เรียนการพูดภาษาอังกฤษ | เมืองที่ฉันอาศัยอยู่ | ระดับ 1 | ฟังและฝึกฝน: บทเรียนภาษาอังกฤษ
PodEnglish
ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดบรรยายเมืองเล็กและเงียบสงบที่ตนอาศัยอยู่ ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาที่โอบล้อมด้วยภูเขา เนื้อหาไล่จากถนนสายหลักและกิจกรรมของชุมชน ไปสู่ความเป็นมิตรของชาวเมืองและความรู้สึกผูกพันกับสถานที่ ก่อนเปลี่ยนเป็นการฝึกพูดด้วยการพูดตามและอัดเสียงตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. is lined with — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้สำนวนที่เป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่ามีสิ่งต่าง ๆ เช่น ร้านค้าหรือต้นไม้ เรียงรายตามสองข้างของถนน ริมฝั่ง หรือทางเดิน ช่วยให้บรรยายภาพเมืองและตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ได้แม่นยำกว่าการบอกเพียงว่าอยู่ใกล้ ๆ 2. call this place home. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการมองสถานที่แห่งหนึ่งว่าเป็นบ้านของตน ไม่ได้หมายถึงการตั้งชื่อสถานที่ ใช้ถ่ายทอดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง อัตลักษณ์ และความผูกพันทางใจกับเมืองหรือประเทศที่ตนอาศัยอยู่ได้ 3. try recording yourself — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า try ตามด้วยคำกริยารูป -ing เป็นการแนะนำให้ทดลองทำบางอย่างเพื่อดูว่าได้ผลหรือไม่ ใช้รูปแบบนี้เสนอวิธีเรียนที่ทำได้จริง เช่น อัดเสียงขณะพูดแล้วฟังย้อนหลังเพื่อตรวจสอบการออกเสียง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
welcome to my channel: คำกล่าวต้อนรับตอนเริ่มต้น
Welcome to + สถานที่ กิจกรรม กลุ่ม หรือแพลตฟอร์ม เป็นคำกล่าวต้อนรับโดยตรง ใช้เมื่อใครสักคนมาถึงหรือเริ่มเข้าร่วม ที่นี่ welcome to my channel ใช้ต้อนรับผู้ชมในช่วงต้นของวิดีโอ ในบริบทออนไลน์นี้ channel หมายถึงหน้าของครีเอเตอร์หรือชุดวิดีโอ ไม่ได้หมายถึงทางน้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกล่าวต้อนรับที่ใช้ to หน้าสถานที่หรือกลุ่ม: ____ our science club!
ดูคำตอบ
Welcome to
am going to describe: การบอกแผนที่จะทำต่อไป
Be going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้พูดถึงแผนหรือความตั้งใจ เมื่อประธานเป็น I คำว่า be จะเปลี่ยนเป็น am และ describe ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน: I am going to describe ในที่นี้ going to ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด แต่เป็นการบอกล่วงหน้าว่าผู้พูดวางแผนจะทำอะไรต่อไปในวิดีโอ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ be going to ร่วมกับ describe เพื่อเติมแผนนี้ให้สมบูรณ์: I ____ a picture after lunch.
