ร่างกายของคุณเพิ่งกำจัดมะเร็งไปเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,450 คำ 177 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: แอนิเมชันนี้อธิบายว่าการกลายพันธุ์ก่อมะเร็งอย่างไร เซลล์ภูมิคุ้มกันตรวจโปรตีนแบบใด และแนวป้องกันที่สองหาเซลล์ซึ่งซ่อนสัญญาณเหล่านั้นได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. keep normal cells from multiplying — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ keep + กรรม + from + กริยาเติม -ing เพื่ออธิบายว่ากลไกป้องกันหยุดการกระทำที่ไม่ต้องการอย่างไร 2. MHC class 1 molecules, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจศัพท์ภูมิคุ้มกันวิทยาเบื้องหลังภาพเปรียบ “หน้าต่างจัดแสดง” และวิธีที่ T cells พบเซลล์ผิดปกติ 3. covers all of your bases. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนจากเบสบอลหมายถึงการรับมือความเสี่ยงสำคัญให้ครบ ซึ่งในที่นี้คือระบบตรวจภูมิคุ้มกันสองแบบที่เสริมกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Somewhere in your body,

0:00

ณ ที่ใดที่หนึ่งในร่างกายของคุณ

your immune system just quietly killed one of your own cells,

0:02

ระบบภูมิคุ้มกันของคุณเพิ่งจะกำจัดเซลล์ของคุณเองไปอย่างเงียบๆ

stopping it from becoming cancer

0:05

เพื่อหยุดยั้งไม่ให้มันกลายเป็นมะเร็ง

and saving your life.

0:08

และช่วยชีวิตคุณเอาไว้

It does that all the time.

0:10

มันทำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา

The vast majority of cancer cells you develop will be killed without you ever noticing, ไวยากรณ์

0:12

เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่ที่คุณสร้างขึ้น จะถูกกำจัดไปโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

ไวยากรณ์

without you ever noticing: ระบุว่าใครไม่รู้ตัว

ในที่นี้ without + สรรพนามกรรม + รูป -ing หมายถึงมีบางสิ่งเกิดขึ้นโดยที่บุคคลที่ระบุไว้ไม่ทันสังเกต ใน without you ever noticing คำว่า you คือคนที่ไม่สังเกตเห็น และ ever ช่วยเน้นว่าไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่ช่วงเวลาเดียว สรรพนาม you เป็นกรรมของบุพบท without และยังเป็นประธานเชิงความหมายของ noticing ด้วย โครงสร้างนี้ไม่ใช่ without ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ เพราะ noticing เป็นรูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง without + you + ever + -ing ให้ตรงตามรูปเพื่อเติมประโยคและแสดงว่าผู้ฟังไม่ทันสังเกต: The app may fix the problem ____.

ดูคำตอบ

without you ever noticing

which is an incredibly hard job because of what cancer cells are.

0:17

ซึ่งถือเป็นงานที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ด้วยธรรมชาติของเซลล์มะเร็ง

Parts of yourself that start to behave as individuals,

0:21

ส่วนหนึ่งของคุณที่เริ่มทำตัวเป็นเอกเทศ

even if it hurts you.

0:24

แม้ว่ามันจะทำร้ายคุณก็ตาม

What is cancer and how does your body kill it all the time?

0:26

มะเร็งคืออะไร และร่างกายของคุณกำจัดมันตลอดเวลาได้อย่างไร?

Cancer is when corrupted cells multiply uncontrollably.

0:38

มะเร็งคือสภาวะที่เซลล์ซึ่งเกิดความผิดปกติเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

It can emerge from basically every type of cell in your body,

0:42

มันสามารถเกิดขึ้นได้กับเซลล์เกือบทุกชนิดในร่างกายของคุณ

so there's not just a single type of cancer, ไวยากรณ์

0:45

ดังนั้นมะเร็งจึงไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว

but hundreds.

0:47

แต่มีเป็นร้อยๆ ชนิด

ไวยากรณ์

not just ... but ...: เพิ่มประเด็นที่สองที่หนักแน่นกว่า

โครงสร้างคู่ not just A but B ยังคงบอกว่า A เป็นจริง แล้วเพิ่ม B เป็นประเด็นที่หนักแน่นกว่า กว้างกว่า หรือน่าประหลาดใจกว่า ในประโยคนี้ มะเร็งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชนิดเดียว แต่มีหลายร้อยชนิด ดังนั้น but จึงแสดงการเพิ่มน้ำหนักของข้อมูล ไม่ใช่ความขัดแย้งทั่วไป วลีนาม types of cancer ถูกละไว้หลัง hundreds เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ความหมายเต็มคือ not just a single type of cancer, but hundreds of types of cancer

แบบฝึกหัด

ใช้ not just ... but ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The guide explains ____ what to do ____ why it works.

ดูคำตอบ

not just · but

Some grow slowly,

0:49

บางชนิดเติบโตช้า

others are aggressive,

0:50

บางชนิดก็ดุร้าย

some can be treated effectively,

0:51

บางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้

others are deadly.

0:53

ในขณะที่บางชนิดก็อันตรายถึงชีวิต

In a sense,

0:55

ในแง่หนึ่ง

a cell that becomes cancer turns into something ancient and something new. กริยาวลี

0:56

เซลล์ที่กลายเป็นมะเร็ง ได้กลายสภาพเป็นบางสิ่งที่ทั้งเก่าแก่และแปลกใหม่

กริยาวลี

turns into: เปลี่ยนเป็นอีกสภาพหนึ่ง

Turns into หมายถึงเปลี่ยนไปเป็นสิ่งอื่นหรืออยู่ในสภาพใหม่ ในประโยคนี้ใช้บอกว่าเซลล์มีคุณสมบัติแบบใหม่ ไม่ได้หมายถึงการหันตัวหรือเคลื่อนที่ไปยังที่ใดจริง ๆ โครงสร้างคือ turn into + ผลลัพธ์ หรือ X turns into Y ใช้เมื่อผลลัพธ์แตกต่างจากรูปร่าง บทบาท หรือสภาพเดิมอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ของ turn into: When water freezes, it ____ ice.

ดูคำตอบ

turns into

Over billions of years,

1:00

ตลอดระยะเวลาหลายพันล้านปี

evolution has molded cells to survive and thrive in a hostile environment, วลี

1:01

วิวัฒนาการได้หล่อหลอมเซลล์ให้มีชีวิตรอดและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

วลี

survive and thrive: มากกว่าแค่มีชีวิตรอด

Survive หมายถึงยังมีชีวิตหรือดำรงอยู่ต่อไปแม้จะเผชิญอันตรายหรือความยากลำบาก ส่วน thrive หมายถึงเติบโต พัฒนา หรือไปได้ดีมาก เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจะเกิดความหมายที่ไล่ระดับ คือก่อนอื่นต้องไม่ล้มเหลวหรือตาย แล้วจึงเติบโตอย่างแข็งแรง ในประโยคนี้ วิวัฒนาการทำให้เซลล์ไม่เพียงแค่มีชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร แต่ยังทำงานและเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมนั้นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำลงในประโยค: With enough light and water, these plants can ____.

ดูคำตอบ

survive and thrive

fighting for space and resources,

1:06

ต่อสู้แย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร

until a new and exciting way of life emerged,

1:08

จนกระทั่งวิถีชีวิตแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้นได้ถือกำเนิดขึ้น นั่นคือ

cooperation.

1:11

ความร่วมมือ

A division of labor that allowed cells to specialize and become more successful together. การใช้คำ

1:12

การแบ่งหน้าที่การทำงานที่ช่วยให้เซลล์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และประสบความสำเร็จร่วมกันมากขึ้น

การใช้คำ

division of labor: การแบ่งบทบาทเฉพาะทางในกลุ่ม

Division of labor คือการจัดระบบที่สมาชิกแต่ละส่วนของกลุ่มรับผิดชอบงานเฉพาะทางที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ เซลล์แต่ละเซลล์ทำงานต่างกัน แทนที่จะให้ทุกเซลล์ทำทุกอย่าง แนวคิดนี้ยังใช้กับระบบเศรษฐกิจ สถานที่ทำงาน และระบบอื่นที่สมาชิกมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ด้วย

แบบฝึกหัด

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งมอบหมายให้แพทย์วินิจฉัยโรค เภสัชกรจัดการยา และพยาบาลติดตามอาการผู้ป่วย ตัวเลือกใดเรียกการจัดระบบนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. การหารทางคณิตศาสตร์
  2. a division of labor
  3. ทุกคนทำหน้าที่เดียวกัน
  4. ความขัดแย้งระหว่างบุคลากร
ดูคำตอบ

a division of labor

But cooperation requires sacrifices.

1:18

แต่ความร่วมมือก็ต้องแลกมาด้วยความเสียสละ

For a multicellular being to stay healthy,

1:21

เพื่อให้สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ยังคงมีสุขภาพดี

the well-being of the collective has to matter more than the survival of the individual cell. ไวยากรณ์

1:23

ความเป็นอยู่ของส่วนรวมต้องมีความสำคัญมากกว่าความอยู่รอดของเซลล์เดี่ยวๆ

ไวยากรณ์

has to matter more than: ลำดับความสำคัญที่จำเป็น

ในโครงสร้าง X has to matter more than Y คำว่า matter เป็นคำกริยาที่หมายถึงมีความสำคัญ โครงสร้างนี้บอกว่าต้องถือว่า X สำคัญกว่า Y has to เพิ่มความหมายของความจำเป็น ผู้พูดจึงไม่ได้เพียงเปรียบเทียบระดับความสำคัญ แต่กำลังกำหนดลำดับความสำคัญหรือทางเลือกที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความปลอดภัยสาธารณะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญก่อน เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงลำดับความสำคัญห้าคำจากบทเรียน: Public safety ____ convenience.

ดูคำตอบ

has to matter more than

Cancer cells stop being part of the collective and become individuals again.

