สาวน้อยพิซซ่า | ตอนเต็ม | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
774 คำ 161 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีและเด็ก ๆ เล่นสมมติว่าบริหารร้านพิซซ่า พร้อมเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ราคาแพงกับรถส่งพิซซ่าคันเก่าที่ควรซ่อมไว้ใช้ต่อ เพราะยังมีประโยชน์และเต็มไปด้วยความทรงจำ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Would you like to order a pizza? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่คือรูปแบบคำถามสุภาพในงานบริการ ใช้เสนอความช่วยเหลือหรือถามว่าลูกค้าต้องการสั่งอะไร ไม่ใช่เพียงถามความชอบตามตัวอักษร จึงนำไปใช้รับคำสั่งซื้อ การจอง หรือคำขอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. opens the boot. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า boot ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียหมายถึงพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ทำให้เข้าใจว่าส่วนควบคุมด้วยเท้าเปิดอะไร และช่วยแยกแยะคำศัพท์เกี่ยวกับรถยนต์ที่ต่างกันตามภูมิภาค 3. I'll be back in a jiffy. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้ว่า in a jiffy เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้บอกว่าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว เหมาะกับบทสนทนาสบาย ๆ เมื่อต้องออกไปเพียงครู่เดียวหรือทำงานบางอย่างให้เสร็จในเวลาไม่นาน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Ready.

0:27

พร้อมนะ

Okay.

0:28

โอเค

Bup bup bup.

0:29

บิ๊บ บิ๊บ บิ๊บ

Ring ring.

0:30

กริ๊ง กริ๊ง

Ring ring.

0:31

กริ๊ง กริ๊ง

Bup.

0:32

บิ๊บ

Hello.

0:33

สวัสดีค่ะ

Pizza shop.

0:34

ร้านพิซซ่าค่ะ

Would you like to order a pizza? น้ำเสียง/เจตนา

0:35

คุณต้องการสั่งพิซซ่าไหมคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like to order a pizza?: คำถามบริการอย่างสุภาพเพื่อเริ่มรับคำสั่งซื้อ

ในที่นี้ Would you like to order a pizza? เป็นการถามลูกค้าอย่างสุภาพว่าต้องการเริ่มสั่งอาหารตอนนี้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าโดยทั่วไปแล้วลูกค้าชอบพิซซ่าหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ซึ่งใช้เสนอการกระทำที่อีกฝ่ายเลือกได้และให้ผู้ฟังเป็นผู้ตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์บริการ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า Would you like to order a pizza?

  1. ถามอย่างสุภาพว่าลูกค้าต้องการสั่งตอนนี้หรือไม่
  2. ถามว่าโดยทั่วไปแล้วลูกค้าชอบพิซซ่าหรือไม่
  3. บอกลูกค้าว่าจำเป็นต้องสั่งอาหาร
ดูคำตอบ

ถามอย่างสุภาพว่าลูกค้าต้องการสั่งตอนนี้หรือไม่

Yes, please.

0:37

ใช่ค่ะ รบกวนด้วย

I want one supreme with no mushrooms. วลี

0:38

ฉันขอหน้าซูพรีมหนึ่งถาด ไม่ใส่เห็ด

วลี

one supreme with no mushrooms: สินค้าและส่วนผสมที่ไม่ต้องการ

ในคำสั่งซื้อนี้ one บอกจำนวน และ supreme เป็นชื่อรูปแบบหนึ่งของพิซซ่า คำว่า pizza ถูกละไว้เพราะในบริบทการสั่งนั้นรู้อยู่แล้วว่าสินค้าคือพิซซ่า With no mushrooms เพิ่มคำขอปรับแต่งว่าไม่ต้องใส่เห็ด ลำดับที่นำไปใช้ต่อได้คือ จำนวน + สินค้า + with no + ส่วนผสมที่ไม่ต้องการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการสั่งแซนด์วิชไก่หนึ่งชิ้นแบบไม่ใส่หัวหอมอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. One chicken sandwich has no onions, please.
  2. One chicken sandwich with no onions, please.
  3. One chicken sandwich with onions, please.
ดูคำตอบ

One chicken sandwich with no onions, please.

Do you want garlic bread?

0:40

รับขนมปังกระเทียมด้วยไหมคะ

Yeah, I want garlic bread.

0:42

ใช่ ฉันเอาขนมปังกระเทียม

You got it. น้ำเสียง/เจตนา

0:43

จัดไปค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

You got it. สำหรับตอบรับคำขอ

ในคำตอบนี้ “You got it.” หมายถึง “เข้าใจแล้ว และจะทำตามที่ขอ” เป็นคำตอบสั้น ๆ สำหรับรับคำขอหรือยืนยันรายการสั่งซื้อ ในบริบทอื่น คำเหล่านี้อาจมีความหมายตามตัวอักษรได้ แต่ got ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตอบรับในการสนทนา ไม่ได้หมายความว่ามีใครได้รับสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดว่า “Please send me the updated schedule.” คำตอบใดแสดงอย่างชัดเจนว่าคุณเข้าใจและจะทำตาม?

  1. You found it.
  2. You kept it.
  3. You got it.
ดูคำตอบ

You got it.

It will be there soon. วลี

0:44

เดี๋ยวจะไปส่งให้นะคะ

วลี

It will be there soon.: การส่งไปยังตำแหน่งของผู้ฟัง

ในคำบอกว่าจะจัดส่งนี้ it หมายถึงสิ่งของหรือรายการสั่งซื้อที่กำลังส่ง ส่วน there หมายถึงตำแหน่งของผู้ฟังหรือจุดส่งที่ตกลงกันไว้ ประโยคนี้บอกว่าคาดว่าสิ่งของจะไปถึงสถานที่นั้นในอีกไม่นาน there ไม่จำเป็นต้องอ้างถึงสถานที่ที่ระบุไว้ก่อนหน้า ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจสถานที่นั้นได้จากสถานการณ์การจัดส่ง ส่วน soon เป็นเวลาโดยประมาณ ประโยคนี้จึงไม่ได้รับประกันเวลาถึงที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

พนักงานส่งของโทรหาลูกค้าขณะอยู่ระหว่างทาง ประโยคใดบอกลูกค้าว่าพัสดุจะไปถึงตำแหน่งของลูกค้าในอีกไม่นาน?

  1. It will be here soon.
  2. It will be there soon.
  3. It was there yesterday.
ดูคำตอบ

It will be there soon.

Do you need my address?

0:46

คุณต้องการที่อยู่ฉันไหม

No, I can see you.

0:47

ไม่ค่ะ ฉันเห็นคุณอยู่

Bye.

0:49

บาย

One supreme pizza, please, pizza girl.

0:50

ขอพิซซ่าซูพรีมหนึ่งถาดจ้ะ สาวส่งพิซซ่า

No mushrooms.

0:53

ไม่ใส่เห็ดนะ

Okay.

0:54

โอเค

I'll do the garlic bread. การใช้คำ

0:55

ฉันจะทำขนมปังกระเทียมนะ

การใช้คำ

I'll do the garlic bread:do ใช้เพื่อรับผิดชอบงาน

ในประโยค “I'll do the garlic bread” do หมายถึง รับผิดชอบเตรียมหรือจัดการเมนูนี้ ไม่ได้ระบุการกระทำที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว ผู้พูดกำลังรับงานส่วนนี้ไปทำเอง เมื่อขั้นตอนที่แน่นอนเข้าใจได้จากสถานการณ์ do จะใช้พูดรวม ๆ ถึงงานนั้นได้ ใจความของ I'll do... คือ “ส่วนนี้ฉันรับผิดชอบเอง” โดยไม่ได้บอกว่าต้องทำ อบ หรือจัดเสิร์ฟอย่างใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังแบ่งงานเตรียมปิกนิก ประโยคใดใช้ do เพื่อรับผิดชอบงานโดยไม่ระบุการกระทำที่แน่นอน

  1. I'll carry the shopping if you pack the sandwiches.
  2. I'll order the shopping if you pack the sandwiches.
  3. I'll do the shopping if you pack the sandwiches.
ดูคำตอบ

I'll do the shopping if you pack the sandwiches.

Can we pretend we're sisters and our ไวยากรณ์

0:56

เรามาแกล้งทำเป็นว่าเราเป็นพี่น้องกันแล้ว

Mum owns the pizza shop.

