พลังของปรากฏการณ์ยาหลอก - Emma Bryce: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
617 คำ 157 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้เริ่มจากการทดลองใช้ยาแก้ปวดปลอมเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ยาหลอก ตั้งแต่การใช้ในอดีตจนถึงบทบาทเป็นตัวควบคุมในการทดลองทางคลินิก พร้อมสำรวจกลไกทางสรีรวิทยาที่อาจเกี่ยวข้อง และเตือนว่าความรู้สึกว่าอาการดีขึ้นอาจทำให้การรักษาที่พิสูจน์ผลแล้วล่าช้า หรือทำให้ผลวิจัยคลุมเครือได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. took part in a study — วลีกึ่งสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้กลุ่มคำธรรมชาติสำหรับบอกว่าบุคคลเข้าร่วมการทดลอง แบบสำรวจ หรืองานวิจัยที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องใช้สำนวนแปลตรงตัวที่ฟังไม่เป็นธรรมชาติ 2. seem to be capable of causing measurable change — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้ seem to ร่วมกับ be capable of เพื่อรายงานความเป็นไปได้ที่วัดได้อย่างระมัดระวัง โดยไม่ทำให้ข้อสันนิษฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอนดูเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว 3. miss out on — กริยาวลี: เข้าใจและใช้เป็นหน่วยความหมายว่าเสียโอกาสหรือไม่ได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อต้องเตือนว่าการเชื่อวิธีรักษาที่ไม่ได้ผลอาจทำให้ผู้ป่วยพลาดการรักษาที่มีหลักฐานยืนยันแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 1996, 56 volunteers took part in a study to test a new painkiller called Trivaricaine. โน้ต

0:06

ในปี 1996 อาสาสมัคร 56 คนเข้าร่วมการศึกษาเพื่อทดสอบยาแก้ปวดชนิดใหม่ชื่อ Trivaricaine

วลี

took part in a study: เข้าร่วมการศึกษา

ในประโยคนี้ took part in a study หมายความว่าอาสาสมัครได้มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยจริง ๆ โครงสร้างพื้นฐานคือ take part in + กิจกรรมหรือเหตุการณ์ โดย in เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนและละไม่ได้ Took เป็นรูปอดีตของ take ส่วน study ในที่นี้หมายถึงโครงการวิจัยที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ ดังนั้นอาสาสมัครจึงเป็นผู้เข้าร่วม แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิจัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน take part จากบทเรียนนี้: Next month, our class will ____ a community science project.

ดูคำตอบ

take part in

ไวยากรณ์

a new painkiller called Trivaricaine: ยาแก้ปวดชนิดใหม่ชื่อ Trivaricaine

called Trivaricaine วางอยู่หลัง painkiller และบอกชื่อของยา called ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคนี้ โครงสร้างนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ: a new painkiller that was called Trivaricaine รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ noun + called + name ซึ่งใช้บอกชื่อคนหรือสิ่งของอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ใช้ส่วนขยายหลังคำนามสำหรับบอกชื่อจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The children read a book ____ The Secret Lake.

ดูคำตอบ

called

On each subject, one index finger was covered in the new painkiller, โน้ต

0:14

ผู้ทดลองแต่ละคนจะถูกทายาแก้ปวดชนิดใหม่ที่นิ้วชี้ข้างหนึ่ง

การใช้คำ

subject: บุคคลที่ถูกทดสอบในการวิจัย

ในการทดลอง subject หมายถึงบุคคลที่ถูกสังเกต ทดสอบ หรือได้รับการรักษา ในที่นี้ each subject หมายถึงแต่ละคนที่เข้าร่วมการทดสอบ ในประโยคนี้คำดังกล่าวไม่ได้หมายถึงวิชาเรียน หัวข้อ หรือประธานทางไวยากรณ์ คำเกี่ยวกับงานวิจัย เช่น experiment, test, treatment และ painkiller ช่วยบอกได้ว่าคำนี้หมายถึงผู้เข้าร่วมการทดลอง

แบบฝึกหัด

ใน “The subjects received the treatment during the clinical trial.” คำว่า subjects หมายถึงอะไร?

  1. บุคคลที่ถูกทดสอบในการวิจัย
  2. หัวข้อหลักที่กำลังอภิปราย
  3. วิชาเรียนที่กำลังสอน
ดูคำตอบ

บุคคลที่ถูกทดสอบในการวิจัย

while the other remained untouched.

0:18

ในขณะที่อีกข้างไม่ได้ทาอะไรเลย

ไวยากรณ์

การใช้ one ... while the other ... เพื่อเปรียบต่างสิ่งของสองอย่าง

เมื่อชุดหนึ่งมีสิ่งของอยู่สองอย่างพอดี one ใช้เรียกอย่างแรก และ the other ใช้เรียกอีกอย่างเดียวที่เหลืออยู่ ในประโยคนี้ the other แทน the other index finger จึงไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ ในที่นี้ while เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่ตรงข้ามกัน คือ นิ้วหนึ่งได้รับยาแก้ปวด แต่อีกนิ้วไม่ได้รับ while จึงมีความหมายว่า whereas ไม่ใช่ during the time that รูปแบบ one ... while the other ... ใช้แสดงสถานะหรือการปฏิบัติที่แตกต่างกันของสิ่งของหนึ่งคู่ได้

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบต่างของหลอดทดลองสองหลอดพอดีโดยใช้ one ... while the other ...: There were exactly two test tubes: ____ was heated, while ____ was kept at room temperature.

ดูคำตอบ

one · the other

Then, both were squeezed in painful clamps.

0:21

จากนั้น นิ้วทั้งสองจะถูกหนีบด้วยคีมที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด

The subjects reported that the treated finger hurt less than the untreated one. โน้ต

0:25

ผู้ทดลองรายงานว่านิ้วที่ทายารู้สึกเจ็บน้อยกว่านิ้วที่ไม่ได้ทา

วลี

subjects reported that: การรายงานอย่างเป็นทางการในงานวิจัย

ใน subjects reported that ... คำว่า subjects หมายถึงคนที่เข้าร่วมการศึกษา ส่วน reported that ใช้นำอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกสิ่งที่พวกเขากล่าวว่ารู้สึกหรือสังเกตเห็น ในงานเขียนวิจัย reported แสดงว่าผลนี้เป็นข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมให้มา การประเมินความเจ็บปวดในที่นี้จึงเป็นการรายงานด้วยตนเอง ไม่ใช่ค่าที่เครื่องมือวัดโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอความเห็นของผู้เข้าร่วมด้วยสำนวนวิจัยที่เป็นกลางและเป็นทางการ

  1. The participants said that they slept better.
  2. The participants reported that they slept better.
  3. The participants claimed that they slept better.
ดูคำตอบ

The participants reported that they slept better.

ไวยากรณ์

hurt less than ... one: เปรียบเทียบความเจ็บปวดโดยไม่กล่าวคำนามซ้ำ

ใน hurt less than ... คำว่า hurt เป็นคำกริยาที่บอกความเจ็บปวด และ less ใช้เปรียบเทียบระดับของความเจ็บปวด ส่วน than นำสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเข้ามา นิ้วที่ได้รับการรักษายังเจ็บอยู่ แต่เจ็บน้อยกว่า ใน the untreated one คำว่า one หมายถึง the untreated finger โดยใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ finger จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปรียบเทียบความเจ็บปวดของข้อเท้าสองข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่ต้องกล่าว ankle ซ้ำ

  1. The treated ankle hurt fewer than the untreated one.
  2. The treated ankle hurt less the untreated one.
  3. The treated ankle hurt less than the untreated one.
ดูคำตอบ

The treated ankle hurt less than the untreated one.

This shouldn't be surprising, ลำดับความ

0:29

เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจนัก

except Trivaricaine wasn't actually a painkiller,

0:31

เว้นเสียแต่ว่า Trivaricaine ไม่ใช่ยาแก้ปวดจริงๆ

ลำดับความ

This shouldn't be surprising, except ...: สร้างความคาดหมายแล้วพลิกกลับ

This shouldn't be surprising วางข้อสรุปแรกให้ดูเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ และลดความตึงเครียดลงชั่วคราว จากนั้น except นำอนุประโยคเต็มที่มีข้อเท็จจริงสำคัญซึ่งเปลี่ยนข้อสรุปนั้น ตรงนี้ทำหน้าที่คล้าย except that หรือ “แต่ปัญหาคือ” ผู้ฟังจึงยอมรับมุมมองหนึ่งก่อน แล้วต้องปรับมุมมองใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ except เพื่อนำข้อเท็จจริงที่พลิกความประทับใจแรกเข้ามา?

  1. Everyone finished the puzzle except Leo.
  2. The puzzle seemed easy, except none of us could solve the final clue.
  3. The puzzle seemed easy because the final clue was short.
ดูคำตอบ

The puzzle seemed easy, except none of us could solve the final clue.

just a fake concoction with no pain-easing properties at all. โน้ต

0:34

เป็นเพียงส่วนผสมปลอมที่ไม่มีคุณสมบัติในการบรรเทาปวดเลย

การใช้คำ

fake concoction: ของผสมปลอมที่แฝงน้ำเสียงไม่ไว้วางใจ

ในประโยคนี้ fake concoction หมายถึงของผสมที่ถูกนำเสนอให้ดูเหมือนเป็นของจริงหรือใช้ได้ผล fake บอกว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ของแท้ ส่วน concoction ชวนให้นึกถึงสิ่งที่ทำขึ้นจากการผสมส่วนประกอบหลายอย่าง Concoction ไม่เป็นกลางเท่า mixture คำนี้มักทำให้ของผสมนั้นดูแปลก ทำขึ้นแบบเฉพาะหน้า หรือน่าสงสัย ดังนั้นทั้งวลีจึงสื่อถึงความไม่ไว้วางใจหรือการดูหมิ่นของผู้พูดด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้สื่อข่าวต้องการบรรยายยาชนิดหนึ่งว่าเป็นของปลอมและแสดงความไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน วลีใดเหมาะที่สุด?

  1. a fake concoction
  2. a standard medicinal mixture
  3. a carefully measured solution
ดูคำตอบ

a fake concoction

วลี

no + คำนาม + at all: เน้นว่าไม่มีเลย

วลี no pain-easing properties at all หมายถึงไม่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดแม้แต่น้อย no ทำให้นามวลีเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว ส่วน at all ช่วยเน้นว่าไม่มีโดยสิ้นเชิง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no + คำนาม + at all เช่น no evidence at all ในวลีเดิม pain-easing เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย properties

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ no ... at all: The test found ____ harmful chemicals ____.

