื่อข่าวหรือสื่อการสื่อสาร หรือเป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็ก คำว่า transparent และ light ชี้ชัดว่าเป็นความหมายทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ในประโยค Water is a transparent medium คำว่า transparent medium หมายถึงอะไร
- องค์กรข่าวที่รายงานเหตุการณ์
- สารที่ยอมให้แสงเคลื่อนที่ผ่านได้
- วัตถุที่ไม่ใหญ่และไม่เล็ก
ดูคำตอบ
สารที่ยอมให้แสงเคลื่อนที่ผ่านได้
refractive surfaces: พื้นผิวที่ทำให้แสงหักเห
refractive surfaces หมายถึงพื้นผิวที่ทำให้ทิศทางของแสงเปลี่ยนไปเมื่อแสงผ่านจากวัสดุหนึ่งไปยังอีกวัสดุหนึ่ง ในประโยคนี้ คำนี้ใช้เรียกกระจกตาและเลนส์ตาว่าเป็นพื้นผิวหลักสองส่วนของตาที่ทำให้แสงหักเห refractive เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย surfaces จึงเป็นการบอกชนิดของพื้นผิว ไม่ใช่การบอกการกระทำ คำนี้เป็นศัพท์เทคนิคที่ใช้เพื่ออธิบายว่าระบบออปติกจัดการกับแสงอย่างไร
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยค แล้วเลือกประโยคที่ได้ยินให้ตรงทุกคำ สังเกตเสียง /fræk/ ใน refractive และเสียง /flɛk/ ใน reflective
- The camera lens has a reflective surface.
- The camera lens has a refractive surface.
ดูคำตอบ
The camera lens has a refractive surface.
work together to refract light: การทำงานประสานกันเพื่อผลลัพธ์เดียว
work together to + คำกริยา แสดงว่าสองส่วนขึ้นไปทำงานเป็นระบบที่ประสานกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์หนึ่งอย่าง ในที่นี้ these surfaces หมายถึงกระจกตาและเลนส์ตาที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน to refract light หมายถึงทำให้แสงเปลี่ยนทิศทางเมื่อผ่านวัสดุที่แตกต่างกัน โครงสร้างนี้ยังใช้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ชิ้นส่วนเครื่องจักร หรือผู้คนได้ด้วย จุดเน้นคือการทำงานอย่างประสานกันเพื่อผลลัพธ์ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการบอกว่าทุกส่วนมีส่วนเกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง work together to ให้ครบถ้วน: The two filters ____ clean the water
ดูคำตอบ
work together to
in a way that accurately focuses light: เชื่อมวิธีการเข้ากับผลลัพธ์
in a way that + อนุประโยค ใช้อธิบายว่าการกระทำเกิดขึ้นด้วยวิธีใด ในที่นี้ อนุประโยคที่มี that บอกว่าวิธีนั้นทำให้เกิดอะไรขึ้น นั่นคือแสงถูกรวมไปยังจอประสาทตาอย่างแม่นยำ โครงสร้างนี้เชื่อมวิธีการเข้ากับผลของวิธีนั้น จึงใช้อธิบายได้ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นและผลที่ได้จากการทำด้วยวิธีเฉพาะนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in a way that: The guide explains the rules ____ makes them easy for new players to understand.
ดูคำตอบ
in a way that
that works with the brain to give rise to vision. วลี
1:05ที่ทำงานร่วมกับสมองเพื่อทำให้เกิดการมองเห็น
the layer of light-sensitive tissue: คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์
วลี the layer of light-sensitive tissue ระบุถึงจอประสาทตาด้วยการอธิบายว่ามันคืออะไร นั่นคือชั้นที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อซึ่งตอบสนองต่อแสง light-sensitive เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า tissue ในที่นี้ light หมายถึงแสง และเครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม light กับ sensitive ให้สองคำทำหน้าที่เป็นคำขยายเดียวกัน รูปนี้ย่อความคิดที่ยาวกว่าว่า tissue that is sensitive to light
แบบฝึกหัด
ใช้ light และ sensitive สร้างคำคุณศัพท์ที่ถูกต้องหน้าคำนาม: The lab keeps the ____ material in a dark cabinet.
ดูคำตอบ
light-sensitive
give rise to vision: ก่อให้เกิดผลลัพธ์
Give rise to หมายถึงทำให้หรือก่อให้เกิดบางสิ่งเป็นผลตามมา ในประโยคนี้ เนื้อเยื่อของดวงตาทำงานร่วมกับสมอง และกระบวนการนี้ก่อให้เกิดการมองเห็น โครงสร้างตายตัวคือ give rise to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงไม่ได้หมายถึงการทำให้บางสิ่งเคลื่อนขึ้นด้านบนตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสามคำจากบทเรียนนี้: A lack of sleep can ____ serious health problems.
ดูคำตอบ
give rise to
develop refractive errors: เริ่มมีภาวะหนึ่ง
ในที่นี้ develop หมายถึงเริ่มมีภาวะหนึ่งเมื่อภาวะนั้นค่อย ๆ ก่อตัวหรือปรากฏขึ้นตามเวลา หลายคนจึงมีภาวะสายตาผิดปกติจากการหักเหของแสง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสร้างหรือออกแบบภาวะนั้น ความหมายนี้มักใช้โครงสร้าง คนหรือส่วนของร่างกาย + develop + ภาวะ อาการ หรือปัญหา เช่น develop a rash หรือ the eye developed an infection
แบบฝึกหัด
develop ในประโยคใดหมายถึงเริ่มมีภาวะทางสุขภาพ?
- The photographer developed the film.
- The patient developed a rash after taking the medicine.
- The company developed a new phone.
