เงินเฟ้อ อธิบายให้เข้าใจใน 6 นาที: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Johnny Harris

ความยากในการเรียน
1,761 คำ 222 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ภาพเปรียบเทียบหมู่บ้านอธิบายเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ และการพังทลายของค่าเงินเวเนซุเอลา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. เข้าใจ boil it down. ว่าเป็นกริยาวลีสำหรับย่อเรื่องซับซ้อนให้เหลือแก่น และวางคำสรรพนามระหว่าง boil กับ down 2. รู้จัก pull strings ว่าเป็นสำนวนและภาพเปรียบเทียบของการใช้อิทธิพลทางอ้อม ผ่านภาพผู้เชิดหุ่นที่ใช้อธิบายธนาคารกลาง 3. ใช้ go off the rails. เป็นสำนวนและภาพเปรียบเทียบเมื่อระบบ แผน หรือสถานการณ์หลุดจากการควบคุมอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่รถไฟตกรางจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

No.

0:04

ไม่ครับ

No cool intro,

0:04

ไม่มีอินโทรเท่ ๆ

no fancy music.

0:05

ไม่มีเพลงหรูหรา

I just want to explain inflation in 6 minutes.

0:06

ผมแค่อยากอธิบายเรื่องเงินเฟ้อให้จบใน 6 นาที

I have a degree in economics.

0:09

ผมจบปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์

I spent years trying to understand this.

0:10

ผมใช้เวลาหลายปีพยายามทำความเข้าใจเรื่องนี้

So let's see if I can boil it down. กริยาวลี

0:17

มาดูกันว่าผมจะย่อให้เหลือแต่แก่นได้ไหม

กริยาวลี

boil it down: ย่อข้อมูลให้เหลือสาระสำคัญ

ในประโยคนี้ boil it down หมายถึงการย่อข้อมูลจำนวนมากหรือข้อมูลที่ซับซ้อนให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญที่เข้าใจง่ายที่สุด เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการต้มสิ่งใดจริง ๆ เมื่อ boil down มีกรรม วลีนี้สามารถแยกคำได้ หากกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวาง it ไว้ระหว่าง boil กับ down โดยใช้ boil it down ไม่ใช่ boil down it ส่วนกรรมที่เป็นคำนามวางได้ทั้งสองตำแหน่ง เช่น boil the report down หรือ boil down the report

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง ‘ย่อให้เหลือประเด็นสำคัญ’ ลงในประโยค: The report is too detailed, so let's ____ before the meeting.

ดูคำตอบ

boil it down

What is inflation?

0:18

เงินเฟ้อคืออะไร

Why is it rising?

0:19

ทำไมมันถึงสูงขึ้น

Why are people worried?

0:20

ทำไมผู้คนถึงกังวล

And what do interest rates have to do with it? วลี

0:21

แล้วอัตราดอกเบี้ยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร

วลี

have to do with: ถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งต่าง ๆ

have to do with ในที่นี้หมายถึงเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับบางสิ่ง ผู้พูดกำลังถามว่าอัตราดอกเบี้ยเกี่ยวข้องกับเงินเฟ้ออย่างไร โดย it ย้อนกลับไปหมายถึง inflation ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า รูปแบบคำถามที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ What does X have to do with Y? หากประธานเป็นพหูพจน์ให้ใช้ do เหมือนในประโยคต้นฉบับ do หรือ does ตัวแรกทำหน้าที่สร้างคำถาม ส่วน have to do with ทั้งวลีสื่อความหมายเรื่องความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่หน้าที่หรือความจำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง ‘เกี่ยวข้องกับ’ ลงในคำถาม: What does office design ____ employee productivity?

ดูคำตอบ

have to do with

The Federal Reserve is raising the interest rate.

0:23

ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังขึ้นอัตราดอกเบี้ย

FED is set to raise interest rates. ไวยากรณ์

0:25

เฟดเตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ไวยากรณ์

“is set to raise”: เหตุการณ์ในอนาคตที่วางแผนไว้หรือคาดไว้อย่างมาก

ใน is set to raise โครงสร้าง be set to + คำกริยารูปพื้นฐานนำเสนอการขึ้นดอกเบี้ยว่าเป็นสิ่งที่วางแผนไว้แล้ว คาดว่าจะเกิดขึ้น หรือกำลังมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะเกิดขึ้น โครงสร้างนี้พบบ่อยในข่าวเมื่อแผนหรือสถานการณ์ปัจจุบันบ่งชี้อย่างมากถึงเหตุการณ์ในอนาคต set ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายทางกายภาพว่า “วาง” คำกริยาหลัง to ระบุการกระทำที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งในประโยคนี้คือ raise

แบบฝึกหัด

เติมประโยคข่าวด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกคาดอย่างมากหรือกำลังมุ่งไปสู่การเกิดขึ้น”: The central bank ____ cut interest rates next month.

ดูคำตอบ

is set to

highest inflation in 40 years.

0:26

เงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 40 ปี

Listen.

0:28

ฟังนะครับ

I know that I make long videos.

0:29

ผมรู้ว่าปกติผมทำวิดีโอยาว

I'm into nuance, I'm into backstory.

0:30

ผมชอบทั้งรายละเอียดปลีกย่อยและเรื่องราวเบื้องหลัง

Well, this isn't that.

0:32

แต่คลิปนี้ไม่ใช่แบบนั้น

This is quick.

0:33

คลิปนี้จะเร็ว

No, really.

0:36

ไม่ จริง ๆ นะ

This is quick.

0:36

คลิปนี้จะเร็ว

Let's go.

0:37

เริ่มกันเลย

Okay, first up, the simplest definition.

0:40

เอาละ เริ่มจากคำจำกัดความที่ง่ายที่สุดก่อน

Inflation is when there is more money in the economy than stuff to spend it on.

0:42

เงินเฟ้อคือภาวะที่มีเงินในระบบเศรษฐกิจมากกว่าสิ่งของให้ใช้เงินซื้อ

But if you're like me, the simplest definition never does it for you. สำนวน

0:46

แต่ถ้าคุณเป็นเหมือนผม คำจำกัดความง่าย ๆ แค่นั้นคงไม่เคยพอ

สำนวน

“never does it for you”: ไม่ทำให้พอใจหรือไม่ให้ผลตามที่ต้องการ

ในที่นี้ do it for someone หมายถึง “ให้ผลตามที่บุคคลนั้นต้องการ” หรือ “ทำให้บุคคลนั้นพอใจ” ส่วน never does it for you หมายความว่าคำนิยามง่าย ๆ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณเข้าใจแนวคิดอย่างกระจ่างหรือตอบสนองความต้องการที่จะเข้าใจ สรรพนาม it ไม่ได้หมายถึงงานที่มีคนทำแทนคุณ รูปแบบนี้มักใช้ประเมินคำอธิบาย วิธีแก้ปัญหา ผลิตภัณฑ์ ดนตรี อาหาร และประสบการณ์อื่น ๆ ว่าสิ่งนั้นให้ผลตามที่คุณต้องการหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใน “We tried three designs, but none of them really did it for the client,” วลี “did it for the client” หมายความว่าอะไร

  1. ส่งแบบให้ลูกค้าโดยตรง
  2. ทำงานหนึ่งอย่างแทนลูกค้าจนเสร็จ
  3. ทำให้ลูกค้าพอใจหรือให้ผลตามที่ต้องการ
ดูคำตอบ

ทำให้ลูกค้าพอใจหรือให้ผลตามที่ต้องการ

So let's try this.

0:50

งั้นลองแบบนี้กัน

Imagine a village that has one market where people buy all of their stuff,

0:51

ลองนึกภาพหมู่บ้านที่มีตลาดเพียงแห่งเดียว ซึ่งผู้คนไปซื้อของทุกอย่างที่ต้องใช้

their food, their clothes.

0:55

ทั้งอาหารและเสื้อผ้า

But one day the government shows up because they're worried about the economy of this village.

0:56

แต่วันหนึ่งรัฐบาลก็เข้ามา เพราะกังวลเรื่องเศรษฐกิจของหมู่บ้านนี้

So they tell the people that if they want to take out a loan, กริยาวลี

1:00

รัฐบาลจึงบอกชาวบ้านว่า ถ้าพวกเขาอยากกู้เงิน

กริยาวลี

take out a loan: กู้เงิน

take out a loan หมายถึงการดำเนินการกู้เงินจากธนาคารหรือผู้ให้กู้รายอื่นอย่างเป็นทางการ โดยมีข้อตกลงว่าจะชำระคืน ซึ่งมักรวมดอกเบี้ยด้วย ในประโยคนี้ take out เป็นกริยาวลีเดียว ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของออกไปจริง ๆ ผู้ที่ take out a loan คือผู้กู้ สามารถเติมวัตถุประสงค์ได้ เช่น take out a loan to buy a car หรือ take out a loan for a business

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้กริยาวลี take out: To finance the new van through her bank, Maya decided to ____.

ดูคำตอบ

take out a loan

they're going to make sure that the banks will not charge them a high interest rate.

1:03

รัฐบาลจะรับรองว่าธนาคารจะไม่คิดดอกเบี้ยสูง

They want to encourage the people to take out loans and spend money.

1:06

รัฐบาลอยากกระตุ้นให้ผู้คนกู้และใช้จ่ายเงิน

Oh, and they also drop off a giant pile of cash for everyone in the village.

1:09

อ้อ แล้วรัฐบาลยังเอาเงินสดกองโตมาแจกทุกคนในหมู่บ้านด้วย

And everyone in the village is like, sweet. น้ำเสียง/เจตนา

1:12

ทุกคนในหมู่บ้านก็แบบว่า “เยี่ยมเลย”

น้ำเสียง/เจตนา

is like, sweet: ใช้ be like เพื่อเกริ่นปฏิกิริยา

ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ be like สามารถใช้เกริ่นการนำเสนอคำพูด ความคิด สีหน้า หรือปฏิกิริยาทันทีของใครบางคนแบบคร่าว ๆ หรือแบบทำให้ดูมีสีสันได้ ในที่นี้ everyone is like, sweet หมายถึงว่าปฏิกิริยาของกลุ่มโดยรวมคือ “เยี่ยมเลย!” พวกเขาพอใจกับข่าวนั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนคล้ายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง be เปลี่ยนรูปตามบุคคลและกาล เช่น I'm like, she's like, we were like และสิ่งที่ตามมาไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดที่อ้างแบบคำต่อคำ Sweet ในบริบทนี้เป็นคำอุทานกันเองที่แปลว่า “เยี่ยม!” หรือ “ดีเลย!” ไม่ใช่คำบรรยายรสชาติ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'When Leo saw the surprise, he was like, “This is amazing!”' คำว่า was like ทำหน้าที่อะไร

  1. ใช้เกริ่นปฏิกิริยาโดยประมาณหรือแบบมีสีสัน
  2. บอกว่า Leo มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับเหตุการณ์เซอร์ไพรส์
  3. พิสูจน์ว่านี่คือคำพูดจริงของ Leo ที่ถูกบันทึกไว้อย่างตรงตัว
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นปฏิกิริยาโดยประมาณหรือแบบมีสีสัน

I'm feeling pretty rich.

1:14

รู้สึกรวยขึ้นมาเลย

Villagers now are going to their market and they're buying way more stuff.

