เป๊ปป้ากับรีเบคก้าสร้างป้อมปราการลับ 🐷🏰 นิทานเป๊ปป้าพิก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
207 คำ 113 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปป้ากับรีเบกก้าสร้างป้อมหมอน แล้วเปลี่ยนพื้นที่สีต่าง ๆ ข้างในให้เป็นการผจญภัยในจินตนาการ ทั้งคู่หลงทางอยู่ภายใน และพบว่าความพยายามช่วยเหลือของคุณแม่พิกเกือบทำให้สิ่งปลูกสร้างเล็ก ๆ นี้พังลง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. pillow fort — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: เข้าใจว่าคำนี้ไม่ได้หมายถึงป้อมทางทหาร แต่เป็นพื้นที่เล่นชั่วคราวที่เด็ก ๆ สร้างจากหมอน เบาะ หรือผ้าห่ม บริบทนี้ช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าทำไมเด็กทั้งสองจึงตกแต่งด้านใน จินตนาการว่ามีหลายห้อง บอกว่าตนเอง “หลงทาง” และอธิบายว่าทางเดินแคบ ๆ ไม่ได้สร้างไว้สำหรับผู้ใหญ่ 2. Let's pretend — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: รู้จักสำนวนตายตัวที่เป็นมิตรสำหรับชวนอีกคนเข้าสู่สถานการณ์สมมติร่วมกัน เรียนรู้การตามด้วยความคิดที่สมบูรณ์เพื่อเสนอข้อตกลงของการเล่น เช่น สมมติว่าป้อมเล็ก ๆ กว้างใหญ่มาก หรือพื้นธรรมดาเด้งได้ นุ่มยวบ หรือเย็น สำนวนนี้จึงช่วยดำเนินการเล่นแบบร่วมมือไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ 3. has made me even more hungry. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้าง make + คน + คำคุณศัพท์ ซึ่งใช้บอกว่ากิจกรรมหรือเหตุการณ์ทำให้สภาวะของคนเปลี่ยนไป present perfect เชื่อมการเล่นสมมติที่ผ่านมาเข้ากับความหิวของเป๊ปป้าในตอนนี้ ส่วน even more แสดงว่าระดับเพิ่มขึ้น และสามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้กับสภาวะอย่างเหนื่อย มีความสุข หรือกังวลได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Peppa Pig Tales.

0:00

นิทานเปปป้าพิก

Peppa and Rebecca Rabbit are making a pillow fort today. วัฒนธรรม

0:04

เปปป้าและรีเบคก้า แรบบิท กำลังสร้างป้อมปราการหมอนในวันนี้

วัฒนธรรม

pillow fort: พื้นที่เล่นที่ทำจากของใช้เนื้อนุ่มในบ้าน

pillow fort คือพื้นที่เล่นชั่วคราวที่เด็ก ๆ สร้างจากหมอน เบาะ ผ้าห่ม หรือของใช้เนื้อนุ่มอื่น ๆ ในบ้าน คำว่า fort ในที่นี้ให้ภาพของสถานที่กำบังในจินตนาการ ไม่ใช่ป้อมทางทหารจริง ๆ เด็ก ๆ อาจจินตนาการว่าพื้นที่เล็ก ๆ นี้เป็นบ้าน ปราสาท หรือฐานลับ ดังนั้น การพูดว่าอยู่ข้างในหรือหลงทางอยู่ในนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นสมมติ ไม่ใช่เรื่องจริงตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

pillow fort ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ตู้สำหรับเก็บหมอน
  2. สิ่งก่อสร้างสำหรับป้องกันทางทหารที่ทหารใช้จริง
  3. พื้นที่เล่นชั่วคราวที่ทำจากหมอนและผ้าห่ม
ดูคำตอบ