ดูคำตอบ
am going to describe
the town where I live: การใช้ where หลังคำนามที่เป็นสถานที่
ในวลี the town where I live ส่วน where I live เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ระบุว่าผู้พูดหมายถึง town แห่งไหน ในที่นี้ where มีความหมายว่า “ในสถานที่นั้น” ไม่ได้ขึ้นต้นคำถามใหม่ ใช้โครงสร้าง “คำนามที่เป็นสถานที่ + where + ประธาน + กริยา” เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ได้ อนุประโยคยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ where I live ไม่ใช่ where do I live
แบบฝึกหัด
ใช้ where และคำในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์: This is the library ____. (we / study)
ดูคำตอบ
where we study
Can you guess where I'm from?: การชวนให้เดาด้วยคำถามที่ฝังอยู่
Can you guess...? เป็นการชวนผู้ฟังให้มีส่วนร่วมด้วยการลองเดา แทนที่จะบอกคำตอบให้ฟังทันที จึงสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกันเองคล้ายเกมทายคำ where I'm from เป็นคำถามที่ฝังอยู่หลัง guess คำถามแบบนี้ใช้ลำดับคำของประโยคบอกเล่า คือ where I am from ซึ่งย่อเป็น where I'm from ในที่นี้ ไม่ใช่ where am I from
แบบฝึกหัด
ใช้คำในวงเล็บเติมคำชวนให้เดาให้สมบูรณ์: Can you guess ____? (where / she / is / from)
ดูคำตอบ
where she is from
It is located in a beautiful valley surrounded by mountains. โน้ต
0:11มันตั้งอยู่ในหุบเขาที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขา
is located in: บอกว่าสถานที่ตั้งอยู่ที่ไหน
be located in + สถานที่ หมายถึง “ตั้งอยู่ภายในบริเวณหรือพื้นที่หนึ่ง” ในประโยคนี้ is สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ It ส่วน located บอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่คงที่ ไม่ได้หมายความว่ามีใครนำเมืองไปวางไว้ตรงนั้น ใช้รูปแบบนี้เพื่อบอกตำแหน่งของเมือง อาคาร โรงเรียน หรือสถานที่ท่องเที่ยวอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be located in: The health clinic ____ a quiet neighborhood.
ดูคำตอบ
is located in
surrounded by mountains: ส่วนขยาย past participle แบบกระชับ
surrounded by mountains เป็นวลี past participle ที่วางหลัง valley วลีนี้บอกว่ามีอะไรอยู่รอบหุบเขา และมีความหมายพื้นฐานเหมือนกับ which is surrounded by mountains คำนามที่อยู่หน้าวลีเป็นสิ่งที่รับการกระทำ กล่าวคือ valley เป็นสิ่งที่ถูกล้อม ส่วน mountains เป็นสิ่งที่อยู่ล้อมรอบ รูปแบบสั้นกระชับนี้พบบ่อยในการบรรยายสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย surrounded by และคำนาม forests: We stayed in a village ____.
ดูคำตอบ
surrounded by forests
The main street is lined with shops and restaurants, วลี
0:16ถนนสายหลักเรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร
is lined with: บรรยายสิ่งที่เรียงอยู่ตามแนวสถานที่
ในประโยคนี้ is lined with หมายถึงมีร้านค้าและร้านอาหารเรียงอยู่ตามสองข้างของถนนสายหลัก lined ใช้บรรยายสิ่งที่วางหรือเรียงตามขอบหรือแนวทาง ไม่ได้หมายความว่าร้านค้าเหล่านั้นกำลังเข้าแถวรอ ใช้โครงสร้าง be + lined with + คำนาม เพื่อบอกว่ามีอะไรเรียงอยู่ตามสถานที่นั้น และเปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับประธานและกาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสำหรับบรรยายสิ่งที่เรียงตามถนน: The avenue ____ tall trees.
ดูคำตอบ
is lined with
and there is a beautiful park in the center of town. โน้ต
0:19และมีสวนสาธารณะที่สวยงามอยู่ใจกลางเมือง
there is: แนะนำสิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในสถานที่
There is ใช้แนะนำว่ามีคนหนึ่งคนหรือสิ่งหนึ่งสิ่งอยู่ในสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ใช้แนะนำสวนสวยหนึ่งแห่ง ส่วน in the center of town บอกว่าสวนนั้นอยู่ที่ไหน ในโครงสร้างบอกการมีอยู่นี้ there ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ใช้ there is หน้าคนหรือสิ่งของหนึ่งอย่าง และใช้ there are หน้าสิ่งของที่เป็นพหูพจน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกการมีอยู่ของสิ่งใหม่หนึ่งอย่าง: ____ a bus stop outside the library.
