รังสีอันตรายหรือไม่? - แมตต์ แอนติโคล (Matt Anticole): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
658 คำ 141 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้แยกความแตกต่างระหว่างรังสีแม่เหล็กไฟฟ้ากับรังสีนิวเคลียร์ อธิบายว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพขึ้นอยู่กับว่ารังสีนั้นก่อไอออนหรือไม่และได้รับในปริมาณเท่าใด จากนั้นใช้ตัวเลขการรับรังสีในชีวิตประจำวันช่วยให้เห็นระดับอันตรายตามจริง ก่อนกล่าวถึงวิธีลดความเสี่ยง เช่น การใช้ครีมกันแดดและการตรวจเรดอนในบ้าน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. When we hear the word radiation, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเปิดคำอธิบายด้วยภาพเชื่อมหรือความคิดคุ้นเคยที่ผู้ฟังน่าจะมีร่วมกัน แล้วใช้เป็นจุดตั้งต้นเพื่อแก้ความเข้าใจผิดและนำเข้าสู่คำอธิบายหัวข้อซับซ้อนที่แม่นยำกว่า เหมาะสำหรับการเริ่มงานพูดหรืองานเขียนเชิงอธิบาย 2. not all radiation is hazardous. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า not all... เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายถึงรังสีบางชนิดอาจเป็นอันตราย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกชนิดเป็นอันตราย ใช้รูปแบบนี้เพื่อระบุขอบเขตของข้อความเรื่องความเสี่ยงอย่างรอบคอบและหลีกเลี่ยงการเหมารวมแบบเด็ดขาด 3. If you could absorb all the banana's radiation, you'd need around 170 a day to hit your annual dosage. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ If you could..., you'd need... เพื่อสร้างการเปรียบเทียบเชิงปริมาณภายใต้เงื่อนไขสมมติหรือเงื่อนไขที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นจริง ช่วยสื่อว่าแม้จะยอมรับสมมติฐานนั้น ก็ยังต้องใช้ปริมาณมากอย่างน่าประหลาดใจจึงจะถึงเกณฑ์ที่กำหนด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

When we hear the word radiation, ลำดับความ

0:06

เมื่อเราได้ยินคำว่ากัมมันตภาพรังสี

it's tempting to picture huge explosions and frightening mutations. วลี

0:08

เรามักจะนึกภาพของการระเบิดครั้งใหญ่และการกลายพันธุ์ที่น่ากลัว

ลำดับความ

When we hear the word radiation: การเสนอภาพแรกที่มีร่วมกัน

When we hear the word radiation, ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงปฏิกิริยาแรกที่คนทั่วไปมีต่อคำว่า radiation และสร้างจุดเริ่มต้นร่วมกัน รูปแบบการเปิดเรื่องนี้ใช้เสนอภาพจำที่คนทั่วไปมีก่อนที่ผู้พูดจะอธิบาย ตั้งคำถาม หรือแก้ไขความเข้าใจนั้น โครงสร้างทั่วไปคือ When we hear the word + คำนาม, ...

แบบฝึกหัด

When we hear the word radiation, มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้

  1. ขอให้ผู้ฟังพูดคำว่า radiation ซ้ำออกมาดัง ๆ
  2. เสนอภาพแรกที่คนทั่วไปมี เพื่อให้ผู้พูดนำไปพิจารณาต่อ
  3. บอกผู้ฟังถึงเวลาที่แน่นอนที่มีคนได้ยินคำว่า radiation เป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ

เสนอภาพแรกที่คนทั่วไปมี เพื่อให้ผู้พูดนำไปพิจารณาต่อ

วลี

it's tempting to picture: ความคิดที่เป็นธรรมชาติแต่อาจทำให้เข้าใจผิด

it's tempting to picture... แสดงว่าภาพนั้นเป็นความคิดแรกที่เกิดขึ้นได้ง่ายและเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าความคิดนั้นถูกต้องหรือครบถ้วนเสมอไป tempting ในที่นี้บอกว่าแนวคิดหนึ่งชวนให้คล้อยตาม ไม่ได้หมายถึงสิ่งล่อใจทางศีลธรรม ในโครงสร้าง It's tempting to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า it เป็นประธานสมมติ ส่วน to-infinitive บอกความคิดหรือการกระทำที่กำลังถูกประเมิน picture ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงสร้างภาพบางอย่างขึ้นในใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับข้อสรุปที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแต่อาจทำให้เข้าใจผิดได้ดีที่สุด โดยไม่ได้บอกความต้องการส่วนตัวโดยตรง

  1. It's tempting to assume that a higher price always means better quality.
  2. I'm tempted to buy the higher-priced item right now.
  3. I want to assume that a higher price always means better quality.
ดูคำตอบ

It's tempting to assume that a higher price always means better quality.

But that's not the full story. ลำดับความ

0:12

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องราว

ลำดับความ

That's not the full story: การบอกว่าคำอธิบายยังไม่ครบถ้วน

ในประโยคนี้ that's not the full story หมายความว่าคำอธิบายก่อนหน้ายังไม่ครบถ้วน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีหน้าของเรื่องเล่าหายไป But ทำให้ประโยคนี้เป็นสัญญาณของการแก้ไขและขยายข้อมูล ผู้พูดยอมรับว่าประเด็นก่อนหน้าอาจเป็นจริง แล้วเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลสำคัญที่จะเปลี่ยนหรือขยายภาพรวม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่บอกว่าข้อความแรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม: The number of visitors rose, but ____. Many stayed for only a few minutes.

ดูคำตอบ

that's not the full story

Radiation also applies to rainbows and a doctor examining an X-ray. การใช้คำ

0:14

รังสีรวมไปถึงรุ้งกินน้ำและหมอที่กำลังตรวจดูแผ่นเอกซเรย์ด้วย

การใช้คำ

applies to rainbows: การบอกว่าแนวคิดครอบคลุมอะไร

ใน applies to rainbows คำว่า apply to หมายถึงเกี่ยวข้องกับ ใช้ได้กับ หรือรวมอยู่ในขอบเขตของแนวคิดหนึ่ง ประธาน Radiation เป็นแนวคิด และ rainbows เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่แนวคิดนี้ใช้อธิบายได้ โครงสร้างคือ แนวคิด กฎ หรือเงื่อนไข + apply to + คน สิ่งของ หรือสถานการณ์ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงยื่นใบสมัครหรือนำสารไปทาบนพื้นผิว

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ apply ที่มีความหมายว่าใช้ได้กับ: This rule ____ every member of the club.

ดูคำตอบ

applies to

So what is radiation really?

0:19

แล้วจริง ๆ แล้วรังสีคืออะไรกันแน่?

And how much should we worry about its effects? ลำดับความ

0:21

และเราควรจะกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมันมากแค่ไหน?

ลำดับความ

How much should we worry about its effects?: การประเมินระดับความกังวล

How much should we worry about...? ถามว่าควรกังวลในระดับใดจึงจะเหมาะสม ไม่ได้ถามเพียงแบบใช่หรือไม่ใช่ว่ามีอันตรายอยู่หรือไม่ ในที่นี้ worry about หมายถึงการประเมินความเสี่ยงและให้ความสำคัญกับมันอย่างพอดี ไม่ได้บอกเพียงความรู้สึกวิตกกังวล โครงสร้าง how much should we + คำกริยา เปลี่ยนประเด็นกว้าง ๆ ให้เป็นคำถามเรื่องระดับ และเตรียมผู้ฟังให้คาดหวังคำตอบที่ชั่งน้ำหนักหลักฐานและอาจแยกระดับความเสี่ยงที่สูงกับต่ำ

แบบฝึกหัด

“How much should we worry about its effects?” ต้องการคำตอบประเภทใด

  1. การบรรยายว่าขณะนี้ผู้พูดรู้สึกกลัวเพียงใด
  2. การประเมินระดับความกังวลที่เหมาะสมโดยอิงจากหลักฐาน
  3. การบอกเพียงว่าผลกระทบนั้นมีอยู่จริง
ดูคำตอบ

การประเมินระดับความกังวลที่เหมาะสมโดยอิงจากหลักฐาน

The answer begins with understanding that the word radiation ลำดับความ

0:25

คำตอบเริ่มต้นด้วยการเข้าใจว่าคำว่า รังสี

describes two very different scientific phenomena:

0:28

อธิบายถึงปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกันมากสองอย่าง:

ลำดับความ

The answer begins with understanding that...: การระบุขั้นตอนแรก

The answer begins with understanding that... บอกจุดเริ่มต้นของคำอธิบาย คือให้เข้าใจข้อเท็จจริงที่ตามหลัง that ก่อน แล้วคำตอบส่วนที่เหลือจึงค่อยต่อยอดจากจุดนี้ ไม่ได้หมายความว่าประเด็นแรกนี้คือคำตอบทั้งหมด ในโครงสร้าง begins with + คำนามหรือรูป -ing คำว่า understanding ระบุขั้นตอนแรก ส่วนอนุประโยค that ที่ตามมาบอกสิ่งที่ต้องเข้าใจ ในประโยคนี้คือคำหนึ่งคำสามารถใช้อธิบายปรากฏการณ์สองอย่างที่แตกต่างกันมากได้

แบบฝึกหัด

วลี “The answer begins with understanding that...” บอกอะไรแก่ผู้อ่าน

  1. เรียนรู้ข้อเท็จจริงพื้นฐานก่อน แล้วคำอธิบายส่วนที่เหลือจะต่อยอดจากจุดนั้น
  2. คำตอบทั้งหมดได้ถูกบอกไปแล้ว
  3. คำถามนี้ไม่สามารถตอบได้โดยตรง
ดูคำตอบ

เรียนรู้ข้อเท็จจริงพื้นฐานก่อน แล้วคำอธิบายส่วนที่เหลือจะต่อยอดจากจุดนั้น

electromagnetic radiation and nuclear radiation. การใช้คำ

0:31

รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าและรังสีนิวเคลียร์

การใช้คำ

รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าและรังสีนิวเคลียร์

ในประโยคนี้ electromagnetic radiation และ nuclear radiation เป็นชื่อที่เรียกรังสีจากคนละมุมมอง รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าคือพลังงานที่ส่งผ่านด้วยสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่ทำปฏิกิริยากัน คลื่นวิทยุและแสงที่มองเห็นได้เป็นตัวอย่าง ส่วนรังสีนิวเคลียร์ถูกปล่อยออกมาระหว่างการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสอะตอม และอาจรวมทั้งอนุภาคและรังสีแกมมา คำขยาย electromagnetic และ nuclear ไม่ได้มีความหมายเหมือนกัน และไม่ได้บอกระดับอันตรายด้วยตัวเอง electromagnetic อธิบายรูปแบบทางกายภาพ ส่วน nuclear ชี้ถึงแหล่งกำเนิดหรือกระบวนการ รังสีแกมมาบางชนิดจึงอาจตรงกับคำอธิบายทั้งสองแบบ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความแตกต่างระหว่าง electromagnetic radiation กับ nuclear radiation ได้ถูกต้องที่สุด