ดูคำตอบ
The patient developed a rash after taking the medicine.
either ... or ... กับอนุประโยคบอกเวลาด้วย as
คำเชื่อมคู่ either ... or ... เชื่อมช่วงเวลาที่เป็นทางเลือกสองช่วง คือ during childhood และ in later life การวางโครงสร้างทั้งสองส่วนให้ขนานกันทำให้ติดตามคำอธิบายได้ง่าย อนุประโยค as แต่ละส่วนเติมข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น ดวงตากำลังเติบโตในวัยเด็กและเสื่อมตามวัยในช่วงหลังของชีวิต as ในที่นี้หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการดำเนินต่อไป” ไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบ as ... as
แบบฝึกหัด
เติมช่วงเวลาที่เป็นทางเลือกสองช่วงด้วย either ... or: The condition may appear ____ during childhood as the body grows ____ later in life as the body ages.
ดูคำตอบ
either · or
cause X to be done: ผลลัพธ์แบบถูกกระทำ
โครงสร้าง cause + X + to be + คำกริยาช่องที่ 3 หมายถึงบางสิ่งทำให้ X เป็นผู้รับการกระทำ ในประโยคนี้ X คือ refracted light และ to be focused แสดงสิ่งที่เกิดขึ้นกับแสงนั้น รูป infinitive แบบถูกกระทำนี้มีประโยชน์ในการอธิบายกลไก โดยบอกสาเหตุ ระบุสิ่งที่ได้รับผลกระทบ แล้วจึงบอกผลที่สิ่งนั้นได้รับ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง cause + X + to be + คำกริยาช่องที่ 3 ให้สมบูรณ์: A wiring fault caused the alarm ____ activated by mistake.
ดูคำตอบ
to be
making images appear blurry: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์
หลังเครื่องหมายจุลภาค making images appear blurry เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลของสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ความไม่สมบูรณ์ทำให้แสงไปรวมจุดผิดตำแหน่ง ส่งผลให้ภาพดูพร่ามัว โครงสร้างนี้เชื่อมสาเหตุกับผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเพิ่มอนุประโยคอีกชุดด้วย so ภายในวลีนี้มีโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน คือ making + images + appear คำว่า appear จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน ไม่ใช่ to appear หรือ appears ส่วน blurry เป็นคำคุณศัพท์หลัง appear ที่บอกว่าภาพมีลักษณะอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยคผลลัพธ์แบบ -ing ที่ใช้ make: A thin layer of frost covered the glass, ____ the signs appear blurry.
ดูคำตอบ
making
People with refractive errors can still see color,
1:27ผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติยังคงสามารถมองเห็นสี
are out of focus: ไม่ได้อยู่ในโฟกัสอย่างคมชัด
are out of focus หมายถึงรายละเอียดไม่ได้อยู่ในโฟกัสอย่างคมชัด จึงมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ประธาน details เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are ในประโยคนี้ หากประธานเป็น image ซึ่งเป็นเอกพจน์ ให้ใช้ is out of focus out of focus เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เกี่ยวกับการมองเห็น การถ่ายภาพ และวิดีโอ ในที่นี้หมายถึงความคมชัดที่ลดลง ไม่ได้หมายถึงมองไม่เห็นเลย และไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าสิ่งนั้นอยู่ข้างนอกจุดโฟกัสจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงไม่ได้อยู่ในโฟกัสอย่างคมชัด: The camera focused on the wall instead of the person, so the person is ____.
ดูคำตอบ
out of focus
People experience refractive errors in different ways,
1:35ผู้คนประสบกับภาวะสายตาผิดปกติในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
owing to + นามวลี: การบอกสาเหตุแบบเป็นทางการ
ในที่นี้ owing to หมายถึง because of และตามด้วยนามวลี differences in their eyes ซึ่งระบุสาเหตุที่ผู้คนมีภาวะสายตาผิดปกติจากการหักเหแตกต่างกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + owing to + นามวลี เป็นวิธีเชื่อมผลลัพธ์กับสาเหตุอย่างกระชับและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ owing to ได้ถูกต้องในการอธิบายแบบเป็นทางการ
- The road was closed owing flooding.
- The road was closed owing to it flooded.
- The road was closed owing to flooding.
ดูคำตอบ
The road was closed owing to flooding.