พื้นที่เล่นชั่วคราวที่ทำจากหมอนและผ้าห่ม

Careful, don't fall on the fort. น้ำเสียง/เจตนา

0:08

ระวังนะ อย่าล้มทับป้อมปราการ

น้ำเสียง/เจตนา

Careful, don't fall: คำเตือนทันที

Careful! เป็นคำเตือนสั้น ๆ ที่หมายถึง ระวัง! เมื่ออันตรายหรือความผิดพลาดกำลังจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกความสนใจของผู้ฟังทันที ไม่ได้บอกว่าคนนั้นเป็นคนรอบคอบ Don't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่ต้องหลีกเลี่ยง ดังนั้น Careful, don't fall... จึงเริ่มจากการเตือนอย่างรวดเร็ว แล้วตามด้วยคำสั่งห้ามที่เจาะจง

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังจะเหยียบสีที่ยังเปียกอยู่ เติมคำเตือนหนึ่งคำจากรูปแบบที่เน้นไว้ให้สมบูรณ์: ____, don't step there.

ดูคำตอบ

Careful

Almost got it. วลี

0:11

เกือบได้แล้ว

วลี

Almost got it.: ใช้เมื่อใกล้จะทำสำเร็จ

Almost got it. เป็นวลีสั้น ๆ ในภาษาพูด ใช้บอกว่าความพยายามใกล้จะสำเร็จมากแล้ว โดยละประธานไว้เพราะมองเห็นการกระทำได้ชัดเจน ในสถานการณ์ที่กำลังลงมือทำแบบนี้ หมายถึง “เกือบทำได้แล้ว” หรือ “ใกล้เสร็จแล้ว” ไม่ได้หมายความว่างานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ความหมายของ got it เปลี่ยนไปตามบริบท หลังฟังคำอธิบาย Got it. อาจหมายถึง “เข้าใจแล้ว” แต่เมื่อกำลังจับหรือจัดวางสิ่งของ ก็อาจหมายถึงการควบคุมสิ่งนั้นได้หรือทำการกระทำนั้นสำเร็จ

แบบฝึกหัด

คนหนึ่งกำลังปรับขาตั้งกล้องและเหลืออีกเพียงขั้นตอนเล็ก ๆ ก็จะเสร็จ Almost got it. มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. คนคนนั้นใกล้จะปรับเสร็จแล้ว
  2. คนคนนั้นเข้าใจคำอธิบายก่อนหน้านี้
  3. คนคนนั้นยังไม่ได้เริ่มทำ
ดูคำตอบ

คนคนนั้นใกล้จะปรับเสร็จแล้ว

Woah.

0:14

ว้าว

Squeak.

0:16

จี๊ดๆ

We did it.

0:18

เราทำได้แล้ว

Now we need to decorate the inside. ไวยากรณ์

0:19

ทีนี้เราต้องตกแต่งข้างใน

ไวยากรณ์

need to decorate: need to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Need to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่ง ใน need to decorate คำว่า decorate ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน และวลีนี้ระบุว่าการตกแต่งคือขั้นตอนถัดไปที่จำเป็น โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงแผน งาน และขั้นตอนได้ เช่น need to clean, need to check และ need to wait

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย need to และ decorate: We ____ the room before the guests arrive.

ดูคำตอบ

need to decorate

Hmm.

0:26

อืม

Something else is missing. วลี

0:27

ยังขาดอะไรบางอย่างไป

วลี

Something else is missing: บอกว่ายังขาดอะไรอีกอย่างหนึ่ง

Something else หมายถึงสิ่งอื่นอีกหนึ่งอย่างที่ยังไม่ได้ระบุ นอกเหนือจากสิ่งที่ตรวจดูไปแล้ว ผู้พูดรู้ว่าสิ่งที่มีอยู่ยังไม่ครบ แต่อาจยังไม่รู้แน่ชัดว่าขาดอะไร ในที่นี้ is missing หมายถึง “ขาดไป ไม่ได้รวมไว้ หรือยังไม่พร้อม” ไม่ได้หมายถึงมีใคร “คิดถึง” บางสิ่ง ทั้งประโยคนี้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อตรวจของ รายการ หรืองานแล้วพบว่ายังมีบางอย่างไม่ครบ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังตรวจของสำหรับไปปิกนิก แล้วพบว่ายังมีของอีกหนึ่งอย่างที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรและยังไม่ได้ใส่กระเป๋า ควรพูดว่าอะไรจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Nothing else is missing.
  2. Something else is missing.
  3. I miss something else.
ดูคำตอบ

Something else is missing.