  1. electromagnetic radiation และ nuclear radiation เป็นชื่อสองชื่อของสิ่งเดียวกันทุกประการ
  2. electromagnetic radiation ไม่เป็นอันตรายเสมอ ส่วน nuclear radiation เป็นอันตรายเสมอ
  3. electromagnetic radiation จัดประเภทตามรูปแบบทางกายภาพ ส่วน nuclear radiation จัดประเภทตามแหล่งกำเนิดหรือกระบวนการนิวเคลียร์ และทั้งสองประเภทอาจทับซ้อนกัน
ดูคำตอบ

electromagnetic radiation จัดประเภทตามรูปแบบทางกายภาพ ส่วน nuclear radiation จัดประเภทตามแหล่งกำเนิดหรือกระบวนการนิวเคลียร์ และทั้งสองประเภทอาจทับซ้อนกัน

Electromagnetic radiation is pure energy

0:36

รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าคือพลังงานบริสุทธิ์

consisting of interacting electrical and magnetic waves ไวยากรณ์

0:39

ซึ่งประกอบด้วยคลื่นไฟฟ้าและคลื่นแม่เหล็กที่มีปฏิกิริยาต่อกัน

oscillating through space. การใช้คำ

0:43

สั่นสะเทือนผ่านอวกาศ

ไวยากรณ์

consisting of ... ที่ใช้ขยายคำนาม

อนุประโยคหลักคือ Electromagnetic radiation is pure energy วลี consisting of interacting electrical and magnetic waves อยู่ต่อจาก pure energy โดยตรงและขยายคำนี้ด้วยการบอกส่วนประกอบ วลีนี้เป็นวลี present participle ไม่ใช่ภาคแสดงสมบูรณ์ชุดที่สอง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ คำนาม + consisting of + ส่วนประกอบ และมักขยายเป็น คำนาม + that consists of + ส่วนประกอบ ได้ เช่น pure energy that consists of interacting electrical and magnetic waves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ consist และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The science kit is a set ____ a magnifying glass and two sample jars.

ดูคำตอบ

consisting of

การใช้คำ

oscillating through space: การเปลี่ยนแปลงเป็นคาบของคลื่น

ในที่นี้ oscillating เป็นรูป -ing ที่ขยาย electrical and magnetic waves ซึ่งอยู่ข้างหน้า คำนี้บอกว่าคลื่นเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่รังสีแพร่ผ่านปริภูมิทางกายภาพ ในบริบทวิทยาศาสตร์ oscillate ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวัตถุทั้งชิ้นแกว่งไปมาจนมองเห็นได้เท่านั้น แต่ยังใช้อธิบายปริมาณหรือสนามที่เปลี่ยนแปลงซ้ำตามเวลาได้ด้วย ส่วน through space หมายถึงผ่านปริภูมิทางกายภาพ ไม่ใช่ผ่านห้องหนึ่งห้อง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ oscillating through space ในประโยคมากที่สุด

  1. คำนี้หมายถึงคลื่นผ่านห้องว่างห้องหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. คำนี้หมายถึงคลื่นเคลื่อนเป็นเส้นตรงเพียงครั้งเดียวโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงซ้ำ
  3. คำนี้อธิบายคลื่นที่แพร่ผ่านปริภูมิทางกายภาพ ขณะที่สนามของคลื่นเปลี่ยนแปลงเป็นคาบ
ดูคำตอบ

คำนี้อธิบายคลื่นที่แพร่ผ่านปริภูมิทางกายภาพ ขณะที่สนามของคลื่นเปลี่ยนแปลงเป็นคาบ

As these waves oscillate faster, ไวยากรณ์

0:46

เมื่อคลื่นเหล่านี้สั่นสะเทือนเร็วขึ้น

they scale up in energy. กริยาวลี

0:48

มันจะมีพลังงานเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

As these waves oscillate faster, ...: ตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน

ใน As these waves oscillate faster คำว่า as หมายถึง “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนี้ดำเนินไป” หรือ “ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้” อนุประโยคแรกกำหนดตัวแปรหนึ่งที่กำลังเปลี่ยน คืออัตราการสั่น ส่วนประโยคหลักบอกว่าอีกตัวแปรหนึ่ง คือพลังงาน เปลี่ยนไปตามกันอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ As + ประธาน + วลีกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง, ประโยคหลัก ในที่นี้ as ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ” แบบใน As a teacher

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าปริมาณสองอย่างเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน

  1. Because the temperature rose, the alarm sounded.
  2. As the temperature rises, the ice melts faster.
  3. As a scientist, Maya studies ice.
ดูคำตอบ

As the temperature rises, the ice melts faster.

กริยาวลี

scale up in energy: เพิ่มขึ้นสู่ระดับพลังงานที่สูงกว่า

ในประโยคนี้ they หมายถึงคลื่น และ scale up in energy หมายความว่าคลื่นมีระดับพลังงานสูงขึ้นเมื่อสั่นเร็วขึ้น ส่วน in energy ระบุว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นคือพลังงาน scale up มีแนวคิดหลักว่าสิ่งหนึ่งมีขนาด ความจุ หรือระดับใหญ่ขึ้น หรือถูกทำให้ใหญ่ขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นไปบนไม้บรรทัดหรือมาตรวัดตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการขยายขนาดการดำเนินงาน: To fill more orders, the bakery needs to ____ production.

ดูคำตอบ

scale up

At the lower end of the spectrum, วลี

0:50

ในส่วนล่างของสเปกตรัม

there's radio, infrared, and visible light.

0:52

จะมีคลื่นวิทยุ อินฟราเรด และแสงที่มองเห็นได้

At the higher end are ultraviolet, X-ray, and gamma rays.

0:56

ในส่วนที่สูงขึ้นไปคืออัลตราไวโอเลต เอกซเรย์ และรังสีแกมมา

วลี

At the lower end of ... / At the higher end: ปลายทั้งสองด้านของช่วง

At the lower end of the spectrum วางกลุ่มแรกไว้ใกล้ด้านความถี่ต่ำของช่วงต่อเนื่อง ส่วน At the higher end วางอีกกลุ่มไว้ใกล้ด้านความถี่สูง ในที่นี้ end หมายถึงปลายด้านหนึ่งของช่วง ไม่ใช่เวลาที่สิ่งหนึ่งสิ้นสุดลง การใช้กรอบ At the ... end ซ้ำช่วยจัดข้อมูลให้เป็นการเปรียบเทียบสองส่วน ใน At the higher end are ultraviolet, X-ray, and gamma rays วลีบอกตำแหน่งถูกวางไว้ก่อน จึงทำให้ are มาก่อนประธานที่เรียงตามมา

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยสำนวนสองชุดจากบทเรียน: ____ the price range are basic models. ____ are premium models.

ดูคำตอบ

At the lower end of · At the higher end

Modern society is shaped by sending and detecting electromagnetic radiation. วลี

1:00

สังคมยุคใหม่ก่อตัวขึ้นจากการส่งและตรวจจับรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า

วลี

is shaped by sending...: อิทธิพลที่ลึกซึ้งและยาวนาน

is shaped by บอกว่าปัจจัยหนึ่งมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งและยาวนานต่อการพัฒนาหรือการทำงานของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ shape ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสังคมสมัยใหม่เปลี่ยนรูปร่างทางกายภาพ แต่หมายถึงโครงสร้างและการทำงานของสังคมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกิจกรรมเหล่านี้มาเป็นเวลานาน โครงสร้างคือ be + shaped + by + สาเหตุ เนื่องจาก by เป็นคำบุพบท sending และ detecting จึงอยู่ในรูป -ing และระบุกิจกรรมสองอย่างที่ก่อให้เกิดอิทธิพลนั้นแบบขนานกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าการย้ายถิ่นมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการพัฒนาเมืองเป็นเวลาหลายปี

  1. The city was briefly affected by a passing shower.
  2. The city was shaped by decades of migration.
  3. The city was shaped into a square by migration.
ดูคำตอบ

The city was shaped by decades of migration.

We might download an email to our phone via radio waves

1:06

เราอาจดาวน์โหลดอีเมลลงในโทรศัพท์ผ่านคลื่นวิทยุ

to open an image of an X-ray print, การใช้คำ

1:09

เพื่อเปิดภาพแผ่นเอกซเรย์

การใช้คำ

to open an...: ใช้ infinitive เพื่อบอกจุดประสงค์

to open an image เป็น to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงอาจดาวน์โหลดอีเมล เป้าหมายคือเพื่อเปิดและดูภาพบนโทรศัพท์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + to + กริยารูปพื้นฐาน to open an มี open เป็นกริยารูปพื้นฐาน ส่วน an เป็นคำนำหน้านามที่ใช้กับคำนาม image ที่ตามมา ดังนั้นคำที่เน้นจึงเป็นเพียงส่วนต้นของวลีเต็ม to open an image

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์เพื่ออธิบายว่าเหตุใดคนหนึ่งจึงคลิกลิงก์

  1. I clicked the link after the online map closed.
  2. I clicked the link to open an online map.
  3. I clicked the link because the map was already open.
ดูคำตอบ

I clicked the link to open an online map.

which we can see because our screen emits visible light. การใช้คำ

1:12

ซึ่งเรามองเห็นได้เพราะหน้าจอของเราปล่อยแสงที่มองเห็นได้

การใช้คำ

emit ใน our screen emits visible light

ใน our screen emits visible light คำว่า emit หมายถึงการส่งหรือปล่อยบางสิ่งออกมาจากแหล่งกำเนิด ในที่นี้หน้าจอคือแหล่งกำเนิด และแสงที่มองเห็นได้เคลื่อนออกมาจากหน้าจอ คำกริยาเดียวกันนี้ใช้บอกว่าแหล่งกำเนิดอื่นปล่อยสิ่งที่วัดได้ เช่น ความร้อน ก๊าซ เสียง หรือรังสี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ภาษาวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการเพื่อบอกว่าเซนเซอร์ปล่อยแสงออกมาจากตัวมันเอง

  1. The sensor emits a beam of infrared light.
  2. The sensor reflects a beam of infrared light.
  3. The sensor detects a beam of infrared light.
ดูคำตอบ

The sensor emits a beam of infrared light.

Nuclear radiation, on the other hand, ลำดับความ

1:17

ในทางกลับกัน รังสีนิวเคลียร์

ลำดับความ

on the other hand ในฐานะคำเชื่อมแสดงความแตกต่าง

On the other hand เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบไปสู่อีกด้านหนึ่ง ในที่นี้วลีนี้ช่วยจัดโครงสร้างคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าไปเป็นรังสีนิวเคลียร์ ประเด็นใหม่ไม่จำเป็นต้องตรงข้ามกับประเด็นแรกอย่างสิ้นเชิง เพียงต้องนำเสนอประเภท ลักษณะ ข้อดี หรือข้อเสียที่แตกต่างอย่างสำคัญ หากด้านแรกชัดเจนอยู่แล้ว ก็ใช้วลีนี้ได้โดยไม่ต้องมี on the one hand

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุด: Working from home saves commuting time. ____, it can feel isolating.