In some ... and in others ...: จัดการเปรียบเทียบด้วยการละคำ
กรอบประโยคที่เป็นคู่กันนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการเปรียบเทียบสองกลุ่ม ในที่นี้ some และ others แทนดวงตาของคนต่างกลุ่มกัน จึงไม่ต้องกล่าวคำนาม eyes ซ้ำ ส่วนที่สองยังละคำที่ส่วนแรกให้ไว้แล้วด้วย หากเขียนเต็ม and in others, too little จะหมายถึง and in others, light refracts too little การละคำเช่นนี้ทำให้การเปรียบเทียบกระชับ และตำแหน่งที่ขนานกันช่วยให้เห็นว่าส่วนใดสัมพันธ์กัน
แบบฝึกหัด
ใน “In some classrooms, noise levels are high, and in others, very low,” ส่วนที่สองละคำใดไว้ก่อน very low
- noise levels are
- some classrooms become
- classrooms contain
ดูคำตอบ
noise levels are
myopic, or short-sighted: ใช้ or อธิบายศัพท์เฉพาะ
ในบริบทเรื่องการมองเห็นนี้ myopic และ short-sighted ต่างหมายถึงภาวะสายตาสั้น ซึ่งมองสิ่งใกล้ได้ชัดกว่าสิ่งไกล myopic เป็นศัพท์เฉพาะ ส่วน short-sighted เป็นคำเรียกที่คุ้นเคยกว่า or ในที่นี้ไม่ได้เสนอให้เลือกสองอย่าง แต่ใช้คำที่เข้าใจง่ายกว่ามาอธิบายศัพท์เฉพาะอีกครั้ง รูปแบบ “ศัพท์เฉพาะ, or ชื่อที่คุ้นเคย” พบได้บ่อยในคำอธิบายและคำนิยาม
แบบฝึกหัด
or ใน “myopic, or short-sighted” ของประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ใช้ชื่อที่คุ้นเคยมาอธิบายศัพท์เฉพาะ
- แสดงว่าการวินิจฉัยยังไม่แน่นอน
- ระบุปัญหาการมองเห็นสองอย่างที่ตรงข้ามกัน
ดูคำตอบ
ใช้ชื่อที่คุ้นเคยมาอธิบายศัพท์เฉพาะ
but those far away: ใช้ those แทนคำนามพหูพจน์
ใน those far away คำว่า those ใช้แทนคำนามพหูพจน์ objects ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน far away ระบุว่าหมายถึงวัตถุกลุ่มใด จึงไม่ต้องพูด far-away objects ซ้ำ but จัดให้วัตถุใกล้และวัตถุไกลอยู่ในความสัมพันธ์แบบตรงข้ามกัน กลุ่มแรกมองเห็นชัด ส่วนกลุ่มที่สองไม่อยู่ในโฟกัส การใช้ those แบบนี้ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ ถ้าเป็นคำนามเอกพจน์ให้ใช้ that
แบบฝึกหัด
เลือกคำเติมที่เหมาะสมที่สุด: “The books on the left shelf are old, but ___ are new.”
- them on the right shelf
- those on the right shelf
- that on the right shelf
ดูคำตอบ
those on the right shelf
hyperopic or long-sighted: สองคำที่หมายถึงภาวะสายตายาว
ในประโยคนี้ hyperopic และ long-sighted เรียกภาวะการมองเห็นแบบเดียวกัน คือวัตถุใกล้มักโฟกัสได้ยากกว่า เพราะภาพไปโฟกัสหลังจอประสาทตา hyperopic เป็นศัพท์เฉพาะ ส่วน long-sighted เป็นคำเรียกที่ใช้ในภาษาทั่วไปมากกว่า or ตรงนี้ใช้แนะนำชื่อเรียกอีกแบบหนึ่ง จึงหมายถึง “กล่าวอีกอย่างคือ” ไม่ได้ให้เลือกระหว่างสองภาวะ แนวคิดที่ตรงข้ามคือ myopic หรือ short-sighted
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายผู้ที่ hyperopic ได้ถูกต้อง
- ผู้ที่ hyperopic อาจโฟกัสหนังสือที่อยู่ใกล้ได้ยากกว่า
- Hyperopic และ myopic มีความหมายเหมือนกัน
- ผู้ที่ hyperopic ต้องมองวัตถุไกลไม่เห็นเลย
ดูคำตอบ
ผู้ที่ hyperopic อาจโฟกัสหนังสือที่อยู่ใกล้ได้ยากกว่า
crystal clear: ชัดเจนอย่างสมบูรณ์
Crystal clear เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เน้นความหมายว่า “ชัดเจนอย่างยิ่ง” หรือ “มองเห็นหรือเข้าใจได้ง่ายมาก” ในประโยคนี้หมายความว่าวัตถุไกลมองเห็นได้คมชัดและไม่พร่ามัว สำนวนนี้ยังใช้บรรยายเสียง คำแนะนำ คำอธิบาย ความทรงจำ หรือสิ่งที่ใครบางคนต้องการสื่อได้ด้วย crystal ทำหน้าที่เน้นระดับของ clear ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่ทำจากคริสตัลตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ชัดเจนอย่างสมบูรณ์”: The instructions were ____, so everyone knew exactly what to do.
ดูคำตอบ
crystal clear
a non-spherical shape: การสร้างคำคุณศัพท์ด้วย non-
คำอุปสรรค non- หมายถึง “ไม่” หรือ “ไม่มีคุณสมบัติที่ระบุ” เมื่อนำไปเติมหน้า spherical จะได้ non-spherical ดังนั้น a non-spherical shape จึงหมายถึงรูปร่างที่ไม่เป็นทรงกลม ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่ไม่มีรูปร่าง รูปแบบ non- + คำคุณศัพท์ใช้ระบุอย่างเป็นกลางว่าสิ่งหนึ่งไม่อยู่ในประเภทที่กล่าวถึง เหมาะอย่างยิ่งกับคำอธิบายที่ต้องการความแม่นยำ แต่การสะกดคำที่มี non- อาจใช้ยัติภังค์หรือเขียนติดกันตามรูปที่เป็นมาตรฐานของแต่ละคำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่สร้างจาก non- และ spherical: The model has a slightly ____ shape.
ดูคำตอบ
non-spherical
whether close or far: ครอบคลุมทางเลือกทั้งสอง
whether A or B เสนอทางเลือกสองแบบและบอกว่าผลหลักยังคงเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ในที่นี้ whether close or far หมายความว่าวัตถุดูพร่ามัวทั้งในระยะใกล้และระยะไกล close or far เป็นอนุประโยคที่ย่อแล้ว รูปเต็มที่เข้าใจได้คือ whether the objects are close or far ภาษาอังกฤษสามารถละประธานที่ซ้ำและกริยา be ได้เมื่อความหมายชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ากฎนี้เหมือนกันในสถานที่ทั้งสองแห่ง
- The rule applies whether you are at home or in the office.
- The rule applies because you are at home or in the office.
- The rule applies if you are at home.
