ตัวอักษร 'L' ในภาษาอังกฤษไม่ออกเสียงเมื่อไหร่? / คำศัพท์และกฎของตัวอักษร L ที่ไม่ออกเสียง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pronunciation with Emma
ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายว่า L มักไม่ออกเสียงเมื่ออยู่ในรูปสะกดอย่าง alm, alf, alk และ O-U-L พร้อมเปรียบเทียบตัวอย่าง ชี้ว่าทั้งเสียงสระและ L อาจต่างกันตามสำเนียงของผู้พูด และแยกการออกเสียงรูปเต็มที่เน้นเสียงกับรูปอ่อนของกริยาช่วย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. silent letter — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจศัพท์ด้านการออกเสียงที่หมายถึงตัวอักษรซึ่งปรากฏอยู่ในการสะกดแต่โดยปกติไม่ออกเสียง จึงช่วยให้ทราบว่าทำไมคำอย่าง calm, walk และ should จึงไม่ได้ออกเสียงตรงตามที่รูปเขียนอาจทำให้คาดเดา และไม่ยึดว่าตัวอักษรทุกตัวต้องมีเสียงเสมอ 2. depending on — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้คำเชื่อมนี้เพื่อบอกว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามเงื่อนไข เช่น การออกเสียง almond หรือ salmon ที่ต่างกันตามสำเนียงของผู้พูด ทำให้สามารถอธิบายความหลากหลายได้อย่างแม่นยำโดยไม่ตัดสินว่าสำเนียงหนึ่งเป็นรูปที่ถูกต้องเพียงแบบเดียว 3. the strong form. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: รู้จักคำศัพท์ที่หมายถึงการออกเสียงแบบเต็มและลงน้ำหนัก เมื่อคำนั้นอยู่เดี่ยว ๆ หรือได้รับการเน้น ช่วยให้เปรียบเทียบรูปเข้มและรูปอ่อนของ should, would และ could และเข้าใจว่าทำไมเสียงของคำเหล่านี้จึงเปลี่ยนในคำพูดต่อเนื่องได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, and welcome back to pronunciation with Emma, วลี
0:00สวัสดีค่ะ และยินดีต้อนรับกลับสู่การออกเสียงกับ Emma
welcome back to: กล่าวต้อนรับผู้ที่กลับมาอีกครั้ง
welcome back to + สถานที่ รายการ คอร์ส หรือกิจกรรม ใช้ต้อนรับคนที่เคยมา เคยดู หรือเคยเข้าร่วมมาก่อนและตอนนี้กลับมาอีกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้ดำเนินรายการกำลังต้อนรับผู้ชมเดิมให้กลับมาชมรายการฝึกออกเสียงของเธอ ในวลีนี้ back หมายถึงการกลับมา ไม่ได้หมายถึงส่วนหลังของร่างกาย คำที่ตามหลัง to บอกสถานที่หรือกิจกรรมที่บุคคลนั้นกลับมา
แบบฝึกหัด
เติมคำทักทายของผู้ดำเนินรายการสำหรับผู้ชมที่กลับมาดูตอนใหม่ให้สมบูรณ์: ____ our weekly science show.
ดูคำตอบ
Welcome back to
or welcome if you're brand new to my channel. วลี
0:02หรือยินดีต้อนรับถ้าคุณเพิ่งเข้ามาดูช่องของฉันเป็นครั้งแรกนะคะ
brand new to: เน้นว่าไม่มีประสบการณ์มาก่อน
รูปแบบ be brand new to + คำนามหรือกิจกรรมรูป -ing หมายถึงบุคคลนั้นเพิ่งเริ่มต้นและก่อนหน้านี้ไม่คุ้นเคยกับสถานที่ กลุ่ม หัวข้อ หรือกิจกรรมนั้นเลย ในประโยคนี้หมายถึงผู้ชมที่เพิ่งพบช่องนี้ ในสำนวนนี้ brand ทำให้ความหมายของ new แรงขึ้น ไม่ได้หมายถึงแบรนด์ทางการค้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นชัดที่สุดว่า Leo ไม่เคยมีประสบการณ์เล่นสเก็ตมาก่อนเลย
- Leo has brand-new skates.
- Leo is new to skating.
- Leo is brand new to skating.
ดูคำตอบ
Leo is brand new to skating.
In today's lesson, we're going to talk about the silent letter L. โน้ต
0:05ในบทเรียนวันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่องตัวอักษร L ที่ไม่ออกเสียงกันค่ะ
In today's lesson: กำหนดขอบเขตของบทเรียน
In today's lesson เป็นกรอบสำหรับเปิดบทเรียน โดยบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาหลังเครื่องหมายจุลภาคจะกล่าวถึงหัวข้อหรือเป้าหมายของบทเรียนนี้ ทำให้ติดตามข้อมูลได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ today's หมายถึง “บทเรียนหรือตอนปัจจุบัน” ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับวันอื่นตามปฏิทิน โดยทั่วไปวลีนี้จะตามด้วยอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปิดด้วยวลีเดิมที่กำหนดขอบเขตของบทเรียน: ____, we'll learn how bees help flowers grow.
ดูคำตอบ
In today's lesson
we're going to talk about + หัวข้อ: บอกเรื่องที่จะพูดล่วงหน้า
โครงสร้าง We're going to talk about + หัวข้อ ใช้บอกล่วงหน้าว่าผู้พูดวางแผนจะคุยเรื่องอะไรต่อไป be going to ในที่นี้แสดงแผนในอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปที่ใด คำว่า we แบบรวมผู้ฟังช่วยให้ผู้พูดกับผู้ฟังเข้าสู่บทเรียนไปด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังทุกคนจะต้องพูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปิดประชุมด้วยวลีเดิมที่ใช้บอกหัวข้อล่วงหน้า: We're ____ the new timetable first.