1:16

ตอนนี้ชาวบ้านพากันไปตลาดและซื้อของมากกว่าเดิมเยอะ

Many of them have been eyeing the fancy electric bike in the market การใช้คำ

1:19

หลายคนเล็งจักรยานไฟฟ้าสุดหรูในตลาดมานาน

that before they couldn't justify, การใช้คำ

1:22

ซึ่งเมื่อก่อนพวกเขาหาเหตุผลให้ตัวเองซื้อไม่ได้

but now they totally can because they have all this new money. ไวยากรณ์

1:24

แต่ตอนนี้ซื้อได้เต็มที่ เพราะมีเงินก้อนใหม่นี้อยู่ในมือ

การใช้คำ

Have been eyeing: ความสนใจที่ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ในที่นี้ eye เป็นคำกริยา หมายถึงการเฝ้าดูหรือพิจารณาบางสิ่งด้วยความสนใจ โดยปกติเพราะอาจอยากได้หรืออยากเลือกสิ่งนั้น ดังนั้น have been eyeing จึงหมายความว่าพวกเขาสนใจและนึกถึงจักรยานไฟฟ้าคันนั้นอย่างต่อเนื่องหรือซ้ำ ๆ ไม่ใช่แค่มองเพียงครั้งเดียว โครงสร้าง present perfect continuous แบบ have been + eyeing เชื่อมความสนใจที่เริ่มขึ้นก่อนหน้านี้เข้ากับปัจจุบัน และยังใช้กับความสนใจที่ต่อเนื่องต่อสินค้า โอกาส ตำแหน่งงาน หรือตัวเลือกได้อีกด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: "That camera is still expensive, but I ____ it for months."

ดูคำตอบ

have been eyeing

การใช้คำ

Couldn't justify: ตัดสินว่าค่าใช้จ่ายนั้นไม่คุ้มค่า

ในบริบทของการใช้จ่ายนี้ justify หมายถึงการตัดสินว่าเหตุผลหรือประโยชน์นั้นมากพอที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายดูสมเหตุสมผลหรือไม่ Couldn't justify จึงหมายความว่าพวกเขามองว่าการซื้อจักรยานราคาแพงไม่ใช่การใช้เงินอย่างสมเหตุสมผล ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถแก้ต่างให้มันในทางกฎหมายหรือศีลธรรมได้ ส่วนเติมเต็มเข้าใจได้จากบริบทว่าเป็น couldn't justify buying the bike หรือ couldn't justify the expense โดย justify ตามด้วยนามวลีได้ เช่น justify the cost หรืออนุประโยค -ing เช่น justify spending that much ส่วนเติมเต็มจะละได้ก็ต่อเมื่อผู้ฟังอนุมานได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: "The premium plan had only one extra feature, so we ____ paying double for it."

ดูคำตอบ

couldn't justify

ไวยากรณ์

now they totally can: can ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวมาก่อนหน้า

can ในที่นี้ไม่ได้ขาดกริยาหลักที่จำเป็น แต่สามารถอยู่ลำพังได้เพราะผู้ฟังเติม justify buying the fancy electric bike จากบริบทก่อนหน้าได้ ดังนั้น now they can จึงหมายถึง now they can justify buying it Totally เน้นข้อความเชิงบวกและสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนกับ couldn't ที่มาก่อนหน้า การละวลีกริยาหลังคำกริยาช่วยเช่นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าววลีกริยาที่เพิ่งพูดถึงซ้ำ และทำให้คำตอบฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการละวลีกริยาหลังคำกริยาช่วยแบบเน้นย้ำจำนวนสี่คำจากบทเรียน: Last year, Lena couldn't justify the expense, but ____.

ดูคำตอบ

now she totally can

The store owner's like, sweet, this is great for business.

1:26

เจ้าของร้านก็แบบว่า “เยี่ยมเลย แบบนี้ดีต่อธุรกิจมาก”

But he's running out of bikes.

1:29

แต่จักรยานของเขากำลังจะหมด

In fact, he's running out of everything. กริยาวลี

1:31

ที่จริง ของทุกอย่างกำลังจะหมด

กริยาวลี

running out of: ของสำรองกำลังลดลงจนใกล้ศูนย์

กริยาวลี run out of ต้องตามด้วยคำนามที่ระบุสิ่งของสำรองหรือทรัพยากร Be running out of หมายถึงปริมาณที่มีอยู่กำลังลดลงจนใกล้ศูนย์ ดังนั้นอาจยังเหลืออยู่บ้าง ในที่นี้ is running out of everything แสดงว่าปัญหาของขาดกำลังเกิดขึ้นกับสต็อกทั่วทั้งร้าน Everything เป็นการกล่าวรวมแบบกว้างและเน้นย้ำ ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชิ้นหมดลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำจากบทเรียน ซึ่งหมายถึงของสำรองกำลังลดลงแต่ยังไม่หมด: We still have a little printer paper, but we're ____ it.

ดูคำตอบ

running out of

Because now all of these people have extra money and they're buying way more than they used to. ไวยากรณ์

1:32

เพราะตอนนี้ทุกคนมีเงินเพิ่มและซื้อของมากกว่าเดิมมาก

ไวยากรณ์

way more than they used to: มากกว่าเมื่อก่อนมาก

ในประโยคนี้ way ใช้ขยายคำเปรียบเทียบ more ให้มีน้ำหนักมากขึ้น ดังนั้น way more จึงหมายถึง “มากกว่ามาก” ในภาษาอังกฤษแบบสนทนาที่เน้นย้ำ โดยเปรียบเทียบปริมาณที่ผู้คนซื้อในตอนนี้กับปริมาณที่เคยซื้อในอดีต ใน than they used to มีการละคำกริยาที่ซ้ำคือ buy เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว รูปเต็มคือ than they used to buy ส่วน used to หมายถึงนิสัยหรือสถานการณ์ในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว วลีทั้งหมดจึงเปรียบเทียบปัจจุบันกับอดีตได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ way เพื่อเน้นแบบภาษาพูดอย่างมาก และใช้ used to เพื่อเปรียบเทียบกับอดีต: With the new schedule, Nora exercises ____.

ดูคำตอบ

way more than she used to

The store owner is like, I can't keep up with all this demand. กริยาวลี

1:37

เจ้าของร้านก็คิดว่า “ผมรับมือกับความต้องการทั้งหมดนี้ไม่ไหว”

กริยาวลี

keep up with demand: รับมือกับความต้องการให้ทัน

Keep up with หมายถึงการรักษาความเร็ว ปริมาณ หรือระดับให้ทันกับบางสิ่งอย่างต่อเนื่อง เจ้าของร้านบอกว่าความต้องการเข้ามาเร็วกว่าที่ร้านจะจัดหาสินค้าได้ ดังนั้น can't keep up with จึงสื่อว่าความสามารถรองรับไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าไม่เข้าใจ โครงสร้างคือ keep up with ตามด้วยคำนามหรือคำสรรพนาม สามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับปริมาณงาน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี บทเรียน ค่าใช้จ่าย ข้อความ หรือคนที่เคลื่อนที่เร็วกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “รักษาให้ทันกับอัตราของ”: The support team can't ____ the flood of requests.

ดูคำตอบ

keep up with

I should raise prices.

1:39

ผมควรขึ้นราคา

And that is inflation.

1:40

และนี่แหละคือเงินเฟ้อ

But the village is all of us and the market is the entire economy. ลำดับความ

1:43

แต่หมู่บ้านนั้นก็คือพวกเราทุกคน และตลาดก็คือระบบเศรษฐกิจทั้งหมด

ลำดับความ

หมู่บ้านคือพวกเราทุกคน ... ตลาดคือระบบเศรษฐกิจทั้งหมด

ประโยคนี้ใช้อนุประโยคคู่ขนานรูปแบบ X is Y สองส่วนเพื่อเผยให้เห็นว่าเรื่องหมู่บ้านก่อนหน้านี้แทนสิ่งใด หมู่บ้านแทนสังคมทั้งหมด และตลาดแทนระบบเศรษฐกิจทั้งหมด is ในที่นี้เป็นสัญญาณบอกการจับคู่ในอุปมา ไม่ใช่การยืนยันว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวกันตามตัวอักษร ประโยคลักษณะนี้พาคำอธิบายจากแบบจำลองที่เป็นรูปธรรมกลับไปยังระบบนามธรรมที่แบบจำลองต้องการอธิบาย

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้

  1. ประโยคนี้จับคู่องค์ประกอบในอุปมาเรื่องหมู่บ้านเข้ากับระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า
  2. ประโยคนี้อ้างว่าระบบเศรษฐกิจจริงทุกแห่งมีตลาดที่เป็นสถานที่จริงเพียงแห่งเดียว
  3. ประโยคนี้เริ่มเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวอย่างก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ประโยคนี้จับคู่องค์ประกอบในอุปมาเรื่องหมู่บ้านเข้ากับระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า

When there's extra money floating around and people want to spend it faster than businesses can make stuff, ไวยากรณ์

1:46

เมื่อมีเงินส่วนเกินหมุนเวียนอยู่ และผู้คนอยากใช้มันเร็วกว่าที่ธุรกิจจะผลิตของได้

then all of the businesses in all of the industries raise their prices.

1:51

ธุรกิจทุกแห่งในทุกอุตสาหกรรมก็จะขึ้นราคา

ไวยากรณ์

When ... then สำหรับกรอบเหตุและผลที่ชัดเจน

When ใช้เปิดเงื่อนไขหรือตัวกระตุ้น: มีเงินส่วนเกินหมุนเวียนอยู่ และความต้องการใช้จ่ายเพิ่มเร็วกว่าความสามารถของธุรกิจในการจัดหาสินค้า ส่วน then ใช้บอกผลลัพธ์: ธุรกิจขึ้นราคา คำทั้งสองช่วยจัดคำอธิบายยาว ๆ ให้อยู่ในกรอบจากเงื่อนไขไปสู่ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ในคำอธิบายทั่วไป when อาจหมายถึง “ทุกครั้งที่เงื่อนไขนี้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “เวลาใด” เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมกรอบเหตุและผลด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้: ____ demand rises faster than supply, ____ prices tend to increase.

ดูคำตอบ

When · then

And that is inflation.

1:55

และนี่แหละคือเงินเฟ้อ

It's a natural part of the economy.

1:56

มันเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจ

It's kind of a good thing in small doses because it means that the economy is growing. สำนวน

1:57

ถ้ามีเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าดี เพราะแปลว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโต

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ in small doses

in small doses หมายถึง “ในปริมาณจำกัด” หรือ “ในระดับต่ำ” คำนาม doses ยืมแนวคิดมาจากปริมาณยา แต่ในที่นี้ใช้วัดระดับของภาวะหนึ่งในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงยาจริง ๆ วลีนี้จำกัดขอบเขตของ kind of a good thing กล่าวคือ ปริมาณเล็กน้อยอาจช่วยสนับสนุนการเติบโต แต่ปริมาณที่มากขึ้นอาจก่อให้เกิดผลเสีย โดยทั่วไป วลีนี้สื่อว่าสิ่งหนึ่งมีประโยชน์เพียงถึงระดับหนึ่งเท่านั้น

แบบฝึกหัด

การแข่งขันเล็กน้อยอาจกระตุ้นทีมได้ แต่หากมากเกินไปอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล วลีใดเติม “Competition can help, but only ___” ได้เหมาะสมที่สุด

  1. once and for all
  2. by accident
  3. at all costs
  4. in small doses
ดูคำตอบ

in small doses

And it's why movie tickets used to be 25 cents and now they're like $15. ไวยากรณ์

2:01

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เมื่อก่อนตั๋วหนังราคา 25 เซนต์ แต่ตอนนี้อยู่ที่ราว 15 ดอลลาร์

ไวยากรณ์

used to be สำหรับสภาวะในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว

Used to be อธิบายสภาวะที่เคยเป็นจริงในอดีต แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่า 25 cents คือราคาตั๋วเดิม และสร้างความแตกต่างโดยตรงกับ now และราคา 15 ดอลลาร์ โครงสร้างคือ used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น be จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับนิสัยหรือสภาวะในอดีตเมื่อปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยค “This neighborhood ___ much quieter, but now it is busy day and night” ได้เหมาะสมที่สุด

  1. gets used to being
  2. used to be
  3. is used to being
  4. was used to be
ดูคำตอบ

used to be

And slowly over time, it's fine.