Oh, something to eat. ไวยากรณ์

0:31

อ้อ ของกินไง

ไวยากรณ์

something to eat: คำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะตามด้วย to-infinitive

ใน something to eat คำกริยารูป to-infinitive คือ to eat วางหลัง something เพื่อบอกว่าหมายถึงสิ่งของประเภทใด นั่นคือสิ่งที่กินได้หรืออาหาร ภาษาอังกฤษจะวางส่วนขยายนี้ไว้หลังคำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ รูปแบบคือ “คำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ + to-infinitive” เช่น something to drink หรือ nothing to wear ในที่นี้ to eat ขยาย something ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์แยกต่างหากที่หมายถึง “เพื่อที่จะกิน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย something ตามด้วยรูป to-infinitive ของ eat: I'm hungry. I need ____.

ดูคำตอบ

something to eat

Mummy.

0:35

แม่คะ

What a beautiful pillow fort. ไวยากรณ์

0:38

ช่างเป็นป้อมปราการหมอนที่สวยจริงๆ

ไวยากรณ์

What a beautiful pillow fort: ประโยคอุทาน What a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์

What ในที่นี้ใช้ขึ้นต้นประโยคอุทาน ไม่ได้ใช้ถามคำถาม ผู้พูดใช้ What a beautiful pillow fort เพื่อแสดงความชื่นชมป้อมหมอนหนึ่งหลังอย่างมาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์! โดยวาง a ไว้หน้าคำคุณศัพท์และคำนาม เช่น What a clever idea! รูปแบบนี้แสดงความชื่นชมได้มากกว่าการพูดเพียง The pillow fort is beautiful. เวลาเขียนมักใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ แต่จุดท้ายคำบรรยายนี้ไม่ได้ทำให้ What กลายเป็นคำแสดงคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอุทานด้วยรูปแบบ What a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์ โดยใช้ clever และ idea: ____!

ดูคำตอบ

What a clever idea

Can we have something to eat, please? น้ำเสียง/เจตนา

0:40

เราขอของกินหน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can we have ..., please?: การขออย่างสุภาพ

Can we have something to eat, please? เป็นคำขออย่างสุภาพที่ผู้พูดใช้ขอให้ตนเองและคนอื่นอย่างน้อยอีกหนึ่งคน ในที่นี้ have หมายถึงได้รับ ขอให้ผู้อื่นนำมาให้ หรือกินบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงครอบครองเพียงอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Can we have + สิ่งของหรือบริการ, please? โดย Can ใช้ถามว่าสามารถทำตามคำขอได้ไหม และ please ช่วยให้คำขอฟังนุ่มนวลขึ้น รูปแบบนี้พบได้บ่อยในครอบครัวและสถานการณ์บริการในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

ในร้านอาหาร ประโยคใดใช้ขอให้พนักงานนำน้ำสองแก้วมาให้กลุ่มของคุณอย่างสุภาพ

  1. Can we bring you two glasses of water, please?
  2. Do we have two glasses of water?
  3. Can we have two glasses of water, please?
ดูคำตอบ

Can we have two glasses of water, please?

Of course.

0:43

ได้แน่นอนจ้ะ

I'll be right back. วลี

0:44

เดี๋ยวแม่กลับมานะ

วลี

I'll be right back: บอกว่าจะกลับมาในไม่ช้า

I'll เป็นรูปย่อของ I will สำนวนตายตัว I'll be right back ใช้บอกอีกฝ่ายว่าผู้พูดจะไปเพียงชั่วครู่และคาดว่าจะกลับมาที่เดิมหรือกลับมาคุยต่อในไม่ช้า right ในที่นี้ช่วยเน้น back ให้มีความหมายว่า “ทันที” หรือ “ในไม่ช้า” ไม่ได้หมายถึงทิศขวาที่ตรงข้ามกับซ้าย ควรจำ be right back เป็นวลีเดียวที่นำไปใช้ได้ทันที

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อต้องไปเพียงชั่วครู่ให้สมบูรณ์: I'll ____.