ดูคำตอบ

no · at all

What made the students so sure this dummy drug had worked? โน้ต

0:38

อะไรทำให้นักศึกษาแน่ใจนักว่ายาปลอมนี้ได้ผล?

ไวยากรณ์

What made ... so sure ...?: ถามถึงพื้นฐานของความมั่นใจ

ใน What made the students so sure ...? คำว่า What เป็นประธานของ made และใช้ถามว่าสาเหตุ หลักฐาน หรือประสบการณ์ใดทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจ โครงสร้างคือ What made + คน + คำคุณศัพท์/สภาวะ? อนุประโยค this dummy drug had worked บอกสิ่งที่พวกเขามั่นใจ หลัง sure สามารถละ that ได้ จึงมองเป็น sure (that) this dummy drug had worked ได้ รูปแบบนี้ถามถึงพื้นฐานของความเชื่อที่หนักแน่น ไม่ได้ถามเพียงว่าเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูปแบบเป้าหมาย: ____ the key was in the drawer?

ดูคำตอบ

What made you so sure

การใช้คำ

this dummy drug: ยาทดลองที่ไม่มีสารออกฤทธิ์

ในประโยคนี้ this dummy drug หมายถึงสิ่งที่ใช้ในการรักษาซึ่งทำให้ดูเหมือนยาจริง แต่ไม่มีสารออกฤทธิ์ทางยา ใช้ในการทดสอบหรือเปรียบเทียบ ดังนั้น dummy จึงหมายถึง “จำลอง” หรือ “ใช้งานจริงไม่ได้” ไม่ได้หมายถึง “โง่” เมื่ออยู่หน้าคำนาม dummy อาจบอกว่าเป็นของเลียนแบบ ตัวแทนชั่วคราว หรือรุ่นทดสอบที่ไม่ได้ทำหน้าที่ตามปกติ ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตามหลัง เช่น dummy button หรือ dummy account

แบบฝึกหัด

ในการศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุม นักวิจัยให้ยาเม็ดที่ไม่มีสารออกฤทธิ์แก่ผู้เข้าร่วมบางคน คำใดเหมาะกับยาเม็ดนี้ที่สุด?

  1. an active drug
  2. a dummy drug
  3. a counterfeit drug
ดูคำตอบ

a dummy drug

ไวยากรณ์

had worked: past perfect สำหรับผลที่เกิดก่อน

had worked เป็น past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + กริยาช่องที่สาม worked รูปนี้วางผลของยาที่เชื่อว่าเกิดขึ้นไว้ก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีต คือช่วงที่นักเรียนเกิดความมั่นใจ ในที่นี้ work หมายถึง “ให้ผลตามที่ตั้งใจ” ไม่ใช่ “ทำงาน” รูปกาลนี้จัดลำดับเวลาสองช่วงในอดีต แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ายาจำลองมีผลจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ work: By the time the researchers interviewed them, the students believed the medicine ____.

ดูคำตอบ

had worked

The answer lies in the placebo effect, โน้ต

0:43

คำตอบอยู่ที่ปรากฏการณ์ยาหลอก (placebo effect)

ลำดับความ

The answer lies in ...: การนำเข้าสู่คำอธิบายหลัก

The answer lies in + นามวลี หมายความว่าคำอธิบาย สาเหตุ หรือทางแก้หลักอยู่ที่ปัจจัยนั้น ในที่นี้ lies in หมายถึง “อยู่ที่” หรือ “ขึ้นอยู่กับ” ไม่ได้หมายถึงการนอนอยู่ที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ เมื่อใช้จัดลำดับเนื้อหา วลีนี้จะพาเรื่องจากคำถามหรือข้อสงสัยไปสู่ปัจจัยสำคัญที่จะอธิบายเรื่องนั้น คำที่อยู่หลัง in คือข้อมูลใหม่ที่เป็นใจความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจาก The answer lies in ... ให้สมบูรณ์: Why did the team improve? The answer ____ better communication.

ดูคำตอบ

lies in

วัฒนธรรม

placebo effect: อาการดีขึ้นที่ได้รับอิทธิพลจากความคาดหวังและสภาพแวดล้อมในการรักษา

placebo effect คืออาการที่ดีขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ของอาการหรือความรู้สึกของบุคคล ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังรับการรักษาแม้ว่าการรักษานั้นจะไม่มีตัวยาออกฤทธิ์ที่ตั้งใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ความคาดหวัง ความเชื่อมโยงที่เรียนรู้จากประสบการณ์ และสภาพแวดล้อมในการรักษาล้วนมีส่วนได้ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกผลที่ถูกเสนอเป็นคำอธิบาย ไม่ได้หมายถึงเพียงการปลอบใจใครสักคน และไม่ได้แสดงว่าอาการนั้นเกิดจากจินตนาการ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย placebo effect ได้ดีที่สุด

  1. คำปลอบใจทั่วไปของแพทย์โดยไม่มีการรักษาใด ๆ
  2. อาการดีขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความคาดหวังหรือสภาพแวดล้อมในการรักษา แม้ว่าการรักษาจะไม่มีตัวยาออกฤทธิ์
  3. การบรรเทาอาการทางเคมีที่เกิดจากตัวยาออกฤทธิ์ในยา
ดูคำตอบ

อาการดีขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความคาดหวังหรือสภาพแวดล้อมในการรักษา แม้ว่าการรักษาจะไม่มีตัวยาออกฤทธิ์

an unexplained phenomenon wherein drugs, treatments, การใช้คำ

0:45

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายไม่ได้เมื่อยา วิธีการรักษา

การใช้คำ

an unexplained phenomenon wherein ...: รูปแบบเป็นทางการของ in which

ในที่นี้ wherein ใช้นำอนุประโยคที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในปรากฏการณ์นั้น an unexplained phenomenon wherein ... จึงหมายถึง an unexplained phenomenon in which ... คำเชื่อมความแบบเป็นทางการนี้เชื่อมข้อมูลที่ตามมากลับไปยัง phenomenon เมื่ออ่านคำนิยามยาว ๆ การแทน wherein ด้วย in which จะช่วยให้เห็นโครงสร้างได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน a system wherein every vote is counted วลีใดแทน wherein ได้โดยไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์?

  1. by which
  2. because
  3. in which
ดูคำตอบ

in which

and therapies that aren't supposed to have an effect ไวยากรณ์

0:48

และการบำบัดที่ไม่น่าจะมีผล

ไวยากรณ์

that aren't supposed to have an effect: ความคาดหมายเชิงปฏิเสธ

อนุประโยคสัมพันธ์ that aren't supposed to have an effect ใช้อธิบาย therapies ในที่นี้ be supposed to แสดงความคาดหมายตามทฤษฎีหรือการออกแบบ ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายความว่าไม่คาดว่าวิธีบำบัดเหล่านี้จะให้ผล โครงสร้างคือ subject + be not + supposed to + base verb ไม่ได้หมายความว่าวิธีบำบัดเหล่านี้ถูกห้ามไม่ให้ได้ผล และไม่ได้ยืนยันเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วว่ามันไม่มีวันได้ผล

แบบฝึกหัด

ใน This medicine isn't supposed to make you sleepy คำว่า isn't supposed to แสดงความหมายใด?

  1. ไม่คาดว่ายานี้จะทำให้คุณง่วง
  2. ยานี้ถูกห้ามไม่ให้ทำให้คุณง่วง
  3. พิสูจน์แล้วว่ายานี้ไม่เคยทำให้ใครง่วงเลย
ดูคำตอบ

ไม่คาดว่ายานี้จะทำให้คุณง่วง

and are often fake,

0:51

และมักจะเป็นของปลอม

miraculously make people feel better. ไวยากรณ์

0:53

กลับทำให้ผู้คนรู้สึกดีขึ้นได้อย่างปาฏิหาริย์

ไวยากรณ์

make people feel better: make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน make people feel better คำว่า make เป็นคำกริยาเชิงเหตุให้เกิดผล โดยมีโครงสร้าง make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to คำว่า people เป็นกรรมที่ได้รับผล และ feel เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน จึงไม่ใส่ to หน้า feel โครงสร้างนี้หมายถึงบางสิ่งทำให้คนหนึ่งเกิดผลลัพธ์หรือปฏิกิริยาบางอย่าง feel better อาจหมายถึงอาการทางกายดีขึ้นหรือความรู้สึกดีขึ้นก็ได้ ต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ made, my sister และ smile: The surprise ____.

ดูคำตอบ

made my sister smile

Doctors have used the term placebo since the 1700s, ไวยากรณ์

0:56

แพทย์ใช้คำว่ายาหลอกมาตั้งแต่ช่วงปี 1700

ไวยากรณ์

have used ... since the 1700s: จากจุดเริ่มต้นในอดีตถึงปัจจุบัน

ใน Doctors have used the term placebo since the 1700s คำว่า have used เป็น present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + คำกริยาช่องที่สาม รูปนี้แสดงว่าการใช้คำดังกล่าวเริ่มขึ้นในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน หรือยังคงเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน since the 1700s บอกจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ระยะเวลา โครงสร้างนี้ใช้บรรยายแนวปฏิบัติ สภาวะ หรือการกระทำที่เกิดซ้ำซึ่งเชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้ use ในรูป present perfect simple: Researchers ____ this method since 2010.

ดูคำตอบ

have used

when they realized the power of fake drugs to improve people's symptoms. วลี

1:00

เมื่อพวกเขาตระหนักถึงพลังของยาปลอมในการทำให้อาการของผู้คนดีขึ้น

วลี

the power of X to do Y: การระบุความสามารถและผลของมัน

โครงสร้างนาม the power of X to do Y หมายถึง “ความสามารถของ X ในการก่อให้เกิดผลลัพธ์ Y” วลีที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุว่าสิ่งใดมีพลังนั้น ส่วน to-infinitive ระบุผลที่สามารถเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ fake drugs อยู่ในตำแหน่ง X ส่วน improve people's symptoms บอกผลที่อาจเกิดขึ้น คำว่า power ในที่นี้หมายถึงความสามารถหรืออิทธิพล ไม่ใช่ไฟฟ้าหรืออำนาจทางการเมือง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่โครงสร้าง the power of X to do Y ต้องใช้ให้ประโยคสมบูรณ์: Researchers studied the power ____ sleep ____ improve memory.