  1. In addition
  2. On the other hand
  3. On the contrary
ดูคำตอบ

On the other hand

originates in the atomic nucleus, วลี

1:19

กำเนิดขึ้นในนิวเคลียสของอะตอม

วลี

originate in: ระบุตำแหน่งที่สิ่งหนึ่งเริ่มเกิดขึ้น

originates in the atomic nucleus หมายความว่ารังสีนิวเคลียร์เริ่มเกิดหรือมีแหล่งกำเนิดอยู่ภายในนิวเคลียสของอะตอม Originate บอกว่าสิ่งหนึ่งเริ่มมีขึ้นที่ใด ส่วน in เน้นสถานที่หรือระบบที่มีแหล่งกำเนิดนั้นอยู่ภายใน ในที่นี้ originates เป็นคำกริยาอกรรมกริยา โดย nuclear radiation เป็นสิ่งที่มีแหล่งกำเนิด เมื่อต้องการสื่อความหมายนี้ให้ใช้ X originates in Y ไม่ใช้ X is originated in Y

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าการสั่นสะเทือนเริ่มเกิดในมอเตอร์ที่อยู่ภายในเครื่องจักร

  1. The vibration is originated in a motor inside the machine.
  2. The vibration originates a motor inside the machine.
  3. The vibration originates in a motor inside the machine.
ดูคำตอบ

The vibration originates in a motor inside the machine.

where protons repel each other due to their mutually positive charges, วลี

1:21

ซึ่งโปรตอนผลักกันเองเนื่องจากมีประจุบวกเหมือนกัน

วลี

due to + นามวลี: การบอกสาเหตุ

due to their mutually positive charges บอกเหตุผลที่โปรตอนผลักกัน นั่นคือโปรตอนทุกตัวมีประจุบวก และประจุชนิดเดียวกันจะผลักกัน ในที่นี้ due to ตามด้วยนามวลี their mutually positive charges due to + นามวลี ใช้เชื่อมสาเหตุกับเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ หากสาเหตุเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและคำกริยาของตนเอง ให้ใช้ because แทน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย due to: The outdoor concert was canceled ____ heavy rain.

ดูคำตอบ

due to

a phenomenon known as the strong nuclear force, วลี

1:25

ปรากฏการณ์ที่เรียกว่าแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม

วลี

known as the strong nuclear force: การใช้ known as เพื่อบอกชื่อ

คำที่ไฮไลต์ทำให้รูปแบบ known as + ชื่อ สมบูรณ์ ในที่นี้ as the strong nuclear force ระบุศัพท์ที่ยอมรับกันสำหรับปรากฏการณ์นั้น ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่าแรงนิวเคลียร์เข้ม ในนามวลีอย่าง a phenomenon known as X ส่วน known as X ขยายคำนามข้างหน้า นี่เป็นโครงสร้างสำหรับบอกชื่อ ไม่ได้หมายความว่ามีใครรู้จักปรากฏการณ์นั้น และ as ก็ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบในความหมายว่า “เหมือน X”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการบอกชื่อให้สมบูรณ์ด้วยหนึ่งคำ: This process is known ____ photosynthesis.

ดูคำตอบ

as

struggles to overcome this repulsion and keep the nucleus intact. โน้ต

1:29

จะพยายามเอาชนะแรงผลักนี้และรักษานิวเคลียสให้คงอยู่

สำนวน

struggles to overcome this repulsion: การทำให้แรงทางฟิสิกส์มีลักษณะเหมือนคน

Struggles to overcome this repulsion บรรยายแรงทางฟิสิกส์ราวกับเป็นคนที่กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะอุปสรรค การทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคนเช่นนี้ช่วยเปลี่ยนการแข่งขันระหว่างแรงสองแรงให้เป็นภาพการต่อสู้ที่เข้าใจง่าย ความหมายทางวิทยาศาสตร์ตามตรงคือ แรงนิวเคลียร์เข้มทำงานต้านแรงผลักระหว่างโปรตอนมากพอที่จะช่วยยึดนิวเคลียสไว้ด้วยกัน แรงนี้ไม่มีเจตจำนงหรือความรู้สึก คำว่า struggles สื่อถึงความยากหรือแรงต้าน ไม่ใช่ความพยายามโดยรู้ตัว

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับประโยคนี้: “The cooling system struggles to overcome the heat from the engine.” ระบบรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ และเลือกที่จะต่อสู้กับความร้อนโดยรู้ตัว

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

วลี

keep the nucleus intact: รูปแบบ keep + กรรม + intact

ใน keep the nucleus intact คำว่า keep รับ the nucleus เป็นกรรม และ intact บอกสภาพที่นิวเคลียสต้องคงอยู่ รูปแบบคือ keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้หรือปล่อยให้กรรมนั้นคงอยู่ในสภาพดังกล่าว ในที่นี้ intact หมายถึงครบถ้วนและไม่เสียหายแม้มีแรงผลัก จึงมีความหมายมากกว่าเพียงบอกว่าส่วนต่าง ๆ ยังอยู่รวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์เป้าหมายที่หมายถึงครบถ้วนและไม่เสียหาย: The hard case kept the glass ____.

ดูคำตอบ

intact

However, some combinations of protons and neutrons,

1:34

อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของโปรตอนและนิวตรอนบางส่วน

known as isotopes, การใช้คำ

1:37

ที่รู้จักกันในชื่อ ไอโซโทป

remain unstable or radioactive. วลี

1:39

ยังคงไม่เสถียรหรือมีกัมมันตภาพรังสี

การใช้คำ

known as isotopes: อะตอมที่มีจำนวนนิวตรอนต่างกัน

Isotopes หรือไอโซโทปคืออะตอมของธาตุเดียวกัน จึงมีจำนวนโปรตอนเท่ากัน แต่มีจำนวนนิวตรอนต่างกัน คำนี้ไม่ได้หมายถึงอะตอมทุกชนิดหรือการรวมตัวของโปรตอนและนิวตรอนทุกแบบ ใน known as isotopes วลี past participle known as ... ใช้ตั้งชื่อใหม่ให้ combinations ที่อยู่ก่อนหน้า เป็นรูปย่อของ which are known as isotopes และช่วยเพิ่มชื่อทางวิทยาศาสตร์โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์วิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง: Atoms of the same element with different numbers of neutrons are called ____.

ดูคำตอบ

isotopes

วลี

remain unstable or radioactive: remain + คำคุณศัพท์

ในที่นี้ remain เป็นกริยาเชื่อม โดยเชื่อมประธานเข้ากับคำคุณศัพท์ unstable และ radioactive และบอกว่าสภาวะเหล่านี้ยังคงเป็นจริงอยู่ remain ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เป็นสิ่งที่เหลืออยู่” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + remain + คำคุณศัพท์ ใช้เมื่อสภาวะหนึ่งยังดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ remain ที่ถูกต้อง: After several checks, the cause ____ unknown.

ดูคำตอบ

remains

They will randomly eject matter and/or energy, การใช้คำ

1:43

มันจะสุ่มปล่อยสสารและ/หรือพลังงานออกมา

known as nuclear radiation,

1:46

หรือที่เรียกว่ารังสีนิวเคลียร์

to achieve greater stability. วลี

1:48

เพื่อให้เกิดความเสถียรมากขึ้น

การใช้คำ

eject matter and/or energy ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ eject หมายถึงส่งหรือดันบางสิ่งออกจากแหล่งกำเนิด ประธานคือไอโซโทปที่ไม่เสถียร ดังนั้นจึงเป็นกระบวนการทางกายภาพ ไม่ใช่คนที่ตั้งใจโยนสิ่งของ Randomly หมายความว่าไม่สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาที่แน่นอนของการขับออกสำหรับไอโซโทปแต่ละตัวได้ ส่วน and/or หมายความว่าอาจขับสสาร พลังงาน หรือทั้งสองอย่างออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ eject อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายกระบวนการของเครื่องจักร

  1. The safety system ejects the faulty battery automatically.
  2. The safety system remains the faulty battery automatically.
  3. The safety system emits the faulty battery automatically.
ดูคำตอบ

The safety system ejects the faulty battery automatically.

วลี

to achieve greater stability: achieve + เป้าหมายนามธรรม

Achieve + คำนามนามธรรม หมายถึงการไปถึงเป้าหมายหรือสภาวะหนึ่งได้สำเร็จ ในที่นี้ greater stability หมายถึงสภาวะที่มีเสถียรภาพทางกายภาพมากขึ้น ไม่ใช่ความสงบทางอารมณ์ to achieve greater stability เป็นโครงสร้าง infinitive ที่ใช้ to และแสดงว่าเสถียรภาพที่มากขึ้นคือผลลัพธ์ที่การปล่อยสสารหรือพลังงานมุ่งไปสู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงการไปถึงสภาวะที่มั่นคงขึ้น: The engineers widened the base to ____.

ดูคำตอบ

achieve greater stability

Nuclear radiation comes from natural sources like radon, วัฒนธรรม

1:50

รังสีนิวเคลียร์มาจากแหล่งธรรมชาติ เช่น เรดอน

a gas which seeps up from the ground. กริยาวลี

1:54

ซึ่งเป็นก๊าซที่ซึมขึ้นมาจากพื้นดิน

วัฒนธรรม

natural sources like radon: เรดอนในฐานะแหล่งรังสีธรรมชาติ

Like ใช้ยก radon เป็นหนึ่งในตัวอย่างของแหล่งรังสีนิวเคลียร์ตามธรรมชาติ เรดอนเป็นก๊าซกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสามารถซึมจากพื้นดินเข้าสู่อากาศและอาคารได้ Natural บอกเพียงว่ารังสีมาจากไหน ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยหรือไม่เป็นอันตราย ประโยคนี้ช่วยให้เข้าใจว่ารังสีไม่ได้มาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรืออาวุธเท่านั้น

แบบฝึกหัด

วลี natural sources like radon ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. แหล่งรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติทุกชนิดไม่เป็นอันตราย
  2. รังสีมาจากเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้นเท่านั้น
  3. เรดอนเป็นตัวอย่างหนึ่งของแหล่งรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ดูคำตอบ

เรดอนเป็นตัวอย่างหนึ่งของแหล่งรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

กริยาวลี

seeps up from the ground: ค่อย ๆ ซึมขึ้นมาจากพื้นดิน

ในที่นี้ seeps up from the ground หมายถึงก๊าซเรดอนค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นมาจากใต้ดิน โดยมักผ่านช่องเล็ก ๆ ในดินหรือหิน คำว่า seep เน้นการเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ และไม่เด่นชัด ไม่ใช่การพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน up บอกทิศทางขึ้นด้านบน ส่วน from the ground บอกแหล่งที่มา โครงสร้างนี้ใช้บรรยายก๊าซหรือของเหลวที่ค่อย ๆ ผ่านรอยแตก ดิน หรือวัสดุที่มีรูพรุนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นผ่านช่องเล็ก ๆ” ลงในประโยค: After three days of rain, water began to ____ through cracks in the basement floor.