ดูคำตอบ
going to talk about
silent letter: ตัวอักษรที่เขียนไว้แต่ไม่ออกเสียง
silent letter เป็นคำศัพท์เฉพาะที่หมายถึงตัวอักษรซึ่งปรากฏอยู่ในการสะกดคำ แต่ไม่ออกเสียงในการออกเสียงตามปกติของคำนั้น ไม่ได้หมายถึงตัวอักษรที่ต้องพูดด้วยเสียงเบามาก ในที่นี้ silent letter L หมายความว่าบทเรียนจะกล่าวถึงคำที่เขียนตัว L ไว้ แต่ไม่ได้ยินเสียง /l/ โดยยังต้องคงตัว L ไว้เมื่อเขียนสะกดคำ
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย silent letter ได้ถูกต้อง
- ปรากฏอยู่ในการสะกดคำ แต่โดยปกติไม่ออกเสียง
- ออกเสียงด้วยเสียงที่เบามาก
- ต้องตัดออกเมื่อเขียนคำนั้น
ดูคำตอบ
ปรากฏอยู่ในการสะกดคำ แต่โดยปกติไม่ออกเสียง
a couple of: จำนวนเล็กน้อย โดยมากประมาณสอง
a couple of วางไว้หน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a couple of rules ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ วลีนี้มักหมายถึงสองอย่างหรือจำนวนเล็กน้อยประมาณสองถึงสามอย่าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าจะพูดถึงกฎเพียงไม่กี่ข้อ ไม่ได้หมายความว่ากฎเหล่านั้นจับคู่กัน และจำนวนก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากับสองพอดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “จำนวนเล็กน้อย โดยมากประมาณสอง”: Give me ____ minutes to pack my bag.
ดูคำตอบ
a couple of
as well: เพิ่มข้อมูลอีกอย่างไว้ตอนท้าย
ในที่นี้ as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เพิ่มเติม” ใช้เพิ่มเรื่องกฎเข้าไปจากเรื่องอื่น ๆ ที่ผู้พูดจะพูดถึง วลีนี้มักอยู่หลังข้อมูลที่เพิ่ม และมักอยู่ท้ายอนุประโยค ในที่นี้ให้เข้าใจ as well เป็นวลีเดียว ไม่ได้แปล well แยกว่า “อย่างดี”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มีความหมายว่า “ด้วย”: Ben packed a coat, and he packed gloves ____.
ดูคำตอบ
as well
so you know when: แสดงจุดประสงค์ของสิ่งที่กล่าวก่อนหน้า
ในที่นี้ so เชื่อมแผนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือการอธิบายกฎ เข้ากับจุดประสงค์หรือผลที่คาดไว้ การอธิบายกฎทำให้ผู้ฟังรู้ว่าตัว L ไม่ออกเสียงเมื่อไรหรือในกรณีใด ในโครงสร้าง so you know when + อนุประโยค คำว่า when เริ่มส่วนข้อมูลเรื่องเวลาหรือเงื่อนไขที่ผู้ฟังต้องรู้ ในบริบทนี้ so มีความหมายใกล้กับ so that คือ “เพื่อให้แน่ใจว่าคุณรู้ว่าเมื่อไร...” ไม่ได้เพียงบอกว่าอะไรเกิดขึ้นถัดไปตามเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so you know when เพื่ออธิบายจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า
- I'll mark the deadline on the calendar, but you know when the project is due.
- I'll mark the deadline on the calendar because you know when the project is due.
- I'll mark the deadline on the calendar so you know when the project is due.
ดูคำตอบ
I'll mark the deadline on the calendar so you know when the project is due.
Please be aware that English is not a phonetic language, โน้ต
0:14โปรดทราบว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาที่ออกเสียงตามตัวสะกดเสมอไป
Please be aware that: การเตือนอย่างสุภาพและเป็นทางการ
Please be aware that ใช้ขอให้ผู้ฟังสังเกตและจดจำข้อเท็จจริงสำคัญอย่างสุภาพ ในประโยคนี้ วลีนี้ส่งสัญญาณว่าข้อความหลัง that เป็นข้อจำกัดในการทำความเข้าใจหรือนำคำแนะนำเรื่องการออกเสียงไปใช้ โครงสร้างคือ Please be aware that + อนุประโยคสมบูรณ์ aware ไม่ได้หมายถึงเพียง “รู้” แต่ยังหมายถึงการคำนึงถึงข้อเท็จจริงนั้นเมื่อตัดสินใจหรือลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนแบบเป็นทางการด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____ the path may be slippery after rain.
ดูคำตอบ
Please be aware that
a phonetic language: ภาษาที่การสะกดช่วยบอกการออกเสียง
ในประโยคนี้ a phonetic language หมายถึงภาษาที่การสะกดช่วยบอกได้ค่อนข้างน่าเชื่อถือว่าคำต่าง ๆ ออกเสียงอย่างไร คำปฏิเสธ not บอกว่าการสะกดและการออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ได้ตรงกันอย่างสม่ำเสมอ นี่เป็นคำอธิบายแบบง่ายเพื่อการเรียนรู้ ไม่ได้หมายความว่าภาษาอังกฤษไม่มีรูปแบบของเสียง แต่หมายความว่าตัวอักษรและการสะกดไม่ได้ตรงกับเสียงแบบหนึ่งต่อหนึ่งที่คาดเดาได้ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
a phonetic language หมายถึงอะไรในบทเรียนนี้?
