การเป็นตัวตลกในราชสำนักอันตรายแค่ไหน? - เบียทริซ เค. ออตโต: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
633 คำ 148 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้สำรวจประวัติของตัวตลกประจำราชสำนักในจีนยุคราชวงศ์ ยุโรปยุคกลาง ชุมชนชนพื้นเมืองในอเมริกาเหนือ และเปอร์เซีย พร้อมอธิบายว่าสถานะพิเศษที่ทำให้พวกเขาเข้าถึงผู้ปกครองได้นั้นเปิดทางให้อารมณ์ขันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ช่วยชีวิตผู้อื่น เปิดโปงการใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือทำให้ตัวตลกเองตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. weren't just และ but flourished — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้าง not just ... but ... ใช้แก้ความเชื่อที่จำกัดเกินไปและขยายไปสู่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่กว้างกว่า ผู้เรียนจึงสามารถใช้เปรียบต่างความเชื่อทั่วไปกับหลักฐานว่าธรรมเนียมหนึ่งเคยรุ่งเรืองในยุคสมัยหรือวัฒนธรรมอื่นด้วย 2. Presumably seeing — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าผู้บรรยายอนุมานอย่างระมัดระวังว่าตัวละครตระหนักถึงบางสิ่งจากผลลัพธ์ของเหตุการณ์ โดยไม่ได้กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มีบันทึกโดยตรง รูปแบบนี้ช่วยอธิบายการเปลี่ยนพฤติกรรมพร้อมระบุชัดว่าแรงจูงใจดังกล่าวยังเป็นเพียงการตีความ 3. "I am their pillow." — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าทัลฮักพลิกคำถามที่ดูหมิ่นของสุลต่านให้กลายเป็นคำโต้ตอบอันเฉียบคม โดยอาศัยสถานการณ์ตรงหน้าที่ศีรษะของสุลต่านวางอยู่บนเข่าของเขา ผู้เรียนจะมองออกว่ามุกนี้เกิดจากบริบท จังหวะ และการย้อนคำดูหมิ่นโดยนัย ไม่ใช่เพียงความหมายตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

10th century jester Jing Xinmo may have overstepped when he got chased by a dog, ไวยากรณ์

0:07

จิงซินมัว ตัวตลกหลวงในศตวรรษที่ 10 อาจทำเกินขอบเขตไปหน่อยตอนที่เขาโดนสุนัขวิ่งไล่

ไวยากรณ์

may have overstepped: การคาดเดาอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับการกระทำในอดีต

May have + คำกริยาช่อง 3 ใช้บอกความเป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต ในที่นี้ may have overstepped หมายความว่าผู้บรรยายคิดว่า Jing Xinmo อาจทำเกินขอบเขตที่ยอมรับได้ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องแน่นอน may ในที่นี้แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การอนุญาต ส่วน overstep ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือพูดหรือทำอะไรเกินขอบเขต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ may have และรูปที่ถูกต้องของ overstep: Looking back, I ____ when I shared her private message.

ดูคำตอบ

may have overstepped

ไวยากรณ์

got chased by: รูปถูกกระทำด้วย get ในภาษาสนทนา

Got chased by เป็นรูปถูกกระทำ: get + คำกริยาช่อง 3 Jing Xinmo เป็นฝ่ายถูกกระทำ และ by a dog ระบุผู้กระทำ หมายความว่าสุนัขตัวหนึ่งไล่เขา โดย got ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” เมื่อเทียบกับ was chased by รูปถูกกระทำด้วย get มักทำให้การถูกไล่ดูเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลและส่งผลต่อเขา รูปนี้พบบ่อยในบทสนทนาและการเล่าเรื่องที่มีชีวิตชีวา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปถูกกระทำด้วย get ของ lock out: When the door shut behind her, Nina ____ of her apartment.

ดูคำตอบ

got locked out

then teasingly told the Chinese emperor that he shouldn't let his kids go around biting people. วลี

0:13

แล้วเขาไปพูดล้อเลียนจักรพรรดิจีนว่า พระองค์ไม่ควรปล่อยให้ลูกๆ เดินไปกัดคนอื่น

วลี

go around biting people: การวิจารณ์พฤติกรรมที่ทำซ้ำหรือทำอย่างไม่ยั้งคิด

ใน go around biting people โครงสร้าง go around + กริยารูป -ing หมายถึงทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ แบบไม่ยั้งคิด หรือทำในหลายสถานที่หรือหลายสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงเดินวนเป็นวงกลมตามตัวอักษร โครงสร้างนี้มักแสดงความไม่เห็นด้วย ผู้พูดมองว่าพฤติกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ในที่นี้ biting people ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้และยอมรับไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย go around และรูป -ing ของ share: You can't ____ other people's private messages.

ดูคำตอบ

go around sharing

The emperor took offense and trained an arrow on Jing. โน้ต

0:19

จักรพรรดิทรงกริ้วและง้างธนูเล็งไปที่จิงซินมัว

วลี

took offense: รู้สึกว่าตนเองถูกดูหมิ่น

Take offense หมายถึงรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นหรือไม่ได้รับความเคารพจากสิ่งที่ใครบางคนพูดหรือทำ ประธานของประโยคคือคนที่มีปฏิกิริยานั้น ดังนั้น The emperor took offense จึงหมายถึงจักรพรรดิรู้สึกว่าการหยอกล้อนั้นล้ำเส้น เมื่อต้องการระบุสาเหตุ ให้ใช้ take offense at something เช่น She took offense at the comment. สำนวนนี้เฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าใครบางคนโกรธ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่า Nora รู้สึกว่าถูกดูหมิ่นเพราะความคิดเห็นที่หยาบคาย?

  1. Nora took offense by the rude comment.
  2. Nora took offense the rude comment.
  3. The rude comment took offense at Nora.
  4. Nora took offense at the rude comment.
ดูคำตอบ

Nora took offense at the rude comment.

การใช้คำ

trained an arrow on: เล็งลูกธนูไปยังเป้าหมาย

ในที่นี้ trained เป็นรูปอดีตของ train ที่หมายถึง “เล็งหรือหันบางสิ่งไปยังเป้าหมาย” trained an arrow on Jing หมายความว่าจักรพรรดิเล็งลูกธนูไปที่ Jing ไม่ได้หมายความว่าเขาสอนลูกธนูหรือฝึกใช้ลูกธนู รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ train + สิ่งที่ถูกหันไป + on + เป้าหมาย สิ่งนั้นอาจเป็นอาวุธ กล้อง แสงไฟ หรือสิ่งอื่นที่หันไปยังเป้าหมายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเล็งกล้องส่องทางไกลไปที่รังซึ่งอยู่ไกลออกไป

  1. The ranger carried his binoculars past the distant nest.
  2. The ranger practiced with his binoculars near the distant nest.
  3. The ranger trained his binoculars on the distant nest.
ดูคำตอบ

The ranger trained his binoculars on the distant nest.

But instead of begging for his life, Jing cracked another joke. โน้ต

0:23

แต่แทนที่จะร้องขอชีวิต เขากลับปล่อยมุกตลกอีกมุกหนึ่ง

ไวยากรณ์

instead of begging for his life: โครงสร้าง instead of + กริยา-ing

Instead of ใช้นำหน้าการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะมีการกระทำอีกอย่างเกิดขึ้นแทน เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาหลังคำนี้จึงใช้รูป -ing คือ instead of begging ไม่ใช่ instead of beg หรือ instead of begged ส่วน beg for his life หมายถึง “อ้อนวอนให้ไว้ชีวิต” เมื่อวลี instead of อยู่ต้นประโยค วลีนี้จะบอกการกระทำที่คาดไว้ว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อน จากนั้นอนุประโยคหลักจึงบอกการกระทำที่น่าประหลาดใจซึ่ง Jing ทำจริง ทำให้ความแตกต่างเด่นชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ take: Instead of ____ the bus, we walked home.

ดูคำตอบ

taking

วลี

cracked another joke: ใช้ crack a joke เพื่อพูดมุก

ในสำนวน crack a joke คำว่า crack หมายถึง “พูดสิ่งที่ตลก” ไม่ใช่ “ทำให้บางสิ่งแตก” ส่วน cracked another joke หมายถึง Jing พูดคำพูดขำขันเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง สำนวนนี้มักให้ความรู้สึกว่ามุกถูกพูดออกมาอย่างรวดเร็วหรือเป็นกันเอง จึงทำให้การเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการมีชีวิตชีวาขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวน crack a joke: To relax everyone before the test, Mr. Lee ____.

ดูคำตอบ

cracked a joke

Luckily, this pun landed, so the emperor's arrow did not. โน้ต

0:27

โชคดีที่มุกคำพ้องเสียงนี้ได้ผล ลูกธนูของจักรพรรดิจึงไม่ได้ถูกยิงออกมา

การใช้คำ

this pun landed: เมื่อมุกเล่นคำได้ผล

เมื่อ joke, pun, line หรือ comment lands หมายความว่าสิ่งนั้นทำให้ผู้ฟังเกิดปฏิกิริยาตามที่ตั้งใจ this pun landed จึงหมายถึงผู้คนเข้าใจการเล่นคำและตอบรับได้ดี land ในที่นี้อธิบายผลที่เกิดกับผู้ฟัง ไม่ใช่การลงถึงพื้นจริง ๆ ส่วนรูปปฏิเสธ didn't land หมายถึงมุกหรือข้อความไม่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาตามที่หวังไว้

แบบฝึกหัด

หลังการนำเสนอ Ava พูดว่า “My opening joke didn't land.” เธอหมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอลืมใส่มุกเปิดเรื่อง
  2. มุกนั้นตกลงบนพื้น
  3. เธอเล่ามุกหลังจบการนำเสนอ
  4. ผู้ฟังไม่ได้ตอบสนองต่อมุกอย่างที่เธอหวัง
ดูคำตอบ

ผู้ฟังไม่ได้ตอบสนองต่อมุกอย่างที่เธอหวัง

สำนวน

this pun landed ... the emperor's arrow did not: การเล่นสองความหมายของ land

ใน this pun landed คำว่า landed หมายถึง “ได้ผล” หรือ “ทำให้เกิดปฏิกิริยาตามที่ตั้งใจ” หลังเครื่องหมายจุลภาคมีการละคำกริยาที่ซ้ำไว้ นั่นคือ the emperor’s arrow did not land ซึ่งหมายถึงลูกธนูไปไม่ถึงหรือไม่โดนเป้าหมาย ความขำเกิดจากการใช้ land ในความหมายเชิงนามธรรมกับมุกเล่นคำ และใช้ในความหมายทางกายภาพกับลูกธนู ส่วน so ยังเชื่อมมุกเล่นคำเข้ากับผลลัพธ์ด้วย เพราะมุกได้ผล ลูกธนูจึงไม่เข้าเป้า

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ประโยคนี้เกิดมุกเล่นคำ?

