สังคมวิทยา - Émile Durkheim: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
1,106 คำ 166 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายข้อวิเคราะห์ของเดอร์ไคม์ว่า ทุนนิยมอุตสาหกรรมเพิ่มความมั่งคั่งได้ แต่ก็ทำให้สายสัมพันธ์และแนวทางร่วมกันอ่อนแอลง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “shed light on” เป็นสำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ ใช้หลักฐานเพื่อทำให้ปัญหาที่กว้างกว่าและเคยมองเห็นได้ยากชัดเจนขึ้น 2. "Whatever works for you," เป็นวัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา ช่วยให้รู้ว่าคำแนะนำที่ดูใจกว้างอาจสื่อถึงการเว้นระยะหรือไม่เสนอแนวทางร่วม 3. “take some of the pressure off individuals” เป็นกริยาวลี ใช้บอกว่าลดข้อเรียกร้อง การตำหนิ หรือความเครียด โดยไม่ได้หมายความว่าแรงกดดันทั้งหมดหายไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Émile Durkheim is the philosopher

0:08

เอมีล ดูร์กายม์ เป็นนักปรัชญา

who can best help us to understand

0:10

ผู้ซึ่งสามารถช่วยให้เราเข้าใจได้ดีที่สุด

why capitalism

0:12

ว่าทำไมระบบทุนนิยม

makes us richer

0:13

จึงทำให้เราร่ำรวยขึ้น

and yet frequently more miserable. ลำดับความ

0:15

ทว่ากลับทำให้เราทุกข์ยากมากขึ้นบ่อยครั้ง

ลำดับความ

and yet: การเน้นความขัดแย้งที่เกินคาด

And yet เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่เป็นจริงทั้งคู่ พร้อมทั้งนำเสนอข้อเท็จจริงที่สองว่าเป็นความขัดแย้งที่เกินความคาดหมายจากข้อแรก ในที่นี้ ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นทำให้คาดหวังว่าความเป็นอยู่จะดีขึ้น แต่การกลับมีความทุกข์มากขึ้นบ่อย ๆ ขัดกับความคาดหมายนั้น and เพิ่มผลลัพธ์ที่สองเข้ามาในประเด็นเดียวกัน ส่วน yet เน้นความขัดแย้งระหว่างผลลัพธ์ทั้งสอง เมื่อเทียบกับ but เพียงคำเดียว and yet จะเน้นมากกว่าว่าผลลัพธ์ที่ขัดกันทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันจริง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ทำให้ข้อเท็จจริงที่สองเป็นความขัดแย้งที่เกินคาด โดยยังคงบอกว่าข้อเท็จจริงทั้งสองเป็นจริง: The apartment is tiny, ___ it feels spacious.

  1. and yet
  2. so
  3. because
ดูคำตอบ

and yet

He was born in 1858

0:18

เขาเกิดในปี 1858

in the little French town of Épinal

0:19

ในเมืองเล็กๆ ของฝรั่งเศสชื่อเอปีนาล

near the German border.

0:21

ใกล้กับพรมแดนเยอรมนี

Before he was 40,

0:22

ก่อนที่เขาจะอายุ 40 ปี

Durkheim was appointed to a powerful and prestigious position วลี

0:24

ดูร์กายม์ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจและมีชื่อเสียง

as a professor at the Sorbonne in Paris.

0:27

ในฐานะศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ในปารีส

วลี

was appointed to: การได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่ง

Was appointed to เป็นรูปถูกกระทำของ appoint someone to something หมายความว่าผู้มีอำนาจหรือหน่วยงานเลือกบุคคลหนึ่งอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่ง รับหน้าที่ หรือเป็นสมาชิกของคณะกรรมการหรือองค์กรอื่น ผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นประธานของประโยค และตำแหน่งหรือองค์กรที่ได้รับแต่งตั้งจะตามหลัง to ในประโยคนี้ to นำหน้า a powerful and prestigious position ส่วนวลี as a professor ที่ตามมาระบุว่าตำแหน่งนั้นคือตำแหน่งศาสตราจารย์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป simple past แบบถูกกระทำของ appoint และบุพบทที่ถูกต้อง: After the board's formal vote, Elena ____ the committee.

ดูคำตอบ

was appointed to

Durkheim lived through the immense rapid transformation of France กริยาวลี

0:30

ดูร์กายม์ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส

from a largely traditional agricultural society ไวยากรณ์

0:33

จากสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมเสียเป็นส่วนใหญ่

to an urban industrial economy.

0:36

สู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมในเมือง

กริยาวลี

lived through: ประสบช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยตรง

ในประโยคนี้ lived through หมายถึง “ได้ประสบช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยตนเองขณะที่กำลังเกิดขึ้น” เดิร์กไฮม์มีชีวิตอยู่ในช่วงที่ฝรั่งเศสเปลี่ยนแปลงและได้เห็นผลกระทบของมัน วลีนี้จึงนำเสนอ “การเปลี่ยนแปลง” ไม่ใช่ “ฝรั่งเศส” ว่าเป็นสิ่งที่เขาประสบ รูปแบบ live through + เหตุการณ์หรือช่วงเวลา แสดงถึงการประสบเหตุการณ์ที่ดำเนินไปตามเวลา ในบริบทที่อันตราย วลีนี้อาจสื่อด้วยว่ารอดชีวิตจนเหตุการณ์จบลง แต่ความหมายที่เข้มกว่านั้นไม่จำเป็นสำหรับประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอโดยตรงว่าวิกฤตเศรษฐกิจเป็นเหตุการณ์ที่ Elena ประสบด้วยตนเอง

  1. Elena read about the economic crisis.
  2. Elena lived in Madrid during the economic crisis.
  3. Elena lived through the economic crisis.
ดูคำตอบ

Elena lived through the economic crisis.

ไวยากรณ์

from ... to ...: ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง

from ... to ... ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ from นำรูปแบบเดิมคือ a largely traditional agricultural society และ to นำรูปแบบภายหลังคือ an urban industrial economy ทั้งสองคำร่วมกันระบุทิศทางของการเปลี่ยนแปลง จุดปลายทั้งสองควรมีโครงสร้างไวยากรณ์ที่ขนานกันและเปรียบเทียบกันได้ ในที่นี้ทั้งคู่เป็นนามวลีที่อธิบายรูปแบบทางสังคมหรือเศรษฐกิจในภาพกว้าง รูปแบบนี้ยังใช้กับการเปลี่ยนแปลงด้านสถานะ ขนาด ระบบ หรือบทบาทได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่ระบุสถานะเริ่มต้นและสถานะสุดท้าย: The clinic changed ____ paper records ____ a digital system.

ดูคำตอบ

from · to

He could see that his country was getting richer,

0:39

เขาสามารถเห็นได้ว่าประเทศของเขากำลังรวยขึ้น

that capitalism was extraordinarily productive,

0:41

ระบบทุนนิยมมีผลผลิตสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ

and in certain ways that it was also liberating.

0:44

และในบางแง่มุมก็ยังเป็นการปลดปล่อยด้วย

But what particularly struck him and became the focus of his entire scholarly career การใช้คำ

0:47

แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเขาเป็นพิเศษและกลายมาเป็นจุดสนใจในอาชีพนักวิชาการทั้งหมดของเขา

was that the economic system was doing something very peculiar to people's minds.

0:52

คือระบบเศรษฐกิจกำลังทำสิ่งที่แปลกประหลาดมากต่อจิตใจของผู้คน

การใช้คำ

ความหมายที่ไม่ใช่การตีของ struck him

ใน struck him คำว่า struck เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ strike ในที่นี้หมายถึง “ดึงดูดความสนใจของเขาอย่างมาก” หรือ “สร้างความประทับใจอย่างแรงแก่เขา” ไม่ใช่ “ตีเขา” ปฏิกิริยานี้อาจเป็นความประหลาดใจ ความกังวล หรือความสนใจทางความคิด และไม่จำเป็นต้องเป็นด้านบวก วลีนี้อยู่ในโครงสร้าง What struck him ... was that ... อนุประโยค what ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนอนุประโยค that ที่ตามมาระบุว่าข้อเท็จจริงใดดึงดูดความสนใจของเขา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบไม่ปกติของ strike โดยต้องมีความหมายว่า “ดึงดูดความสนใจของเธออย่างมาก”: The unusual pattern immediately ____ her.

ดูคำตอบ

struck

It was, quite literally, ลำดับความ

0:57

มันกำลัง

driving them to suicide วลี

0:59

ผลักดันให้พวกเขาฆ่าตัวตาย

in ever-increasing numbers.

1:01

ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแท้จริง

ลำดับความ

Quite literally ชี้ว่าผลลัพธ์ไม่ใช่คำเปรียบเทียบ

quite literally บอกผู้อ่านว่าควรตีความข้อความที่ตามมาอย่างไร เนื่องจาก drive someone to something อาจฟังเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ วลีนี้จึงตัดการตีความแบบนั้นออก ผลลัพธ์คือการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงความทุกข์อย่างรุนแรง ในที่นี้ quite เน้น literally ให้มีความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “ตามความหมายที่ตรงและแม่นยำ” ดังนั้นวลีนี้จึงแก้การตีความเชิงเปรียบเทียบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพิ่มน้ำหนักทั่วไป

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The policy quite literally left hundreds of people without homes. quite literally บอกอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นจริงและไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเทียบ
  2. ผู้พูดกำลังจงใจพูดเกินจริงเกี่ยวกับผลลัพธ์
  3. ผลลัพธ์นั้นเกือบเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นจริงและไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเทียบ

วลี

drive someone to + ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ driving them to suicide หมายถึงทำให้หรือผลักดันผู้คนไปสู่การฆ่าตัวตาย ไม่ได้ใช้ drive ในความหมายว่า “ขับยานพาหนะ” โครงสร้างคือ drive + คน + to + ผลลัพธ์ มักใช้อธิบายว่าแรงกดดันหรือสถานการณ์ทำให้คนหนึ่งไปถึงผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและมักเป็นด้านลบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drive someone to + ผลลัพธ์ ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ร้ายแรง?

  1. The constant uncertainty drove him despair.
  2. The constant uncertainty drove to him despair.
  3. The constant uncertainty drove him to despair.
ดูคำตอบ

The constant uncertainty drove him to despair.