1:29

เซลล์มะเร็งหยุดการเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมและกลับมาทำตัวเป็นเอกเทศอีกครั้ง

Your body can handle a few rogue cells, การใช้คำ

1:33

ร่างกายของคุณสามารถจัดการกับเซลล์นอกคอกเหล่านี้ได้บ้าง

การใช้คำ

rogue cells: เซลล์ที่หลุดจากการควบคุมตามปกติ

ในที่นี้ rogue หมายถึงการทำงานอย่างเป็นอิสระนอกเหนือจากการควบคุมตามปกติ Rogue cells คือเซลล์ที่ไม่ทำตามกฎหรือสัญญาณปกติของร่างกายอีกต่อไป โดยสำนวนนี้เปรียบเซลล์เหมือนผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ นี่เป็นคำบรรยาย ไม่ใช่ชื่อทางการของเซลล์ประเภทหนึ่ง การใช้เชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกันพบได้ใน rogue device หรือ rogue agent ซึ่งหมายถึงสิ่งที่ทำงานนอกระบบที่ควรจะควบคุมมัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The lab is tracking a few rogue cells,” คำว่า rogue cells หมายถึงอะไร

  1. เซลล์ที่ทำงานนอกเหนือจากการควบคุมทางชีวภาพตามปกติ
  2. ชื่อทางการของเซลล์สุขภาพดีทุกชนิด
  3. เซลล์ที่ได้รับการปกป้องโดยระบบควบคุมตามปกติของร่างกาย
ดูคำตอบ

เซลล์ที่ทำงานนอกเหนือจากการควบคุมทางชีวภาพตามปกติ

but some cancer cells divide again and again,

1:35

แต่เซลล์มะเร็งบางเซลล์ก็แบ่งตัวแล้วแบ่งตัวเล่า

becoming a sort of new organism within you,

1:38

จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในตัวคุณ

taking resources you need to survive,

1:41

แย่งชิงทรัพยากรที่คุณจำเป็นต้องใช้เพื่อการอยู่รอด

competing for the space you inhabit,

1:43

แข่งขันเพื่อแย่งพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่

destroying the organs they were part of in the process.

1:45

ทำลายอวัยวะที่มันเคยเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนี้

Despite the harm they cause,

1:49

แม้ว่าพวกมันจะก่อให้เกิดอันตราย

cancer cells are not evil.

1:50

แต่เซลล์มะเร็งก็ไม่ใช่ผู้ร้าย

They don't want to hurt you,

1:52

พวกมันไม่อยากทำร้ายคุณ

they don't want anything.

1:53

พวกมันไม่ต้องการอะไรเลย

Cells are protein robots that just follow their programming,

1:55

เซลล์เป็นเพียงหุ่นยนต์โปรตีนที่ทำตามโปรแกรมที่ถูกตั้งไว้

which unfortunately has been corrupted.

1:58

แต่น่าเสียดายที่โปรแกรมนั้นดันพังทลายลง

The soul of the cell.

2:01

จิตวิญญาณของเซลล์

In a nutshell, สำนวน

2:03

พูดง่ายๆ ก็คือ

สำนวน

In a nutshell: การนำเข้าสู่บทสรุปสั้น ๆ

In a nutshell เป็นสำนวนที่หมายถึง “พูดเพียงไม่กี่คำ” หรือ “บอกประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ” ในที่นี้ สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีบทสรุปแบบย่อ สำนวนนี้มักอยู่ตอนต้นหรือตอนท้ายของบทสรุป และเมื่ออยู่ต้นประโยคก็มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ภาพที่ใช้เป็นเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเปลือกถั่วจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “กล่าวโดยย่อ”: ____, the plan costs too much.

ดูคำตอบ

In a nutshell

your cells have a nucleus filled with DNA.

2:04

เซลล์ของคุณมีนิวเคลียสที่เต็มไปด้วยดีเอ็นเอ

It consists of genes,

2:07

ประกอบด้วยยีน

instructions for how to build proteins and when to make each one.

2:08

ซึ่งเป็นคำสั่งว่าต้องสร้างโปรตีนอย่างไร และเมื่อใดที่ต้องสร้างโปรตีนแต่ละชนิด

These building instructions are copied and transferred to ribosomes,

2:12

คำสั่งการสร้างเหล่านี้ถูกคัดลอกและส่งไปยังไรโบโซม

where they're used to make proteins.

2:15

ซึ่งพวกมันจะถูกใช้เพื่อสร้างโปรตีน

What kind of proteins your cells make determine what they can do.

2:18

เซลล์ของคุณจะทำอะไรได้บ้างนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรตีนที่พวกมันสร้างขึ้น

The important thing here is that a corrupt gene means you get a corrupt protein,

2:22

สิ่งสำคัญในที่นี้คือ ยีนที่พังย่อมหมายถึงคุณจะได้โปรตีนที่พังไปด้วย

which will get important later.

2:26

ซึ่งจะมีความสำคัญในภายหลัง

Your DNA gets a tiny bit corrupted,

2:28

ดีเอ็นเอของคุณจะเสียหายลงทีละนิด

it mutates tens of thousands of times each day.

2:31

มันกลายพันธุ์วันละหลายหมื่นครั้ง

Most of the time without any special cause,

2:35

ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุพิเศษใดๆ

just by being alive.

2:37

แค่คุณมีชีวิตอยู่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

Almost all of these mutations are fixed very quickly or are not problematic.

2:39

การกลายพันธุ์เกือบทั้งหมดนี้จะถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไร

Still, over time as your cells make copies of themselves,

2:44

แต่ถึงกระนั้น เมื่อเวลาผ่านไปในขณะที่เซลล์ของคุณคัดลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

damage is accumulating.

2:47

ความเสียหายก็สะสมขึ้นเรื่อยๆ

Imagine having to make copies from copies from copies for decades. ลำดับความ

2:49

ลองจินตนาการถึงการต้องถ่ายสำเนาจากสำเนาของสำเนาไปเรื่อยๆ เป็นเวลาหลายสิบปี

ลำดับความ

make copies from copies from copies: ใช้การซ้ำเพื่อแสดงห่วงโซ่

ลำดับคำว่า “copies from copies from copies” เปลี่ยนแนวคิดนามธรรมเรื่องการทำสำเนาซ้ำ ๆ ให้กลายเป็นห่วงโซ่ที่เห็นภาพได้ โดยสำเนาใหม่แต่ละชุดทำมาจากสำเนาก่อนหน้า ไม่ได้ทำจากต้นฉบับ ในประโยคนี้ การซ้ำคำทำให้กระบวนการดูยาวนานต่อเนื่องหลายสิบปี และช่วยเน้นความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลว่า ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในการทำสำเนาอาจสะสมไปตามเวลา นี่คือการซ้ำเชิงวาทศิลป์อย่างตั้งใจ ไม่ใช่วลีตายตัวที่ต้องใช้ copies สามครั้งเสมอ

แบบฝึกหัด

การซ้ำ “copies from copies from copies” ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ระบุว่ามีการทำสำเนาจริงทั้งหมดสามชุดพอดี
  2. แสดงว่าการทำสำเนาทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกันในครั้งเดียว
  3. ทำให้ “make copies” กลายเป็นสำนวนตายตัว
  4. ทำให้กระบวนการทำสำเนาซ้ำดูเหมือนห่วงโซ่ที่มีหลายขั้นตอน
ดูคำตอบ

ทำให้กระบวนการทำสำเนาซ้ำดูเหมือนห่วงโซ่ที่มีหลายขั้นตอน

Maybe one day a hair got on the scanner or a corner got frayed.

2:54

บางทีวันหนึ่งอาจมีเส้นผมตกลงบนเครื่องสแกน หรือมุมกระดาษอาจหลุดรุ่ย

Each new mistake becomes part of the new copies and all the copies that follow.

2:58

ข้อผิดพลาดใหม่แต่ละครั้งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสำเนาแผ่นใหม่และสำเนาแผ่นต่อๆ ไปทั้งหมด

You can increase DNA damage by doing things like smoking,

3:04

คุณสามารถเพิ่มความเสียหายให้กับดีเอ็นเอได้โดยการทำสิ่งต่างๆ เช่น สูบบุหรี่

drinking alcohol, by being obese,

3:07

ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นโรคอ้วน

breathing in asbestos,

3:09

สูดดมแร่ใยหิน

by not using sunscreen,

3:10

ไม่ทาครีมกันแดด

or contracting a virus like HPV. วัฒนธรรม

3:12

หรือติดเชื้อไวรัสอย่าง HPV

วัฒนธรรม

HPV: คำย่อของ human papillomavirus

HPV ย่อมาจาก human papillomavirus หรือไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา ซึ่งเป็นกลุ่มไวรัสที่พบได้ทั่วไป ในประโยคนี้ HPV ถูกใช้เป็นตัวอย่างของไวรัสที่คนสามารถติดเชื้อได้ HPV บางสายพันธุ์อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด แต่การติดเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งอย่างแน่นอน วลี “a virus like HPV” นำเสนอปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย “contracting a virus like HPV” ได้ดีที่สุด

  1. หมายความว่าการติดเชื้อ HPV ทุกครั้งจะนำไปสู่มะเร็ง
  2. หมายความว่า HPV เองเป็นมะเร็งชนิดหนึ่ง
  3. หมายถึงการติดโรคใด ๆ ที่มีชื่อฟังคล้าย HPV
  4. หมายถึงการติดเชื้อไวรัส โดย HPV บางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง แต่การติดเชื้อไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นมะเร็ง
ดูคำตอบ

หมายถึงการติดเชื้อไวรัส โดย HPV บางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง แต่การติดเชื้อไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นมะเร็ง

But the simplest way to damage DNA and get cancer

3:15

แต่วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำลายดีเอ็นเอและเป็นมะเร็ง

is to be alive long enough.