  1. pun ได้ผล ส่วน land ที่ละไว้บอกว่าลูกธนูไม่โดนเป้าหมาย
  2. landed มีความหมายเพียง “ตกลงบนพื้น” ในทั้งสองส่วน
  3. คำว่า pun กับ arrow ออกเสียงเหมือนกัน
ดูคำตอบ

pun ได้ผล ส่วน land ที่ละไว้บอกว่าลูกธนูไม่โดนเป้าหมาย

Contrary to common belief, jesters weren't just a medieval European phenomenon, โน้ต

0:31

ตรงข้ามกับความเชื่อทั่วไป ตัวตลกไม่ได้เป็นแค่ปรากฏการณ์ในยุโรปยุคกลางเท่านั้น

but flourished in other times and cultures.

0:36

แต่ยังเจริญรุ่งเรืองในยุคสมัยและวัฒนธรรมอื่นด้วย

ลำดับความ

Contrary to common belief: ส่งสัญญาณว่ากำลังแก้ไขความเชื่อทั่วไป

Contrary to common belief วางไว้ต้นประโยคเพื่อส่งสัญญาณว่าข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคจะโต้แย้งแนวคิดที่ผู้คนเชื่อกันอย่างแพร่หลาย ในที่นี้ วลีนี้พาผู้ฟังออกจากความคิดที่ว่าตัวตลกในราชสำนักมีอยู่เฉพาะในยุโรปยุคกลาง โครงสร้างคือ contrary to + นามวลี โดยจัดข้อมูลเป็น “แนวคิดทั่วไปก่อน แล้วจึงแก้ไข” จึงเป็นสัญญาณว่าทิศทางของคำอธิบายกำลังเปลี่ยน ไม่ใช่รายละเอียดเพิ่มเติมที่สนับสนุนแนวคิดเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่ส่งสัญญาณว่ากำลังแก้ไขแนวคิดที่แพร่หลาย: ____, bats are not blind.

ดูคำตอบ

Contrary to common belief

ไวยากรณ์

weren't just ... but flourished: ขยายข้อความที่แคบเกินไป

ในประโยคนี้ weren't just หมายถึง “ไม่ได้เป็นเพียง” วลีนี้ปฏิเสธความคิดที่แคบเกินไปว่าตัวตลกในราชสำนักมีอยู่เฉพาะในยุโรปยุคกลาง จากนั้น but flourished เพิ่มข้อมูลที่สำคัญกว่า คือพวกเขารุ่งเรืองในยุคสมัยและวัฒนธรรมอื่นด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not just A but (also) B โดยเริ่มจากจำกัดหรือแก้ความคิด A แล้วเพิ่ม B เพื่อขยายภาพให้กว้างขึ้น ในประโยคเดิม ทั้งสองส่วนกล่าวถึงประธานเดียวกันคือ jesters

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ not just ... but also: The community center offers ____ sports classes ____ free tutoring.

ดูคำตอบ

not just · but also

The first reliably recorded jester is thought to be You Shi, of 7th century BCE China. โน้ต

0:39

ตัวตลกคนแรกที่มีการบันทึกไว้อย่างน่าเชื่อถือคือ โยวซือ ในช่วงศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาลของจีน

ไวยากรณ์

is thought to be: การรายงานความเห็นทั่วไปอย่างระมัดระวัง

is thought to be เป็นโครงสร้างรายงานแบบกรรมวาจก ในประโยคนี้หมายความว่า นักประวัติศาสตร์หรือหลักฐานที่มีอยู่โดยทั่วไประบุว่า You Shi คือตัวตลกในราชสำนักคนแรกที่มีบันทึกน่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายความว่าตัวตลกคนนั้นกำลังคิดอยู่ รูปแบบ subject + be + thought + to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ นำเสนอข้อกล่าวอ้างโดยเว้นระยะและคงความไม่แน่นอนไว้ เมื่อเทียบกับการกล่าวตรง ๆ ด้วย is รูปแบบนี้เปิดโอกาสว่าหลักฐานอาจยังไม่ครบหรืออาจมีข้อสรุปอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยค “The object is thought to be a meteorite” สื่อความหมายอะไร?

  1. ตัววัตถุเองเชื่อว่าตัวเองเป็นอุกกาบาต
  2. โดยทั่วไปเชื่อกันว่ามันเป็นอุกกาบาต แต่ถ้อยคำนี้ยังเปิดช่องให้มีความไม่แน่นอน
  3. มีการพิสูจน์ด้วยความแน่นอนทั้งหมดแล้วว่ามันเป็นอุกกาบาต
ดูคำตอบ

โดยทั่วไปเชื่อกันว่ามันเป็นอุกกาบาต แต่ถ้อยคำนี้ยังเปิดช่องให้มีความไม่แน่นอน

วัฒนธรรม

BCE: เครื่องหมายบอกปีก่อนสากลศักราช

BCE ย่อมาจาก Before Common Era ใช้กำกับปีต่าง ๆ ก่อนปีที่ 1 ของสากลศักราช ดังนั้น 7th century BCE China จึงหมายถึงจีนในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสต์ศักราช BCE เป็นเครื่องหมายบอกเวลา ไม่ใช่ชื่อสถานที่หรือองค์กร โดยใช้แทนช่วงเวลาเดียวกับ BC ในรูปแบบที่ไม่อ้างอิงศาสนา และจับคู่กับ CE สำหรับปีในสากลศักราช

แบบฝึกหัด

ในวลี “7th century BCE” หมายถึงช่วงเวลาใด?

  1. เจ็ดปีก่อนสากลศักราช
  2. ศตวรรษที่ 7 ก่อนสากลศักราช
  3. ศตวรรษที่ 7 ในสากลศักราช
ดูคำตอบ

ศตวรรษที่ 7 ก่อนสากลศักราช

He declared that as a jester, his words could not give offense. โน้ต

0:46

เขาประกาศว่าในฐานะตัวตลก คำพูดของเขาจะถือเป็นความผิดไม่ได้

ไวยากรณ์

as a jester: พูดจากบทบาทที่มีอยู่จริง

ใน as a jester คำว่า as นำเสนอบทบาทจริงที่เขาใช้ในการพูด เขาเป็นตัวตลกหลวงจริง ๆ และบทบาทนี้กำหนดกรอบให้เข้าใจคำกล่าวที่ว่าคำพูดของเขาไม่อาจทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองได้ โครงสร้าง as + บทบาท แสดงอัตลักษณ์ ตำแหน่ง หรือหน้าที่ที่บุคคลมีจริงขณะกระทำหรือพูด และบอกผู้ฟังว่าควรใช้บทบาทใดเป็นมุมมองในการตีความข้อความที่ตามมา

แบบฝึกหัด

Mina เป็นกัปตันทีมจริง ๆ และกำลังพูดในบทบาทนั้น ประโยคใดสื่อความหมายนี้?

  1. Like the team captain, Mina spoke for the whole group.
  2. Mina spoke as if she were the team captain.
  3. As the team captain, Mina spoke for the whole group.
ดูคำตอบ

As the team captain, Mina spoke for the whole group.

วลี

give offense: ทำให้คนรู้สึกถูกดูหมิ่น

ในประโยคนี้ give offense หมายถึงทำให้คนรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นหรือไม่พอใจเพราะสิ่งที่พูดออกมา his words คือสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความขุ่นเคือง ส่วน give ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบสิ่งของ สำนวนนี้มองความขุ่นเคืองว่าเป็นผลที่คำพูดหรือการกระทำสามารถก่อให้เกิดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้รู้สึกขุ่นเคือง ในที่นี้ could not give offense เป็นการถ่ายทอดคำกล่าวอ้างของตัวตลกประจำราชสำนักว่าคำพูดของเขาไม่อาจก่อให้เกิดผลเช่นนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วย give offense และ take offense: Careless jokes can ____, while listeners may ____ at them.

ดูคำตอบ

give offense · take offense

This privilege was important to the jester's position,

0:50

สิทธิพิเศษนี้มีความสำคัญต่อตำแหน่งตัวตลก

but was sometimes violated.

0:53

แต่บางครั้งก็ถูกละเมิดเช่นกัน

Jesters had unique relationships to power. การใช้คำ

0:57

ตัวตลกมีความสัมพันธ์ที่โดดเด่นกับผู้มีอำนาจ

การใช้คำ

relationships to power: ความสัมพันธ์กับอำนาจทางการเมือง

power ในที่นี้หมายถึงอำนาจทางการเมืองและสังคม ซึ่งรวมถึงระบบการควบคุม ตลอดจนบุคคลหรือสถาบันที่สามารถตัดสินใจได้ ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าหรือกำลังทางร่างกาย relationships to power อธิบายว่าตัวตลกประจำราชสำนักอยู่ในตำแหน่งใดเมื่อเทียบกับผู้มีอำนาจ เช่น อยู่ใกล้อำนาจ พึ่งพาอำนาจ ถูกอำนาจควบคุม หรือบางครั้งมีอิทธิพลต่ออำนาจ เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม relationship to สามารถบอกความเชื่อมโยง จุดยืน และปฏิสัมพันธ์ของบุคคลหรือกลุ่มกับพลังหรือสถาบันนั้นได้

แบบฝึกหัด

ใน “Independent judges must maintain a careful relationship to power,” คำว่า power น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ไฟฟ้าที่จ่ายให้แก่อาคารศาล
  2. อำนาจทางการเมืองและบุคคลหรือสถาบันที่ใช้อำนาจนั้น
  3. กำลังทางร่างกายที่ใช้ในการฝึกกีฬา
ดูคำตอบ

อำนาจทางการเมืองและบุคคลหรือสถาบันที่ใช้อำนาจนั้น

They could be viewed as objects of mockery โน้ต

1:00

พวกเขาอาจถูกมองว่าเป็นเป้าหมายของการเยาะเย้ย

and also as entertainers and trusted companions.

1:03

และยังเป็นทั้งผู้ให้ความบันเทิงและสหายที่ไว้ใจได้

ไวยากรณ์

could be viewed as: การเสนอการตีความที่เป็นไปได้

could be viewed as หมายถึง “อาจถูกมองหรือเข้าใจว่าเป็น” ในที่นี้ viewed หมายถึง “ถูกตัดสินหรือถูกมองว่าเป็น” ไม่ใช่การมองเห็นด้วยตาจริง ๆ โครงสร้างคือ ประธาน + could be viewed as + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ รูปถูกกระทำเน้นว่าคนอื่นอาจตีความประธานอย่างไรโดยไม่ต้องบอกว่าใครเป็นผู้มองเช่นนั้น ส่วน could เปิดโอกาสให้มีการตีความแบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงกับความหมายว่า “อาจถูกมองว่าเป็น”: The delay ____ a warning sign.