This was the immense insight

1:03

นี่คือความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ยิ่งใหญ่

unveiled in Durkheim's most important work,

1:04

ซึ่งถูกเปิดเผยในผลงานที่สำคัญที่สุดของดูร์กายม์

Suicide, published in 1897.

1:08

หนังสือเรื่อง Suicide (การฆ่าตัวตาย) ตีพิมพ์ในปี 1897

The book chronicled a remarkable and tragic discovery,

1:11

หนังสือเล่มนี้บันทึกการค้นพบที่โดดเด่นและน่าเศร้าสลด

that suicide rates seem to shoot up once a nation has become industrialized กริยาวลี

1:14

ว่าอัตราการฆ่าตัวตายดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นเมื่อประเทศกลายเป็นอุตสาหกรรม

and consumer capitalism takes hold. กริยาวลี

1:19

และทุนนิยมบริโภคเริ่มหยั่งราก

กริยาวลี

shoot up ในความหมายว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

shoot up ในที่นี้หมายถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากและในปริมาณมาก เนื่องจากประธานคือ suicide rates จึงหมายถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายถึงการยิงปืนขึ้นด้านบนหรือการฉีดยาเสพติด ใช้กริยาวลีนี้กับค่าตัวเลขที่เปลี่ยนแปลง เช่น ราคา อัตรา ต้นทุน อุณหภูมิ หรือจำนวน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ shoot up เพื่อแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: After the announcement, ticket prices ____ within hours.

ดูคำตอบ

shot up

กริยาวลี

“takes hold” เมื่อสิ่งหนึ่งเริ่มหยั่งรากและมีอิทธิพล

ในประโยคนี้ takes hold หมายถึง “เริ่มหยั่งรากและเริ่มมีอิทธิพลอย่างมาก” ประธานคือ consumer capitalism กล่าวคือ เมื่อระบบนี้หยั่งรากในประเทศหนึ่งแล้ว ก็ไม่ใช่พลังที่เล็กน้อยหรือเกิดขึ้นชั่วคราวอีกต่อไป ในที่นี้วลีกริยานี้ใช้แบบไม่ต้องมีกรรม แนวโน้ม ความคิด อารมณ์ โรค หรือระบบสังคมสามารถ take hold ได้ ภาพเปรียบเทียบคือสิ่งหนึ่งยึดเกาะอย่างแน่นหนา ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take hold ในความหมายว่า “เริ่มหยั่งรากและมีอิทธิพล”

  1. Please take hold of the rail while the train is moving.
  2. The new medicine takes effect within twenty minutes.
  3. A culture of open feedback slowly took hold across the company.
  4. A larger company will take over the business next month.
ดูคำตอบ

A culture of open feedback slowly took hold across the company.

Durkheim observed that the suicide rate in the Britain of his day

1:22

ดูร์กายม์สังเกตว่าอัตราการฆ่าตัวตายในอังกฤษในสมัยของเขา

was double that of Italy, ไวยากรณ์

1:26

สูงเป็นสองเท่าของอิตาลี

but in even richer and more advanced Denmark,

1:28

แต่ในเดนมาร์กที่รวยและเจริญกว่า

it was four times higher than in the UK. ไวยากรณ์

1:30

กลับสูงกว่าในสหราชอาณาจักรถึงสี่เท่า

ไวยากรณ์

“double that of Italy” ในฐานะคำแทนในการเปรียบเทียบ

ใน double that of Italy คำว่า that ใช้แทนวลีนามเอกพจน์ the suicide rate ที่กล่าวไปแล้ว วลีนี้หมายถึง “เป็นสองเท่าของอัตราการฆ่าตัวตายในอิตาลี” การใช้คำแทนเช่นนี้ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวคำนามเดิมซ้ำในการเปรียบเทียบแบบเป็นทางการ โครงสร้างคือ A is double that of B โดย that หมายถึงสิ่งที่กำลังวัด ไม่ใช่ตัว B เอง หากคำนามที่แทนเป็นพหูพจน์ ให้ใช้ those: The costs are double those of last year.

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์ด้วย double และคำแทนเอกพจน์ that: The recycling rate in Lakeview is ____ Brookdale.

ดูคำตอบ

double that of

ไวยากรณ์

four times higher than: จำนวนเท่า + คำขั้นกว่า + than

ในประโยคนี้ four times higher than เปรียบเทียบอัตราการฆ่าตัวตายในเดนมาร์กกับอัตราในสหราชอาณาจักร โครงสร้างคือ ตัวบอกจำนวนเท่า + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + เกณฑ์เปรียบเทียบ: four times + higher + than โครงสร้างนี้แสดงอัตราส่วนเชิงตัวเลข ในที่นี้ความหมายที่ตั้งใจคืออัตราของเดนมาร์กเป็นสี่เท่าของอัตราในสหราชอาณาจักร ในงานเขียนสถิติที่ต้องการความแม่นยำ four times as high as ชัดเจนกว่าสำหรับความหมายว่าเท่ากับ 4 เท่าพอดี เพราะผู้อ่านบางคนอาจตีความ four times higher than ว่าเป็นค่าเดิมบวกเพิ่มอีกสี่เท่าของค่าเดิม หรือรวมเป็น 5 เท่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง ตัวบอกจำนวนเท่า + คำขั้นกว่า + than ได้ถูกต้อง

  1. Online sales were four times high than last year's.
  2. Online sales were four times higher than last year's.
  3. Online sales were four times as higher than last year's.
ดูคำตอบ

Online sales were four times higher than last year's.

Durkheim's focus on suicide

1:33

การมุ่งเน้นไปที่การฆ่าตัวตายของดูร์กายม์

was intended to shed light on a more general level สำนวน

1:35

ตั้งใจจะให้ความกระจ่างในระดับที่ทั่วไปมากขึ้น

of unhappiness and despair in society.

1:38

เกี่ยวกับความไม่มีความสุขและความสิ้นหวังในสังคม

สำนวน

shed light on: ช่วยให้เข้าใจ

ในที่นี้ shed light on หมายถึง “ช่วยให้ผู้คนเข้าใจบางสิ่งได้ชัดเจนขึ้น” การศึกษาการฆ่าตัวตายของเดอร์ไคม์มีเป้าหมายเพื่อเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับความทุกข์และความสิ้นหวังในสังคมในวงกว้าง สำนวนนี้ใช้ light เป็นอุปมาแทนความชัดเจน หมายถึงการทำให้เรื่องที่เข้าใจยากมองเห็นหรืออธิบายได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายถึงการส่องแสงจริง ๆ และไม่ได้แปลว่าจะต้องแก้ปัญหานั้นได้เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ช่วยให้ผู้คนเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น”: The witness's notes may ____ what happened before the fire.

ดูคำตอบ

shed light on

Suicide was the horrific tip of the iceberg สำนวน

1:41

การฆ่าตัวตายเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งอันน่าสะพรึงกลัว

of mental distress created by modern capitalism.

1:43

ของความทุกข์ทางจิตใจที่เกิดจากทุนนิยมสมัยใหม่

สำนวน

tip of the iceberg (ยอดภูเขาน้ำแข็ง)

tip of the iceberg หมายถึงส่วนเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ของสถานการณ์ที่ใหญ่กว่ามากแต่ยังซ่อนอยู่ ในประโยคนี้ การฆ่าตัวตายถูกนำเสนอเป็นสัญญาณที่มองเห็นได้ ส่วนความทุกข์ทางใจที่แพร่กว้างกว่านั้นอยู่ใต้พื้นผิว สำนวนนี้มักใช้เตือนว่าสิ่งที่มองเห็นเป็นเพียงส่วนน้อยของปัญหาทั้งหมด และส่วนที่ซ่อนอยู่อาจใหญ่กว่าหรือร้ายแรงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงสัญญาณที่มองเห็นได้ของปัญหาใหญ่กว่ามากที่ซ่อนอยู่: The three damaged files may be just the ____.

ดูคำตอบ

tip of the iceberg

Across his career,

1:48

ตลอดอาชีพการงานของเขา

Durkheim tried to explain why people had become so unhappy in modern societies,

1:49

ดูร์กายม์พยายามอธิบายว่าทำไมผู้คนถึงไม่มีความสุขในสังคมสมัยใหม่

and he isolated five crucial factors.

1:54

และเขาได้แยกปัจจัยสำคัญห้าประการออกมา

In traditional societies,

2:01

ในสังคมดั้งเดิม

people's identities are closely tied to belonging วลี

2:02

อัตลักษณ์ของผู้คนผูกพันอย่างใกล้ชิดกับการสังกัด

to a clan or a class.

2:05

กับกลุ่มชนเผ่าหรือชนชั้น

วลี

are closely tied to (เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ…)

be closely tied to หมายถึงเชื่อมโยงอย่างมากกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และบางครั้งอาจหมายถึงการพึ่งพาสิ่งนั้นด้วย ในประโยคนี้ อัตลักษณ์ของผู้คนเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเป็นสมาชิกของตระกูลหรือชนชั้น ไม่ได้หมายถึงการผูกไว้จริง ๆ โครงสร้างคือ ประธาน + รูปของ be + closely tied to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในที่นี้ belonging เป็นรูป -ing ที่ตามหลังคำบุพบท to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นได้เป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่กล่าวว่าเป็นการพึ่งพาโดยสมบูรณ์?

  1. Employee well-being depends entirely on workplace culture.
  2. Employee well-being is related to workplace culture in some way.
  3. Employee well-being is closely tied to workplace culture.
ดูคำตอบ

Employee well-being is closely tied to workplace culture.

Few choices are involved.

2:07

มีตัวเลือกเข้ามาเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อย

A person might be a baker,

2:09

บุคคลอาจเป็นคนทำขนมปัง

a Lutheran,

2:10

เป็นชาวลูเธอรัน

or married to their second cousin

2:11

หรือแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องชั้นที่สอง

without ever having made any self-conscious decisions ไวยากรณ์

2:13

โดยไม่เคยต้องตัดสินใจด้วยความตระหนักรู้ใดๆ

for themselves.