ดูคำตอบ
The rule applies whether you are at home or in the office.
As we age: ใช้ as เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปพร้อมกัน
ใน As we age คำว่า as มีความหมายว่า “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ ดำเนินไป” หรือ “เมื่อเวลาผ่านไป” โดยใช้เกริ่นฉากหลังว่าเราค่อย ๆ มีอายุมากขึ้น แล้วประโยคหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างกระบวนการนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ As + ประธาน + คำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง แล้วตามด้วยการเปลี่ยนแปลงหรือผลอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกัน โดยไม่ได้บอกว่าอย่างหนึ่งเกิดขึ้นหลังอีกอย่างเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งค่อย ๆ เกิดขึ้นพร้อมกับอีกอย่างหนึ่ง
- After the storm ended, the sun came out.
- Because the weather was cold, we stayed inside.
- As the weather gets colder, the lake begins to freeze.
ดูคำตอบ
As the weather gets colder, the lake begins to freeze.
face new challenges: face ในฐานะสกรรมกริยา
ใน our eyes face new challenges คำว่า face หมายถึง “พบเจอและต้องรับมือ” ไม่ได้หมายถึง “หันไปทาง” ส่วน new challenges คือความยากลำบากใหม่ที่เกิดจากสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไป เมื่อใช้ในความหมายนี้ face เป็นสกรรมกริยา จึงตามด้วยกรรมโดยตรง เช่น face a challenge, face a problem และ face pressure ประธานอาจเป็นคน กลุ่ม ระบบ หรืออวัยวะของร่างกายก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ face ในความหมายว่า “พบเจอและรับมือ” ได้ถูกต้อง
- Small businesses are face new challenges when costs rise.
- Small businesses face new challenges when costs rise.
- Small businesses face with new challenges when costs rise.
ดูคำตอบ
Small businesses face new challenges when costs rise.
bring images into focus: ทำให้ภาพคมชัด
ใน can change shape to bring images into focus คำว่า to นำเสนอจุดประสงค์ของการเปลี่ยนรูปร่างของเลนส์ตา รูปแบบ bring + กรรม + into focus หมายถึงทำให้ภาพของสิ่งนั้นเปลี่ยนจากพร่ามัวเป็นคมชัด รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ตามตัวอักษรกับกล้องและการมองเห็นได้ และใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อทำให้ประเด็น รายละเอียด หรือลำดับความสำคัญชัดเจนขึ้นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการปรับเลนส์ทำให้ภาพนกคมชัดขึ้น
- The photographer adjusted the lens to keep the bird in focus.
- The bird came into focus before the photographer adjusted the lens.
- The photographer adjusted the lens to bring the bird into focus.
ดูคำตอบ
The photographer adjusted the lens to bring the bird into focus.
something called accommodation: อธิบายก่อนแล้วจึงบอกชื่อ
หลังจากประโยคอธิบายการทำงานของเลนส์ตาแล้ว something called accommodation จะเพิ่มชื่อทางเทคนิคให้กระบวนการนั้น ในที่นี้ something อ้างถึงกระบวนการทั้งหมดที่เลนส์เปลี่ยนรูปร่างเพื่อทำให้ภาพชัด ไม่ได้หมายถึงวัตถุอีกชิ้นหนึ่ง called หมายถึง มีชื่อว่า และสามารถขยายวลีนี้เป็น something that is called accommodation ได้ ลำดับข้อมูลแบบนี้ให้คำอธิบายที่เข้าใจง่ายก่อน แล้วจึงให้คำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในการอธิบายวิทยาศาสตร์และการเรียนการสอน เพราะผู้อ่านจะเข้าใจแนวคิดก่อนพบชื่อศัพท์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายหน้าที่ก่อน แล้วจึงแนะนำชื่อทางเทคนิคของหน้าที่นั้น
- The phone unlocks after checking your face with something called facial recognition.
- Facial recognition is a system that checks your face before the phone unlocks.
- The phone's facial-recognition feature checks your face before unlocking.
ดูคำตอบ
The phone unlocks after checking your face with something called facial recognition.
shift our gaze from far to near: เลื่อนสายตาจากไกลมาใกล้
ในประโยคนี้ shift our gaze หมายถึงเปลี่ยนทิศทางที่เรากำลังมองอยู่ gaze หมายถึงจุดที่ดวงตามุ่งไป ส่วน shift เน้นการย้ายสายตาจากเป้าหมายหรือระยะหนึ่งไปยังอีกเป้าหมายหรือระยะหนึ่ง โครงสร้าง shift one's gaze from A to B ระบุทั้งจุดเริ่มต้นและเป้าหมายใหม่ ในที่นี้ far และ near หมายถึงการมองไกลและการมองใกล้ ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายการปรับโฟกัสใหม่จากระยะไกลมาระยะใกล้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง shift your gaze from A to B: Please ____ the map ____ the guide.
ดูคำตอบ
shift your gaze from · to
the lens becomes less flexible: ใช้ become less + adjective เพื่อบอกว่าคุณสมบัติลดลง
becomes ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อมที่แสดงว่าเลนส์ตาเปลี่ยนไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง less flexible เป็นกลุ่มคำคุณศัพท์ที่อธิบายเลนส์ตา โดย less ทำให้ระดับความยืดหยุ่นลดลง โครงสร้าง subject + become(s) less + adjective นำไปใช้บอกว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งลดลงตามเวลาได้ ต่างจาก is less flexible ซึ่งเน้นบอกหรือเปรียบเทียบสภาวะ becomes less flexible เน้นการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ใช้ become และ flexible เติมประโยคเพื่อแสดงการลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป: As rubber ages, it ____.