2:05

ถ้าค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา ก็ไม่เป็นไร

Okay, let's go back to the village and see what happens if we keep going at this rate. วลี

2:07

เอาละ กลับไปที่หมู่บ้าน แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรายังดำเนินต่อด้วยอัตรานี้

วลี

At this rate: คาดการณ์จากแนวโน้มปัจจุบัน

ในประโยคนี้ at this rate หมายถึง “หากความเร็วหรือแนวโน้มในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป” โดยใช้สถานการณ์ตอนนี้เป็นพื้นฐานในการคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป rate ในที่นี้หมายถึงความเร็วหรือรูปแบบโดยรวมของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะ วลีนี้ใช้กับความคืบหน้า การใช้จ่าย การเติบโต การลดลง หรือสถานการณ์ที่แย่ลงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “หากแนวโน้มในปัจจุบันยังดำเนินต่อไป”: Orders have doubled every week. ____, we'll need a larger warehouse soon.

ดูคำตอบ

At this rate

The store owner has now doubled his prices on bikes.

2:10

ตอนนี้เจ้าของร้านขึ้นราคาจักรยานเป็นสองเท่าแล้ว

The interest rate is super low, so he takes out a loan to build a new factory to make bikes.

2:13

อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก เขาจึงกู้เงินไปสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อผลิตจักรยาน

This is good.

2:17

นี่เป็นเรื่องดี

He's growing a business.

2:18

เขากำลังขยายธุรกิจ

But the government money eventually runs out and his prices are still double.

2:19

แต่ในที่สุดเงินที่รัฐบาลให้มาก็หมด ขณะที่ราคาของเขายังสูงเป็นสองเท่า

But now the store owner has no one to come buy all of his new bikes.

2:23

ตอนนี้ไม่มีใครมาซื้อจักรยานใหม่ทั้งหมดของเจ้าของร้านแล้ว

And now he has this factory and more employees, but no customers.

2:27

เขามีทั้งโรงงานและพนักงานเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีลูกค้า

He has to shut down the factory, lay off everyone, กริยาวลี

2:31

เขาต้องปิดโรงงาน เลิกจ้างทุกคน

กริยาวลี

Shut down: หยุดการดำเนินงานของโรงงาน

Shut down เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำให้โรงงาน ธุรกิจ บริการ หรือเครื่องจักรหยุดทำงาน ในที่นี้โรงงานเป็นกรรม และวลีนี้หมายถึงการหยุดดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงการปิดประตูของอาคาร เมื่อ shut down เป็นกริยาที่มีกรรม สามารถแยกคำได้ โดยใช้ได้ทั้ง shut down the factory และ shut the factory down แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: shut it down

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “หยุดดำเนินงาน”: Because of the gas leak, managers had to ____ the plant immediately.

ดูคำตอบ

shut down

กริยาวลี

Lay off: การตกงานจากการตัดสินใจทางธุรกิจ

ในประโยคนี้ lay off หมายถึงการยุติการจ้างงานของพนักงานเพราะโรงงานกำลังปิดและนายจ้างไม่มีงานให้พวกเขาอีกต่อไป การตกงานจึงถูกนำเสนอว่าเป็นผลจากการตัดสินใจทางธุรกิจหรือเศรษฐกิจ ไม่ใช่หลักฐานว่าพนักงานทำผิด lay off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงพูดได้ทั้ง lay off everyone และ lay everyone off หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น lay them off

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีภาษาอังกฤษที่หมายถึงการยกเลิกตำแหน่งงานเพราะบริษัทมีงานน้อยลง: Because orders fell sharply, the company had to ____ twenty workers even though their performance was good.

ดูคำตอบ

lay off

and slowly start lowering his prices.

2:34

แล้วค่อย ๆ เริ่มลดราคา

This is called recession.

2:37

นี่เรียกว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอย

When COVID shut down the world, governments gave us money, free money.

2:40

เมื่อโควิดทำให้ทั้งโลกหยุดชะงัก รัฐบาลต่าง ๆ ให้เงินเรา เป็นเงินฟรี

They're like, don't panic and hoard all your money.

2:44

พวกเขาบอกว่า “อย่าตื่นตระหนกแล้วกักเงินทั้งหมดไว้”

Instead, spend and borrow and keep the economy going. วลี

2:47

แต่ให้ใช้จ่าย กู้ยืม และทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ

วลี

Keep the economy going: ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป

ใน keep the economy going โครงสร้าง keep + กรรม + going หมายถึงการทำให้ระบบ กิจกรรม หรือกระบวนการที่ดำเนินอยู่แล้วทำงานต่อไป ดังนั้น going จึงหมายถึง “ทำงานหรือดำเนินต่อ” ไม่ใช่การเดินทางไปอีกสถานที่หนึ่ง โครงสร้างนี้นำไปใช้กับธุรกิจ โครงการ การสนทนา หรือเครื่องจักรได้ โดยบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งจัดหาสิ่งที่จำเป็นเพื่อไม่ให้สิ่งนั้นหยุดลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้โครงสร้างอดีต keep + กรรม + going: The emergency batteries ____ the hospital's monitors ____ until power returned.

ดูคำตอบ

kept · going

Here in the US, they literally sent us $3,200 checks. การใช้คำ

2:50

ที่สหรัฐฯ พวกเขาส่งเช็คมูลค่า 3,200 ดอลลาร์ให้เราจริง ๆ

การใช้คำ

Checks ที่หมายถึงเงินที่รัฐบาลจ่ายให้

checks ในที่นี้เป็นคำนามพหูพจน์ด้านการเงิน ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน check คือเอกสารที่ใช้สั่งจ่ายเงิน ส่วนในบริบทเงินช่วยเหลือช่วงโรคระบาด $3,200 checks หมายถึงเงินจำนวน 3,200 ดอลลาร์ที่รัฐบาลจ่ายให้ ไม่ได้หมายถึงการตรวจสอบหรือการยืนยัน บริบททางการเงินมักบอกความหมายนี้ผ่านจำนวนเงิน คำกริยาเกี่ยวกับการจ่ายเงิน เช่น send, mail, deposit หรือ cash และวลีอย่าง stimulus check คำนามด้านการเงินนี้สะกดว่า check ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ส่วนภาษาอังกฤษแบบบริติชมักสะกดว่า cheque

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The landlord returned my security deposit by check,” คำว่า check หมายถึงอะไร

  1. เครื่องหมายที่แสดงว่าบางสิ่งถูกต้อง
  2. เอกสารที่ใช้สั่งจ่ายเงิน
  3. การตรวจสอบอพาร์ตเมนต์
ดูคำตอบ

เอกสารที่ใช้สั่งจ่ายเงิน

They gave 600 bucks a week to people who were unemployed for months and months and months. การใช้คำ

2:54

พวกเขาให้เงินสัปดาห์ละ 600 ดอลลาร์แก่คนตกงานอยู่นานหลายเดือน

การใช้คำ

600 bucks a week: จำนวนเงินแบบไม่เป็นทางการและอัตรารายสัปดาห์

ในบริบทของสหรัฐฯ นี้ bucks เป็นคำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง dollars ดังนั้น 600 bucks จึงหมายถึง 600 ดอลลาร์ รูปเอกพจน์คือ a buck ในโครงสร้าง amount + a + time unit คำว่า a หมายถึงต่อหนึ่งหน่วย ดังนั้น 600 bucks a week คืออัตรา 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ส่วน per week สื่ออัตราเดียวกันด้วยรูปแบบที่เป็นทางการกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ bucks และโครงสร้างอัตรา a + หน่วยเวลา เพื่อแสดงอัตรารายสัปดาห์: The part-time job pays 450 ____.

ดูคำตอบ

bucks a week

They gave subsidies to people with kids.

2:58

พวกเขาให้เงินอุดหนุนแก่คนที่มีลูก

They increased spending on food stamps. วัฒนธรรม

3:00

เพิ่มงบประมาณสำหรับคูปองอาหาร

วัฒนธรรม

food stamps ในภาษานโยบายสาธารณะของสหรัฐฯ

ในภาษาด้านนโยบายสาธารณะของสหรัฐฯ food stamps หมายถึงสวัสดิการที่ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ซื้ออาหารที่โครงการอนุญาตได้ ไม่ได้หมายถึงแสตมป์ไปรษณีย์ โดยชื่อนี้มาจากรูปแบบเดิมของโครงการ ปัจจุบันชื่ออย่างเป็นทางการของโครงการรัฐบาลกลางคือ SNAP หรือโครงการช่วยเหลือด้านโภชนาการเพิ่มเติม food stamps ยังคงเป็นชื่อเก่าหรือชื่อไม่เป็นทางการที่พบบ่อยในการสนทนาและข่าว หมายถึงความช่วยเหลือสำหรับซื้ออาหาร ไม่ใช่เงินสดที่นำไปใช้ได้โดยไม่มีข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

ในบทความเกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐฯ food stamps น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เงินสดที่ใช้กับค่าใช้จ่ายใดก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด
  2. สวัสดิการที่ช่วยให้ผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ซื้ออาหาร
  3. แสตมป์ไปรษณีย์ที่ใช้ส่งพัสดุอาหาร
ดูคำตอบ

สวัสดิการที่ช่วยให้ผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ซื้ออาหาร

I mean, trillions and trillions of dollars of stimulus money. การใช้คำ

3:01

คือมันเป็นเงินกระตุ้นเศรษฐกิจหลายล้านล้านดอลลาร์

การใช้คำ

stimulus money ในการรายงานข่าวเศรษฐกิจ

stimulus money หมายถึงเงินที่รัฐบาลแจกจ่ายหรือใช้จ่ายเพื่อเพิ่มอุปสงค์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือเกิดวิกฤต ในวลีนี้ stimulus ขยาย money และมีความหมายด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส วลีนี้อาจครอบคลุมเงินที่จ่ายให้ครัวเรือนโดยตรง การช่วยเหลือธุรกิจ หรือรายจ่ายสาธารณะที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท เป็นการเรียกเงินตามผลทางเศรษฐกิจที่ต้องการโดยไม่ได้ระบุโครงการที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึงเงินของรัฐบาลซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: The government released more ____ to support demand during the recession.

ดูคำตอบ

stimulus money

This was vital aid to people in need.

3:05

นี่เป็นความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เดือดร้อน

But even people who didn't lose a job got a check in the mail.

3:07

แต่แม้แต่คนที่ไม่ได้ตกงานก็ยังได้รับเช็คทางไปรษณีย์

It was free money for everyone.

3:11

มันคือเงินฟรีสำหรับทุกคน

And we spent it.

3:13

และเราก็ใช้มัน

I just picked up myself a new bike.