0:59

แม่ของเราเป็นเจ้าของร้านพิซซ่าดีไหม

ไวยากรณ์

pretend we're sisters:pretend ตามด้วยประโยคย่อยที่ละ that

ใน “pretend we're sisters” pretend นำเข้าสู่สถานการณ์สมมติ ส่วน we're sisters เป็นประโยคย่อยที่สมบูรณ์ มีประธานและกริยาของตัวเอง ประโยคย่อยนี้บอกว่าพวกเธอกำลังสมมติว่ามีความสัมพันธ์แบบใด หลัง pretend สามารถใช้ that นำหน้าประโยคย่อยได้ แต่ในที่นี้ละไว้: pretend (that) we're sisters โครงสร้างนี้ใช้ในการเล่นบทบาทสมมติหรือพูดถึงสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pretend ได้ถูกต้อง โดยตามด้วยประโยคย่อยที่สมบูรณ์โดยตรงเพื่อกำหนดบทบาทสมมติ

  1. Let's imagine we're explorers on a secret island.
  2. Let's pretend we're explorers on a secret island.
  3. Let's pretend to be explorers on a secret island.
ดูคำตอบ

Let's pretend we're explorers on a secret island.

Oh yeah.

1:00

โอ้ ได้สิ

And we're going to run it for her, การใช้คำ

1:01

แล้วเราก็มาดูแลร้านแทนแม่

so she can go on holiday. วลี

1:03

แม่จะได้ไปเที่ยวพักร้อน

การใช้คำ

run it for her: บริหารร้านแทนเธอ

ในที่นี้ run หมายถึง “บริหารหรือดำเนินกิจการ” ไม่ได้หมายถึงวิ่ง it หมายถึงร้านพิซซ่า และ for her แสดงว่าพวกเขาจะรับผิดชอบแทนเธอ เมื่อ run มีร้านค้า ธุรกิจ หรือองค์กรเป็นกรรม คำนี้หมายถึงการรับผิดชอบการดำเนินงานและการตัดสินใจในแต่ละวัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ run it for her หมายความว่าอย่างไร

  1. วิ่งไปที่ร้านพิซซ่าแทนเธอ
  2. บริหารร้านพิซซ่าแทนเธอ
  3. เป็นเจ้าของร้านพิซซ่าตามกฎหมาย
ดูคำตอบ

บริหารร้านพิซซ่าแทนเธอ

วลี

go on holiday: ไปเที่ยวพักผ่อนในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช go on holiday หมายถึงการออกจากกิจวัตรประจำวันเพื่อพักผ่อนหรือเดินทางช่วงหนึ่ง holiday ในที่นี้หมายถึงวันหยุดพักผ่อน ไม่ใช่วันหยุดราชการหรือเทศกาลทางศาสนา on เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัวนี้ เช่นเดียวกับใน go on a trip

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ทั่วไปและหมายถึง “ไปเที่ยวพักผ่อน”: We're going ____ in July.

ดูคำตอบ

on holiday

Yeah, to Italy.

1:04

ใช่ ไปอิตาลี

Garlic bread's finished.

1:12

ขนมปังกระเทียมเสร็จแล้ว

Great.

1:13

เยี่ยมเลย

Don't forget the free drink. น้ำเสียง/เจตนา

1:14

อย่าลืมน้ำดื่มฟรีด้วยล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't forget... สำหรับการเตือนสั้น ๆ

Don't forget + คำนาม ใช้เตือนอีกฝ่ายว่าอย่าลืมหรือตกหล่นสิ่งของบางอย่าง ในประโยคนี้เครื่องดื่มฟรีเป็นส่วนที่ต้องให้ไปด้วย ผู้พูดจึงเพียงเตือนสั้น ๆ ไม่ได้ตำหนิใคร เมื่อต้องการเตือนเกี่ยวกับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ให้ใช้ Don't forget to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น Don't forget to call me.

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: ____ to bring your ID tomorrow.

ดูคำตอบ

Don't forget

Thanks pizza sister.

1:17

ขอบใจจ้ะน้องสาวพิซซ่า

See you soon.

1:18

เดี๋ยวเจอกันนะ

Here you go. วลี

1:26

นี่ค่ะ

วลี

Here you go. เมื่อยื่นของให้ผู้อื่น

Here you go. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขณะยื่นหรือส่งของให้ใคร ในฉากนี้มีความหมายว่า “นี่ของคุณ” หรือ “นี่คือของที่คุณต้องการ” ให้จำทั้งวลีเป็นหน่วยเดียวในการพูด คำว่า go ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้อีกฝ่ายเดินจากไป

แบบฝึกหัด

คุณกำลังยื่นใบเสร็จให้ลูกค้า เติมด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: ____.

ดูคำตอบ

Here you go

Oh, nice one. น้ำเสียง/เจตนา

1:27

โอ้ น่ากินจัง

น้ำเสียง/เจตนา

“nice one” ในฐานะคำชมแบบไม่เป็นทางการ

“Nice one” เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ทำได้ดี” “ดีมาก” หรือ “เยี่ยมเลย” ในประโยคนี้ one กล่าวรวม ๆ ถึงการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ผู้พูดชื่นชม ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่งและไม่จำเป็นต้องแทนสิ่งของชิ้นใดโดยเฉพาะ เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ วลีนี้แสดงการชื่นชมอย่างเป็นกันเองหลังจากใครบางคนทำบางอย่างสำเร็จหรือได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยคำชมแบบไม่เป็นทางการสองคำในภาษาอังกฤษแบบบริติชจากบทเรียนนี้ เพื่อนของคุณซ่อมชั้นวางที่หลวมได้แล้ว “____! That fixed it.”

ดูคำตอบ

Nice one

No mushrooms?

1:28

ไม่ใส่เห็ดใช่ไหม

No mushrooms.

1:29

ไม่ใส่เห็ดค่ะ

Great.

1:30

เยี่ยมเลย

No, no.

1:31

ไม่ ไม่

You can't have the box.

1:31

คุณเอากล่องไปไม่ได้นะ

It's our only one.

1:32

เรามีแค่กล่องเดียว

Right.

1:34

จริงด้วย

So, what do I do? น้ำเสียง/เจตนา

1:34

แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ “So, what do I do?” เพื่อถามขั้นตอนถัดไป

So ที่ต้นคำถามนี้เชื่อมกลับไปยังสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบายและช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อไป ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “เมื่อเป็นอย่างนั้น แล้ว...” ไม่ได้ใช้แสดงความสัมพันธ์แบบเหตุและผลอย่างเคร่งครัดเพียงอย่างเดียว “What do I do?” ถามว่าผู้พูดควรทำอะไรตอนนี้หรือในขั้นตอนถัดไป คำถามทั้งประโยคเป็นการขอคำแนะนำโดยตรง เมื่อข้อมูลใหม่ กฎ หรือปัญหาทำให้ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

แบบฝึกหัด

เจ้าหน้าที่เพิ่งบอกคุณว่าขั้นตอนตามปกติเปลี่ยนไป “So, what do I do?” สื่อความหมายอะไร?

  1. ประโยคนี้เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องและถามถึงอดีต
  2. ประโยคนี้เชื่อมกับข้อมูลใหม่และถามว่าขั้นตอนต่อไปคืออะไร
  3. ประโยคนี้บอกว่าคุณทำทุกขั้นตอนเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เชื่อมกับข้อมูลใหม่และถามว่าขั้นตอนต่อไปคืออะไร

Just take the pizza.

1:36

ก็แค่หยิบแต่พิซซ่าไปสิ

Oh, okay.

1:37

อ๋อ โอเค

Thanks.

1:40

ขอบใจ

Bye.

1:40

บาย

Oh, man.

1:41

โธ่เอ๊ย

I'm back. pizza sister.

1:44

ฉันกลับมาแล้ว น้องสาวพิซซ่า

Oh, not again. น้ำเสียง/เจตนา

1:46

โอ้ ไม่เอาอีกแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, not again. เมื่อปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำ

Oh, not again. เป็นคำตอบสนองแบบตายตัวเมื่อรู้ว่าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เดิมเกิดขึ้นอีกครั้งหรือกำลังจะเกิดขึ้นอีก Oh แสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นทันที ส่วน not again แสดงความหงุดหงิด ความเหนื่อยหน่าย หรือการบ่นเล็กน้อย ควรเข้าใจทั้งประโยคว่า “เรื่องน่ารำคาญนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว” ไม่ใช่แปลตรงตัวว่า “ไม่อีกต่อไป”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not again ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Oh, not again! Thank you for helping me.
  2. Oh, not again! I finally won the prize I wanted.
  3. Oh, not again! The printer is jammed for the third time.
ดูคำตอบ

Oh, not again! The printer is jammed for the third time.