ดูคำตอบ
becomes less flexible
and can't change shape when we want to look at near objects.
2:40และไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้เมื่อเราต้องการมองวัตถุใกล้ๆ
and it affects adults starting around the age of 40 years.
2:46และจะส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่ที่เริ่มมีอายุประมาณ 40 ปี
This is called presbyopia: ตั้งชื่อให้ภาวะที่อธิบายไว้
ใน This is called presbyopia คำว่า this ย้อนกลับไปอ้างถึงภาวะทางสายตาที่เพิ่งอธิบายไป จากนั้นประโยคจึงบอกชื่อทางการของภาวะนั้นว่า presbyopia หรือ “ภาวะสายตายาวตามวัย” รูปแบบ This is called + ชื่อ พบได้บ่อยในคำอธิบายและคำนิยาม โดยอธิบายสิ่งหนึ่งหรือกระบวนการหนึ่งก่อน แล้วจึงบอกชื่อของสิ่งนั้น is called เป็นโครงสร้างกรรมวาจก ซึ่งหมายถึงประธานได้รับชื่อนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามด้วยวลีกรรมวาจกที่ใช้บอกชื่อ: When water vapor turns into liquid, the change has a name. This ____ condensation.
ดูคำตอบ
is called
Myopia, hyperopia, astigmatism, and presbyopia.
2:50สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และสายตายาวตามวัย
Each of these is ...: สรุปและจัดหมวดหมู่รายการ
Each of these ย้อนกลับไปอ้างถึง myopia, hyperopia, astigmatism และ presbyopia ที่ระบุไว้ก่อนหน้า โครงสร้างนี้ใช้ปิดรายการโดยจัดแต่ละข้อทีละข้อให้อยู่ในหมวดเดียวกัน คือ a refractive error คำหลักของประธานคือ Each และ each เป็นเอกพจน์ ดังนั้นจึงใช้กริยา is แม้ these จะเป็นคำพหูพจน์ที่ชี้ถึงหลายรายการก่อนหน้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้กริยาเป็นพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ใช้ Each of these และรูปที่ถูกต้องของ be เพื่อเติมประโยคสรุป: Copper, iron, and aluminum appear in the chart. ____ a metal.
ดูคำตอบ
Each of these is
we can fix them all with glasses or contact lenses, การใช้คำ
2:58เราสามารถแก้ไขมันได้ทั้งหมดด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์
fix them all with glasses or contact lenses: แก้ไขปัญหาด้วยอุปกรณ์ช่วยการมองเห็น
fix ในที่นี้หมายถึง “แก้ไขหรือชดเชยปัญหาการมองเห็น” ไม่ได้หมายถึง “ซ่อมสิ่งของที่เสีย” คำสรรพนาม them หมายถึงปัญหาการมองเห็นที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ all บอกว่าปัญหาเหล่านั้นแก้ไขได้ทุกอย่าง with glasses or contact lenses บอกถึงวิธีหรืออุปกรณ์ที่ใช้ ในบริบทนี้ fix หมายถึงการช่วยให้มองเห็นชัดขณะใช้อุปกรณ์เหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าดวงตาได้รับการรักษาให้หายอย่างถาวรเสมอไป
แบบฝึกหัด
fix ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ซ่อมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ที่เสีย
- รักษาโรคตาทุกชนิดให้หายอย่างถาวร
- แก้ไขปัญหาการมองเห็นด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์
ดูคำตอบ
แก้ไขปัญหาการมองเห็นด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์
which work by ... so ...: บอกวิธีการและผลลัพธ์
which นำหน้าประโยคย่อยแบบสัมพันธ์ที่อธิบายว่าแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ทำงานอย่างไร ในโครงสร้าง work by + -ing คำว่า by ใช้บอกวิธีการ ซึ่งในที่นี้คือ refocusing light so ใช้บอกผลที่เกิดจากวิธีนั้น นั่นคือแสงตกกระทบจอประสาทตาอย่างแม่นยำ คำสรรพนาม it หมายถึง light โครงสร้างนี้เรียงข้อมูลเป็นอุปกรณ์ วิธีทำงาน และผลที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำเพื่อทำให้โครงสร้าง work by ... so ... สมบูรณ์: These filters work ____ trapping dust ____ it cannot enter the room.
ดูคำตอบ
by · so
possible to correct vision with surgery: correct ในความหมายทางการแพทย์
ใน correct vision คำว่า correct หมายถึงการปรับปรุงหรือชดเชยปัญหาในการโฟกัสของดวงตา ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแก้คำตอบให้ถูกต้อง และไม่ได้รับประกันว่าจะรักษาโรคตาทุกชนิดหรือทำให้สายตาสมบูรณ์แบบ ใน possible to correct vision with surgery ส่วน possible to บอกว่าสิ่งใดสามารถทำได้ และ with surgery บอกวิธีการ คำว่า correct ตามด้วย vision ซึ่งเป็นกรรมโดยตรง จึงไม่ต้องมีคำบุพบทคั่นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ correct ในความหมายทางการแพทย์แบบเดียวกับ correct vision?
- The patient correctly described the eye chart.
- The nurse corrected the spelling on the form.
- These lenses can correct vision for many people.
