บิงโกกับเจ็ตแพ็กช่วยชีวิตไว้! 🚀 | ไฮไลต์ซีซั่น 2 - ของโปรด | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
203 คำ 151 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Bluey ทบทวนว่าเหตุการณ์ใดเป็นช่วงโปรดที่แท้จริงของวัน แล้วสงสัยว่าทำไม Bingo ยังเศร้าทั้งที่เธอพยายามทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีหลายครั้ง ครอบครัวอธิบายว่าเราไม่อาจแก้ความรู้สึกของคนอื่นได้ทุกครั้งตามต้องการ สุดท้ายการแหย่กันด้วยคำเรียกเล่น ๆ ระหว่างมื้อเย็นช่วยคลายความตึงเครียด และทุกคนกลับไปเล่าเรื่องของตนตามลำดับได้ ประเด็นเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. Now that I think about it, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้เปิดคำตอบที่เกิดขึ้นหลังจากนึกย้อนหรือพิจารณาใหม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องการแก้คำตอบเดิมหรือเพิ่มรายละเอียดที่แม่นยำกว่า วลีนี้ช่วยเปลี่ยนจากปฏิกิริยาทันทีไปสู่การเล่าแบบไตร่ตรองอย่างเป็นธรรมชาติ และสื่อกระบวนการคิดใหม่ได้ชัดกว่า I think ทั่วไป 2. I thought I fixed her. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจการใช้ fix เชิงอุปมาเพื่อพูดถึงการเปลี่ยนสภาวะอารมณ์ของผู้อื่น และมองเห็นสมมติฐานที่คลาดเคลื่อนซึ่งแฝงอยู่ ผู้เรียนจะแยกได้ระหว่างความตั้งใจจริงที่จะปลอบใจกับความคิดว่าความรู้สึกเป็นปัญหาที่อีกคนสามารถแก้ให้หายได้ทันที 3. Don't you dude me. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้รูปแบบภาษาพูดที่หนักแน่น “Don’t you X me” ซึ่งใช้บอกให้อีกฝ่ายหยุดใช้คำเรียก ป้ายกำกับ หรือท่าทีบางอย่างกับผู้พูด ในที่นี้คำเรียกแบบกันเองถูกนำมาใช้เสมือนคำกริยาชั่วคราว แสดงวิธีกำหนดขอบเขตเป็นภาษาอังกฤษพร้อมคงอารมณ์หยอกล้อในครอบครัวไว้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Now that I think about it, ลำดับความ

0:00

เมื่อมาคิดดูตอนนี้แล้ว

ลำดับความ

Now that I think about it: ใช้บอกคำตอบที่คิดทบทวนใหม่

Now that I think about it เป็นคำขึ้นต้นที่บอกผู้ฟังว่าผู้พูดได้ทบทวนปฏิกิริยาก่อนหน้าแล้ว และกำลังจะแก้ไข อธิบายให้ชัดขึ้น หรือเสริมความคิดเดิม มีความหมายใกล้เคียงกับ “พอมาคิดดูแล้ว” หรือ “เมื่อลองคิดอีกที” ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดทำหน้าที่จัดลำดับบทสนทนา โดยเปลี่ยนจากคำตอบทันทีไปเป็นคำตอบที่ผ่านการคิดทบทวนแล้ว now that จึงไม่ได้หมายถึงเพียง now และไม่ได้เน้นแค่การบอกว่าผู้พูดกำลังคิดอยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ตอนแรกคุณเลือกปิกนิก แต่เมื่อคิดทบทวนแล้ว คุณอยากบอกว่าการเดินเล่นเงียบ ๆ เป็นช่วงที่ดีที่สุด ประโยคใดแก้คำตอบได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Now that I think about it, I enjoyed the quiet walk most.
  2. I think about the quiet walk every day.
  3. Now that the quiet walk is over, we can start the picnic.
ดูคำตอบ

Now that I think about it, I enjoyed the quiet walk most.