ดูคำตอบ

of · to

These were administered when proper drugs weren't available, การใช้คำ

1:05

สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาใช้เมื่อไม่มียาที่เหมาะสม

การใช้คำ

were administered: รูปถูกกระทำแบบเป็นทางการในภาษาทางการแพทย์

ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ administer หมายถึงการให้หรือใช้ยา วัคซีน หรือการรักษาอย่างเป็นระบบหรือโดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วน were administered เป็นรูปถูกกระทำใน simple past: were + administered ประธานพหูพจน์ These เป็นผู้รับการกระทำ จึงใช้ were รูปถูกกระทำช่วยเน้นสิ่งที่ถูกให้หรือถูกใช้ แทนที่จะเน้นบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำใน simple past ของ administer: During the clinic visit, the vaccine ____ by a nurse.

ดูคำตอบ

was administered

or if someone imagined they were ill. การใช้คำ

1:08

หรือเมื่อมีคนคิดไปเองว่าตนป่วย

การใช้คำ

imagined they were ill: ความเชื่อที่อาจไม่ตรงกับความจริง

ใน “imagined they were ill” คำว่า imagined หมายถึง “เชื่อหรือคิดเอาว่า” บุคคลนั้นคิดว่าตัวเองป่วย แต่ถ้อยคำนี้บอกเป็นนัยว่าความเชื่อนั้นอาจไม่ตรงกับความจริง Imagine ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ได้ และมักละ that: imagine (that) + ประธาน + คำกริยา ในการใช้นี้ คำนี้กล่าวถึงความเชื่อที่เกิดขึ้นในใจ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการนึกเป็นภาพ

แบบฝึกหัด

ในความหมายนี้ She imagined she was ill หมายถึงอะไร

  1. เธอนึกภาพเกี่ยวกับโรคอย่างละเอียดขึ้นในใจ
  2. เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ป่วย แต่จงใจแกล้งป่วยเพื่อหลอกใครบางคน
  3. เธอเชื่อว่าตัวเองป่วย แม้ว่าความเชื่อนั้นอาจผิดก็ตาม
ดูคำตอบ

เธอเชื่อว่าตัวเองป่วย แม้ว่าความเชื่อนั้นอาจผิดก็ตาม

In fact, the word placebo means I shall please in Latin, วัฒนธรรม

1:11

อันที่จริง คำว่า placebo หมายถึง ฉันจะทำให้พึงพอใจ ในภาษาละติน

วัฒนธรรม

placebo means “I shall please” in Latin: ที่มาของคำว่า placebo

ประโยคนี้บอกที่มาของคำว่า placebo โดยรูปภาษาละติน placēbō มีความหมายตรงตัวว่า “ฉันจะทำให้พอใจ” ข้อมูลนี้ช่วยอธิบายความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ในภายหลังระหว่างคำนี้กับการทำให้ผู้ป่วยพอใจหรือสบายใจ นี่ไม่ใช่คำนิยามทางการแพทย์ในปัจจุบัน ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน placebo คือการรักษาที่ไม่มีผลเฉพาะในการบำบัดภาวะนั้น และมักใช้เป็นตัวเปรียบเทียบในการศึกษา ส่วน “I shall please” อธิบายเพียงประวัติของคำเท่านั้น

แบบฝึกหัด

“I shall please” มีหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ข้อความนี้บอกว่า placebo ทุกชนิดทำให้ผู้ป่วยมีความสุข
  2. ข้อความนี้บอกที่มาภาษาละตินและความหมายตรงตัวของ placebo ไม่ใช่คำนิยามทางการแพทย์ในปัจจุบัน
  3. ข้อความนี้บอกว่า placebo เป็นคำภาษาละตินที่หมายถึงยาที่ได้ผล
ดูคำตอบ

ข้อความนี้บอกที่มาภาษาละตินและความหมายตรงตัวของ placebo ไม่ใช่คำนิยามทางการแพทย์ในปัจจุบัน

hinting at a history of placating troubled patients. โน้ต

1:15

ซึ่งบอกเป็นนัยถึงประวัติศาสตร์ของการปลอบประโลมผู้ป่วยที่มีความกังวล

วลี

hinting at: ใช้เบาะแสบอกเป็นนัยถึงความเป็นไปได้

ในที่นี้ hinting at หมายถึง “บอกเป็นนัยทางอ้อม” หรือ “ชี้ไปยังความเป็นไปได้บางอย่าง” รูป -ing เชื่อมหลักฐานก่อนหน้านี้เข้ากับนามวลี a history of placating troubled patients แต่ไม่ได้บอกว่าประวัตินั้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ใช้ hint at เมื่อเบาะแสสนับสนุนคำอธิบายที่เป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้ยืนยันอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ hint at + นามวลีหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปหลัง hint: The clues hint ____ a larger problem.

ดูคำตอบ

at

การใช้คำ

placating troubled patients: ลดความทุกข์ใจหรือความไม่พอใจของผู้ป่วย

ใน placating troubled patients คำว่า placating หมายถึงการพยายามลดความโกรธ ความกังวล หรือความไม่พอใจของผู้ป่วย ซึ่งมักทำด้วยการให้ความมั่นใจ การลงมือแก้ไข หรือการยอมผ่อนปรน ส่วน troubled ในที่นี้หมายถึง “กำลังทุกข์ใจหรือกังวล” ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยเป็นคนก่อปัญหาเสมอไป จุดเน้นไม่ใช่เพียงทำให้อารมณ์ของใครบางคนสงบลง Placate ยังสื่อถึงการลดการต่อต้าน คำร้องเรียน หรือความขัดแย้งด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ placate อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าลดปฏิกิริยาของคนที่โกรธหรือไม่พอใจ

  1. The runner stretched to warm up before the race.
  2. The editor divided the article into three sections.
  3. The airline offered refunds to placate angry passengers.
ดูคำตอบ

The airline offered refunds to placate angry passengers.

Placebos had to mimic the real treatments in order to be convincing. โน้ต

1:18

ยาหลอกต้องเลียนแบบการรักษาจริงเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

วลี

mimic the real treatments: การจำลองลักษณะที่เกี่ยวข้อง

ในที่นี้ mimic the real treatments หมายถึง “เลียนแบบลักษณะหรือขั้นตอนของการรักษาจริงที่สังเกตเห็นได้” ยาหลอกต้องมีรูปลักษณ์หรือวิธีการให้คล้ายกัน แต่ mimic ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรักษาแบบเดียวกัน ในบริบททางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี mimic มักเป็นกริยาที่ต้องมีกรรมและมีความหมายเป็นกลาง คือสิ่งหนึ่งจำลองลักษณะหรือพฤติกรรมสำคัญของอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ mimic อย่างถูกต้องในความหมายว่า “จำลองลักษณะหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง”

  1. The flight simulator mimics to the conditions of a real flight.
  2. The flight simulator mimics as the conditions of a real flight.
  3. The flight simulator mimics the conditions of a real flight.
ดูคำตอบ

The flight simulator mimics the conditions of a real flight.

ไวยากรณ์

in order to be convincing: การบอกจุดประสงค์ให้ชัดเจน

in order to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ในที่นี้ in order to be convincing อธิบายว่าทำไมยาหลอกจึงต้องเลียนแบบการรักษาจริง จุดประสงค์คือทำให้ดูน่าเชื่อว่าเป็นการรักษา การใช้เพียง to มักมีความหมายเหมือนกัน แต่ in order to ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจนกว่าและอาจฟังเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย กริยาที่ตามมายังคงเป็นรูปพื้นฐาน: in order to be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สามคำที่ขึ้นต้นด้วย in: The presenter used a diagram ____ make the process clear.

ดูคำตอบ

in order to

So, they took the form of sugar pills, วลี

1:22

ดังนั้นพวกมันจึงอยู่ในรูปของยาเม็ดน้ำตาล

วลี

took the form of: ปรากฏในรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ

ในประโยคนี้ took the form of หมายถึง “ปรากฏในรูปของ” หรือ “ถูกจัดให้ในรูปของ” สิ่งที่กล่าวถึงจึงถูกนำเสนออย่างเป็นรูปธรรมเป็นยาเม็ดน้ำตาล โครงสร้างคือ ประธาน + take the form of + คำนาม ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” ตามตัวอักษร แต่เชื่อมสิ่งหนึ่งเข้ากับรูปแบบที่สิ่งนั้นปรากฏ ส่วน took เป็นรูปอดีตของ take

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: The support took ____ grocery vouchers.

ดูคำตอบ

the form of

water-filled injections, and even sham surgeries. การใช้คำ

1:25

การฉีดน้ำเปล่า และแม้กระทั่งการผ่าตัดหลอก

การใช้คำ

sham surgeries: การผ่าตัดจำลองที่ใช้เป็นขั้นตอนควบคุม

ในบริบทการวิจัยทางการแพทย์ sham surgeries หมายถึงการผ่าตัดจำลองที่ออกแบบให้คล้ายการผ่าตัดจริง แต่ตัดขั้นตอนการรักษาหลักที่กำลังทดสอบออกไป การผ่าตัดเหล่านี้อาจใช้เป็นขั้นตอนควบคุม เพื่อให้นักวิจัยแยกผลของการรักษาออกจากผลของความคาดหวังและส่วนอื่น ๆ ของกระบวนการได้ ในที่นี้ sham หมายถึง “ทำให้ดูเหมือนจริงแต่ไม่ได้ให้การรักษาตามจุดประสงค์” ไม่ได้หมายถึงเพียงการผ่าตัดที่ล้มเหลวหรือได้ผลไม่ดี

แบบฝึกหัด

ในการศึกษาทางการแพทย์ sham surgery โดยทั่วไปหมายถึงอะไร?