ดูคำตอบ
There is
in the center of town: บอกว่าสถานที่อยู่ใจกลางเมือง
in the center of town หมายถึง “ในบริเวณใจกลางเมือง” บุพบทวลีนี้บอกว่าสวนสาธารณะอยู่ที่ไหน ในที่นี้ town หมายถึงเมืองท้องถิ่นที่เข้าใจได้จากสถานการณ์ ในวลีบอกสถานที่ที่ใช้กันทั่วไปนี้ town มักไม่ใช้ the แต่ใช้ the town เมื่อต้องการชี้เฉพาะเมืองที่กล่าวถึงไว้แล้วหรือเปรียบเทียบกับอีกเมืองหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: The museum is ____.
ดูคำตอบ
in the center of town
Every Saturday: every + คำนามบอกเวลาเอกพจน์
Every Saturday ใช้โครงสร้าง every + คำนามบอกเวลาเอกพจน์ และหมายถึง “ทุกวันเสาร์” วลีนี้บอกตารางเวลาหรือนิสัยที่เกิดซ้ำเป็นประจำ ไม่ใช่วันเสาร์ใดวันเสาร์หนึ่ง เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จะบอกเวลาและความถี่ก่อนเหตุการณ์หลัก เครื่องหมายจุลภาคสามารถใช้แสดงจุดสิ้นสุดของวลีบอกเวลาที่ขึ้นต้นประโยคได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ทุกวันเสาร์”: ____, the market opens at nine.
ดูคำตอบ
Every Saturday
where you can buy fresh produce and other local goods. โน้ต
0:25ที่คุณสามารถซื้อผลิตผลสดใหม่และสินค้าท้องถิ่นอื่นๆ
farmers market: ตลาดขายผลิตผลในท้องถิ่น
farmers market คือตลาดที่เกษตรกร ผู้เพาะปลูก และผู้ขายในท้องถิ่นรายอื่น ๆ นำผลิตผลสด อาหาร และบางครั้งก็มีสินค้าทำมือมาขายให้ผู้ซื้อโดยตรง ในชื่อนี้ คำว่า farmers บอกว่าโดยทั่วไปใครเป็นผู้นำสินค้ามาขาย ไม่ได้หมายถึงตลาดที่อนุญาตให้เฉพาะเกษตรกรมาซื้อของเท่านั้น
แบบฝึกหัด
farmers market ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ร้านค้าที่ขายเฉพาะเครื่องมือทำการเกษตร
- ตลาดที่อนุญาตให้เฉพาะเกษตรกรซื้อของ
- ตลาดที่ผู้เพาะปลูกและผู้ขายในท้องถิ่นขายผลิตผลและสินค้าอื่น ๆ
ดูคำตอบ
ตลาดที่ผู้เพาะปลูกและผู้ขายในท้องถิ่นขายผลิตผลและสินค้าอื่น ๆ
where you can buy: อธิบายสิ่งที่ทำได้ในสถานที่หนึ่ง
ใน where you can buy... คำว่า where เริ่มอนุประโยคขยายที่อธิบาย farmers market โดย where ในที่นี้หมายถึง “ที่ตลาดนั้น” และ you can buy บอกว่าสามารถทำอะไรที่นั่นได้ ใช้โครงสร้าง สถานที่ + where + ประธาน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่ออธิบายว่าใครสามารถทำอะไรในสถานที่นั้นได้ นี่ไม่ใช่คำถาม จึงต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you can buy ไม่ใช่ can you buy
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสี่คำจากรูปแบบในบทเรียน ประธานคือ you และการกระทำคือ buy: This is a bakery ____ fresh bread.
ดูคำตอบ
where you can buy
fresh produce: produce ที่เป็นคำนาม
ใน fresh produce คำว่า produce เป็นคำนามนับไม่ได้ หมายถึงผักและผลไม้สดที่ขายเป็นอาหาร โดยเฉพาะในร้านค้าหรือตลาด คำว่า fresh ขยายคำนาม produce คำนี้ไม่ใช่คำกริยา produce ที่หมายถึง “ผลิต เพาะปลูก หรือสร้าง” คำใกล้เคียงอย่าง buy และ goods บอกให้รู้ว่าประโยคนี้กำลังพูดถึงสิ่งของที่คนซื้อได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The market sells fresh produce.” คำว่า produce หมายถึงอะไร?