ดูคำตอบ

seep up

We also refine naturally occurring radioactive ores to fuel nuclear power plants. โน้ต

1:56

เรายังนำแร่กัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาสกัดเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วลี

refine naturally occurring radioactive ores: ถลุงแร่กัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ใน refine naturally occurring radioactive ores คำว่า refine เป็นคำกริยา และกลุ่มคำนาม naturally occurring radioactive ores ทั้งหมดเป็นกรรม โดยบอกว่าสิ่งที่ถูกถลุงหรือทำให้บริสุทธิ์คืออะไร ภายในกลุ่มคำนามนี้ ores เป็นคำนามหลัก ส่วน naturally occurring และ radioactive วางอยู่ข้างหน้า naturally ขยาย occurring และ naturally occurring หมายถึงมีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ได้ผลิตโดยมนุษย์ occurring ในที่นี้ไม่ได้บรรยายเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ได้ผลิตโดยมนุษย์” ลงในประโยค: Scientists measure ____ radioactive materials in the soil.

ดูคำตอบ

naturally occurring

การใช้คำ

fuel nuclear power plants: fuel ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในประโยคนี้ fuel เป็นคำกริยา หมายถึง “จัดหาเชื้อเพลิงที่ทำให้บางสิ่งทำงานได้” กรรมของคำนี้คือ nuclear power plants ดังนั้น fuel nuclear power plants จึงหมายถึงจัดหาแหล่งพลังงานให้โรงไฟฟ้าเหล่านั้น คำว่า to หน้า fuel ใช้บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ แร่ถูกทำให้บริสุทธิ์เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้า ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fuel เป็นคำกริยาในความหมายว่า “จัดหาเชื้อเพลิงให้” ได้ถูกต้อง

  1. Processed uranium can be fuel the reactor.
  2. Processed uranium can fuel the reactor.
  3. Processed uranium can fuel to the reactor.
ดูคำตอบ

Processed uranium can fuel the reactor.

Even bananas contain trace amounts of a radioactive potassium isotope. วลี

2:02

แม้แต่กล้วยก็ยังมีไอโซโทปโพแทสเซียมที่มีกัมมันตภาพรังสีในปริมาณเล็กน้อย

วลี

contain trace amounts of: ปริมาณเล็กน้อยมากที่ตรวจพบได้

วลี contain trace amounts of หมายถึง “มีบางสิ่งอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก” trace amounts คือปริมาณที่เล็กมาก แต่ยังตรวจพบได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่ากล้วยมีไอโซโทปโพแทสเซียมกัมมันตรังสีอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ contain + trace amounts of + สารหรือส่วนประกอบ ในที่นี้ trace บอกว่าปริมาณนั้นน้อยมาก ไม่ใช่คำกริยา trace ที่หมายถึง “ติดตามหรือแกะรอย”

แบบฝึกหัด

เติมรายงานจากห้องปฏิบัติการด้วยวลีบอกปริมาณเป้าหมาย: The sample contains ____ copper.

ดูคำตอบ

trace amounts of

So if we live in a world of radiation, ลำดับความ

2:08

ดังนั้นหากเราอาศัยอยู่ในโลกที่มีแต่รังสี

how can we escape its dangerous effects?

2:10

เราจะหลีกหนีจากผลกระทบที่เป็นอันตรายของมันได้อย่างไร?

ลำดับความ

So if... how can...?: จากข้อมูลพื้นฐานไปสู่คำถามหาทางแก้

So เชื่อมคำถามนี้เข้ากับข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่กำลังพูดถึงอยู่ if clause ใช้กำหนดเงื่อนไขตั้งต้น ส่วน how can...? ใช้ถามว่าจะรับมือกับสถานการณ์นั้นได้อย่างไร โครงสร้างทั้งหมดจึงพาจากข้อมูลพื้นฐานไปสู่ปัญหาที่ต้องหาทางแก้ ในที่นี้ escape its dangerous effects หมายถึงการหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบที่เป็นอันตรายจากรังสี ไม่ได้หมายถึงการหนีออกจากโลกจริง ๆ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เพื่อเริ่มถามหาวิธีแก้เมื่อสถานการณ์มีความเสี่ยงได้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ So if ..., how can ...? เพื่อเปลี่ยนจากสถานการณ์ไปสู่คำถามว่าควรทำอย่างไรต่อ

  1. Because the bridge is closed, we need to use a different route.
  2. The bridge is closed, and the supplies will arrive tomorrow.
  3. So if the bridge is closed, how can we get the supplies across?
ดูคำตอบ

So if the bridge is closed, how can we get the supplies across?

To start, not all radiation is hazardous. ไวยากรณ์

2:14

ก่อนอื่น ไม่ใช่รังสีทั้งหมดที่เป็นอันตราย

ไวยากรณ์

not all radiation is hazardous:การปฏิเสธบางส่วน

Not all radiation is hazardous เป็นประโยคปฏิเสธบางส่วน หมายความว่ารังสีไม่ได้เป็นอันตรายในทุกกรณี ดังนั้นอย่างน้อยก็มีรังสีบางส่วนที่ไม่อยู่ในกลุ่มที่เป็นอันตราย ประโยคนี้ไม่ได้บอกสัดส่วนและไม่ได้จัดประเภทของรังสีทุกชนิด คำว่า not ใช้ปฏิเสธ all ไม่ใช่ปฏิเสธ hazardous โดยตรง ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีรังสีชนิดใดเป็นอันตราย และยังเป็นไปได้ว่ารังสีบางชนิดอาจเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธคำกล่าวว่าผลิตภัณฑ์เคมีในบ้านทุกชนิดเป็นอันตราย โดยไม่ได้บอกว่าไม่มีชนิดใดเป็นอันตรายเลย

  1. No household chemicals are hazardous.
  2. All household chemicals are hazardous.
  3. Not all household chemicals are hazardous.
ดูคำตอบ

Not all household chemicals are hazardous.

Radiation becomes risky when it rips atoms' electrons away upon impact, โน้ต

2:17

รังสีจะมีความเสี่ยงเมื่อมันดึงอิเล็กตรอนของอะตอมออกไปเมื่อเกิดการกระแทก

ไวยากรณ์

becomes risky when: ความเสี่ยงที่เกิดจากเงื่อนไข

becomes risky แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ กล่าวคือ สิ่งหนึ่งไม่ได้มีความเสี่ยงเท่ากันในทุกสถานการณ์ แต่จะเข้าสู่สภาพที่เสี่ยงเมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ระบุ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกเงื่อนไขที่กระตุ้นให้เกิดความเสี่ยง ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือรังสีแยกอิเล็กตรอนออกจากอะตอมอย่างรุนแรงเมื่อเกิดการชน ใช้ become/becomes risky when + อนุประโยค เพื่อแสดงว่าความเสี่ยงขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ไม่ได้คงที่ตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง becomes risky when ให้ครบถ้วน: A mountain road ____ ice covers it.

ดูคำตอบ

becomes risky when

กริยาวลี

it rips atoms' electrons away: การแยกออกด้วยแรงรุนแรง

ใน it rips atoms' electrons away สำนวน rip ... away หมายถึงการใช้แรงมากแยกบางสิ่งออกจากตำแหน่งเดิมหรือจุดที่ยึดติดอยู่ โดยวางกรรม atoms' electrons ไว้ระหว่าง rip กับ away ในที่นี้ rip เป็นคำกริยาในชีวิตประจำวันที่ให้ภาพชัดเจนและนำมาใช้อธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้การแยกฟังดูรุนแรงและอาจสร้างความเสียหาย ส่วน away สำคัญเพราะแสดงว่าในที่สุดอิเล็กตรอนถูกแยกออกจากอะตอม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ rip ... away โดยคงกรรมไว้ระหว่างคำกริยากับ away: The storm ____ several roof panels ____ from the building.

ดูคำตอบ

ripped · away

การใช้คำ

upon impact: ในขณะที่เกิดการชน

upon impact หมายถึง “ในขณะที่เกิดการชน” หรือ “ทันทีที่สิ่งหนึ่งกระแทก” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุจังหวะที่รังสีดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอม โดย upon ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่ “เหนือ” สิ่งใด โครงสร้าง upon + คำนามที่เป็นเหตุการณ์ เป็นวิธีกระชับในการระบุเวลาที่ผลลัพธ์ทันทีเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: 'The emergency light turns on upon impact.' upon impact หมายความว่าอย่างไร

  1. เหนือสถานที่ที่เกิดการชน
  2. นานหลังจากการชนสิ้นสุดลง
  3. ในจังหวะที่เกิดการชน
ดูคำตอบ

ในจังหวะที่เกิดการชน

a process that can damage DNA.

2:23

ซึ่งเป็นกระบวนการที่สามารถทำลาย DNA ได้

This is known as ionizing radiation, การใช้คำ

2:25

สิ่งนี้เรียกว่ารังสีชนิดก่อไอออน

because an atom that has lost or gained electrons is called an ion. วลี

2:28

เพราะอะตอมที่สูญเสียหรือได้รับอิเล็กตรอนเรียกว่าไอออน

การใช้คำ

This is known as ionizing radiation: ตั้งชื่อคำศัพท์ด้วย be known as

ใน This is known as ionizing radiation คำว่า This ย้อนกลับไปอ้างถึงชนิดของรังสีหรือกระบวนการที่เพิ่งอธิบายไป ซึ่งสามารถดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมได้ โครงสร้างกรรมวาจก be known as + ชื่อ ใช้กำหนดชื่อที่ยอมรับกันว่า ionizing radiation นี่เป็นประโยคที่ใช้ตั้งชื่อหรือให้คำจำกัดความ Ionizing radiation เป็น radiation เพียงประเภทหนึ่ง ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่า radiation ทุกชนิดเป็น ionizing radiation

แบบฝึกหัด

เติมคำจำกัดความด้วยรูปที่ถูกต้องของ be known as: The change from liquid water to water vapor ____ evaporation.

ดูคำตอบ

is known as

วลี

has lost or gained electrons: การเปลี่ยนแปลงสองทางที่เป็นไปได้

ใน has lost or gained electrons คำว่า or เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองแบบที่ตรงข้ามกันแต่เป็นไปได้เท่า ๆ กัน อะตอมอาจสูญเสียอิเล็กตรอนหรือได้รับอิเล็กตรอนก็ได้ ไม่ว่าเส้นทางใดก็ทำให้เข้าเงื่อนไขที่จะเรียกว่าไอออน lost และ gained เป็นคำกริยารูป past participle ที่วางขนานกัน ทั้งสองคำใช้กริยาช่วย has และกรรม electrons ร่วมกัน ดังนั้นความหมายเต็มคือ has lost electrons or has gained electrons การใช้รูปกริยาเดียวกันทำให้เห็นสองทางเลือกชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย past participle คู่ที่เรียนมา โดยใช้ลำดับเดิม เพื่อให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงทั้งสองแบบ: An atom becomes an ion after it has ____ electrons.

ดูคำตอบ

lost or gained

All nuclear radiation is ionizing, ไวยากรณ์

2:33

รังสีนิวเคลียร์ทั้งหมดเป็นชนิดก่อไอออน

while only the highest energy electromagnetic radiation is.