ดูคำตอบ

could be viewed as

การใช้คำ

objects of mockery: เป้าของการล้อเลียน

Objects of mockery คือคนหรือสิ่งของที่คนอื่นหัวเราะเยาะหรือล้อเลียน ในที่นี้ object หมายถึง “เป้าหมายของการกระทำหรือความรู้สึก” ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ object of + คำนามนามธรรม ซึ่งใช้เรียกเป้าหมายของความสนใจ อารมณ์ หรือพฤติกรรม เช่น object of attention, object of pity และ object of admiration ส่วน objects ในประโยคนี้เป็นพหูพจน์เพื่อให้สอดคล้องกับ They

แบบฝึกหัด

ประโยค “The mascot became an object of mockery online.” หมายความว่าอย่างไร?

  1. คนบนอินเทอร์เน็ตล้อเลียนมาสคอตตัวนั้น
  2. คนบนอินเทอร์เน็ตปฏิบัติต่อมาสคอตตัวนั้นเหมือนวัตถุที่จับต้องได้
  3. มาสคอตตัวนั้นโด่งดังและได้รับคำชื่นชมบนอินเทอร์เน็ต
  4. มาสคอตตัวนั้นล้อเลียนคนบนอินเทอร์เน็ต
ดูคำตอบ

คนบนอินเทอร์เน็ตล้อเลียนมาสคอตตัวนั้น

People became jesters by various routes.

1:07

ผู้คนกลายมาเป็นตัวตลกได้จากหลายเส้นทาง

They could be appointed due to physical or neurological differences, วลี

1:10

พวกเขาอาจถูกแต่งตั้งเนื่องจากความแตกต่างทางร่างกายหรือระบบประสาท

วลี

due to + นามวลี: บอกสาเหตุ

due to หมายถึง “เนื่องจาก” และใช้บอกสาเหตุของสิ่งหนึ่ง หลัง due to ต้องตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือนามวลี ในประโยคนี้ นามวลี physical or neurological differences คือสาเหตุ วลีนี้พบได้บ่อยในการอธิบายข้อเท็จจริงที่มีน้ำเสียงเป็นกลางหรือเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ due to หน้านามวลีที่บอกสาเหตุได้ถูกต้อง

  1. The picnic was canceled due to it rained heavily.
  2. Due to the picnic was canceled, we went home.
  3. The picnic was canceled due to heavy rain.
ดูคำตอบ

The picnic was canceled due to heavy rain.

plucked from a pool of entertainers or recruited by a traveling courtier. การใช้คำ

1:14

ถูกเลือกมาจากกลุ่มนักแสดง หรือถูกจ้างโดยขุนนางที่เดินทางไปตามที่ต่างๆ

การใช้คำ

plucked from a pool of: ถูกเลือกจากกลุ่มผู้สมัคร

To be plucked from a pool of people หมายถึงถูกเลือกจากกลุ่มผู้ที่อาจเป็นตัวเลือกซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า plucked เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ทำให้นึกภาพว่าคนคนหนึ่งถูกดึงออกมาจากกลุ่ม ส่วน pool ในที่นี้หมายถึงกลุ่มคนที่มีไว้ให้เลือก ไม่ใช่สระว่ายน้ำ ข้อความนี้ต่อจากโครงสร้าง They could be ที่อยู่ก่อนหน้า ดังนั้นใจความเต็มคือ They could be plucked from a pool of entertainers

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชิงเปรียบเทียบจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกเลือกจากกลุ่มผู้สมัคร”: The young chef was ____ applicants to join the TV competition.

ดูคำตอบ

plucked from a pool of

Such was the case when a royal servant wrote King Henry VIII's chief minister in the 1530s. ลำดับความ

1:18

เช่นเดียวกับกรณีที่ข้าราชบริพารคนหนึ่งเขียนจดหมายถึงอัครมหาเสนาบดีของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ในช่วงทศวรรษ 1530

ลำดับความ

Such was the case when: เปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่ตัวอย่าง

Such was the case ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ และหมายความว่าสถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นในกรณีนี้ด้วย คำว่า such สรุปรูปแบบที่กล่าวถึงไปแล้ว ไม่ได้แนะนำคนหรือสิ่งของใหม่ จากนั้น when จะนำเข้าสู่เหตุการณ์เฉพาะที่แสดงให้เห็นรูปแบบนั้น วลีทั้งหมดเป็นคำเชื่อมแบบค่อนข้างเป็นทางการสำหรับเปลี่ยนจากคำอธิบายทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

Such was the case when ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. แนะนำตัวละครใหม่ที่ชื่อ Such
  2. ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าและนำเสนอตัวอย่างเฉพาะ
  3. บอกว่าเหตุการณ์ต่อไปเกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าและนำเสนอตัวอย่างเฉพาะ

He recommended a young boy to replace the king's aging jester, Sexten,

1:25

เขาแนะนำเด็กชายคนหนึ่งให้มาแทนที่ เซกซ์เทน ตัวตลกวัยชราของพระราชา

with the assurance that he'd be much more pleasant than Sexten ever was. โน้ต

1:29

พร้อมรับประกันว่าเด็กคนนี้จะสร้างความรื่นรมย์ได้มากกว่าที่เซกซ์เทนเคยทำอย่างแน่นอน

วลี

with the assurance that: เพิ่มเนื้อหาของคำสัญญา

With the assurance that ใช้เพิ่มคำสัญญาหรือข้อความที่กล่าวอย่างมั่นใจให้กับการกระทำ คำแนะนำ หรือข้อตกลง โครงสร้างคือ with + นามวลี the assurance + อนุประโยค that โดยอนุประโยคดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่ามีการสัญญาหรือยืนยันเรื่องใด ในที่นี้ คำแนะนำมาพร้อมกับคำยืนยันว่าบุคคลที่ได้รับการแนะนำจะน่าคบกว่า assurance คือคำยืนยันอย่างมั่นใจที่ช่วยสนับสนุนคำแนะนำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการจากบทเรียน: The principal approved our plan ____ an adult would supervise us.

ดูคำตอบ

with the assurance that

ไวยากรณ์

much more pleasant than: การเปรียบเทียบที่เน้นความแตกต่างมาก

Much more pleasant than เป็นโครงสร้างการเปรียบเทียบ More pleasant than ใช้เปรียบเทียบคนหรือสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง และ much ที่อยู่หน้าคำเปรียบเทียบจะเน้นว่าความแตกต่างนั้นมาก ในประโยคนี้ pleasant หมายถึงคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจและน่าคบหา。 เมื่อต้องการเน้นคำเปรียบเทียบอย่าง more pleasant ให้ใช้ much ส่วน very มักขยายคำคุณศัพท์รูปปกติ เช่น very pleasant และไม่วางโดยตรงหน้าโครงสร้างเปรียบเทียบอย่าง more pleasant

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ถูกต้อง: The new café is ______ the old one。

  1. much pleasant than
  2. much more pleasant than
  3. very more pleasant than
ดูคำตอบ

much more pleasant than

Some jesters boasted unique talents like Roland the Farter of Henry II's 12th century court. การใช้คำ

1:35

ตัวตลกบางคนโอ้อวดพรสวรรค์ที่ไม่เหมือนใคร อย่างโรแลนด์นักตด แห่งราชสำนักของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 ในศตวรรษที่ 12

การใช้คำ

boasted unique talents: การบอกว่ามีความสามารถที่โดดเด่น

ในวลี boasted unique talents, boasted เป็นการใช้ boast แบบสกรรมกริยา โดยมี unique talents เป็นกรรม และหมายถึง “มีหรือแสดงความสามารถที่โดดเด่น” ไม่ได้หมายความโดยตัวมันเองว่าตัวตลกเหล่านั้นพูดโอ้อวดตัวเอง เมื่อประธานเป็นคน boast อาจสื่อถึงความภูมิใจได้บ้าง แต่ในงานเขียนเชิงบรรยายหรือเป็นทางการ boast + คำนามมักใช้เน้นจุดเด่นที่มีอยู่ บริบทนี้กำลังไล่ยกตัวอย่างผู้แสดงที่มีความสามารถแปลกเป็นพิเศษ จึงควรเข้าใจว่า “มี”

แบบฝึกหัด

ในประโยค The new museum boasts an interactive science wing คำว่า boasts หมายถึงอะไร

  1. พิพิธภัณฑ์นี้พูดอย่างภาคภูมิใจเกี่ยวกับโซนวิทยาศาสตร์ของตนเอง
  2. พิพิธภัณฑ์นี้มีโซนวิทยาศาสตร์แบบอินเทอร์แอกทีฟที่น่าประทับใจ
  3. พิพิธภัณฑ์นี้ไม่มีโซนวิทยาศาสตร์แบบอินเทอร์แอกทีฟ
ดูคำตอบ

พิพิธภัณฑ์นี้มีโซนวิทยาศาสตร์แบบอินเทอร์แอกทีฟที่น่าประทับใจ

Every Christmas, he performed a special routine,

1:41

ทุกๆ วันคริสต์มาส เขาจะแสดงโชว์ชุดพิเศษ

the finale of which was a simultaneous jump, whistle, and fart. ไวยากรณ์

1:44

ซึ่งตอนจบของการแสดงคือการกระโดด ผิวปาก และตดไปพร้อมๆ กัน

ไวยากรณ์

the finale of which: รูปแบบ noun + of which

ใน the finale of which คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงชุดการแสดงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ใช่ Roland ส่วน of แสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนหนึ่งกับสิ่งทั้งหมด ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ช่วงปิดท้ายของชุดการแสดงนั้น” รูปแบบ noun + of which ใช้ในอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับส่วนหนึ่ง ลักษณะ หรือสิ่งที่เป็นของสิ่งซึ่งกล่าวถึงแล้ว ในที่นี้ the finale of which เป็นประธานของ was

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ roof และโครงสร้างทางการ noun + of which: We visited a castle, ____ was damaged in a storm.

ดูคำตอบ

the roof of which

Additionally, jesters could influence important decisions. ลำดับความ

1:49

นอกจากนี้ ตัวตลกยังสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจที่สำคัญได้ด้วย

ลำดับความ

Additionally: การเพิ่มอีกหนึ่งประเด็น

Additionally เป็นคำวิเศษณ์ที่เชื่อมกับทั้งประโยค และบอกว่ากำลังจะเพิ่มประเด็นอีกข้อเพื่อสนับสนุนหรือขยายข้อมูลก่อนหน้า ในประโยคนี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงก่อนหน้าเกี่ยวกับตัวตลกในราชสำนักไปสู่อีกข้อหนึ่ง คือพวกเขาสามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจได้ คำนี้จัดความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด ไม่ได้บอกเวลา มีความหมายว่า “นอกจากนี้” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ใช้เพิ่มข้อดีข้อที่สอง: The update fixes the login problem. ___, it improves battery life.