- หมายถึงทุกคำต้องออกเสียงช้า ๆ
- หมายถึงการสะกดช่วยบอกการออกเสียงได้ค่อนข้างน่าเชื่อถือ
- หมายถึงภาษานั้นพูดได้เท่านั้นและเขียนไม่ได้
ดูคำตอบ
หมายถึงการสะกดช่วยบอกการออกเสียงได้ค่อนข้างน่าเชื่อถือ
so the rules that I'm going to talk about don't always apply to every word. วลี
0:16ดังนั้นกฎที่ฉันจะพูดถึงจึงไม่ได้ใช้ได้กับทุกคำเสมอนะคะ
don't always apply to: เปิดทางให้มีข้อยกเว้น
ในที่นี้ don't always apply to หมายความว่า กฎอาจใช้ได้กับคำหลายคำ แต่ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคำ apply to หมายถึง “ใช้กับ” หรือ “มีผลกับ” และสิ่งที่ตามหลัง to คือสิ่งที่กฎนั้นครอบคลุม don't always เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน จึงเปิดทางให้มีข้อยกเว้น ความหมายเบากว่า never apply to มาก เพราะ never apply to บอกว่ากฎใช้ไม่ได้กับสิ่งที่กำลังพูดถึงเลย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ากฎการสะกดใช้ได้ในหลายกรณี แต่มีข้อยกเว้น?
- These spelling rules don't always apply for every word.
- These spelling rules never apply to any word.
- These spelling rules don't always apply to every word.
ดูคำตอบ
These spelling rules don't always apply to every word.
Just want to say that: คำเสริมแบบกันเองที่นุ่มนวล
Just want to say that. เป็นรูปพูดแบบกันเองที่ย่อมาจาก I just want to say that. โดยละประธาน I เพราะเข้าใจได้จากบริบท และ that ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ just ช่วยให้คำพูดฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดกำลังเสริมหรือปิดท้ายข้อควรระวังสั้น ๆ ไม่ได้กำลังเสนอความเห็นใหม่อย่างหนักแน่น รูปแบบนี้ทำให้คำพูดที่กำหนดขอบเขตฟังเบาลงได้
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่า ในรายงานที่เขียนอย่างเป็นทางการ เหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ Just want to say that. เป็นประโยคสมบูรณ์?
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
Let's start with + สิ่งแรกที่จะพูดถึง
Let's start with ใช้เกริ่นเข้าสู่หัวข้อ ขั้นตอน หรือรายการแรก ในประโยคนี้ วลีนี้พาคำอธิบายจากช่วงเปิดเรื่องไปสู่กฎข้อแรก โครงสร้างคือ Let's start with + นามวลี คำว่า Let's ทำให้การเปลี่ยนเรื่องฟังเป็นมิตรและเหมือนเริ่มไปด้วยกัน แม้ผู้พูดจะเป็นฝ่ายอธิบายอยู่คนเดียวก็ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเกริ่นสิ่งแรกที่จะพูดถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Let's start by a simple example.
- Let's start with a simple example.
- Let's start from a simple example.
ดูคำตอบ
Let's start with a simple example.
So, if we have the combination alm, alf, or alk in a word, โน้ต
0:28ถ้าเรามีกลุ่มตัวอักษร alm, alf หรือ alk ในคำ
if we have + เงื่อนไข
เมื่ออธิบายกฎ if we have ใช้ตั้งเงื่อนไข ในที่นี้ have หมายถึงมีรูปแบบหนึ่งปรากฏหรืออยู่ในกรณีนั้น ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นเจ้าของ โครงสร้างคือ If we have + เงื่อนไข แล้วตามด้วยสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือสิ่งที่ต้องทำ we ใช้แบบกว้าง ๆ เพื่อรวมผู้พูดกับผู้ฟังที่กำลังดูกรณีเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ในกฎ “If we have a red light, we stop,” คำว่า “have a red light” หมายถึงอะไร
- เราพกไฟสีแดงติดตัว
- เราเป็นเจ้าของไฟสีแดงเป็นการส่วนตัว
- มีสัญญาณไฟแดงอยู่ในสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ
มีสัญญาณไฟแดงอยู่ในสถานการณ์นั้น
the combination: กลุ่มตัวอักษรที่ใช้ร่วมกัน
the combination หมายถึงกลุ่มตัวอักษรที่ถือเป็นรูปแบบการสะกดหนึ่งรูปแบบ ในประโยคนี้หมายถึงลำดับตัวอักษร alm, alf หรือ alk ที่อยู่ในคำ ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของมารวมกัน คำว่า the ชี้ไปที่รูปแบบเฉพาะที่กำลังพูดถึง ในบทเรียนการสะกด letter combination หรือ spelling combination ช่วยทำให้ความหมายนี้ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: The letter ____ ch represents the first sound in chair.
ดูคำตอบ
combination
depending on: ผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามเงื่อนไข
depending on ใช้แนะนำเงื่อนไขหรือปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยน ในประโยคนี้ การออกเสียงที่เป็นไปได้อาจเปลี่ยนไปตามสำเนียงของผู้พูด วลีนี้วางไว้หน้าประโยคหลักได้เหมือนในตัวอย่าง หรือวางไว้หลังประโยคหลักก็ได้ วลีนี้พูดถึงเงื่อนไขที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงใครกำลังทำการกระทำแยกต่างหากที่เรียกว่า depending
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามเงื่อนไขให้สมบูรณ์: The game may be easy or hard, ____ the rules.
ดูคำตอบ
depending on
the accent of the speaker: ลักษณะการออกเสียงของผู้พูด
ในที่นี้ the accent of the speaker หมายถึงลักษณะเฉพาะในการออกเสียงภาษาของผู้พูด คนสองคนอาจใช้ภาษาเดียวกัน แต่มีเสียงสระ พยัญชนะ การลงเสียงหนัก หรือทำนองเสียงต่างกันเพราะมีสำเนียงต่างกัน วลีนี้ระบุว่าสำเนียงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้การออกเสียงเปลี่ยนไป ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดคนใดคนหนึ่งออกเสียงผิด รูปที่สั้นกว่าและมีความหมายเท่ากันคือ the speaker's accent
แบบฝึกหัด
คนสองคนใช้ภาษาเดียวกัน แต่เสียงสระของพวกเขาฟังต่างกัน วลีใดอธิบายที่มาของความแตกต่างได้ดีที่สุด
- the speaker's language
- the speaker's alphabet
- the speaker's accent
ดูคำตอบ
the speaker's accent
could pronounce this differently: could ที่แสดงความเป็นไปได้
ใน could pronounce this differently คำว่า could แสดงความเป็นไปได้ กล่าวคือ ภายใต้เงื่อนไขที่ต่างออกไป อาจมีการออกเสียงอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงความสามารถที่มีอยู่ในอดีต ต้องดูบริบทเพื่อเข้าใจ could เงื่อนไขอย่าง depending on the accent ชี้ไปยังผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ส่วนข้อความบอกเวลาในอดีตอย่างชัดเจนอาจทำให้ could หมายถึงความสามารถในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ could เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ความสามารถในอดีต
- With a different accent, she could pronounce the vowel differently.