3:14

ผมเพิ่งซื้อจักรยานคันใหม่ให้ตัวเอง

Demand is up across the country.

3:16

ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

It's time to grind Peloton.

3:18

ถึงเวลาปั่น Peloton แบบจัดหนัก

We all just got these big checks from the government.

3:19

เราทุกคนเพิ่งได้รับเช็คก้อนใหญ่จากรัฐบาล

During a pandemic, we're like, YOLO, I'm buying a boat or a Peloton or whatever. วัฒนธรรม

3:21

ระหว่างเกิดโรคระบาด เราก็คิดว่า “ชีวิตมีครั้งเดียว จะซื้อเรือ ซื้อ Peloton หรืออะไรก็ช่าง”

วัฒนธรรม

YOLO ในฐานะข้ออ้างแบบขำขันสำหรับการตัดสินใจตามอารมณ์

YOLO ย่อมาจาก you only live once ซึ่งหมายถึง “ชีวิตมีครั้งเดียว” ในประโยคนี้คำดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเหตุผลสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการว่า ชีวิตนั้นสั้น ผู้พูดจึงตัดสินใจซื้อของตามอารมณ์ แนวคิดแบบ YOLO ที่ถูกยกมาในที่นี้มีน้ำเสียงขำขันและเสียดสี ผู้พูดกำลังเลียนแบบวิธีที่ผู้คนอาจหาเหตุผลมารองรับการใช้จ่ายในช่วงโรคระบาด ไม่ได้กำลังเสนอหลักการทางการเงินอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

การตีความใดเหมาะกับ YOLO ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. กฎอย่างเป็นทางการสำหรับจัดการเงินในช่วงวิกฤต
  2. เหตุผลเชิงขำขันสำหรับการซื้อของตามอารมณ์
  3. คำกล่าวว่าผู้พูดซื้อสินค้าได้เพียงชิ้นเดียว
ดูคำตอบ

เหตุผลเชิงขำขันสำหรับการซื้อของตามอารมณ์

Pokemon cards.

3:26

การ์ด Pokémon

There's Netflix.

3:27

มี Netflix

Fortnite.

3:27

Fortnite

A new motor.

3:28

เครื่องยนต์ใหม่

Peloton.

3:29

Peloton

Good soak in a hot tub.

3:29

แช่อ่างน้ำร้อนให้สบาย

Animal Crossing.

3:31

Animal Crossing

Push it out a little bit so it--

3:31

ดันออกไปอีกนิด จะได้--

No, don't you dare.

3:32

ไม่ อย่าเชียวนะ

But pair all this new spending with the fact that the pandemic also made it harder ไวยากรณ์

3:34

แต่เมื่อนำการใช้จ่ายใหม่ทั้งหมดนี้มารวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าโรคระบาดยังทำให้

for factories and ships and retailers to get us all this stuff.

3:38

โรงงาน เรือขนส่ง และร้านค้าปลีกนำของทั้งหมดนี้มาให้เราได้ยากขึ้น

ไวยากรณ์

การใช้ pair A with the fact that B เพื่อรวมหลักฐาน

ในอนุประโยคคำสั่ง pair all this new spending with the fact that... คำว่า pair เป็นคำกริยาที่หมายถึง “พิจารณา A ร่วมกับ B” ปัจจัยแรกคือ all this new spending ส่วนปัจจัยที่สองถูกนำเข้าด้วยโครงสร้างนามวลี the fact that + อนุประโยค โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งโดยขอให้ผู้ฟังนำสองปัจจัยที่ทราบแล้วมาพิจารณาร่วมกันก่อนสรุปผล ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นจับคู่กันตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ pair A with the fact that B: ____ the surge in online orders ____ several warehouses were understaffed, and the delays make sense.

ดูคำตอบ

Pair · with the fact that

Supply chain issue. การใช้คำ

3:42

ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

การใช้คำ

ปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน

ห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงการจัดหาวัตถุดิบ การผลิตสินค้า ตลอดจนการขนส่งและจัดเก็บสินค้าจนกว่าจะถึงมือลูกค้า Supply chain issue หมายถึงปัญหาในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้การไหลเวียนของสินค้าช้าลงหรือหยุดชะงัก ในที่นี้ คำเหล่านี้เป็นคำนามวลีสั้น ๆ ที่ใช้เดี่ยว ๆ เพื่อระบุหรือวินิจฉัยปัญหา ประโยคเต็มอาจเป็น It is a supply chain issue. คำว่า issue ในบริบทนี้หมายถึง “ปัญหา” ไม่ใช่สิ่งพิมพ์หรือการออกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางธุรกิจที่ตรงความหมายสำหรับปัญหาในด้านการจัดหา การผลิต หรือการส่งมอบ: A closed port has stopped parts from reaching the factory, so the company has a ____.

ดูคำตอบ

supply chain issue

Global supply chain.

3:43

ห่วงโซ่อุปทานโลก

Supply chain.

3:44

ห่วงโซ่อุปทาน

Supply chain.

3:44

ห่วงโซ่อุปทาน

Now you have an economy where people have way more money than normal and they're ready to spend it,

3:46

ตอนนี้เราจึงมีระบบเศรษฐกิจที่ผู้คนมีเงินมากกว่าปกติมากและพร้อมจะใช้

but the economy can't get them stuff fast enough.

3:49

แต่ระบบเศรษฐกิจหาของมาให้พวกเขาได้ไม่เร็วพอ

So what do businesses do with all this insane new demand? ลำดับความ

3:52

แล้วธุรกิจต่าง ๆ ทำอย่างไรกับความต้องการใหม่มหาศาลนี้

They raise prices all at the same time and that is inflation.

3:55

พวกเขาขึ้นราคาพร้อมกันหมด และนั่นแหละคือเงินเฟ้อ

ลำดับความ

แล้วธุรกิจทำอย่างไร พวกเขาขึ้นราคา

ผู้พูดถามว่า So what do businesses do...? แล้วตอบทันทีว่า They raise prices. นี่เป็นคำถามเพื่อวางกรอบหรือคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังเป็นผู้ตอบ So เชื่อมคำถามกับสถานการณ์ก่อนหน้า และย้ายความสนใจจากตัวปัญหาไปยังการตอบสนองของธุรกิจ รูปแบบที่ตั้งคำถามแล้วตอบทันทีช่วยแบ่งคำอธิบายออกเป็นขั้นตอนที่ชัดเจนและนำเสนอผลลัพธ์สำคัญก่อน สามารถนำไปใช้เป็น So what do X do when Y happens? They... หรือ So what does X do when Y happens? It... โดยเลือก do หรือ does และสรรพนามในคำตอบให้สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้คำถามเพื่อวางกรอบแล้วให้คำตอบทันที

  1. Hikers take another route because the trail floods.
  2. Do hikers take another route when the trail floods?
  3. So what do hikers do when the trail floods? They take another route.
ดูคำตอบ

So what do hikers do when the trail floods? They take another route.

I feel like we're getting this at this point.

4:00

ผมว่าถึงตรงนี้เราน่าจะเข้าใจแล้ว

But what do interest rates have to do with all this?

4:02

แต่อัตราดอกเบี้ยเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร

Raising the interest rate.

4:05

การขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Interest rate.

4:05

อัตราดอกเบี้ย

Or the Fed.

4:06

หรือเฟด

Fed is Federal Reserve. วัฒนธรรม

4:07

Fed ย่อมาจาก Federal Reserve

วัฒนธรรม

the Fed และ the Federal Reserve

ในประโยคนี้ Fed เป็นชื่อย่อของ the Federal Reserve ซึ่งเป็นระบบธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา เมื่อใช้เป็นชื่อที่อยู่เดี่ยว ๆ ในงานเขียนทั่วไป มักเขียนว่า the Fed และ the Federal Reserve ชื่อนี้หมายถึงสถาบันที่ดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ไม่ได้หมายถึงรัฐบาลกลางทั้งหมด การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่และบริบทยังช่วยแยกชื่อเฉพาะ Fed ออกจาก fed ซึ่งเป็นรูปหนึ่งของคำกริยา feed

แบบฝึกหัด

เติมชื่อย่อมาตรฐานของ Federal Reserve ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: ____ sets U.S. monetary policy.

ดูคำตอบ

the Fed

The Federal Reserve.

4:08

ธนาคารกลางสหรัฐฯ

Most countries have a central bank, the puppet master of the economy, โน้ต

4:09

ประเทศส่วนใหญ่มีธนาคารกลาง ซึ่งเป็นเหมือนคนเชิดหุ่นของระบบเศรษฐกิจ

วัฒนธรรม

central bank (ธนาคารกลาง)

Central bank คือสถาบันที่อยู่ใจกลางระบบการเงินของประเทศหรือเขตเงินตรา บทบาทหลักมักรวมถึงการกำหนดหรือดำเนินนโยบายการเงิน การมีอิทธิพลต่ออัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อ และการสนับสนุนเสถียรภาพทางการเงิน ในที่นี้ central bank หมายถึงบทบาทในระดับสถาบัน ไม่ใช่สาขาของธนาคารทั่วไป อำนาจและโครงสร้างที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ โดย Federal Reserve เป็นตัวอย่างของสหรัฐฯ

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์ภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงสถาบันซึ่งอยู่ใจกลางระบบการเงินของประเทศ: A ____ can raise interest rates to fight inflation.

ดูคำตอบ

central bank

สำนวน

the puppet master of the economy: การควบคุมทางอ้อม

ในอุปมานี้ puppet master คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังและควบคุมหุ่นด้วยการดึงสาย การเรียกธนาคารกลางว่า the puppet master of the economy จึงนำเสนอธนาคารกลางว่าเป็นพลังที่ทรงอำนาจแต่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น ซึ่งมีอิทธิพลต่อการกระทำของผู้มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจรายอื่นผ่านเครื่องมืออย่างนโยบายอัตราดอกเบี้ย ภาพนี้เน้นการควบคุมทางอ้อม ไม่ได้หมายถึงหุ่นจริง ๆ หรือการควบคุมผลลัพธ์ทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังมีน้ำเสียงเชิงประเมินด้วย โดยธนาคารอาจดูมีอำนาจเชิงกลยุทธ์หรือดูเป็นผู้บงการก็ได้ตามบริบท

แบบฝึกหัด

the puppet master of the economy ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. ธนาคารกลางรับประกันผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจทุกอย่างได้
  2. ธนาคารกลางมีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจผ่านนโยบายของตน
  3. ธนาคารกลางเก็บเงินทั้งหมดของประเทศไว้จริง ๆ
ดูคำตอบ

ธนาคารกลางมีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจผ่านนโยบายของตน

the bank of all banks for that country.

4:13

เป็นธนาคารของธนาคารทุกแห่งในประเทศนั้น

But it's not like a normal bank that stores our money and then lends it out and collects interest to make profit. กริยาวลี

4:15

แต่มันไม่เหมือนธนาคารทั่วไปที่เก็บเงินของเรา แล้วปล่อยกู้และเก็บดอกเบี้ยเพื่อทำกำไร

กริยาวลี

lend it out: ตำแหน่งคำสรรพนามใน lend ... out

ในที่นี้ lends it out หมายถึงนำเงินที่เก็บไว้ออกให้ผู้กู้ใช้ในช่วงเวลาหนึ่งโดยคาดว่าจะได้รับคืน Lend out ยังใช้กับสิ่งของอย่างหนังสือ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ได้ด้วย เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางคำสรรพนามระหว่าง lend กับ out เช่น lend it out หรือ lend them out แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะใช้ lend the book out หรือ lend out the book ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย lend ... out โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The library has ten tablets, but it will only ____ to registered students.