3:17

ก็คือการมีชีวิตอยู่ให้นานพอ

For many cancer cases,

3:19

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหลายๆ ราย

there is no cause other than bad luck.

3:21

ไม่มีสาเหตุอื่นใดเลยนอกจากความโชคร้าย

The damage that leads to cancer.

3:24

ความเสียหายที่นำไปสู่มะเร็ง

We are simplifying,

3:27

เราจะขออธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น

but roughly there are three categories of genes that need to be corrupted so cancer can arise.

3:29

โดยคร่าวๆ แล้ว มียีนอยู่ 3 กลุ่มที่ต้องเกิดความผิดปกติจึงจะทำให้เกิดมะเร็งได้

The first key mutation is in the appropriately named tumor suppressor genes or TSGs. วัฒนธรรม

3:34

การกลายพันธุ์ที่สำคัญประการแรก เกิดขึ้นในยีนต้านมะเร็ง หรือ TSG

วัฒนธรรม

tumor suppressor genes หรือ TSGs

“Tumor suppressor genes” คือยีนที่ช่วยควบคุมการเติบโตของเซลล์และการดูแล DNA เช่น จำกัดการแบ่งเซลล์หรือช่วยซ่อมแซม DNA หากยีนชนิดนี้เสียหายหรือหยุดทำงาน เซลล์อาจสูญเสียการควบคุมบางส่วนไป “TSGs” เป็นตัวย่อรูปพหูพจน์ของ tumor suppressor genes คำนี้เป็นชื่อเรียกกลุ่มยีนตามบทบาทปกติในการปกป้องเซลล์

แบบฝึกหัด

เติมตัวย่อรูปพหูพจน์ของ tumor suppressor genes ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: Several ____ help prevent uncontrolled cell growth.

ดูคำตอบ

TSGs

These genes are a bunch of things.

3:40

ยีนเหล่านี้มีหน้าที่หลายอย่าง

For one, they produce control mechanisms that continuously scan your DNA for mistakes and copying errors ลำดับความ

3:42

ประการแรก พวกมันจะสร้างกลไกควบคุมที่คอยสแกนดีเอ็นเอของคุณอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องในการคัดลอก

ลำดับความ

For one, เพื่อเกริ่นหนึ่งข้อจากหลายข้อ

เมื่ออยู่ต้นประโยค For one, ใช้เกริ่นเหตุผล หน้าที่ หรือตัวอย่างหนึ่งข้อจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า เครื่องหมายจุลภาคที่ตามมาจะแยกคำจัดระเบียบความคิดนี้ออกจากข้อความหลัก คำนี้ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงข้อเดียว แต่บอกว่าผู้พูดกำลังยกมาเพียงส่วนหนึ่ง จึงอาจมีประเด็นอื่นตามมาได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรายการที่เรียงหมายเลขจนครบ

แบบฝึกหัด

เติมคำจัดระเบียบความคิดสองคำที่หมายถึง “เหตุผลหนึ่งจากหลายเหตุผล” ลงในประโยค: ____, the new schedule gives everyone more planning time.

ดูคำตอบ

For one

and fix them right away.

3:47

และรีบซ่อมแซมมันทันที

And then they keep normal cells from multiplying recklessly. ไวยากรณ์

3:49

จากนั้นพวกมันจะคอยป้องกันไม่ให้เซลล์ปกติแบ่งตัวอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

ไวยากรณ์

keep normal cells from multiplying: โครงสร้าง keep + กรรม + from + -ing

ใช้โครงสร้าง keep + กรรม + from + -ing เพื่อบอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งขัดขวางไม่ให้เกิดการกระทำบางอย่าง ในที่นี้ normal cells เป็นกรรม และ multiplying คือการกระทำที่ถูกขัดขวาง หลัง from ต้องใช้รูป -ing เช่น from multiplying โครงสร้างนี้ใช้ได้กับมาตรการป้องกัน กฎ และสิ่งที่ช่วยป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ

แบบฝึกหัด

ใช้คำทั้งหมดในวงเล็บและโครงสร้าง keep + กรรม + from + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety guard ____. (keep / workers / touch / the blades)

ดูคำตอบ

keeps workers from touching the blades

If TSGs become damaged,

3:52

หาก TSG เกิดความเสียหาย

your cells basically forget how to repair themselves

3:54

เซลล์ของคุณก็แทบจะลืมวิธีซ่อมแซมตัวเองไปเลย

and can reproduce unchecked. การใช้คำ

3:56

และสามารถขยายพันธุ์ไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีการตรวจสอบ

การใช้คำ

reproduce unchecked: unchecked ในความหมายว่าสภาพที่ไร้การควบคุม

ใน reproduce unchecked คำว่า unchecked หมายถึงโดยไม่ถูกจำกัดหรือควบคุม คำนี้อธิบายสภาพของสิ่งที่กำลังเพิ่มจำนวนขณะที่กระบวนการดำเนินต่อไป ในทางไวยากรณ์ unchecked เป็นคำคุณศัพท์ที่เชื่อมโยงกับประธาน ไม่ใช่คำวิเศษณ์ทั่วไปที่ลงท้ายด้วย -ly ในบริบทของการเติบโตหรือการแพร่กระจาย คำนี้มักเตือนว่ากระบวนการอาจก่อให้เกิดอันตราย

แบบฝึกหัด

ในประโยค "False information can spread unchecked online," คำว่า unchecked หมายความว่าอย่างไร

  1. หลังจากผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด
  2. โดยไม่ถูกจำกัดหรือควบคุม
  3. โดยทุกรายการถูกทำเครื่องหมายว่าเสร็จสิ้น
ดูคำตอบ

โดยไม่ถูกจำกัดหรือควบคุม

The second crucial mutation can happen in your oncogenes. วัฒนธรรม

3:59

การกลายพันธุ์ที่สำคัญประการที่สอง สามารถเกิดขึ้นได้ในยีนก่อมะเร็งของคุณ

วัฒนธรรม

oncogenes: ยีนที่สามารถผลักดันการเกิดมะเร็ง

oncogene หรือยีนก่อมะเร็ง คือยีนที่ถูกกระตุ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ จนสามารถผลักดันให้เซลล์เติบโตและแบ่งตัวมากเกินไปได้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงยีนทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง ยีนรูปแบบปกติที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตมักเรียกว่า proto-oncogene เมื่อยีนดังกล่าวถูกเปิดในเวลาที่ไม่เหมาะสมหรือเปลี่ยนแปลงจากการกลายพันธุ์ มันอาจกลายเป็น oncogene ได้ คำนี้จึงสำคัญต่อความสัมพันธ์แบบเหตุและผลในประโยค

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย oncogene ได้ถูกต้องที่สุด

  1. ยีนที่มีหน้าที่ปกติในการหยุดการแบ่งตัวของเซลล์เสมอ
  2. ยีนที่ทำงานหรือเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติและสามารถผลักดันการเติบโตของเซลล์แบบควบคุมไม่ได้
  3. ยีนทุกชนิดที่ถูกกล่าวถึงในงานวิจัยมะเร็ง
ดูคำตอบ

ยีนที่ทำงานหรือเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติและสามารถผลักดันการเติบโตของเซลล์แบบควบคุมไม่ได้

When oncogenes are turned on,

4:02

เมื่อยีนก่อมะเร็งถูกเปิดสวิตช์การทำงาน

the cell is told to multiply rapidly.

4:04

เซลล์จะได้รับคำสั่งให้แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว

They were super active when you were inside your mother's womb.

4:07

พวกมันเคยทำงานอย่างขยันขันแข็งมากตอนที่คุณยังอยู่ในครรภ์มารดา

To turn a single original cell into trillions in months,

4:10

เพื่อเปลี่ยนเซลล์ต้นกำเนิดเพียงเซลล์เดียวให้กลายเป็นเซลล์หลายล้านล้านเซลล์ในเวลาไม่กี่เดือน

it needs to divide and grow rapidly.

4:13

มันจำเป็นต้องแบ่งตัวและเติบโตอย่างรวดเร็ว

These rapid growth genes are turned off when there's enough of you. กริยาวลี

4:15

ยีนที่ควบคุมการเติบโตอย่างรวดเร็วเหล่านี้ จะถูกปิดการทำงานเมื่อร่างกายของคุณสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

กริยาวลี

turned off: ถูกทำให้ไม่ทำงาน

ในที่นี้ turned off ใช้ภาพเปรียบเทียบกับสวิตช์ โดยยีนที่ทำให้เติบโตอย่างรวดเร็วถูกทำให้ไม่ทำงาน จึงหยุดการแสดงออกหรือหยุดกระตุ้นการเติบโต ยีนเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำออกหรือทำลาย โครงสร้างเป็นรูปถูกกระทำคือ are + turned off ในประโยครูปกระทำ จะมีบางสิ่ง turns the genes off ส่วนประโยครูปถูกกระทำจะเน้นว่ายีนเปลี่ยนเป็นภาวะไม่ทำงาน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำที่ถูกต้องของ turn off เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During maintenance, the cooling system is ____.

ดูคำตอบ

turned off

When your oncogenes get corrupted,

4:20

เมื่อยีนก่อมะเร็งของคุณเกิดความผิดปกติ

they basically turn on again.