- After months of practice, she could finally pronounce the sound.
- When she was five, she could pronounce the word clearly.
ดูคำตอบ
With a different accent, she could pronounce the vowel differently.
but you might also hear some speakers say almond, almond.
0:53แต่คุณอาจจะได้ยินบางคนพูดว่า almond, almond
So, it really just does depend on the speaker's accent with this particular word, ไวยากรณ์
1:02ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับสำเนียงของผู้พูดจริงๆ สำหรับคำเฉพาะคำนี้
does depend on: ใช้ does เน้นว่า “ขึ้นอยู่กับจริง ๆ”
ในประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เน้น depend on ให้มีความหมายว่า “ขึ้นอยู่กับจริง ๆ” หรือ “ขึ้นอยู่กับอย่างแน่นอน” เป็นการยืนยันว่าสำเนียงของผู้พูดเป็นปัจจัยตัดสินจริง ๆ ดังนั้น does จึงไม่ใช่คำที่เกินมาหรือไม่มีความหมาย โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อ does แสดงกาลปัจจุบันและสอดคล้องกับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามแล้ว depend จึงต้องคงรูปพื้นฐาน: ใช้ does depend ไม่ใช่ does depends
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ does depend on แบบเน้นย้ำ: The final price ____ the number of guests.
ดูคำตอบ
does depend on
which is why I wanted to talk about it first. ลำดับความ
1:07ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฉันอยากจะพูดถึงมันเป็นคำแรกค่ะ
which is why: เชื่อมเหตุผลก่อนหน้ากับผลลัพธ์
which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่คำนามเพียงคำเดียว ในที่นี้ ข้อเท็จจริงก่อนหน้าเป็นเหตุผล ส่วน I wanted to talk about it first เป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจากเหตุผลนั้น คำเชื่อมนี้จัดข้อมูลตามรูปแบบ เหตุผล + which is why + ผลลัพธ์ โดยปกติจะตามหลังเครื่องหมายจุลภาคและต่อเนื่องอยู่ในประโยคเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ which is why ได้ถูกต้องเพื่อให้เหตุผลและผลลัพธ์อยู่ในประโยคเดียวกัน
- The road was flooded, which is why we turned back.
- The road was flooded. That's why we turned back.
- The road was flooded, that's why we turned back.
ดูคำตอบ
The road was flooded, which is why we turned back.
So, do be aware that that alk spelling isn't always an /ɔːl/ sound, โน้ต
1:26ดังนั้น โปรดสังเกตว่าตัวสะกด alk ไม่ได้ออกเสียง /ɔːl/ เสมอไปนะคะ
do be aware that: การย้ำเตือนอย่างหนักแน่น
Do be aware that... เป็นการเตือนในรูปประโยคคำสั่ง Be aware บอกให้ผู้ฟังสังเกตหรือจดจำข้อเท็จจริงที่ตามมา ส่วน do เพิ่มน้ำหนักให้คำเตือน ตรงนี้ do ไม่ได้ทำให้ประโยคกลายเป็นคำถาม คำที่ตามหลัง that ระบุสิ่งที่ผู้ฟังต้องจำไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ do + be aware + that + ใจความที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนอย่างเป็นทางการนี้ด้วยรูปแบบการย้ำเตือนจากบทเรียน: ____ the path may be slippery after rain.
ดูคำตอบ
Do be aware that
isn't always: บอกว่ายังมีข้อยกเว้น
Isn't always หมายถึง “ไม่ได้เป็นจริงในทุกกรณี” คำปฏิเสธจำกัดขอบเขตของ always ดังนั้นข้อความนั้นอาจยังเป็นจริงในบางกรณี ใช้ not always เพื่อแก้การเหมารวมเกินไปโดยไม่ปฏิเสธทั้งหมด ในประโยคนี้ alk อาจแทนเสียงดังกล่าวในบางคำ แต่การสะกดนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้นในทุกคำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ากฎนี้มีข้อยกเว้น แต่บางครั้งก็ยังอาจถูกต้อง?
- This rule isn't always correct.
- This rule is always correct.
- This rule is never correct.
ดูคำตอบ
This rule isn't always correct.
So, watch out for the vowel sounds changing. กริยาวลี
1:36ดังนั้น ระวังเสียงสระที่เปลี่ยนไปด้วยนะคะ
watch out for: เตือนให้ระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
watch out for หมายถึง “ระวังและสังเกตสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ปัญหา หรือความผิดพลาด” ในประโยคนี้ ผู้พูดเตือนว่าเสียงสระอาจเปลี่ยนได้ จึงไม่ควรคิดว่าเสียงสระมีการออกเสียงแบบเดียวตายตัวเสมอไป ควรเข้าใจ watch out for เป็นสำนวนเดียวกันทั้งชุด คำทั้งหมดทำงานร่วมกัน โดย out ไม่ได้หมายถึงการมองออกไปข้างนอก
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสามคำที่เรียนในบทนี้: ____ bikes when you cross the street.