ดูคำตอบ
These lenses can correct vision for many people.
using lasers that ...: เพิ่มวิธีการและหน้าที่ของอุปกรณ์
using lasers บอกว่าการผ่าตัดทำอย่างไร นั่นคือทำโดยใช้เลเซอร์ ในทางไวยากรณ์ using lasers เป็นวลี present participle ที่รวมข้อมูลเรื่องวิธีการไว้ในประโยคหลัก แทนที่จะแยกเป็นอีกประโยคหนึ่ง อนุประโยคสัมพันธ์ that change the shape of the cornea and alter its refractive properties ขยายคำว่า lasers เนื่องจาก lasers เป็นพหูพจน์ กริยาสองคำที่เชื่อมกันจึงเป็น change และ alter ส่วนสรรพนาม its ย้อนกลับไปหมายถึง the cornea
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ using ... that ... ได้ถูกต้องเพื่อบอกวิธีการแล้วอธิบายว่าอุปกรณ์ทำอะไร?
- The device measures distance used sensors that sending out light.
- The device using sensors measures distance that sends out light.
- The device measures distance using sensors that send out light.
ดูคำตอบ
The device measures distance using sensors that send out light.
remain the most popular: ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด
ใน remain the most popular คำว่า remain เป็นกริยาเชื่อม และตามด้วยส่วนเติมเต็มประธาน the most popular โดยตรง วลีนี้หมายความว่าแว่นตายังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด remain เพิ่มความหมายว่าสถานะเดิมยังดำเนินต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับ be คำนี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับการอธิบายแนวโน้ม อันดับ หรือผลสำรวจที่ต่อเนื่องตามเวลา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ remain เติมประโยคให้สมบูรณ์: Even with newer apps, email ____ the most common way to contact us.
ดูคำตอบ
remains
a person's clear vision can be restored. ไวยากรณ์
3:23การมองเห็นที่ชัดเจนของคนๆ หนึ่งก็สามารถกลับคืนมาได้
steer light to exactly the right spot: บังคับแสงไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างแม่นยำ
ในที่นี้ steer หมายถึงการควบคุมทิศทางของสิ่งหนึ่งอย่างตั้งใจ เลนส์ steer light กล่าวคือทำให้แสงเดินทางไปยังจุดที่เลือกไว้ โดย steer ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการบังคับรถหรือเรือเท่านั้น to steer ... เป็นวลี infinitive ที่อธิบายจุดประสงค์ของเลนส์ที่ผลิตอย่างพิถีพิถัน ส่วน exactly the right spot เน้นความแม่นยำว่าแสงต้องไปถึงตำแหน่งที่ตั้งใจไว้บนจอประสาทตา
แบบฝึกหัด
ในประโยคทางเทคนิคนี้ to steer light to exactly the right spot หมายถึงอะไร?
- วัดว่าแสงเดินทางไปถึงจอประสาทตาเร็วเพียงใด
- ควบคุมทิศทางของแสงเพื่อให้ไปถึงตำแหน่งที่แม่นยำ
- เพิ่มความสว่างของแสงในตำแหน่งใดก็ได้
ดูคำตอบ
ควบคุมทิศทางของแสงเพื่อให้ไปถึงตำแหน่งที่แม่นยำ
a person's clear vision can be restored: can + รูปถูกกระทำ
ใน can be restored คำว่า can ตามด้วย be + กริยาช่อง 3 restored จึงเป็นโครงสร้างกริยาช่วยบอกความเป็นไปได้ร่วมกับรูปถูกกระทำ โดย clear vision เป็นสิ่งที่ได้รับการฟื้นฟู และไม่จำเป็นต้องระบุคน เครื่องมือ หรือการรักษาที่ทำให้ฟื้นฟู โครงสร้างนี้บอกว่าการฟื้นฟูเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน รูป can be + กริยาช่อง 3 มักใช้เพื่ออธิบายว่าการรักษา กระบวนการ หรือเทคโนโลยีสามารถทำอะไรได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ can และรูปถูกกระทำของ restore: With careful repair, the damaged painting ____.
ดูคำตอบ
can be restored
We've come a long way since ...: ความก้าวหน้าครั้งใหญ่จากอดีตถึงปัจจุบัน
have come a long way เป็นสำนวนที่หมายถึง “พัฒนาหรือก้าวหน้าไปมาก” ในที่นี้ We've ย่อมาจาก We have และ present perfect ใน have come เชื่อมสภาพในอดีตเข้ากับความก้าวหน้าที่เห็นได้ในปัจจุบัน since บอกจุดเริ่มต้นในอดีต ซึ่งก็คือการค้นพบของเซเนกาและแว่นตารุ่นแรกที่ยังหยาบอยู่ ดังนั้น We've come a long way since ... จึงเป็นการมองย้อนจากปัจจุบันและเน้นว่าสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ไม่ได้หมายถึงระยะทางที่ใครเดินทางจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึงความก้าวหน้าครั้งใหญ่จากจุดเริ่มต้นในอดีต: This app has ____ its first release.
ดูคำตอบ
come a long way since
the crude glasses of yesteryear: แว่นตาแบบหยาบและเรียบง่ายในสมัยก่อน
ในวลีนี้ crude บอกว่าแว่นตาถูกทำขึ้นอย่างหยาบและยังมีเทคโนโลยีพื้นฐาน คำนี้ประเมินการออกแบบและฝีมือการผลิต ไม่ได้หมายความว่าแว่นตา “หยาบคาย” yesteryear หมายถึงช่วงเวลาในอดีต และมีน้ำเสียงเชิงวรรณกรรม แบบเก่า หรือชวนให้นึกถึงวันวาน เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้นำเสนอแว่นตายุคแรกว่าเป็นของที่ดั้งเดิมกว่าแบบที่พัฒนาขึ้นภายหลัง
แบบฝึกหัด
“the crude glasses of yesteryear” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- แว่นตาจากอดีตที่ทำอย่างหยาบและมีเทคโนโลยีพื้นฐาน
- แว่นตาที่ใช้เฉพาะเมื่อวานเท่านั้น
- แว่นตาสมัยใหม่ที่คนหยาบคายสวมใส่
ดูคำตอบ
แว่นตาจากอดีตที่ทำอย่างหยาบและมีเทคโนโลยีพื้นฐาน
which are kept in place: ซึ่งถูกยึดให้อยู่กับที่
which are kept in place เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายแว่นตา ภายในอนุประโยคนี้ are kept in place เป็นรูปถูกกระทำของ keep something in place หมายความว่าแว่นตาถูกยึดไว้อย่างมั่นคงในตำแหน่งที่ถูกต้อง จึงไม่ขยับหรือหล่น วลีนี้ยังใช้ได้ทั่วไปกับสิ่งของที่ยึดไว้ด้วยสาย ตัวหนีบ สกรู หรืออุปกรณ์รองรับอื่น ๆ ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย with ในประโยคนี้ระบุชิ้นส่วนที่ใช้ยึดแว่นตา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างมั่นคงในตำแหน่งที่ถูกต้อง”: The clip keeps the cable ____ under the desk.