4:22

พวกมันก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง

The third crucial mutation is in your cells' suicide switch. สำนวน

4:24

การกลายพันธุ์ที่สำคัญประการที่สาม เกิดขึ้นที่สวิตช์ทำลายตัวเองของเซลล์

สำนวน

“suicide switch”: คำเปรียบเทียบแบบ “สวิตช์” สำหรับการตายของเซลล์

ในประโยคนี้ “suicide switch” เป็นคำเปรียบเทียบถึงกลไกภายในเซลล์ที่สามารถเริ่มการตายของเซลล์แบบควบคุมได้ การเรียกกลไกนี้ว่าสวิตช์ช่วยให้เห็นภาพกระบวนการทางชีววิทยาที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น กล่าวคือ สัญญาณบางอย่างสามารถเปิดกระบวนการนี้ได้ ในที่นี้ “suicide” หมายถึงเซลล์ยุติชีวิตของตัวเองผ่านกระบวนการที่ตั้งโปรแกรมไว้ ไม่ได้หมายถึงเจตนาฆ่าตัวตายของคน ส่วน “switch” เป็นภาพเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย ไม่ใช่ชื่อทางการของยีนใดยีนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางชีววิทยา “a cell's suicide switch” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. กลไกที่สามารถกระตุ้นการตายแบบควบคุมของเซลล์
  2. ความสามารถของเซลล์ในการเคลื่อนหนีอันตราย
  3. เจตนาของบุคคลที่จะทำร้ายตัวเอง
ดูคำตอบ

กลไกที่สามารถกระตุ้นการตายแบบควบคุมของเซลล์

Most cells are constantly recycled and refreshed.

4:28

เซลล์ส่วนใหญ่จะถูกรีไซเคิลและสร้างใหม่ตลอดเวลา

When cells amass too much damage,

4:31

เมื่อเซลล์สะสมความเสียหายมากเกินไป

they usually notice and special genes trigger a controlled suicide called apoptosis. วัฒนธรรม

4:33

พวกมันมักจะรู้ตัว และยีนพิเศษจะกระตุ้นการฆ่าตัวตายแบบควบคุมซึ่งเรียกว่า อะพอพโทซิส

วัฒนธรรม

apoptosis: การตายของเซลล์ตามโปรแกรมแบบควบคุม

Apoptosis หรืออะพอพโทซิส เป็นศัพท์ชีววิทยาสำหรับกระบวนการที่เซลล์ตายอย่างมีการควบคุมและเป็นไปตามโปรแกรม ในประโยคนี้ ยีนพิเศษจะกระตุ้นกระบวนการดังกล่าวเมื่อเซลล์ตรวจพบความเสียหายรุนแรง แนวคิดสำคัญคือความเป็นระเบียบและการควบคุม เซลล์ทำตามโปรแกรมการตายภายในของตัวเอง ซึ่งต่างจากการตายของเซลล์ที่เกิดจากการบาดเจ็บฉับพลันหรือความเสียหายที่ควบคุมไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์ชีววิทยาที่หมายถึงการตายของเซลล์ตามโปรแกรมแบบควบคุม: The damaged cell underwent ____.

ดูคำตอบ

apoptosis

If the genes that control this process get damaged,

4:39

หากยีนที่ควบคุมกระบวนการนี้ได้รับความเสียหาย

cells are free to live on despite being dangerously corrupted. โน้ต

4:42

เซลล์ก็จะมีอิสระที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้ว่ามันจะพังทลายจนเข้าขั้นอันตรายแล้วก็ตาม

กริยาวลี

live on: มีชีวิตต่อไป

ในที่นี้ live on หมายถึงมีชีวิตต่อไปหรือยังคงมีชีวิตอยู่ เซลล์ที่เสียหายไม่ตายในเวลาที่ตามปกติแล้วควรจะตาย ในการใช้แบบไม่ต้องมีกรรมนี้ on แสดงความต่อเนื่อง ไม่ได้บอกสถานที่หรือแหล่งที่ใช้ดำรงชีวิต เพราะสิ่งที่ตามมาคือ despite... ไม่ใช่คำนามที่บอกว่าเซลล์อาศัยอยู่ที่ไหนหรือดำรงชีวิตด้วยอะไร

แบบฝึกหัด

ในประโยค The injured tree lived on for several years คำว่า lived on หมายถึงอะไร

  1. มันอยู่บนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
  2. มันยังมีชีวิตต่อไป
  3. มันพึ่งพาอาหารหรือรายได้บางอย่าง
ดูคำตอบ

มันยังมีชีวิตต่อไป

ไวยากรณ์

despite being dangerously corrupted: โครงสร้างแสดงความขัดแย้งแบบกระชับ

Despite ใช้แสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับ กล่าวคือผลหลักยังคงเกิดขึ้นจริง แม้สภาพที่กล่าวถึงโดยปกติจะทำให้ผลนั้นเกิดขึ้นได้ยากขึ้น ในที่นี้ being dangerously corrupted บอกสภาพของเซลล์ หลัง despite ใช้นามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช้ประธานตามด้วยกริยาแท้โดยตรง Despite being corrupted เป็นรูปที่กระชับ ส่วน Although they were corrupted แสดงความสัมพันธ์เดียวกันด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ despite ตามด้วยรูป -ing ของ be: ____ exhausted, Maya finished the report.

ดูคำตอบ

Despite being

So, if a cell becomes unable to fix the mistakes in its genetic code,

4:47

ดังนั้น หากเซลล์ไม่สามารถซ่อมแซมข้อผิดพลาดในรหัสพันธุกรรมของตนเองได้

loses the ability to destroy itself when it notices the damage,

4:51

สูญเสียความสามารถในการทำลายตัวเองเมื่อพบว่ามีความเสียหาย

and begins to grow rapidly without restraint,

4:54

และเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไร้การยับยั้ง

it turns into a young cancer cell.

4:56

มันก็จะกลายสภาพเป็นเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้น

These cells have to be killed as quickly as possible.

4:59

เซลล์เหล่านี้จะต้องถูกกำจัดให้เร็วที่สุด

While they are bad at this stage,

5:02

แม้พวกมันจะร้ายกาจในระยะนี้

they are still pretty weak and easy to kill.

5:03

แต่พวกมันก็ยังค่อนข้างอ่อนแอและกำจัดได้ง่าย

But if they continue to mutate and increase in number, วลี

5:06

แต่หากพวกมันยังคงกลายพันธุ์และเพิ่มจำนวนต่อไป

วลี

Increase in number: จำนวนเพิ่มขึ้น

increase in number หมายถึง “มีจำนวนมากขึ้น” ในประโยคนี้ เซลล์กำลังเพิ่มจำนวน คือมีเซลล์แต่ละเซลล์มากขึ้น ไม่ใช่เซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้น ใช้โครงสร้าง ประธาน + increase in number เมื่อจำนวนของสิ่งที่เป็นประธานเพิ่มขึ้น หากคนหรือสิ่งใดทำให้ยอดรวมของอีกสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้น ให้ใช้ increase the number of + คำนาม

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เหมาะสมที่สุด: The soap bubbles stayed the same size, but there were more of them. They ___.

  1. increased the number
  2. increased in number
  3. increased in size
ดูคำตอบ

increased in number

they can learn to avoid your defenses and become a real threat.

5:09

พวกมันสามารถเรียนรู้วิธีหลบหลีกระบบป้องกันของคุณและกลายเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงได้

At any moment of your life,

5:13

ในทุกช่วงเวลาของชีวิตคุณ

your immune system is hunting these cells.

5:15

ระบบภูมิคุ้มกันของคุณกำลังออกล่าเซลล์เหล่านี้อยู่

But how do you identify and kill corrupted cells that seem indistinguishable from healthy ones?

5:18

แต่คุณจะแยกแยะและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งดูแยกไม่ออกจากเซลล์ปกติได้อย่างไร?

How to find cancer?

5:25

ค้นหามะเร็งได้อย่างไร?

Well, here we come back to the proteins your cells produce and the story they tell. กริยาวลี

5:27

เราต้องกลับมาดูที่โปรตีนที่เซลล์ของคุณผลิตและเรื่องราวที่พวกมันบอกเล่า

กริยาวลี

Come back to: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

come back to หมายถึง “หันความสนใจกลับไปยังสิ่งที่พูดถึงก่อนหน้านี้” ในที่นี้ วลีนี้นำผู้ฟังกลับมาสนใจโปรตีนหลังจากอธิบายส่วนอื่นไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินทางกลับมายังสถานที่ใดจริง ๆ ในการอธิบาย ใช้ come back to + หัวข้อ คำถาม หรือประเด็น เป็นสัญญาณเพื่อดึงการสนทนากลับมาเน้นเรื่องเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Let's come across the first question before we finish.
  2. Let's come back to the first question before we finish.
  3. Let's come up with the first question before we finish.
ดูคำตอบ

Let's come back to the first question before we finish.

So, if for example, your oncogenes switch back on,

5:31

ตัวอย่างเช่น หากยีนก่อมะเร็งของคุณกลับมาทำงานอีกครั้ง

they make oncogene proteins.

5:34

พวกมันก็จะสร้างโปรตีนของยีนก่อมะเร็งขึ้นมา

Your immune system knows that they should not be present if you're an adult.

5:36

ระบบภูมิคุ้มกันของคุณรู้ดีว่า พวกมันไม่ควรจะมีอยู่หากคุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว

So, to know which cells are corrupt and which are healthy,

5:39

ดังนั้น เพื่อให้รู้ว่าเซลล์ใดผิดปกติและเซลล์ใดปกติ

your immune system needs to know what proteins they're making inside.

5:42

ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจำเป็นต้องรู้ว่ามีโปรตีนอะไรถูกสร้างขึ้นอยู่ข้างในนั้นบ้าง

To solve this,

5:46

เพื่อแก้ปัญหานี้

evolution came up with MHC class 1 molecules, โน้ต

5:47

วิวัฒนาการจึงได้สร้างโมเลกุล MHC คลาส 1 ขึ้นมา

กริยาวลี

came up with: คิดค้นหรือหาทางออก

Came up with เป็น phrasal verb ที่หมายถึง คิดขึ้นมา สร้างขึ้นมา หรือหาความคิด แผน คำตอบ หรือระบบบางอย่างได้ ในประโยคนี้ evolution ถูกนำเสนอราวกับเป็นผู้สร้างวิธีแก้ปัญหาทางชีววิทยาได้ หลัง came up with ต้องตามด้วยสิ่งที่ถูกสร้างหรือค้นพบ โครงสร้างนี้ใช้กับคนหรือทีมได้ และยังใช้ทำให้กระบวนการอย่าง evolution ดูเหมือนเป็นผู้กระทำได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่เป็นธรรมชาติให้ประโยคสมบูรณ์: The design team ____ a safer way to store the samples.