ดูคำตอบ
Watch out for
Now, I have heard some speakers, as I mentioned with almond, ลำดับความ
1:45ทีนี้ ฉันเคยได้ยินผู้พูดบางคน อย่างที่ฉันได้กล่าวไปเกี่ยวกับ almond
as I mentioned with ...: ย้อนกลับไปยังตัวอย่างก่อนหน้า
คำว่า as I mentioned with almond กล่าวย้อนกลับไปถึงตัวอย่างก่อนหน้าแบบสั้น ๆ as I mentioned บอกผู้ฟังว่าแนวคิดนี้เคยกล่าวถึงแล้ว ส่วน with almond ระบุหัวข้อหรือตัวอย่างก่อนหน้านั้น ในที่นี้ with หมายถึง “ตอนพูดถึง almond” ไม่ได้หมายถึง “ร่วมกับ almond” สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเชื่อมข้อมูลใหม่กับสิ่งที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว ทำให้ใช้ตัวอย่างก่อนหน้าเพื่อติดตามประเด็นถัดไปได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เรียนในบทนี้เพื่อย้อนกลับไปยังตัวอย่างก่อนหน้า: ____ the password example, short codes are easier to guess.
ดูคำตอบ
As I mentioned with
I have heard it with a few of the words I've talked about here,
1:53ฉันเคยได้ยินมันกับบางคำที่ฉันพูดถึงตรงนี้
so just be aware that some accents in the UK do pronounce the vowels differently in these words, โน้ต
1:56ดังนั้น แค่รู้ไว้ว่าบางสำเนียงในอังกฤษจะออกเสียงสระในคำเหล่านี้ต่างออกไป
some accents in the UK: การออกเสียงแบบบริติชไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว
some accents in the UK หมายถึงเพียงส่วนหนึ่งของสำเนียงที่หลากหลายในสหราชอาณาจักร ในที่นี้ some จำกัดขอบเขตของข้อความว่า การออกเสียงสระที่ต่างกันเกิดในบางสำเนียง ไม่ใช่ทุกสำเนียงหรือผู้พูดทุกคนในสหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษแบบบริติชมีสำเนียงตามภูมิภาคและกลุ่มสังคมหลายแบบ ดังนั้นรูปแบบที่เรียนในห้องเรียนจึงไม่ใช่การออกเสียงแบบบริติชเพียงแบบเดียว หากได้ยินสระต่างออกไป สาเหตุอาจเป็นความแตกต่างของสำเนียง ไม่ใช่การออกเสียงผิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายความแตกต่างของสำเนียงในสหราชอาณาจักรได้ถูกต้องที่สุด
- The UK has one correct accent, and all other pronunciations are mistakes.
- Some accents in the UK pronounce this vowel differently.
- Every accent in the UK pronounces this vowel in the same way.
ดูคำตอบ
Some accents in the UK pronounce this vowel differently.
do pronounce: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่าเชิงบวก
do pronounce ใช้โครงสร้าง do + กริยารูปพื้นฐาน pronounce เพื่อเน้นประโยคบอกเล่าเชิงบวก หากไม่มี do ประโยค some accents pronounce... จะเป็นเพียงการบอกข้อเท็จจริง แต่เมื่อเติม do ผู้พูดกำลังบอกว่า “ออกเสียงแบบนั้นจริง ๆ” หรือ “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ” do ที่ใช้เน้นแบบนี้มักใช้ยืนยันข้อเท็จจริงที่อาจดูน่าแปลกใจ หรือแก้ความคาดหมายของผู้ฟัง ไม่ได้เปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นคำถาม
แบบฝึกหัด
ใช้รูปเน้นของ work เติมประโยคให้สมบูรณ์: These toy cars look broken, but they ____.
ดูคำตอบ
do work
Now, I have heard some people say salmon.
2:18ทีนี้ ฉันเคยได้ยินบางคนออกเสียง L ในคำว่า salmon ด้วยค่ะ
listen out for: คอยฟังเสียงหรือข้อมูลที่เจาะจง
listen out for หมายถึงตั้งใจเป็นพิเศษเพื่อให้สังเกตได้เมื่อเสียงหรือข้อมูลที่เจาะจงปรากฏขึ้น ในประโยคนี้ ผู้ฟังถูกขอให้สังเกตว่ามีการออกเสียง L เหล่านั้นหรือไม่ คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง โครงสร้างคือ listen out for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกให้ใครสักคนคอยฟังข้อมูลที่จะปรากฏในประกาศได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Listen out for your name during the announcement.
- Listen to your name during the announcement.
- Listen out your name during the announcement.
ดูคำตอบ
Listen out for your name during the announcement.
The next rule is with certain modal verbs that have the O-U-L spelling. การใช้คำ
2:28กฎข้อต่อไปใช้กับกริยาช่วยบางตัวที่มีตัวสะกด O-U-L ค่ะ
modal verbs: กริยาช่วยอย่าง should, would และ could
Modal verbs คือกริยาช่วย เช่น can, could, may, might, must, shall, should, will และ would คำเหล่านี้วางหน้ากริยาหลักและเพิ่มความหมาย เช่น ความสามารถ ความเป็นไปได้ การอนุญาต คำแนะนำ หรือหน้าที่ ในประโยคนี้ certain modal verbs ชี้ไปยัง should, would และ could ซึ่งมีตัวสะกด O-U-L เหมือนกัน หลัง modal verb ปกติจะใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น should go และ could help อย่าเติม to หรือ -s หลัง modal ต้องพูดว่า she should go ไม่ใช่ she should to go หรือ she should goes
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ modal verb ได้ถูกต้อง
- You should check the spelling.
- You should checks the spelling.
- You should to check the spelling.