ดูคำตอบ

be right back

Don't go anywhere. น้ำเสียง/เจตนา

0:46

อย่าไปไหนล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't go anywhere: บอกให้อีกฝ่ายอยู่กับที่

Don't go anywhere เป็นประโยคคำสั่งปฏิเสธที่ใช้โครงสร้าง don't + กริยารูปพื้นฐาน go ในประโยคปฏิเสธ anywhere หมายถึง “ไปยังสถานที่ใด ๆ” ดังนั้นคำสั่งนี้จึงบอกให้อีกฝ่ายไม่ออกจากจุดที่อยู่ในขณะนั้น ในการสื่อสารทั่วไป วลีนี้มักหมายถึง “อยู่ตรงนี้และรอ” โดยปกติจะใช้กับช่วงเวลาจำกัดในสถานการณ์เฉพาะหน้า ไม่ใช่การห้ามอีกฝ่ายออกไปไหนอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

คุณจะกลับมาในอีกหนึ่งนาทีและต้องการให้เพื่อนอยู่ตรงที่เดิม คำสั่งใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Don't go somewhere. I'll be back in a minute.
  2. Don't go everywhere. I'll be back in a minute.
  3. Don't go anywhere. I'll be back in a minute.
ดูคำตอบ

Don't go anywhere. I'll be back in a minute.

Let's pretend the pillow fort is really big inside. วลี

0:52

มาสมมติว่าข้างในป้อมปราการหมอนกว้างมากๆ กันเถอะ

วลี

Let's pretend + อนุประโยคที่สมบูรณ์

Let's เป็นรูปย่อของ let us ดังนั้น Let's pretend... จึงเป็นการชวนร่วมกัน ผู้พูดชวนคนอื่นให้จินตนาการว่าบางสิ่งเป็นจริง ในประโยคนี้ ทุกคนถูกชวนให้จินตนาการว่าข้างในป้อมหมอนใหญ่กว่าความเป็นจริงมาก หลัง Let's pretend สามารถตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ได้ทันที: Let's pretend + the pillow fort is really big inside ไม่ต้องเติม as หน้าอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมคำเชิญให้เล่นสมมตินี้ให้สมบูรณ์: ____ we're explorers in a hidden cave.

ดูคำตอบ

Let's pretend

Wow.

0:57

ว้าว

Catch, Peppa.

1:01

รับนะ เปปป้า

Let's pretend the floor is really bouncy,

1:05

มาสมมติว่าพื้นมันเด้งดึ๋งมากๆ

like a trampoline. ไวยากรณ์

1:08

เหมือนแทรมโพลีนเลย

ไวยากรณ์

like a trampoline: การเปรียบเทียบด้วย like + คำนาม

ใน like a trampoline คำว่า like หมายถึง «คล้ายกับ» ผู้พูดเปรียบเทียบพื้นที่เด้งกับแทรมโพลีน เพื่อให้ผู้ฟังนึกภาพความรู้สึกของพื้นได้ ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทและตามด้วยนามวลี a trampoline ไม่ได้หมายถึง «ชอบ» อย่างใน I like trampolines

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like เพื่อเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง?

  1. I would like a new mirror.
  2. The frozen pond shines like a mirror.
  3. I like the mirror in the hallway.
ดูคำตอบ

The frozen pond shines like a mirror.

It's so bouncy.

1:14

มันเด้งดีจัง

Oh, no.

1:20

โอ้ ไม่นะ

The ball bounced over there.

1:24

ลูกบอลเด้งไปทางนั้นแล้ว

Let's bounce after it.