Oh, I can fix it.

1:47

อ๋อ หนูซ่อมได้

Mum, can we get a new car?

1:49

แม่คะ เราซื้อรถคันใหม่ได้ไหมคะ

Aw, but you've had Pedley since you were two. ไวยากรณ์

1:51

โธ่ แต่ลูกมีเจ้าเพดลีย์มาตั้งแต่สองขวบแล้วนะ

ไวยากรณ์

you've had ... since ... สำหรับสภาวะที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

you've had เป็นรูปย่อของ you have had ซึ่งเป็น present perfect ของ have ในที่นี้หมายความว่าการเป็นเจ้าของเริ่มขึ้นตอนผู้ฟังอายุสองขวบและยังคงดำเนินต่อมาถึงตอนนี้ since ใช้บอกจุดเริ่มต้น โครงสร้างนี้ใช้ have/has + past participle ในประโยคหลัก แล้วตามด้วย since + เวลาในอดีตหรืออนุประโยคที่ใช้รูปอดีต จึงเชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตเข้ากับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ have โดย Mia ยังเป็นเจ้าของจักรยานอยู่: Mia ____ the bike since she was six.

ดูคำตอบ

has had

But the wheel keeps falling off. ไวยากรณ์

1:54

แต่ล้อมันหลุดอยู่เรื่อยเลย

ไวยากรณ์

keeps falling off: ใช้ keep + -ing เพื่อบอกปัญหาที่เกิดซ้ำ

ใน keeps falling off โครงสร้าง keep + คำกริยาเติม -ing หมายถึงการกระทำหรือปัญหาเดิมที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ล้อหลุดครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้หมายถึงว่าล้อกำลังตกอยู่ต่อเนื่องในการตกเพียงครั้งเดียว Fall off หมายถึงหลุดออกจากตำแหน่งที่เคยติดหรือวางอยู่ เมื่อประธานเป็นเอกพจน์อย่าง the wheel คำว่า keep จะเปลี่ยนเป็น keeps

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปสามคำของ keep + -ing กับ fall off เพื่อบอกปัญหาที่เกิดซ้ำ: This wheel ____ whenever I move the cart.

ดูคำตอบ

keeps falling off

I know,

1:56

แม่รู้จ้ะ

but there's just a lot of stories in that car. สำนวน

1:57

แต่รถคันนั้นมันมีเรื่องราวความทรงจำมากมายเลยนะ

สำนวน

stories in that car: ความทรงจำที่อยู่ในสิ่งของ

ในประโยคนี้ stories หมายถึงประสบการณ์และความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับรถ ไม่ใช่เรื่องที่เขียนไว้หรือหนังสือที่อยู่ในรถจริง ๆ รถถูกเปรียบเหมือนภาชนะที่เก็บสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นรอบตัวมัน อุปมานี้ทำให้รถเก่ามีคุณค่าทางความรู้สึก การเก็บรถไว้อาจให้ความรู้สึกเหมือนเก็บส่วนหนึ่งของอดีตที่มีร่วมกัน แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของหรือสถานที่ที่มีความหมายได้ เมื่อบริบทแสดงความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในอดีตอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

นักดนตรีคนหนึ่งพูดว่า "There are a lot of stories in this old guitar." คำว่า stories น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. ความสามารถของกีตาร์ที่จะพูดได้โดยไม่มีคน
  2. เรื่องที่พิมพ์ไว้และเก็บอยู่ข้างในกีตาร์
  3. ความทรงจำและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกีตาร์
ดูคำตอบ

ความทรงจำและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกีตาร์

How can a car have stories?

2:00

รถจะมีเรื่องราวได้ยังไงคะ

Well,

2:02

ก็...

Fixed.

2:03

ซ่อมเสร็จแล้ว

Ah, there you go.

2:04

อ้า เรียบร้อย

See?

2:05

เห็นไหม

Good as new. สำนวน

2:06

เหมือนใหม่เลย

สำนวน

Good as new: บอกว่าสิ่งของได้รับการฟื้นฟูจนเหมือนใหม่

“Good as new” เป็นรูปย่อของ “as good as new” หมายถึงสิ่งของได้รับการซ่อม ทำความสะอาด หรือฟื้นฟูอย่างดี จนตอนนี้ดูหรือใช้งานได้เกือบเหมือนของใหม่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เดี่ยว ๆ เพื่อประเมินในทางบวกอย่างสั้น ๆ โดยเข้าใจประธานและคำกริยาที่ละไว้ได้จากสถานการณ์ ความหมายเต็มคือ “It is as good as new.” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นกลายเป็นของใหม่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีย่อสามคำจากบทเรียนนี้: “I fixed the loose wheel.” “____!”

ดูคำตอบ

Good as new

Is my car scratched?

2:09

รถฉันเป็นรอยไหมเนี่ย

This episode of Bluey is called Pizza Girls.

2:11

บลูอี้ตอน... สาวส่งพิซซ่า

What is this, Muffin?

2:15

นี่คืออะไรน่ะ มัฟฟิน

It's an electric car.

2:16

รถพลังงานไฟฟ้าค่ะ

My dad bought a new car and this came with it. กริยาวลี

2:18

พ่อหนูซื้อรถใหม่คันนี้ก็เลยแถมมาด้วย

กริยาวลี

came with it: บอกว่ามีบางอย่างรวมมาให้ด้วย

ใน “this came with it” คำว่า “this” หมายถึงของชิ้นเพิ่มเติม ส่วน “it” หมายถึงของหลักที่ซื้อ ซึ่งก็คือรถใหม่ “Came with” หมายความว่าของเพิ่มเติมชิ้นนั้นให้มาพร้อมกับรถ ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่จริง โครงสร้างเดียวกันใช้ได้สองทิศทาง: “The laptop came with a charger” ใช้สินค้าหลักเป็นประธาน ส่วน “This charger came with the laptop” ใช้ของที่รวมมาให้เป็นประธาน ใช้ “came” สำหรับการซื้อในอดีต และใช้ “comes” สำหรับสินค้าหรือข้อเสนอในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ให้มาพร้อมกับแท็บเล็ต”: I bought the tablet yesterday, and the stylus ____.

ดูคำตอบ

came with it

It drives without pedals.

2:21

มันขับได้โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งเลยนะ

Yes, and it's very expensive, Muffin,

2:24

ใช่แล้ว และมันก็แพงมากด้วย มัฟฟิน

so be careful with it. วลี

2:26

เพราะงั้นต้องระวังหน่อยนะ

วลี

be careful with it: ใช้สิ่งของอย่างระมัดระวัง

Be careful with + กรรม ใช้บอกให้ใครสักคนจับหรือใช้สิ่งของอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เสียหาย ในประโยคนี้ it หมายถึงรถไฟฟ้าราคาแพงคันนั้น With ใช้ระบุสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง ใช้ with + กรรม เมื่อต้องการบอกให้ชัดว่าคำเตือนนั้นเกี่ยวกับอะไร

แบบฝึกหัด

คุณส่งกล้องที่ยืมมาให้เพื่อนและไม่อยากให้เพื่อนทำกล้องเสียหาย คำเตือนใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Be careful of the camera.
  2. Be careful for the camera.
  3. Be careful with the camera.
ดูคำตอบ

Be careful with the camera.

Can we play pizza girls in it?

2:27

เราเล่นเป็นสาวส่งพิซซ่าในนี้ได้ไหม

Okay.

2:29

โอเค

All right.

2:30

ตกลง

Okay.

2:32

โอเค

We're all sisters who run the pizza shop.

2:33

เราทุกคนเป็นพี่น้องกันที่ดูแลร้านพิซซ่านะ

Got it.