2:16

เพื่อตนเองเลย

ไวยากรณ์

without ever having made: การกระทำก่อนหน้าที่ไม่เคยเกิดขึ้น

ในที่นี้ without นำเข้าสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น กล่าวคือ บุคคลนั้นไม่เคยตัดสินใจอะไรให้ตัวเองอย่างมีสติเลย made มี decisions เป็นกรรม having made เป็นกริยานามรูปสมบูรณ์ ไม่ใช่กริยา present perfect เมื่ออยู่หลังคำบุพบท without โครงสร้าง having + past participle จะย้อนมองการกระทำที่ไม่เคยเสร็จสิ้นก่อนสถานการณ์ที่กำลังกล่าวถึง ส่วน ever เน้นความหมายว่า “ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ without, ever และกริยานามรูปสมบูรณ์ของ make: He followed the family business for years ____ a career choice for himself.

ดูคำตอบ

without ever having made

They can just step into a place created for them สำนวน

2:17

พวกเขาสามารถก้าวเข้าไปในที่ที่ถูกสร้างไว้ให้พวกเขา

by their family and the existing fabric of society. สำนวน

2:19

โดยครอบครัวและโครงสร้างทางสังคมที่มีอยู่

สำนวน

step into a place created for them: เข้ารับบทบาททางสังคมที่ถูกเตรียมไว้แล้ว

step into ใช้ภาพของการเคลื่อนไหว แต่ place ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งทางสังคมหรือบทบาทในชีวิต ไม่ใช่สถานที่จริง ครอบครัวและสังคมได้กำหนดตำแหน่งนั้นไว้แล้ว บุคคลจึงสามารถเข้าไปรับบทบาทได้โดยไม่ต้องวางเส้นทางตั้งแต่ต้น อุปมานี้ยังสื่อถึงความง่ายและความเป็นฝ่ายรับ บทบาทพร้อมให้เข้าไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ตามบริบท อาจสื่อว่าบุคคลนั้นทำตามความคาดหวังแทนที่จะเลือกด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After college, Lena stepped into a place her family had prepared for her,” อุปมานี้สื่อความหมายใดเด่นชัดที่สุด?

  1. เธอยอมรับบทบาทชีวิตที่ถูกเตรียมไว้แล้ว
  2. เธอสร้างบทบาทใหม่ทั้งหมดให้ครอบครัว
  3. เธอเข้าไปในอาคารที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ
ดูคำตอบ

เธอยอมรับบทบาทชีวิตที่ถูกเตรียมไว้แล้ว

สำนวน

fabric of society: สังคมในฐานะโครงสร้างที่ถักทอเข้าด้วยกัน

ในที่นี้ fabric of society ไม่ได้หมายถึงผ้าจริง ๆ แต่เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงความสัมพันธ์ ขนบธรรมเนียม และสถาบันต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันและช่วยยึดสังคมไว้ด้วยกัน เช่นเดียวกับเส้นด้ายที่ทอรวมกันเป็นผืนผ้า องค์ประกอบเหล่านี้ก็ค้ำจุนกันและกัน The existing fabric เน้นว่าโครงสร้างสังคมนี้มีอยู่แล้ว ผู้คนจึงสามารถเข้าไปรับบทบาทที่สังคมและครอบครัวเตรียมไว้ให้ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค They entered roles supported by the existing fabric of society คำว่า fabric of society หมายถึงอะไร

  1. เครือข่ายความสัมพันธ์และสถาบันที่ยึดสังคมไว้ด้วยกัน
  2. เสื้อผ้าที่ผลิตโดยชุมชนแห่งหนึ่ง
  3. รายการงานที่แต่ละคนเลือกได้
  4. อาคารจริงที่ครอบครัวอาศัยอยู่
ดูคำตอบ

เครือข่ายความสัมพันธ์และสถาบันที่ยึดสังคมไว้ด้วยกัน

But under modern capitalism,

2:23

แต่ภายใต้ทุนนิยมสมัยใหม่

it's the individual that now begins to choose everything, ไวยากรณ์

2:25

ตอนนี้ปัจเจกบุคคลเป็นผู้เริ่มเลือกทุกอย่าง

what job to take,

2:28

จะรับงานอะไร

what religion to follow,

2:29

จะนับถือศาสนาอะไร

who to marry,

2:31

จะแต่งงานกับใคร

and where to belong.

2:32

และจะไปสังกัดที่ไหน

ไวยากรณ์

it's the individual that ...: it-cleft ที่เน้นผู้ทำการเลือก

รูปแบบ it is/it's + ส่วนที่ต้องการเน้น + that ... เป็นโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft ในที่นี้ it's the individual that ทำให้ the individual เป็นจุดเน้น โดยเสนอว่าปัจเจกบุคคลเป็นผู้ตัดสินใจเลือก ไม่ใช่ครอบครัวหรือบทบาททางสังคมที่กำหนดไว้แล้ว it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของใด แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง it-cleft ส่วน that ใช้นำข้อมูลที่เหลือ รูปประโยคที่เป็นกลางคือ The individual now begins to choose everything โดย it-cleft ยังคงข้อเท็จจริงเดิมไว้ แต่เพิ่มการเน้นเชิงเปรียบต่าง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง it-cleft ให้สมบูรณ์ ใช้ It was ... that เพื่อเน้น the morning train: ____ the morning train ____ arrived late, not the evening train.

ดูคำตอบ

It was · that

If things go well,

2:34

หากสิ่งต่างๆ ดำเนินไปด้วยดี

the individual takes all the credit, วลี

2:35

ปัจเจกบุคคลก็ได้รับความดีความชอบไปทั้งหมด

วลี

takes all the credit: รับความดีความชอบทั้งหมดไว้คนเดียว

ในที่นี้ takes all the credit หมายถึงบุคคลนั้นอ้างว่าความสำเร็จเป็นของตนทั้งหมด credit หมายถึงคำชมเชยหรือการยอมรับจากผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้หมายถึงเงิน ความสามารถในการกู้ยืม หรือหน่วยกิตการศึกษา โครงสร้างคือ take credit for + ผลลัพธ์หรือการกระทำ คำว่า all ทำให้ความหมายเข้มขึ้น โดยสื่อว่าบุคคลนั้นรับความดีความชอบของผลงานทั้งหมดไว้เองแทนที่จะแบ่งปันการยอมรับกับผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take all the credit: The whole team built the app, but Leo ____ when it won an award.

ดูคำตอบ

took all the credit

but if things go badly,

2:37

แต่ถ้าสิ่งต่างๆ แย่ลง

the individual is in a crueler place

2:38

ปัจเจกบุคคลก็ตกอยู่ในที่ที่โหดร้ายกว่า

than ever before,

2:40

ที่เคยเป็นมา

for it seemingly means that there is no one else to blame

2:42

เพราะนั่นดูเหมือนจะหมายความว่าไม่มีใครอื่นให้โทษ

but they themselves.

2:44

นอกจากตัวพวกเขาเอง

Failure becomes a terrible judgment

2:46

ความล้มเหลวกลายเป็นการตัดสินที่เลวร้าย

upon the individual.

2:48

ต่อปัจเจกบุคคล

This is the particular burden of life

2:50

นี่คือภาระเฉพาะของชีวิต

in modern capitalism.

2:52

ในระบบทุนนิยมสมัยใหม่

Capitalism raises hope.

2:57

ทุนนิยมสร้างความหวัง

Everyone with effort can become the boss.

2:59

ทุกคนที่มีความพยายามสามารถเป็นเจ้านายได้

Advertising stokes ambition วลี

3:02

การโฆษณากระพือความทะเยอทะยาน

by showing us limitless luxury

3:04

ด้วยการแสดงให้เราเห็นความหรูหราอันไร้ขีดจำกัด

that we could,

3:06

ที่เราสามารถ

if we play our cards right, สำนวน

3:07

หากเราเดินหมากได้ถูกต้อง

secure very soon.

3:08

จะได้มาครอบครองในไม่ช้า

วลี

Advertising stokes ambition: โฆษณากระตุ้นความทะเยอทะยาน

Stokes เปรียบ ambition เหมือนกองไฟที่เติมเชื้อเพลิงได้ ในประโยคนี้ โฆษณาทำให้ความปรารถนาต่อความสำเร็จหรือความหรูหรารุนแรงขึ้นและคงอยู่ต่อไป คำกริยานี้ให้ภาพชัดเจนกว่าการพูดเพียงว่าโฆษณาสร้างความทะเยอทะยาน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ stoke + ความรู้สึก ทัศนคติ หรือแนวโน้ม โดยสื่อว่าอิทธิพลจากภายนอกคอยเติมเชื้อให้บางสิ่งเติบโตขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The headlines stoked public anger," คำว่า stoked สื่อความหมายอย่างไร

  1. พาดหัวเหล่านั้นกระตุ้นและทำให้ความโกรธรุนแรงขึ้น
  2. พาดหัวเหล่านั้นเพียงวัดความโกรธโดยไม่ส่งผลต่อมัน
  3. พาดหัวเหล่านั้นขจัดความโกรธออกไปทั้งหมด
ดูคำตอบ

พาดหัวเหล่านั้นกระตุ้นและทำให้ความโกรธรุนแรงขึ้น

สำนวน

play our cards right: วางกลยุทธ์ได้ถูกต้อง

Play our cards right เป็นสำนวนที่หมายถึงการจัดการสถานการณ์อย่างมีชั้นเชิงและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ถูกต้อง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ต้องการมีโอกาสเกิดขึ้น ภาพการเล่นไพ่เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าเราใช้โอกาสหรือทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไร ไม่ใช่แค่โชค คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน: I play my cards right, you play your cards right และ she plays her cards right ในประโยคนี้ if แสดงว่าการวางกลยุทธ์อย่างถูกต้องเป็นเงื่อนไขในการคว้าความหรูหรานั้นมาได้ในเร็ว ๆ นี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างฉลาด” ให้สมบูรณ์: If you ____, this small project could lead to a full-time job.