1:27

กระเด้งตามไปกันเถอะ

This floor is green,

1:31

พื้นตรงนี้เป็นสีเขียว

so let's pretend it's squishy. ไวยากรณ์

1:33

งั้นมาสมมติว่ามันเละๆ แฉะๆ กัน

ไวยากรณ์

so let's pretend...: จากข้อสังเกตสู่การตัดสินใจในจินตนาการ

ตรงนี้ so เชื่อมข้อสังเกต This floor is green เข้ากับการตัดสินใจต่อมา คือ let's pretend it's squishy โดยมีความหมายว่า “ดังนั้น” หรือ “เพราะอย่างนั้น” และแสดงว่าแนวคิดหนึ่งนำไปสู่อีกแนวคิดหนึ่งในเกมอย่างไร สีไม่ได้ทำให้พื้นนุ่มจริง ๆ ผู้พูดเพียงใช้ข้อสังเกตนี้เป็นเหตุผลในการสร้างกติกาสมมติ รูปแบบ สถานการณ์ + so + ข้อเสนอหรือผลลัพธ์ ช่วยเรียบเรียงความสัมพันธ์แบบเหตุและผลง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so เชื่อมสถานการณ์กับการตัดสินใจที่เกิดจากสถานการณ์นั้น?

  1. Is it raining, or shall we play inside?
  2. It is so rainy today.
  3. It is raining, so let's play inside.
ดูคำตอบ

It is raining, so let's play inside.

Ew.

1:38

ยึ๋ย

But the ball isn't here.

1:41

แต่ลูกบอลไม่ได้อยู่ที่นี่

Maybe over there.

1:43

อาจจะอยู่ตรงนั้น

This room is blue,

1:47

ห้องนี้เป็นสีฟ้า

so let's pretend it's cold.

1:50

งั้นมาสมมติว่ามันหนาวกันเถอะ

There's the ball.

1:57

ลูกบอลอยู่นั่นไง

Hooray.

2:00

เย้

Let's get out of here. กริยาวลี

2:02

ออกไปจากที่นี่กันเถอะ

กริยาวลี

get out of here: ออกจากสถานที่ที่อยู่ในขณะนั้น

Get out of + สถานที่ หมายถึงออกจากหรือไปจากสถานที่นั้น ใน Let's get out of here คำว่า here หมายถึงสถานที่ที่อยู่ในขณะนั้น ส่วน let's ทำให้ประโยคนี้เป็นข้อเสนอให้ผู้พูดกับคนอื่น ๆ ออกไปด้วยกัน วลีนี้กล่าวถึงการเคลื่อนที่จริงในประโยคนี้ Get เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั้งหมด ไม่ได้มีความหมายพื้นฐานทั่วไปว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา”

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ get out of here เพื่อเสนอให้ทุกคนออกจากสถานที่จริง ๆ ไปด้วยกัน?

  1. Please come in and take a seat.
  2. The room is filling with smoke. Let's get out of here.
  3. I won the lottery. Get out of here!
ดูคำตอบ

The room is filling with smoke. Let's get out of here.

Um,

2:06

เอิ่ม

which way did we come in? ไวยากรณ์

2:08

เราเข้ามาทางไหนกันนะ?

ไวยากรณ์

which way did we come in? — การถามเส้นทางที่เข้ามา

which way ใช้ถามทิศทางหรือเส้นทาง ไม่ได้ใช้ถามวิธีการทำบางสิ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังพยายามนึกว่าพวกเขาเข้ามาในสถานที่นั้นทางไหน did we come in เป็นโครงสร้างคำถามในอดีต คือ did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน เพราะ did เป็นตัวแสดงอดีต come จึงยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้นำไปใช้เมื่อต้องการนึกว่าเราเข้ามาจากทางไหน

แบบฝึกหัด

คุณต้องการถามว่ากลุ่มใช้เส้นทางใดเพื่อเข้าไปในสถานที่นั้น ประโยคใดถูกต้อง

  1. Which way did we came in?
  2. Which way did we come in?
  3. Which way we did come in?
ดูคำตอบ

Which way did we come in?

Peppa, where are you?

2:12

เปปป้า ลูกอยู่ไหนจ๊ะ?