2:35

ในขณะที่มีเพียงรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงสุดเท่านั้นที่เป็นชนิดก่อไอออน

ไวยากรณ์

All ..., while only ...: การเปรียบต่างขอบเขต

โครงสร้าง All X ..., while only Y ... นำขอบเขตสองแบบมาเปรียบต่างกัน All nuclear radiation ครอบคลุมหมวดแรกทั้งหมด ส่วน only the highest energy electromagnetic radiation จำกัดข้อความที่สองไว้เฉพาะส่วนที่มีพลังงานสูงที่สุด while ในที่นี้หมายถึง whereas และใช้แสดงความแตกต่าง ไม่ได้หมายถึง during the time that ส่วน is ท้ายประโยคเป็นรูปละของ is ionizing โดยตัดส่วนเติมเต็มที่ซ้ำออกเพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบต่างกฎที่ใช้กับทุกคนกับกฎที่ใช้เฉพาะกลุ่มที่เล็กกว่า?

  1. Only residents may use the pool because the garden is closed.
  2. All guests may use the garden while the band is playing.
  3. All guests may use the garden, while only residents may use the pool.
ดูคำตอบ

All guests may use the garden, while only residents may use the pool.

That includes gamma rays, X-rays, and the high-energy end of ultraviolet. วลี

2:40

นั่นรวมถึงรังสีแกมมา เอกซเรย์ และรังสีอัลตราไวโอเลตพลังงานสูง

วลี

the high-energy end of ultraviolet: ส่วนที่มีพลังงานสูงของรังสีอัลตราไวโอเลต

วลี the high-energy end of ultraviolet ระบุส่วนหนึ่งของช่วง นั่นคือส่วนที่มีพลังงานสูงกว่า ในที่นี้ end หมายถึงด้านหนึ่งของมาตราหรือสเปกตรัมที่มีลำดับ ไม่ใช่ปลายจริง ๆ ของวัตถุ การจำกัดขอบเขตนี้สำคัญ ประโยคนี้กล่าวถึงเฉพาะส่วนที่มีพลังงานสูงกว่าของรังสีอัลตราไวโอเลต ไม่ได้บอกว่ารังสีอัลตราไวโอเลตทั้งหมดเหมือนกัน ใน high-energy เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม high กับ energy ให้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำคุณศัพท์ขยาย end

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง the ... end of ... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุว่าสิ่งหนึ่งอยู่ที่ด้านใดด้านหนึ่งของช่วงราคา

  1. That camera is the low cost because the market ends.
  2. That camera is at the market after low cost.
  3. That camera is at the low-cost end of the market.
ดูคำตอบ

That camera is at the low-cost end of the market.

That's why, as an extra precaution during X-rays, โน้ต

2:45

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ในฐานะมาตรการป้องกันเพิ่มเติมระหว่างการเอกซเรย์

วลี

an extra precaution: มาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม

an extra precaution หมายถึงขั้นตอนด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นก่อนที่ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจะเกิดจริง ไม่ได้หมายความว่าอันตรายได้เกิดขึ้นแล้ว ในที่นี้ as an extra precaution บอกเหตุผลของการกระทำถัดไปของแพทย์ คือเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นนอกเหนือจากขั้นตอนตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงการเพิ่มขั้นตอนด้านความปลอดภัยอีกหนึ่งอย่าง: ____, we packed a second flashlight.

ดูคำตอบ

As an extra precaution

doctors shield body parts they don't need to examine, การใช้คำ

2:49

แพทย์จึงปกปิดส่วนของร่างกายที่ไม่จำเป็นต้องตรวจ

การใช้คำ

doctors shield body: การใช้ shield เป็นคำกริยา

ในที่นี้ shield เป็นคำกริยา ใน doctors shield body parts หมายถึงแพทย์วางสิ่งกำบังไว้บนหรือรอบส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อป้องกันการได้รับรังสีเอกซ์โดยไม่จำเป็น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ shield + คนหรือสิ่งของ + from + อันตราย เช่น shield the eyes from bright light คำนาม a shield หมายถึงวัตถุป้องกัน ส่วนคำกริยา shield หมายถึงการกั้นไม่ให้ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shield เป็นคำกริยาอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อสื่อว่าสิ่งกำบังช่วยปิดกั้นอันตราย?

  1. The sensor measures the speed of the flying debris.
  2. The clear screen shields the workers from flying debris.
  3. The supervisor warns the workers about flying debris.
ดูคำตอบ

The clear screen shields the workers from flying debris.

and why beachgoers use sunscreen.

2:52

และทำไมผู้คนที่ไปทะเลจึงใช้ครีมกันแดด

ลำดับความ

That's why: เชื่อมเหตุผลเข้ากับผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลที่เกิดจากเหตุผลนั้น ในที่นี้ คำอธิบายก่อนหน้าเกี่ยวกับรังสีนำไปสู่การกระทำจริงสองอย่าง คือการป้องกันส่วนต่าง ๆ ของร่างกายระหว่างการเอกซเรย์และการใช้ครีมกันแดด why ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม โครงสร้างพื้นฐานคือ เหตุผล ตามด้วย That's why + อนุประโยคบอกผล ตัวอย่างขยายเป็น That's why X, and why Y ทำให้เหตุผลเดียวกันก่อนหน้านี้รองรับผลทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนย่อสองคำจากบทเรียนที่ย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุ: The roads were icy. ____ school started late.

ดูคำตอบ

That's why

In comparison, cell phones and microwaves operate at the lower end of the spectrum, โน้ต

2:55

ในการเปรียบเทียบ โทรศัพท์มือถือและไมโครเวฟทำงานในสเปกตรัมระดับล่าง

วลี

operate at the lower end of the spectrum: ทำงานที่ช่วงล่างของสเปกตรัม

ในอนุประโยคนี้ and เพิ่ม microwaves เป็นประธานตัวที่สองคู่กับ cell phones ประธานทั้งสองใช้ภาคแสดง operate at the lower end of the spectrum ร่วมกัน ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่ใช้ส่วนที่มีพลังงานต่ำกว่าของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ operate at + ระดับหรือจุดบนมาตรวัด ใช้บอกว่าอุปกรณ์หรือระบบทำงานอยู่ตรงส่วนใดของช่วงการทำงาน ในที่นี้ at บอกตำแหน่งบนมาตรวัด ไม่ใช่สถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง operate at the lower end of... เติมประโยคให้สมบูรณ์: In cold-weather mode, the sensor operates ____ its temperature range.

ดูคำตอบ

at the lower end of

so there is no risk of ionizing radiation from their use. ไวยากรณ์

3:00

จึงไม่มีความเสี่ยงจากรังสีชนิดก่อไอออนจากการใช้งาน

ลำดับความ

In comparison: การบอกความแตกต่างเชิงเปรียบเทียบ

เมื่ออยู่ต้นประโยค In comparison บอกว่าผู้เขียนกำลังเปลี่ยนจากกรณีก่อนหน้าไปยังอีกกรณีหนึ่งที่แตกต่างกันในจุดสำคัญ ในที่นี้กรณีใหม่อยู่ที่ด้านพลังงานต่ำ ซึ่งต่างจากรังสีพลังงานสูงที่กล่าวถึงก่อนหน้า เมื่อเห็นคำเชื่อมนี้ ให้คาดว่าข้อมูลถัดไปจะแสดงความแตกต่างที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งบอกว่าแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งใช้ได้นานสองชั่วโมง แล้วกล่าวว่า In comparison, the other battery lasts ten hours. คำว่า In comparison บอกอะไร?

  1. อธิบายว่าทำไมแบตเตอรี่จึงต้องชาร์จ
  2. เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อเกี่ยวกับแบตเตอรี่ก้อนเดิม
  3. บอกความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่สองก้อน
ดูคำตอบ

บอกความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่สองก้อน

ไวยากรณ์

there is no risk of ionizing radiation from their use: ระบุประเภทและแหล่งที่มาของความเสี่ยง

There is no risk of X from Y หมายความว่า Y ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเฉพาะอย่าง X โดย of ใช้นำหน้าความเสี่ยง ส่วน from ใช้ระบุแหล่งที่มาหรือสาเหตุ ในประโยคนี้กำลังตัดความเสี่ยงจากรังสีไอออไนซ์ที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ออก ไม่ได้หมายความว่าการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีความเสี่ยงอื่นเลย

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทสองคำให้สมบูรณ์: There is no risk ____ infection ____ touching the sealed package.

ดูคำตอบ

of · from

The biggest health risk occurs when lots of ionizing radiation ไวยากรณ์

3:04

ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อมีรังสีชนิดก่อไอออนจำนวนมาก

hits us in a short time period,

3:09

พุ่งเป้ามาที่เราในระยะเวลาอันสั้น

also known as an acute exposure. การใช้คำ

3:11

หรือที่เรียกว่าการรับรังสีแบบเฉียบพลัน

ไวยากรณ์

The biggest health risk occurs when lots of ionizing radiation hits us in a short time period: ระบุเงื่อนไขของความเสี่ยง

The biggest health risk occurs when + อนุประโยคใช้บอกว่าเหตุการณ์ความเสี่ยงหลักเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใด ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือรังสีไอออไนซ์ปริมาณมากกระทบร่างกายในช่วงเวลาสั้น ๆ occurs when ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ โครงสร้างนี้บอกความเสี่ยงก่อน แล้วใช้อนุประโยค when อธิบายเงื่อนไขที่เป็นตัวกระตุ้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ occurs when ได้ถูกต้องเพื่อบอกเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

  1. The greatest danger occurs when the battery becomes too hot.
  2. The greatest danger occurs the battery becomes too hot.
  3. The greatest danger is occur when the battery becomes too hot.
ดูคำตอบ

The greatest danger occurs when the battery becomes too hot.

การใช้คำ

also known as an acute exposure: คำเรียกการรับสัมผัสในระยะสั้น

ในประโยคนี้ acute exposure เป็นชื่อเรียกการที่ร่างกายได้รับรังสีปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ คำว่า acute เน้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในระยะสั้นและอย่างฉับพลัน ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “รุนแรงมาก” หรือ “แหลมคม” เท่านั้น also known as ใช้แนะนำชื่อทางเทคนิคของสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป โดยอธิบายสถานการณ์ก่อน แล้วจึงบอกชื่อของสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Exposure to a large amount of radiation in a few minutes is called an ____.

ดูคำตอบ

acute exposure

Acute exposures overwhelm the body's natural ability to repair the damage. การใช้คำ

3:14

การรับรังสีแบบเฉียบพลันจะเอาชนะความสามารถตามธรรมชาติของร่างกายในการซ่อมแซมความเสียหาย

การใช้คำ

Acute exposures overwhelm the body's natural ability to repair the damage: เกินความสามารถในการซ่อมแซม

ในประโยคนี้ overwhelm หมายถึงความเสียหายมีมากเกินกว่าความสามารถตามธรรมชาติของร่างกายที่จะซ่อมแซมได้ ส่วน the body's natural ability to repair the damage เป็นกรรมของคำกริยาและเป็นความสามารถที่ถูกผลักจนเกินขีดจำกัด โดยมี Acute exposures เป็นประธานที่ก่อให้เกิดภาระนั้น Overwhelm อาจใช้บรรยายคนที่รู้สึกท่วมท้นทางอารมณ์ได้ แต่ในที่นี้ใช้บรรยายระบบที่มีภาระมากเกินไป กระบวนการซ่อมแซมของร่างกายจึงตามความเสียหายไม่ทัน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ overwhelm ในความหมายว่าภาระเกินความสามารถของระบบที่จะรับมือ

  1. The sudden demand repaired the small clinic's ability to respond.
  2. The sudden demand measured the small clinic's ability to respond.
  3. The sudden demand overwhelmed the small clinic's ability to respond.
ดูคำตอบ

The sudden demand overwhelmed the small clinic's ability to respond.