ดูคำตอบ

play your cards right

The opportunities are said to be enormous,

3:10

โอกาสถูกกล่าวขานว่ามีมหาศาล

but so too are the possibilities for disappointment. ไวยากรณ์

3:13

แต่ความเป็นไปได้ของความผิดหวังก็มีมากเช่นกัน

ไวยากรณ์

but so too are + ประธาน: การกลับลำดับแบบคู่ขนานทางการ

ใน “but so too are the possibilities for disappointment” คำว่า so too หมายถึง “เช่นกัน” หรือ “ในแบบเดียวกัน” โครงสร้างนี้นำคำบรรยาย enormous จากอนุประโยคแรกมาใช้กับอนุประโยคที่สองด้วย กล่าวคือ the opportunities are enormous และ the possibilities for disappointment are enormous as well หลัง so too คำกริยาจะอยู่หน้าประธาน: so too are the possibilities นี่คือการกลับลำดับในประโยคบอกเล่าเพื่อสร้างโครงสร้างคู่ขนานที่กระชับและสมดุล ไม่ใช่คำถาม ส่วน But ทำให้ข้อเท็จจริงคู่ขนานข้อที่สองเป็นมุมเตือนใจที่ถ่วงดุลข้อเท็จจริงเชิงบวกข้อแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย but, so, too และรูปที่ถูกต้องของ be: The rewards are substantial, ____ the risks.

ดูคำตอบ

but so too are

In modern capitalism,

3:17

ในทุนนิยมสมัยใหม่

envy grows rife.

3:18

ความอิจฉาริษยาเติบโตอย่างแพร่หลาย

It's easy to become deeply dissatisfied

3:20

มันง่ายมากที่จะรู้สึกไม่พอใจอย่างลึกซึ้ง

with one's lot, การใช้คำ

3:22

กับชะตากรรมของตนเอง

การใช้คำ

one's lot: สภาพชีวิตของบุคคล

one's lot หมายถึงสภาพความเป็นอยู่หรือสถานะของบุคคลในชีวิต โดยเฉพาะเงื่อนไขชีวิตที่บุคคลนั้นลงเอยว่าต้องเผชิญ ใน dissatisfied with one's lot บุคคลนั้นไม่พอใจกับสภาพชีวิตของตน ไม่ได้ไม่พอใจกับปริมาณหรือที่ดินแปลงหนึ่ง one's ในที่นี้เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของแบบทั่วไป ให้เปลี่ยนตามบุคคลที่กล่าวถึง เช่น my lot, your lot, his lot หรือ their lot

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "After years of comparing himself with others, Leo became dissatisfied with his lot." ในที่นี้ his lot หมายถึงอะไร

  1. สภาพชีวิตของเขา
  2. ที่ดินแปลงหนึ่งข้างบ้านของเขา
  3. สิ่งของจำนวนมากที่เป็นของเขา
ดูคำตอบ

สภาพชีวิตของเขา

not because it's objectively awful,

3:23

ไม่ใช่เพราะในความเป็นจริงมันแย่มาก

but because of tormenting thoughts

3:25

แต่เพราะความคิดที่คอยทรมานจิตใจ

about all that is almost but not quite within reach. สำนวน

3:26

เกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกือบจะได้มาแต่ก็เอื้อมไม่ถึงเสียที

สำนวน

almost but not quite within reach: เกือบเอื้อมถึงแต่ยังไม่ถึง

within reach ใช้อธิบายสิ่งที่สามารถทำให้สำเร็จหรือได้มา ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งที่อยู่ใกล้พอให้เอื้อมมือไปแตะเท่านั้น ในที่นี้หมายถึงสภาพชีวิตที่ต้องการและดูเหมือนว่าจะสามารถได้มา almost but not quite กำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนว่า สิ่งเหล่านั้นใกล้จะเป็นไปได้มาก แต่ก็ยังไม่ได้มา ความรู้สึกว่าเกือบสำเร็จนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมความคิดดังกล่าวจึงทรมาน

แบบฝึกหัด

Mina ต้องได้ 90 คะแนนจึงจะผ่านเกณฑ์ ตอนนี้มี 89 คะแนน และวันนี้ไม่สามารถทำคะแนนเพิ่มได้อีก วลีใดสื่อได้แม่นยำที่สุดว่าความสำเร็จอยู่ใกล้แต่ยังไม่สามารถไปถึงได้

  1. completely out of reach
  2. almost but not quite within reach
  3. within reach
ดูคำตอบ

almost but not quite within reach

The cheery boosterish side of capitalism การใช้คำ

3:30

ด้านที่ร่าเริงและชอบกระตุ้นของทุนนิยม

attracted Durkheim's particular annoyance.

3:33

ดึงดูดความรำคาญใจของดูร์กายม์เป็นพิเศษ

การใช้คำ

cheery boosterish side: การส่งเสริมด้านบวกที่แฝงน้ำเสียงวิจารณ์

วลีนี้หมายถึงภาพด้านสว่างของทุนนิยมที่เน้นโฆษณาความสำเร็จ คำว่า cheery ทำให้ภาพนั้นดูร่าเริงและไร้กังวล ส่วน boosterish สื่อถึงการเชียร์หรือส่งเสริมอย่างกระตือรือร้นเกินไป ถ้อยคำนี้เป็นการวิจารณ์ ไม่ใช่คำชมแบบเป็นกลาง มันชี้ถึงการมองโลกในแง่ดีที่ดูสวยงามแต่เสนอเพียงด้านเดียว โดยยกย่องโอกาสและความสำเร็จ พร้อมกับกันความจริงอันเจ็บปวดออกไปจากสายตา

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ cheery boosterish side ในประโยคได้ดีที่สุด

  1. ส่วนประกอบทางเทคนิคของทุนนิยมที่เพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจ
  2. การนำเสนอทุนนิยมในเชิงส่งเสริมอย่างมากและมองโลกในแง่ดีเกินไป
  3. คำอธิบายข้อดีและข้อเสียของทุนนิยมอย่างสงบและสมดุล
ดูคำตอบ

การนำเสนอทุนนิยมในเชิงส่งเสริมอย่างมากและมองโลกในแง่ดีเกินไป

In his view,

3:36

ในมุมมองของเขา

modern society struggled to admit

3:36

สังคมสมัยใหม่ดิ้นรนที่จะยอมรับ

that life just is often quite painful and sad.

3:38

ว่าชีวิตมักจะค่อนข้างเจ็บปวดและเศร้าสร้อย

Our tendencies to grief and sorrow

3:42

แนวโน้มของเราที่จะโศกเศร้าและเสียใจ

are made to look like signs of failure, ไวยากรณ์

3:44

ถูกทำให้ดูเหมือนเป็นสัญญาณของความล้มเหลว

rather than, ลำดับความ

3:46

มากกว่าที่จะเป็น

as should be the case,

3:47

อย่างที่ควรจะเป็น

a fair response to the arduous facts of the human condition.

3:49

การตอบสนองที่สมเหตุสมผลต่อข้อเท็จจริงอันยากลำบากของสภาพความเป็นมนุษย์

ไวยากรณ์

are made to look like: ภาพที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

โครงสร้างกรรมวาจก be made to look like หมายถึงการถูกนำเสนอหรือจัดกรอบให้สิ่งหนึ่งดูเหมือนเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าความโศกเศร้าและเสียใจคือความล้มเหลว แต่ค่านิยมทางสังคมจากภายนอกทำให้สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนสัญญาณของความล้มเหลว โครงสร้างคือ subject + be + made + to look like + noun phrase กรรมวาจกสามารถไม่ระบุผู้สร้างการกระทำ เพื่อเน้นประธานที่ได้รับผลและภาพความเข้าใจที่ถูกสร้างขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be made to look like: Through selective editing, the harmless delay ____ a major crisis.

ดูคำตอบ

was made to look like

ลำดับความ

rather than, as should be the case: แก้กรอบความคิดและแสดงจุดยืน

rather than สร้างการแก้กรอบความคิด โดยประโยคเสนอกรอบที่ผู้เขียนปฏิเสธก่อน คือ signs of failure แล้วจึงแทนที่ด้วยกรอบที่ผู้เขียนเห็นชอบ คือ a fair response โครงสร้างนี้พาผู้อ่านจากการตีความที่ไม่เหมาะสมไปสู่การตีความที่ผู้เขียนต้องการ as should be the case เป็นข้อความแทรกที่ให้ความเห็นต่อกรอบที่สอง หมายถึง “อย่างที่ควรจะเป็น” ผู้เขียนกำลังตัดสินว่า a fair response คือการตีความที่เหมาะสม ไม่ได้บอกว่าสังคมยอมรับมุมมองนี้อยู่แล้วจริง ๆ

แบบฝึกหัด

rather than, as should be the case, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าสังคมมองความเศร้าเป็น a fair response อยู่แล้วตามปกติ
  2. บอกว่ากรอบทั้งสองยอมรับได้เท่า ๆ กัน
  3. ปฏิเสธกรอบ signs of failure และเสนอ a fair response ว่าเป็นกรอบที่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ปฏิเสธกรอบ signs of failure และเสนอ a fair response ว่าเป็นกรอบที่เหมาะสม

One of the complaints against traditional societies,

3:58

หนึ่งในข้อร้องเรียนต่อสังคมดั้งเดิม

strongly voiced in romantic literature,

4:01

ที่แสดงออกอย่างแข็งขันในวรรณกรรมโรแมนติก

is that people need more freedom.

4:03

คือผู้คนต้องการอิสระมากขึ้น

Rebellious types used to complain that there were far too many social norms, ไวยากรณ์

4:06

พวกหัวขบถเคยบ่นว่ามีบรรทัดฐานทางสังคมมากเกินไป

ไวยากรณ์

used to complain: นิสัยในอดีตที่เปรียบต่างกับปัจจุบัน

used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัย การกระทำซ้ำ ๆ หรือสภาวะในอดีตที่นำมาเปรียบต่างกับปัจจุบัน ในที่นี้ used to complain บอกว่าการบ่นเคยเป็นพฤติกรรมที่พบเป็นปกติในคนที่มีนิสัยต่อต้านเหล่านี้ ไม่ได้เสนอว่าเป็นพฤติกรรมของพวกเขาในปัจจุบัน complain ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง used to โครงสร้างนี้เป็นรูปกระทำ ผู้ที่บ่นคือคนเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่า “ถูกใช้เพื่อบ่น” หรือ “เคยชินกับการบ่น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำที่ใช้บอกนิสัยในอดีตซึ่งตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว: Leo ____ play soccer after school, but now he works in the afternoon.