We're lost in the pillow fort. วลี

2:15

เราหลงทางอยู่ในป้อมปราการหมอนค่ะ

วลี

lost in the pillow fort. — be lost in + สถานที่

Be lost in + สถานที่ หมายถึง คนคนหนึ่งไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนหรือจะหาทางออกจากสถานที่นั้นได้อย่างไร ในประโยคนี้ We're ทำหน้าที่เป็น be, lost บอกสภาพปัจจุบันของกลุ่ม และ in the pillow fort ระบุสถานที่ Pillow fort คือพื้นที่เล่นที่ทำจากหมอนและผ้าห่ม ฉากนี้เป็นเรื่องสมมติและสนุกสนาน แต่ lost ยังคงหมายถึงพวกเขาหาทางผ่านข้างในไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าป้อมหมอนหายไป

แบบฝึกหัด

ใช้ be lost in + สถานที่ เติมประโยคให้สมบูรณ์: We are ____ the maze

ดูคำตอบ

lost in

I'll come get you. วลี

2:18

เดี๋ยวแม่จะเข้าไปรับนะ

วลี

come get you: ไปหาและรับใครสักคน

ในประโยคนี้ come get you หมายถึง “ไปยังที่ที่อีกฝ่ายอยู่แล้วพาออกมาจากที่นั่น” มักใช้เมื่อต้องการไปรับหรือช่วยให้อีกฝ่ายออกมาได้ get you ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เข้าใจคุณ” come get ใช้โครงสร้างไม่เป็นทางการ come + กริยารูปพื้นฐาน และในที่นี้มีความหมายเท่ากับ come and get ในบทสนทนา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษแบบอเมริกาเหนือ บางครั้งจะละ and หลัง come หรือ go เช่น come see และ go ask

แบบฝึกหัด

ใน “I'll come get you” คำว่า come get you ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ไปยังที่ที่คุณอยู่แล้วพาคุณไปด้วย
  2. รออยู่ที่นี่จนกว่าคุณจะมาถึง
  3. เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร
ดูคำตอบ

ไปยังที่ที่คุณอยู่แล้วพาคุณไปด้วย

No, Mummy.

2:19

ไม่ค่ะแม่

The fort isn't built for grownups. ไวยากรณ์

2:21

ป้อมปราการไม่ได้สร้างไว้สำหรับผู้ใหญ่นะคะ

ไวยากรณ์

isn't built for grownups: ผู้ใช้หรือจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้

be built for + บุคคลหรือจุดประสงค์ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งได้รับการออกแบบหรือเหมาะสำหรับใครหรือการใช้งานอะไร รูปปฏิเสธ isn't built for grownups หมายความว่าขนาดหรือรูปทรงของป้อมไม่เหมาะกับผู้ใหญ่ built for ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงการออกแบบทางวิศวกรรมอย่างเป็นทางการ ในภาษาพูดทั่วไปอาจหมายถึงเพียง “สร้างโดยคำนึงถึงผู้ใช้หรือการใช้งานนี้” หรือ “เหมาะกับสิ่งนั้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ be built for ที่หมายถึง “ออกแบบมาสำหรับ”: This game ____ young players.

ดูคำตอบ

is built for

Oh.

2:25

โอ๊ะ

I can fit through anything. วลี

2:25

แม่ลอดผ่านได้ทุกที่แหละจ้ะ

วลี

fit through anything: สามารถลอดผ่านอะไรก็ได้

fit through + ช่องเปิด ทางผ่าน หรือพื้นที่ทางกายภาพอื่น ๆ หมายถึง คนหรือสิ่งของมีขนาดเล็กหรือแคบพอที่จะผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งได้ ในประโยคนี้ fit พูดถึงขนาดที่ทำให้เคลื่อนที่ผ่านได้ ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าที่ใส่พอดี anything เพิ่มความหมายแบบพูดเกินจริงและมั่นใจ หมายถึงแม้แต่ช่องที่เล็กมากหรือผ่านได้ยากก็ยังผ่านได้ ประโยคนี้ทำให้ผู้พูดดูเหมือนสามารถลอดผ่านพื้นที่แทบทุกแบบได้

แบบฝึกหัด

ใช้ fit through เติมประโยคให้สมบูรณ์: The small suitcase can ____ the train doorway

ดูคำตอบ

fit through

Mummy Pig is stuck.