This can trigger cancers, การใช้คำ

3:19

สิ่งนี้สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง

cellular dysfunction,

3:20

ความผิดปกติของเซลล์

and potentially even death.

3:22

และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

การใช้คำ

trigger cancers: trigger ในความหมายว่าเริ่มให้เกิดผลลัพธ์

ในที่นี้ trigger เป็นคำกริยา หมายถึง “เริ่มหรือจุดชนวนกระบวนการที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์” This ย้อนถึงการได้รับสิ่งที่เป็นอันตรายและความล้มเหลวในการซ่อมแซมที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งอาจเริ่มการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่นำไปสู่มะเร็ง ไม่ได้หมายถึงการเหนี่ยวไกอาวุธตามตัวอักษร Can trigger แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน trigger ใช้กับปฏิกิริยา อาการ และห่วงโซ่เหตุการณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเน้นว่าอะไรเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้อาการไมเกรนเริ่มขึ้น

  1. Lack of sleep can prevent a migraine in some people.
  2. Lack of sleep can trigger a migraine in some people.
  3. Lack of sleep can be triggered by a migraine in some people.
ดูคำตอบ

Lack of sleep can trigger a migraine in some people.

Fortunately, acute exposures are rare, ลำดับความ

3:24

โชคดีที่การรับรังสีแบบเฉียบพลันนั้นเกิดขึ้นได้ยาก

but we are exposed daily to lower levels of ionizing radiation วลี

3:27

แต่เราสัมผัสกับรังสีชนิดก่อไอออนในระดับที่ต่ำกว่าทุกวัน

from both natural and man-made sources. วลี

3:31

จากทั้งแหล่งธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

ลำดับความ

Fortunately, A, but B: สร้างสมดุลระหว่างข่าวที่ช่วยให้สบายใจกับข้อจำกัด

Fortunately นำเสนอ “acute exposures are rare” ว่าเป็นข่าวที่ช่วยให้สบายใจ คำนี้บอกผู้ฟังว่าควรมองข้อเท็จจริงดังกล่าวอย่างไรก่อนที่ประโยคจะกล่าวต่อไป but ที่ตามมานำเสนอข้อจำกัดว่า การได้รับรังสีในระดับต่ำกว่ายังคงเกิดขึ้นทุกวัน รูปแบบ Fortunately, A, but B ทำให้ข้อมูลสมดุล โดยบอกข่าวดีก่อน แล้วจึงเสริมความจริงที่ไม่ควรมองข้าม Fortunately ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์ทั้งหมดไม่มีความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง Fortunately, A, but B ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. กล่าวถึงข่าวดีสองเรื่องที่ดีเท่ากันโดยไม่มีความขัดแย้ง
  2. นำเสนอข้อมูลที่ช่วยให้สบายใจก่อน แล้วจึงเสริมข้อจำกัดที่สำคัญ
  3. บอกว่าการได้รับรังสีทุกรูปแบบเกิดขึ้นน้อยและไม่เป็นอันตราย
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อมูลที่ช่วยให้สบายใจก่อน แล้วจึงเสริมข้อจำกัดที่สำคัญ

วลี

are exposed daily to lower levels of ionizing radiation: สัมผัสรังสีไอออไนซ์ระดับต่ำทุกวัน

Be exposed to something หมายถึงการสัมผัสกับบางสิ่งหรือได้รับผลกระทบจากสิ่งนั้น ในที่นี้ are exposed to เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยเน้นสิ่งที่ผู้คนเผชิญ ไม่ใช่การกระทำที่พวกเขาตั้งใจทำ Daily บอกความถี่ ส่วน lower levels of ionizing radiation หมายถึงปริมาณหรือความเข้มที่ค่อนข้างต่ำ แต่ lower ไม่ได้หมายความว่าเป็นศูนย์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจก present simple ของ be exposed to: During training, firefighters ____ to controlled smoke in a safe facility.

ดูคำตอบ

are exposed

วลี

from both natural and man-made sources: จากทั้งแหล่งธรรมชาติและแหล่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

From บอกที่มาหรือแหล่งกำเนิด โครงสร้างคู่ both A and B เชื่อมแหล่งที่มาสองอย่างซึ่งมีรูปแบบขนานกัน และเน้นว่ารวมทั้งสองอย่าง ไม่ใช่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้ natural และ man-made เป็นคำคุณศัพท์ที่ขนานกันและขยาย sources Man-made หมายถึงสิ่งที่ผลิตโดยมนุษย์หรือกิจกรรมของมนุษย์ คำนี้เพียงบอกที่มา และไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นอันตราย ด้อยกว่า หรือผิดจริยธรรมในตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both...and...: The clinic receives supplies from ____ local farms ____ national distributors.

ดูคำตอบ

both · and

Scientists have a harder time quantifying these risks. โน้ต

3:35

นักวิทยาศาสตร์มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการวัดปริมาณความเสี่ยงเหล่านี้

ไวยากรณ์

have a harder time quantifying: โครงสร้าง have a harder time + -ing

Have a harder time + -ing หมายถึงใครบางคนประสบความยากลำบากมากขึ้นในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้สิ่งที่ทำคือ quantifying the risks หรือการวัดความเสี่ยงเป็นตัวเลข Harder เป็นรูปเปรียบเทียบ จึงหมายความว่างานนี้ยากกว่าในอีกสถานการณ์หนึ่ง แม้จะไม่ได้บอกสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบไว้อย่างชัดเจน หลัง have a hard time หรือ have a harder time ต้องใช้รูป -ing ดังนั้น quantifying จึงถูกต้อง ไม่ใช่ to quantify

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ get หลัง have a harder time: Small shops have a harder time ____ bank loans.

ดูคำตอบ

getting

การใช้คำ

quantifying these risks: การแสดงความเสี่ยงเป็นตัวเลข

Quantifying these risks หมายถึงการวัดหรือประมาณขนาด โอกาสเกิด หรือผลกระทบของความเสี่ยงเหล่านี้ในรูปตัวเลข ซึ่งมากกว่าการบอกเพียงว่าความเสี่ยงมีอยู่หรือการอธิบายด้วยคำพูด ในบริบททางวิทยาศาสตร์ quantify มักหมายถึงการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ตัวเลข ช่วงค่า อัตรา ความน่าจะเป็น หรือค่าอื่นที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ผลลัพธ์ใดแสดงว่าทีมได้วัดความเสี่ยงในเชิงปริมาณแล้ว

  1. พวกเขาระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นสามอย่าง
  2. พวกเขาอธิบายว่าเหตุใดความเสี่ยงนั้นจึงน่ากลัว
  3. พวกเขาประมาณโอกาสที่จะล้มเหลวไว้ที่ 12%
ดูคำตอบ

พวกเขาประมาณโอกาสที่จะล้มเหลวไว้ที่ 12%

Your body often repairs damage from small amounts of ionizing radiation,

3:38

ร่างกายของคุณมักจะซ่อมแซมความเสียหายจากรังสีชนิดก่อไอออนจำนวนเล็กน้อย

and if it can't, the results of damage ไวยากรณ์

3:42

และถ้าทำไม่ได้ ผลลัพธ์ของความเสียหาย

may not manifest for a decade or more. การใช้คำ

3:45

อาจจะไม่ปรากฏขึ้นเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษหรือมากกว่านั้น

ไวยากรณ์

if it can't ... may not manifest: การละคำและความไม่แน่นอน

ใน if it can't คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึง your body ส่วน can't ใช้เดี่ยว ๆ เพราะละการกระทำ repair the damage ที่ซ้ำและเข้าใจได้จากบริบท ความหมายเต็มคือ if your body can't repair the damage อนุประโยคถัดไปใช้ may not manifest จึงกล่าวถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน ในที่นี้ may not หมายความว่าผลกระทบอาจยังมองไม่เห็นเป็นเวลาสิบปีหรือนานกว่านั้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ปรากฏขึ้นเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคแรกคือ “The technician may be able to repair the tablet.” ประโยคต่อไปข้อใดใช้การละคำได้ถูกต้องและยังคงบอกว่าผลลัพธ์ไม่แน่นอน

  1. If she can't, the replacement may not arrive for a week.
  2. If she doesn't can, the replacement will not arrive for a week.
  3. If can't she, the replacement may arrive for a week.
ดูคำตอบ

If she can't, the replacement may not arrive for a week.

การใช้คำ

manifest for a decade or more: การปรากฏที่ล่าช้า

ในที่นี้ manifest เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เริ่มสังเกตเห็นได้หรือปรากฏชัด” ประธานของคำนี้คือ the results of damage ดังนั้นประโยคจึงกล่าวถึงช่วงเวลาที่ผลกระทบเหล่านั้นเริ่มสังเกตเห็นได้ เมื่อใช้ may not ... for a decade or more ประโยคหมายความว่าผลกระทบอาจไม่เป็นที่สังเกตตลอดช่วงเวลาดังกล่าวและเพิ่งปรากฏภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าการปรากฏนั้นกินเวลานานสิบปี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ manifest ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง

  1. The crew checked the passenger manifest before departure.
  2. The side effects may not manifest until several days later.
  3. The report may not be finished until several days later.
ดูคำตอบ

The side effects may not manifest until several days later.

One way scientists compare ionizing radiation exposure ไวยากรณ์

3:48

วิธีหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เปรียบเทียบการได้รับรังสีชนิดก่อไอออน

is a unit called the sievert. การใช้คำ

3:52

คือหน่วยที่เรียกว่า ซีเวิร์ต

ไวยากรณ์

One way ... is ...: การนำเสนอวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้

โครงสร้าง One way + อนุประโยค + is + ส่วนเติมเต็ม ใช้เสนอวิธี เครื่องมือ หรือมาตรฐานหนึ่งอย่างที่เป็นไปได้ อนุประโยคหลัง way บอกว่าวิธีนั้นใช้ทำอะไร ส่วนเติมเต็มหลัง is บอกวิธีหรือมาตรฐานที่เฉพาะเจาะจง ในประโยคนี้ วิธีเปรียบเทียบการได้รับรังสีไอออไนซ์คือการใช้หน่วยที่เรียกว่าซีเวิร์ต One way หมายถึง 'วิธีหนึ่งที่เป็นไปได้' ไม่ใช่ 'วิธีเดียวเท่านั้น'

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ One way ... is ... ได้ถูกต้องเพื่อเสนอวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ได้บอกว่าเป็นวิธีเดียวเท่านั้น?