my real favorite thing ไวยากรณ์

0:02

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดจริงๆ

actually was when Bingo and I were eating morning tea. วัฒนธรรม

0:04

คือตอนที่บิงโกกับฉันกำลังกินของว่างตอนเช้า

ไวยากรณ์

my real favorite thing actually was when...: ระบุช่วงเวลาที่ชอบที่สุดจริง ๆ

กลุ่มคำนาม my real favorite thing เป็นประธาน ส่วน was when นำหน้าประโยคย่อยที่บอกช่วงเวลาเฉพาะที่ผู้พูดเลือก รูปแบบ My favorite part was when + ประโยคย่อย หมายความว่าส่วนที่ชอบที่สุดของประสบการณ์หนึ่งคือเหตุการณ์หรือช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง Real และ actually ช่วยเน้นการแก้คำตอบ หลังจากคิดอีกครั้ง ผู้พูดกำลังบอกตัวเลือกที่รู้สึกว่าตรงกับความจริงที่สุด ประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วย when ในที่นี้เติมให้ชัดว่า favorite thing คืออะไร ไม่ใช่เพียงข้อมูลเวลาที่เสริมหรือจะตัดออกจากทั้งประโยคก็ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ was when เติมประโยคให้สมบูรณ์: My favorite part of the concert ____ the band played its final song.

ดูคำตอบ

was when

วัฒนธรรม

morning tea: ช่วงพักหรือของว่างตอนสายแบบออสเตรเลีย

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ใช้ในชีวิตประจำวัน morning tea หมายถึงช่วงพักสั้น ๆ ตอนสาย หรือของว่างที่กินในเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีชาเสิร์ฟ ในที่นี้ eating morning tea หมายถึงการกินของว่างง่าย ๆ ในช่วงเช้า ไม่ใช่การเข้าร่วมงานน้ำชาแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในบริบทครอบครัวออสเตรเลีย morning tea น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. พิธีชงชาแบบเป็นทางการที่จัดในตอนเย็น
  2. ช่วงพักหรือของว่างแบบสบาย ๆ ตอนสาย
  3. อาหารเช้าที่กินก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ดูคำตอบ

ช่วงพักหรือของว่างแบบสบาย ๆ ตอนสาย

Bingo was trying to eat cherry tomatoes with her fork. ไวยากรณ์

0:08

บิงโกพยายามกินมะเขือเทศราชินีด้วยส้อม

ไวยากรณ์

trying to eat: ความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ผลที่เสร็จแล้ว

was trying to eat แสดงว่าความพยายามนั้นกำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต โครงสร้างนี้ใช้รูปอดีตกำลังดำเนิน was trying ตามด้วย to + คำกริยา จุดเน้นอยู่ที่ความพยายามของบิงโก ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว บิงโกอาจกินมะเขือเทศได้สำเร็จหรือไม่ก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงถึงความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่และอาจไม่สำเร็จ

  1. She likes the jar on the shelf.
  2. She was trying to open the jar, but the lid would not move.
  3. She opened the jar easily and put it away.
ดูคำตอบ

She was trying to open the jar, but the lid would not move.

This is difficult.

0:12

มันยากจัง

Jeremy, no!

0:23

เจเรมี ไม่นะ!

Who will save Jeremy from the falling hippo? วลี

0:25

ใครจะช่วยเจเรมีจากฮิปโปที่หล่นลงมาได้บ้าง?

วลี

save Jeremy from: บอกว่าช่วยใครให้พ้นจากอันตรายอะไร

โครงสร้าง save someone from something หมายถึงช่วยคนคนหนึ่งให้พ้นจากอันตราย การบาดเจ็บ หรือสถานการณ์ที่ไม่ดี คนที่ได้รับการช่วยเหลือจะอยู่ต่อจาก save ทันที และ from ใช้นำอันตรายหรือสถานการณ์ที่เขารอดพ้นมา ใน save Jeremy from the falling hippo นั้น Jeremy คือคนที่ได้รับการช่วยเหลือ save Jeremy บอกเพียงว่าช่วยใคร แต่การเติม from the falling hippo จะระบุว่าสิ่งใดกำลังคุกคามเขา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง save someone from something: A helmet can ____ you ____ a serious head injury.

ดูคำตอบ

save · from

I will.

0:28

ฉันเอง

Thanks, Jetpack Bingo.

0:35

ขอบใจนะ เจ็ตแพ็กบิงโก

Oh, Ooh, hippo,

0:38

โอ้ อู้ว ฮิปโป

I love you.

0:40

ฉันรักเธอนะ

What?

0:42

หืม?

I don't remember that.