ดูคำตอบ

lend them out

That's what a normal private bank does.

4:20

นั่นคือสิ่งที่ธนาคารเอกชนทั่วไปทำ

The central bank, which we call the Fed here in the US,

4:22

ธนาคารกลางที่ในสหรัฐฯ เราเรียกว่าเฟด

is run by the government.

4:24

บริหารโดยรัฐบาล

So their job is to set the rules or policies

4:25

หน้าที่ของพวกเขาคือกำหนดกฎหรือนโยบาย

that all the other banks have to follow.

4:28

ที่ธนาคารอื่นทั้งหมดต้องปฏิบัติตาม

And the central bank isn't motivated by profit,

4:29

และแรงจูงใจของธนาคารกลางไม่ใช่กำไร

but rather their job is to babysit the economy, โน้ต

4:32

แต่หน้าที่ของพวกเขาคือคอยดูแลระบบเศรษฐกิจ

ลำดับความ

but rather สำหรับความขัดแย้งแบบแก้ไข

ในประโยคนี้ but rather ไม่ได้เพียงแสดงความขัดแย้งทั่วไป แต่ตามหลังแนวคิดที่ถูกปฏิเสธและนำเสนอคำอธิบายใหม่ที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ กล่าวคือ หน้าที่ของธนาคารกลางไม่ใช่การแสวงหากำไร แต่พูดให้แม่นยำกว่านั้นคือการดูแลเศรษฐกิจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not X, but rather Y โดย X และ Y ควรเป็นคำอธิบายสองแบบที่แข่งขันกันเกี่ยวกับประธานเดียวกัน และ Y ทำหน้าที่แก้ไขหรือทำให้ X แม่นยำขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสำหรับการแก้ไขที่มีสองคำและลงท้ายด้วย rather: The policy is not intended to punish small businesses, ____ to protect consumers.

ดูคำตอบ

but rather

สำนวน

babysit the economy ในฐานะคำอุปมาแบบไม่เป็นทางการ

Babysit โดยปกติหมายถึงการดูแลเด็ก แต่ในที่นี้กรรมคือ the economy จึงเป็นการใช้เชิงอุปมา โดยนำเสนอว่าธนาคารกลางคอยเฝ้าดู ปกป้อง และแก้ไขเศรษฐกิจเพื่อรักษาเสถียรภาพ ภาพเปรียบนี้ทำให้บทบาทเชิงสถาบันที่ซับซ้อนฟังดูเป็นเรื่องใกล้ตัวและลงมือทำจริง ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการ และไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าเศรษฐกิจเป็นเด็ก อีกทั้งยังเพิ่มน้ำเสียงไม่เป็นทางการที่แฝงการหยอกล้อหรือความกังขาเล็กน้อยต่อการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

babysit the economy สื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้

  1. เพิกเฉยต่อเศรษฐกิจและปล่อยให้ปรับแก้ตัวเอง
  2. ทำให้เศรษฐกิจมีอายุน้อยลงและพัฒนาน้อยลง
  3. กำกับดูแลและปกป้องเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยพูดแบบไม่เป็นทางการและแฝงการหยอกล้อเล็กน้อย
  4. ให้บริการรับเลี้ยงเด็กแบบมีค่าใช้จ่ายแก่นักเศรษฐศาสตร์ระหว่างทำงาน
ดูคำตอบ

กำกับดูแลและปกป้องเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยพูดแบบไม่เป็นทางการและแฝงการหยอกล้อเล็กน้อย

to keep it growing, ลำดับความ

4:34

ให้เติบโตต่อไป

to make sure people have jobs,

4:35

ทำให้แน่ใจว่าผู้คนมีงานทำ

to make sure that prices don't fluctuate too much

4:37

ทำให้แน่ใจว่าราคาไม่ผันผวนมากเกินไป

ลำดับความ

to keep ... to make sure: to-infinitive แบบขนานสำหรับไล่เป้าหมาย

ส่วนทั้งสามคือ to keep..., to make sure... และ to make sure that... ใช้รูป to-infinitive แบบเดียวกัน ทั้งหมดต่อจากกรอบประโยคก่อนหน้า their job is จึงเป็นเป้าหมายสามข้อที่ขนานกัน ไม่ใช่ประโยคที่แยกจากกัน การพูด to ซ้ำช่วยบอกจุดเริ่มต้นของแต่ละเป้าหมายอย่างชัดเจนและทำให้รายการมีจังหวะ ใช้รูปนี้หลังกรอบร่วมอย่าง Our goal is หรือ The plan is เมื่ออยากให้ผู้ฟังติดตามจุดประสงค์หลายข้อได้ง่าย ใน make sure (that) prices... สามารถละ that ได้โดยโครงสร้างขนานยังเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างขนานที่ชัดเจนเพื่อไล่เป้าหมายสามข้อหลังกรอบประโยคร่วม?

  1. Our plan is to cut waste, improving safety, and new staff will be trained.
  2. Our plan is cutting waste, to improve safety, and training new staff.
  3. Our plan is to cut waste, to improve safety, and to train new staff.
ดูคำตอบ

Our plan is to cut waste, to improve safety, and to train new staff.

so that we can keep growing nicely.

4:39

เพื่อให้เราเติบโตต่อไปได้อย่างราบรื่น

No slowdown, no recession.

4:41

ไม่ชะลอตัว ไม่ถดถอย

That is what the Fed is there for. ไวยากรณ์

4:43

นั่นคือเหตุผลที่เฟดมีอยู่

ไวยากรณ์

what the Fed is there for: บอกวัตถุประสงค์ของสถาบัน

ใน what the Fed is there for คำว่า what นำเข้าสู่จุดประสงค์หรือหน้าที่ที่เฟดมีอยู่เพื่อทำให้สำเร็จ อนุประโยค what ทั้งหมดตามหลัง is โดย That ย้อนกลับไปถึงเป้าหมายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และอนุประโยคนี้ระบุว่าเป้าหมายเหล่านั้นคือหน้าที่ของเฟด there ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่ รูปแบบ what X is there for หมายถึง “จุดประสงค์หรือบทบาทของ X” และต้องคง for ไว้ท้ายประโยค

แบบฝึกหัด

ในประโยค Fixing small errors is what the checklist is there for. รูปแบบที่เน้นไว้หมายถึงอะไร?

  1. จุดประสงค์ของรายการตรวจสอบ
  2. คนที่ช่วยเหลือรายการตรวจสอบ
  3. ตำแหน่งของรายการตรวจสอบ
ดูคำตอบ

จุดประสงค์ของรายการตรวจสอบ

But seriously, the Fed is like a puppet master and we are the puppets and it's kind of creepy.

4:44

แต่เอาจริง ๆ เฟดก็เหมือนคนเชิดหุ่น ส่วนเราคือหุ่น ซึ่งก็น่าขนลุกอยู่

They pull strings in the economy สำนวน

4:49

พวกเขาดึงสายต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ

สำนวน

สำนวน pull strings

ในประโยคนี้ pull strings หมายถึงการใช้อิทธิพลอยู่เบื้องหลังเพื่อส่งผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการดึงเชือกจริง ๆ สำนวนนี้ยังเชื่อมโยงกับภาพของผู้เชิดหุ่นที่กล่าวถึงก่อนหน้า โดยธนาคารกลางถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ชี้นำพฤติกรรมของผู้คนในระบบเศรษฐกิจทางอ้อม โดยทั่วไปแล้ว สำนวนนี้อาจสื่อถึงการใช้อำนาจ อิทธิพล หรือสายสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใน “They pull strings in the economy” คำว่า pull strings หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาสั่งทุกคนอย่างเปิดเผยให้ใช้เงิน
  2. พวกเขาใช้อิทธิพลอยู่เบื้องหลังเพื่อชี้นำพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ
  3. พวกเขาควบคุมเชือกที่ใช้ในระบบเศรษฐกิจจริง ๆ
ดูคำตอบ

พวกเขาใช้อิทธิพลอยู่เบื้องหลังเพื่อชี้นำพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ

to get us to spend our money in a certain way, ไวยากรณ์

4:51

เพื่อให้เราใช้เงินในแบบที่กำหนด

ไวยากรณ์

โครงสร้างบอกเหตุให้ทำ get someone to do something

Get + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นโครงสร้างบอกเหตุให้ทำซึ่งหมายถึงการทำให้ โน้มน้าว หรือจัดการให้ใครบางคนทำบางอย่าง ในที่นี้ get us to spend หมายถึงมีอิทธิพลต่อเราเพื่อให้เราใช้จ่าย บุคคลที่ได้รับอิทธิพลจะอยู่ถัดจาก get โดยตรง และการกระทำใช้ infinitive ที่มี to: get us to spend ต่างจากคำสั่งโดยตรง โครงสร้างนี้เน้นการทำให้เกิดพฤติกรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการออกคำสั่งแก่บุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง get someone to do: The app uses reminders to ____ users ____ update their passwords.

ดูคำตอบ

get · to

which in turn affects how much businesses raise or drop their prices. ลำดับความ

4:53

ซึ่งส่งผลต่อว่าธุรกิจจะขึ้นหรือลดราคามากเพียงใด

ลำดับความ

in turn: ขั้นถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล

ในประโยคนี้ in turn ใช้ระบุขั้นถัดไปของห่วงโซ่เหตุและผล การกระทำหนึ่งส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นก็ส่งผลต่อวิธีที่ธุรกิจกำหนดราคา ใช้ in turn เมื่อผลลัพธ์ของขั้นหนึ่งกลายเป็นสาเหตุของขั้นถัดไป สำนวนนี้ช่วยให้ผู้อ่านเห็นเหตุและผลที่ต่อเนื่องกันเป็นชั้น ๆ แทนที่จะมองว่าผลลัพธ์ทั้งหมดอยู่ในระดับเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมห่วงโซ่เหตุและผลด้วยสำนวนที่ระบุผลลัพธ์ถัดไป: Lower delivery costs let shops charge less, which ____ encourages more customers to order.

ดูคำตอบ

in turn

And guess what?

4:57

แล้วรู้อะไรไหม

It totally works.

4:58

มันได้ผลจริง ๆ

One of the strings that they have to pull in the economy is called the interest rate.

4:59

หนึ่งในสายที่พวกเขาใช้ควบคุมเศรษฐกิจเรียกว่าอัตราดอกเบี้ย

Want to borrow money to buy a car or a house

5:03

อยากกู้เงินไปซื้อรถหรือบ้าน

or expand your business?

5:05

หรือขยายธุรกิจไหม

You're going to be way more likely to do that if you only have to pay 2% interest on that loan ไวยากรณ์

5:06

คุณมีแนวโน้มจะทำมากกว่ามาก หากต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นั้นเพียง 2%

ไวยากรณ์

way more likely to do that if: ความเป็นไปได้ที่สูงขึ้นมากภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง

โครงสร้าง more likely to do X if Y หมายความว่าเงื่อนไข Y เพิ่มโอกาสที่จะทำการกระทำ X ในที่นี้ do that ย้อนกลับไปกล่าวถึงการกระทำที่พูดไว้แล้ว ส่วน if ใช้เปิดเงื่อนไขเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำ way ใช้เพิ่มระดับของ more likely ผู้พูดจึงหมายถึงโอกาสที่สูงขึ้นมาก ไม่ใช่เพียงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + way more likely to + คำกริยา + if + เงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่แสดงความเป็นไปได้ที่สูงขึ้นมากและคำระบุเงื่อนไข: Students are ____ join the study group ____ their friends are already in it.