  1. การผ่าตัดฉุกเฉินที่ทำโดยไม่ได้วางแผน
  2. ขั้นตอนจำลองที่ใช้เป็นตัวควบคุมในการวิจัย
  3. การผ่าตัดที่ไม่สามารถช่วยผู้ป่วยได้
ดูคำตอบ

ขั้นตอนจำลองที่ใช้เป็นตัวควบคุมในการวิจัย

Soon, doctors realized that duping people in this way การใช้คำ

1:29

ในไม่ช้า แพทย์ก็ตระหนักว่าการหลอกลวงผู้คนด้วยวิธีนี้

การใช้คำ

duping people in this ...:การหลอกลวงและชักจูงโดยเจตนา

duping เป็นรูป -ing ของ dupe หมายถึงการหลอกให้ใครบางคนเชื่อสิ่งที่ไม่จริงหรือยอมรับสิ่งที่ทำให้เข้าใจผิด คำนี้สื่อว่าผู้ถูกหลอกถูกชักจูง ไม่ใช่แค่ถูกแกล้งขำ ๆ ใน duping people in this way คำว่า people เป็นกรรมของ dupe ส่วน in this way ชี้ไปที่วิธีการที่กำลังพูดถึง ในประโยคเต็มจะมีคำว่า way ต่อจากช่วงที่เน้นทันที ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการหลอกผู้คนด้วยวิธีนี้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ dupe ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงการหลอกลวงโดยเจตนา

  1. The fake ad duped to shoppers into paying for a product that did not exist.
  2. The fake ad duped shoppers paying for a product that did not exist.
  3. The fake ad duped shoppers into paying for a product that did not exist.
ดูคำตอบ

The fake ad duped shoppers into paying for a product that did not exist.

had another use, in clinical trials. วัฒนธรรม

1:32

มีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือในแวดวงการทดลองทางคลินิก

วัฒนธรรม

in clinical trials:การวิจัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการที่มีมนุษย์เข้าร่วม

Clinical trials คือการศึกษาที่วางแผนไว้และมีผู้เข้าร่วมที่เป็นมนุษย์ เพื่อประเมินยา การรักษา อุปกรณ์ทางการแพทย์ หัตถการ หรือการแทรกแซงทางการแพทย์อื่น ๆ นักวิจัยเก็บข้อมูลตามโครงร่างที่กำหนดเพื่อประเมินความปลอดภัยและผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ in clinical trials ระบุบริบทที่การรักษามีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง วลีนี้เป็นศัพท์ทางการแพทย์และการวิจัยที่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการพิจารณาคดีในศาล

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของ clinical trials ในประโยคนี้

  1. การศึกษาทางการแพทย์ที่วางแผนไว้และมีผู้เข้าร่วมที่เป็นมนุษย์
  2. การทดลองในห้องปฏิบัติการที่ไม่เคยมีมนุษย์เข้าร่วม
  3. การตรวจตามปกติเพื่อดูแลผู้ป่วยคนเดียวในชีวิตประจำวัน
ดูคำตอบ

การศึกษาทางการแพทย์ที่วางแผนไว้และมีผู้เข้าร่วมที่เป็นมนุษย์

By the 1950s,

1:35

ภายในช่วงทศวรรษที่ 1950

researchers were using placebos as a standard tool to test new treatments. วลี

1:36

นักวิจัยได้ใช้ยาหลอกเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการทดสอบการรักษาใหม่ๆ

วลี

using placebos as a standard tool to test new treatments: บทบาทและจุดประสงค์

รูปแบบ use X as Y to do Z บอกข้อมูลสามอย่าง ได้แก่ สิ่งที่นำมาใช้ บทบาทของสิ่งนั้น และจุดประสงค์ในการใช้ ในประโยคนี้ placebos คือ X, a standard tool คือบทบาท และ test new treatments คือจุดประสงค์ ในรูปแบบนี้ as หมายถึง “ในบทบาทของ” ส่วน to-infinitive ตอบคำถามว่า “เพื่อจุดประสงค์อะไร” คำว่า standard แสดงว่าเครื่องมือนี้เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปและเป็นที่ยอมรับแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีกฎอย่างเป็นทางการบังคับให้ใช้เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ use X as Y to do Z ให้สมบูรณ์: Researchers use satellite images ____ a tool ____ track forest loss.

ดูคำตอบ

as · to

To evaluate a new drug, for instance, ลำดับความ

1:41

ตัวอย่างเช่น ในการประเมินยาใหม่

ลำดับความ

To evaluate ..., for instance: จุดประสงค์และตัวอย่าง

To evaluate a new drug วางกรอบจุดประสงค์ให้กับอนุประโยคหลักที่ตามมา โดยบอกผู้อ่านว่าทำไมจึงต้องดำเนินขั้นตอนต่อไป ส่วน for instance บอกว่าขั้นตอนนั้นเป็นตัวอย่างที่เจาะจงของวิธีการทั่วไปที่กำลังอธิบาย สองส่วนนี้ทำงานร่วมกันเพื่อนำผู้อ่านจากคำอธิบายทั่วไปไปสู่กรณีที่เจาะจง เครื่องหมายจุลภาคแสดงกรอบจุดประสงค์ที่ต้นประโยคและคำบอกตัวอย่างที่แทรกอยู่ ส่วนอนุประโยคหลักที่ตามมาจะทำให้ใจความสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ส่วนเปิด To evaluate a new drug, for instance, ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. ระบุจุดประสงค์ของขั้นตอนถัดไปและบอกว่าเป็นตัวอย่างที่เจาะจง
  2. ปฏิเสธหัวข้อก่อนหน้าและนำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ประกาศผลลัพธ์สุดท้ายและบอกว่าจะไม่มีตัวอย่างตามมา
ดูคำตอบ

ระบุจุดประสงค์ของขั้นตอนถัดไปและบอกว่าเป็นตัวอย่างที่เจาะจง

half the patients in a trial might receive the real pill, ไวยากรณ์

1:43

ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งในการทดลองอาจได้รับยาจริง

the other half would get a placebo that looked the same.

1:46

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะได้รับยาหลอกที่มีลักษณะเหมือนกัน

ไวยากรณ์

Half the patients ... the other half: แบ่งกลุ่มหนึ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน

Half the patients หมายถึงหนึ่งส่วนจากการแบ่งผู้ป่วยทั้งหมดออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ส่วน the other half หมายถึงส่วนที่เหลือซึ่งมีขนาดเท่ากัน จึงไม่ต้องกล่าวคำว่า patients ซ้ำ โครงสร้างที่ใช้เป็นคู่นี้แบ่งกลุ่มทั้งหมดออกเป็นสองกลุ่มเท่า ๆ กัน แล้วบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับแต่ละกลุ่ม เหมาะสำหรับอธิบายการแบ่งกลุ่มทดลอง ตารางเวลา และการแบ่งงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคู่ half ... the other half: ____ the class worked indoors; ____ worked outside.

ดูคำตอบ

Half · the other half

Since patients wouldn't know whether they'd received the real thing or a dud, การใช้คำ

1:50

เนื่องจากผู้ป่วยจะไม่ทราบว่าตนได้รับยาจริงหรือยาหลอก

การใช้คำ

The real thing or a dud: ยาจริงหรือสิ่งที่ใช้ไม่ได้

ในประโยคนี้ the real thing หมายถึงยาออกฤทธิ์จริงที่กำลังนำมาทดลอง ส่วน a dud เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสิ่งที่ควรใช้งานได้แต่กลับใช้ไม่ได้ ผู้พูดใช้คำคู่นี้เพื่ออธิบายความต่างในการทดลองอย่างง่ายและเป็นภาษาสนทนา นั่นคือยาออกฤทธิ์เทียบกับยาหลอก การเรียกยาหลอกว่า dud เป็นการพูดแบบกว้าง ๆ ไม่ได้หมายความว่ายาหลอกผลิตมาไม่ดี ในที่นี้หมายความเพียงว่ายาหลอกไม่ใช่การรักษาที่ออกฤทธิ์ซึ่งกำลังนำมาทดลอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ dud อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าเป็นสิ่งที่ใช้งานไม่ได้

  1. The new flashlight looked fine, but it was a dud and would not turn on.
  2. The battery was a dud, so it powered the toy all day.
  3. The shop called the watch a dud only because it was genuine.
ดูคำตอบ

The new flashlight looked fine, but it was a dud and would not turn on.

the results wouldn't be biased, researchers believed. การใช้คำ

1:54

นักวิจัยเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เอนเอียง

การใช้คำ

results wouldn't be biased, ...: การหลีกเลี่ยงความเอนเอียงอย่างเป็นระบบในผลการวิจัย

ในประโยคนี้ results wouldn't be biased หมายความว่า นักวิจัยคาดว่าผลการศึกษาจะไม่ถูกผลักให้เอนเอียงไปทางข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่งอย่างเป็นระบบ เนื่องจากวิธีดำเนินการวิจัยหรือความคาดหวังของผู้เข้าร่วม ไม่ได้หมายความเพียงว่าผลลัพธ์จะถูกต้อง และไม่ได้บอกว่ามีใครตั้งใจหลอกลวง Be biased เป็นรูปแบบกรรมวาจก หมายถึงผลลัพธ์ได้รับอิทธิพลจากอคติ มักใช้ในการวิจัย การสำรวจ และการวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อต้องการดูว่าวิธีการหรือตัวอย่างทำให้ผลลัพธ์บิดเบือนไปหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bias ในความหมายว่าทำให้ผลการวิจัยบิดเบือนอย่างเป็นระบบ

  1. Changing the sample after seeing the data could bias the results.
  2. Changing the sample after seeing the data could make the results grammatically incorrect.
  3. Changing the sample after seeing the data could prove that the results are unbiased.
ดูคำตอบ

Changing the sample after seeing the data could bias the results.