  1. One way families can reduce food waste are by planning their meals.
  2. The only way families can reduce food waste is by planning their meals.
  3. One way families can reduce food waste is by planning their meals.
ดูคำตอบ

One way families can reduce food waste is by planning their meals.

การใช้คำ

is a unit called the sievert: การบอกชื่อหน่วยวัด

ใน is a unit called the sievert คำว่า is เชื่อมประธานที่มาก่อนหน้ากับนามวลี a unit called the sievert ภายในนามวลีนี้ called the sievert ขยาย unit และบอกชื่อของหน่วย เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ โดย a unit called the sievert หมายถึง a unit that is called the sievert ในที่นี้ sievert คือชื่อหน่วยวัดที่ใช้กับปริมาณรังสีซึ่งเกี่ยวข้องกับผลของรังสีไอออไนซ์ต่อร่างกาย ในประโยคนี้คำดังกล่าวทำหน้าที่เป็นชื่อหน่วย ไม่ใช่บุคคล

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบการบอกชื่อแบบเดียวกับ a unit called the sievert เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Pressure is measured in a unit ____ the pascal.

ดูคำตอบ

called

An acute exposure to one sievert will probably cause nausea within hours, ไวยากรณ์

3:54

การรับรังสีแบบเฉียบพลันปริมาณหนึ่งซีเวิร์ตน่าจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

and four sieverts could be fatal. การใช้คำ

3:59

และปริมาณสี่ซีเวิร์ตอาจถึงแก่ชีวิตได้

ไวยากรณ์

will probably cause: มีแนวโน้มสูงแต่ยังไม่แน่นอน

ในประโยคนี้ will probably cause นำเสนออาการคลื่นไส้ว่าเป็นผลที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่รับประกันว่าจะเกิด Will ใช้คาดการณ์ผล ส่วน probably ลดระดับความแน่นอน กล่าวคือ ผู้พูดคาดว่าจะเกิดขึ้น แต่ยังยอมรับว่าอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ลำดับคำปกติคือ will + probably + คำกริยารูปพื้นฐาน: will probably cause ส่วน within hours ระบุช่วงเวลาที่คาดว่าผลจะเกิด หมายถึงก่อนที่เวลาหลายชั่วโมงจะผ่านไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผลอย่างหนึ่งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่แน่นอน

  1. The new schedule will definitely cause some confusion at first.
  2. The new schedule will probably cause some confusion at first.
  3. The new schedule may cause some confusion at first.
ดูคำตอบ

The new schedule will probably cause some confusion at first.

การใช้คำ

could be fatal: คำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเป็นไปได้ที่จะเสียชีวิต

could be fatal หมายความว่าบางสิ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ could แสดงว่าเป็นผลที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่แน่นอน ส่วน be เชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์ fatal ในที่นี้ fatal อธิบายผลที่อาจเกิดจากการได้รับรังสี ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวข้องกับโชคชะตา” และไม่ได้บอกว่าคนหนึ่งถูกกำหนดให้เสียชีวิต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องตามไวยากรณ์ว่าการติดเชื้ออาจทำให้เสียชีวิต

  1. Without immediate treatment, the infection could be fate.
  2. Without immediate treatment, the infection could fatal.
  3. Without immediate treatment, the infection could be fatal.
ดูคำตอบ

Without immediate treatment, the infection could be fatal.

However, our normal daily exposures are far lower. วลี

4:02

อย่างไรก็ตาม การสัมผัสในชีวิตประจำวันตามปกติของเรานั้นต่ำกว่ามาก

วลี

far lower: far + คำขั้นกว่าเพื่อแสดงความแตกต่างมาก

ใน far lower คำว่า far เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่เน้นคำขั้นกว่า lower วลีนี้หมายถึง “ต่ำกว่ามาก” ไม่ได้หมายถึง “ต่ำในสถานที่ที่อยู่ไกล” ใช้โครงสร้าง far + คำขั้นกว่าเมื่อต้องการแสดงความแตกต่างที่ชัดเจนและมาก เช่น far safer, far more useful หรือ far less expensive

แบบฝึกหัด

กระเป๋าเป้ใบเก่าหนัก 10 kg และใบใหม่หนัก 4 kg ใช้ far กับคำขั้นกว่าของ light เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new backpack is ____ than the old one.

ดูคำตอบ

far lighter

The average person receives 6.2 millisieverts of radiation

4:05

คนทั่วไปจะได้รับรังสี 6.2 มิลลิซีเวิร์ต

from all sources annually, วลี

4:10

จากทุกแหล่งในแต่ละปี

around a third due to radon.

4:12

ประมาณหนึ่งในสามมาจากเรดอน

วลี

from all sources annually ... around a third due to radon: การจัดข้อมูลยอดรวมรายปี สัดส่วน และสาเหตุ

from all sources บอกขอบเขตของแหล่งที่รวมอยู่ในยอดทั้งหมด ส่วน annually กำหนดช่วงเวลา กล่าวคือ ตัวเลข 6.2 มิลลิซีเวิร์ตรวมรังสีจากทุกแหล่งตลอดหนึ่งปี around a third ให้สัดส่วนโดยประมาณ ส่วน due to radon ระบุแหล่งที่มาของส่วนนั้น ตอนท้ายเป็นรูปย่อ โดย around a third due to radon หมายถึง around a third of that radiation is due to radon ในที่นี้ around หมายถึง “ประมาณ” ไม่ใช่ “รอบ ๆ” ในความหมายด้านสถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกยอดรวมรายปี แล้วตามด้วยสัดส่วนโดยประมาณและสาเหตุได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The school uses 12,000 sheets of paper in total, around a third each year.
  2. The school uses 12,000 sheets of paper annually, around a third due to art classes.
  3. The school uses 12,000 sheets of paper annually, all of it due to art classes.
ดูคำตอบ

The school uses 12,000 sheets of paper annually, around a third due to art classes.

At only five microsieverts each, วลี

4:14

ด้วยปริมาณเพียงครั้งละ 5 ไมโครซีเวิร์ต

you'd need to get more than 1,200 dental X-rays

4:17

คุณจะต้องเอกซเรย์ฟันมากกว่า 1,200 ครั้ง

to rack up your annual dosage. กริยาวลี

4:20

เพื่อสะสมปริมาณรังสีให้ถึงระดับรายปีของคุณ

วลี

At only five microsieverts each: การกำหนดปริมาณต่อหนึ่งหน่วย

At only five microsieverts each เป็นวลีบอกปริมาณที่วางไว้ต้นประโยค At ใช้นำเสนอระดับตัวเลข only เน้นว่าตัวเลขนั้นน้อย และ each หมายถึงต่อการเอกซเรย์ฟันหนึ่งครั้ง วลีนี้กำหนดปริมาณรังสีต่อครั้งก่อนเข้าสู่การคำนวณหลัก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ At + ปริมาณ + each แล้วตามด้วยข้อสรุปที่อิงจากปริมาณต่อหน่วยนั้น at ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ แต่กำหนดตัวเลขที่ใช้ในการเปรียบเทียบหรือคำนวณ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ At only ... each กับราคา 5 ดอลลาร์เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, four museum tickets cost twenty dollars.

ดูคำตอบ

At only five dollars each

กริยาวลี

rack up your annual dosage: การสะสมให้ถึงยอดรวม

Rack up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการสะสมให้เกิดยอดรวม โดยปกติเกิดจากการเพิ่มซ้ำหลายครั้ง ในประโยคนี้ to rack up your annual dosage หมายถึงการเพิ่มปริมาณรังสีเล็กน้อยจากการเอกซเรย์ไปเรื่อย ๆ จนเท่ากับปริมาณต่อปี โดย rack ไม่ได้หมายถึงชั้นวางของจริง รูปแบบ rack up + ยอดรวม มักใช้กับคะแนน บิล หนี้ ค่าใช้จ่าย จำนวนชัยชนะ หรือไมล์ กรรมของกริยาจะระบุยอดรวมที่เพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ rack up ในรูปอดีตธรรมดาเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During the tournament, Maya ____ 8,000 points.

ดูคำตอบ

racked up

And remember that banana? ลำดับความ

4:23

และจำกล้วยได้ไหม?

If you could absorb all the banana's radiation, ไวยากรณ์

4:24

หากคุณสามารถดูดซับรังสีทั้งหมดของกล้วยได้

you'd need around 170 a day

4:27

คุณจะต้องใช้ประมาณ 170 ลูกต่อวัน

to hit your annual dosage. การใช้คำ

4:30

เพื่อให้ถึงระดับปริมาณรังสีรายปีของคุณ

ลำดับความ

And remember that banana?: ย้อนกลับไปยังตัวอย่างก่อนหน้า

ในประโยคนี้ And remember that banana? ดึงความสนใจของผู้ฟังกลับไปยังตัวอย่างเรื่องกล้วยที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ผู้พูดไม่ได้กำลังทดสอบความจำของผู้ฟัง แต่คำเตือนสั้น ๆ นี้หมายถึง “ตอนนี้ให้นึกถึงตัวอย่างนั้นอีกครั้ง” สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการเชื่อมข้อมูลเดิมเข้ากับการคำนวณใหม่ที่ตามมา รูปแบบ Remember that + คำนาม? ใช้ได้เมื่อผู้ฟังสามารถระบุบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้

แบบฝึกหัด

And remember that banana? มีหน้าที่หลักอย่างไรในคำอธิบายนี้

  1. เป็นการแนะนำกล้วยที่ไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน
  2. เป็นการย้อนกลับไปยังตัวอย่างก่อนหน้า ก่อนที่ผู้พูดจะเพิ่มข้อมูลใหม่
  3. เป็นการตรวจว่าผู้ฟังจำข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ใหม่ได้หรือไม่
ดูคำตอบ

เป็นการย้อนกลับไปยังตัวอย่างก่อนหน้า ก่อนที่ผู้พูดจะเพิ่มข้อมูลใหม่

ไวยากรณ์

If you could ..., you'd need ...: การประมาณเชิงทฤษฎี

อนุประโยค if ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงเงื่อนไขที่ห่างจากความเป็นจริงและจงใจทำให้ง่ายขึ้น นั่นคือการสามารถดูดซับรังสีทั้งหมดจากกล้วยได้ ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ you'd need... หมายถึง you would need... ภายใต้สมมติฐานนั้น could ไม่ได้ยืนยันว่าการดูดซับทั้งหมดทำได้จริง รูปแบบ If + ประธาน + could + กริยารูปพื้นฐาน, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน เป็นประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 ใช้ได้ดีในการประมาณเชิงทฤษฎี โดยยอมรับเงื่อนไขสมมติชั่วคราวแล้วคำนวณผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในความเป็นจริง อุปกรณ์ไม่สามารถจับอนุภาคทุกอนุภาคได้ ประโยคใดเป็นการประมาณเชิงทฤษฎี

  1. If the device could capture every particle, it would need a much larger filter.
  2. If the device can capture every particle, it will need a much larger filter.
  3. Because the device captures every particle, it needs a much larger filter.
ดูคำตอบ

If the device could capture every particle, it would need a much larger filter.