ดูคำตอบ

came up with

วัฒนธรรม

MHC class 1 molecules: โมเลกุลบนผิวเซลล์สำหรับการตรวจสอบของภูมิคุ้มกัน

MHC class 1 molecules คือโปรตีนบนผิวเซลล์ที่แสดงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของโปรตีนที่สร้างขึ้นภายในเซลล์ ทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันตรวจสอบตัวอย่างกิจกรรมภายในเซลล์ได้ ในที่นี้ วลีดังกล่าวหมายถึงตัวโมเลกุลเอง ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่นำมาแสดงหรือเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ Class 1 เป็นชื่อหมวดหมู่ ไม่ได้หมายความว่ามีโมเลกุลเพียงหนึ่งโมเลกุล และในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์มักเขียนหมวดหมู่เดียวกันว่า MHC class I

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ MHC class 1 molecules มากที่สุด

  1. โมเลกุลบนผิวเซลล์ที่แสดงชิ้นส่วนโปรตีนจากภายในเซลล์เพื่อให้ภูมิคุ้มกันตรวจสอบ
  2. เซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำลายทุกเซลล์ที่มันตรวจสอบ
  3. โมเลกุลหนึ่งโมเลกุลที่เก็บโปรตีนไว้ภายในเซลล์
ดูคำตอบ

โมเลกุลบนผิวเซลล์ที่แสดงชิ้นส่วนโปรตีนจากภายในเซลล์เพื่อให้ภูมิคุ้มกันตรวจสอบ

a sort of display window that makes cells transparent. สำนวน

5:50

ซึ่งเปรียบเสมือนตู้โชว์ที่ทำให้มองเห็นข้างในเซลล์ได้

สำนวน

display window: คำเปรียบเทียบที่เผยให้เห็นกิจกรรมภายในเซลล์

display window เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่หน้าต่างจริงหรือหน้าต่างบนคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับตู้โชว์ในร้านที่ทำให้คนเห็นสินค้าบางชิ้นที่เลือกมาจัดแสดง โมเลกุลนี้นำเสนอชิ้นส่วนโปรตีนที่คัดเลือกจากภายในเซลล์ให้ระบบภูมิคุ้มกันเห็น วิธีนี้ทำให้กิจกรรมที่ซ่อนอยู่ภายในเซลล์มองเห็นได้เพียงบางส่วน ไม่ได้เปิดเผยทุกอย่างในเซลล์ จุดสังเกตที่นำไปใช้กับข้อความอื่นได้คือการเปรียบเทียบนี้ คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้สิ่งที่คุ้นเคยและมองเห็นได้เพื่ออธิบายว่ากระบวนการที่มองไม่เห็นเปิดเผยข้อมูลอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ display window หมายถึงอะไร

  1. หน้าต่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ดูภาพเซลล์
  2. สิ่งที่นำเสนอหลักฐานบางส่วนของกิจกรรมภายในเซลล์
  3. ช่องเปิดกระจกจริงบนเซลล์
ดูคำตอบ

สิ่งที่นำเสนอหลักฐานบางส่วนของกิจกรรมภายในเซลล์

Cells constantly take little samples of the proteins they make

5:54

เซลล์จะคอยสุ่มตัวอย่างโปรตีนที่พวกมันสร้างขึ้นทีละน้อย

and put them into thousands of these MHC molecules

5:57

และนำพวกมันไปจัดแสดงไว้ในโมเลกุล MHC นับพันเหล่านี้

to showcase what they're doing.

6:00

เพื่ออวดว่ากำลังทำอะไรอยู่

The selection is constantly refreshed,

6:02

การจัดแสดงนี้จะได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

always giving an up-to-date picture. วลี

6:04

ทำให้เห็นภาพสถานการณ์ล่าสุดอยู่เสมอ

วลี

up-to-date picture: ภาพรวมล่าสุด

an up-to-date picture หมายถึงภาพรวมล่าสุดที่มีอยู่ของสถานการณ์หนึ่ง up-to-date บอกว่าข้อมูลสะท้อนสภาพปัจจุบัน ส่วน picture ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความเข้าใจหรือคำอธิบายโดยรวม ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปภาพ ใน always giving an up-to-date picture วลีนี้สื่อถึงการติดตามอย่างต่อเนื่องซึ่งช่วยให้ภาพรวมดังกล่าวเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

แบบฝึกหัด

วลีใดมีความหมายตามธรรมชาติว่า “ภาพรวมล่าสุดของสถานการณ์”

  1. an up-to-date picture
  2. an out-of-date picture
  3. a dated picture
ดูคำตอบ

an up-to-date picture

There's a whole library of proteins that are highly dangerous

6:06

มีคลังข้อมูลโปรตีนที่อันตรายอย่างยิ่ง

and should not be made by healthy cells,

6:09

และไม่ควรถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ปกติ

and your immune system has them all on file. สำนวน

6:11

และระบบภูมิคุ้มกันของคุณก็มีข้อมูลของพวกมันทั้งหมด

สำนวน

have something on file: มีข้อมูลบันทึกเก็บไว้

ในโครงสร้าง have something on file คำว่า on file หมายถึง “ถูกบันทึกและเก็บไว้เพื่อให้ตรวจสอบภายหลังได้” ในที่นี้ them ย้อนกลับไปหมายถึงโปรตีนอันตราย แต่ทั้งประโยคหมายความว่าข้อมูลเกี่ยวกับโปรตีนเหล่านั้นถูกเก็บไว้ ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่วางอยู่บนแฟ้มจริง ๆ ประโยคนี้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยเปรียบเป็นสำนักงานที่เก็บบันทึกไว้ ระบบจึงจำโปรตีนเหล่านั้นได้เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับมันอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “เก็บไว้เป็นบันทึกอย่างเป็นทางการ”: The clinic has your emergency contact ____.

ดูคำตอบ

on file

It has billions of specialized cells called T cells วัฒนธรรม

6:14

มันมีเซลล์เฉพาะทางหลายพันล้านเซลล์ที่เรียกว่า ทีเซลล์ (T cell)

วัฒนธรรม

T cells: เซลล์ภูมิคุ้มกันเฉพาะทาง

เซลล์ทีเป็นเม็ดเลือดขาวเฉพาะทางกลุ่มหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน ตัว T เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ไม่ได้บอกจำนวนหรือระดับ เซลล์ทีแต่ละชนิดมีหน้าที่ต่างกัน ในกลไกที่อธิบายอยู่นี้ เซลล์ทีบางชนิดใช้ตัวรับตรวจชิ้นส่วนโปรตีนที่โมเลกุล MHC นำเสนอ และตอบสนองได้เมื่อชิ้นส่วนนั้นบ่งชี้ถึงการติดเชื้อหรือความผิดปกติ

แบบฝึกหัด

เติมชื่อเซลล์ภูมิคุ้มกันเฉพาะทางที่กล่าวถึงในบทนี้ลงในประโยค: Researchers measured how the volunteers' ____ responded to a viral protein.

ดูคำตอบ

T cells

made to recognize specific proteins.

6:17

ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจดจำโปรตีนเฉพาะเจาะจง

If a T cell sees a forbidden protein in an MHC display window,

6:19

หากทีเซลล์เห็นโปรตีนต้องห้ามอยู่ในตู้โชว์ของโมเลกุล MHC

it knows that the cell is corrupted and kills it immediately.

6:24

มันก็จะรู้ว่าเซลล์นั้นผิดปกติและลงมือกำจัดทันที

But there's a flaw in this system.

6:28

แต่ระบบนี้ก็มีช่องโหว่อยู่

What if a cancer cell mutates and finds a way to circumvent this process? วลี

6:30

จะเกิดอะไรขึ้นหากเซลล์มะเร็งกลายพันธุ์และค้นพบวิธีหลบเลี่ยงกระบวนการนี้?

วลี

finds a way to circumvent: หาวิธีหลบเลี่ยงอุปสรรค

find a way to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการค้นพบหรือคิดหาวิธีทำบางสิ่ง มักใช้เมื่อผลลัพธ์นั้นทำได้ยากหรือวิธีการไม่ชัดเจน ในประโยคนี้ finds สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ a cancer cell และ to circumvent บอกว่าวิธีนั้นทำให้เกิดผลอะไร circumvent หมายถึงการอ้อมหรือหลบเลี่ยงกระบวนการ กฎ หรืออุปสรรค เพื่อไม่ให้สิ่งนั้นขัดขวางอีกต่อไป เซลล์ไม่ได้เอาชนะกระบวนการตรวจจับของภูมิคุ้มกันโดยตรง แต่หาเส้นทางที่ทำให้หลบเลี่ยงกระบวนการนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: The malware ____ the security check.

ดูคำตอบ

finds a way to circumvent

All it needs to do is to stop making MHC class 1 molecules ไวยากรณ์

6:35

สิ่งที่มันต้องทำก็แค่หยุดสร้างโมเลกุล MHC คลาส 1

ไวยากรณ์

All it needs to do is to: เน้นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็น

โครงสร้าง All + ประธาน + need(s) to do + is (to) + คำกริยารูปพื้นฐาน เน้นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็นต่อการให้ได้ผลลัพธ์ ในที่นี้ All หมายถึง “สิ่งเดียว” ดังนั้นประโยคจึงนำเสนอการหยุดผลิต MHC class 1 ว่าเป็นขั้นตอนเดียวที่จำเป็น สามารถละ to หลัง is ได้ ทั้ง All it needs to do is to stop และ All it needs to do is stop เป็นรูปแบบมาตรฐาน และไม่ว่าจะใช้แบบใด คำกริยาหลักที่ตามมาก็ต้องเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายและคง to ตัวที่สองซึ่งละได้ไว้: All you ____ press Save.