ดูคำตอบ

way more likely to · if

as opposed to like 6%. วลี

5:11

แทนที่จะเป็นสัก 6%

วลี

ใช้ as opposed to เพื่อแสดงการเปรียบต่างอย่างชัดเจน

as opposed to ใช้นำส่วนที่สองของการเปรียบต่างอย่างชัดเจน ในที่นี้วลีดังกล่าวนำอัตราดอกเบี้ย 2% ที่กล่าวไว้ก่อนหน้ามาเทียบกับประมาณ 6% เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเปรียบเทียบตัวเลขทั้งสองได้ โดยทั่วไปวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนคัดค้านสิ่งใดอย่างจริงจัง แต่มักหมายถึง “เมื่อเทียบกับ” หรือ “แทนที่จะเป็น” และใช้เปรียบต่างตัวเลข ตัวเลือก วิธีการ หรือคุณลักษณะได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบต่างสามคำที่ขึ้นต้นด้วย as: The new loan charges 3%, ____ the old loan's 7%.

ดูคำตอบ

as opposed to

Lower interest rates equal people and businesses want to borrow and spend money.

5:12

ดอกเบี้ยต่ำลงเท่ากับผู้คนและธุรกิจอยากกู้และใช้จ่ายเงิน

So, during the pandemic, the central bank was like,

5:17

ดังนั้นในช่วงโรคระบาด ธนาคารกลางก็คิดว่า

we need everyone to spend money.

5:19

“เราต้องให้ทุกคนใช้เงิน”

So they lowered the interest rate and people borrowed and people spent and it totally worked.

5:20

พวกเขาจึงลดอัตราดอกเบี้ย ผู้คนก็กู้และใช้จ่าย และมันได้ผลจริง ๆ

We're like freaking puppets.

5:26

เรานี่มันหุ่นเชิดชัด ๆ

So a lower interest rate helped stimulate the economy. วลี

5:27

ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วลี

stimulate the economy ในฐานะกลุ่มคำเชิงนโยบาย

stimulate the economy เป็นกลุ่มคำมาตรฐานในบริบทนโยบาย หมายถึงการส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น เช่น การกู้ยืม การใช้จ่าย การลงทุน การผลิต หรือการจ้างงาน ในประโยคนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่ช่วยให้เกิดกิจกรรมเหล่านั้น stimulate ใช้ในเชิงเปรียบเทียบและไม่ได้หมายถึงการกระตุ้นทางร่างกายหรือประสาทสัมผัส

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเชิงนโยบายสามคำที่ขึ้นต้นด้วย stimulate และหมายถึงการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: The central bank lowered rates to ____.

ดูคำตอบ

stimulate the economy

But once again, we're in this same place

5:29

แต่เรากลับมาอยู่ในจุดเดิมอีกครั้ง

where there's now too much money to borrow and spend

5:31

ตอนนี้มีเงินให้กู้และใช้จ่ายมากเกินไป

and not enough goods and services to spend it on.

5:33

แต่มีสินค้าและบริการให้ใช้เงินซื้อน้อยเกินไป

So what do businesses do all at the same time?

5:35

แล้วธุรกิจทั้งหมดทำอะไรพร้อมกัน

They raise prices to meet all this new demand all at the same time.

5:38

พวกเขาขึ้นราคาพร้อมกันเพื่อรองรับความต้องการใหม่ทั้งหมดนี้

And now your money is worth less and that is inflation.

5:42

ตอนนี้เงินของคุณมีค่าน้อยลง และนั่นแหละคือเงินเฟ้อ

Home prices rising at their highest rate.

5:45

ราคาบ้านพุ่งขึ้นด้วยอัตราสูงสุด

Astronomical bidding wars. สำนวน

5:46

สงครามประมูลราคาสูงลิ่ว

สำนวน

Astronomical bidding wars: ราคาสูงสุดขีดและการแข่งเสนอราคา

ในวลีสั้นแบบพาดหัวนี้ astronomical หมายถึงสูงมากจนเกินกว่าที่คนทั่วไปคาดไว้มาก เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ bidding war เกิดขึ้นเมื่อผู้ซื้อตั้งแต่สองรายขึ้นไปเสนอราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อซื้อสิ่งเดียวกัน เมื่อนำมารวมกัน astronomical bidding wars จึงสื่อถึงการแข่งขันรุนแรงที่ดันข้อเสนอขึ้นไปถึงระดับสูงจนน่าตกใจ คำว่า war ก็เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการแข่งขัน ไม่ใช่การต่อสู้จริง

แบบฝึกหัด

บ้านหลังหนึ่งประกาศขายในราคา 400,000 ดอลลาร์ ผู้ซื้อหลายรายเสนอราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ และข้อเสนอสุดท้ายสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้มาก สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า astronomical bidding war มากที่สุด

  1. ผู้ซื้อหลายรายเพิ่มข้อเสนอของตนเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่สูงมาก
  2. ผู้ซื้อรายเดียวเจรจาส่วนลดเล็กน้อยกับผู้ขายอย่างใจเย็น
  3. ผู้ขายหลายรายลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้ารายเดียวกัน
ดูคำตอบ

ผู้ซื้อหลายรายเพิ่มข้อเสนอของตนเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่สูงมาก

Rents are going up.

5:47

ค่าเช่ากำลังเพิ่มขึ้น

By nearly 24%.

5:48

เกือบ 24%

So that's what's happening right now.

5:50

นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

All the prices are rising kind of at the same time.

5:51

ราคาแทบทุกอย่างกำลังขึ้นพร้อม ๆ กัน

What that means is that your $100 bill is now worth 8% less than it was last year. ลำดับความ

5:53

นั่นหมายความว่าธนบัตร 100 ดอลลาร์ของคุณมีค่าน้อยกว่าปีที่แล้ว 8%

ลำดับความ

What that means is that: การนำเข้าสู่ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม

ในที่นี้ What that means is that เปลี่ยนข้อความก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปที่เข้าใจง่ายและเป็นรูปธรรมมากขึ้น that ตัวแรกอ้างกลับไปยังข้อเท็จจริงหรือแนวคิดก่อนหน้า ส่วน What that means ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค that ตัวที่สองนำเข้าสู่คำอธิบายที่ตามมา รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ What X means is that + clause โดยใช้ X แทนแนวคิดก่อนหน้า แล้วระบุความหมายในทางปฏิบัติด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการอธิบายสี่ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย What: The train fare has doubled. ____ commuting will cost much more.

ดูคำตอบ

What that means is that

Like the same money is worth less because your purchasing power just got diluted. โน้ต

5:59

เงินจำนวนเท่าเดิมมีค่าน้อยลง เพราะกำลังซื้อของคุณลดลง

การใช้คำ

purchasing power: สิ่งที่เงินจริงซื้อได้

Purchasing power คือปริมาณสินค้าและบริการที่เงินจริงจำนวนหนึ่งซื้อได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่พิมพ์บนธนบัตรหรือแสดงอยู่ในบัญชี ในประโยคนี้ เมื่อราคาสูงขึ้น เงินจำนวนเดิมซื้อของได้น้อยลง กำลังซื้อจึงลดลง ในนามวลี purchasing power คำว่า purchasing ระบุว่าเป็นความสามารถประเภทใด นั่นคือความสามารถในการซื้อ ส่วน power หมายถึงความสามารถ ไม่ใช่อำนาจทางการเมืองหรือพลังงานไฟฟ้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the purchasing power of + สกุลเงินหรือรายได้ และคำแสดงความเป็นเจ้าของ + purchasing power

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์เศรษฐศาสตร์สองคำที่ขึ้นต้นด้วย purchasing: Even though her salary stayed at $3,000 a month, higher prices reduced her ____.

ดูคำตอบ

purchasing power

สำนวน

got diluted: การอ่อนลงเชิงเปรียบเทียบด้วย get + คำกริยาช่องที่สาม

ในที่นี้ got diluted หมายถึง “มีประสิทธิผลหรือคุณค่าน้อยลง” โดยเปรียบกำลังซื้อเป็นสารเข้มข้นที่อ่อนลงเมื่อเติมของเหลว แต่ไม่ได้มีของเหลวจริง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ในทางไวยากรณ์ got + คำกริยาช่องที่สามสร้างรูปถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการที่เน้นการเปลี่ยนแปลง โดย got บ่งบอกการเปลี่ยนแปลง และ diluted อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับกำลังซื้อ ต่างจากสภาวะธรรมดาอย่าง was weak โครงสร้างนี้เน้นกระบวนการหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ผลอ่อนลง และมักไม่ระบุผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปถูกกระทำด้วย get จำนวนสองคำที่หมายถึง “อ่อนลง”: After six people rewrote the announcement, its main message ____.

ดูคำตอบ

got diluted

And imagine if that keeps happening.

6:03

ลองนึกภาพว่าถ้ามันยังเกิดขึ้นต่อไป

Like instead of 8%, it's 50%.

6:05

ถ้าไม่ใช่ 8% แต่เป็น 50%

Now your $100 bill is worth what $50 used to be.

6:07

ตอนนี้เงิน 100 ดอลลาร์ของคุณมีค่าเท่ากับ 50 ดอลลาร์ในอดีต

And that's when people start to freak out. กริยาวลี

6:10

นั่นคือจุดที่ผู้คนเริ่มตื่นตระหนก

กริยาวลี

freak out: ปฏิกิริยาที่ฉับพลันและรุนแรง

ในประโยคนี้ freak out หมายถึงจู่ ๆ ก็ตกใจอย่างมาก กระวนกระวาย หรือถูกอารมณ์ครอบงำจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงและสูญเสียความสงบ ไม่ใช่เพียงความกังวลทั่วไป กริยาวลีนี้ใช้บอกคนที่มีปฏิกิริยาได้ (People freak out) หรือใช้กับกรรมเพื่อบอกว่าสิ่งใดทำให้เกิดปฏิกิริยานั้นได้ (The news freaked people out)

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียน: If the account suddenly shows no money, don't ____; call the bank first.

ดูคำตอบ

freak out

And our economy that's built on human psychology

6:11

แล้วระบบเศรษฐกิจของเราที่สร้างอยู่บนจิตวิทยามนุษย์

starts to falter

6:14

ก็เริ่มสั่นคลอน

and we fall into a recession or a depression วลี

6:15

และเราก็ตกเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือเศรษฐกิจตกต่ำ

วลี

fall into a recession or a depression: ตกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง

ในที่นี้ fall into หมายถึงการเข้าสู่สภาวะที่ไม่พึงประสงค์ โดยทั่วไปไม่ได้เลือกหรือควบคุมการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง ประธานอาจเป็นระบบเศรษฐกิจ ประเทศ หรืออุตสาหกรรม ซึ่งเปลี่ยนจากภาวะปกติไปสู่ภาวะขาลง ตัวเลือกหลัง or เป็นชื่อของภาวะเศรษฐกิจขาลงสองแบบ เนื่องจาก recession และ depression เป็นคำนามทางเศรษฐกิจที่วางขนานกันในที่นี้ depression จึงหมายถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่ภาวะซึมเศร้าทางสุขภาพจิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการเข้าสู่สภาวะที่ไม่พึงประสงค์: After production and employment fell for months, the economy began to ____ a recession.