  1. Additionally
  2. Otherwise
  3. Afterward
ดูคำตอบ

Additionally

For example,

1:53

ตัวอย่างเช่น

if the clowns of the Tübatulabal nation of the Sierra Nevada mountains thought a chief was leading poorly, วัฒนธรรม

1:54

หากตัวตลกของชนเผ่าทูบาตูลาบัลแห่งเทือกเขาเซียร์ราเนวาดาคิดว่าหัวหน้าเผ่าเป็นผู้นำที่แย่

they could apparently get the elders to appoint a new one. ไวยากรณ์

2:00

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสามารถทำให้ผู้อาวุโสแต่งตั้งหัวหน้าเผ่าคนใหม่ได้

วัฒนธรรม

the Tübatulabal nation: ชื่อของชุมชนชนพื้นเมือง

the Tübatulabal nation เป็นชื่อของชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งที่ในประโยคนี้เชื่อมโยงกับภูมิภาคเซียร์ราเนวาดา Tübatulabal เป็นชื่อเฉพาะของชุมชน ไม่ใช่ชื่อสถานที่ทั่วไปหรือชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อความขบขัน ในบริบทนี้ nation หมายถึงกลุ่มชนหรือชุมชนที่มีอัตลักษณ์ร่วมกันและมีการจัดระเบียบทางสังคมหรือการเมือง คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึงประเทศเอกราชสมัยใหม่ การเข้าใจจุดนี้ช่วยคงบริบททางวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองในประโยคไว้

แบบฝึกหัด

พิจารณาการตีความต่อไปนี้: ใน “the Tübatulabal nation” คำว่า nation ต้องหมายถึงประเทศเอกราชสมัยใหม่

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

get the elders to appoint: โครงสร้าง get + person + to + verb

get the elders to appoint ใช้โครงสร้าง get + person + to + base verb ซึ่งหมายถึงทำให้หรือโน้มน้าวให้ผู้อาวุโสแต่งตั้งใครบางคน ในที่นี้ get ไม่ได้หมายถึงการรับหรือได้ตัวผู้อาวุโสมา โครงสร้างนี้มักสื่อว่าต้องใช้ความพยายาม อิทธิพล การโน้มน้าว หรือการวางแผนบางอย่างก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง get + person + to + verb แล้วเรียงกลุ่มคำต่อไปนี้ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง: to repair / got / the landlord. After several calls, we finally ____ the broken heater.

ดูคำตอบ

got the landlord to repair

And of course, Jing Xinmo knew how to sway the Chinese emperor. การใช้คำ

2:03

และแน่นอนว่า จิงซินมัว ก็รู้ดีว่าจะโน้มน้าวจักรพรรดิจีนได้อย่างไร

การใช้คำ

knew how to sway: มีทักษะในการชักจูงการตัดสินใจ

ใน knew how to sway โครงสร้าง knew how to + คำกริยา หมายความว่าคนคนนั้นมีทักษะหรือรู้วิธีที่จำเป็นในการทำบางสิ่ง เป็นการพูดถึงความสามารถที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่รู้ข้อเท็จจริง ในที่นี้ sway หมายถึงมีอิทธิพลต่อหรือเปลี่ยนความคิดเห็นหรือการตัดสินใจของใครบางคน Jing Xinmo รู้วิธีมีอิทธิพลต่อวิจารณญาณของจักรพรรดิ ไม่ได้หมายถึงทำให้ร่างกายของจักรพรรดิแกว่งไปมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sway ในความหมายว่า “มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ”

  1. The strong wind may sway the trees beside the road.
  2. The new evidence may sway the jury's decision.
  3. The dancer may sway from side to side.
ดูคำตอบ

The new evidence may sway the jury's decision.

A local magistrate once requested that the emperor stop trampling farmland during his hunting sprees. โน้ต

2:08

ครั้งหนึ่งมีนายอำเภอท้องถิ่นขอร้องให้จักรพรรดิหยุดเหยียบย่ำพื้นที่เพาะปลูกระหว่างที่ทรงออกล่าสัตว์

ไวยากรณ์

requested that the emperor stop: request that + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน requested that the emperor stop คำว่า request นำไปสู่การกระทำที่ผู้พูดต้องการอย่างเป็นทางการให้อีกคนหนึ่งทำ โครงสร้างคือ request that + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน requested อยู่ในรูปอดีต แต่ stop ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เพราะนี่คืออนุประโยคสมมติที่ใช้แสดงคำขอ อนุประโยคนี้เสนอการกระทำที่ถูกขอ ไม่ได้บอกว่าจักรพรรดิหยุดทำจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างทางการแบบอเมริกัน request that + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำกริยาที่กำหนดให้คือ halt เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The committee requested that the contractor ____ work until the inspection was complete.

ดูคำตอบ

halt

การใช้คำ

hunting sprees: ช่วงการล่าสัตว์อย่างเกินพอดี

spree คือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่คนทำกิจกรรมอย่างหนึ่งเป็นจำนวนมาก โดยมักแฝงนัยว่าเกินพอดีหรือขาดการควบคุมตนเอง ดังนั้น hunting sprees จึงนำเสนอการล่าสัตว์ของจักรพรรดิว่าเป็นการทำตามใจตนเองอย่างไม่ยับยั้ง ไม่ใช่การออกล่าสัตว์แบบเป็นกลางทั่วไป รูปพหูพจน์ sprees บอกว่าเหตุการณ์ที่เกินพอดีเช่นนี้เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง การเลือกใช้คำนี้ช่วยให้ผู้บรรยายวิจารณ์รูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ hunting sprees สื่อถึงอะไร

  1. กฎหมายที่คุ้มครองพื้นที่เพาะปลูกจากนักล่า
  2. การเดินทางไปล่าสัตว์ธรรมดาที่วางแผนอย่างรอบคอบเพียงครั้งเดียว
  3. การล่าสัตว์อย่างเกินพอดีและทำตามใจตนเองหลายช่วง
ดูคำตอบ

การล่าสัตว์อย่างเกินพอดีและทำตามใจตนเองหลายช่วง

Infuriated, the emperor had the magistrate hauled before him. ไวยากรณ์

2:15

จักรพรรดิทรงพิโรธ และสั่งให้ลากตัวนายอำเภอมาเข้าเฝ้า

ไวยากรณ์

had the magistrate hauled: have + กรรม + past participle

had the magistrate hauled ใช้โครงสร้าง have + กรรม + past participle โครงสร้างนี้หมายความว่าประธานจัดการ สั่ง หรือทำให้กรรมเป็นผู้รับการกระทำ magistrate เป็นผู้รับการกระทำของ haul ไม่ใช่คนที่ไปลากผู้อื่นเอง ในที่นี้ hauled หมายถึงถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิด้วยกำลัง ส่วนผู้ที่ทำตามคำสั่งไม่ได้ถูกระบุ โครงสร้างนี้จึงเน้นอำนาจของจักรพรรดิและผลของคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านายกเทศมนตรีสั่งให้คนอื่นพาพยานมาที่สำนักงานของเธอ

  1. The mayor had brought the witness to her office.
  2. The mayor had the witness bring the files to her office.
  3. The mayor had the witness brought to her office.
ดูคำตอบ

The mayor had the witness brought to her office.

Jing facetiously suggested that the magistrate be put to death immediately โน้ต

2:19

จิงซินมัวแกล้งเสนอแนะอย่างติดตลกว่า ให้นำตัวนายอำเภอไปประหารชีวิตทันที

น้ำเสียง/เจตนา

facetiously suggested: ข้อเสนอที่ไม่ได้พูดอย่างจริงจัง

ใน facetiously suggested คำว่า facetiously บอกว่าผู้พูดเสนออย่างไร คือจงใจพูดแบบไม่จริงจังหรือหยอกล้อ แม้ถ้อยคำจะฟังดูจริงจัง คำนี้จึงเปลี่ยนท่าทีที่ suggested สื่อออกมา ในที่นี้ Jing ไม่ได้ต้องการให้ประหารผู้พิพากษาจริง ๆ เขาเสนอเรื่องสุดโต่งราวกับเห็นด้วย เพื่อให้จักรพรรดิเห็นว่าความคิดนั้นไม่สมเหตุสมผล เมื่อพบคำวิเศษณ์นี้ ให้แยกความหมายตามถ้อยคำออกจากเจตนาที่แท้จริงของผู้พูด

แบบฝึกหัด

facetiously suggested แสดงอะไรในประโยคนี้

  1. Jing เสนอเรื่องสุดโต่งโดยไม่ได้สนับสนุนจริง ๆ
  2. Jing ไม่แน่ใจว่าตนเคยเสนออะไรหรือไม่
  3. Jing พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วสนับสนุนการประหารอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

Jing เสนอเรื่องสุดโต่งโดยไม่ได้สนับสนุนจริง ๆ

การใช้คำ

be put to death: สำนวนกรรมวาจกแบบเป็นทางการที่หมายถึงการประหาร

Put someone to death หมายถึง “ประหารใครสักคน” ส่วน be put to death เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงบุคคลนั้นเป็นผู้รับการกระทำ ในที่นี้ put เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึง “วาง” วลีนี้เป็นทางการและมีนัยเชิงสถาบันมากกว่า kill มักพบเมื่อผู้ปกครอง ศาล หรือรัฐสั่งประหาร โดยเฉพาะในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์หรือกฎหมาย

แบบฝึกหัด

เติมรายงานทางประวัติศาสตร์ด้วยรูปอดีตกรรมวาจกของ be put to death: The prisoner ____ by order of the ruler.

ดูคำตอบ

was put to death

and that the emperor let the peasants starve instead of harvesting the land and paying taxes

2:24

และให้จักรพรรดิปล่อยให้ชาวนาอดตาย แทนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตและจ่ายภาษี

all so he could gallop about freely. โน้ต

2:30

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่พระองค์จะได้ควบม้าไปมาได้อย่างอิสระ

ลำดับความ

all so he could: เน้นจุดประสงค์ที่ไม่คุ้มกับผลเสีย

all so he could นำเข้าสู่จุดประสงค์ของทุกสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า โดย all รวบยอดความเสียหายและการเสียสละทั้งหมดก่อนหน้านั้น ส่วน so he could นำเข้าสู่สิ่งที่จักรพรรดิต้องการจะทำได้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงการประเมิน ไม่ได้บอกจุดประสงค์อย่างเป็นกลาง การที่ชาวนาอดอยากและสูญเสียผลผลิตถูกนำเสนอว่าเป็นราคามหาศาลที่ต้องจ่าย เพียงเพื่อให้จักรพรรดิขี่ม้าไปทั่วได้อย่างอิสระ ความไม่สมดุลระหว่างราคาและจุดประสงค์นี้ทำให้เกิดน้ำเสียงวิจารณ์และประชด ในบริบทอื่น all so + อนุประโยค ก็อาจหมายถึง “หลังจากทำทั้งหมดนั้น ก็เพียงเพื่อให้...” ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ all so เพื่อวิจารณ์การสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่เพื่อจุดประสงค์ที่เห็นแก่ตัว

  1. He canceled his appointment because he felt sick.
  2. He reserved the room so that the team could meet.
  3. He canceled everyone's plans, all so he could use the room alone.
ดูคำตอบ

He canceled everyone's plans, all so he could use the room alone.