ดูคำตอบ

need to do is to

and boom, it's invisible.

6:38

และปิ๊ง! มันก็ล่องหนได้แล้ว

Without display windows,

6:41

หากไม่มีตู้โชว์

the immune system is blind and can't identify cancer anymore. สำนวน

6:42

ระบบภูมิคุ้มกันก็จะมืดบอดและไม่สามารถแยกแยะมะเร็งได้อีกต่อไป

สำนวน

blind: ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณสำคัญ

blind ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่าระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถตรวจจับสัญญาณระดับโมเลกุลที่ช่วยให้จำแนกเซลล์มะเร็งได้อีกต่อไป ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียการมองเห็น การใช้แบบนี้เปรียบการขาดข้อมูลกับการมองไม่เห็น รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายระบบหรือบุคคลที่ไม่สังเกตเห็นหลักฐานสำคัญได้ โดยมักใช้ในรูป be blind to something

แบบฝึกหัด

blind ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณที่ใช้ระบุเซลล์มะเร็ง
  2. มองไม่เห็นเพราะมีดวงตาที่ใช้งานไม่ได้
  3. ไม่ต้องการโจมตีเซลล์ใดเลย
ดูคำตอบ

ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณที่ใช้ระบุเซลล์มะเร็ง

Fortunately,

6:46

โชคดีที่

evolution found an ingenious solution,

6:47

วิวัฒนาการค้นพบทางออกอันชาญฉลาด

the natural killer cell, วัฒนธรรม

6:50

นั่นคือ เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ (natural killer cell)

วัฒนธรรม

natural killer cell: เซลล์ป้องกันของภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด

natural killer cell ซึ่งมักย่อว่า NK cell เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดชนิดหนึ่งที่ตรวจสอบเซลล์ในร่างกายเพื่อหาสัญญาณความผิดปกติ และสามารถฆ่าเซลล์ที่น่าสงสัยได้ ในบริบทนี้ การที่ MHC class I บนผิวเซลล์หายไปหรือลดลงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ natural เป็นส่วนหนึ่งของชื่อวิทยาศาสตร์ที่กำหนดตายตัว ไม่ได้หมายถึงบุคคลหรือสิ่งของธรรมดาที่ฆ่าสิ่งอื่นโดยธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เซลล์ร่างกายเซลล์หนึ่งมี MHC class I บนผิวลดลงอย่างมาก คำใดใช้เรียกเซลล์ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดที่อาจตรวจพบและฆ่าเซลล์นี้ได้ดีที่สุด

  1. a natural killer cell
  2. a cytotoxic T cell
  3. a red blood cell
ดูคำตอบ

a natural killer cell

a judge, jury, and executioner. สำนวน

6:51

ซึ่งเป็นทั้งผู้พิพากษา คณะลูกขุน และเพชฌฆาตในตัว

สำนวน

judge, jury, and executioner: สามบทบาทรวมอยู่ในผู้มีอำนาจเพียงรายเดียว

Judge, jury, and executioner เป็นสำนวนตายตัวที่รวมสามบทบาท ผู้พิพากษาพิจารณาคดี คณะลูกขุนตัดสิน และเพชฌฆาตลงโทษ การให้ทั้งสามบทบาทอยู่กับประธานเดียวกันหมายความว่า ประธานนั้นตรวจสอบสถานการณ์ ตัดสินใจเอง และลงมือทำตามคำตัดสินทันทีโดยไม่มีการตรวจสอบจากภายนอก ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวทำให้เซลล์เพชฌฆาตตามธรรมชาติดูมีพฤติกรรมเหมือนมนุษย์ คือมันตรวจสอบเซลล์อื่น ตัดสินว่าเซลล์นั้นอันตรายหรือไม่ แล้วทำลายเซลล์นั้น ไม่ได้กล่าวถึงการพิจารณาคดีจริงหรือคนสามคนที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The moderator became judge, jury, and executioner” สำนวนนี้สื่อถึงอะไร

  1. ผู้ดูแลเพียงทำตามคำตัดสินของคนอื่น
  2. ผู้ดูแลตัดสินเองว่าใครผิดและลงโทษด้วยตนเอง
  3. ผู้ดูแลขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสามคน
ดูคำตอบ

ผู้ดูแลตัดสินเองว่าใครผิดและลงโทษด้วยตนเอง

The killer.

6:55

เพชฌฆาต

At this very second,

6:56

ในวินาทีนี้

hundreds of millions of natural killer cells are patrolling your body,

6:57

เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาตินับร้อยล้านเซลล์กำลังลาดตระเวนอยู่ในร่างกายของคุณ

looking for cells that have already turned into cancer

7:01

คอยสอดส่องหาเซลล์ที่กลายเป็นมะเร็งไปแล้ว

or are corrupted by a virus.

7:03

หรือถูกไวรัสทำลาย

Natural killer cells go from cell to cell

7:06

เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติจะเดินทางจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง

to check for one thing.

7:08

เพื่อตรวจสอบสิ่งเดียว

Does a cell have MHC class 1 molecules?

7:10

เซลล์นี้มีโมเลกุล MHC คลาส 1 หรือไม่?

Does it have a display window

7:13

มันมีตู้โชว์หรือเปล่า?

and is it doing its duty of showing off what's going on inside itself? โน้ต

7:15

และมันทำหน้าที่อวดสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในตัวเองหรือไม่?

วลี

โครงสร้าง doing its duty of + -ing

Doing its duty of รวม do one's duty ซึ่งหมายถึง “ทำสิ่งที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ” เข้ากับ of + รูป -ing ที่บอกกิจกรรมซึ่งเป็นเนื้อหาของหน้าที่นั้น ในที่นี้ its หมายถึงเซลล์ และ showing off what's going on inside itself ระบุงานที่เซลล์ถูกคาดหวังให้ทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + duty of + -ing โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับประธาน เช่น I do my duty, she does her duty และ a system does its duty

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่เน้นไว้ เพื่ออธิบายว่าระบบกำลังทำหน้าที่ตามที่คาดหวัง: The alarm is ____ warning everyone about the fire.

ดูคำตอบ

doing its duty of

กริยาวลี

showing off: การแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดและมีอารมณ์ขำ

ในที่นี้ showing off หมายถึงการแสดงบางอย่างออกมาอย่างเด่นชัดเพื่อให้คนสังเกตเห็น วลีกริยานี้มักสื่อว่ากำลังพยายามทำให้คนอื่นประทับใจ แต่เซลล์ไม่มีเจตนาเช่นนั้น คำนี้จึงทำให้เซลล์ดูเหมือนคนที่กำลังเผยสิ่งที่อยู่ข้างในอย่างภาคภูมิใจแบบขำ ๆ ในการบรรยายทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นกลาง คำว่า show หรือ display จะไม่มีท่าทีขบขันนี้ ดังนั้นวลีนี้จึงเพิ่มการทำให้เซลล์มีลักษณะเหมือนคนอย่างมีสีสัน โดยไม่ได้เปลี่ยนว่าสิ่งที่เซลล์ทำคืออะไร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ showing off ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. แสดงสิ่งที่อยู่ข้างในอย่างเด่นชัดและเหมือนกำลังภูมิใจแบบขำ ๆ
  2. ซ่อนสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ให้ใครมองเห็น
  3. แสดงสิ่งที่อยู่ข้างในด้วยน้ำเสียงที่เป็นกลางและเป็นทางการอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

แสดงสิ่งที่อยู่ข้างในอย่างเด่นชัดและเหมือนกำลังภูมิใจแบบขำ ๆ

This is so amazing because it covers all of your bases. สำนวน

7:18

นี่เป็นเรื่องน่าทึ่งมากเพราะมันครอบคลุมทุกจุดอ่อน

สำนวน

covers all of your bases: จัดการประเด็นสำคัญอย่างครบถ้วน

Cover all of your bases เป็นสำนวนที่หมายถึงการจัดการทุกส่วนสำคัญของสถานการณ์และป้องกันปัญหาที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ การตรวจสอบสองแบบทำงานเสริมกัน จึงทำให้การป้องกันดูครบถ้วน ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากกีฬาเบสบอล แต่ในการใช้ทั่วไปไม่ได้หมายถึงเบสบอลจริง ๆ สามารถละ all of ได้ และคำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น cover all your bases, cover all our bases หรือ cover all their bases

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ cover all our bases: Before launch, we checked the budget, security, schedule, and backups, so we've ____.

ดูคำตอบ

covered all our bases

While T cells look for the presence of the unexpected, ลำดับความ

7:22

ในขณะที่ทีเซลล์คอยมองหาสิ่งที่ไม่คาดคิด

something that should not be here,

7:24

สิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่

natural killer cells look for the absence of the expected,

7:26

เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติกลับมองหาความว่างเปล่าของสิ่งที่ควรจะมี

the absence of something that should be here.

7:29

ความว่างเปล่าของสิ่งที่ควรจะอยู่ที่นี่

ลำดับความ

ความเปรียบต่างแบบสะท้อนกันใน look for the presence of the unexpected ... look for the absence of the expected

ประโยคนี้ใช้โครงสร้างคู่แบบสะท้อนกัน คือ look for the presence of A เทียบกับ look for the absence of B เซลล์ทีตรวจว่ามีสัญญาณโปรตีนที่ผิดปกติอยู่หรือไม่ ส่วนเซลล์เพชฌฆาตตามธรรมชาติตรวจว่าสัญญาณ MHC ปกติที่ควรมีอยู่นั้นขาดหายไปหรือไม่ ในที่นี้ the unexpected และ the expected เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้เหมือนคำนาม หมายถึง “สิ่งหรือสัญญาณที่ไม่คาดคิด” และ “สิ่งหรือสัญญาณที่คาดว่าจะมี” การใช้ไวยากรณ์เดิมซ้ำพร้อมสลับ presence/absence และ unexpected/expected ทำให้วิธีตรวจจับทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมความเปรียบต่างแบบสะท้อนกันด้วย presence และ absence: The security scan checks for the ____ of prohibited software and the ____ of required updates.