0:44

พี่ไม่เห็นจำได้เลย

Hooray, you're happy again. น้ำเสียง/เจตนา

0:45

ไชโย เธออารมณ์ดีแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

you're happy again: บอกว่าการฟื้นตัวทางอารมณ์เสร็จสมบูรณ์แล้ว

You're happy again เป็นประโยคบอกเล่าที่นำเสนอว่าความรู้สึกของอีกฝ่ายดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว กล่าวคือก่อนหน้านี้เขาไม่มีความสุข แต่ตอนนี้กลับมามีความสุขอีกครั้ง again บอกถึงการกลับสู่สภาพเดิม ในที่นี้ Hooray เพิ่มความรู้สึกเฉลิมฉลอง ผู้พูดจึงไม่ได้เพียงสังเกตอารมณ์ แต่ยังถือว่าการปลอบของตนสำเร็จแล้วด้วย หากอีกฝ่ายยังเสียใจ ประโยคนี้อาจฟังเหมือนรีบสรุปเกินไปแทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้

แบบฝึกหัด

การใช้นี้เหมาะสมหรือไม่ เพื่อนของคุณเพิ่งร้องไห้และยังไม่ได้บอกว่ารู้สึกดีขึ้น คุณพูด You're happy again เพื่อจบการสนทนา

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

No, I'm not.

0:48

ไม่ ฉันไม่ได้อารมณ์ดี

This isn't fair Bingo.

0:50

แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะบิงโก

I said sorry.

0:52

พี่ขอโทษแล้วนะ

And I tried 100 times to cheer you up, โน้ต

0:54

แถมยังพยายามตั้งร้อยครั้งเพื่อให้เธอร่าเริงขึ้น

but you're still trying to make me feel sad. ไวยากรณ์

0:57

แต่เธอก็ยังพยายามทำให้พี่รู้สึกเศร้าอยู่ดี

ไวยากรณ์

tried 100 times to...: เน้นการพยายามซ้ำหลายครั้ง

ใน “tried 100 times to cheer you up” โครงสร้าง try + จำนวนครั้ง + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าพยายามซ้ำหลายครั้งเพื่อเป้าหมายเดียวกัน จำนวนครั้งจะอยู่ระหว่าง tried กับ to do จึงช่วยเน้นว่าผู้พูดพยายามไปกี่ครั้ง ในที่นี้ “100 times” น่าจะเป็นการพูดเกินจริงที่หมายถึง “หลายครั้ง” ไม่ใช่การนับที่แม่นยำ คำนี้ทำให้น้ำเสียงมีความบ่นหรือหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ใจความหลักยังคงเป็นการพยายามซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

“tried 100 times to...” เน้นอะไรในประโยคนี้

  1. ลองครบหนึ่งร้อยครั้งอย่างแม่นยำ
  2. พยายามซ้ำหลายครั้ง แต่อาจไม่ใช่หนึ่งร้อยครั้งพอดี
  3. การลองเพียงครั้งเดียวที่ประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ

พยายามซ้ำหลายครั้ง แต่อาจไม่ใช่หนึ่งร้อยครั้งพอดี

กริยาวลี

cheer you up, ...:ใช้กริยาวลีเพื่อทำให้อารมณ์ของใครบางคนดีขึ้น

“cheer you up” เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำให้ใครบางคนรู้สึกมีความสุขขึ้นหรือเศร้าน้อยลง ในที่นี้ผู้พูดกำลังพูดถึงความพยายามที่จะทำให้อารมณ์ของอีกฝ่ายดีขึ้น ไม่ใช่การตะโกนโห่ร้องเพื่อฉลอง ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง cheer กับ up เช่น cheer you up หรือ cheer her up ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะวางได้ทั้งสองตำแหน่ง เช่น cheer your friend up หรือ cheer up your friend

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้กริยาวลี cheer ... up: I sent Mia a funny video to ____.

ดูคำตอบ

cheer her up

ไวยากรณ์

make me feel sad: make + คน + feel + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง make + คน + feel + คำคุณศัพท์ หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้คนนั้นเกิดอารมณ์หรือสภาวะบางอย่าง ใน make me feel sad คำว่า me คือคนที่ได้รับผล feel ใช้รูปเดิมหลัง make และ sad บอกความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตัวโครงสร้างเองบอกเพียงผลทางอารมณ์ แต่ในประโยคเต็ม trying to ทำให้ผลนั้นดูเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายตั้งใจทำ ผู้พูดจึงฟังเหมือนกำลังโทษอีกฝ่าย ไม่ใช่แค่บอกความรู้สึกของตน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + คน + feel เพื่อให้หมายความว่าโน้ตนั้นทำให้ฉันรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับเมื่อวานนี้: Her kind note ____ welcome yesterday.