การใช้คำ

gallop about: about หมายถึง “ไปทั่ว”

ใน gallop about คำว่า gallop หมายถึงการเคลื่อนที่ด้วยท่าวิ่งเร็วของม้า หรือในบริบทนี้คือการขี่ม้าให้วิ่งแบบนั้น ส่วน about เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “ไปทั่ว” หรือ “จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง” วลีนี้ทำให้เห็นภาพจักรพรรดิขี่ม้าอย่างรวดเร็วไปในทิศทางหรือสถานที่ต่าง ๆ เนื่องจาก about ตามหลังคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่และไม่มีกรรมในที่นี้ จึงไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับ” หรือ “ประมาณ” รูปแบบคำวิเศษณ์เดียวกันพบได้ใน wander about และ move about

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ about หลังคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่ในความหมายว่า “ไปทั่ว” หรือ “จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง”

  1. We talked about the new movie.
  2. The bag weighs about ten pounds.
  3. The children ran about excitedly in the yard.
ดูคำตอบ

The children ran about excitedly in the yard.

Presumably seeing the absurdity of his own behavior, ลำดับความ

2:33

อาจเป็นเพราะทรงเห็นถึงความไร้สาระในพฤติกรรมของพระองค์เอง

ลำดับความ

Presumably seeing: นำเสนอเหตุผลที่ได้จากการอนุมาน

Presumably บอกผู้อ่านว่าผู้บรรยายกำลังเสนอข้อสรุปที่สมเหตุสมผล ไม่ได้รายงานความคิดของจักรพรรดิว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว seeing ในที่นี้หมายถึง ‘ตระหนัก’ หรือ ‘เข้าใจ’ ไม่ใช่เพียงมองเห็นด้วยตา Presumably seeing... เป็นอนุประโยค participle รูป -ing ที่วางไว้ต้นประโยค โดยบอกเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ของการกระทำถัดไปของประธาน ดังนั้น ประธานของประโยคหลักที่ตามมาจึงควรเป็นคนที่ตระหนักถึงเรื่องนั้น โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้บรรยายอธิบายการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้โดยไม่กล่าวอย่างแน่นอนเกินไป

แบบฝึกหัด

Presumably ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงว่าการตระหนักถึงความไร้เหตุผลของตนเองเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
  2. รายงานว่าเขาบอกโดยตรงว่าตนตระหนักถึงอะไร
  3. แสดงว่าการตระหนักนั้นเกิดขึ้นเพราะความบังเอิญเท่านั้น
ดูคำตอบ

แสดงว่าการตระหนักถึงความไร้เหตุผลของตนเองเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

the emperor laughed and pardoned the magistrate.

2:36

จักรพรรดิจึงทรงพระสรวลและพระราชทานอภัยโทษแก่นายอำเภอผู้นั้น

In 1596, a French man was condemned to death,

2:39

ในปี 1596 ชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถูกตัดสินประหารชีวิต

but Mathurine, one of the relatively few female jesters on record, โน้ต

2:43

แต่มาทูรีน หนึ่งในตัวตลกหญิงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดตามบันทึก

ไวยากรณ์

one of the relatively few + คำนามพหูพจน์: สมาชิกหนึ่งคนของกลุ่มขนาดเล็ก

one of the relatively few + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ ใช้ระบุสมาชิกหนึ่งคนของกลุ่มที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับกลุ่มใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ มาทูรีนเป็นหนึ่งในกลุ่มตัวตลกหญิงที่มีบันทึกไว้และมีจำนวนค่อนข้างน้อย หลัง one of คำนามที่เรียกชื่อกลุ่มต้องเป็นรูปพหูพจน์: one of the relatively few jesters คำว่า relatively ช่วยลดความหนักแน่นของ few หมายความว่ากลุ่มนี้มีจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบ ไม่ได้แปลว่าจำนวนจริงต้องน้อยมากเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Amira is ____ engineers in the region who specialize in underwater robots.

ดูคำตอบ

one of the relatively few

วลี

on record: เป็นที่รู้จักจากบันทึกที่ยังมีอยู่

ในประโยคนี้ on record หมายถึง “มีหลักฐานอยู่ในแหล่งข้อมูลหรือบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่” วลีนี้จำกัดขอบเขตของ relatively few โดยหมายถึงเรารู้จักตัวตลกหญิงประจำราชสำนักเพียงไม่กี่คนจากหลักฐานที่มีอยู่ ข้อความนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าในความเป็นจริงมีตัวตลกหญิงประจำราชสำนักเพียงไม่กี่คน บางคนอาจไม่เคยถูกบันทึกไว้ หรือบันทึกเกี่ยวกับพวกเขาอาจสูญหายไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ on record หมายความว่าอะไร?

  1. เป็นคำพูดที่กล่าวต่อสาธารณะในการสัมภาษณ์
  2. มีบันทึกอยู่ในแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่หาได้
  3. ปรากฏอยู่ในอัลบั้มเพลง
ดูคำตอบ

มีบันทึกอยู่ในแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่หาได้

intervened in return for payment. วลี

2:48

ได้ยื่นมือเข้าแทรกแซงเพื่อแลกกับค่าตอบแทน

วลี

in return for: นำสิ่งหนึ่งไปแลกกับอีกสิ่งหนึ่ง

in return for หมายถึง “เพื่อแลกกับ” หรือ “เป็นการตอบแทนสำหรับ” ในที่นี้ payment คือค่าตอบแทนที่ Mathurine ได้รับเพื่อแลกกับการเข้าแทรกแซง โครงสร้างคือ in return for + คำนามหรือรูป -ing คำว่า return ในที่นี้หมายถึงผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนที่ให้กลับไป ไม่ใช่การเดินทางกลับไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย in return for: Leo designed the poster ____ two free tickets.

ดูคำตอบ

in return for

With her help, the man's wife successfully pleaded with King Henry IV for her husband's life. วลี

2:50

ด้วยความช่วยเหลือของเธอ ภรรยาของชายคนนั้นจึงอ้อนวอนขอชีวิตสามีจากพระเจ้าเฮนรีที่ 4 ได้สำเร็จ

วลี

plead with someone for something: วิงวอนขอบางสิ่งจากใครบางคน

ในโครงสร้าง plead with someone for something คำว่า with ใช้นำหน้าคนที่ถูกขอร้อง ส่วน for ใช้นำหน้าสิ่งหรือผลลัพธ์ที่ต้องการ ในประโยคนี้ ผู้ที่ถูกวิงวอนคือ King Henry IV และผลลัพธ์ที่ต้องการคือการไว้ชีวิตสามี Plead สื่อถึงการวิงวอนที่เร่งด่วนและจริงจังมาก มีน้ำหนักและอารมณ์มากกว่า ask โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อต้องวิงวอนผู้มีอำนาจเพื่อขอความช่วยเหลือ ความเมตตา หรือการตัดสินใจสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายในรูปอดีต: During the flood, the family ____ the rescue team ____ immediate help.

ดูคำตอบ

pleaded with · for

Although rare, ลำดับความ

2:56

ถึงแม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

jesters were sometimes fired or even killed for taking their mockery or criticism too far. สำนวน

2:57

แต่บางครั้งตัวตลกก็ถูกไล่ออกหรือแม้กระทั่งถูกฆ่าตายหากล้อเลียนหรือวิจารณ์เกินขอบเขต

ลำดับความ

Although rare: ยอมรับว่าพบไม่บ่อยก่อนเสนอประเด็นหลัก

Although rare เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ย่อมา โดยในที่นี้เข้าใจได้ว่าเป็น although such cases were rare ส่วนนี้ยอมรับก่อนว่าการลงโทษเช่นนั้นพบไม่บ่อย แล้วจึงให้ประโยคหลักนำเสนอข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลหลักคือบางครั้งตัวตลกในราชสำนักก็ถูกลงโทษ คำว่า Rare เพียงจำกัดว่าข้อความนี้ใช้ทั่วไปได้มากเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าการลงโทษไม่เคยเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Although rare, this error can cause serious problems,' ส่วน 'Although rare' ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าข้อผิดพลาดนี้พบได้ทั่วไปและเป็นสิ่งที่คาดไว้
  2. บอกว่าข้อผิดพลาดนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
  3. ยอมรับก่อนว่าข้อผิดพลาดนี้พบไม่บ่อย แล้วจึงนำเสนอความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จริง
ดูคำตอบ

ยอมรับก่อนว่าข้อผิดพลาดนี้พบไม่บ่อย แล้วจึงนำเสนอความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จริง

สำนวน

taking mockery or criticism too far: ล้อเลียนหรือวิจารณ์จนเกินขอบเขต

Take something too far หมายถึงทำสิ่งหนึ่งต่อไปหรือเพิ่มความรุนแรงจนเกินขอบเขตที่ยอมรับได้ ในที่นี้ far บอกระดับ ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง สำนวนนี้แสดงว่าการล้อเลียนหรือวิจารณ์อาจเป็นที่ยอมรับได้ถึงระดับหนึ่ง แต่จะเกินขอบเขตเมื่อรุนแรงหรือทำให้ผู้อื่นไม่พอใจมากเกินไป โครงสร้างคือ take + กรรม + too far โดยกรรมอาจเป็นกลุ่มคำนามหรือ it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take it too far: The joke was funny at first, but he ____ when he insulted her family.

ดูคำตอบ

took it too far

In 1638,

3:05

ในปี 1638

Scottish jester Archy Armstrong worsened his already contentious relationship with the Archbishop of Canterbury. การใช้คำ

3:06

อาร์ชี อาร์มสตรอง ตัวตลกชาวสกอต ทำให้ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วระหว่างเขากับอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีแย่ลงไปอีก

การใช้คำ

contentious relationship: ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

A contentious relationship คือความสัมพันธ์ที่มีความเห็นไม่ตรงกันซ้ำ ๆ ความตึงเครียด หรือความขัดแย้งอย่างเปิดเผย Contentious เจาะจงกว่า bad เพราะสื่อถึงการต่อต้านหรือการโต้เถียงระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ already แสดงว่าความขัดแย้งมีอยู่ก่อนที่อาร์มสตรองจะทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค The two companies have a contentious relationship คำว่า contentious relationship หมายถึงอะไร

  1. ทั้งสองบริษัทพอใจกับการเป็นหุ้นส่วนกัน
  2. ทั้งสองบริษัทมักเห็นไม่ตรงกันหรือต่อต้านกัน
  3. คนนอกบริษัทมองว่าการเป็นหุ้นส่วนนั้นน่าประหลาดใจ แต่ทั้งสองบริษัทไม่จำเป็นต้องเห็นไม่ตรงกัน
ดูคำตอบ

ทั้งสองบริษัทมักเห็นไม่ตรงกันหรือต่อต้านกัน

The archbishop had recently revised the Scottish Book of Common Prayer, วัฒนธรรม

3:14

อาร์ชบิชอปเพิ่งแก้ไข "หนังสือสวดมนต์ร่วม" ของสกอตแลนด์ไปเมื่อไม่นานนี้

an act that garnered strong opposition and incited riots. โน้ต

3:17

ซึ่งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงและยุยงให้เกิดการจลาจล

วัฒนธรรม

the Scottish Book of Common Prayer: เอกสารสำหรับการนมัสการร่วมกัน

the Scottish Book of Common Prayer เป็นเอกสารทางศาสนาที่ใช้กำหนดแนวทางการนมัสการร่วมกันในคริสตจักรสกอตแลนด์ ไม่ใช่เพียงหนังสือสวดมนต์ส่วนตัว ในเวลานั้น กฎการนมัสการเชื่อมโยงกับอำนาจของคริสตจักรและอำนาจทางการเมือง การแก้ไขเอกสารนี้จึงอาจถูกมองว่าเป็นความพยายามบังคับใช้แนวปฏิบัติทางศาสนา ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงนี้จึงก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ เหตุใดการแก้ไข the Scottish Book of Common Prayer จึงอาจก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง?