2:35

เข้าใจแล้ว

Hmm, there's no roof to stick the pizza sign on. ไวยากรณ์

2:36

อืม ไม่มีหลังคาให้แปะป้ายพิซซ่าเลย

ไวยากรณ์

there's no roof to stick the pizza sign on: ไม่มีหลังคาให้ติดป้าย

รูปแบบ there's no + คำนาม + to + คำกริยา ใช้บอกว่าไม่มีสิ่งของหรือสถานที่ที่จำเป็นสำหรับการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ no roof หมายถึงไม่มีพื้นผิวสำหรับติดป้ายร้านพิซซ่า On ที่ท้ายประโยคมาจากโครงสร้าง stick A on B: stick the pizza sign on the roof ใน a roof to stick the pizza sign on คำว่า roof คือสถานที่ที่ส่วน to ขยายความ ดังนั้น on จึงอยู่ท้ายประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าไม่มีผนังสำหรับแขวนรูปภาพ

  1. There's no wall to hang the picture on.
  2. There's no picture to hang on the wall.
  3. There's no wall where the picture is hanging.
ดูคำตอบ

There's no wall to hang the picture on.

It's a convertible. การใช้คำ

2:40

มันเป็นรถเปิดประทุนน่ะ

การใช้คำ

convertible: รถเปิดประทุนที่พับหลังคาได้

ในบริบทเกี่ยวกับยานพาหนะ convertible เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงรถยนต์ซึ่งพับหรือถอดหลังคาออกได้ ส่วน a แสดงว่ากำลังพูดถึงรถประเภทนี้หนึ่งคัน ในประโยคนี้ การบอกประเภทรถช่วยอธิบายว่าทำไมรถจึงไม่มีหลังคาแบบติดตายตัว นอกบริบทเรื่องรถ convertible ยังเป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ซึ่งเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นได้” แต่ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ในความหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย convertible และคำนำหน้านามที่จำเป็น: We rented ____ for our coastal drive.

ดูคำตอบ

a convertible

Okay, well,

2:41

โอเค งั้น

I guess we don't need to use it. น้ำเสียง/เจตนา

2:42

ฉันว่าเราคงไม่ต้องใช้มันหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

I guess we...: ยอมรับข้อสรุปแบบยังไม่แน่ใจ

เมื่อ I guess อยู่ต้นอนุประโยค จะช่วยลดความแน่นอนของข้อสรุปที่ตามมา I guess we... แสดงว่าผู้พูดกำลังเสนอความคิดเห็นของตน ไม่ได้กล่าวอย่างหนักแน่นเต็มที่ ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับด้วยความลังเลหรือไม่ค่อยเต็มใจว่า พวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องใช้มัน I guess อาจสื่อถึงความไม่แน่ใจ การยอมจำนนต่อสถานการณ์ หรือความไม่เต็มใจเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้พูดยอมรับการเปลี่ยนแผนแบบยังมีความลังเล?

  1. I guess we'll take the later train instead.
  2. We'll definitely take the later train instead.
  3. We're not allowed to take the earlier train.
ดูคำตอบ

I guess we'll take the later train instead.

Hello.

2:45

สวัสดี

Customers.

2:46

ลูกค้ามาแล้ว

And you just do this with your foot.

2:47

แล้วนายก็แค่ใช้เท้าทำแบบนี้

And that opens the boot. การใช้คำ

2:49

แล้วท้ายรถก็จะเปิดออก

การใช้คำ

opens the boot: ภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับช่องเก็บสัมภาระท้ายรถ

ในบริบทเกี่ยวกับรถยนต์นี้ boot ในภาษาอังกฤษแบบบริติชหมายถึงช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ opens the boot จึงหมายถึงทำให้ช่องเก็บสัมภาระนั้นเปิดออก โดย boot ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “รองเท้าบู๊ต”

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช opens the boot หมายถึงอะไรเมื่อใช้บรรยายรถยนต์?

  1. เปิดรองเท้าบู๊ต
  2. เปิดช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ
  3. เปิดห้องเครื่องยนต์ของรถ
ดูคำตอบ

เปิดช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ

Oh, cool.

2:51

โอ้ เจ๋งไปเลย

Customers.

2:51

ลูกค้ามาแล้ว

The phone's not working.

2:53

โทรศัพท์เสียอะ

I'll just ask them.

2:54

ฉันจะไปถามพวกเขาก็แล้วกัน

Hey Muffin, no.

2:56

เดี๋ยว มัฟฟิน ไม่นะ

We meant to do it over the phone. วลี

2:57

เราตั้งใจจะรับออเดอร์ทางโทรศัพท์สิ

วลี

meant to do ... over the phone: แผนก่อนหน้าและช่องทางโทรศัพท์

meant to do เป็นรูปอดีตของ mean to do ใน We meant to do หมายถึงก่อนหน้านี้เราตั้งใจจะทำบางอย่าง และมักสื่อเป็นนัยว่าแผนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นตามที่ตั้งใจไว้ ส่วน We were meant to do ต่างออกไป โดยหมายถึงมีการคาดหมายหรือกำหนดไว้ว่าเราต้องทำ over the phone หมายถึงใช้โทรศัพท์เป็นช่องทางการสื่อสาร ไม่ได้หมายถึงอยู่เหนือโทรศัพท์ เมื่อรวมเป็น meant to do it over the phone จะหมายความว่าการใช้โทรศัพท์เป็นวิธีที่ตั้งใจไว้แต่แรกเพื่อทำเรื่องนั้นให้เสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ mean to และวลี over the phone: We ____ make the booking ____.

ดูคำตอบ

meant to · over the phone

They want a supreme.

3:00

พวกเขาเอาหน้าซูพรีม

Okay, one supreme, thanks, pizza sisters.

3:02

โอเค ซูพรีมหนึ่งถาด ขอบใจนะน้องสาวพิซซ่า

Our mum started this pizza shop.

3:05

แม่ของเราเป็นคนเริ่มทำร้านพิซซ่านี้

She worked really hard,

3:07

แม่ทำงานหนักมากเลย

so we're trying to give her a holiday. วลี

3:09

เราเลยพยายามจะให้แม่ได้ไปพักร้อน

วลี

trying to give her a holiday: จัดช่วงพักให้ใครสักคน

try to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงพยายามทำบางอย่าง แต่ไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จเสมอไป ในที่นี้ we're trying to... แสดงว่าเป้าหมายคือช่วยให้เธอได้หยุดพัก ใน give her a holiday คำว่า her คือผู้ที่ได้รับประโยชน์ และ a holiday คือสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นได้ พวกเขาไม่ได้ยื่นสิ่งของให้เธอ แต่กำลังจัดเวลาให้เธอได้พัก give ใช้แบบนี้กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ด้วย เช่น give someone time หรือ give someone a chance

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ 'we're trying to give her a holiday' หมายความว่าอย่างไร

  1. เรากำลังขอให้เธอทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์
  2. เรากำลังพยายามจัดเวลาหยุดให้เธอ
  3. เรากำลังยื่นสิ่งของที่เรียกว่า holiday ให้เธอ
ดูคำตอบ

เรากำลังพยายามจัดเวลาหยุดให้เธอ

Wow, we're going to deliver pizzas fast now.

3:11

ว้าว ทีนี้เราก็จะส่งพิซซ่าได้เร็วแล้ว

Stop.

3:15

หยุดนะ

I'm just putting the pizza in.

3:15

ฉันแค่จะเอาพิซซ่าไปวางเอง

You can't bring mud in the new car.

3:17

เธอเอาโคลนเข้ามาในรถคันใหม่ไม่ได้นะ

What?

3:20

อะไรนะ

Why?

3:20

ทำไมล่ะ

Because it's very expensive.

3:21

เพราะมันแพงมากไง

Oh, okay.

3:24

อ๋อ โอเค

Well, what do we do?

3:25

งั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ

We have to play something else.

3:26

เราต้องไปเล่นอย่างอื่นแทน

Aw.

3:28

โธ่

What else do you play in it?

3:29

ปกติเธอเล่นอะไรในนี้ล่ะ

I usually just drive around.

3:31

ปกติฉันก็แค่ขับรถเล่นไปรอบๆ

Okay, let's do that.

3:33

โอเค งั้นเอาแบบนั้นละกัน

Wash your feet.

3:35

ล้างเท้าของเธอด้วยนะ

Sorry.

3:37

ขอโทษที

No mud in the car. น้ำเสียง/เจตนา

3:37

ห้ามมีโคลนในรถเด็ดขาด

น้ำเสียง/เจตนา

No mud in the car: กฎสั้น ๆ ด้วย No + คำนาม + สถานที่

No + คำนาม + สถานที่ เป็นวิธีสั้น ๆ ในการบอกว่าสิ่งที่กล่าวถึงไม่ได้รับอนุญาตในสถานที่นั้น No mud in the car หมายถึงห้ามนำโคลนเข้าไปหรือทิ้งโคลนไว้ในรถ นี่เป็นกฎแบบย่อที่ไม่มีประธานหรือคำกริยา คำที่ละไว้เข้าใจได้จากสถานการณ์ รูปแบบนี้จึงเป็นธรรมชาติบนป้ายและในการเตือนสั้น ๆ ด้วยคำพูด

แบบฝึกหัด

ใช้ No + คำนาม + สถานที่ เพื่อบอกว่าห้ามนำอาหารเข้าไปในห้องสมุด: ____ in the library.