Then, if the new drug showed a significant benefit compared to the placebo, วลี

1:57

จากนั้น หากยาใหม่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก

วลี

showed a significant benefit compared to the placebo: การรายงานผลการเปรียบเทียบในการวิจัย

ในประโยคนี้ showed a significant benefit compared to the placebo ใช้รายงานสิ่งที่ข้อมูลการศึกษาแสดงให้เห็น นั่นคือยาตัวใหม่ให้ประโยชน์ที่น่าสังเกตเมื่อวัดเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ประธานของ show คือผลลัพธ์หรือสิ่งที่กำลังศึกษา จึงเน้นหลักฐานที่พบ ไม่ได้หมายความว่ายาเป็นผู้แสดงบางสิ่งอย่าง主动 Compared to the placebo ระบุเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ significant อาจหมายถึงสำคัญหรือเห็นได้ชัด ในรายงานทางเทคนิคจะหมายถึงมีนัยสำคัญทางสถิติก็ต่อเมื่อบริบทระบุเกณฑ์ทางสถิติไว้ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าประโยชน์นั้นมากหรือสำคัญทางคลินิก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานประโยชน์ที่วัดได้ของวิธีหนึ่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The updated method showed compared a measurable improvement the old method.
  2. The updated method showed a measurable improvement compared to the old method.
  3. The updated method made a measurable improvement than the old method.
ดูคำตอบ

The updated method showed a measurable improvement compared to the old method.

it was proved effective. การใช้คำ

2:02

ก็จะได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพ

การใช้คำ

was proved effective: โครงสร้างกรรมวาจกแบบเป็นทางการที่อิงหลักฐาน

Was proved effective หมายความว่ามีหลักฐานยืนยันว่าสิ่งหนึ่งให้ผลตามที่ตั้งใจไว้ รูปนี้เป็นโครงสร้างกรรมวาจก: be + proved + คำคุณศัพท์ โดย effective เป็นส่วนเติมเต็มประธานที่บอกคุณสมบัติซึ่งหลักฐานยืนยัน โครงสร้างกรรมวาจกทำให้เน้นสิ่งที่ถูกทดสอบมากกว่าคนที่ทำการทดสอบ สำนวนนี้เป็นทางการและเน้นหลักฐาน จึงหนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งนั้น worked หนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนกรรมวาจกแบบเป็นทางการที่หมายถึงหลักฐานจากการทดสอบซ้ำยืนยันความสำเร็จ: After three controlled trials, the method ____.

ดูคำตอบ

was proved effective

Nowadays, it's less common to use placebos this way because of ethical concerns. วัฒนธรรม

2:04

ปัจจุบัน การใช้ยาหลอกในลักษณะนี้น้อยลงเนื่องจากข้อกังวลด้านจริยธรรม

วัฒนธรรม

ethical concerns: ข้อกังวลด้านจริยธรรมเกี่ยวกับสิทธิ ความปลอดภัย และความเป็นธรรม

ethical concerns หมายถึงความกังวลว่าการกระทำหนึ่งยอมรับได้ในทางศีลธรรมหรือไม่ และปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของผู้คนหรือไม่ ในประโยคนี้ การให้ยาหลอกในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ผู้เข้าร่วมบางคนไม่ได้รับการรักษาที่อาจช่วยพวกเขาได้ จึงต้องพิจารณาเรื่องอันตราย ความยินยอมหลังได้รับข้อมูล และความเป็นธรรม วลีนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากคำถามว่าวิธีนั้นได้ผลหรือไม่ ไปเป็นคำถามว่ายอมรับได้หรือไม่ที่จะใช้วิธีนั้นกับมนุษย์ และบอกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แนวทางนี้พบได้น้อยลงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับประโยคเดิม: The sentence says that every placebo-controlled trial is automatically unethical.

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

If it's possible to compare a new drug against an older version or another existing drug, วลี

2:09

หากสามารถเปรียบเทียบยาใหม่กับยารุ่นเก่าหรือยาที่มีอยู่แล้ว

วลี

compare A against B: ใช้ B เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ

ในโครงสร้าง compare A against B นั้น A คือสิ่งที่ถูกประเมิน ส่วน B คือเกณฑ์ที่ใช้วัด A ในประโยคนี้ new drug คือทางเลือกใหม่ที่ถูกประเมิน และ an older version คือจุดอ้างอิง ดังนั้น against จึงหมายถึงการใช้สิ่งหนึ่งเป็นพื้นฐานในการเปรียบเทียบ ไม่ได้สื่อถึงความเป็นศัตรูหรือการต่อต้าน โครงสร้างนี้เน้นว่า A มีผลเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับทางเลือกที่มีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใน compare a new drug against an older version คำว่า against ทำหน้าที่อะไร

  1. คำนี้แสดงว่ายารุ่นเก่าเป็นผู้ผลิตยาใหม่
  2. คำนี้บอกว่ายาทั้งสองทำตัวเป็นศัตรูกัน
  3. คำนี้นำยารุ่นเก่ามาเป็นเกณฑ์สำหรับประเมินยาใหม่
ดูคำตอบ

คำนี้นำยารุ่นเก่ามาเป็นเกณฑ์สำหรับประเมินยาใหม่

that's preferable to simply giving someone no treatment at all, ไวยากรณ์

2:14

ย่อมดีกว่าการไม่ให้การรักษาใดๆ แก่ผู้ป่วยเลย

ไวยากรณ์

be preferable to + คำนามหรือรูป -ing

X is preferable to Y หมายความว่า X เป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือน่าต้องการมากกว่า Y ในที่นี้ that's ย้อนกลับไปยังทางเลือกที่เพิ่งกล่าวถึง และตัดสินว่าทางเลือกนั้นดีกว่าการไม่ให้การรักษาแก่ใครเลย ส่วน simply และ at all เน้นว่าไม่มีการรักษาโดยสิ้นเชิง คำว่า to ใน preferable to เป็นคำบุพบท ตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เช่น preferable to no treatment, preferable to that, preferable to waiting

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย preferable to ในรูปที่ถูกต้อง: Taking the train is ____ driving in heavy traffic.

ดูคำตอบ

preferable to

especially if they have a serious ailment. การใช้คำ

2:18

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขามีอาการป่วยร้ายแรง

การใช้คำ

a serious ailment: คำทางสุขภาพที่ค่อนข้างเป็นทางการและมีความหมายกว้าง

ในประโยคนี้ a serious ailment หมายถึงโรคหรือปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ailment เป็นคำนามนับได้ที่ใช้กล่าวถึงภาวะสุขภาพโดยไม่ต้องระบุคำวินิจฉัยที่แน่นอน ส่วน serious บอกว่าปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ailment มีน้ำเสียงค่อนข้างเป็นทางการและมักพบในข้อมูลสุขภาพหรืองานเขียนที่ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง คำนี้ใช้กล่าวกว้าง ๆ ถึงอาการเจ็บป่วยหรือโรคได้ ส่วนวลีเต็ม serious ailment ระบุชัดว่าเป็นปัญหาร้ายแรง

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้อธิบายโรคหรือปัญหาสุขภาพร้ายแรงแบบค่อนข้างเป็นทางการและมีความหมายกว้าง?

  1. a minor recovery
  2. a control condition
  3. a serious ailment
ดูคำตอบ

a serious ailment

In these cases, placebos are often used as a control to fine-tune the trial, โน้ต

2:21

ในกรณีเหล่านี้ ยาหลอกมักถูกใช้เป็นกลุ่มควบคุมเพื่อปรับแต่งการทดลองให้แม่นยำ

วัฒนธรรม

used as a control: ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบในการทดลอง

ในที่นี้ used as a control หมายถึงถูกกำหนดให้ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบในการทดลอง นักวิจัยเปรียบเทียบผลจากเงื่อนไขที่ใช้ยาหลอกกับผลจากการรักษาจริง เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงใดเกิดจากการรักษา โครงสร้าง be used as + คำนาม หมายถึง “ถูกใช้ให้ทำหน้าที่เป็น” ในภาษาการทดลอง control คือเงื่อนไข ตัวอย่าง วิธีจัดการ หรือกลุ่มที่ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่สั่งการหรือควบคุมการทดลอง

แบบฝึกหัด

ในการทดลองการเจริญเติบโตของพืช Untreated soil was used as a control. หมายความว่าอย่างไร?

  1. ดินนั้นถูกนำออกเพราะไม่สามารถทดสอบได้
  2. ดินนั้นเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบ
  3. ดินนั้นบังคับให้พืชทุกต้นโตด้วยอัตราเดียวกัน
ดูคำตอบ

ดินนั้นเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบ

วลี

fine-tune the trial: ปรับปรุงเล็กน้อยอย่างแม่นยำ

ใน fine-tune the trial คำว่า fine-tune หมายถึงการเปลี่ยนแปลงการออกแบบหรือขั้นตอนของการทดลองเพียงเล็กน้อยอย่างแม่นยำ เพื่อให้การทดลองทำงานได้ถูกต้องที่สุด คำกริยานี้สื่อว่ามีรูปแบบพื้นฐานของการทดลองอยู่แล้วและต้องปรับให้ดีขึ้น ไม่ใช่ออกแบบใหม่ทั้งหมด รูปแบบนี้ยังใช้กับระบบ แผน แบบจำลอง และวิธีการได้ด้วย

แบบฝึกหัด

แอปทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่ทีมต้องการปรับปรุงบางส่วนเพียงเล็กน้อยอย่างแม่นยำ ประโยคใดอธิบายแผนนี้ได้ดีที่สุด

  1. They will replace the app completely.
  2. They will stop developing the app.
  3. They will fine-tune the app.
ดูคำตอบ

They will fine-tune the app.

so that the effects of the new versus the old or alternative drug can be precisely compared. ไวยากรณ์

2:26

เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลของยาใหม่กับยาเก่าหรือยาทางเลือกได้อย่างแม่นยำ

ไวยากรณ์

so that ... can be precisely compared: การบอกจุดประสงค์

ในที่นี้ so that ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ มีการจัดการทดลองในแบบที่ทำให้เปรียบเทียบได้อย่างแม่นยำ มีความหมายเหมือน in order that ไม่ใช่เพียง and then รูปแบบที่ใช้ได้คือ การกระทำ + so that + ประธาน + can/could + คำกริยา ในตัวอย่าง the effects เป็นประธาน ส่วน can be precisely compared เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วย หมายความว่าผลเป็นสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนเพื่อแสดงจุดประสงค์: The guide spoke slowly ____ everyone could follow the directions.

ดูคำตอบ

so that

But, of course, we know the placebos exert their own influence too. วลี

2:32

แต่แน่นอนว่าเรารู้ดีว่ายาหลอกก็ส่งผลกระทบในตัวมันเองเช่นกัน

วลี

exert their own influence: อธิบายผลกระทบอย่างเป็นทางการ

To exert influence หมายถึงการส่งผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พฤติกรรมของคน หรือการตัดสินใจของคน ในประโยคนี้ exert their own influence บอกว่ายาหลอกเองก็ทำให้เกิดผลได้ ส่วน their own เน้นว่าผลนี้มาจากตัวยาหลอกเอง ไม่ได้มาจากการรักษาอื่นหรือปัจจัยภายนอกเท่านั้น Exert influence เป็นคำที่ใช้คู่กันระหว่างคำกริยากับคำนามในรูปแบบค่อนข้างเป็นทางการ พบได้บ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ วิชาการ และข่าว โดยนำเสนอ influence เหมือนเป็นแรงที่กระทำต่อผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียงคำทั้งสี่ให้ถูกต้อง: exert / influence / strong / a. Public opinion can ____ on policy decisions.