- สิ่งของที่ผลิตในโรงงาน
- ผักและผลไม้สด
- การกระทำที่เป็นการผลิตบางสิ่ง
ดูคำตอบ
ผักและผลไม้สด
There is also a weekly library storytime for children, วัฒนธรรม
0:29นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาเล่านิทานในห้องสมุดทุกสัปดาห์สำหรับเด็กๆ
weekly library storytime: กิจกรรมประจำสำหรับเด็ก
library storytime คือกิจกรรมสำหรับเด็กที่ห้องสมุดจัดขึ้น บรรณารักษ์หรือผู้ใหญ่คนอื่นจะอ่านหนังสือออกเสียงหรือเล่าเรื่องให้ฟัง ในที่นี้ storytime เป็นชื่อเรียกทั่วไปของกิจกรรมนี้ ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาใด ๆ ที่มีคนเล่าเรื่อง Weekly หมายถึงกิจกรรมนี้เกิดขึ้นสัปดาห์ละครั้ง ดังนั้น a weekly library storytime จึงเป็นกิจกรรมห้องสมุดสำหรับเด็กที่จัดเป็นประจำตามกำหนดเวลา
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ weekly library storytime มากที่สุด?
- เด็ก ๆ ใช้เวลาทั้งสัปดาห์อ่านหนังสือเงียบ ๆ ที่บ้าน
- เด็ก ๆ ไปห้องสมุดทุกสัปดาห์เพื่อฟังนิทาน
- ห้องสมุดขายหนังสือให้ผู้ใหญ่เดือนละครั้ง
ดูคำตอบ
เด็ก ๆ ไปห้องสมุดทุกสัปดาห์เพื่อฟังนิทาน
as well as a community band that performs in the park every summer. โน้ต
0:33รวมถึงวงดนตรีชุมชนที่มาแสดงในสวนสาธารณะทุกฤดูร้อน
as well as: การเพิ่มอีกรายการหนึ่ง
ในประโยคนี้ as well as ใช้เพิ่มอีกรายการหนึ่งในรายการที่ยาวกว่า คือ a community band วลีนี้ทั้งชุดหมายถึง “นอกจาก...แล้วยัง” หรือ “และยัง” ไม่ควรแปลคำทั้งสามแยกจากกัน วลีนี้มักทำให้ส่วนที่ตามมาดูเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ต่างจาก and ที่มักให้น้ำหนักสองรายการเท่ากันมากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “นอกจาก...แล้วยัง”: The center has a library ____ a small theater.
ดูคำตอบ
as well as
community band: วงดนตรีท้องถิ่น
community band คือวงดนตรีที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ มักเล่นในงานฉลองของเมือง สวนสาธารณะ โรงเรียน หรืองานสาธารณะอื่น ๆ สมาชิกอาจเป็นอาสาสมัครหรือนักดนตรีสมัครเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดนตรีอาชีพเต็มเวลา ในที่นี้ band หมายถึงกลุ่มนักดนตรี ส่วน that performs in the park every summer ยืนยันความหมายนี้ด้วยการบอกว่ากลุ่มดังกล่าวมีการแสดง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ community band มากที่สุด
- กลุ่มนักดนตรีอาชีพที่ออกทัวร์และรับจ้างเล่นเฉพาะคอนเสิร์ตในสนามกีฬา
- กลุ่มนักดนตรีท้องถิ่นที่เล่นในงานของเมือง
- ชั้นเรียนที่สอนเด็กหนึ่งคนให้เล่นดนตรีคนเดียว
ดูคำตอบ
กลุ่มนักดนตรีท้องถิ่นที่เล่นในงานของเมือง
The people in my town are friendly and welcoming. การใช้คำ
0:38ผู้คนในเมืองของฉันเป็นมิตรและยินดีต้อนรับ
friendly and welcoming: ความเป็นมิตรที่ทำให้คนมาใหม่รู้สึกว่าได้รับการยอมรับ
Friendly ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งใจดีและเป็นมิตรกับผู้อื่น ส่วน welcoming มีความหมายเฉพาะมากขึ้น คือทำให้แขกหรือคนที่เพิ่งมาใหม่รู้สึกว่าได้รับการยอมรับและสบายใจ ในประโยคนี้ คำคุณศัพท์ทั้งสองคำบอกถึงท่าทีโดยทั่วไปของคนในเมือง ไม่ใช่การต้อนรับครั้งใดครั้งหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น การใช้สองคำร่วมกันจึงชมทั้งความเป็นมิตรทั่วไปและบรรยากาศที่เปิดรับผู้อื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ welcoming ได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าแขกรู้สึกว่าตนได้รับการยอมรับ
- The hosts were welcoming and made every new guest feel at home.