  1. กำหนดการนมัสการร่วมกันและอาจเป็นตัวแทนของอำนาจทางศาสนาที่ถูกบังคับใช้
  2. เป็นคู่มือเกี่ยวกับการทำสวน
  3. เป็นเพียงบันทึกส่วนตัวเท่านั้น
ดูคำตอบ

กำหนดการนมัสการร่วมกันและอาจเป็นตัวแทนของอำนาจทางศาสนาที่ถูกบังคับใช้

วลี

garnered strong opposition: กลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันในภาษาแบบเป็นทางการ

Garnered strong opposition หมายถึง “ดึงดูดหรือก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง” ในประโยคนี้ garnered อธิบายปฏิกิริยาที่การกระทำนั้นได้รับ เนื่องจากปฏิกิริยาคือ opposition จึงสามารถถอดความอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่า provoked strong opposition garner ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์มีความหมายเชิงบวกเสมอไป คำนามที่ตามหลังต่างหากที่บอกว่าเกิดปฏิกิริยาชนิดใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคข่าวแบบเป็นทางการด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: The proposal ____ from local residents.

ดูคำตอบ

garnered strong opposition

การใช้คำ

incited riots: แรงกว่า cause ที่เป็นกลาง

ในประโยคนี้ incited riots หมายถึง “ปลุกปั่นหรือกระตุ้นให้เกิดจลาจล” incite มีน้ำหนักแรงกว่าและเป็นกลางน้อยกว่าการใช้ cause เพราะสื่อว่าการกระทำ ข้อความ หรือบุคคลได้กระตุ้นผู้คนให้ทำสิ่งที่เป็นอันตราย หรือทำให้ปฏิกิริยาที่อันตรายรุนแรงขึ้น กรรมที่ตามหลัง incite ระบุการกระทำหรือปฏิกิริยาที่ถูกส่งเสริมหรือปลุกเร้า เช่น incite violence หรือ incite hatred ในที่นี้ riots คือผลเสียที่การกระทำนั้นปลุกให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ incite เติมประโยคให้สมบูรณ์: The speaker urged the crowd to attack, and his words ____ riots across the city.

ดูคำตอบ

incited

Taking the opportunity to further humiliate him, Archy asked the archbishop, วลี

3:22

อาร์ชีฉวยโอกาสนี้ฉีกหน้าเขาให้หนักขึ้นไปอีก โดยถามอาร์ชบิชอปว่า

วลี

Taking the opportunity to + กริยา

take the opportunity to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงใช้โอกาสที่เหมาะสมเพื่อทำบางสิ่ง ใน Taking the opportunity to further humiliate him คำว่า to ตามด้วย further humiliate ซึ่งระบุการกระทำที่ทำโดยใช้โอกาสนั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค Taking the opportunity to... เป็นวลี participle ที่บอกสถานการณ์และแรงจูงใจของการกระทำหลัก Archy asked ประธานที่เข้าใจได้ของวลีนี้คือ Archy ซึ่งเป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ที่ขึ้นต้นประโยคของ take the opportunity to: ____ thank her coach, Maya gave a short speech.

ดูคำตอบ

Taking the opportunity to

"Who's the fool now?" น้ำเสียง/เจตนา

3:27

"ตอนนี้ใครเป็นคนโง่กันแน่?"

น้ำเสียง/เจตนา

Who's the fool now?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เยาะเย้ย

ประโยคนี้ดูเหมือนคำถามที่ต้องการข้อมูล แต่ในบริบทนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เยาะเย้ย ผู้พูดถือว่าคำตอบคือ “คุณ” กล่าวคือ ความล้มเหลวของอีกฝ่ายเหมือนเป็นหลักฐานว่าอีกฝ่ายต่างหากที่โง่ now แสดงว่าสถานการณ์พลิกกลับแล้ว คำนี้ชี้ว่าสภาพการณ์เปลี่ยนไปและย้อนคำตัดสินเดิมกลับไปหาอีกฝ่าย พร้อมเพิ่มน้ำเสียงเยาะเย้ยและสะใจ

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ขัดแย้ง "Who's the fool now?" มีจุดประสงค์ใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดเยาะเย้ยอีกฝ่ายโดยบอกว่าเหตุการณ์ได้พิสูจน์แล้วว่าอีกฝ่ายโง่
  2. ผู้พูดแสดงความเห็นใจหลังจากอีกฝ่ายล้มเหลว
  3. ผู้พูดถามข้อมูลเพราะไม่รู้ว่าใครทำตัวโง่
ดูคำตอบ

ผู้พูดเยาะเย้ยอีกฝ่ายโดยบอกว่าเหตุการณ์ได้พิสูจน์แล้วว่าอีกฝ่ายโง่

for which he was banished from the court. โน้ต

3:29

ซึ่งนั่นทำให้เขาถูกเนรเทศออกจากราชสำนัก

ไวยากรณ์

for which: เชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับผลที่ตามมา

ใน for which คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำหรือสถานการณ์ก่อนหน้า ส่วน for ระบุเหตุผลของผลที่ตามมา ในที่นี้วลีนี้หมายถึง “เพราะเรื่องนั้น” ไม่ใช่ “เพื่อสิ่งของอะไร” โครงสร้าง “คำบุพบท + สรรพนามเชื่อมความ” นี้รวมเหตุและผลไว้ในประโยคเดียว: [action], for which [consequence] เป็นรูปแบบที่กระชับและพบบ่อยในงานเขียนทางการหรืองานเล่าเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยวลีเชื่อมความสองคำที่หมายถึง “เพราะการกระทำนั้น”: She broke the confidentiality rule, ____ she was suspended.

ดูคำตอบ

for which

การใช้คำ

banished from the court: ถูกขับออกจากราชสำนักและวงอำนาจของผู้ปกครอง

ในโครงสร้าง be banished from a place คำว่า banished เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงผู้มีอำนาจบังคับให้ใครบางคนออกไปอย่างเป็นทางการ โดยมักเป็นการลงโทษที่รุนแรง ในที่นี้ court หมายถึงผู้ปกครอง ราชสำนัก และผู้คนรอบตัว ไม่ใช่ศาลยุติธรรมหรือสนามกีฬา ดังนั้นเขาจึงถูกกันออกจากราชสำนักและวงอำนาจของราชสำนัก

แบบฝึกหัด

ในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ “The adviser was banished from the court” หมายความว่าอย่างไร

  1. ที่ปรึกษาออกจากสนามเทนนิสชั่วคราว
  2. ที่ปรึกษาไปศาลเพื่อยื่นฟ้องคดี
  3. ที่ปรึกษาถูกขับออกจากราชสำนักและวงอำนาจของผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ที่ปรึกษาถูกขับออกจากราชสำนักและวงอำนาจของผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ

Three years later, after the archbishop's arrest,

3:32

สามปีต่อมา หลังจากที่อาร์ชบิชอปถูกจับกุม

a pamphlet began circulating that ridiculed him, การใช้คำ

3:35

มีแผ่นพับล้อเลียนเขาเริ่มแจกจ่ายออกไป

การใช้คำ

began circulating: เริ่มแพร่กระจายในหมู่ผู้คน

เมื่อ pamphlet, rumor, photo หรือข้อมูลชนิดอื่น circulates สำเนาหรือเนื้อหาของสิ่งนั้นจะถูกส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง Began circulating หมายถึงการแพร่กระจายนี้ได้เริ่มขึ้น แผ่นพับไม่ได้เคลื่อนที่เป็นวงกลม วลีนี้บอกถึงการกระจายที่กว้างขึ้น และมีคนเข้าถึงหรือให้ความสนใจมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ begin ตามด้วยรูป -ing ของ circulate: After the announcement, a false rumor ____ online.

ดูคำตอบ

began circulating

which was said to be the work of none other than Archy. โน้ต

3:39

ซึ่งว่ากันว่าเป็นผลงานของใครไปไม่ได้นอกจากอาร์ชี

ไวยากรณ์

was said to be: รายงานคำกล่าวโดยไม่ยืนยัน

was said to be เป็นโครงสร้างรายงานแบบพาสซีฟ แสดงว่าข้อมูลนี้เป็นคำกล่าวของผู้อื่น ขณะที่ผู้เล่าไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือไม่ รูปแบบคือ ประธาน + be said to + กริยารูปพื้นฐาน หากคำกล่าวนั้นระบุตัวตนหรือบอกลักษณะของประธาน กริยารูปพื้นฐานอาจเป็น be ได้ เช่น was said to be the work of Archy

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานแบบพาสซีฟที่บอกว่าคำกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน: The old map ____ from the sixteenth century.

ดูคำตอบ

was said to be

สำนวน

none other than: เน้นการเปิดเผยตัวตนที่น่าประหลาดใจ

none other than วางไว้หน้าบุคคลหรือสิ่งของที่กำลังจะเปิดเผยตัวตน หมายถึงว่าเป็นบุคคลหรือสิ่งนั้นจริง ๆ และเพิ่มความรู้สึกประหลาดใจ สำคัญ หรือมีความน่าตื่นเต้น ให้เข้าใจเป็นวลีตายตัวทั้งวลี ไม่ใช่การเปรียบเทียบตามตัวอักษรกับคนอื่น ในประโยคนี้วลีดังกล่าวเน้นอย่างชัดเจนว่าผู้ที่เชื่อว่าเป็นผู้สร้างผลงานก็คืออาร์ชี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ทำให้การเปิดเผยตัวตนฟังดูน่าประหลาดใจ: The masked singer was ____ our music teacher.