ดูคำตอบ

fall into

even if it gets real bad. การใช้คำ

6:18

หากสถานการณ์เลวร้ายมาก

การใช้คำ

Real bad: real ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ

ใน real bad คำว่า real ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่ขยาย bad โดยมีความหมายเท่ากับ really หรือ very ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “แย่มาก” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นแย่ในความหมายว่าเป็นของจริงหรือของแท้ การใช้ real เป็นคำวิเศษณ์เช่นนี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ใช้ในการสนทนาสบาย ๆ การรู้จักโครงสร้าง real + คำคุณศัพท์จะช่วยให้เชื่อมโยงกับรูปมาตรฐานกว่าอย่าง really/very + คำคุณศัพท์ได้

แบบฝึกหัด

real ในประโยค “Even if it gets real bad” หมายความว่าอะไร?

  1. แย่มาก
  2. แย่จริง ไม่ใช่ของปลอม
  3. แย่ในแบบที่สมจริง
ดูคำตอบ

แย่มาก

Which is exactly what the Fed is built to avoid.

6:19

ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงโดยตรง

So, they're back to pulling their strings and they've started raising rates.

6:22

พวกเขาจึงกลับมาดึงสายอีกครั้ง และเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย

The Federal Reserve is raising interest rates.

6:26

ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังขึ้นอัตราดอกเบี้ย

The Federal Reserve taking action

6:27

ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังดำเนินการ

to try and curb rising inflation. วลี

6:29

เพื่อพยายามสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

วลี

Curb rising inflation: การยับยั้งแนวโน้มขาขึ้น

ใน curb rising inflation คำว่า curb เป็นคำกริยาที่หมายถึงการควบคุมหรือจำกัดสิ่งที่เป็นอันตราย วลีนี้บอกว่านโยบายมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งแนวโน้มเงินเฟ้อที่กำลังเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะยุติเงินเฟ้อโดยสิ้นเชิงเสมอไป rising ขยาย inflation และนำเสนอว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่กำลังดำเนินอยู่ Curb inflation เป็นคำที่มักใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการในบริบทเศรษฐกิจ การอภิปรายเชิงนโยบาย และการรายงานข่าว

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเชิงนโยบายเป้าหมายที่หมายถึง “ควบคุมหรือจำกัด” ลงในประโยค: The central bank raised interest rates to ____ rising inflation.

ดูคำตอบ

curb

They're gently raising the interest rate

6:31

พวกเขาค่อย ๆ ขึ้นอัตราดอกเบี้ย

to cool down all of this hardcore spending and borrowing. โน้ต

6:32

เพื่อทำให้กระแสการใช้จ่ายและกู้ยืมอย่างหนักนี้เย็นลง

กริยาวลี

cool down ในความหมายว่าลดความรุนแรงของกิจกรรม

ในที่นี้ cool down ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้การใช้จ่ายและการกู้ยืมที่รุนแรงมากชะลอตัวลง การเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมมีเป้าหมายเพื่อลดอุปสงค์ ไม่ใช่เพื่อลดอุณหภูมิจริง กริยาวลีนี้ใช้แบบมีกรรมได้ เช่น cool down the market และใช้แบบไม่มีกรรมได้ เช่น the market cooled down โดยเปรียบกิจกรรมที่ร้อนแรงเกินไปกับสิ่งที่สามารถกลับมาอยู่ในระดับที่จัดการได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้: The bank tightened lending rules to ____ the overheated housing market.

ดูคำตอบ

cool down

การใช้คำ

hardcore spending and borrowing ในฐานะคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ hardcore เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ โดยอธิบายว่าการใช้จ่ายและการกู้ยืมนั้นรุนแรงมาก ต่อเนื่องไม่หยุด หรือสูงกว่าระดับปกติมาก ไม่ได้เป็นชื่อหมวดหมู่ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ เมื่อวางไว้หน้ากลุ่มคำนาม spending and borrowing คำนี้ทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงสนุกและเกินจริง ผู้พูดกำลังเน้นว่าอุปสงค์สูงผิดปกติ ไม่ได้หมายถึงแนวดนตรีหรืออัตลักษณ์ของกลุ่มคนที่ทุ่มเทอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง hardcore spending and borrowing หมายถึงอะไร

  1. การใช้จ่ายและการกู้ยืมที่บรรยายด้วยภาษาวิชาการอย่างเป็นทางการ
  2. การใช้จ่ายและการกู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมย่อยทางดนตรี
  3. การใช้จ่ายและการกู้ยืมที่รุนแรงผิดปกติ
ดูคำตอบ

การใช้จ่ายและการกู้ยืมที่รุนแรงผิดปกติ

See if they can steer the ship back on course. สำนวน

6:35

ลองดูว่าพวกเขาจะบังคับเรือให้กลับเข้าร่องเข้ารอยได้ไหม

สำนวน

steer the ship back on course ในฐานะอุปมาด้านการบริหาร

ในประโยคนี้ steer the ship back on course เป็นอุปมาถึงการแก้ไขทิศทางของเศรษฐกิจ โดยเปรียบเศรษฐกิจเป็นเรือที่ออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้ และเปรียบการตัดสินใจเชิงนโยบายเป็นการบังคับเรือลำนั้น Back on course หมายถึงการกลับมาเคลื่อนไปในทิศทางที่ตั้งใจไว้หรือยอมรับได้อีกครั้ง วลีนี้เน้นการชี้นำเพื่อแก้ไขให้กลับไปตามแผน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ของเรือจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอุปมาด้านการเดินเรือที่หมายถึงการนำแผนกลับสู่ทิศทางที่ตั้งใจไว้ After months of delays, the new manager hopes to steer the project ____.

ดูคำตอบ

back on course

And let's hope it works.

6:37

และหวังว่ามันจะได้ผล

All right, did we do it?

6:41

เอาละ เราทำได้ไหม

Did we do did we do it in the time period that I promised I would?

6:43

เราทำ เราทำได้ภายในเวลาที่ผมสัญญาไว้ไหม

We'll find out.

6:48

เดี๋ยวก็รู้

Uh

6:53

เอ่อ

Okay, last thing I want to say is

6:55

โอเค สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากพูดคือ

a thing that didn't make it into my little inflation explainer. กริยาวลี

6:57

เรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ใส่ไว้ในคำอธิบายเรื่องเงินเฟ้อสั้น ๆ ของผม

กริยาวลี

make it into ในความหมายว่าได้รับการรวมไว้

ในที่นี้ make it into หมายถึงการได้ถูกรวมไว้หรือปรากฏอยู่ในเนื้อหาฉบับเสร็จสมบูรณ์ในท้ายที่สุด เรื่องดังกล่าวเคยได้รับการพิจารณา แต่ไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายเรื่องเงินเฟ้อฉบับสมบูรณ์ โครงสร้างคือ ประธาน + make it into + จุดหมายหรือสิ่งที่รองรับเนื้อหา โดย make it สื่อถึงการไปถึงผลลัพธ์นั้นได้สำเร็จ จุดหมายอาจเป็นวิดีโอ บทความ รายชื่อ ทีม ฉบับสุดท้าย หรือรอบถัดไปของการแข่งขัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงการได้ถูกรวมไว้ในท้ายที่สุด Several deleted scenes did not ____ the final cut.

ดูคำตอบ

make it into

But a few years ago when I worked at Vox, I went to Venezuela and Colombia to do a borders series.

7:00

เมื่อสองสามปีก่อนตอนผมทำงานที่ Vox ผมไปเวเนซุเอลาและโคลอมเบียเพื่อทำซีรีส์เรื่องพรมแดน

I saw inflation up close and personal สำนวน

7:07

ผมได้เห็นเงินเฟ้อกับตาในระยะใกล้

สำนวน

up close and personal: ประสบการณ์ตรงอย่างใกล้ชิด

up close and personal หมายถึงการได้สัมผัสหรือสังเกตบางสิ่งโดยตรง ไม่ใช่รับรู้ผ่านข้อมูลที่ผู้อื่นนำมาเล่า ในประโยคนี้ ผู้พูดเน้นว่าตนได้เห็นภาวะเงินเฟ้อในสถานที่จริงที่มันกำลังเกิดขึ้น personal ในที่นี้หมายถึงผู้พูดได้ผ่านประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง ไม่ได้หมายถึงเรื่องส่วนตัวหรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล วลีทั้งหมดให้ภาพที่ชัดเจนและเน้นย้ำมากกว่าการพูดเพียง directly หรือ firsthand

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึงประสบการณ์ตรงที่ชัดเจนและได้สัมผัสด้วยตนเอง: After years of reading reports, Maya saw the effects of the drought ____.

ดูคำตอบ

up close and personal

because in Venezuela, inflation got so out of control วลี

7:10

เพราะในเวเนซุเอลา เงินเฟ้อหลุดจากการควบคุมอย่างสิ้นเชิง

วลี

out of control: ไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป

out of control อธิบายสถานการณ์ที่ไม่สามารถบริหารหรือควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป ในที่นี้วลีดังกล่าวแสดงว่าภาวะเงินเฟ้อเลวร้ายลงจนเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ที่จะสกัดไว้ได้ วลีนี้บอกสภาวะ ไม่ใช่การกระทำที่ปฏิเสธคำสั่ง สามารถใช้กับราคา อารมณ์ ฝูงชน ไฟไหม้ การใช้จ่าย หรือการเติบโต เมื่อขีดจำกัดหรือการจัดการที่มีประสิทธิภาพใช้การไม่ได้แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึงไม่สามารถจัดการได้อีกต่อไป: By midnight, the small kitchen fire was ____, so everyone evacuated.

ดูคำตอบ

out of control

and they couldn't the Fed, the puppet master

7:12

และเฟดหรือคนเชิดหุ่น

couldn't like figure out how to get it back in control โน้ต

7:15

ก็หาทางดึงมันกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมไม่ได้

กริยาวลี

figure out: หาคำตอบด้วยการคิด

figure out หมายถึงการได้คำตอบ ความเข้าใจ หรือวิธีการจากการคิด วิเคราะห์ หรือค่อย ๆ แก้ปัญหา ในประโยคนี้ couldn't figure out how to... หมายความว่าผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถหาวิธีควบคุมสถานการณ์กลับคืนมาได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้สามารถตามด้วยคำนามหรือคำสรรพนาม หรืออนุประโยคคำถาม เช่น figure out the cause, figure it out และ figure out how to respond หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ปกติจะวางไว้ระหว่าง figure กับ out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้: I couldn't ____ how to reset the router until I read the manual.

ดูคำตอบ

figure out

วลี

get it back in control: ทำให้กลับมาจัดการได้อีกครั้ง

get it back in control หมายถึงการทำให้สิ่งที่เคยจัดการไม่ได้กลับมาอยู่ในสภาพที่จัดการได้อีกครั้ง ในที่นี้ it หมายถึงเงินเฟ้อ และ back แสดงการฟื้นคืนสู่สภาพเดิม ไม่ใช่การเคลื่อนกลับไปยังสถานที่เดิม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + กรรม + back + in control กรรมมักเป็นสภาวะ กระบวนการ หรือสถานการณ์ที่สามารถจัดการพฤติกรรมหรือความเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ต้นทุน อารมณ์ หรือตารางเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่แสดงการฟื้นคืนสู่สภาพที่จัดการได้: After several chaotic weeks, the manager finally got the schedule ____.

ดูคำตอบ

back in control

that their money became worth nothing.