ดูคำตอบ
in place
arms which hook over each ear: ขาแว่นที่คล้องอยู่เหนือหูแต่ละข้าง
ในประโยคนี้ arms หมายถึงขาแว่นสองข้าง ไม่ใช่แขนของคน ขาแว่นยื่นไปด้านหลังจากกรอบแว่นและช่วยให้แว่นตาอยู่กับที่ อนุประโยคสัมพัทธ์ which hook over each ear อธิบายว่าขาแว่นอยู่ในลักษณะใด คือขาแว่นแต่ละข้างโค้งและคล้องอยู่เหนือหูข้างหนึ่ง ในที่นี้ hook over อธิบายรูปร่างและตำแหน่งจริง ไม่ได้หมายถึงตะขอจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค The arms of the glasses rest behind the ears คำว่า arms หมายถึงอะไร
- แขนของผู้สวมแว่น
- ชิ้นส่วนด้านข้างของแว่นตาที่ ยื่นไปทางหู
- หูหิ้วสำหรับถือแว่นตา
ดูคำตอบ
ชิ้นส่วนด้านข้างของแว่นตาที่ ยื่นไปทางหู
Today's glasses take their inspiration from that design, วลี
3:43แว่นตาในปัจจุบันได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบนั้น
take their inspiration from that design: ใช้การออกแบบนั้นเป็นแหล่งที่มาของแนวคิด
Take their inspiration from that design หมายถึงใช้การออกแบบนั้นเป็นแหล่งที่มาของแนวคิดหรือลักษณะต่าง ๆ แว่นตาอาจนำรูปทรง โครงสร้าง หรือสไตล์ของการออกแบบนั้นมาใช้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสำเนาที่เหมือนกันทุกประการ โครงสร้างคือ take + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + inspiration + from + แหล่งที่มา เนื่องจาก glasses เป็นคำนามพหูพจน์ ประโยคนี้จึงใช้ their หากประธานเป็นผลิตภัณฑ์เอกพจน์ จะใช้ its เช่น takes its inspiration from
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง: The new museum logo ____ the city's old map
- takes the city's old map from inspiration
- takes its inspiration from
- takes its inspiration of
ดูคำตอบ
takes its inspiration from
but they're also much more precise and personal. การใช้คำ
3:46แต่มันก็มีความแม่นยำและเป็นส่วนตัวมากขึ้นอย่างมาก
much more precise and personal: แม่นยำกว่ามากและเหมาะกับแต่ละคน
much ใช้เน้นรูปขั้นกว่า more precise ดังนั้น much more precise จึงหมายถึงแม่นยำกว่าในระดับที่มากอย่างชัดเจน โดยปกติจะไม่ใช้ very เพื่อเน้นรูปขั้นกว่าในลักษณะนี้ precise และ personal เป็นคำคุณศัพท์ที่วางขนานกัน ในที่นี้ personal หมายถึงเหมาะกับความต้องการของแต่ละคน ไม่ได้หมายถึงเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นความลับ วลีนี้จึงบอกว่าสิ่งที่กล่าวถึงทั้งแม่นยำกว่าและเหมาะกับแต่ละคนมากกว่า
แบบฝึกหัด
personal ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน
- เป็นของบริษัทเพียงแห่งเดียว
- เก็บเป็นความลับจากผู้อื่น
ดูคำตอบ
ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน
Each pair is tailored for an individual: แต่ละคู่ได้รับการปรับให้เหมาะกับบุคคลหนึ่งคน
ในโครงสร้าง be tailored for + บุคคลหรือกลุ่ม tailored หมายถึงได้รับการออกแบบหรือปรับเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้นั้น แนวคิดนี้มาจากช่างตัดเสื้อที่ปรับเสื้อผ้าให้พอดีตัว แต่สำนวนนี้ยังใช้กับแผน บริการ บทเรียน และคำแนะนำได้ด้วย Each pair เป็นสิ่งที่ถูกปรับ จึงใช้ is tailored ในประโยค และเนื่องจาก each pair เป็นเอกพจน์ จึงใช้ is ส่วน an individual หมายถึงบุคคลหนึ่งคนโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี tailored และใช้หน้าผู้ใช้เป้าหมาย: The museum tour is ____ families with young children.