ดูคำตอบ

exert a strong influence

Thanks to the placebo effect, วลี

2:37

ต้องขอบคุณปรากฏการณ์ยาหลอก

วลี

Thanks to: บอกสาเหตุโดยให้ความหมายเชิงบวก

Thanks to + กลุ่มคำนาม ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ ในที่นี้หมายถึง “เนื่องจากผลของยาหลอก” ไม่ได้เป็นการกล่าวขอบคุณใคร วลีนี้มักนำเสนอสาเหตุในแง่บวก จึงเข้ากับผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ใน “Thanks to the traffic jam, we missed the flight,” คำว่า Thanks to อาจฟังดูประชดและมีนัยตำหนิ

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

patients have experienced relief from a range of ailments, วลี

2:38

ผู้ป่วยได้สัมผัสกับการบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ

วลี

experienced relief from a range of ailments: รู้สึกทุเลาจากอาการเจ็บป่วยหลายชนิด

experience relief from หมายถึง รู้สึกว่าอาการปวด อาการเจ็บป่วย หรือภาระอื่น ๆ เบาลง ในที่นี้ patients have experienced relief from เน้นว่าผู้ป่วยรู้สึกว่าอาการดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหายขาดแล้ว a range of ailments หมายถึงปัญหาสุขภาพหลายแบบ ส่วน from ใช้นำหน้าอาการปวดหรือปัญหาที่เบาลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของวลี experience relief from: After the new treatment, Priya ____ her knee pain, although it did not disappear completely.

ดูคำตอบ

experienced relief from

including heart problems, asthma, and severe pain,

2:42

รวมถึงปัญหาโรคหัวใจ โรคหอบหืด และอาการปวดอย่างรุนแรง

even though all they'd received was a fake drug or sham surgery. ไวยากรณ์

2:45

แม้ว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับจะเป็นเพียงยาปลอมหรือการผ่าตัดหลอกก็ตาม

ไวยากรณ์

even though all they'd received was ...: ความขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

even though ใช้นำหน้าข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งอย่างชัดเจนกับผลในประโยคหลัก ในที่นี้แสดงว่าอาการดีขึ้นทั้งที่การรักษาเป็นของปลอม ใน all they'd received was ... คำว่า all หมายถึง “สิ่งเดียว” ทำให้โครงสร้างนี้มีความหมายว่า “เป็นเพียง...เท่านั้น” they'd หมายถึง they had เพราะ received เป็นคำกริยาช่องที่สาม และ past perfect แสดงว่าการได้รับการรักษาเกิดก่อนผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคถือว่าการนอนเพียงสองชั่วโมงเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: She went to work ___ all she'd had was two hours of sleep.

  1. because
  2. even if
  3. even though
ดูคำตอบ

even though

We're still trying to understand how.

2:49

เรายังคงพยายามทำความเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

Some believe that instead of being real, ไวยากรณ์

2:52

บางคนเชื่อว่าแทนที่จะเป็นเรื่องจริง

ไวยากรณ์

instead of being real: โครงสร้าง instead of + -ing

instead of being real หมายถึง “แทนที่จะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง” ในที่นี้ instead of ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบท ดังนั้นคำกริยา be จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ being วลีนี้ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งก่อน แล้วประโยคหลักจึงเสนออีกคำอธิบายหนึ่ง ในประโยคนี้ “ผลที่เกิดขึ้นจริง” ถูกนำไปเทียบกับแนวคิดที่ว่า ผลที่ดูเหมือนเกิดขึ้นมาจากการสับสนกับปัจจัยอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be หลัง instead of: Instead of ____ angry, Leo was simply tired.

ดูคำตอบ

being

the placebo effect is merely confused with other factors, วลี

2:54

ปรากฏการณ์ยาหลอกเป็นเพียงความสับสนกับปัจจัยอื่นๆ

วลี

confused with other factors: การใช้ be confused with

be confused with หมายถึง “ถูกเข้าใจผิดว่าเป็น” หรือ “ไม่ถูกแยกให้ชัดจาก” สิ่งอื่น โครงสร้าง active คือ confuse A with B ส่วนโครงสร้าง passive คือ A is confused with B ในที่นี้ ข้ออ้างคือสิ่งที่คนเรียกว่าผลของยาหลอกอาจสะท้อนปัจจัยอื่นจริง ๆ วลีนี้พูดถึงความผิดพลาดในการจำแนก ไม่ได้หมายความว่าผลของยาหลอกเองรู้สึกสับสน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าผลิตภัณฑ์สองชนิดมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอีกชนิดหนึ่ง?

  1. The two products are often confused about each other because their packages look alike.
  2. The two products are often confusing with each other because their packages look alike.
  3. The two products are often confused with each other because their packages look alike.
ดูคำตอบ

The two products are often confused with each other because their packages look alike.

like patients trying to please doctors by falsely reporting improvements. ไวยากรณ์

2:58

เช่น ผู้ป่วยพยายามเอาใจแพทย์ด้วยการรายงานเท็จว่าอาการดีขึ้น

ไวยากรณ์

by falsely reporting improvements: การใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

โครงสร้าง by + รูป -ing ใช้บอกวิธีที่ใช้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ by falsely reporting improvements ตอบว่าผู้ป่วยพยายามเอาใจแพทย์อย่างไร นั่นคือพวกเขาอ้างว่าอาการกำลังดีขึ้นทั้งที่คำกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง ผู้ที่ทำ reporting เป็นคนเดียวกับผู้ที่ทำ trying ซึ่งก็คือ patients คำว่า falsely ขยาย reporting ส่วน improvements หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของอาการในทางที่ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ by และรูป -ing ของ replay เติมประโยคให้สมบูรณ์: She improved her pronunciation ____ the recording several times.

ดูคำตอบ

by replaying

On the other hand, ลำดับความ

3:02

ในทางกลับกัน

ลำดับความ

On the other hand: การนำเสนออีกด้านที่แตกต่าง

On the other hand เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เปลี่ยนจากด้านหนึ่งของประเด็นไปสู่อีกด้านที่แตกต่างหรือตรงข้าม คำนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังนำแนวคิดถัดไปมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่กล่าวก่อนหน้า แทนที่จะมองว่าเป็นข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมในทิศทางเดิม

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมทางความคิดที่เหมาะสมที่สุด: Working from home saves commuting time. ____, it can feel isolating.

  1. On the other hand
  2. As a result
  3. For example
ดูคำตอบ

On the other hand

researchers think that if a person believes a fake treatment is real, ไวยากรณ์

3:03

นักวิจัยคิดว่าหากบุคคลเชื่อว่าการรักษาปลอมนั้นเป็นเรื่องจริง

ไวยากรณ์

if a person believes ... is real: การตั้งเงื่อนไขที่เป็นไปได้

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ตั้งเงื่อนไขที่เป็นไปได้ว่า คนคนหนึ่งมองว่าการรักษาปลอมเป็นของจริง จากนั้นประโยคหลักที่ตามมาจะอธิบายว่าสิ่งใดอาจเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น ในการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ทั่วไป ส่วนที่เป็นเงื่อนไขมักใช้ present simple เช่น believes แทน will believe รูปแบบนี้เสนอให้พิจารณากลไกหนึ่ง ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนต้องตอบสนองเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเชื่อข่าวลือเป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้ แทนที่จะเป็นสาเหตุที่ยืนยันแล้วหรือความสัมพันธ์แบบยอมรับแต่ขัดแย้ง

  1. If a reader believes the rumor is true, they may share it.
  2. Although a reader believes the rumor is true, they may share it.
  3. Because a reader believes the rumor is true, they may share it.
ดูคำตอบ

If a reader believes the rumor is true, they may share it.

their expectations of recovery actually do trigger physiological factors that improve their symptoms. โน้ต

3:07

ความคาดหวังที่จะหายป่วยจะไปกระตุ้นปัจจัยทางสรีรวิทยาที่ทำให้อาการของพวกเขาดีขึ้นจริงๆ

วลี

expectations of recovery: ความเชื่อและการคาดการณ์เกี่ยวกับการฟื้นตัว

expectations of recovery หมายถึงความเชื่อหรือการคาดการณ์ว่าคนคนหนึ่งจะดีขึ้นหรือไม่ เมื่อใด หรืออย่างไร ส่วน of recovery ระบุว่าสิ่งที่คาดไว้นั้นเกี่ยวข้องกับการฟื้นตัว expectation เน้นสิ่งที่คนคนหนึ่งคิดว่าน่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องการ วลีนามนี้เหมาะกับการพูดคุยอย่างเป็นกลางหรือเป็นทางการว่าความเชื่อเกี่ยวกับการฟื้นตัวอาจส่งผลต่ออาการอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมวลีคำนามแบบเป็นทางการที่หมายถึงความเชื่อหรือการคาดการณ์เกี่ยวกับการฟื้นตัวให้สมบูรณ์: The study measured the patients' ____.

ดูคำตอบ

expectations of recovery

ไวยากรณ์

actually do trigger: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน actually do trigger คำว่า do ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ แต่เป็น do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า เพื่อทำให้ trigger มีความหมายว่าเกิดขึ้นจริงหรือกระตุ้นจริง ๆ ส่วน actually ก็ช่วยสื่อการแก้ความเข้าใจ โดยผู้พูดยืนยันว่าผลนั้นมีอยู่จริงแม้อาจมีข้อสงสัย หลัง do ที่ใช้เน้น กริยาหลักต้องคงรูปพื้นฐาน จึงเป็น do trigger ใช้ does กับประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ในปัจจุบัน และใช้ did ในอดีต แต่กริยาที่ตามหลังยังคงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นที่ถูกต้องของ do และกริยา reduce: Many people doubt the update helps, but it ____ loading time.