7:17

จนเงินของพวกเขาไม่มีค่าอะไรเลย

The prices went up so high that their money became basically worthless. ไวยากรณ์

7:20

ราคาพุ่งสูงมากจนเงินของพวกเขาแทบไร้ค่า

ไวยากรณ์

so high that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ใน so high that... คำว่า so ขยายระดับของคำคุณศัพท์ high และ that นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากระดับนั้น ในประโยคนี้ ราคาสูงขึ้นถึงระดับที่ทำให้เงินแทบหมดมูลค่า โดย high หมายถึงระดับราคา ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล ในรูปแบบนี้ that ใช้นำเข้าผลลัพธ์ ไม่ใช่เครื่องหมายของอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายคำนามก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผลด้วยหนึ่งคำ: The shelf was ____ high that I could not reach the top.

ดูคำตอบ

so

You needed like a pile of cash to buy bread.

7:23

ต้องใช้เงินสดเป็นกองเพื่อซื้อขนมปัง

So, what they started doing is they started using the currency itself to make things. ไวยากรณ์

7:26

พวกเขาจึงเริ่มใช้ตัวเงินตรามาทำเป็นสิ่งของ

ไวยากรณ์

what they started doing is: ประโยคแยกเน้นด้วย what

อนุประโยค what they started doing ทำหน้าที่เป็นประธานที่มีลักษณะเหมือนคำนาม โดยหมายถึงสิ่งหรือการกระทำที่พวกเขาเริ่มทำ จากนั้นรูปหนึ่งของ be จะชี้ไปยังข้อมูลใหม่ที่เป็นจุดเน้นซึ่งตามมา นั่นคือพวกเขาเริ่มใช้เงินตรานั้นเองมาทำสิ่งของ นี่คือประโยคแยกเน้นแบบ what ซึ่งมีรูป what + ประธาน + กริยา + be + ข้อมูลที่เป็นจุดเน้น โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดชะลอคำตอบไว้ก่อน แล้วนำเสนอการกระทำที่ตามมาเป็นประเด็นหลัก ในที่นี้ what ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำในแต่ละช่องเพื่อให้โครงสร้างเน้นสมบูรณ์: ____ the team needs ____ a clearer plan.

ดูคำตอบ

What · is

Like I I visited this guy on the street

7:32

อย่างตอนที่ผมไปเจอผู้ชายคนหนึ่งข้างถนน

who was making like purses and bags ไวยากรณ์

7:34

เขาเอาธนบัตรมาทำกระเป๋าสตางค์และกระเป๋า

and like sculptures out of cash

7:36

รวมถึงงานประติมากรรม

ไวยากรณ์

making ... sculptures out of cash: ทำ A จากวัสดุ B

make A out of B หมายถึงการสร้างสิ่งของสำเร็จรูป A โดยใช้วัสดุ B ในที่นี้ making ... sculptures out of cash หมายถึงการใช้เงินสดที่จับต้องได้ โดยเฉพาะธนบัตร เป็นวัสดุสำหรับทำประติมากรรม ในประโยคสนทนานี้ making แยกออกจาก sculptures out of cash เพราะมีชื่อสิ่งของอื่นและคำเสริม like คั่นอยู่ ให้ไล่ความหมายจากคำกริยาไปข้างหน้า: sculptures คือผลงานที่ทำเสร็จ ส่วน out of cash บอกวัสดุที่ใช้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยเรียง made, a sculpture และ out of ให้ถูกต้อง: The artist saved the discarded tickets and ____ them.

ดูคำตอบ

made a sculpture out of

because it was more worth more as a raw material

7:38

เพราะมันมีค่ามากกว่าในฐานะวัตถุดิบ

than it was as as like money, as a currency,

7:41

เมื่อเทียบกับการเป็นเงินหรือสกุลเงิน

which is insane.

7:43

ซึ่งบ้ามาก

That's a very extreme version of inflation.

7:44

นั่นเป็นเงินเฟ้อในรูปแบบที่สุดโต่งมาก

It's happened in several countries that have done this.

7:46

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในหลายประเทศที่ทำเช่นนี้

We're not in that situation, even close to that situation. ไวยากรณ์

7:49

เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นเลย แม้แต่ใกล้เคียงก็ไม่ใช่

ไวยากรณ์

not ... even close to: เน้นว่ามีความแตกต่างอย่างมาก

not ... even close to X หมายถึงยังห่างไกลมากจากการไปถึง เทียบเท่า หรือคล้ายกับ X ตามเกณฑ์ที่กำลังเปรียบเทียบ not ตัวแรกปฏิเสธสถานการณ์นั้น และ even close to ย้ำการปฏิเสธให้หนักแน่นขึ้นว่าความแตกต่างมีมาก ไม่ใช่แค่เล็กน้อย ในที่นี้ close to บอกระดับหรือความคล้าย ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ ช่วงท้ายเป็นการละคำแบบภาษาพูด โดย even close to that situation มีความหมายเต็มว่า we're not even close to that situation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย not even close to: I have learned only five words, so I'm ____ fluent.

ดูคำตอบ

not even close to

But it's an example of just how tenuous modern economies are. ไวยากรณ์

7:52

แต่มันเป็นตัวอย่างว่าเศรษฐกิจสมัยใหม่เปราะบางเพียงใด

ไวยากรณ์

just how tenuous modern economies are(เศรษฐกิจสมัยใหม่เปราะบางเพียงใด)

ในโครงสร้าง just how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be คำว่า how ใช้บอกระดับของคำคุณศัพท์ ส่วน just ช่วยเน้นระดับนั้น ในที่นี้ just how tenuous สื่อว่าเศรษฐกิจสมัยใหม่เปราะบางหรือไม่มั่นคงในระดับที่เด่นชัดเพียงใด อนุประโยคทั้งหมดตามหลัง of และทำหน้าที่เป็นเนื้อหาที่ตัวอย่างนี้เผยให้เห็น เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า modern economies are ไม่ใช่ are modern economies

แบบฝึกหัด

ใช้คำ just how, vulnerable, the network และ was เพื่อเติมอนุประโยคบอกระดับที่ฝังอยู่ให้สมบูรณ์: The outage revealed ____.

ดูคำตอบ

just how vulnerable the network was

They're not like pegged to gold or whatever. การใช้คำ

7:56

เศรษฐกิจเหล่านี้ไม่ได้ผูกมูลค่าไว้กับทองคำหรืออะไรแบบนั้น

การใช้คำ

be pegged to gold(ผูกมูลค่าไว้กับทองคำ)

ในบริบทการเงิน be pegged to หมายถึงการจงใจรักษามูลค่าหนึ่งไว้ที่อัตราคงที่หรือระดับอ้างอิงเมื่อเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง ในโครงสร้างกรรมวาจก X is pegged to Y นั้น X คือมูลค่าที่ถูกควบคุม และ Y คือหลักอ้างอิง ในที่นี้ทองคำคือหลักอ้างอิงที่กล่าวถึง ดังนั้น pegged to gold จึงอธิบายความสัมพันธ์ของมูลค่าทางการเงินอย่างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการใช้หมุดยึดสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการเงินที่หมายถึงมีมูลค่าคงที่เมื่อเทียบกับทองคำ: The currency is ____.

ดูคำตอบ

pegged to gold

They're like pegged to a bunch of humans

7:58

แต่มูลค่ากลับเหมือนผูกไว้กับผู้คนจำนวนหนึ่ง

believing that this stuff is worth something.

8:00

ที่เชื่อว่าสิ่งนี้มีมูลค่า

And it can quickly go off the rails. สำนวน

8:03

และมันอาจหลุดจากรางได้อย่างรวดเร็ว

สำนวน

Go off the rails: ควบคุมไม่ได้

“go off the rails” เป็นสำนวนที่หมายถึงสถานการณ์ แผน ระบบ หรือพฤติกรรมของบุคคลเกิดความวุ่นวายอย่างหนักหรือควบคุมไม่ได้ ภาพเปรียบเทียบมาจากรถไฟที่ตกราง แต่ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงรถไฟจริง ๆ ในที่นี้ สำนวนนี้เตือนว่าระบบอาจไม่มั่นคงอย่างรวดเร็วและหยุดทำงานในแบบที่คาดเดาได้ คำกริยาเปลี่ยนตามกาลได้ เช่น go, went และ have gone off the rails ส่วน “quickly” เพิ่มความหมายว่าการเสื่อมลงอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าสถานการณ์ควบคุมไม่ได้อย่างรุนแรง

  1. The discussion went off track for a minute, then returned to the agenda.
  2. The discussion went off the rails and turned into shouting.
  3. The discussion stayed focused from start to finish.
ดูคำตอบ

The discussion went off the rails and turned into shouting.

So, I thought I'd share that little fun thing น้ำเสียง/เจตนา

8:05

ผมเลยคิดว่าจะแบ่งปันเกร็ดน่าสนใจเล็ก ๆ นี้

น้ำเสียง/เจตนา

I thought I'd share: การเกริ่นอย่างนุ่มนวล

“I thought I'd share” ใช้เกริ่นข้อมูล ประสบการณ์ หรือคำแนะนำที่ผู้พูดตัดสินใจจะบอกอย่างนุ่มนวล ทำให้สิ่งที่แบ่งปันดูไม่กดดัน แทนที่จะฟังเหมือนประกาศหรือคำสั่ง ในที่นี้ รูปอดีต “thought” สร้างระยะห่างอย่างสุภาพ โดยปกติไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเปลี่ยนใจแล้ว “I'd” หมายถึง “I would” ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานคือ I thought + I would + share

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกริ่นอย่างนุ่มนวลด้วยรูปย่อจากบทเรียน: I ____ this short guide in case it helps.

ดูคำตอบ

thought I'd share

that is more documented in the Vox Borders episode

8:07

ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่านี้ในตอน Vox Borders

that you can go watch on the Vox YouTube channel.

8:10

ที่คุณไปดูได้ทางช่อง YouTube ของ Vox

So, that's all I've got.

8:12

ผมมีเท่านี้ครับ

Um thank you all for being here

8:13

เอ่อ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันตรงนี้

and I think you should check out if you want to color your videos or your photos.

8:15

และถ้าคุณอยากแต่งสีวิดีโอหรือภาพถ่าย ผมคิดว่าคุณควรลองดู

I've LUTs and presets that uh you can use to color correct your stuff.

8:18

ผมมี LUT และพรีเซ็ตที่คุณใช้ปรับแก้สีงานของคุณได้

I also have a storytelling course on Bright Trip

8:23

ผมยังมีคอร์สการเล่าเรื่องใน Bright Trip

where I talk about my methodology for visual storytelling

8:25

ซึ่งผมพูดถึงวิธีการเล่าเรื่องด้วยภาพของผม

with Nathaniel Drew.

8:27

ร่วมกับ Nathaniel Drew

I think that's sort of it, all the plugs

8:28

ผมว่าน่าจะหมดแล้ว โฆษณาทั้งหมด

I should do at the end of these videos.

8:30

ที่ผมควรพูดตอนท้ายวิดีโอแบบนี้

But um yeah, lots more to come.

8:32

แต่เอ่อ ใช่ ยังมีอีกมากมายกำลังจะมา

We're working on lots of amazing videos and I'm really excited to share them.

8:33

เรากำลังทำวิดีโอยอดเยี่ยมอีกมาก และผมตื่นเต้นมากที่จะได้แบ่งปันให้ทุกคนดู

So, I'll see you in the next one.

8:38

แล้วเจอกันในคลิปหน้า

Bye, everyone.

8:39

บ๊ายบายทุกคน

Okay.

8:42

โอเค