- The hosts were friendly with their old friends but ignored the new family.
- The hosts knew what time the guests arrived.
ดูคำตอบ
The hosts were welcoming and made every new guest feel at home.
They always seem to be willing to help a neighbor in need. โน้ต
0:41พวกเขาดูเหมือนจะเต็มใจช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ลำบากอยู่เสมอ
seem to be willing to help: การตัดสินเรื่องความเต็มใจช่วยแบบนุ่มนวล
Seem to บอกว่านี่เป็นความรู้สึกหรือข้อสังเกตของผู้พูด จากสิ่งที่ผู้พูดเห็น คนเหล่านั้นดูเหมือนพร้อมจะช่วย การใช้คำนี้ทำให้ข้อความฟังนุ่มนวลและไม่ฟันธงเกินไป ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดคิดว่าพวกเขาโกหกหรือคงจะไม่ช่วย Be willing to help หมายถึงเลือกที่จะช่วยหรือเต็มใจช่วย โครงสร้างคือ ประธาน + seem to + be willing to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น help จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอความเต็มใจช่วยอย่างนุ่มนวลว่าเป็นความรู้สึกของผู้พูด
- Lina seems to be able to help the new members.
- Lina seems to be willing to help the new members.
- Lina is required to help the new members.
ดูคำตอบ
Lina seems to be willing to help the new members.
a neighbor in need: เพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ
ใน a neighbor in need คำว่า in need วางหลัง neighbor เพื่อบอกว่าคนนั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบากและต้องการความช่วยเหลือ วลีนี้ใช้จบได้ในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องบอกว่าต้องการความช่วยเหลือเรื่องใดโดยเฉพาะ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ใน someone in need และ families in need
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ต้องการความช่วยเหลือ”: The shelter supports families ____.
ดูคำตอบ
in need
call this place home: มองว่าสถานที่นี้เป็นบ้าน
ใน call this place home คำว่า call หมายถึง “มองว่า” หรือ “ถือว่า” ไม่ใช่ “ตั้งชื่อ” ผู้พูดมองว่าสถานที่นั้นเป็นบ้านและรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น โครงสร้างคือ call + place + home โดย Home บอกว่าสถานที่นั้นมีความหมายอย่างไรต่อผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำ call + this island + home: After fifteen happy years here, I am proud to ____.
ดูคำตอบ
call this island home
ใช้“So, what do you think?” เพื่อขอความคิดเห็น
So ในประโยคนี้ใช้เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงของบทสนทนา โดยเชื่อมกับข้อมูลที่เพิ่งพูดไป แล้วหันไปให้ผู้ฟังตอบ ไม่จำเป็นต้องแสดงความสัมพันธ์แบบเหตุและผลอย่างเคร่งครัด What do you think? ใช้เชิญให้อีกฝ่ายบอกความคิดเห็น การตัดสินใจ หรือการคาดเดา ใช้คำถามเต็มนี้ได้หลังจากอธิบายหรือแสดงบางสิ่งแล้วและต้องการให้อีกฝ่ายตอบ
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งอธิบายแผนของตนเองและตอนนี้ต้องการฟังความคิดเห็นของเพื่อน ประโยคใดเหมาะจะพูดต่อที่สุด
- So, what do you think?