ดูคำตอบ

No food

We're ready, Muffin,

3:39

เราพร้อมแล้วมัฟฟิน

but just don't drive too--

3:40

แต่อย่าขับเร็วเกิน--

Hey, hey, you're getting fingerprints all over it. วลี

4:02

เฮ้ๆ นายทำรอยนิ้วมือเปื้อนไปหมดแล้ว

วลี

getting fingerprints all over it: รอยที่เปื้อนไปทั่วพื้นผิว

ในประโยคนี้ you're getting fingerprints all over it หมายถึงการสัมผัสรถกำลังทำให้มีรอยนิ้วมืออยู่หลายจุดทั่วพื้นผิว get บอกว่าผู้พูดกำลังก่อให้เกิดผลนั้น ส่วน all over it บอกการกระจายในเชิงพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงการทำบางอย่างเสร็จแล้ว รูปแบบ get + สารหรือรอย + all over + สถานที่ ใช้บอกว่าสารหรือรอยกระจายหรือเปื้อนอยู่หลายจุด โดยมักเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อบอกว่าการสัมผัสหน้าจอทำให้เกิดรอยทั่วพื้นผิว: You're getting fingerprints ____ the screen.

ดูคำตอบ

all over

Do you like it, Trix?

4:05

ชอบไหม Trix?

Uh, I miss the old one. การใช้คำ

4:06

เอ่อ ฉันคิดถึงคันเก่าอะ

การใช้คำ

I miss the old one: miss ที่หมายถึงรู้สึกคิดถึงสิ่งที่ไม่อยู่แล้ว

ในที่นี้ miss หมายถึงการรู้สึกถึงการไม่มีอยู่ของสิ่งที่คุ้นเคย และอยากให้สิ่งนั้นยังคงอยู่ ผู้พูดรู้สึกเช่นนี้กับรถคันก่อน ไม่ใช่ความหมายของ miss ที่บอกว่ามาไม่ทันหรือขึ้นพาหนะไม่ทัน ใน the old one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้ car ที่เข้าใจกันแล้วจากบริบท วลีนี้จึงหมายถึงรถคันเก่าโดยไม่ต้องพูด car ซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ miss ในความหมายทางอารมณ์เหมือนกับ I miss the old one.?

  1. She misses the target with every shot.
  2. She misses her old school.
  3. She misses the train every morning.
ดูคำตอบ

She misses her old school.

We brought the kids home from hospital in it, you know? วลี

4:08

เราพาลูกๆ กลับจากโรงพยาบาลด้วยคันนั้นเลยนะ นายรู้ไหม

วลี

bring the kids home from hospital: พาเด็ก ๆ กลับบ้านจากโรงพยาบาล

We brought the kids home ใช้โครงสร้าง bring + คน + home เพื่อบอกว่าผู้พูดพาเด็ก ๆ ไปที่บ้านของพวกเขา ในที่นี้ home เป็นคำบอกทิศทาง จึงไม่ใช้ to ข้างหน้า ต้องพูดว่า bring the kids home ไม่ใช่ bring the kids to home From hospital บอกจุดเริ่มต้น ในภาษาอังกฤษแบบบริติช hospital สามารถไม่ใช้ the ได้เมื่อหมายถึงการอยู่ที่นั่นเพื่อรับการดูแล ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการพาเด็ก ๆ กลับบ้านหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งในประโยคนี้คือหลังคลอด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นธรรมชาติสำหรับการบอกว่าคุณพาทารกกลับบ้านหลังออกจากโรงพยาบาล

  1. We brought the baby home from hospital.
  2. We brought the baby to home from hospital.
  3. We brought the baby from home to hospital.
ดูคำตอบ

We brought the baby home from hospital.

That was fun.

4:12

นั่นสนุกดีนะ

Can I have a turn? วลี

4:14

ขอฉันลองขับบ้างได้ไหม

วลี

Can I have a turn?: การขอให้ถึงรอบของตัวเอง

Can I have a turn? ใช้ขอโอกาสหนึ่งครั้งเพื่อใช้ เล่น หรือทำสิ่งที่หลายคนต้องผลัดกันทำ ในที่นี้ a turn หมายถึงรอบหรือโอกาสที่เป็นของคนหนึ่งคน ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง โครงสร้าง have a turn มองว่าโอกาสนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับ ใช้คำถามนี้เมื่ออยากร่วมทำต่อจากคนอื่น

แบบฝึกหัด

คุณกำลังรอใช้กล้องโทรทรรศน์ของเพื่อน เติมคำขอแบบตายตัวเพื่อขอโอกาสหนึ่งครั้ง: Can I ____?

ดูคำตอบ

have a turn

Okay.

4:15

โอเค

All right, here we go. วลี

4:16

เอาล่ะ ไปกันเลย

วลี

Here we go: สัญญาณว่าบางอย่างกำลังจะเริ่ม

ในประโยคนี้ Here we go เป็นคำพูดส่งสัญญาณว่าการกระทำบางอย่างกำลังจะเริ่ม หมายถึง “เริ่มกันเลย” ใช้ได้ก่อนเริ่มเคลื่อนที่ ลองทำบางอย่าง เริ่มการแสดง หรือเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป here ตรงนี้ไม่ได้ชี้สถานที่ วลีทั้งวลีใช้บอกให้ผู้พูดและผู้ฟังเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

รถไฟเหาะกำลังจะเคลื่อนตัว คุณพูดประโยคใดเพื่อส่งสัญญาณว่าเริ่มได้แล้ว?

  1. Here we go!
  2. Here you go!
  3. There you are!
ดูคำตอบ

Here we go!

Huh?

4:19

หืม

What's going on? น้ำเสียง/เจตนา

4:19

เกิดอะไรขึ้นน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

What's going on?: ถามถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

What's going on? ใช้ถามว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น โดยปกติเป็นเพราะมีบางอย่างดูผิดปกติ สับสน หรือไม่เป็นไปตามคาด ในประโยคนี้ ผู้พูดสังเกตว่าการกระทำที่คาดไว้ไม่เกิดขึ้น จึงถามหาคำอธิบาย ตรงนี้ go on หมายถึง “เกิดขึ้น” คำถามนี้ไม่ได้ถามว่าใครกำลังไปที่ไหน หรืออะไรยังดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

จู่ ๆ ไฟก็ดับทั้งหมด คำถามใดใช้ถามถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Where are you going?
  2. When does it start?
  3. What's going on?
ดูคำตอบ

What's going on?

Oh, it's out of battery. วลี

4:20

โอ้ แบตหมดแล้ว

วลี

it's out of battery: พลังงานในแบตเตอรี่หมดแล้ว

ในประโยคนี้ it's out of battery หมายความว่าอุปกรณ์ใช้พลังงานที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่จนหมด จึงไม่สามารถทำงานได้ out of ในที่นี้หมายถึงทรัพยากรบางอย่างไม่เหลือแล้ว ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่อยู่ข้างนอกอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ไม่ได้ใส่แบตเตอรี่

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ It's out of battery หมายความว่าอะไรในบริบทนี้

  1. แบตเตอรี่อยู่ข้างนอกอุปกรณ์
  2. อุปกรณ์ไม่ได้ใส่แบตเตอรี่
  3. พลังงานในแบตเตอรี่หมดแล้ว
ดูคำตอบ

พลังงานในแบตเตอรี่หมดแล้ว

Aw.

4:22

โธ่

We have to charge it.

4:23

เราต้องชาร์จแบตมันก่อน

Dad.

4:25

พ่อคะ

Okay, battery's charging, kids.