ดูคำตอบ

made me feel

I can't help it. สำนวน

1:00

หนูก็ช่วยไม่ได้นี่

สำนวน

can't help it: ไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้

Can't help it เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงไม่สามารถควบคุมหรือป้องกันบางสิ่งได้ ในที่นี้ help ไม่ได้แปลว่า “ช่วย” แต่ในรูปแบบนี้มีความหมายใกล้กับ “ป้องกัน” หรือ “หลีกเลี่ยง” ส่วน it หมายถึงความรู้สึกหรือปฏิกิริยาที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ผู้พูดใช้ I can't help it เพื่อบอกว่าปฏิกิริยานั้นไม่ได้ตั้งใจ และไม่สามารถสั่งให้หยุดได้ทันทีในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าทำไมคุณยังหัวเราะอยู่ คำตอบใดหมายความว่าคุณควบคุมปฏิกิริยานั้นไม่ได้

  1. I can help you with it.
  2. I can't help with it.
  3. I can't help it.
ดูคำตอบ

I can't help it.

She's not trying to make you feel sad Bluey. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

น้องไม่ได้พยายามทำให้ลูกรู้สึกเศร้าหรอกนะบลูอี้

น้ำเสียง/เจตนา

She's not trying to:แยกผลกระทบออกจากเจตนา

She's not trying to + คำกริยา หมายความว่า คนคนนั้นไม่ได้จงใจพยายามทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามมา ในประโยคนี้ หนูอาจรู้สึกเศร้าจริง แต่การทำให้หนูเศร้าไม่ใช่จุดประสงค์ของเธอ ผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจที่ว่าเธอตั้งใจทำร้ายหนู รูปแบบนี้ช่วยแยก “ผลที่เกิดขึ้น” ออกจาก “เจตนา” ได้ การกระทำหนึ่งอาจทำให้ใครไม่สบายใจ โดยไม่ได้วางแผนให้เกิดผลเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแยกผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ออกจากเจตนาโดยตั้งใจได้อย่างชัดเจน

  1. Her words hurt me, but she's not trying to hurt me.
  2. Her words hurt me, so she must have wanted to hurt me.
  3. She wants to hurt me, but her words did not affect me.
ดูคำตอบ

Her words hurt me, but she's not trying to hurt me.

I'm just sad.

1:05

หนูแค่เศร้า

But Bingo.

1:07

แต่ว่าบิงโก...

Just let her go. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

ปล่อยน้องไปเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

let her go:อนุญาตให้เธอไปและให้พื้นที่กับเธอ

Let her go ใช้โครงสร้าง let + กรรม + คำกริยารูปปกติ คือ let her go ในที่นี้ let หมายถึงอนุญาตให้เธอไป หรือหยุดรั้งเธอไว้ ดังนั้นคำแนะนำคืออย่ากดดันเธอต่อ และปล่อยให้เธอออกไปหรืออยู่ตามลำพังสักพัก วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการตัดความสัมพันธ์ตลอดไปด้วยตัวมันเอง ความหมายของ go ว่าคือการจากไป การปล่อยให้เป็นอิสระ หรือการก้าวต่อไป ขึ้นอยู่กับบริบท ที่นี่หมายถึงการเคารพพื้นที่ที่เธอต้องการชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Just let her go หมายความว่าอย่างไร

  1. ถามเธอต่อไปจนกว่าเธอจะกลับมารู้สึกมีความสุข
  2. ทอดทิ้งเธอตลอดไปและไม่พูดกับเธออีกเลย
  3. หยุดกดดันเธอและปล่อยให้เธอออกไปก่อน
ดูคำตอบ

หยุดกดดันเธอและปล่อยให้เธอออกไปก่อน

But why is she still sad?

1:10

แต่ทำไมน้องยังเศร้าอยู่ล่ะ?