ดูคำตอบ

used to

norms telling you what to wear,

4:10

บรรทัดฐานที่บอกคุณว่าควรสวมอะไร

what you're supposed to do on Sunday afternoons, ไวยากรณ์

4:11

สิ่งที่คุณควรทำในบ่ายวันอาทิตย์

ไวยากรณ์

you're supposed to do: พฤติกรรมที่ถูกคาดหวัง

you're supposed to do ในที่นี้หมายถึง “มีคนคาดหวังให้คุณทำเช่นนั้น” โดยแหล่งที่มาของความคาดหวังซึ่งไม่ได้ระบุไว้คือบรรทัดฐานทางสังคม วลีนี้บอกถึงพฤติกรรมที่บรรทัดฐานกำหนด ไม่ได้ทำนายว่าคุณจะทำอะไรจริง ๆ โครงสร้างคือ be + supposed to + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้แสดงกฎ หน้าที่ หรือความคาดหวังทางสังคม และโดยทั่วไปมีน้ำเสียงบังคับน้อยกว่า must

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be supposed to: According to the club rules, members ____ wear their badges inside the building.

ดูคำตอบ

are supposed to

what parts of an arm it's respectable for a woman to reveal.

4:14

ส่วนไหนของแขนที่สุภาพพอที่ผู้หญิงจะเผยให้เห็น

Capitalism,

4:17

ระบบทุนนิยม

following the earlier efforts of romantic rebels,

4:18

ได้ดำเนินรอยตามความพยายามก่อนหน้านี้ของกบฏสายโรแมนติก

has relentlessly undermined social norms. วลี

4:21

บ่อนทำลายบรรทัดฐานทางสังคมอย่างไม่ลดละ

วลี

has relentlessly undermined social norms: การทำให้อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง

Undermine หมายถึงการทำให้อำนาจ ความน่าเชื่อถือ หรือประสิทธิผลของบางสิ่งอ่อนแอลง โดยมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะยุติสิ่งนั้นด้วยการกระทำอย่างเปิดเผยเพียงครั้งเดียว ในที่นี้สิ่งที่ถูกทำให้อ่อนแอลงคือบรรทัดฐานทางสังคม Present perfect ใน has undermined นำเสนอการอ่อนแอลงที่สะสมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่เกี่ยวข้อง Relentlessly เพิ่มความหมายว่าดำเนินต่อไปโดยแทบไม่หยุด จึงทำให้อนุประโยคนี้บรรยายว่าทุนนิยมกำลังสานต่อทิศทางที่ผู้ต่อต้านรุ่นก่อนเริ่มไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยวาง relentlessly ระหว่างกริยาช่วยกับรูป present perfect ของ undermine: For years, the misinformation campaign ____ public trust.

ดูคำตอบ

has relentlessly undermined

Countries have become more complex,

4:25

ประเทศต่างๆ มีความซับซ้อนขึ้น

more anonymous,

4:26

มีความนิรนามมากขึ้น

and more diverse.

4:27

และมีความหลากหลายมากขึ้น

People don't have so much in common วลี

4:28

ผู้คนไม่มีอะไรเหมือนกัน

with one another anymore.

4:30

มากมายขนาดนั้นอีกต่อไป

วลี

have so much in common with one another: มีจุดร่วมกันมาก

have something in common with someone หมายถึงมีความสนใจ ประสบการณ์ ลักษณะ หรือความเชื่อบางอย่างร่วมกับใครสักคน ในที่นี้ so much หมายถึง “มาก” และ one another หมายถึงคนในกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน ในโครงสร้างปฏิเสธ don't have so much in common ... anymore ผู้พูดกำลังบอกว่าตอนนี้มีจุดร่วมกันน้อยกว่าเมื่อก่อน common ในที่นี้หมายถึง “ที่มีร่วมกัน” ไม่ใช่ “ธรรมดา”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have ... in common with อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่ามีความสนใจร่วมกัน

  1. I have a lot in common with my cousin; we both love astronomy.
  2. I am a lot in common with my cousin; we both love astronomy.
  3. I have a lot common to my cousin; we both love astronomy.
ดูคำตอบ

I have a lot in common with my cousin; we both love astronomy.

The collective answers to even very important questions

4:31

คำตอบส่วนรวมสำหรับแม้แต่คำถามที่สำคัญมากๆ

like who you should marry or how you should bring up your children กริยาวลี

4:34

เช่น คุณควรแต่งงานกับใคร หรือควรเลี้ยงดูลูกอย่างไร

have become weaker and less specific.

4:37

ได้กลายมาเป็นสิ่งที่อ่อนแอลงและไม่เฉพาะเจาะจงลง

กริยาวลี

bring up your children: เลี้ยงดูลูกของคุณ

ในที่นี้ bring up your children หมายถึงดูแล สนับสนุน และชี้แนะลูกขณะที่พวกเขาเติบโต มีความหมายใกล้เคียงกับ raise your children เมื่อกรรมเป็น children จึงทำให้ bring up หมายถึง “เลี้ยงดู” ไม่ใช่ “ยกหัวข้อขึ้นมาพูด” เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง bring up your children และ bring your children up ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า bring them up ไม่ใช่ bring up them

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bring up ในความหมายว่า “เลี้ยงดูและดูแลเด็ก”

  1. The elevator will bring us up to the tenth floor.
  2. Please bring up the budget at tomorrow's meeting.
  3. Her grandparents helped bring her up while her mother worked abroad.
ดูคำตอบ

Her grandparents helped bring her up while her mother worked abroad.

There's a lot of reliance on the phrase,

4:39

มีการพึ่งพาวลีที่ว่า

"Whatever works for you," น้ำเสียง/เจตนา

4:41

"อะไรก็ได้ที่เวิร์คสำหรับคุณ"

which sounds friendly,

4:43

ซึ่งฟังดูเป็นมิตร

but it also means that society doesn't much care what you do

4:44

แต่มันก็หมายความว่าสังคมไม่ได้สนใจสิ่งที่คุณทำมากนัก

น้ำเสียง/เจตนา

“Whatever works for you” สื่อถึงการสนับสนุนหรือการตีตัวออกห่าง

“Whatever works for you” ให้อิสระอีกฝ่ายเลือกวิธีหรือตัวเลือกที่เหมาะกับตนเอง หากดูเฉพาะวลีนี้ วลีอาจฟังดูเป็นมิตรและยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามหลัง but ทำให้การตีความเปลี่ยนไป ผู้เขียนมองว่าวลีนี้เป็นสัญญาณว่าสังคมกำลังถอยห่าง แทนที่จะให้แนวทางร่วมกัน ตัววลีเองไม่ได้แสดงความใส่ใจ ความเย็นชา หรือการประชดเสมอไป ต้องดูถ้อยคำรอบข้างและสถานการณ์เพื่อเข้าใจท่าที

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ใน “Don’t ask me for advice—whatever works for you,” วลีดังกล่าวแสดงการสนับสนุนอย่างอบอุ่นและจริงจัง

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

and doesn't feel confident it has good answers

4:47

และไม่รู้สึกมั่นใจว่ามีคำตอบที่ดี

to the big questions of your life.

4:50

สำหรับคำถามใหญ่ๆ ในชีวิตของคุณ

In upbeat moments,

4:52

ในช่วงเวลาที่ร่าเริง

we like to think of ourselves as fully up to the task สำนวน

4:54

เราชอบคิดว่าเราสามารถรับมือกับงาน

of reinventing life and working everything out for ourselves. กริยาวลี

4:56

ในการสร้างสรรค์ชีวิตใหม่และจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองได้อย่างเต็มที่

สำนวน

“Be up to the task”: มีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือ

ใน be up to the task คำว่า up to หมายถึง “มีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือ” กับข้อเรียกร้องหรือความท้าทาย วลีทั้งหมดบอกว่าคนคนหนึ่งมีความสามารถ การเตรียมพร้อม หรือกำลังมากพอที่จะทำสิ่งที่จำเป็น ไม่ได้กล่าวถึงทิศทางทางกายภาพ ในประโยคนี้ the task คือการสร้างรูปแบบชีวิตขึ้นใหม่และแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตนเอง fully เน้นความคิดนี้ให้ชัดขึ้นว่าเราชอบมองตนเองว่าสามารถรับมือกับความท้าทายนั้นได้อย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มีความสามารถเพียงพอสำหรับความท้าทาย”: After the extra training, Lena was finally ____ of managing the busy front desk alone.

ดูคำตอบ

up to the task

กริยาวลี

working everything out: แก้ปัญหาด้วยการคิดหรือลองทำ

ในประโยคนี้ working everything out หมายถึงการแก้หรือทำความเข้าใจทางเลือกและปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตด้วยความคิดและความพยายามของตนเอง ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย เมื่อ work out มีกรรม จะเป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ในรูป work something out ตรงนี้ everything อยู่ระหว่าง working กับ out หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น work it out ส่วนกรรมที่เป็นคำนามสามารถวางหลัง out ได้ด้วย เช่น work out the details

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กริยาวลีแบบแยกคำได้ work out อย่างถูกต้องในความหมายว่าแก้ปัญหา?

  1. We can work it out together.
  2. The problem can work it together.
  3. We can work out it together.
ดูคำตอบ

We can work it out together.

But in reality,

5:00

แต่ในความเป็นจริง

as Durkheim knew,

5:01

อย่างที่ดูร์กายม์รู้

we're often simply too tired,

5:02

เรามักจะเหนื่อยเกินไป

too busy,

5:04

ยุ่งเกินไป

too uncertain,

5:04

ไม่แน่นอนเกินไป

and then there's nowhere to turn. สำนวน

5:06

แล้วก็ไม่มีที่ให้หันไปพึ่งพา

สำนวน

nowhere to turn: ไม่มีแหล่งให้ขอความช่วยเหลือ

Nowhere to turn หมายถึงไม่มีบุคคล กลุ่ม บริการ หรือแหล่งคำแนะนำให้พึ่งพาเมื่อต้องการความช่วยเหลือ คำว่า turn ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมาจาก turn to someone or something for support ซึ่งหมายถึงการหันไปขอความช่วยเหลือจากคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางของร่างกายจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสรุปผลของการเหนื่อย ยุ่ง และไม่มั่นใจ กล่าวคือ คนเราอาจต้องการคำแนะนำแต่รู้สึกว่าไม่มีแหล่งที่น่าเชื่อถือให้พึ่งพา

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ nowhere to turn มากที่สุด?