ดูคำตอบ
You should check the spelling.
the strong form: การออกเสียงเต็มเมื่อเน้นเสียง
strong form หรือรูปเสียงหนัก คือการออกเสียงคำไวยากรณ์แบบเต็มเมื่อคำนั้นได้รับการเน้นเสียง ในที่นี้หมายถึงรูปของ should เมื่อนำมาออกเสียงเดี่ยว ๆ ใช้เปรียบต่าง หรือเน้นเป็นพิเศษ คำว่า strong เป็นชื่อทางเสียง ไม่ได้หมายถึงการพูดดังหรือทรงพลัง คำไวยากรณ์ที่ใช้บ่อยหลายคำมีทั้ง strong form และ weak form ใช้ strong form เมื่อตัวคำนั้นเป็นข้อมูลสำคัญของข้อความ ไม่ใช่เพียงเพราะออกเสียงทั้งประโยคอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
คำบอกหน้าที่อย่าง should มักใช้ strong form เมื่อใด
- เมื่อได้รับการเน้นเสียงหรือออกเสียงเดี่ยว ๆ
- ทุกครั้งที่ปรากฏในประโยคยาว
- เฉพาะเมื่อผู้พูดเพิ่มความดังของเสียง
ดูคำตอบ
เมื่อได้รับการเน้นเสียงหรือออกเสียงเดี่ยว ๆ
The weak form would be should, should. การใช้คำ
2:39รูปแบบการลงเสียงเบา (weak form) จะเป็น should, should
The weak form: การออกเสียงลดรูปเมื่อไม่เน้น
weak form หรือรูปเสียงอ่อน คือการออกเสียงคำไวยากรณ์ให้สั้นและลดรูปลงเมื่อคำนั้นไม่ได้รับการเน้นในคำพูดต่อเนื่อง ในที่นี้หมายถึง should ที่ลดเสียงสระลง ซึ่งในภาษาอังกฤษแบบบริติชมักออกเสียงเป็น /ʃəd/ คำว่า weak เป็นชื่อทางเสียงที่เป็นกลาง ไม่ได้หมายถึงออกเสียงไม่ดีหรือไม่ชัด รูปเสียงอ่อนช่วยให้คำสำคัญโดดเด่นในจังหวะภาษาอังกฤษ ใช้รูปเสียงหนักแทนเมื่อออกเสียง should เดี่ยว ๆ หรือจงใจเน้นคำนี้
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้เน้นฟังคำกริยาช่วยที่ไม่ลงเสียงหนักก่อน call
- She said you would call me after school.
- She said you could call me after school.
- She said you should call me after school.
ดูคำตอบ
She said you should call me after school.
So, you find the strong form either on its own, วลี
2:42ดังนั้น คุณจะพบรูปแบบ strong form ได้ไม่ว่าจะอยู่เดี่ยวๆ
on its own: ปรากฏแยกตามลำพัง
ในประโยคนี้ on its own หมายถึง “แยกออกมาตามลำพัง” ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ยาวกว่า รูปหนักอาจเกิดขึ้นเมื่อออกเสียงคำนั้นเพียงคำเดียว วลีนี้บอกลักษณะที่สิ่งหนึ่งปรากฏหรือทำงาน และย้อนกลับไปกล่าวถึงสิ่งหนึ่งชิ้น ในบริบทอื่น วลีนี้อาจหมายถึง “โดยไม่มีความช่วยเหลือ” ได้ด้วย จึงต้องดูประธานและสถานการณ์ว่าเป็นการอยู่แยกหรือการทำได้ด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าตัวอักษรปรากฏแยกตามลำพัง ไม่ได้อยู่กับตัวอักษรอื่น?
- The letter appears on its own.
- The letter belongs to its owner.
- The letter appears with the other letters.
ดูคำตอบ
The letter appears on its own.
emphasize something: ทำให้ข้อมูลเด่นขึ้น
To emphasize something หมายถึงการทำให้บางสิ่งดูสำคัญหรือเด่นชัดเป็นพิเศษ ในที่นี้ การใช้รูปหนักทำให้คำหรือแนวคิดที่เลือกไว้เด่นขึ้น ในการพูด เราเน้นข้อมูลได้ด้วยการลงเสียงหนัก ทำนองเสียง หรือการพูดซ้ำ ในการเขียน การเลือกคำ ตำแหน่ง การเขียนซ้ำ หรือการจัดรูปแบบก็ทำหน้าที่เดียวกันได้ ดังนั้น emphasize ไม่ได้หมายถึงเพียง “พูดให้ดังขึ้น”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ emphasize อย่างถูกต้องเพื่อแสดงว่ารายงานทำให้ความต้องการอย่างหนึ่งเด่นขึ้น?
- The report emphasizes the need for clean water.
- The report emphasizes on the need for clean water.
- The report puts emphasize on the need for clean water.
ดูคำตอบ
The report emphasizes the need for clean water.
So, should, would, could, all as the strong forms.
2:59ดังนั้น should, would, could ทั้งหมดเป็น strong form ค่ะ
I've decided to put some other words in this category as well with O-L spellings. วลี
3:10ฉันตัดสินใจที่จะใส่คำอื่นๆ ลงในหมวดหมู่นี้ด้วยที่มีตัวสะกด O-L ค่ะ
put ... in this category: การจัดสิ่งต่าง ๆ เข้าหมวดหมู่
ในประโยคนี้ put some other words in this category หมายถึง “จัดคำอื่นบางคำให้เป็นสมาชิกของหมวดหมู่นี้” คำว่า put ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการย้ายคำเหล่านั้นจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + สิ่งที่จัดประเภท + in/into + หมวดหมู่หรือกลุ่ม สิ่งที่ถูกจัดประเภทอยู่หลัง put และหมวดหมู่อยู่หลัง in หรือ into
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าควรจัดไฟล์เหล่านี้ไว้ในหมวดเดียวกัน
- We can put these files at the same category.
- We can put these files in the same category.
- We can put the same category in these files.