4:27

โอเค แบตกำลังชาร์จแล้วเด็กๆ

How long does it take to charge? ไวยากรณ์

4:29

ต้องใช้เวลาชาร์จนานแค่ไหนคะ

ไวยากรณ์

How long does it take to...?: ถามระยะเวลาที่ต้องใช้

How long does it take to charge? ใช้ถามว่าการชาร์จบางอย่างต้องใช้เวลานานเท่าไร รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ How long does it take to + คำกริยารูปพื้นฐาน? ในรูปแบบนี้ take หมายถึงต้องใช้เวลา ส่วน it อยู่ในตำแหน่งประธาน และการกระทำจริงจะอยู่หลัง to เปลี่ยน charge เป็นคำกริยารูปพื้นฐานคำอื่นเพื่อถามระยะเวลาของการกระทำอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย: How long ____ to download the update?

ดูคำตอบ

does it take

This long.

4:32

ยาวเท่านี้

Oh.

4:33

โอ้

What shall we play while we wait? ไวยากรณ์

4:34

เราจะเล่นอะไรดีระหว่างที่รอเนี่ย

ไวยากรณ์

while we wait: อนุประโยคบอกเวลาสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกัน

while we wait เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ขึ้นต้นด้วยคำเชื่อม while มีความหมายว่า “ระหว่างที่พวกเรารอ” และทำหน้าที่บอกกรอบเวลาของ play คือการรอยังคงดำเนินอยู่พร้อมกับที่ทำกิจกรรมอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ while ตามด้วยประธานและคำกริยา we wait โครงสร้างนี้ย้ายไปไว้ต้นประโยคได้ด้วย: While we wait, let's play a game. อย่าเข้าใจ while ตรงนี้ว่าเป็นคำนามใน for a while ที่แปลว่า “สักพัก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ while ตามด้วย we และ wait: Let's play cards ____.

ดูคำตอบ

while we wait

I guess we can go back to Pizza Girls.

4:37

ฉันว่าเรากลับไปเล่นสาวส่งพิซซ่าเหมือนเดิมเถอะ

Yeah.

4:40

เอาสิ

So, that's one supreme pizza with extra pineapple. ลำดับความ

4:41

งั้นเอาพิซซ่าซูพรีมเพิ่มสับปะรดนะ

ลำดับความ

So, that's one...: การทวนและยืนยันคำสั่งซื้อ

ในบทสนทนาการให้บริการนี้ So แสดงว่าผู้พูดกำลังรวบรวมข้อมูลที่อีกฝ่ายเพิ่งบอก ไม่ได้ใช้เพื่อแสดงผลลัพธ์ that's one supreme pizza ระบุจำนวนและสินค้า ส่วน with extra pineapple เพิ่มรายละเอียดที่ลูกค้าขอให้ปรับ เมื่อรวมกัน ทั้งประโยคทำหน้าที่ทวนคำสั่งซื้อเพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบได้ รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ So, that's + จำนวน + สินค้า + with + รายละเอียดที่ขอ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในบทสนทนาการให้บริการ?

  1. กำลังอธิบายว่าทำไมจึงใช้สับปะรด
  2. กำลังเปรียบเทียบพิซซ่าหนึ่งถาดกับอีกถาด
  3. กำลังทวนคำสั่งซื้อเพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบรายละเอียด
ดูคำตอบ

กำลังทวนคำสั่งซื้อเพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบรายละเอียด

Yep, but no mushrooms.

4:45

ได้เลย แต่ไม่ใส่เห็ดนะ

You hear me? น้ำเสียง/เจตนา

4:47

ได้ยินไหมเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

You hear me? ในฐานะคำเตือนที่แข็งกร้าว

ในที่นี้ You hear me? ไม่ได้ถามว่าเสียงส่งไปถึงผู้ฟังหรือไม่ แต่เป็นการบังคับให้อีกฝ่ายเข้าใจและทำตามคำสั่งที่เพิ่งพูดไป รูปแบบสั้นนี้ไม่มีกริยาช่วย do จึงฟังตรงและเป็นภาษาพูดมากเป็นพิเศษ น้ำหนักของคำเตือนมาจากบริบทและวิธีพูด โดยใจความจริง ๆ คือ “เอาเรื่องนี้ให้จริงจังแล้วทำตามที่ฉันบอก”

แบบฝึกหัด

เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าต้องการตรวจสอบว่าเสียงของผู้โทรใช้งานได้หรือไม่ You hear me? เป็นคำถามที่เป็นกลางและเหมาะสมหรือไม่

  1. เหมาะ เพราะเป็นการตรวจสอบเสียงอย่างเป็นกลาง
  2. ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังเป็นการเผชิญหน้า
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังเป็นการเผชิญหน้า

Got it.

4:48

เข้าใจแล้วน่า

If you put mushrooms on it, I'm going to... น้ำเสียง/เจตนา

4:49

ถ้าเธอใส่เห็ดลงไปล่ะก็ ฉันจะ...

น้ำเสียง/เจตนา

If you put mushrooms on it, I'm going to...: คำขู่ที่พูดไม่จบ

อนุประโยค if บอกเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดผลบางอย่าง ส่วน I'm going to... เริ่มบอกผลที่จะตามมา ผู้พูดจงใจหยุดก่อนระบุว่าจะทำอะไร ประโยคจึงไม่สมบูรณ์ทางไวยากรณ์ แต่เจตนาในการสื่อสารยังชัดเจน ผู้ฟังถูกชวนให้จินตนาการถึงผลที่ไม่น่าพอใจ การไม่พูดผลนั้นออกมาสามารถทำให้คำเตือนรุนแรงขึ้น หรือทำให้ดูเกินจริงและตลกได้ ช่วงหยุดหรือจุดไข่ปล่าจึงถ่ายทอดความหมายส่วนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในเรื่องหนึ่ง มีคนพูดว่า “If you touch my bike again, I'm going to...” แล้วจงใจหยุด ประโยคที่พูดไม่จบนี้มักสื่ออะไร

  1. ผู้พูดกำลังอนุญาตอย่างสุภาพให้แตะจักรยานได้
  2. ปล่อยให้ผู้ฟังจินตนาการถึงผลที่ไม่น่าพอใจเอง
  3. ผู้พูดกำลังถามว่าคำว่า bike หมายความว่าอะไร
ดูคำตอบ

ปล่อยให้ผู้ฟังจินตนาการถึงผลที่ไม่น่าพอใจเอง

Okay, bye.

4:51

โอเค บาย

Let's put mushrooms on it.

4:52

มาใส่เห็ดลงไปกันเถอะ

Yeah.

4:54

เอาเลย

Bluey, who can I be?

4:55

บลูอี้ หนูเป็นใครดีล่ะ

Well, I need to fix my delivery car.

4:57

เอ่อ ฉันต้องซ่อมรถส่งของก่อนน่ะ

You can be the mechanic.

5:00

งั้นเธอเป็นช่างซ่อมรถสิ

Okay.

5:01

โอเค

Ready.

5:09

พร้อมนะ

Ow.

5:10

โอ๊ย

Here's your pizza.

5:11

พิซซ่ามาส่งแล้วค่ะ

Oh, great.

5:12

โอ้ เยี่ยมเลย

Here's your money.

5:13

นี่เงินค่าพิซซ่า

Oh, extra pineapple.

5:15

โอ้ เพิ่มสับปะรดด้วย

Hey, hang on. น้ำเสียง/เจตนา

5:16

เฮ้ เดี๋ยวก่อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

hang on: ขอให้อีกฝ่ายหยุดเมื่อสังเกตเห็นปัญหา

ในที่นี้ hang on หมายถึง “รอสักครู่” ผู้พูดเพิ่งสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงใช้คำนี้ขัดจังหวะและขอให้อีกฝ่ายหยุดก่อน ให้เข้าใจ hang on เป็นวลีพูดหนึ่งวลี ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงการห้อยอยู่หรือเกาะบางสิ่งตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนให้สมบูรณ์ คุณสังเกตเห็นข้อผิดพลาดและพูดแทรกว่า “____, this total can't be right.”

ดูคำตอบ

Hang on

What are these?