  1. คนหนึ่งต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่มีแหล่งสนับสนุนใดพร้อมให้ความช่วยเหลือ
  2. คนหนึ่งมีเพื่อนและบริการมากมายที่พร้อมช่วยเหลือ
  3. คนขับรถมาถึงหัวมุมและเลือกเลี้ยวซ้าย
ดูคำตอบ

คนหนึ่งต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่มีแหล่งสนับสนุนใดพร้อมให้ความช่วยเหลือ

Durkheim was himself an atheist,

5:12

ดูร์กายม์เองเป็นผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า

but he worried that religion had become implausible

5:14

แต่เขากังวลว่าศาสนาเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

just as its best side,

5:17

ในขณะที่ด้านที่ดีที่สุดของมัน

its communal side,

5:19

ด้านของความเป็นชุมชน

would have been most useful to repair the fraying social fabric. โน้ต

5:20

น่าจะเป็นประโยชน์ที่สุดในการซ่อมแซมโครงสร้างสังคมที่หลุดลุ่ย

ไวยากรณ์

would have been most useful: ผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น

would have been most useful ในที่นี้เป็นการย้อนมองสถานการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง บทบาทด้านชุมชนของศาสนาเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในเวลานั้น แต่ศาสนาได้สูญเสียความน่าเชื่อถือไปแล้ว บทบาทดังกล่าวจึงไม่อาจช่วยได้อย่างเต็มที่ โครงสร้าง would have been + คำคุณศัพท์ เป็นรูปเงื่อนไขในอดีต ใช้ประเมินผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นหรือโอกาสที่พลาดไป ไม่ใช่การคาดการณ์ประโยชน์ในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเงื่อนไขในอดีตแบบเต็มของ be: The safety instructions arrived after the accident; they ____ most useful before it.

ดูคำตอบ

would have been

สำนวน

repair the fraying social fabric: อุปมาเรื่องผ้าสำหรับสายสัมพันธ์ทางสังคมที่อ่อนแอลง

ในอุปมานี้ social fabric หมายถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และกฎร่วมกันที่ยึดสังคมไว้ด้วยกัน ส่วน fraying ทำให้นึกถึงเส้นด้ายของผ้าที่ค่อย ๆ หลุดออก จึงหมายถึงสังคมที่กำลังอ่อนแอลงทีละน้อย ไม่ใช่ล่มสลายอย่างฉับพลัน repair สานต่ออุปมาเรื่องผ้าแบบเดียวกัน กล่าวคือด้านความเป็นชุมชนของศาสนาอาจช่วยสร้างสายสัมพันธ์เหล่านั้นขึ้นใหม่ได้ ทั้งวลีจึงหมายถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางสังคมที่กำลังอ่อนแอลง ไม่ใช่การซ่อมผ้าจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Local clubs can help repair the fraying social fabric," วลี repair the fraying social fabric หมายถึงอะไร

  1. ฟื้นฟูสายสัมพันธ์ทางสังคมที่กำลังอ่อนแอลงทีละน้อย
  2. เปลี่ยนสังคมใหม่ทันทีหลังจากสังคมเดิมล่มสลายโดยสิ้นเชิง
  3. ซ่อมผ้าเก่าที่ใช้ในอาคารสาธารณะ
ดูคำตอบ

ฟื้นฟูสายสัมพันธ์ทางสังคมที่กำลังอ่อนแอลงทีละน้อย

Despite its factual errors and its fantastical dimensions, ไวยากรณ์

5:25

แม้จะมีข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริงและมิติแห่งจินตนาการ

Durkheim appreciated religion.

5:29

ดูร์กายม์ก็ยังชื่นชมศาสนา

ไวยากรณ์

Despite its factual errors ...: การแสดงความหมายเชิงยอมรับด้วย Despite

Despite ใช้เกริ่นข้อมูลเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่ทำให้ข้อความในประโยคหลักดูไม่น่าจะเป็นไปได้ ในที่นี้ ศาสนามีข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริงและองค์ประกอบที่เป็นจินตนาการ แต่เดิร์กไฮม์ก็ยังมองเห็นคุณค่าของศาสนา Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นในประโยคนี้จึงตามด้วยนามวลี its factual errors และ its fantastical dimensions ส่วนประโยคหลักแสดงผลที่ขัดกับข้อด้อยเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงหน้าคำนามวลีได้ถูกต้อง

  1. Despite its high price, the laptop is a good choice for video editing.
  2. Despite of its high price, the laptop is a good choice for video editing.
  3. Although its high price, the laptop is a good choice for video editing.
ดูคำตอบ

Despite its high price, the laptop is a good choice for video editing.

He knew that the sense of community and consolation

5:31

เขารู้ว่าความรู้สึกของการเป็นชุมชนและการปลอบประโลม

that religion offer are highly important to people.

5:33

ที่ศาสนามอบให้นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้คน

Capitalism has,

5:37

ทุนนิยม

as yet, การใช้คำ

5:38

จนถึงขณะนี้

offered nothing to replace this with.

5:39

ยังไม่ได้เสนอสิ่งใดมาแทนที่สิ่งนี้เลย

การใช้คำ

as yet: สำนวนทางการที่หมายถึง “จนถึงตอนนี้”

As yet หมายถึงจนถึงเวลาปัจจุบัน ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย has offered nothing จึงหมายความว่าจนถึงตอนนี้ระบบทุนนิยมยังไม่ได้เสนอสิ่งที่จะใช้ทดแทน วลีนี้ยังเปิดโอกาสให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ เพราะอาจมีสิ่งทดแทนในภายหลัง ดังนั้นจึงเป็นการบอกสถานะปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อสรุปสุดท้าย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ as yet อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อรายงานสถานการณ์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจนถึงตอนนี้

  1. As yet of the outage, the team wrote a report.
  2. As yet, the cause of the outage has not been identified.
  3. As yet, we solved the outage yesterday.
ดูคำตอบ

As yet, the cause of the outage has not been identified.

Science certainly doesn't offer the same opportunities

5:41

วิทยาศาสตร์ไม่ได้ให้โอกาสเดียวกัน

for powerful shared experiences.

5:44

สำหรับประสบการณ์ร่วมที่ทรงพลังอย่างแน่นอน

The periodic table might well possess a transcendent beauty ไวยากรณ์

5:47

ตารางธาตุอาจมีความงามที่เหนือโลก

and be a marvel of intellectual elegance,

5:50

และเป็นความมหัศจรรย์ของความสง่างามทางปัญญา

ไวยากรณ์

might well possess: การยอมรับความเป็นไปได้อย่างมีน้ำหนัก

โครงสร้าง might well + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าสิ่งหนึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงหรือมีเหตุผลพอที่จะยอมรับได้ น้ำหนักมากกว่า might เพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่ใช่การยืนยันอย่างแน่นอน ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าตารางธาตุน่าจะมีความงามและความสง่างามอย่างยิ่ง เพื่อเปิดทางให้กับข้อความแย้งที่เริ่มด้วย but คำว่า well เสริมน้ำหนักการประเมินความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าตารางธาตุ “มี” ความงามอย่างชำนาญ

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความ might well possess ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด?

  1. แน่นอนโดยปราศจากข้อสงสัยว่าสิ่งนั้นมีความงามนี้
  2. สิ่งนั้นมีความงามนี้ด้วยวิธีที่ชำนาญ
  3. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าสิ่งนั้นมีความงามนี้
ดูคำตอบ

มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าสิ่งนั้นมีความงามนี้

but it can't draw a society together around it. กริยาวลี

5:53

แต่มันไม่สามารถดึงสังคมมารวมกันรอบๆ ตัวมันได้

กริยาวลี

draw a society together: ทำให้สังคมเป็นหนึ่งเดียว

โครงสร้าง draw + กลุ่มคน + together หมายถึงทำให้สมาชิกของกลุ่มนั้นรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวหรือผูกพันกันมากขึ้น draw ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึง “วาดภาพ” หรือดึงเข้าหากันจริง ๆ คำที่หมายถึงกลุ่มคนจะอยู่ระหว่าง draw กับ together เช่น draw a society together ส่วน around it ระบุแนวคิดหรือสิ่งที่ผู้คนจะรวมตัวกันโดยยึดเป็นศูนย์กลางร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ draw, the neighbors และ together ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The street festival can ____ during hard times.

ดูคำตอบ

draw the neighbors together

In the 19th century,

6:04

ในศตวรรษที่ 19

it had looked at certain moments

6:05

มีบางช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่า

as if the idea of the nation might grow so powerful and intense ไวยากรณ์

6:06

แนวคิดเรื่องชาติอาจเติบโตอย่างทรงพลังและเข้มข้น

ไวยากรณ์

as if สำหรับสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจริงแต่ยังไม่ยืนยัน

ในที่นี้ as if ใช้นำเสนอภาพที่สถานการณ์ทำให้รู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น กล่าวคือ ในบางช่วง แนวคิดเรื่องชาติดูเหมือนอาจมีพลังอย่างยิ่ง วลีนี้แสดงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจริงหรือความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว เมื่อใช้ look, seem หรือ sound กับ as if + อนุประโยค จะหมายถึง “ทำให้รู้สึกว่า...” อนุประโยคที่ตามมาระบุเนื้อหาของภาพนั้น โดยผู้พูดไม่ได้รับรองว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงในที่สุด

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดนำเสนอว่าไฟฟ้าดับเป็นเพียงความรู้สึกที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในประโยคนี้: 'The lights flickered, and for a moment it seemed ___ the building had lost power'?

  1. as if
  2. because
  3. so that
ดูคำตอบ

as if

that it could take up the sense of belonging and shared devotion

6:10

จนสามารถเข้ามารับหน้าที่สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและความศรัทธาร่วมกัน

that had once been supplied by religion.

6:13

ซึ่งครั้งหนึ่งศาสนาเคยเป็นผู้มอบให้

Admittedly, ลำดับความ

6:16

เป็นที่ยอมรับว่า

there were some heroic moments,

6:17

มีช่วงเวลาที่กล้าหาญอยู่บ้าง

but they generally didn't work out very well. กริยาวลี

6:19

แต่โดยทั่วไปแล้วพวกมันไม่ได้ผลดีนัก

ลำดับความ

Admittedly, ... but: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนเสนอข้อสรุปหลัก

Admittedly ทำให้ข้อความแรกเป็นประเด็นที่ผู้พูดยอมรับได้ นั่นคือ มีช่วงเวลาที่กล้าหาญอยู่บ้าง คำนี้แสดงความเป็นธรรม แต่ก็เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อจำกัดหรือข้อโต้แย้งที่จะตามมา จากนั้น but นำเข้าสู่ประเด็นหลักของผู้เขียน คือ ช่วงเวลาเหล่านั้นโดยทั่วไปลงเอยไม่ดี รูปแบบ Admittedly, X, but Y จัดให้ X เป็นส่วนที่ยอมรับไว้ก่อน และ Y เป็นข้อสรุปหลักที่ผู้อ่านควรจดจำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ Admittedly, X, but Y เพื่อยอมรับข้อเสียก่อน แล้วเสนอความน่าเชื่อถือเป็นประเด็นหลัก?