ดูคำตอบ
tailored for
to bring out their unique powers of sight. กริยาวลี
3:52เพื่อดึงเอาพลังการมองเห็นอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาออกมา
bring out their unique powers of sight: ดึงความสามารถด้านการมองเห็นที่เป็นเอกลักษณ์ออกมา
เมื่อ bring out ใช้กับคุณสมบัติหรือความสามารถ จะหมายถึงการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วเห็นได้ชัดขึ้นหรือทำงานได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น ในที่นี้ แว่นตาช่วยให้แต่ละคนใช้ความสามารถด้านการมองเห็นเฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่ขึ้น ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของออกไปข้างนอกจริง ๆ คำว่า to ที่ขึ้นต้นบอกจุดประสงค์ว่า การกระทำก่อนหน้านี้มีเป้าหมายเพื่ออะไร powers of sight เป็นสำนวนที่ทำให้คำว่า “ความสามารถด้านการมองเห็น” ดูมีชีวิตชีวา ไม่ได้หมายถึงพลังเหนือธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ทำให้คุณสมบัติที่มีอยู่แล้วเห็นได้ชัดขึ้น”: Soft lighting can ____ the warm colors in the wood.
ดูคำตอบ
bring out
So if you're one of...: หันข้อมูลมาหาผู้ฟัง
So เชื่อมข้อมูลก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุปหรือขั้นตอนถัดไป ส่วน if you're one of the 500 million people ชวนให้ผู้ฟังแต่ละคนพิจารณาว่าตนอยู่ในกลุ่มนั้นหรือไม่ จึงเปลี่ยนข้อเท็จจริงทั่วไปให้กลายเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ฟังโดยตรง อนุประโยค if ตั้งเงื่อนไขและเตรียมไปสู่ประโยคหลักที่จะบอกผลลัพธ์ คำแนะนำ หรือคำรับรอง รูปแบบที่หันมาพูดกับผู้ฟังเช่นนี้มักใช้เมื่อผู้พูดเปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่ “เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ”
แบบฝึกหัด
ในการพูด ช่วงเปิด “So if you're one of...” ทำหน้าที่หลักอย่างไร?
- เปลี่ยนจากข้อมูลทั่วไปไปสู่เงื่อนไขที่อาจตรงกับผู้ฟัง
- นำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ฟัง
- อ้างว่าผู้ฟังทุกคนมีปัญหาเดียวกัน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากข้อมูลทั่วไปไปสู่เงื่อนไขที่อาจตรงกับผู้ฟัง
there's a pair of glasses out there: มีแว่นตาอยู่และสามารถหาเจอได้
There's ใช้บอกว่ามี a pair of glasses อยู่ คำนามหลักที่กำหนดรูปเอกพจน์คือ pair จึงใช้ there's ซึ่งย่อมาจาก there is แม้ glasses จะอยู่ในรูปพหูพจน์ out there อาจหมายถึงโลกภายนอกในวงกว้างหรือบรรดาตัวเลือกที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่กลางแจ้งที่เฉพาะเจาะจง ในที่นี้รูปแบบ there's ... out there ช่วยสร้างความมั่นใจว่าแว่นคู่นั้นมีอยู่ที่ไหนสักแห่งและสามารถหาเจอได้
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาที่ให้กำลังใจ "There's a solution out there" มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร
- ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาให้ใช้
- วิธีแก้ปัญหาต้องอยู่นอกอาคาร
- มีวิธีแก้ปัญหาอยู่ที่ไหนสักแห่งและสามารถหาเจอได้
ดูคำตอบ
มีวิธีแก้ปัญหาอยู่ที่ไหนสักแห่งและสามารถหาเจอได้
a whole new world: ประสบการณ์ใหม่โดยสิ้นเชิง
A whole new world เป็นอุปมาที่เห็นภาพชัด หมายถึงชุดประสบการณ์ ความเป็นไปได้ หรือวิธีมองสิ่งต่าง ๆ ที่ให้ความรู้สึกใหม่โดยสิ้นเชิง โดยปกติไม่ได้หมายถึงดาวเคราะห์หรือจักรวาลจริงอีกแห่งหนึ่ง Whole เน้นความหมายของ new ให้แรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงจึงดูกว้างและโดดเด่น ไม่ใช่เพียงความแตกต่างเล็กน้อย ในประโยคนี้ reveal นำเสนอประสบการณ์ใหม่นั้นว่าเป็นสิ่งที่กำลังรอให้ค้นพบ
แบบฝึกหัด
ใน "Learning to cook opened up a whole new world" คำว่า a whole new world หมายถึงอะไร
- ประสบการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ จำนวนมาก
- ดาวเคราะห์จริงที่เพิ่งถูกค้นพบ
- การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยมากที่ไม่มีผลในวงกว้าง
ดูคำตอบ
ประสบการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ จำนวนมาก
hiding in plain view: มองเห็นได้แต่ไม่มีใครสังเกต
ในที่นี้ hiding in plain view หมายถึงสิ่งหนึ่งมองเห็นได้ง่าย แต่กลับไม่มีใครสังเกตหรือรู้ว่ามันคืออะไร คำว่า hiding กับ plain view สร้างความขัดแย้งโดยตั้งใจ กล่าวคือ สิ่งนั้นไม่ได้อยู่ในที่ลับ ผู้คนเพียงแต่มองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สำนวนนี้ใช้พูดถึงสิ่งของ เบาะแส คำตอบ หรือปัญหาได้ มักให้ความรู้สึกฉลาดหรือชวนประหลาดใจ เพราะความยากที่แท้จริงคือการสังเกตหรือจำสิ่งนั้นให้ได้ ไม่ใช่การหาที่ซ่อนของมัน
แบบฝึกหัด
“The clue is hiding in plain view” หมายความว่าอย่างไร?
- มันหายไปก่อนที่จะมีใครได้ค้นหา
- มันซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น
- มันมองเห็นได้ชัด แต่ยังไม่มีใครสังเกต
ดูคำตอบ
มันมองเห็นได้ชัด แต่ยังไม่มีใครสังเกต