ดูคำตอบ

none other than

Meanwhile,

3:42

ในขณะเดียวกัน

some jesters openly mocked their royal bosses without consequence. วลี

3:43

ตัวตลกบางคนก็ล้อเลียนเจ้านายในราชสำนักอย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องรับผลกรรมใดๆ

วลี

without consequence: โดยไม่ถูกลงโทษหรือเกิดผลเสีย

ในประโยคนี้ without consequence หมายความว่าตัวตลกในราชสำนักไม่ถูกลงโทษหรือได้รับผลเสียอื่นใดจากการล้อเลียนผู้ปกครอง ผลที่ควรตามมาจากการกระทำเสี่ยง ๆ นี้ไม่ได้เกิดขึ้น โครงสร้าง do something without consequence กล่าวถึงการกระทำก่อน แล้วบอกว่าไม่มีผลเสียร้ายแรงตามมา consequence ในที่นี้หมายถึงผลที่เกิดขึ้นจริงหรือบทลงโทษ ไม่ใช่ข้อสรุปทางตรรกะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่แปลว่า “โดยไม่ถูกลงโทษหรือเกิดผลเสีย”: The official repeatedly broke the rules ____.

ดูคำตอบ

without consequence

11th century Persian jester Talhak suggested the sultan was a cuckold, การใช้คำ

3:48

ทาลฮัค ตัวตลกชาวเปอร์เซียในศตวรรษที่ 11 พูดเป็นนัยว่าสุลต่านเป็นชายที่ถูกสวมเขา

implying his wife was unfaithful to him.

3:53

ซึ่งหมายความว่าพระมเหสีของพระองค์ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์

การใช้คำ

a cuckold: คำเก่าที่มีลักษณะดูหมิ่น

Cuckold เป็นคำนามเก่าและมีลักษณะดูหมิ่น ใช้เรียกสามีที่ภรรยานอกใจทางเพศ วลีที่ตามมาคือ implying his wife was unfaithful to him อธิบายความหมายของคำนี้ในประโยคโดยตรง การเรียกสุลต่านว่า cuckold ไม่ได้เพียงกล่าวถึงการนอกใจ แต่ยังโจมตีเกียรติและอำนาจของเขาต่อหน้าสาธารณะ ความดูหมิ่นนี้อธิบายได้ว่าทำไมคำพูดของตัวตลกจึงกล้าหาญและเสี่ยง

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: มีคนเรียกเพื่อนว่า cuckold โดยใช้เป็นคำทั่วไปและเป็นกลางแทนคำว่าสามี

  1. ไม่เหมาะสม: เป็นคำดูหมิ่นที่สื่อว่าภรรยาของเขานอกใจ
  2. เหมาะสม: เป็นคำที่มีความหมายเป็นกลางเหมือนคำว่าสามี
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม: เป็นคำดูหมิ่นที่สื่อว่าภรรยาของเขานอกใจ

One day as the sultan rested his head on Talhak's knee,

3:56

วันหนึ่งขณะที่สุลต่านทรงเอนพระเศียรพักผ่อนบนเข่าของทาลฮัค

he is said to have inquired,

4:00

ว่ากันว่าพระองค์ทรงถามว่า

"What is your relation to cuckolds?" to which Talhak replied, ไวยากรณ์

4:02

"เจ้ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับพวกชายที่ถูกสวมเขา?" ทาลฮัคตอบกลับไปว่า

ไวยากรณ์

to which Talhak replied: การเชื่อมคำถามเข้ากับคำตอบ

ใน to which Talhak replied คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงคำถามก่อนหน้า โดยปกติ reply ใช้ร่วมกับ to ก่อนสิ่งที่ตอบ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “แล้วทัลฮักก็ตอบคำถามนั้น” โครงสร้างบุพบท + สรรพนามสัมพันธ์เชื่อมคำถามที่ยกมากับคำตอบที่ตามมาโดยตรง ทำให้บทถามตอบเป็นประโยคเดียวที่ต่อเนื่อง แทนที่จะเริ่มประโยคใหม่ด้วย Talhak replied

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่ใช้ reply: The host asked whether the train was late, ____ the guide replied, "Only by five minutes."

ดูคำตอบ

to which

"I am their pillow." น้ำเสียง/เจตนา

4:06

"หม่อมฉันเป็นหมอนของพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ"

น้ำเสียง/เจตนา

“I am their pillow.”: คำโต้กลับที่อาศัยบริบท

ตามความหมายตรงตัว I am their pillow คือผู้พูดบอกว่าตนเป็นหมอน แต่นั่นไม่ใช่ความหมายที่ตั้งใจ สุลต่านกำลังวางศีรษะบนตักของทัลฮัก ทัลฮักจึงเปรียบตัวเองเป็น “หมอน” ของสุลต่านได้ their ย้อนกลับไปหมายถึง cuckolds ที่กล่าวในคำถาม หรือเหล่าสามีที่ภรรยานอกใจ เมื่อสุลต่านกำลังใช้เขาเป็นหมอน แต่ทัลฮักเรียกตนเองว่า “หมอนของพวกเขา” เขาจึงจัดสุลต่านเข้าเป็นคนในกลุ่มนั้นโดยอ้อม คำตอบนี้ตีกลับคำดูหมิ่นไปยังผู้ถามโดยไม่กล่าวหาโดยตรง

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ “I am their pillow” เป็นคำโต้กลับในฉากนี้?

  1. ทัลฮักบอกว่าอาชีพของเขาคือทำหมอน
  2. ทัลฮักใช้ท่าทางของสุลต่านเพื่อบอกเป็นนัยว่าสุลต่านอยู่ในกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึง
  3. ทัลฮักเสนอหมอนที่สบายกว่าให้สุลต่าน
ดูคำตอบ

ทัลฮักใช้ท่าทางของสุลต่านเพื่อบอกเป็นนัยว่าสุลต่านอยู่ในกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึง

And when 19th century Persian shah asked whether there was a food shortage, วัฒนธรรม

4:08

และเมื่อพระเจ้าชาห์แห่งเปอร์เซียในศตวรรษที่ 19 ทรงถามว่ามีภาวะขาดแคลนอาหารหรือไม่

วัฒนธรรม

shah: พระอิสริยยศของกษัตริย์เปอร์เซีย

ในประโยคนี้ shah เป็นพระอิสริยยศของกษัตริย์แห่งเปอร์เซียและต่อมาคืออิหร่าน โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “กษัตริย์” ในบริบทประวัติศาสตร์ คำนี้บอกฐานะของผู้ปกครอง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อบุคคล การรู้ว่าคำถามมาจากผู้ปกครองสูงสุดก็เพียงพอที่จะเข้าใจความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การพูดล้อเลียนชาห์โดยตรงเสี่ยงกว่าการพูดแบบเดียวกันกับคนทั่วไปมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ shah หมายถึงอะไร

  1. นามสกุลของบุคคล
  2. กษัตริย์แห่งเปอร์เซียหรืออิหร่าน
  3. พ่อครัวหลวง
ดูคำตอบ

กษัตริย์แห่งเปอร์เซียหรืออิหร่าน

jester Karim Shir'ei joked,

4:13

คาริม ชิเรอี ตัวตลกก็พูดติดตลกว่า

"Yes, I see your majesty is eating only five times a day." โน้ต

4:15

"มีพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเห็นฝ่าบาทเสวยเพียงแค่วันละห้ามื้อเท่านั้น"

การใช้คำ

Your Majesty: คำถวายพระเกียรติเมื่อพูดกับกษัตริย์หรือราชินีโดยตรง

Your Majesty เป็นคำถวายพระเกียรติที่เป็นทางการอย่างยิ่ง ใช้เมื่อพูดกับกษัตริย์หรือราชินีผู้ครองราชย์โดยตรง ในที่นี้ Majesty ไม่ใช่คำนามนามธรรมทั่วไปที่หมายถึง “ความสง่างาม” แต่ทั้งวลีใช้กล่าวถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นคู่สนทนาด้วยความเคารพ ในฐานะวลีที่เป็นพระอิสริยยศ จึงใช้ไวยากรณ์บุรุษที่สามเอกพจน์ is ใน Your Majesty is eating ในประโยคนี้ ผู้พูดยังคงใช้คำถวายพระเกียรติแบบราชสำนัก แต่กลับพูดล้ออย่างแหลมคมเรื่องที่กษัตริย์เสวยวันละห้าครั้ง รูปแบบที่เคารพกับเนื้อหาที่เหน็บแนมสร้างความย้อนแย้ง และความต่างด้านอำนาจทำให้มุกนี้มีความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดกับราชินีโดยตรง ประโยคใดใช้คำเรียกได้ถูกต้อง

  1. Your Majesty, the guests are waiting.
  2. Your Highness, the guests are waiting.
  3. Her Majesty, the guests are waiting.
ดูคำตอบ

Your Majesty, the guests are waiting.

น้ำเสียง/เจตนา

only five times a day: การพูดให้น้อยกว่าความจริงเชิงประชด

โดยปกติ only ทำให้จำนวนที่ตามมาดูว่าน้อยหรือมีจำกัด แต่ในประโยคนี้ การกินวันละห้าครั้งไม่ได้แสดงว่าขาดแคลนอาหารเลย ถ้อยคำจึงขัดกับความเป็นจริง ผู้พูดใช้การพูดให้น้อยกว่าความจริงเชิงประชด โดยแสร้งทำเหมือนว่าห้ามื้อนั้นน้อย เพื่อเยาะผู้ปกครองที่กินอิ่มแต่ไม่เข้าใจความหิว เมื่อต้องการสังเกตรูปแบบนี้ ให้ดูว่าจำนวนหลัง only มากอย่างเห็นได้ชัดในบริบทหรือไม่

แบบฝึกหัด

only five times a day ในประโยคนี้สื่อความหมายแฝงว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าผู้ปกครองกินวันละกี่มื้อ
  2. ผู้พูดทำเหมือนว่าห้ามื้อเป็นจำนวน “น้อย” เพื่อเยาะผู้ปกครองที่จริง ๆ แล้วกินมาก
  3. ผู้พูดคิดอย่างจริงใจว่าการกินวันละห้ามื้อน้อยเกินไป
ดูคำตอบ

ผู้พูดทำเหมือนว่าห้ามื้อเป็นจำนวน “น้อย” เพื่อเยาะผู้ปกครองที่จริง ๆ แล้วกินมาก

Even when rulers were considered divinely appointed, โน้ต

4:19

แม้แต่ในยุคที่ผู้ปกครองถูกมองว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากสวรรค์

วัฒนธรรม

divinely appointed: ถูกมองว่าได้รับอำนาจจากเทพเจ้า

Divinely appointed หมายถึง การที่ผู้คนเชื่อว่าผู้ปกครองได้รับเลือกหรือได้รับอำนาจจากเทพเจ้าให้ปกครอง ในที่นี้ appointed ไม่ใช่การแต่งตั้งให้ทำงานตามปกติ ส่วน divinely ทำให้ตำแหน่งของผู้ปกครองมีอำนาจทางศาสนา ในประวัติศาสตร์ ความเชื่อนี้ทำให้สิทธิในการปกครองดูศักดิ์สิทธิ์และชอบธรรม ดังนั้น การวิจารณ์ผู้ปกครองจึงอาจถูกมองว่าเป็นการท้าทายทั้งรัฐบาลและระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ divinely appointed หมายถึงอะไร?