I thought I fixed her. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

หนูคิดว่าหนูซ่อมน้องได้แล้วซะอีก

น้ำเสียง/เจตนา

I thought I fixed her: มองความรู้สึกเป็นสิ่งที่ซ่อมได้

ใน I thought I fixed her คำว่า fix ถูกใช้เชิงเปรียบเทียบ ผู้พูดคิดว่าตนทำให้ความเศร้าของอีกคนหายไปแล้ว ราวกับว่าความรู้สึกเป็นสิ่งของที่พังและซ่อมได้ I thought บอกว่านี่เป็นความเชื่อก่อนหน้านี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังทำให้ความเชื่อนั้นน่าสงสัยหรือกลายเป็นว่าผิด ทั้งประโยคจึงแสดงมุมมองต่ออารมณ์ที่เรียบง่ายแต่คลาดเคลื่อน: การช่วยเพียงครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าคนคนหนึ่งถูก “ซ่อม” จนสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ I thought I fixed her แสดงความคิดใด?

  1. เธอเชื่อว่าตนทำให้ความเศร้าของอีกฝ่ายหายไปแล้ว
  2. เธอเชื่อว่าตนได้ซ่อมสิ่งของที่เป็นของอีกฝ่าย
  3. เธอเชื่อว่าอีกฝ่ายสอนวิธีซ่อมสิ่งของให้เธอแล้ว
ดูคำตอบ

เธอเชื่อว่าตนทำให้ความเศร้าของอีกฝ่ายหายไปแล้ว

You can't always fix people sweetheart. ไวยากรณ์

1:14

ลูกไม่สามารถซ่อมความรู้สึกคนอื่นได้เสมอไปหรอกนะจ๊ะที่รัก

ไวยากรณ์

can't always fix people: การปฏิเสธบางส่วนด้วย can't always

Can't always + คำกริยา หมายถึงการกระทำนั้นไม่สามารถทำได้หรือไม่สำเร็จทุกครั้ง แม้ว่าบางครั้งอาจทำได้ก็ตาม สิ่งนี้เรียกว่าการปฏิเสธบางส่วน ในที่นี้ can't always fix people กำหนดขอบเขตตามความเป็นจริงของการช่วยดูแลความรู้สึกของคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าการช่วยคนเป็นไปไม่ได้ แต่ปฏิเสธความคิดที่แรงกว่านั้นว่าเราจะทำสำเร็จได้ทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

can't always ใน You can't always solve every problem for a friend หมายความว่าอย่างไร?

  1. เป็นไปไม่ได้ในทุกเงื่อนไข
  2. เกิดขึ้นอย่างสำเร็จทุกครั้ง
  3. บางครั้งอาจเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง
ดูคำตอบ

บางครั้งอาจเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง

She'll come good. การใช้คำ

1:18

เดี๋ยวน้องก็ดีขึ้นเอง

การใช้คำ

come good: ฟื้นตัวหรือดีขึ้น

ในประโยคนี้ come good หมายถึงฟื้นตัวและกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง She'll come good เป็นการคาดว่าอารมณ์หรือสภาพในตอนนี้ของเธอจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายถึงว่าเธอจะมาถึงสถานที่ที่ดี สำนวนนี้ให้ความรู้สึกปลอบใจและมองในแง่ดีว่า สถานการณ์จะดีขึ้น แต่อาจไม่ได้ดีขึ้นทันที

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ She'll come good หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอจะทำสิ่งที่ดีบางอย่าง
  2. เธอจะไปถึงสถานที่ที่ดี
  3. เธอจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ดูคำตอบ

เธอจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

Just eat your dinner.

1:19

ทานมื้อเย็นของลูกไปเถอะ

I don't feel like eating now. วลี

1:20

ตอนนี้หนูไม่อยากกินแล้ว

วลี

don't feel like eating: feel like + คำกริยารูป -ing

Don't feel like eating หมายถึงตอนนี้ไม่มีความอยากหรือไม่มีอารมณ์จะกิน ในที่นี้ feel like ตามด้วย eating ซึ่งเป็นรูป -ing เมื่อกล่าวถึงการกระทำ โครงสร้างคือ feel like + คำกริยารูป -ing รูปปฏิเสธมักแสดงความไม่อยากทำว่าเป็นสภาวะในตอนนี้ มากกว่าจะเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นและยาวนาน ในประโยคนี้ now ทำให้ความหมายว่าเป็นเพียงชั่วคราวชัดเจนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go: I don't feel like ____ out tonight.