ดูคำตอบ

presence · absence

The logic is,

7:32

หลักตรรกะก็คือ

if a cell does not have display windows,

7:33

หากเซลล์ไหนไม่มีตู้โชว์

it wants to hide something.

7:35

แสดงว่ามันต้องการซ่อนอะไรบางอย่าง

And a cell that hides something must be killed.

7:37

และเซลล์ที่ซ่อนอะไรบางอย่างก็จะต้องถูกกำจัด

What makes the natural killer cell even more metal is that it's always in murder mode. โน้ต

7:40

สิ่งที่ทำให้เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติดูโหดขึ้นไปอีกก็คือ มันอยู่ในโหมดพร้อมฆ่าตลอดเวลา

ไวยากรณ์

โครงสร้าง What makes X even more Y is that ...

โครงสร้าง What makes X Y is that ... เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม อนุประโยค What makes the natural killer cell even more metal ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึง “สิ่งที่ทำให้เกิดการประเมินเช่นนี้” ในที่นี้ metal ใช้แบบขบขันในความหมายว่า “สุดขั้ว ดุดัน หรือฮาร์ดคอร์” ส่วน that-clause ที่ตามมาระบุสาเหตุ นั่นคือเซลล์อยู่ใน murder mode ตลอดเวลา ใช้ What makes X (even) more Y is that + อนุประโยค เพื่อเน้นข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างว่าเป็นเหตุผลของการประเมิน even more แสดงว่าข้อเท็จจริงใหม่นี้ยิ่งเสริมการประเมินที่มีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง What makes X Y is that ให้สมบูรณ์: What ____ this backpack even more useful ____ that it is waterproof.

ดูคำตอบ

makes · is

การใช้คำ

metal ในฐานะคำชมแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ metal เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงดุดัน รุนแรง และเท่อย่างน่าประทับใจ ไม่ได้บอกว่าเซลล์ทำมาจากวัสดุอะไร การใช้แบบนี้ยืมภาพลักษณ์ที่หนักแน่นและน่าตื่นเต้นจากวัฒนธรรมเฮฟวีเมทัล even more metal ทำให้ metal เป็นคำคุณศัพท์ที่เปรียบเทียบระดับได้ พร้อมเพิ่มอารมณ์ขำแบบเกินจริงว่า การพร้อมสังหารอยู่ตลอดทำให้เซลล์ดูดุดันยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค She climbed the icy wall without showing fear—that was metal คำว่า metal หมายถึงอะไร

  1. มันดุดัน สุดขั้ว และเท่อย่างน่าประทับใจ
  2. เป็นถ้อยคำทางการและแม่นยำเชิงวิทยาศาสตร์
  3. มันทำมาจากโลหะ
ดูคำตอบ

มันดุดัน สุดขั้ว และเท่อย่างน่าประทับใจ

It patrols your body,

7:45

มันคอยลาดตระเวนไปทั่วร่างกายของคุณ

checking cell after cell with the intention of killing it. วลี

7:46

ตรวจสอบเซลล์แล้วเซลล์เล่าด้วยเจตนาที่จะฆ่า

วลี

โครงสร้าง with the intention of + -ing

with the intention of ใช้บอกจุดประสงค์ที่บุคคลหรือกลุ่มตั้งใจไว้ในการทำบางอย่าง ในประโยคนี้ การฆ่าเป็นจุดประสงค์ของการตรวจสอบเซลล์ทีละเซลล์ โครงสร้างคือ with the intention of + คำนามหรือ gerund เช่น with the intention of killing เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing ไม่ใช่รูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์แบบเป็นทางการจากบทเรียน: The museum extended its hours ____ attracting more local visitors.

ดูคำตอบ

with the intention of

Your healthy cells have to convince it that they should not die today.

7:49

เซลล์ปกติของคุณต้องโน้มน้าวให้มันเชื่อว่า วันนี้ฉันยังไม่สมควรตายนะ

And a way to do that is to have MHC class 1 molecules. ไวยากรณ์

7:53

และวิธีที่จะทำเช่นนั้นได้ก็คือการมีโมเลกุล MHC คลาส 1

ไวยากรณ์

a way to do that is to + กริยารูปพื้นฐาน: เสนอวิธีหนึ่ง

โครงสร้าง a way to do that is to + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมเป้าหมายที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเข้ากับวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ โดย that ย้อนกลับไปหมายถึงเป้าหมายนั้น ส่วนกริยา infinitive หลัง is บอกว่าวิธีนั้นคืออะไร เนื่องจากใช้ a way ผู้พูดจึงกำลังเสนอวิธีหนึ่ง ไม่ได้อ้างว่าเป็นวิธีเดียว โครงสร้างนี้ช่วยให้คำอธิบายเปลี่ยนจากสิ่งที่ต้องทำไปสู่วิธีทำได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง a way to do that is to และรูปพื้นฐานของ bring: We want to cut down on disposable cups. ____ your own mug.

ดูคำตอบ

A way to do that is to bring

So, in summary,

7:58

โดยสรุปก็คือ

almost all young cancer cells you will ever develop in your life

7:59

เซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้นเกือบทั้งหมดที่คุณจะสร้างขึ้นในชีวิต

will be killed by your immune system.

8:02

จะถูกกำจัดโดยระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

Okay,

8:04

เอาล่ะ

but if your body is this prepared, การใช้คำ

8:04

แต่ถ้าร่างกายของคุณเตรียมพร้อมดีขนาดนี้

การใช้คำ

this prepared: this ที่บอกระดับซึ่งกำหนดโดยบริบท

ใน this prepared คำว่า this หมายถึง ในระดับนี้ หรือระดับความพร้อมที่คำอธิบายก่อนหน้าได้กำหนดไว้ โดยขยายคำคุณศัพท์ prepared และเน้นว่าร่างกายเตรียมพร้อมมากเพียงใด ดังนั้น this ในที่นี้จึงเป็นคำบอกระดับ ไม่ใช่คำกำหนดชี้เฉพาะที่วางหน้าคำนาม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ this + คำคุณศัพท์ เมื่อบทสนทนาทำให้ระดับที่เกี่ยวข้องชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Their plan covers every possible problem; I didn't know the team was this prepared,” คำว่า this prepared หมายถึงอะไร

  1. ทีมเตรียมพร้อมถึงระดับเฉพาะที่แผนโดยละเอียดแสดงให้เห็น
  2. ทีมเตรียมพร้อมเฉพาะในช่วงเวลานั้นเท่านั้น
  3. ผู้พูดกำลังชี้ไปยังทีมที่เตรียมพร้อมซึ่งอยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

ทีมเตรียมพร้อมถึงระดับเฉพาะที่แผนโดยละเอียดแสดงให้เห็น

why do we still get cancer?

8:06

ทำไมเราถึงยังเป็นมะเร็งกันอยู่อีก?

Well,

8:08

ก็เพราะว่า

sometimes cancer cells mutate more and get much better at fighting back. กริยาวลี

8:08

บางครั้งเซลล์มะเร็งจะเกิดการกลายพันธุ์มากขึ้น และรับมือกับการถูกโจมตีได้ดีขึ้นมาก

กริยาวลี

fighting back: การต่อต้านการโจมตีหรือแรงกดดัน

fight back เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการต่อต้านหรือตอบโต้หลังจากถูกโจมตี กดดัน หรือทำร้าย ในประโยคนี้เซลล์มะเร็งถูกทำให้ดูเหมือนคู่ต่อสู้ที่ต้านกลไกป้องกันของร่างกายหรือการรักษาได้ดีขึ้น ในกริยาวลีนี้ back เป็นคำประกอบที่ให้ความหมายว่า “ตอบโต้กลับ” หรือ “ต้านแรงกดดัน” ไม่ได้หมายถึงแผ่นหลังของร่างกาย รูปแบบที่พบบ่อยคือ fight back against + คำนาม และ fight back by + คำกริยาเติม -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ต่อต้านการโจมตี”: When the virus attacks, the immune system tries to ____.

ดูคำตอบ

fight back

Cancer is a story of an arms race, สำนวน

8:13

มะเร็งคือเรื่องราวของการแข่งขันสะสมอาวุธ

สำนวน

arms race: วงจรการยกระดับโต้ตอบกัน

arms race คือการแข่งขันที่ฝ่ายตรงข้ามพัฒนาอาวุธให้มากขึ้นหรือทรงพลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอีกฝ่ายก็ทำเช่นเดียวกัน ในประโยคนี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ กล่าวคือ เซลล์มะเร็งวิวัฒน์ไป ขณะที่กลไกป้องกันของร่างกายและการรักษาก็ต้องปรับตัวตอบสนองอยู่เรื่อย ๆ ใจความสำคัญคือการที่ทั้งสองฝ่ายผลักดันให้กันและกันยกระดับขึ้น ไม่ใช่เพียงฝ่ายเดียวพัฒนาดีขึ้น ในที่นี้ arms หมายถึงอาวุธ ไม่ใช่แขนของร่างกาย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น arms race มากที่สุด

  1. ร้านค้าลดราคาสินค้าหนึ่งรายการสำหรับโปรโมชันสุดสัปดาห์
  2. สองบริษัทเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ซ้ำ ๆ เพราะแต่ละบริษัทตอบสนองต่อเครื่องมือล่าสุดของอีกฝ่าย
  3. นักวิ่งสองคนแข่งขันกันครั้งเดียวบนลู่วิ่งเดียวกัน
ดูคำตอบ

สองบริษัทเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ซ้ำ ๆ เพราะแต่ละบริษัทตอบสนองต่อเครื่องมือล่าสุดของอีกฝ่าย

an arms race that we will win eventually,

8:15

การแข่งขันสะสมอาวุธที่เราจะเป็นฝ่ายชนะในท้ายที่สุด

maybe with the help of natural killer cells.