  1. ผู้คนเชื่อว่าผู้ปกครองได้รับอำนาจจากเทพเจ้า
  2. ผู้ปกครองได้รับการจ้างให้บริหารองค์กรทางศาสนา
  3. ผู้ปกครองได้รับเลือกในการประชุมที่จัดขึ้นทุกวัน
ดูคำตอบ

ผู้คนเชื่อว่าผู้ปกครองได้รับอำนาจจากเทพเจ้า

some jesters managed to speak truth directly to power สำนวน

4:23

ตัวตลกบางคนก็ยังสามารถพูดความจริงโดยตรงต่อผู้มีอำนาจ

ลำดับความ

Even when: การนำเสนอเงื่อนไขเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง

Even when ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเวลาหรือสถานการณ์ที่มีความหมายว่า “แม้ว่า” โดยนำเสนอเงื่อนไขที่ปกติแล้วน่าจะทำให้ผลในประโยคหลักเกิดได้ยาก แล้วประโยคหลักบอกว่าผลนั้นยังคงเกิดขึ้น ในที่นี้ การมองว่าผู้ปกครองได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าน่าจะทำให้การวิจารณ์ตรง ๆ เป็นเรื่องอันตราย Even ช่วยเน้นความขัดแย้งว่า ถึงอย่างนั้น ตัวตลกในราชสำนักบางคนก็ยังพูดความจริงต่อผู้มีอำนาจ หากตัด even ออก when จะเน้นเพียงเวลาหรือสถานการณ์ที่การกระทำเกิดขึ้น และไม่เน้นความเหนือความคาดหมายเท่าเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “แม้ในช่วงเวลาที่สิ่งนี้เป็นจริง”: ____ the library was noisy, Omar could concentrate.

ดูคำตอบ

Even when

สำนวน

managed to speak truth directly to power: พูดความจริงท้าทายผู้มีอำนาจได้สำเร็จ

Speak truth to power เป็นสำนวนที่หมายถึงการบอกข้อเท็จจริงหรือคำวิจารณ์ที่ผู้มีอำนาจหรือสถาบันที่มีอำนาจอาจไม่อยากได้ยิน ในที่นี้ power หมายถึงผู้ที่มีอำนาจ ไม่ใช่พลังงานทางกายภาพ Managed to แสดงว่าการทำเช่นนี้ยากหรือมีความเสี่ยง แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ ส่วน directly หมายถึงตัวตลกหลวงพูดกับผู้ปกครองโดยตรง ประโยคนี้จึงเน้นทั้งความกล้าหาญและความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงให้เห็นได้ดีที่สุดว่าบางคน managed to speak truth directly to power?

  1. นักเรียนคนหนึ่งอ่านบทความที่ครูมอบหมายออกเสียงในชั้นเรียน
  2. พนักงานคนหนึ่งเสี่ยงถูกไล่ออกและสามารถบอกคณะกรรมการได้ว่า CEO ปกปิดปัญหาด้านความปลอดภัย
  3. เพื่อนคนหนึ่งยอมรับว่าเธอทำถ้วยแตก
ดูคำตอบ

พนักงานคนหนึ่งเสี่ยงถูกไล่ออกและสามารถบอกคณะกรรมการได้ว่า CEO ปกปิดปัญหาด้านความปลอดภัย

and reveal in so many riddles, jokes, or skits, วลี

4:27

และเปิดเผยผ่านปริศนา มุกตลก หรือละครสั้นมากมาย

who the real fools were. ลำดับความ

4:30

ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนโง่ตัวจริง

วลี

in so many riddles, jokes, or skits: ผ่านรูปแบบที่หลากหลายจำนวนมาก

ในประโยคนี้ in ใช้นำหน้ารูปแบบที่ใช้เปิดเผยบางสิ่ง ได้แก่ ปริศนา มุกตลก และละครสั้น จึงเข้าใจได้ว่าแปลว่า “ในรูปแบบของ” หรือ “ผ่าน” so many ขยายคำนามพหูพจน์และเน้นว่ามีตัวอย่างจำนวนมากและหลากหลาย ตัวมันเองไม่ได้หมายถึง “มากเกินไป” และไม่ได้แสดงการบ่นว่าจำนวนนั้นเกินควร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าเรื่องหนึ่งถูกนำเสนอผ่านหลายรูปแบบ โดยไม่ได้บอกว่าจำนวนนั้นมากเกินไป

  1. She tells the story in too many poems, songs, and sketches.
  2. She tells the story so much poems, songs, and sketches.
  3. She tells the story in so many poems, songs, and sketches.
ดูคำตอบ

She tells the story in so many poems, songs, and sketches.

ลำดับความ

who the real fools were: ตอนจบที่พลิกป้ายเรียก

อนุประโยค who the real fools were คือเนื้อหาที่ reveal เปิดเผย การวางไว้ท้ายประโยคทำให้ตัวตนสำคัญถูกเก็บไว้จนถึงคำสุดท้าย ประโยคจึงจบด้วยการเฉลยและเชื่อมตัวอย่างก่อนหน้ากลับไปยังประเด็นหลัก real ทำให้เกิดการพลิกความหมาย ตัวตลกในราชสำนักคือผู้ที่ถูกเรียกว่า fools ต่อสาธารณะ แต่การแสดงของพวกเขากลับเปิดเผยว่าผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจคนอื่นต่างหากที่ประพฤติตัวอย่างโง่เขลา ดังนั้น real fools ในบริบทนี้จึงไม่ได้ชี้ไปที่ตัวตลก แต่ชี้ไปยังผู้ที่ถูกอารมณ์ขันของพวกเขาเปิดโปง

แบบฝึกหัด

การจบประโยคด้วย who the real fools were ให้ผลหลักอย่างไร

  1. นำเสนอรายการประเภทการแสดงชุดใหม่
  2. เก็บตัวตนสำคัญไว้จนถึงท้ายประโยคและจบด้วยการพลิกความหมายอย่างย้อนแย้ง
  3. บอกว่าตัวตลกยอมรับว่าตนเองคือคนโง่ตัวจริง
ดูคำตอบ

เก็บตัวตนสำคัญไว้จนถึงท้ายประโยคและจบด้วยการพลิกความหมายอย่างย้อนแย้ง

Now watch this video to learn about the stinging satire and lewd jokes การใช้คำ

4:35

ตอนนี้ลองดูวิดีโอนี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการเสียดสีที่เจ็บแสบและมุกตลกลามก

that made Aristophanes so popular in Greece around 400 BCE. วัฒนธรรม

4:39

ที่ทำให้อริสโตฟาเนสโด่งดังมากในกรีซช่วง 400 ปีก่อนคริสตกาล

การใช้คำ

stinging satire: การเสียดสีที่คมกริบและเจ็บแสบ

ใน stinging satire คำว่า stinging ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเสียดสีที่วิจารณ์อย่างรุนแรงจนเป้าหมายอาจรู้สึกว่าถูกเปิดโปง อับอาย หรือเจ็บปวด ไม่ได้หมายถึงการถูกต่อยหรือทิ่มแทงทางร่างกาย การเสียดสีใช้ความตลก การประชด การพูดเกินจริง หรือการเยาะเย้ยเพื่อเปิดเผยข้อบกพร่อง ดังนั้น วลีนี้จึงหมายถึงการเสียดสีที่มีพลังวิจารณ์คมกริบเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ตลกเท่านั้น

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายด้วย stinging satire?

  1. A cartoon gently teaches children how to count.
  2. A comedy sharply exposes the greed of powerful officials.
  3. A weather report predicts rain for tomorrow.
ดูคำตอบ

A comedy sharply exposes the greed of powerful officials.

การใช้คำ

lewd jokes: มุกลามกที่มีเนื้อหาทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง

Lewd jokes คือมุกที่มีเนื้อหาทางเพศซึ่งไม่เหมาะสม โจ่งแจ้ง หรือส่อความหมาย คำว่า lewd บอกลักษณะของเนื้อหา ไม่ได้แปลว่า “ตลก” คำนี้มักมีน้ำเสียงเชิงลบหรือใช้เป็นคำเตือน เพราะมุกประเภทนี้อาจทำให้คนไม่พอใจหรือไม่เหมาะกับผู้ชมบางกลุ่ม ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุอารมณ์ขันสำหรับผู้ใหญ่ที่กล้าเล่นอย่างหนึ่งในงานตลกของอริสโตฟานีส

แบบฝึกหัด

มุกหนึ่งมีการกล่าวถึงเรื่องเพศอย่างโจ่งแจ้ง คำอธิบายใดแม่นยำที่สุด?

  1. It is a lewd joke.
  2. It is a rude joke.
  3. It is a crude joke.
ดูคำตอบ

It is a lewd joke.

วัฒนธรรม

Aristophanes: นักเขียนบทละครตลกชาวกรีกโบราณ

Aristophanes หรืออริสโตฟาเนสเป็นชื่อบุคคล ไม่ใช่ชื่อสถานที่หรือคำคุณศัพท์ เขาเป็นนักเขียนบทละครตลกชาวกรีกโบราณที่มีผลงานในช่วงประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล บทละครตลกของเขาใช้การเสียดสีการเมืองและสังคม และมักมีมุกหยาบคายหรือเกี่ยวกับเรื่องเพศด้วย ข้อมูลพื้นฐานสั้น ๆ นี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเนื้อหาโดยรอบจึงเชื่อมโยงความนิยมของเขากับทั้งการเสียดสีที่เจ็บแสบและมุกหยาบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Aristophanes คือใครหรืออะไร

  1. นักเขียนบทละครตลกชาวกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงด้านการเสียดสี
  2. เมืองกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงด้านโรงละคร
  3. คำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายมุกเสียดสีเจ็บแสบ
ดูคำตอบ

นักเขียนบทละครตลกชาวกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงด้านการเสียดสี

Or learn how to channel your inner jester with this one. สำนวน

4:45

หรือเรียนรู้วิธีดึงเอาความเป็นตัวตลกในตัวคุณออกมาจากวิดีโอนี้

สำนวน

channel your inner jester: ดึงความเป็นตัวตลกในตัวคุณออกมา

ในที่นี้ channel เป็นคำกริยาที่หมายถึงการนำคุณลักษณะบางอย่างออกมาใช้ในการกระทำ channel your inner jester หมายถึงการดึงด้านที่ขี้เล่น มีไหวพริบ หรือชอบหยอกล้อของตัวเองออกมาเหมือนตัวตลกในราชสำนัก ไม่ได้หมายถึงช่องโทรทัศน์หรือทางน้ำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ channel + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + inner + บุคคลหรือบทบาท เป็นการชวนให้ใครสักคนแสดงคุณลักษณะของบุคคลนั้นชั่วครู่ ไม่ใช่กลายเป็นบุคคลนั้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้การสะกดมาตรฐานแบบอเมริกัน แล้วเติมประโยคด้วยรูปอดีตของ channel + her inner + detective: During the puzzle contest, Mia ____ and spotted the hidden clue.

ดูคำตอบ

channeled her inner detective