ดูคำตอบ

does reduce

Placebos seem to be capable of causing measurable change in blood pressure, ไวยากรณ์

3:14

ยาหลอกดูเหมือนจะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ในความดันโลหิต

ไวยากรณ์

seem to be capable of causing measurable change: การบอกความสามารถอย่างระมัดระวัง

วลีนี้มีการแสดงความระมัดระวังสองชั้น seem to ทำให้ข้อสรุปเป็นสิ่งที่ดูว่าเป็นเช่นนั้นจากหลักฐาน แทนที่จะยืนยันว่าแน่นอน ส่วน be capable of causing บอกว่าประธานมีความสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นทุกครั้ง measurable change หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบหรือวัดเป็นตัวเลขได้ ในทางไวยากรณ์ of เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing คือ causing ในที่นี้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของโครงสร้าง seem to be capable of เติมประโยคให้สมบูรณ์: From the early results, the device ____ detecting tiny leaks.

ดูคำตอบ

seems to be capable of

heart rate, and the release of pain-reducing chemicals like endorphins. การใช้คำ

3:18

อัตราการเต้นของหัวใจ และการหลั่งสารเคมีลดอาการปวดอย่างเอนดอร์ฟิน

การใช้คำ

pain-reducing chemicals like endorphins: สารเคมีลดความเจ็บปวด เช่น เอนดอร์ฟิน

pain-reducing เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า chemicals หมายถึงสามารถลดความเจ็บปวดได้ โดย pain คือสิ่งที่ถูกลด และเครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อขยาย chemicals like endorphins ยก endorphins เป็นตัวอย่างหนึ่งของสารเคมีกลุ่มนี้ ไม่ได้หมายถึงรายการทั้งหมด วลีทั้งชุดจึงเรียกกลุ่มตามหน้าที่ของมัน แล้วตามด้วยตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าร่างกายหลั่งสารเคมีที่ช่วยลดความเจ็บปวด โดยยกเอนดอร์ฟินเป็นตัวอย่าง

  1. The body releases pain-reducing chemicals like endorphins.
  2. The body releases pain-reducing chemicals as endorphins.
  3. The body releases pain-reduced chemicals like endorphins.
ดูคำตอบ

The body releases pain-reducing chemicals like endorphins.

That explains why subjects in pain studies often say placebos ease their discomfort. โน้ต

3:23

นั่นอธิบายได้ว่าทำไมผู้ทดลองในการศึกษาความเจ็บปวดมักกล่าวว่ายาหลอกช่วยบรรเทาความไม่สบายของพวกเขาได้

ลำดับความ

That explains why: เชื่อมเหตุเข้ากับสิ่งที่สังเกตพบ

That ย้อนกลับไปอ้างถึงกลไกทางชีวภาพที่เพิ่งอธิบายไว้ก่อนหน้า ส่วน explains why ใช้นำเข้าสิ่งที่สังเกตพบและเข้าใจได้ด้วยกลไกนั้น นั่นคือสิ่งที่ผู้เข้าร่วมการศึกษาพูดถึงยาหลอก โดยทั่วไป รูปแบบนี้จัดข้อมูลจากเหตุไปสู่ผลหรือสิ่งที่สังเกตพบ ให้บอกเหตุก่อน แล้วใช้ That explains why นำหน้าผลที่เหตุนั้นช่วยอธิบาย

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดระหว่างแนวคิดเหล่านี้: The freezer door was left open overnight. The ice cream melted.

  1. Even so,
  2. For example,
  3. That explains why
ดูคำตอบ

That explains why

วลี

ease their discomfort: ease ในฐานะคำกริยา

ใน ease their discomfort คำว่า ease เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้ความไม่สบายรุนแรงน้อยลง” คำนี้สื่อว่าอาการบรรเทาลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหายไปทั้งหมดหรือรักษาให้หาย Discomfort มีความหมายกว้างกว่าและมักเบากว่า pain อาจรวมถึงอาการปวดเมื่อย คลื่นไส้ ระคายเคือง หรือความรู้สึกไม่สบายทั่วไป

แบบฝึกหัด

ใช้ ease เป็นคำกริยาเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A cool cloth may ____ the patient's discomfort.

ดูคำตอบ

ease

Placebos may even reduce levels of stress hormones like adrenaline, วลี

3:28

ยาหลอกอาจช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างอะดรีนาลีนได้

วลี

reduce levels of stress hormones like adrenaline: ลดระดับฮอร์โมนความเครียด

Reduce levels of + สารที่วัดได้ หมายถึง “ทำให้ปริมาณหรือความเข้มข้นที่วัดได้ลดลง” รูปแบบนี้พบบ่อยในคำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาพ โดยหมายถึงการลดลง ไม่ใช่การกำจัดออกทั้งหมด Like adrenaline ยก adrenaline เป็นตัวอย่างหนึ่งของ stress hormones ในที่นี้ like หมายถึง “เช่น” ไม่ใช่ “คล้ายกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย reduce levels of: Regular sleep may help ____ stress hormones such as cortisol.

ดูคำตอบ

reduce levels of

which can slow the harmful effects of an ailment.

3:32

ซึ่งสามารถชะลอผลกระทบที่เป็นอันตรายของความเจ็บป่วย

So, shouldn't we celebrate the placebo's bizarre benefits? ลำดับความ

3:36

ถ้าอย่างนั้น เราไม่ควรยินดีกับประโยชน์อันน่าประหลาดใจของยาหลอกหรือ?

ลำดับความ

Shouldn't we celebrate ...?:คำถามเชิงวาทศิลป์ที่ปูทางสู่การพิจารณาใหม่

Shouldn't we celebrate ...? เป็นคำถามเชิงปฏิเสธที่นำเสนอว่า “เราควรเฉลิมฉลอง” เป็นข้อสรุปที่ดูเหมือนจะตามมาจากข้อมูลก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้พูดคาดว่าข้อสรุปนี้จะฟังดูน่าเห็นด้วย ไม่ได้ถามอย่างเป็นกลางทั้งหมด ในการอธิบายหรือโต้แย้ง รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลได้ โดยเสนอข้อสรุปที่ผู้ฟังน่าจะคิดก่อน แล้วจึงตรวจสอบ จำกัด หรือโต้แย้งข้อสรุปนั้น ที่นี่ผู้พูดกำลังปูทางให้ข้อสรุปที่จะถูกพิจารณาใหม่ในส่วนถัดไป

แบบฝึกหัด

คำถามที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการเรียบเรียงข้อโต้แย้ง?

  1. ถามอย่างเป็นกลางว่าผู้พูดเข้าใจหรือไม่ว่ายาหลอกคืออะไร
  2. สั่งผู้ฟังโดยตรงให้จัดงานเฉลิมฉลอง
  3. เสนอข้อสรุปที่น่าคล้อยตาม เพื่อให้ข้อโต้แย้งส่วนถัดไปสามารถจำกัดหรือตั้งคำถามต่อข้อสรุปนั้น
ดูคำตอบ

เสนอข้อสรุปที่น่าคล้อยตาม เพื่อให้ข้อโต้แย้งส่วนถัดไปสามารถจำกัดหรือตั้งคำถามต่อข้อสรุปนั้น

Not necessarily. ลำดับความ

3:39

ไม่จำเป็นเสมอไป

ลำดับความ

Not necessarily: การปฏิเสธข้อสรุปที่มั่นใจเกินไป

Not necessarily หมายความว่าข้อสรุปก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการรับรองว่าจะเป็นจริง สำนวนนี้โต้แย้งว่าข้อสรุปนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจำเป็น โดยไม่ได้บอกว่าข้อสรุปนั้นผิดเสมอไป เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ สำนวนนี้จะเปลี่ยนทิศทางอย่างระมัดระวัง และเปิดพื้นที่ให้ข้อยกเว้น เงื่อนไข หรือหลักฐานอื่น โดยมักแม่นยำและไม่เด็ดขาดเท่าการตอบเพียง No

แบบฝึกหัด

Maya พูดว่า "A higher price means the product will last longer." คำตอบใดสื่อได้ดีที่สุดว่าข้อสรุปของเธออาจเป็นจริง แต่ไม่ได้รับการรับรอง?

  1. Not necessarily. Price alone does not guarantee durability.
  2. Yes. A higher price guarantees a longer life.
  3. No. A higher price can never be linked to quality.
ดูคำตอบ

Not necessarily. Price alone does not guarantee durability.

If somebody believes a fake treatment has cured them,

3:41

หากบางคนเชื่อว่าการรักษาปลอมๆ รักษาพวกเขาให้หายได้

they may miss out on drugs or therapies that are proven to work. โน้ต

3:44

พวกเขาอาจพลาดโอกาสได้รับยาหรือการบำบัดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล

กริยาวลี

miss out on: พลาดโอกาสได้รับประโยชน์

miss out on something หมายถึงพลาดโอกาสที่จะได้รับ สัมผัส หรือได้ประโยชน์จากสิ่งนั้น ในประโยคนี้หมายความว่าคนอาจไม่ได้รับประโยชน์จากยาหรือการรักษาที่ได้ผล ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาไม่สังเกตเห็นสิ่งเหล่านั้น โครงสร้างคือ miss out on + คำนามหรือรูป -ing ให้เข้าใจ miss out on เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด และวางสิ่งหรือโอกาสที่พลาดไว้หลัง on

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึงพลาดโอกาสได้รับประโยชน์: If you skip the workshop, you'll ____ valuable hands-on practice.

ดูคำตอบ

miss out on

วลี

that are proven to work: ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล

that are proven to work เป็นอนุประโยคขยาย drugs or therapies โครงสร้างกรรมวาจก be proven to + คำกริยา หมายความว่ามีหลักฐานแสดงว่าประธานทำสิ่งที่กล่าวอ้างได้จริง ในที่นี้ work หมายถึงให้ผลตามที่ตั้งใจหรือมีประสิทธิผล ไม่ได้หมายถึงทำงาน ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงระบุการรักษาที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าได้ผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิผลของวิธีนี้

  1. The method is expected to work in future trials.
  2. The method is being discussed after the trials.
  3. The method is proven to work in controlled trials.
ดูคำตอบ

The method is proven to work in controlled trials.