ดูคำตอบ

going

More for me. น้ำเสียง/เจตนา

1:23

งั้นพ่อก็กินได้เยอะขึ้นสิ

น้ำเสียง/เจตนา

More for me: คำตอบแบบละคำที่ใช้หยอกเล่น

'More for me.' เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ 'That means there is more for me.' เมื่ออีกคนไม่ต้องการอาหารที่แบ่งกันหรือของอย่างอื่นที่แบ่งได้ ผู้พูดกำลังบอกว่าส่วนที่ไม่มีคนเอานั้นตกเป็นของตนได้ ในฉากนี้เป็นการหยอกเล่นเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย ไม่ใช่การอ้างอย่างจริงจังว่าผู้พูดสมควรได้ทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า 'I don't want the last biscuit.' แล้ว 'More for me, then!' น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. ผู้พูดกำลังขออย่างเป็นทางการให้ทุกคนแบ่งเท่า ๆ กัน
  2. ผู้พูดล้อเล่นว่าตนจะได้กินบิสกิตที่เหลือ
  3. ผู้พูดก็ตัดสินใจว่าจะไม่กินเช่นกัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดล้อเล่นว่าตนจะได้กินบิสกิตที่เหลือ

Bandit, she's upset.

1:23

แบนดิท ลูกกำลังเสียใจนะ

Yeah, but she's easy to cheer up. ไวยากรณ์

1:25

ใช่ แต่เดี๋ยวแกก็ร่าเริงขึ้นเองแหละ

ไวยากรณ์

easy to cheer up: ประธานเป็นผู้รับผลจากการกระทำ

ใน she's easy to cheer up รูปแบบคือ บุคคล + be + easy + to-infinitive แม้ she จะเป็นประธานทางไวยากรณ์ แต่เธอเป็นผู้ที่ได้รับผลจาก cheer up กล่าวคือ คนอื่นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้โดยไม่ยากนัก รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของได้ด้วย This manual is easy to understand หมายความว่าคนทั่วไปเข้าใจคู่มือนี้ได้ง่าย อย่าตีความว่าประธานเป็นผู้ทำกริยาในรูป infinitive

แบบฝึกหัด

'Mina is easy to cheer up' หมายความว่าอย่างไร?

  1. คนอื่นทำให้ Mina อารมณ์ดีขึ้นได้ง่าย
  2. Mina ทำให้คนอื่นอารมณ์ดีขึ้นได้ง่าย
  3. Mina มีความสุขอยู่ตลอดเวลา
ดูคำตอบ

คนอื่นทำให้ Mina อารมณ์ดีขึ้นได้ง่าย

No, I'm not.

1:27

ไม่ หนูไม่ร่าเริงหรอก

Yes, you are.

1:28

ใช่ ลูกร่าเริงแน่

Dude.

1:29

พรรคพวก

Pass me the tomato sauce, dude.

1:31

ส่งซอสมะเขือเทศมาให้หน่อยสิ พรรคพวก

Don't call me dude. การใช้คำ

1:34

อย่าเรียกหนูว่าพรรคพวกสิ

Why not, dude?

1:35

ทำไมจะไม่ได้ล่ะ พรรคพวก?

Pass the salt, thanks, dude.

1:38

ส่งเกลือมาหน่อย ขอบใจ พรรคพวก

Don't you dude me. น้ำเสียง/เจตนา

1:39

พ่อเลิกเรียกพรรคพวกสักทีสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't you dude me: การประท้วงด้วยอารมณ์โดยใช้คำกริยาชั่วคราว

Don't you X me เป็นรูปแบบภาษาพูดที่เน้นอารมณ์ หมายถึง “อย่าใช้ X กับฉัน” หรือ “อย่าเรียกหรือปฏิบัติกับฉันแบบนั้น” ในที่นี้ dude ซึ่งปกติเป็นคำนามหรือคำเรียก ถูกนำมาใช้เป็นคำกริยาชั่วคราว ผู้พูดจึงหมายถึง “อย่าเรียกฉันว่า dude” คำว่า you ที่เพิ่มเข้ามาใน Don't you... ทำให้การประท้วงตรงและหนักแน่นกว่า Don't... ธรรมดา รูปแบบนี้อาจแสดงความรำคาญจริงหรือแกล้งทำเป็นไม่พอใจเพื่อหยอกล้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งเรียกคุณว่า “sweetheart” อีกครั้ง จงเติมคำเรียกเดิมเพื่อทำให้ประโยคประท้วงที่มีอารมณ์สมบูรณ์: Don't you ____ me.