- So, where did you go?
- So, when does it start?
ดูคำตอบ
So, what do you think?
ใช้“Leave a comment below” เป็นคำเชิญให้มีส่วนร่วมทางออนไลน์
Leave a comment หมายถึงเขียนและโพสต์คำตอบ ในที่นี้ leave หมายถึงวางหรือเพิ่มบางสิ่งไว้ให้ผู้อื่นเห็น ไม่ได้หมายถึงจากไป Below ชี้ไปยังส่วนความคิดเห็นใต้คลิปวิดีโอหรือโพสต์ คำสั่ง Leave a comment below เป็นคำเชิญให้มีส่วนร่วมที่ใช้บ่อยทางออนไลน์ เพื่อขอให้ผู้ชมตอบแบบสาธารณะ
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการวิดีโอต้องการให้ผู้ชมที่รู้คำตอบตอบแบบสาธารณะในส่วนความคิดเห็นใต้คลิป ประโยคใดเหมาะสม
- Send me a private message if you know the answer.
- Tell the person next to you if you know the answer.
- Leave a comment below if you know the answer.
ดูคำตอบ
Leave a comment below if you know the answer.
let me know: ขอให้อีกฝ่ายบอกข้อมูล
ในประโยคนี้ let me know หมายถึง “บอกคำตอบหรือความคิดเห็นของคุณให้ฉันรู้” ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ชมให้ข้อมูลหรือความคิดเห็น โดย let ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตตามตัวอักษร ไม่จำเป็นต้องบอกว่าอยากรู้อะไรถ้าบริบททำให้เข้าใจอยู่แล้ว หรือจะระบุให้ชัดด้วยอนุประโยคก็ได้ เช่น Let me know when you are ready.
แบบฝึกหัด
เติมคำขอด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “เมื่อได้ข้อมูลแล้วให้บอกฉัน”: When you find out the delivery time, ____.
ดูคำตอบ
let me know
Repeat after me: พูดตามตัวอย่างที่ได้ยิน
Repeat after me เป็นคำสั่งให้ฟังตัวอย่างจากผู้พูดแล้วพูดคำเดียวกันตาม เป็นคำที่ใช้บ่อยในห้องเรียนและการฝึกพูดแบบมีผู้นำ after ในที่นี้แสดงเวลาและลำดับ คือให้พูดหลังจากฟังตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างหลังผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งในห้องเรียนให้สมบูรณ์: The teacher says, “____: The library is open.”
ดูคำตอบ
Repeat after me
It is located in a beautiful valley surrounded by mountains.
1:08มันตั้งอยู่ในหุบเขาที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขา
It is located in a beautiful valley surrounded by mountains.
1:17มันตั้งอยู่ในหุบเขาที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขา
The main street is lined with shops and restaurants,
1:22ถนนสายหลักเรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร
The main street is lined with shops and restaurants,
1:35ถนนสายหลักเรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร
where you can purchase fresh produce and other locally made goods. โน้ต
1:45ที่คุณสามารถซื้อผลิตผลสดใหม่และสินค้าอื่นๆ ที่ผลิตในท้องถิ่น
purchase fresh produce: วิธีพูด buy ที่เป็นทางการกว่า
ในประโยคนี้ purchase มีความหมายว่า buy หรือซื้อ ไม่ได้บอกถึงการซื้อแบบพิเศษ เพียงแต่ทำให้คำบรรยายตลาดมีน้ำเสียงเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย fresh produce เป็นวลีทั่วไปที่หมายถึงผักและผลไม้สด ในที่นี้ produce เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงมักไม่ใช้ a ข้างหน้าและไม่เติม -s เป็นพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำกริยาที่เป็นทางการกว่าซึ่งหมายถึง buy และใช้วลีธรรมชาติสำหรับผักและผลไม้สด?
- Visitors can purchase fresh products at the market.