ดูคำตอบ
We can put these files in the same category.
that's the end of ...: การบอกจุดจบอย่างชัดเจน
That's the end of ... เป็นสัญญาณปิดท้ายที่ชัดเจน ใช้บอกว่าเนื้อหาหรือกิจกรรมที่กล่าวถึงเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ฟังจึงรู้ว่าส่วนหลักจบลง และอาจตามด้วยคำลา คำขอบคุณ หรือขั้นตอนถัดไป นามวลีหลัง of ระบุว่าสิ่งใดกำลังจบ เช่น this video, today's lesson หรือ the meeting สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบเนื้อหาด้วยการปิดส่วนนั้นอย่างชัดเจน และไม่จำเป็นต้องหมายถึงจุดสิ้นสุดของเวลาหรือสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปิดท้ายด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: Thanks for joining us. ____ today's workshop.
ดูคำตอบ
That's the end of
I hope you've enjoyed it and you learned something new.
3:27ฉันหวังว่าคุณจะสนุกและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นะคะ
If it has helped you, then ...: บอกเงื่อนไขก่อนขอให้ทำบางอย่าง
If it has helped you, then ... บอกเงื่อนไขก่อน แล้วจึงบอกสิ่งที่ต้องการขอให้ทำ คำขอนี้ใช้เมื่อวิดีโอมีประโยชน์จริง จึงฟังดูมีเหตุผลมากกว่าการขอโดยไม่มีเงื่อนไข has helped เป็น present perfect หมายถึงความช่วยเหลือเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ชมรับชมและยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ ส่วน then แสดงผลที่ตามมาจากเงื่อนไข คำนี้เป็นธรรมชาติในประโยคนี้ แต่สามารถละได้ในประโยค if สั้น ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เงื่อนไขที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบันเพื่อนำเข้าสู่คำขอได้ถูกต้อง
- If this guide will helped you, then please share it.
- If this guide has helped you, then please share it.
- If this guide has help you, then please share it.
ดูคำตอบ
If this guide has helped you, then please share it.
give it a like: ขอให้กดไลก์บนแพลตฟอร์ม
ใน give it a like คำว่า it หมายถึงวิดีโอ และ a like เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการกดปุ่ม Like บนแพลตฟอร์มหนึ่งครั้ง ทั้งวลีนี้ขอให้ผู้ชมกดไลก์เนื้อหาบนแพลตฟอร์ม ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่รู้สึกว่าชอบเนื้อหานั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + เนื้อหา + a like เช่น give this post a like และสามารถใช้คำสรรพนามแทนเนื้อหาได้ด้วย: give it a like
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้ผู้ชมกดปุ่ม Like บนแพลตฟอร์มได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- If you enjoyed this video, give it like.
- If you enjoyed this video, give a like it.
- If you enjoyed this video, give it a like.
ดูคำตอบ
If you enjoyed this video, give it a like.
If you'd like to see more videos from me, then press the subscribe button. โน้ต
3:32ถ้าคุณอยากดูวิดีโอจากฉันเพิ่มเติม ก็กดปุ่มติดตามได้เลยค่ะ
If you'd like to: การเกริ่นเงื่อนไขอย่างสุภาพ
If you'd like to หมายถึง “ถ้าคุณอยากหรือเต็มใจที่จะ...” ในแบบสุภาพและไม่ตรงเกินไป you'd เป็นรูปย่อของ you would จึงไม่ได้แสดงอดีตในที่นี้ และหลัง would like to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น would like to see อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ทำให้การกระทำถัดไปขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้ฟัง ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้รูปนี้เกริ่นอย่างนุ่มนวลก่อนขอให้กดปุ่ม จึงไม่ฟังเหมือนคำสั่งตรง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมส่วนขึ้นต้นเงื่อนไขแบบสุภาพโดยใช้ would like: ____ join the workshop, register by Friday.
ดูคำตอบ
If you'd like to
press the subscribe button: คำสั่งบนแพลตฟอร์มวิดีโอ
คำสั่ง press the subscribe button บอกให้ผู้ชมเปิดใช้งานปุ่มที่เขียนว่า Subscribe บนแพลตฟอร์มวิดีโอ การ subscribe มักหมายถึงการติดตามช่องเพื่อให้ค้นหาวิดีโอใหม่ของช่องนั้นได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ subscribe ไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินเสมอไป การสมัครบริการอื่นอาจมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นต้องดูแพลตฟอร์มและข้อเสนอของบริการนั้น
แบบฝึกหัด
บนแพลตฟอร์มวิดีโอ press the subscribe button มักขอให้ผู้ชมทำอะไร?
- เปิดใช้ Subscribe เพื่อติดตามช่อง
- จ่ายเงินสำหรับวิดีโอทุกคลิปในช่อง
- ลบช่องออกจากแพลตฟอร์ม
ดูคำตอบ
เปิดใช้ Subscribe เพื่อติดตามช่อง
And to receive notifications when I post, then press the bell icon as well. โน้ต
3:36และเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อฉันโพสต์ ให้กดที่ไอคอนกระดิ่งด้วยนะคะ
to receive notifications when I post, ...: จุดประสงค์และเวลาที่เกิดการแจ้งเตือน
To receive notifications when I post เป็นวลีบอกจุดประสงค์ อธิบายว่าทำไมจึงควรกดไอคอนรูประฆัง นั่นคือเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อผู้พูดโพสต์เนื้อหาใหม่ when I post บอกเวลา ในที่นี้ post เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เผยแพร่ทางออนไลน์” และใช้รูปปัจจุบันเพื่อพูดถึงการโพสต์แต่ละครั้งในอนาคต ไม่ใช่ประโยคคำถาม
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ infinitive บอกจุดประสงค์ร่วมกับอนุประโยค when รูปปัจจุบันได้ถูกต้อง
- To get an alert when the bus will arrive, turn on notifications.
- To get an alert when the bus arrives, turn on notifications.
- For get an alert when the bus arrives, turn on notifications.