Plus, the positive effects may fade over time, วลี

3:48

นอกจากนี้ ผลดีอาจจางหายไปตามกาลเวลา

วลี

may fade over time: อาจค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ในประโยคนี้ may fade over time หมายถึง “อาจค่อย ๆ อ่อนลงเมื่อเวลาผ่านไป” คำว่า fade สื่อถึงการที่ความเข้มหรือความชัดเจนลดลงทีละน้อย ไม่ใช่หยุดลงอย่างกะทันหัน may บอกความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน over time บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้พูดถึงผลกระทบ ความทรงจำ ความตื่นเต้น สี และสิ่งอื่น ๆ ที่ค่อย ๆ อ่อนลงหรือเลือนรางได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความรู้สึกอาจค่อย ๆ อ่อนลงเมื่อเวลาผ่านไป

  1. The excitement may fade over time.
  2. The excitement may begin at noon.
  3. The excitement may grow stronger over time.
ดูคำตอบ

The excitement may fade over time.

and often do. ไวยากรณ์

3:51

และมักจะเป็นเช่นนั้น

ไวยากรณ์

and often do: ใช้ do แทนวลีคำกริยาที่กล่าวไปแล้ว

ในที่นี้ do ใช้แทนวลีคำกริยา fade over time ที่อยู่ในอนุประโยคก่อนหน้า ความหมายแบบเต็มคือ the positive effects often fade over time การใช้ do ช่วยไม่ต้องพูดการกระทำเดิมซ้ำทั้งหมด ประธานพหูพจน์ the positive effects รับมาจากอนุประโยคก่อนหน้า จึงใช้ do ในรูปปัจจุบันแบบ simple present ส่วน often ทำให้ใจความก้าวไปอีกขั้นว่า ผลกระทบที่อ่อนลงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิด แต่เกิดขึ้นบ่อยจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรูป simple present ที่ถูกต้องของ do เพื่อไม่ต้องกล่าว change without warning ซ้ำ: Plans can change without warning, and often ____.

ดูคำตอบ

do

Placebos also cloud clinical results, การใช้คำ

3:53

ยาหลอกยังทำให้ผลลัพธ์ทางคลินิกคลุมเครือ

การใช้คำ

cloud clinical results: ทำให้ผลลัพธ์ตีความได้ยากขึ้น

ในที่นี้ cloud หมายถึง “ทำให้บางสิ่งไม่ชัดเจนหรือเข้าใจได้ยากขึ้น” คำนี้เป็นคำกริยาที่มีกรรม และกรรม clinical results บอกว่าสิ่งใดตีความได้ยากขึ้น คำเปรียบเทียบนี้มาจากภาพของเมฆที่บดบังการมองเห็น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์เป็นเท็จ แต่หมายความว่าปัจจัยอื่นทำให้ความหมายหรือสาเหตุของผลลัพธ์ไม่แน่นอนมากขึ้น

แบบฝึกหัด

cloud ใน “Missing information can cloud the results” หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้ผลลัพธ์ตีความได้ยากขึ้น
  2. ทำให้ผลลัพธ์แม่นยำขึ้น
  3. พิสูจน์ว่าผลลัพธ์เป็นเท็จ
ดูคำตอบ

ทำให้ผลลัพธ์ตีความได้ยากขึ้น

making scientists even more motivated to discover how they wield such power over us. สำนวน

3:55

ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีแรงจูงใจมากยิ่งขึ้นที่จะค้นพบว่ามันใช้อำนาจเหนือเราได้อย่างไร

สำนวน

wield such power over us: ใช้อิทธิพลอย่างมากเหนือเรา

ใน wield such power over us คำว่า wield หมายถึง “ใช้หรือใช้อำนาจ” ไม่ได้หมายถึงการแกว่งวัตถุจริง ๆ คำนี้มักมีคำนามนามธรรมอย่าง power, authority หรือ influence เป็นกรรม รูปแบบ wield power over someone ระบุว่าใครได้รับผลจากอำนาจนั้น such เน้นว่าอำนาจมีมากเพียงใด ส่วน wield ทำให้อิทธิพลนั้นฟังดูเป็นการกระทำที่ชัดเจนและทรงพลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสามคำจากบทเรียนนี้: Large corporations can ____ smaller suppliers.

ดูคำตอบ

wield power over

Despite everything we know about the human body, ไวยากรณ์

4:02

แม้ว่าเราจะรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์มากมาย

ไวยากรณ์

Despite everything we know about the human body: despite + นามวลี

Despite ใช้เปิดส่วนแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับสิ่งที่คาดไว้ กล่าวคือ ข้อเท็จจริงนี้ตามปกติควรทำให้ข้อความถัดไปดูไม่น่าเกิดขึ้นหรือดูน่าประหลาดใจมากขึ้น ในที่นี้ ความรู้ของเราเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ตัดกับข้อเท็จจริงที่ว่ายังมีปริศนาเหลืออยู่ Despite เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ใน everything we know about the human body คำว่า everything เป็นคำหลัก และ we know about the human body เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ขยายคำนี้ โดยละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ซึ่งจะใส่ก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่า แม้เราจะรู้มาก แต่ก็ยังมีคำถามอีกมาก?

  1. Despite we know a great deal, many questions remain.
  2. Despite everything we know, many questions remain.
  3. Although everything we know, many questions remain.
ดูคำตอบ

Despite everything we know, many questions remain.

there are still some strange and enduring mysteries, like the placebo effect. วลี

4:04

แต่ก็ยังคงมีความลึกลับที่แปลกประหลาดและยาวนาน เช่น ปรากฏการณ์ยาหลอก

วลี

some strange and enduring mysteries: enduring + คำนามนามธรรม

Strange และ enduring เป็นคำคุณศัพท์ที่เชื่อมกันและขยาย mysteries ทั้งคู่ Strange บอกว่าปริศนาเหล่านี้ไม่ธรรมดาหรือน่าฉงน ส่วน enduring บอกว่าปริศนาเหล่านี้มีอยู่ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน เมื่อใช้ enduring กับ mystery มักสื่อว่าคำถามนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขแม้เวลาจะผ่านไปนาน คำนี้บอกถึงการคงอยู่ ไม่ใช่ความแข็งแรงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

คำถามหนึ่งทำให้นักวิจัยสงสัยมาหลายศตวรรษแล้ว ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. It remains an enduring mystery.
  2. It remains a durable mystery.
  3. It remains an enduringly mystery.
ดูคำตอบ

It remains an enduring mystery.

So, what other undiscovered marvels might we contain? การใช้คำ

4:09

ดังนั้น เราอาจมีความมหัศจรรย์อื่นๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบอะไรอีก?

การใช้คำ

undiscovered marvels: สิ่งที่ยังไม่ถูกค้นพบและชวนให้พิศวง

ในคำถามนี้ undiscovered marvels หมายถึงสิ่งน่าอัศจรรย์ที่อาจมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถูกค้นพบหรือทำความเข้าใจ คำว่า undiscovered บอกสถานะในปัจจุบันว่ายังไม่ถูกค้นพบ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องสมมติหรือเป็นไปไม่ได้ คำว่า marvels ให้อารมณ์พิศวงและชื่นชม วลีนี้ทำให้คำถามฟังดูชวนสงสัยและเปี่ยมจินตนาการ แทนที่จะเป็นเพียงการแจกแจงสิ่งที่อาจค้นพบอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

undiscovered marvels ในคำถามนี้หมายถึงอะไร?

  1. ผลการค้นคว้าที่เผยแพร่แล้วแต่มีคนปฏิเสธที่จะพูดถึง
  2. สิ่งธรรมดาที่เข้าใจอย่างครบถ้วนแล้ว
  3. สิ่งน่าอัศจรรย์ที่อาจมีอยู่แต่ยังไม่ถูกค้นพบ
ดูคำตอบ

สิ่งน่าอัศจรรย์ที่อาจมีอยู่แต่ยังไม่ถูกค้นพบ

It's easy to investigate the world around us ไวยากรณ์

4:13

การสำรวจโลกรอบตัวเรานั้นเป็นเรื่องง่าย

and forget that one of its most fascinating subjects lies right behind our eyes. สำนวน

4:15

จนลืมไปว่าหนึ่งในหัวข้อที่น่าหลงใหลที่สุดของโลกก็ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาของเรานี่เอง

ไวยากรณ์

It's easy to ... and forget that ...: ชี้ให้เห็นสิ่งที่มักถูกมองข้าม

โครงสร้าง It's easy to ... and forget that ... ใช้ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่พบได้ทั่วไป คือคนเรามักทำสิ่งแรกแล้วมองข้ามข้อเท็จจริงที่ตามหลัง that ในที่นี้ easy หมายถึง “มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ทันสังเกต” ไม่ได้หมายถึงแค่ “ใช้ความพยายามน้อย” ในทางไวยากรณ์ it เป็นประธานสมมติที่นำเข้าสู่โครงสร้าง infinitive คำกริยา investigate และ forget เชื่อมแบบขนานด้วย and และใช้ to ร่วมกัน ส่วน that นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์เพื่อบอกสิ่งที่ถูกมองข้าม โครงสร้างนี้ยังทำให้คำเตือนฟังเป็นเรื่องทั่วไปและกล่าวโทษน้อยกว่าการพูดตรง ๆ ว่า You forget that

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง It's easy to ... and forget that ...: ____ follow the loudest voice ____ quieter people may have good ideas.

ดูคำตอบ

It's easy to · and forget that

สำนวน

lies right behind our eyes: ภาพเชิงพื้นที่ที่สื่อถึงสมองและจิตใจ

ในที่นี้ lies เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของ lie ที่หมายถึง “ตั้งอยู่” หรือ “มีอยู่” ไม่ได้หมายถึง “พูดโกหก” ส่วนใน right behind คำว่า right ใช้เน้นตำแหน่ง มีความหมายว่า “ตรง” หรือ “พอดี” ข้อความนี้ใช้ตำแหน่งจริงของสมองที่อยู่หลังดวงตา และในความหมายที่กว้างขึ้นยังชวนให้นึกถึงจิตใจและความคิดของเราเองด้วย จึงเปลี่ยนหัวข้อที่เป็นนามธรรมให้เป็นภาพตำแหน่งที่ชัดเจน และเน้นว่าหัวข้ออันน่าหลงใหลนี้อยู่ภายในตัวเรา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ lies right behind our eyes สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. หัวข้ออันน่าหลงใหลนั้นคือสมองและจิตใจของเราเอง
  2. ดวงตาของเรากำลังพูดโกหก
  3. มีใครบางคนแอบยืนอยู่ข้างหลังผู้พูด
ดูคำตอบ

หัวข้ออันน่าหลงใหลนั้นคือสมองและจิตใจของเราเอง