การใช้คำ

hit your annual dosage: ไปถึงปริมาณเป้าหมาย

ในประโยคนี้ hit หมายถึง “ไปถึง” ปริมาณหรือเป้าหมายที่กำหนด ไม่ได้หมายถึงการกระแทกสิ่งใดจริง ๆ To hit your annual dosage หมายถึงการสะสมการได้รับรังสีจนถึงปริมาณที่ใช้เป็นค่ารายปี โครงสร้างนี้คือ hit + ตัวเลข ระดับ เป้าหมาย หรือขีดจำกัด โดยบอกเพียงว่าไปถึงจุดนั้นแล้ว ส่วนจะเกินจุดนั้นต่อไปหรือไม่ต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

ใช้ hit ในความหมายว่า “ตัวเลขไปถึง” แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: Last Saturday, attendance ____ 5,000 for the first time.

ดูคำตอบ

hit

We live in a world of radiation.

4:32

เราอาศัยอยู่ในโลกของรังสี

However, much of that radiation is non-ionizing.

4:34

อย่างไรก็ตาม รังสีส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ก่อไอออน

For the remainder that is ionizing, ลำดับความ

4:38

สำหรับรังสีส่วนที่เหลือที่เป็นชนิดก่อไอออน

ลำดับความ

For the remainder that is ionizing: เปลี่ยนไปกล่าวถึงส่วนที่เหลือ

The remainder หมายถึงส่วนที่เหลือหลังจากมีการระบุหรือนำอีกส่วนหนึ่งออกไปแล้ว ในที่นี้ รังสีส่วนใหญ่ถูกจัดเป็นรังสีไม่ก่อไอออน ส่วน the remainder that is ionizing ใช้เรียกส่วนที่เหลือในอีกประเภทหนึ่ง For ที่ต้นวลีหมายถึง “สำหรับ” หรือ “ในส่วนของ” For the remainder... เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากกลุ่มหลักไปยังกลุ่มที่เหลือซึ่งยังต้องกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

รายงานได้กล่าวถึงงานที่เสร็จแล้วและกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงส่วนที่ยังต้องจัดการ ตัวเลือกใดใช้ remainder ได้ถูกต้องเพื่อจัดระเบียบการเปลี่ยนประเด็นนี้

  1. Most of the work is already complete. For the remainder that still needs attention, we will make a plan tomorrow.
  2. Most of the work is already complete. For the reminder that still needs attention, we will make a plan tomorrow.
ดูคำตอบ

Most of the work is already complete. For the remainder that still needs attention, we will make a plan tomorrow.

our exposures are usually low,

4:40

การสัมผัสของเรามักจะอยู่ในระดับต่ำ

and choices like getting your home tested for radon ไวยากรณ์

4:42

และตัวเลือกอย่างเช่นการทดสอบหาเรดอนในบ้านของคุณ

ไวยากรณ์

getting your home tested for radon: get + กรรม + คำกริยาช่องที่สาม

getting your home tested ใช้โครงสร้าง get + กรรม + คำกริยาช่องที่สาม โดยแสดงว่า home เป็นสิ่งที่ได้รับการตรวจ และโดยทั่วไปหมายถึงการจัดให้บุคคลอื่นหรือบริการหนึ่งเป็นผู้ตรวจ ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นผู้ตรวจด้วยตนเอง your home เป็นกรรมที่รับการกระทำ tested บอกถึงการตรวจที่เกิดกับบ้าน และ for radon บอกว่าตรวจหาอะไร ส่วน getting ทำให้การกระทำทั้งหมดเป็นวลี -ing จึงใช้เป็นตัวอย่างหลัง choices like ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ check ที่แสดงว่าคุณจัดให้คนอื่นทำ: Before the road trip, I got my car ____.

ดูคำตอบ

checked

and wearing sunscreen can help reduce the associated health risks. วลี

4:45

และการทาครีมกันแดด สามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องได้

ไวยากรณ์

choices like: การยกตัวอย่างการกระทำ

ใน choices like... คำว่า like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่าง” และใช้ยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของคำกว้าง ๆ อย่าง choices ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” หลัง like สามารถใช้วลี -ing เพื่อบอกการกระทำได้ ในประโยคนี้ getting your home tested for radon และ wearing sunscreen เป็นตัวอย่างสองอย่าง ไม่ได้หมายความว่ามีตัวเลือกเพียงสองอย่างนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ choices like อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อยกตัวอย่างการกระทำ?

  1. Healthy choices like walking after dinner can improve your sleep.
  2. Walking after dinner is like a gentle workout.
  3. I like walking after dinner because it helps me sleep.
ดูคำตอบ

Healthy choices like walking after dinner can improve your sleep.

วลี

reduce the associated health risks: ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

reduce the associated health risks เป็นกลุ่มคำค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยบางอย่าง ในที่นี้ associated เชื่อมความเสี่ยงเข้ากับการสัมผัสปัจจัยที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน reduce หมายถึงทำให้ความเสี่ยงลดลง ไม่ใช่กำจัดออกไป associated แสดงเพียงว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ไม่ได้พิสูจน์ว่าปัจจัยก่อนหน้านั้นเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคทุกชนิด ถ้อยคำที่ระมัดระวังเช่นนี้พบได้บ่อยในงานเขียนเกี่ยวกับสุขภาพ วิทยาศาสตร์ และข้อมูลสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ reduce และ associated ได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่ามาตรการหนึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยหนึ่ง

  1. Good ventilation can help reduce the health risks associating with indoor smoke.
  2. Good ventilation can help eliminate the health risks associated with indoor smoke.
  3. Good ventilation can help reduce the health risks associated with indoor smoke.
ดูคำตอบ

Good ventilation can help reduce the health risks associated with indoor smoke.

Marie Curie,

4:50

มารี กูรี

one of the early radiation pioneers, การใช้คำ

4:51

หนึ่งในผู้บุกเบิกเรื่องรังสีในยุคแรกๆ

summed up the challenge as follows: วลี

4:53

ได้สรุปความท้าทายนี้ไว้ดังนี้:

การใช้คำ

one of the early radiation pioneers: หนึ่งในผู้บุกเบิกด้านรังสีในยุคแรก

one of the early radiation pioneers เป็นวลีคำนามที่วางซ้อนเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนและผลงานของ Marie Curie โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างประโยคหลัก วลีนี้บอกว่าเธอเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ช่วยพัฒนาการวิจัยด้านรังสีในช่วงเริ่มต้น รูปแบบ one of the + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งคนของกลุ่มนั้น ในที่นี้ pioneer หมายถึงผู้ที่ช่วยเปิดทางหรือพัฒนาสาขาใดสาขาหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สำรวจดินแดน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่สื่อได้ถูกต้องว่าบุคคลหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้บุกเบิกยุคแรกในสาขาหนึ่ง

  1. Maya was one of the early pioneers of computer animation.
  2. Maya was one of an early pioneers of computer animation.
  3. Maya was one of the early pioneer of computer animation.
ดูคำตอบ

Maya was one of the early pioneers of computer animation.

วลี

summed up the challenge as follows: การเกริ่นบทสรุปแบบเป็นทางการ

To sum up a challenge หมายถึงการกล่าวถึงความยากหลักของความท้าทายนั้นอย่างสั้น ๆ ในที่นี้ summed up รับ the challenge เป็นกรรม As follows เป็นวลีตายตัวแบบเป็นทางการที่บอกว่าเนื้อหาสรุปที่ชัดเจนจะตามมาทันที เครื่องหมายทวิภาคบอกว่าข้อความอ้างอิงหลังจากนั้นคือเนื้อหาสรุปดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่เน้นไว้: The director ____: "We must improve safety first."

ดูคำตอบ

summed up the challenge as follows

"Nothing in life is to be feared. ไวยากรณ์

4:55

"ไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่ต้องหวาดกลัว

It is only to be understood."

4:57

มันมีไว้เพื่อให้เราทำความเข้าใจเท่านั้น"

ไวยากรณ์

is to be feared ... is only to be understood: be + infinitive แบบถูกกระทำที่เป็นทางการ

โครงสร้าง be + to be + กริยาช่อง 3 เป็นรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการที่ใช้บอกว่าควรปฏิบัติต่อหรือมองสิ่งหนึ่งอย่างไร ใน is to be feared และ is to be understood โครงสร้างนี้สื่อถึงการตอบสนองที่คาดหวังหรือเหมาะสม ไม่ใช่เหตุการณ์ในอนาคตทั่วไป ประโยคคู่ขนานนี้ปฏิเสธความกลัวและแทนที่ด้วยความเข้าใจ กล่าวคือ ไม่ควรมองสิ่งใดด้วยความกลัว แต่ควรพยายามทำความเข้าใจ ความสมดุลที่กระชับนี้ทำให้คำพูดมีน้ำเสียงแบบคติพจน์

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างทางการ be + to + infinitive แบบถูกกระทำ และคำกริยา follow เพื่อเติมกฎให้สมบูรณ์: All safety instructions ____ carefully.

ดูคำตอบ

are to be followed

Now is the time to understand more, วลี

5:00

ตอนนี้ถึงเวลาที่จะทำความเข้าใจให้มากขึ้นแล้ว

so that we may fear less. ไวยากรณ์

5:02

เพื่อที่เราจะได้รู้สึกกลัวน้อยลง

วลี

Now is the time to... สำหรับการเรียกร้องให้ลงมือทำ

Now is the time to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง ช่วงเวลาปัจจุบันเป็นเวลาที่เหมาะสมในการทำบางสิ่ง ในประโยคนี้ to understand more ระบุการกระทำที่ผู้พูดต้องการให้ผู้คนเริ่มทำหรือทำต่อไป Now ที่อยู่ต้นประโยคเพิ่มความรู้สึกเร่งด่วนและทำให้ประโยคนี้เป็นการเรียกร้องให้ลงมือทำ ไม่ใช่การบอกเวลา ใช้กรอบนี้เพื่อกระตุ้นการลงมือทำ การเรียนรู้ หรือการเปลี่ยนแปลงเมื่อช่วงเวลาปัจจุบันมีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมการเรียกร้องให้ลงมือทำด้วยกรอบเป้าหมาย: ____ improve our emergency plan.

ดูคำตอบ

Now is the time to

ไวยากรณ์

so that ... may... สำหรับบอกจุดประสงค์อย่างเป็นทางการ

so that ใช้เปิดอนุประโยคที่บอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ การทำความเข้าใจให้มากขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้เรากลัวน้อยลง อนุประโยคนี้ตอบคำถามว่า ทำไปเพื่ออะไร ใน so that we may fear less คำว่า may ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน fear ตรงนี้ may ไม่ได้ใช้เพื่อขออนุญาต แต่ใช้เสนอผลที่ตั้งใจหรือหวังไว้ด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการและชวนให้ครุ่นคิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นทางการว่าจุดประสงค์ของการเพิ่มป้ายที่ชัดเจนคือช่วยให้ผู้มาเยือนหาทางออกได้?

  1. We added clear labels so that visitors may find the exit easily.
  2. We added clear labels because visitors found the exit easily.
  3. We added clear labels, but visitors may find the exit easily.
ดูคำตอบ

We added clear labels so that visitors may find the exit easily.