ดูคำตอบ
To get an alert when the bus arrives, turn on notifications.
the bell icon: ไอคอนควบคุมการแจ้งเตือน
The bell icon คือสัญลักษณ์เล็ก ๆ บนหน้าจอ ซึ่งมักมีรูปร่างเหมือนระฆังและใช้แทนการแจ้งเตือน ในประโยคนี้ press the bell icon หมายถึงใช้ปุ่มควบคุมบนหน้าจอนั้นเพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโพสต์ใหม่ สิ่งนี้เป็นปุ่มควบคุมบนหน้าจอ ไม่ใช่ระฆังจริง ผลลัพธ์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ไอคอนอาจเปิดการแจ้งเตือนหรือเปิดการตั้งค่าการแจ้งเตือนก็ได้
แบบฝึกหัด
เลือกคำแนะนำที่เป็นธรรมชาติสำหรับการจัดการการแจ้งเตือนในแอป
- Tap the bell icon to manage notifications.
- Tap the bell icon to ring a real bell.
- Tap the bell icon to send a text message.
ดูคำตอบ
Tap the bell icon to manage notifications.
If you'd like a full playlist of more videos with silent letters,
3:40ถ้าคุณอยากได้เพลย์ลิสต์แบบเต็มๆ สำหรับวิดีโออื่นๆ เกี่ยวกับตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง
then I have put it in the card above and also in the description for you. วัฒนธรรม
3:44ฉันได้ใส่ไว้ในการ์ดด้านบนและในคำอธิบายให้คุณแล้วค่ะ
put it in the card above: ใส่ไว้ในการ์ดข้อมูลด้านบนของวิดีโอ
ในบริบทของแพลตฟอร์มวิดีโอ card หมายถึงการ์ดข้อมูลบนหน้าจอวิดีโอที่คลิกได้ ไม่ใช่การ์ดกระดาษ การ์ดนี้สามารถมีลิงก์หรือทางเข้าสู่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ วลี put it in the card above หมายถึงผู้พูดได้นำลิงก์หรือทางเข้าสู่เพลย์ลิสต์ไปไว้ในส่วนนี้ของหน้าจอ above บอกตำแหน่งของการ์ดเมื่อเทียบกับหน้าจอวิดีโอ
แบบฝึกหัด
put it in the card above หมายถึงอะไรในบริบทของวิดีโอนี้?
- ลิงก์หรือทางเข้าอยู่ในการ์ดข้อมูลที่คลิกได้บนหน้าจอวิดีโอ
- ข้อมูลเขียนอยู่ในการ์ดอวยพรที่ทำจากกระดาษ
- ผู้พูดกำลังถือการ์ดไว้เหนือกล้อง
ดูคำตอบ
ลิงก์หรือทางเข้าอยู่ในการ์ดข้อมูลที่คลิกได้บนหน้าจอวิดีโอ
in the description: ในส่วนข้อมูลของวิดีโอ
บนหน้าวิดีโอ the description หมายถึงส่วนข้อมูลที่อยู่กับวิดีโอ ผู้สร้างมักใส่ลิงก์ แหล่งข้อมูล และหมายเหตุเพิ่มเติมไว้ที่นี่ ดังนั้น in the description จึงบอกผู้ชมว่าควรไปหาลิงก์หรือทางเข้าสู่เพลย์ลิสต์ที่ไหน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังบรรยายลิงก์นั้น
แบบฝึกหัด
ผู้สร้างวิดีโอต้องการบอกผู้ชมว่าจะหาลิงก์แหล่งข้อมูลได้ที่ไหน ประโยคใดใช้ description ได้ถูกต้อง?
- The creator describes the resource link in detail.
- The resource link is in the video description.
- The resource link is in the comments section.
ดูคำตอบ
The resource link is in the video description.
Enjoy the rest of your week, and I will see you next lesson. โน้ต
3:48ขอให้สนุกกับช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์นะคะ แล้วพบกันใหม่บทเรียนหน้าค่ะ
the rest of your week: เวลาที่เหลือของสัปดาห์นี้
ในวลี the rest of your week คำว่า rest หมายถึง “ส่วนที่ยังเหลืออยู่” ไม่ใช่การพัก โดยหมายถึงช่วงเวลาตั้งแต่ตอนนี้จนถึงสิ้นสัปดาห์นี้ รูปแบบ the rest of + สิ่งทั้งหมดที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว ใช้ชี้ถึงส่วนที่เหลือของสิ่งนั้น เช่น the rest of the day และ the rest of the book ในที่นี้ Enjoy ... ทำให้วลีนี้เป็นคำอวยพรปิดท้ายอย่างเป็นมิตร
แบบฝึกหัด
วันนี้เป็นวันพุธ เติมคำในประโยคปิดท้ายอย่างเป็นมิตรนี้ให้สมบูรณ์: Enjoy the ____ of your week!
ดูคำตอบ
rest
I will see you next lesson: คำลาสำหรับปิดบทเรียน
ในที่นี้ I will see you next lesson หมายถึง “ตอนนี้ขอลาก่อน แล้วเราจะกลับมาเจอกันในบทเรียนหน้า” see you ทำหน้าที่เป็นคำลา ไม่ใช่คำสัญญาตามตัวอักษรว่าจะมองเห็นใคร จึงใช้ในหลักสูตรออนไลน์หรือวิดีโอการสอนได้ด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ see you + เวลา หรือกิจกรรมในอนาคต เช่น See you tomorrow หรือ See you at practice เมื่อเติม I will จะเป็นประโยคบอกเล่าที่สมบูรณ์ ส่วน See you next lesson เป็นคำลาแบบสั้นกว่า
แบบฝึกหัด
บทเรียนออนไลน์กำลังจะจบและมีการวางแผนบทเรียนถัดไปไว้แล้ว ประโยคใดเป็นคำลาที่เป็นธรรมชาติ?
- I will watch you next lesson.
- I will see you next lesson.
- I will see the next lesson.
ดูคำตอบ
I will see you next lesson.