5:17

พวกนี้คืออะไรน่ะ

Enjoy the mushrooms. น้ำเสียง/เจตนา

5:18

ทานเห็ดให้อร่อยนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Enjoy the mushrooms: คำเยาะเย้ยเชิงประชดที่ฟังดูสุภาพ

รูปแบบ Enjoy + คำนาม โดยปกติใช้แสดงความปรารถนาดีให้อีกฝ่ายเพลิดเพลินกับบางสิ่ง แต่ในที่นี้ผู้พูดรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการเห็ดและจงใจใส่เห็ดลงไป ดังนั้น Enjoy the mushrooms จึงไม่ใช่คำพูดที่จริงใจ แต่เป็นคำเยาะเย้ยปิดท้ายการแกล้ง ถ้อยคำที่ดูสุภาพอาจกลายเป็นการประชดได้เมื่อขัดกับการกระทำของผู้พูดและความต้องการที่ทราบอยู่แล้วของผู้ฟัง ให้เปรียบเทียบคำอวยพรตามตัวอักษรกับบริบทและน้ำเสียงเพื่อเข้าใจเจตนาที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “No onions, please.” แต่มีคนจงใจใส่หัวหอมแล้วพูดว่า “Enjoy the onions.” ผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. ถามว่าเพื่อนต้องการหัวหอมเพิ่มหรือไม่
  2. เยาะเย้ยเพื่อนด้วยคำอวยพรที่ฟังดูสุภาพ
  3. แนะนำอาหารที่เพื่อนชอบอย่างจริงใจ
ดูคำตอบ

เยาะเย้ยเพื่อนด้วยคำอวยพรที่ฟังดูสุภาพ

What?

5:20

อะไรนะ

Oh, you little grrr.

5:21

โอ้ เจ้าน่ารัก กรร

Okay, thanks.

5:27

โอเค ขอบใจจ้ะ

Bye.

5:28

บาย

Goodness me, the customers have ordered 10 pizzas. น้ำเสียง/เจตนา

5:29

พระเจ้าช่วย ลูกค้าสั่งพิซซ่า 10 ถาดแหนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Goodness me: คำอุทานแสดงความประหลาดใจอย่างสุภาพ

Goodness me เป็นคำอุทานที่แสดงความประหลาดใจอย่างสุภาพ ในที่นี้ผู้พูดตกใจกับคำสั่งซื้อพิซซ่าสิบถาดซึ่งมากเกินคาด ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นปฏิกิริยาเดียว คล้ายกับคำว่า “ตายจริง!” ในการใช้นี้ goodness ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงความดีทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

Goodness me ในประโยคนี้แสดงความหมายใด

  1. ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำสั่งซื้อจำนวนมาก
  2. ผู้พูดปฏิเสธที่จะทำพิซซ่า
  3. ผู้พูดกำลังชมว่าลูกค้ามีน้ำใจ
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำสั่งซื้อจำนวนมาก

10?

5:33

10 ถาดเลยเหรอ

They said they're having a pizza party

5:34

พวกเขาบอกว่าจะจัดปาร์ตี้พิซซ่า

and we should take our time. สำนวน

5:36

เราไม่ต้องรีบทำก็ได้นะ

สำนวน

should take our time: ไม่จำเป็นต้องรีบ

Take our time หมายถึงทำบางอย่างโดยไม่รีบร้อน ใน should take our time คำว่า should แสดงว่านี่เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล เพราะไม่มีความจำเป็นต้องรีบ โครงสร้างคือ take + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + time คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับผู้ทำ เช่น I take my time, you take your time และ we take our time

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take one's time: We have all afternoon to pack, so we can ____.

ดูคำตอบ

take our time

Okay, I'll get started. กริยาวลี

5:37

โอเค ฉันจะเริ่มล่ะนะ

กริยาวลี

I'll get started: จากความพร้อมไปสู่การลงมือทำ

'I'll get started' หมายถึง 'ฉันจะเริ่มตอนนี้' get started เน้นการเปลี่ยนจากภาวะที่พร้อมหรือกำลังรอไปสู่การลงมือทำงานจริง ในประโยคนี้ทุกคนเข้าใจอยู่แล้วว่าจะทำอะไร จึงใช้วลีนี้เดี่ยว ๆ ได้ หากต้องการระบุงาน ให้ใช้ get started on + คำนาม เช่น get started on the report และยังใช้ get started + กริยา -ing ได้ เช่น get started making dinner

แบบฝึกหัด

ใช้ get started เติมประโยคให้สมบูรณ์: Everyone is ready, so let's ____.

ดูคำตอบ

get started

How's the car, Mechanic?

5:40

รถเป็นยังไงบ้าง Mechanic?

I put this one on, กริยาวลี

5:41

หนูขอใส่ชิ้นนี้เข้าไปนะ

which makes it go extra fast. ไวยากรณ์

5:42

ซึ่งจะทำให้รถวิ่งได้เร็วสุดๆ ไปเลย

กริยาวลี

put this one on: ติดตั้งชิ้นส่วน

ในประโยคนี้ put this one on หมายถึง 'ติดตั้งชิ้นส่วนนี้' this one หมายถึงชิ้นส่วนที่มองเห็นอยู่หรือระบุไว้แล้ว ส่วน on แสดงว่าชิ้นส่วนนั้นถูกวางหรือติดเข้ากับของเล่น put on ไม่ได้หมายถึง 'สวมเสื้อผ้า' เสมอไป ความหมายขึ้นอยู่กับกรรมและสถานการณ์ หากกรรมเป็นเสื้อผ้าจะหมายถึงการสวมใส่ แต่หากเป็นฝาครอบ ล้อ หรือชิ้นส่วนอื่น ก็อาจหมายถึงการวางหรือติดตั้งสิ่งนั้น เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ลำดับคำที่เป็นธรรมชาติคือ put it on ไม่ใช่ put on it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put ... on ในความหมายว่า 'ติดหรือติดตั้งชิ้นส่วน'?

  1. She put the toy car in the cupboard.
  2. She put the new wheel on the toy car.
  3. She put a warm coat on before leaving.
ดูคำตอบ

She put the new wheel on the toy car.

ไวยากรณ์

which makes it go extra fast: อธิบายผลด้วย which และ make

which หลังเครื่องหมายจุลภาคย้อนกลับไปแทนเหตุการณ์ทั้งหมดที่ว่า “ใส่ชิ้นนี้เข้าไป” ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนนั้นเพียงอย่างเดียว อนุประโยคนี้บอกผลของการกระทำว่า สิ่งที่กำลังพูดถึงจึงวิ่งเร็วเป็นพิเศษ ใน makes it go คำว่า make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย it เป็นกรรม และ go ไม่ต้องมี to นำหน้า โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งทำให้เกิดผลอะไร

แบบฝึกหัด

เลือกอนุประโยคบอกผลที่เติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง: We painted the walls white, ...

  1. which makes the room feel brighter
  2. which makes the room to feel brighter
  3. which the room makes feel brighter
ดูคำตอบ

which makes the room feel brighter

Oh, wow.

5:45

โอ้ ว้าว

You're a good mechanic.

5:46

เธอเป็นช่างซ่อมที่เก่งมาก

Thanks.

5:47

ขอบคุณค่ะ

All right.

5:48

เอาล่ะ

I'll make the garlic breads

5:48

ฉันจะทำขนมปังกระเทียมนะ

Hey girls, the battery's charged.

5:50

เฮ้สาวๆ แบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว

You can ride the car again.

5:52

พวกหนูกลับมาขับรถได้แล้วนะ

Oh.

5:54

โอ้

Thanks.

5:55

ขอบคุณค่ะ

It's your turn to have the drive, Bluey. วลี

5:56

ตาเธอขับแล้วนะบลูอี้

วลี

It's your turn to...: บอกว่าใครเป็นคนถัดไป

It's your turn to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกใครบางคนว่า ต่อไปเป็นลำดับของคนนั้นที่จะทำกิจกรรม ในที่นี้ turn หมายถึงรอบหรือโอกาสของแต่ละคน ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทาง ผู้ที่ได้ทำต่อจะแสดงด้วยรูปแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น your turn, my turn หรือ Leo's turn ส่วนการกระทำจะอยู่หลัง to เช่น It's your turn to choose ในประโยคนี้ have the drive หมายถึงได้รอบเป็นคนขับ

แบบฝึกหัด

Leo เพิ่งทอยลูกเต๋า และคนต่อไปคือ Maya เติมสำนวนเป้าหมายที่ใช้บอกลำดับ: It's ____ roll the dice, Maya.

ดูคำตอบ

your turn to

Um, yeah.

5:59

อืม ใช่

It is.

6:00

ตาฉันแล้ว

And you just keep the keys in your pocket.

6:02

แล้วนายก็แค่เก็บกุญแจไว้ในกระเป๋า

You don't even need to...

6:04

นายไม่ต้องทำอะไรเลย...