2:30

แม่หมูติดซะแล้ว

Oh.

2:32

โอ๊ะ

Mummy, your wiggles are breaking the fort. การใช้คำ

2:36

แม่คะ แม่ขยับตัวจนป้อมปราการพังหมดแล้ว

การใช้คำ

wiggles: การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ของร่างกาย

wiggles เป็นคำนามพหูพจน์ของ wiggle หมายถึงการขยับตัวเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ โดยร่างกายหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเคลื่อนไปมาจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง your wiggles หมายถึงการขยับตัวที่ Mummy กำลังทำอยู่ ในประโยคที่ฟังดูสนุกและเหมาะกับบริบทสำหรับเด็กนี้ ผู้พูดมองว่าการขยับตัวเหล่านั้นเป็นสิ่งที่กำลังทำให้ป้อมพัง wiggles หมายถึงการเคลื่อนไหว ไม่ใช่สิ่งของ สัตว์ หรือแมลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ wiggles เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของร่างกายที่เกิดซ้ำ ๆ

  1. Wiggles is the puppy's name.
  2. The puppy's wiggles made its tail hit the chair.
  3. The puppy wiggles its tail when it hears music.
ดูคำตอบ

The puppy's wiggles made its tail hit the chair.

Sorry.

2:41

ขอโทษจ้ะ

Phew.

2:47

เฮ้อ

All that pretending

2:49

การเล่นสมมติทั้งหมดนั่น

has made me even more hungry. ไวยากรณ์

2:51

ทำให้ฉันหิวมากกว่าเดิมอีก

ไวยากรณ์

has made me even more hungry: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ในโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิดสภาพหนึ่ง” ไม่ใช่ “สร้าง” ในที่นี้ me เป็นกรรม และ even more hungry บอกสภาพที่เกิดจากการเล่นสมมติทั้งหมดนั้น Has made เชื่อมกิจกรรมก่อนหน้ากับผลที่ยังรู้สึกอยู่ตอนนี้ ส่วน even more แสดงว่าผู้พูดหิวอยู่แล้วและตอนนี้หิวมากขึ้นอีก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลจากการเดินเป็นเวลานาน

  1. The long walk has made tired me.
  2. The long walk has made me tired.
  3. The long walk has made me to be tired.
ดูคำตอบ

The long walk has made me tired.

Good thing I brought you some food. โน้ต

2:54

ดีนะที่แม่เอาอาหารมาให้พวกหนู

วลี

Good thing + อนุประโยค: บอกว่าโชคดีที่เกิดบางอย่างขึ้น

เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยค Good thing + ประธาน + กริยา หมายถึง “โชคดีที่...” หรือ “ดีนะที่...” สำนวนนี้ใช้เกริ่นถึงข้อเท็จจริงที่ช่วยป้องกันปัญหาหรือทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ในที่นี้ข้อเท็จจริงที่น่ายินดีคือการนำอาหารมา นี่เป็นรูปย่อที่ใช้ในบทสนทนาของ It's a good thing (that) ... โดย thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาพูดสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “โชคดีที่”: ____ I saved a copy, or we would have lost the file.

ดูคำตอบ

Good thing

ไวยากรณ์

brought you some food: bring + ผู้รับ + สิ่งของ

Bring สามารถตามด้วยกรรมสองตัวในโครงสร้าง bring + ผู้รับ + สิ่งของ ใน brought you some food คำว่า you คือผู้รับ และ some food คือสิ่งที่นำมา นอกจากนี้ยังพูดว่า brought some food to you ได้ด้วย Brought เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ bring หมายถึงผู้พูดนำอาหารมาถึงผู้รับหรือจุดหมาย ไม่ได้บอกว่าอาหารนั้นถูกซื้อมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ bring และวางผู้รับไว้หน้าสิ่งของ: Maya was sick, so I ____ some soup.

ดูคำตอบ

brought her

Now, we just need to find it under these pillows.

2:57

ทีนี้ เราแค่ต้องหามันให้เจอใต้หมอนพวกนี้