  1. The train is slower, but admittedly it is much more reliable.
  2. Although the train is slower, but it is much more reliable.
  3. Admittedly, the train is slower, but it is much more reliable.
ดูคำตอบ

Admittedly, the train is slower, but it is much more reliable.

กริยาวลี

didn't work out very well: ผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ

ในที่นี้ work out เป็นกริยาวลีอกรรม หมายถึง “ดำเนินไปหรือจบลงด้วยผลลัพธ์แบบใดแบบหนึ่ง” ความพยายามเหล่านั้นมีช่วงเวลาที่กล้าหาญอยู่บ้าง แต่ผลโดยรวมไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เมื่อใช้ในความหมายเรื่องผลลัพธ์ สถานการณ์อย่างแผน ความสัมพันธ์ หรือความพยายามจะเป็นประธาน และใช้ได้ว่า work out well หรือ work out badly ในที่นี้ work out ไม่รับกรรมตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธย่อในอดีตของ work out เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ไม่สำเร็จ: The plan seemed sensible, but it ____ very well.

ดูคำตอบ

didn't work out

Family too seemed for a time

6:22

ครอบครัวเองก็ดูเหมือนว่าในช่วงเวลาหนึ่ง

to offer the experience of belonging

6:24

จะมอบประสบการณ์ของการเป็นส่วนหนึ่ง

that people seem to need.

6:26

ที่ผู้คนดูเหมือนจะต้องการ

But today,

6:28

แต่ทุกวันนี้

although we do indeed invest hugely in our families, ไวยากรณ์

6:29

แม้ว่าเราจะลงทุนอย่างมหาศาลกับครอบครัวของเรา

they're not as stable as we might hope, ไวยากรณ์

6:32

ครอบครัวก็ไม่มั่นคงอย่างที่เราหวัง

ไวยากรณ์

do indeed invest hugely in: ยืนยันข้อเท็จจริงที่ยอมรับอย่างหนักแน่น

ในที่นี้ do เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นข้อความในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่เครื่องหมายของคำถาม do indeed ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าข้อความนั้นเป็นจริง กล่าวคือผู้คนทุ่มเทให้ครอบครัวอย่างมากจริง ๆ การยอมรับอย่างชัดเจนนี้เพิ่มน้ำหนักให้ข้อยอมรับที่นำด้วย although ก่อนที่ผู้พูดจะเสนอผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง หลัง do ที่ใช้เน้น ให้ใช้ invest ในรูปพื้นฐาน hugely บอกว่าระดับการลงทุนสูงมาก และ in นำเข้าสิ่งที่ได้รับการลงทุน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้นสองคำที่ยืนยันข้อความอย่างหนักแน่น: Although we ____ invest a great deal in our local schools, results still vary.

ดูคำตอบ

do indeed

ไวยากรณ์

not as stable as: ต่ำกว่าระดับที่คาดหวัง

โครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ + as บอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัตินั้นในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตามมา ในประโยคนี้ ครอบครัวยังมีความมั่นคงอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่าระดับที่ผู้พูดหวังไว้ as we might hope ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ คือระดับความมั่นคงที่คาดหวัง โครงสร้างนี้เป็นการเปรียบเทียบแบบจำกัดระดับ ไม่ได้ยืนยันว่าครอบครัวเหล่านั้นไม่มีความมั่นคงเลย

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วย not as ... as: The backup plan is ____ reliable ____ the original plan.

ดูคำตอบ

not as · as

and by adulthood,

6:34

และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

children are hardly tied to their parents anymore. วลี

6:35

ลูกๆ ก็แทบไม่ได้ผูกพันกับพ่อแม่อีกต่อไป

วลี

hardly tied to: แทบไม่มีความเชื่อมโยง

hardly หมายถึง “แทบไม่” ดังนั้น hardly tied to จึงหมายถึงมีความเชื่อมโยงหรือความผูกพันน้อยมาก ในที่นี้ tied to ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสายสัมพันธ์หรือการพึ่งพาที่ยังคงมีอยู่ระหว่างลูกกับพ่อแม่ ไม่ได้หมายถึงการถูกมัดไว้จริง ๆ เนื่องจาก hardly มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว ประโยคนี้จึงบอกว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะเหลือความเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อย ส่วน anymore เพิ่มความหมายว่าความเชื่อมโยงนี้เคยแน่นแฟ้นกว่าในอดีต

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After moving away, Maya was hardly tied to her old club anymore,” คำว่า hardly tied to หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอถูกมัดติดกับชมรมนั้นจริง ๆ
  2. เธอแทบไม่มีความเชื่อมโยงกับชมรมนั้น
  3. เธอทำงานให้ชมรมนั้นอย่างหนักมาก
ดูคำตอบ

เธอแทบไม่มีความเชื่อมโยงกับชมรมนั้น

They don't expect to work alongside them,

6:38

พวกเขาไม่ได้คาดหวังที่จะทำงานร่วมกับพ่อแม่

they don't expect their social circles to overlap,

6:40

ไม่ได้คาดหวังว่าแวดวงสังคมของพวกเขาจะทับซ้อนกัน

and they don't feel that their parents' honor is in their hands. สำนวน

6:43

และไม่รู้สึกว่าเกียรติยศของพ่อแม่จะอยู่ในมือของตน

สำนวน

their parents' honor is in their hands: การควบคุมและความรับผิดชอบ

ในประโยคนี้ be in someone's hands เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ ถ้าบางสิ่งอยู่ in a person's hands หมายความว่าคนนั้นมีอำนาจควบคุม มีความรับผิดชอบ หรือมีทั้งสองอย่าง เกียรติไม่ได้ถูกถือไว้ในมือจริง ๆ ตรงนี้ their parents' honor คือเกียรติของพ่อแม่ที่ลูกซึ่งโตแล้วไม่รู้สึกว่าตนต้องปกป้องอีกต่อไป ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันใช้บอกว่าใครควบคุมการตัดสินใจหรือผลลัพธ์ จึงต้องดูบริบทว่าเน้นอำนาจ หน้าที่ หรือทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The final decision is in Maya's hands.” คำว่า in Maya's hands หมายความว่าอย่างไร

  1. Maya ควบคุมการตัดสินใจสุดท้ายหรือรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น
  2. Maya ถูกตำหนิเรื่องการตัดสินใจที่ไม่ดี
  3. Maya กำลังถือเอกสารการตัดสินใจอยู่จริง ๆ
ดูคำตอบ

Maya ควบคุมการตัดสินใจสุดท้ายหรือรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น

Today,

6:46

วันนี้

neither family nor the nation ไวยากรณ์

6:47

ทั้งครอบครัวและประเทศชาติ

are well placed to take up the task กริยาวลี

6:49

ล้วนไม่ได้อยู่ในสถานะที่ดีพอที่จะรับหน้าที่

ไวยากรณ์

neither family nor the nation: การปฏิเสธทั้งสองทางเลือก

Neither A nor B เชื่อมองค์ประกอบสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกันและปฏิเสธทั้งคู่ ในประโยคนี้ A คือ family และ B คือ the nation จึงหมายความว่าทั้งครอบครัวและประเทศต่างก็ไม่อยู่ในฐานะที่เหมาะจะรับหน้าที่นี้ Neither เป็นคำที่มีความหมายปฏิเสธ ส่วน nor ใช้นำองค์ประกอบที่ถูกปฏิเสธส่วนที่สอง A และ B ควรใช้รูปไวยากรณ์ที่สอดคล้องกัน และไม่ต้องเติม not แยกต่างหากเพื่อปฏิเสธซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่ปฏิเสธทั้งสองตัวเลือก: ____ the blue jacket ____ the black coat fits me.

ดูคำตอบ

Neither · nor

กริยาวลี

take up the task: รับผิดชอบภารกิจ

ใน take up the task คำว่า take up หมายถึงการเริ่มทำหรือรับผิดชอบงานชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วน the task หมายถึงงานที่ระบุไว้แล้วจากบริบท วลีนี้มักมองความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่รอให้ใครมารับช่วง หรือส่งต่อจากคนหรือสถาบันหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ทั้งครอบครัวและชาติต่างก็ไม่อยู่ในสถานะที่เหมาะจะรับผิดชอบสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ยอมรับความรับผิดชอบต่องานนั้น”: When the previous team stepped down, the new committee agreed to ____.

ดูคำตอบ

take up the task

of giving us a larger sense of belonging,

6:51

มอบความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่ใหญ่ขึ้นแก่เรา

of giving us the feeling

6:54

มอบความรู้สึกให้เรา

that we're part of something more valuable than ourselves.

6:55

ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่มีค่ามากกว่าตัวเราเอง

Émile Durkheim was a master diagnostician สำนวน

7:00

เอมีล ดูร์กายม์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัย

of our ills.

7:03

ความเจ็บป่วยของเรา

สำนวน

a master diagnostician of our ills: อุปมาทางสังคม

Master ในที่นี้หมายถึงคนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ส่วน diagnostician ตามความหมายตรงตัวคือผู้ที่เก่งในการระบุโรคจากอาการ ผู้เขียนนำบทบาททางการแพทย์นี้มาใช้เชิงเปรียบเทียบกับการวิเคราะห์สังคมของ Durkheim Our ills สานต่ออุปมานี้ โดยหมายถึงปัญหาร้ายแรงที่กระทบสังคมสมัยใหม่ ไม่ใช่โรคทางกาย การเรียกเขาว่า a master diagnostician เป็นการยกย่องความสามารถในการระบุและอธิบายปัญหาเหล่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้เสมอไป

แบบฝึกหัด

a master diagnostician of our ills ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เขาเป็นแพทย์ที่รักษาโรคทางกายของผู้พูด
  2. เขาแก้ปัญหาทุกอย่างของสังคมสมัยใหม่เรียบร้อยแล้ว
  3. เขาเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการระบุปัญหาของสังคม
  4. เขาเป็นเจ้าของคนที่ป่วย
ดูคำตอบ

เขาเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการระบุปัญหาของสังคม

He shows us that modern economies put tremendous pressures on individuals วลี

7:04

เขาแสดงให้เราเห็นว่าเศรษฐกิจสมัยใหม่สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อปัจเจกบุคคล

and leave them dangerously bereft of authoritative guidance การใช้คำ

7:08

และทิ้งให้พวกเขาขาดการชี้นำที่ทรงอำนาจ

and communal solace.