8:17

ซึ่งอาจจะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ

Right now,

8:20

ในขณะนี้

a number of therapies are beginning to show amazing promise, วลี

8:21

มีวิธีการรักษามากมายที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงความหวังอันน่าทึ่ง

วลี

show amazing promise: สัญญาณที่น่าสนับสนุน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์

ในที่นี้ show promise หมายถึง “เริ่มมีสัญญาณว่าบางสิ่งอาจประสบความสำเร็จหรือทำงานได้ดีในอนาคต” ส่วน amazing เน้นการประเมินให้แรงขึ้น โดยสื่อว่าสัญญาณเหล่านั้นดูเด่นชัดหรือน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เนื่องจากประโยคบอกว่าวิธีการรักษาเหล่านี้ are beginning to show promise ข้อความนี้จึงแสดงความหวังอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายความว่าวิธีการรักษาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล หรือรับประกันว่าจะสำเร็จ

แบบฝึกหัด

แบตเตอรี่แบบใหม่ทำงานได้ดีในการทดสอบช่วงแรก แต่การทดลองระยะยาวยังไม่เสร็จ ประโยคใดตรงกับหลักฐานที่มีอยู่มากที่สุด

  1. The new battery guarantees perfect results.
  2. The new battery has been proved successful in every use.
  3. The new battery shows great promise.
ดูคำตอบ

The new battery shows great promise.

from cancer-fighting vaccines to engineered T cells ไวยากรณ์

8:24

ตั้งแต่วัคซีนต่อต้านมะเร็ง ไปจนถึงทีเซลล์ที่ถูกดัดแปลง

ไวยากรณ์

from cancer-fighting vaccines to engineered T cells: การระบุขอบเขต

From X to Y กำหนดให้ X และ Y เป็นปลายสองด้านของช่วงหนึ่ง ในที่นี้ cancer-fighting vaccines และ engineered T cells เป็นตัวอย่างที่ใช้แทนกลุ่ม เพื่อแสดงความหลากหลายของวิธีการรักษาที่กำลังกล่าวถึง รูปแบบนี้ใช้จัดระเบียบรายการ ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนที่หรือการเปลี่ยนจากวัคซีนเป็นทีเซลล์ และสามารถนำเสนอขอบเขตที่กว้างโดยไม่ต้องระบุทุกสิ่งที่อยู่ระหว่างปลายทั้งสองด้าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ from X to Y เพื่อแสดงช่วงของตัวอย่าง แทนที่จะบอกการเคลื่อนที่หรือการเปลี่ยนแปลง

  1. The room changed from dark to bright when the lights came on.
  2. She drove from Berlin to Munich before lunch.
  3. The festival features everything from jazz bands to electronic dance acts.
ดูคำตอบ

The festival features everything from jazz bands to electronic dance acts.

and even natural killer cells.

8:27

และแม้กระทั่งเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ

We'll look at these therapies in future videos.

8:29

เราจะมาดูวิธีการรักษาเหล่านี้ในวิดีโอตอนต่อๆ ไป

So,

8:32

ดังนั้น

the war is not won yet,

8:32

สงครามนี้ยังไม่จบสิ้น

but we are on to cancer สำนวน

8:34

แต่เราก็กำลังรับมือกับมะเร็งอยู่

สำนวน

are on to cancer: เริ่มพบเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับมะเร็ง

ในประโยคนี้ are on to cancer หมายความว่านักวิจัยเริ่มมองเห็นเบาะแสสำคัญหรือแนวทางที่มีความหวัง ซึ่งอาจช่วยให้เข้าใจและเอาชนะมะเร็งได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอยู่บนสิ่งใดในทางกายภาพ โครงสร้าง be on to + คำนาม บอกว่ามีคนสังเกตเห็นสิ่งสำคัญและอาจกำลังเข้าใกล้คำตอบ สำนวนนี้มักเขียนเป็น be onto something ได้เช่นกัน แต่คำบรรยายนี้เขียน on to แยกเป็นสองคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ are on to ในความหมายว่ามีคนพบเบาะแสที่มีความหวัง

  1. The detectives move on to the next case.
  2. The detectives climb onto the roof.
  3. The detectives think they are on to something important.
ดูคำตอบ

The detectives think they are on to something important.

and eventually it will be eliminated once and for all. สำนวน

8:36

และในท้ายที่สุดมันก็จะถูกกำจัดให้สิ้นซาก

สำนวน

once and for all: ผลลัพธ์สุดท้ายที่คงอยู่ถาวร

once and for all หมายถึงการทำให้เสร็จสิ้นอย่างเด็ดขาดและสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาอีกหรือต้องจัดการซ้ำ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเน้นคำคาดการณ์ว่ามะเร็งจะถูกกำจัดอย่างถาวร ไม่ใช่เพียงลดลงชั่วระยะหนึ่ง สำนวนนี้มักตามหลังการกระทำ เช่น settle, decide, end, prove หรือ eliminate เพื่อเน้นว่าข้อสรุปนั้นจะคงอยู่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่เน้นการแก้ปัญหาอย่างถาวร: We need to fix the leak ____ so we do not have to repair it again.

ดูคำตอบ

once and for all

Maybe sooner than we think.

8:40

อาจจะเร็วกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก

This video was made possible in part by direct viewer support ลำดับความ

8:43

วิดีโอนี้เกิดขึ้นได้ส่วนหนึ่งจากการสนับสนุนโดยตรงของผู้ชม

and in part through a grant by Gates Ventures.

8:47

และอีกส่วนหนึ่งผ่านเงินทุนจาก Gates Ventures

ลำดับความ

in part by ... and in part through ... ในฐานะกรอบขนาน

การใช้กรอบ in part ... and in part ... ซ้ำกัน แบ่งคำอธิบายหนึ่งเรื่องออกเป็นปัจจัยสนับสนุนสองส่วนที่ขนานกัน ในที่นี้ in part หมายถึง “บางส่วน” ไม่ได้หมายถึงส่วนหนึ่งของวิดีโอ คำบุพบทแสดงความสัมพันธ์ที่ต่างกัน โดย by นำเข้าสู่แหล่งสนับสนุนโดยตรง ส่วน through แสดงว่าทุนเป็นเส้นทางหรือช่องทางการจัดหาเงิน การใช้ in part ซ้ำทำให้จับคู่และเปรียบเทียบปัจจัยทั้งสองได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย in part by ... and in part through ...: The festival was organized ____ local volunteers and ____ a partnership with the arts council.

ดูคำตอบ

in part by · in part through

Thanks a lot for their support

8:49

ขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุน

and stay tuned for part two. สำนวน

8:51

และโปรดติดตามชมส่วนที่สอง

สำนวน

stay tuned เพื่อให้ติดตามข่าวอัปเดตในอนาคต

Stay tuned เป็นสำนวนรูปคำสั่งที่หมายถึง “ติดตามช่องหรือแหล่งข้อมูลนี้ต่อไป เพราะจะมีข้อมูลหรือเนื้อหาเพิ่มเติมตามมา” ในประโยคนี้เป็นคำเชิญอย่างเป็นมิตรให้กลับมาดูตอนที่สอง ไม่ใช่คำขอให้ปรับคลื่นวิทยุหรือตั้งเสียงเครื่องดนตรี สำนวนนี้มาจากวงการกระจายเสียง ซึ่งผู้ฟังจะตั้งวิทยุหรือโทรทัศน์ค้างไว้ที่สถานีหนึ่ง ปัจจุบันยังใช้ในวิดีโอ พอดแคสต์ โพสต์บนโซเชียลมีเดีย และประกาศต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

stay tuned หมายถึงอะไรในประโยคนี้: “We will announce the winner tomorrow, so stay tuned.”

  1. ติดตามข่าวอัปเดตครั้งต่อไป
  2. ปรับการตั้งค่าเสียงตอนนี้
  3. ประกาศถูกยกเลิกแล้ว
ดูคำตอบ

ติดตามข่าวอัปเดตครั้งต่อไป

Please check out our source document for more background and in-depth information. โน้ต

8:54

โปรดตรวจสอบเอกสารอ้างอิงของเราสำหรับข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

กริยาวลี

check out ที่ใช้ชวนให้ดูแหล่งข้อมูล

ในประโยคนี้ check out หมายถึง “ดูหรือสำรวจ” ผู้พูดกำลังแนะนำผู้ชมอย่างสุภาพให้ไปดูเอกสารต้นฉบับเพื่อรับรายละเอียดที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น check out + กรรม เป็นโครงสร้างกริยาวลีที่ใช้กันทั่วไปเพื่อดึงความสนใจไปยังแหล่งข้อมูล ผลงาน สถานที่ หรือกิจกรรม กรรมในที่นี้ทำให้ทราบว่าหมายถึง “ลองดู” ไม่ใช่การเช็กเอาต์จากโรงแรมหรือการชำระเงิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ลองดู”: If you want more examples, ____ the appendix.

ดูคำตอบ

check out

วลี

in-depth information: คำคุณศัพท์ที่เชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์

in-depth หมายถึง “ละเอียดและเจาะลึก” ไม่ใช่สั้น ๆ หรือกล่าวเพียงภาพรวม ในที่นี้คำนี้ขยาย information และบอกว่าเนื้อหาจะสำรวจหัวข้ออย่างครบถ้วนยิ่งขึ้น เมื่ออยู่หน้าคำนาม in-depth ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมหนึ่งคำ จึงต้องเชื่อมสองส่วนด้วยเครื่องหมายยัติภังค์: in-depth information

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์เป้าหมายที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ละเอียดและเจาะลึก”: The report provides ____ information about housing costs.

ดูคำตอบ

in-depth