ดูคำตอบ

sweetheart

Hey dude.

1:42

เฮ้ พรรคพวก

Come have dinner, dude.

1:44

มาทานมื้อเย็นสิ พรรคพวก

Okay, dude.

1:46

โอเค พรรคพวก

Here's the sauce, dude.

1:48

ซอสอยู่นี่ พรรคพวก

Thanks, dude.

1:49

ขอบใจ พรรคพวก

การใช้คำ

dude: คำเรียกแบบกันเองและหยอกล้อ

ในที่นี้ dude เป็นคำเรียกคนอื่นแบบกันเองมาก คล้ายคำว่า “เพื่อน” หรือ “พวก” คำนี้ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ไม่ได้บรรยายตัวเขาตามความหมายตรงตัว และเมื่อใช้กับคนที่สนิทกันก็อาจฟังดูเป็นมิตรหรือเป็นการหยอกล้อได้ การพูด dude ซ้ำ ๆ ทำให้คำขอธรรมดากลายเป็นการแหย่เล่น เพราะอีกฝ่ายคัดค้านคำนี้ตั้งแต่แรก การพูดซ้ำในภายหลังจึงเป็นการจงใจใช้คำเรียกที่ถูกห้ามอีกครั้ง ในบทสนทนาจริง การทำเช่นนี้จะยังเป็นเรื่องตลกได้ก็ต่อเมื่อความสัมพันธ์และสถานการณ์เอื้อให้ล้อเล่นกัน

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด dude มีแนวโน้มจะฟังเป็นธรรมชาติแทนที่จะไม่ให้เกียรติมากที่สุด

  1. เรียกผู้จัดการฝ่ายสรรหาในการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ
  2. เขียนถึงลูกค้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนร้ายแรง
  3. พูดหยอกล้อกับเพื่อนสนิทที่ชอบคำเรียกนี้
ดูคำตอบ

พูดหยอกล้อกับเพื่อนสนิทที่ชอบคำเรียกนี้

Okay, all good. วลี

1:52

เอาล่ะ เรียบร้อย

วลี

all good: วิธีพูดแบบกันเองว่า “ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว”

ในประโยคนี้ all good ใช้สรุปสถานการณ์ตอนนี้ว่า ความไม่สบายใจหรือปัญหาได้ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างจึงเรียบร้อยดี ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกสิ่งทุกอย่างดีทั้งหมด ในการพูดแบบกันเอง วลีนี้มักใช้เดี่ยว ๆ เป็นรูปสั้นของ It’s all good. ความหมายตามบริบทอาจเป็น “ฉันไม่เป็นไร” “ไม่มีปัญหา” หรือ “ตอนนี้เราโอเคกันแล้ว”

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าคุณเป็นอย่างไรหลังจากล้มเล็กน้อย คำตอบใดบอกได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว

  1. All of them are good, thanks.
  2. The fall was good, thanks.
  3. All good, thanks.
ดูคำตอบ

All good, thanks.

Is it my turn for my favorite thing that happened today? วลี

1:55

ถึงตาหนูเล่าเรื่องที่หนูชอบที่สุดของวันนี้หรือยังคะ?

วลี

Is it my turn for + นามวลี?

Is it my turn for ...? ใช้ถามว่าลำดับมาถึงตนเองสำหรับกิจกรรม สิ่งของ หรือหัวข้อที่ระบุแล้วหรือยัง my turn แสดงตำแหน่งของผู้พูดในลำดับ ส่วน for นำหน้านามวลีที่บอกว่าเป็นตาสำหรับอะไร ในประโยคนี้ my favorite thing that happened today คือเนื้อหาที่จะนำมาเล่า การกระทำว่า “เล่า” เข้าใจได้จากกิจกรรมของกลุ่ม ดังนั้นคำถามนี้จึงให้ข้อมูลมากกว่าการถามเพียง Am I next?

แบบฝึกหัด

ทั้งชั้นกำลังผลัดกันทำ show-and-tell เติมคำถามด้วยรูปประโยคเป้าหมาย: ____ show-and-tell?

ดูคำตอบ

Is it my turn for

Yep, I think it is.

1:59

ใช่ พ่อว่าถึงแล้วล่ะ