7:12

และการปลอบประโลมจากชุมชนอย่างอันตราย

วลี

put tremendous pressures on individuals: สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อปัจเจกบุคคล

ในประโยคนี้ put tremendous pressures on individuals หมายถึงเศรษฐกิจสมัยใหม่สร้างข้อเรียกร้องและภาระที่รุนแรงมากต่อผู้คน put ... pressure on เป็นโครงสร้างคำนามแบบตายตัว โดยมีรูปพื้นฐานว่า put pressure on someone or something Tremendous เน้นระดับความรุนแรงของแรงกดดัน ส่วน pressures ที่เป็นพหูพจน์แสดงว่ามีข้อเรียกร้องหลายประเภท ไม่ใช่แรงกดดันทั่วไปเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทตายตัวที่ใช้ใน put pressure on: Rising costs put tremendous pressure ____ small businesses.

ดูคำตอบ

on

การใช้คำ

bereft of authoritative guidance: ขาดคำชี้แนะที่น่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง

Bereft of authoritative guidance หมายถึงการขาดคำชี้แนะที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับซึ่งผู้คนต้องการอย่างสิ้นเชิง วลีนี้นำเสนอการขาดดังกล่าวว่าเป็นสภาวะที่ร้ายแรง ก่อให้เกิดผลเสีย และมีอารมณ์เชิงลบอย่างมาก ในที่นี้ authoritative หมายถึงน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับ ไม่ได้หมายถึงเผด็จการแบบ authoritarian ใน leave them ... bereft of คำว่า them เป็นกรรม ส่วน bereft เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยายสภาวะซึ่งเกิดขึ้น โครงสร้าง leave someone bereft of something หมายถึงทำให้ใครบางคนลงเอยด้วยการสูญเสียหรือขาดบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า bereft of เป็นธรรมชาติหรือไม่ในบริบทที่จริงจังและเป็นทางการนี้: After the evacuation, the isolated families were left bereft of reliable information.

  1. ใช่ เป็นการใช้ที่เป็นธรรมชาติ
  2. ไม่ใช่ เป็นการใช้ที่ไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

ใช่ เป็นการใช้ที่เป็นธรรมชาติ

We are all Durkheim's heirs สำนวน

7:14

เราทุกคนล้วนเป็นทายาทของดูร์กายม์

and still have ahead of us

7:16

และยังมีภารกิจอยู่ข้างหน้าเรา

the task that he grappled with, กริยาวลี

7:17

ซึ่งเป็นภารกิจที่เขาพยายามต่อสู้ดิ้นรน

สำนวน

ผู้สืบทอดของเดอร์ไคม์: การรับช่วงแนวคิดและปัญหาที่ยังไม่สำเร็จ

ในที่นี้ Durkheim's heirs เป็นคำเปรียบเทียบถึงผู้คนที่มีชีวิตอยู่หลังยุคของเดอร์ไคม์ และรับสืบทอดมรดกทางความคิดรวมถึงปัญหาสังคมที่เขาศึกษาแต่ยังแก้ไม่สำเร็จ We หมายถึงผู้คนในสังคมสมัยใหม่โดยทั่วไป ไม่ใช่ครอบครัวหรือทายาทตามกฎหมายของเขา รูปแบบ X's heirs ใช้บรรยายผู้คนหรือกลุ่มคนรุ่นหลังที่สานต่อ หรือต้องตอบสนองต่อ แนวคิด ความรับผิดชอบ หรือปัญหาของ X คนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับ X

แบบฝึกหัด

นักประวัติศาสตร์ต้องการบอกว่านักคิดรุ่นหลังรับสืบทอดคำถามของมาร์กซ์ แต่อาจปฏิเสธคำตอบของเขา วลีใดเหมาะสมที่สุด?

  1. Marx's descendants
  2. Marx's followers
  3. Marx's heirs
ดูคำตอบ

Marx's heirs

กริยาวลี

grapple with: พยายามรับมือกับปัญหาที่ยาก

ในประโยคนี้ grapple with หมายถึงการพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจหรือแก้ไขสิ่งที่ยาก สำนวนนี้เน้นว่าภารกิจมีความท้าทาย ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางกายจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ grapple with + ปัญหา คำถาม การตัดสินใจ หรือความท้าทาย ใน the task that he grappled with คำว่า that แทน the task และทำหน้าที่เป็นกรรมของ with ดังนั้น with จึงอยู่ท้ายอนุประโยคสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตกาลธรรมดาของ grapple with: Last year, the committee ____ the ethical question for months before reaching a decision.

ดูคำตอบ

grappled with

how we can create new ways of belonging, ลำดับความ

7:19

ว่าเราจะสร้างวิธีใหม่ๆ ในการสังกัดร่วมกันได้อย่างไร

how we can take some of the pressure off individuals กริยาวลี

7:22

เราจะลดความกดดันบางส่วนจากปัจเจกบุคคล

กริยาวลี

take some of the pressure off individuals: ลดแรงกดดันบางส่วนที่มีต่อแต่ละคน

Take pressure off someone หมายถึงการลดข้อเรียกร้อง ความเครียด การตำหนิ หรือความรับผิดชอบที่มีผลต่อบุคคลนั้น ในประโยคนี้ individuals คือผู้ที่แบกรับภาระ ส่วน off สื่อว่าภาระถูกยกออก ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ Some ทำให้การลดนั้นเป็นเพียงบางส่วน กล่าวคือแรงกดดันเบาลงแต่ไม่จำเป็นต้องหายไปทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ take some/the pressure off + บุคคล กลุ่ม หรือระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ลดข้อเรียกร้องหรือความเครียดที่มีผลต่อใครบางคนลงบางส่วน” After two assistants joined the team, the extra help began to ____ the project manager.

ดูคำตอบ

take some of the pressure off

and find a more correct balance between freedom and solidarity, วลี

7:24

และค้นหาสมดุลที่ถูกต้องมากขึ้นระหว่างเสรีภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างไร

วลี

สมดุลที่เหมาะสมยิ่งขึ้นระหว่างเสรีภาพกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ในที่นี้ a more correct balance between freedom and solidarity หมายถึงวิธีที่ดีกว่าในการให้น้ำหนักอย่างเหมาะสมแก่คุณค่าทั้งสองเมื่อคุณค่าเหล่านั้นดึงไปคนละทิศทาง balance ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายต้องได้รับสัดส่วนเท่ากันทุกประการ โครงสร้างคือ a balance between A and B โดย A และ B ควรมีรูปทางไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในที่นี้ทั้งคู่เป็นคำนามที่ระบุคุณค่า คำว่า more correct เปรียบเทียบสมดุลนี้กับสมดุลก่อนหน้าหรือสมดุลที่ยังไม่น่าพอใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างสำหรับชั่งน้ำหนักคุณค่าสองอย่างที่ขัดกันได้ถูกต้อง

  1. We need to find a balance between privacy with safety.
  2. We need to find a balance between privacy and safety.
  3. We need to find a balance privacy and safety.
ดูคำตอบ

We need to find a balance between privacy and safety.

and how to generate ideologies

7:28

และวิธีการสร้างอุดมการณ์

ลำดับความ

โครงสร้างคู่ขนาน how we can ... how we can ... and how to

ส่วนที่เน้นไว้สามส่วนซึ่งขึ้นต้นด้วย how ประกอบกันเป็นชุดข้อความคู่ขนานชุดเดียว แต่ละส่วนเสนอแง่มุมที่ต่างกันของภารกิจใหญ่ ได้แก่ การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง การลดแรงกดดันต่อแต่ละคน และการสร้างอุดมการณ์ การกล่าว how ซ้ำทำให้ประโยคยาวมีจังหวะชัดเจนและช่วยให้ติดตามขอบเขตการลงมือทำทั้งสามด้านได้ง่ายขึ้น สองส่วนแรกใช้ how we can + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วนสุดท้ายใช้ how to + คำกริยารูปพื้นฐาน แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป ทั้งสามส่วนก็ยังทำหน้าที่จัดข้อมูลเหมือนกัน คือแบ่งภารกิจที่กว้างออกเป็นคำถามสามข้อเกี่ยวกับการกระทำหรือวิธีการที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบคู่ขนานเดียวกัน โดยเติมอนุประโยค how we can สองส่วน แล้วตามด้วยอนุประโยคสุดท้าย and how to The workshop explores ____ reduce waste, ____ share tools, ____ make repairs easier.

ดูคำตอบ

how we can · how we can · and how to

that will allow us not to be so tough on ourselves วลี

7:30

ที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเข้มงวดกับตัวเองมากนัก

วลี

ไม่เข้มงวดกับตัวเองมากนัก

ใน be tough on someone คำว่า tough หมายถึงเข้มงวด รุนแรง หรือไม่ผ่อนปรนต่อบุคคลนั้น เนื่องจากกรรมคือ ourselves วลีนี้จึงหมายถึงการตัดสินหรือปฏิบัติต่อตัวเองอย่างรุนแรง ไม่ใช่การมีร่างกายแข็งแรง not อยู่หน้ารูป infinitive to be ดังนั้นแนวคิดคือ allow us not to be... ส่วน so เน้นระดับของ tough เป้าหมายคือเลิกเข้มงวดกับตัวเองเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกมีวินัยในตัวเองทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “ฉันตัดสินตัวเองอย่างรุนแรงเกินไป”

  1. I am tough enough for the task.
  2. This task is too tough for me.
  3. I am too tough on myself.
ดูคำตอบ

I am too tough on myself.

for our failures and our setbacks.

7:32

สำหรับความล้มเหลวและความพ่ายแพ้ของเรา