Stripe! No more about your car, mate. น้ำเสียง/เจตนา

6:05

Stripe! ไม่ต้องพูดเรื่องรถของนายแล้ว เพื่อน

น้ำเสียง/เจตนา

No more about your car, mate: การจบหัวข้ออย่างตรงไปตรงมา

“No more about your car” เป็นคำสั่งแบบละคำ มีความหมายว่า “หยุดพูดเรื่องรถของคุณได้แล้ว” โครงสร้าง No more about + หัวข้อ ใช้ตัดบทเรื่องที่พูดมานานพอแล้ว ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม “Mate” เป็นคำเรียกผู้ฟัง ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษและออสเตรเลีย คำนี้อาจฟังดูเป็นมิตร แต่ไม่ได้ทำให้น้ำหนักของการขัดจังหวะหายไป ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเพิ่มน้ำเสียงที่สนิทสนมแต่เตือนเล็กน้อยว่า “พอได้แล้ว”

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์: ในการประชุมอย่างเป็นทางการกับลูกค้าใหม่ การพูดว่า “No more about your budget, mate.” เพื่อเปลี่ยนหัวข้อเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติและสุภาพหรือไม่?

  1. ไม่ ไม่เหมาะสม
  2. ใช่ เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่ ไม่เหมาะสม

Your pizzas are here.

6:07

พิซซ่าของคุณมาแล้วค่ะ

Oh, great.

6:09

โอ้ เยี่ยมไปเลย

Well, one of them is. ไวยากรณ์

6:10

เอ่อ ถาดนึงมาแล้วนะ

ไวยากรณ์

Well, one of them is: การละคำโดยใช้ one เอกพจน์

“One of them is” ละส่วนเติมเต็มที่มีอยู่แล้วในประโยคก่อนหน้า หลังจาก “The pizzas are here,” ประโยคนี้หมายถึง “One of them is here.” การคงไว้เฉพาะข้อมูลที่เปลี่ยนไปทำให้คำตอบสั้นและเป็นธรรมชาติ ประธานคือ one จึงต้องใช้กริยาเอกพจน์ is แม้ว่า them จะหมายถึงกลุ่มที่เป็นพหูพจน์ก็ตาม ส่วน Well ใช้เกริ่นว่าจะมีการแก้ไขหรือจำกัดความของคำพูดก่อนหน้า ทำให้คำตอบฟังไม่ห้วนเกินไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดคนแรกกล่าวว่า “The sandwiches aren't ready.” แต่จริง ๆ แล้วมีแซนด์วิชหนึ่งชิ้นพร้อมแล้ว คำตอบใดใช้การละคำอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแก้ไขข้อความดังกล่าว?

  1. Well, all of them are.
  2. Well, one of them isn't.
  3. Well, one of them is.
ดูคำตอบ

Well, one of them is.

How's Italy?

6:12

อิตาลีเป็นไงบ้าง

Uh, good.

6:13

เอ่อ ก็ดีจ้ะ

Here you go.

6:15

นี่ค่ะ

Enjoy.

6:16

ทานให้อร่อยนะคะ

Ugh... Thanks.

6:17

อึ๋ย... ขอบคุณ

I'll be back in a jiffy. สำนวน

6:19

เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมานะ

สำนวน

I'll be back in a jiffy: อีกเดี๋ยวเดียว ในเวลาไม่นาน

In a jiffy เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เร็ว ๆ นี้” หรือ “รอเพียงไม่นาน” คำว่า jiffy ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน ในประโยค I'll be back in a jiffy ผู้พูดกำลังรับปากอย่างสบาย ๆ ว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ ระยะเวลาที่ต้องรอจริง ๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แบบฝึกหัด

I'll be back in a jiffy สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดจะกลับมาเร็ว ๆ นี้
  2. ผู้พูดจะกลับมาตามเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน
  3. ผู้พูดจะไม่กลับมา
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะกลับมาเร็ว ๆ นี้

Oops.

6:22

อุ๊ย

Oh, dear.

6:22

ตายจริง

Maybe it is time for a new car, Bluey. ไวยากรณ์

6:24

บางทีเราอาจจะได้เวลาซื้อรถคันใหม่แล้วนะบลูอี้

ไวยากรณ์

is time for a new car: time for + กลุ่มคำนาม

It is time for + กลุ่มคำนาม ใช้บอกว่าถึงเวลาที่จะต้องมี ได้มา เปลี่ยน หรือจัดการกับสิ่งที่อยู่หลัง for แล้ว ในประโยคนี้ a new car เป็นกลุ่มคำนาม ผู้พูดจึงกำลังเสนอว่าอาจถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนรถคันเก่าแล้ว Maybe ทำให้ข้อเสนอนี้ฟังนุ่มนวลและไม่ตรงเกินไป โครงสร้างนี้เน้นสิ่งที่จำเป็น หากต้องการเน้นการกระทำ ให้ใช้ it is time to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ time for + คำนาม เพื่อบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนเครื่องพิมพ์เก่าแล้ว: The old printer keeps failing. It's ____ a new printer.

ดูคำตอบ

time for

No way. น้ำเสียง/เจตนา

6:26

ไม่มีทาง

น้ำเสียง/เจตนา

No way. ที่ใช้ปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ในประโยคนี้ No way. เป็นคำปฏิเสธแบบเน้นย้ำในภาษาพูด ผู้พูดไม่ยอมรับข้อเสนออย่างเด็ดขาด คำนี้แรงและมีอารมณ์มากกว่าการพูดเพียง No ในที่นี้เป็นสำนวน จึงไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีถนน” ในบริบทอื่น No way. อาจแสดงความไม่เชื่อหรือความประหลาดใจก็ได้ ต้องดูบทสนทนารอบข้างและน้ำเสียงเพื่อเข้าใจความหมายที่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

หลังจากมีคนเสนอความคิดบางอย่าง No way. ในบริบทนี้หมายความว่าอะไร?

  1. ผู้พูดถามว่าควรไปทางไหน
  2. ผู้พูดขอร้องอย่างสุภาพ
  3. ผู้พูดปฏิเสธข้อเสนออย่างหนักแน่น
ดูคำตอบ

ผู้พูดปฏิเสธข้อเสนออย่างหนักแน่น

I've had Pedley since I was two.

6:27

หนูมีเจ้าเพดลีย์มาตั้งแต่สองขวบแล้วนะ

Bup bup bup.

6:29

บิ๊บ บิ๊บ บิ๊บ

Hello, mechanic.

6:30

สวัสดีค่ะช่างซ่อมรถ

I've broken down. กริยาวลี

6:32

รถฉันเสียอะค่ะ

กริยาวลี

I've broken down. สำหรับยานพาหนะที่หยุดทำงาน

เมื่อประธานเป็นยานพาหนะหรือเครื่องจักร break down หมายถึง “หยุดทำงาน” หรือ “เสีย” I've broken down. เป็น present perfect ซึ่งสื่อว่าการขัดข้องเกิดขึ้นแล้วและปัญหายังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ ในที่นี้ผู้พูดกำลังสมมติว่าตัวเองเป็นยานพาหนะ ดังนั้น I จึงแทนยานพาหนะที่สมมติขึ้น ประโยคนี้หมายถึงยานพาหนะหยุดทำงาน ไม่ได้หมายความว่ามันถูกทุบจนแตกเป็นชิ้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ break down: Our bus has ____, so we need roadside help.

ดูคำตอบ

broken down

Coming.

6:34

กำลังไปค่ะ

Hi.

6:36

สวัสดีค่ะ

I'm here to fix your car. วลี

6:37

ฉันมาซ่อมรถให้คุณค่ะ

วลี

I'm here to fix: บอกจุดประสงค์ที่มา

โครงสร้าง “I'm here to + กริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกว่าผู้พูดมาที่นี่เพราะอะไร ในประโยคนี้ “to fix your car” คือจุดประสงค์ที่มา ส่วนประโยคทั้งหมดไม่ได้บอกเพียงว่าผู้พูดอยู่ที่ไหน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “I'm here to do something” ในที่นี้ “to” นำหน้าการกระทำที่ตั้งใจจะทำ และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

คุณมาถึงบ้านเพื่อนเพื่อช่วยย้ายโต๊ะ ใช้รูปแบบ “I'm here to” เติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm ____ help you move the table.

ดูคำตอบ

here to

My goodness.

6:39

คุณพระช่วย

That was quick.

6:40

ไวมากเลย

Fixed.

6:41

ซ่อมเสร็จแล้ว

There you go.

6:42

เรียบร้อยค่ะ

Good as new.

6:43

เหมือนใหม่เลย