- Visitors can buy fresh produce at the market.
- Visitors can purchase fresh produce at the market.
ดูคำตอบ
Visitors can purchase fresh produce at the market.
locally made goods: บอกว่าสินค้าผลิตที่ไหน
locally made goods หมายถึงสินค้าที่ผลิตในพื้นที่นั้น locally เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ขยาย made จึงบอกว่าการผลิตเกิดขึ้นที่ไหน วลีนี้เน้นสถานที่ผลิต ไม่ใช่แค่สถานที่ขาย goods เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงสิ่งของที่นำมาขาย
แบบฝึกหัด
วลีใดบอกอย่างชัดเจนว่าสินค้านั้นผลิตในพื้นที่?
- locally made goods
- handmade goods
- goods sold locally
ดูคำตอบ
locally made goods
where you can purchase fresh produce and other locally made goods.
1:59ที่คุณสามารถซื้อผลิตผลสดใหม่และสินค้าอื่นๆ ที่ผลิตในท้องถิ่น
There is also a weekly library storytime for children,
2:03นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาเล่านิทานในห้องสมุดทุกสัปดาห์สำหรับเด็กๆ
as well as a community band that performs in the park every summer.
2:07รวมถึงวงดนตรีชุมชนที่มาแสดงในสวนสาธารณะทุกฤดูร้อน
There is also a weekly library story time for children,
2:20นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาเล่านิทานในห้องสมุดทุกสัปดาห์สำหรับเด็กๆ
as well as a community band that performs in the park every summer.
2:24รวมถึงวงดนตรีชุมชนที่มาแสดงในสวนสาธารณะทุกฤดูร้อน
They always seem to be willing to help a neighbor in need.
2:40พวกเขาดูเหมือนจะเต็มใจช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ลำบากอยู่เสมอ
They always seem to be willing to help a neighbor in need.
2:47พวกเขาดูเหมือนจะเต็มใจช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ลำบากอยู่เสมอ
You can also try recording yourself saying these sentences ไวยากรณ์
2:51คุณอาจจะลองบันทึกเสียงตัวเองตอนพูดประโยคเหล่านี้
try recording yourself: ใช้ try + -ing เมื่อลองวิธีหนึ่ง
Try + รูป -ing หมายถึง “ลองทำสิ่งนี้แล้วดูว่าจะช่วยได้หรือเกิดอะไรขึ้น” ในที่นี้ recording ถูกเสนอให้เป็นวิธีตรวจสอบและพัฒนาการออกเสียง ไม่ได้หมายถึงงานยากที่ผู้ฟังต้องพยายามอย่างมากเพื่อทำให้สำเร็จ Yourself เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับ หมายความว่าคนที่อัดเสียงและคนที่ถูกอัดเสียงก็คือคุณทั้งคู่ รูปแบบ try + -ing ใช้เสนอวิธีหรือทางแก้ที่น่าลองได้
แบบฝึกหัด
ใช้ try + -ing กับ restart เพื่อเสนอทางแก้ที่อาจได้ผล: If the app keeps freezing, ____ it.
ดูคำตอบ
try restarting
to ensure that you are pronouncing them correctly. การใช้คำ
2:57เพื่อให้แน่ใจว่าคุณออกเสียงได้อย่างถูกต้อง
to ensure that: โครงสร้างบอกจุดประสงค์แบบเป็นทางการ
To ensure that ใช้บอกจุดประสงค์และหมายถึง “เพื่อทำให้แน่ใจว่า...” รูป infinitive to ensure เชื่อมการกระทำก่อนหน้าเข้ากับผลที่ต้องการ ส่วนอนุประโยค that บอกผลที่ต้องทำให้แน่นอน รูปแบบนี้มีประโยชน์ในคำแนะนำขั้นตอนและคำแนะนำที่เป็นทางการ: do something to ensure that + clause
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง ensure that แบบเป็นทางการเพื่อเติมข้อความบอกจุดประสงค์: Check the address twice ____ your package goes to the right place.
ดูคำตอบ
to ensure that