วิธีการเขียนรีวิวร้านอาหาร - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
716 คำ 182 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนนี้เปรียบเทียบประสบการณ์ร้านอาหารที่ไม่น่าพอใจในลอนดอนกับประสบการณ์ที่ดีในปารีส เพื่ออธิบายวิธีเขียนรีวิวออนไลน์ให้ชัดเจน โดยเริ่มจากความคิดเห็นโดยรวม สนับสนุนด้วยรายละเอียดแยกด้านบริการ บรรยากาศ และอาหาร แล้วปิดท้ายด้วยบทสรุปสั้น ๆ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. by far one of the worst restaurants I've ever been to. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ by far, one of the worst และ I've ever been to ร่วมกันเพื่อให้คำประเมินโดยรวมเชิงลบที่หนักแน่นและอิงประสบการณ์ส่วนตัว รูปแบบขั้นสูงสุดนี้ปรับใช้กับรีวิวร้านอาหาร โรงแรม ภาพยนตร์ หรือประสบการณ์อื่นได้ พร้อมช่วยบอกทั้งระดับความรุนแรงของความคิดเห็นและขอบเขตประสบการณ์ของผู้พูดอย่างชัดเจน 2. left a lot to be desired. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือคำวิจารณ์ที่ฟังดูยับยั้งชั่งใจแต่มีความหมายเชิงลบชัดเจนว่า ประสบการณ์นั้นต่ำกว่าความคาดหวังมาก สามารถใช้ในรีวิวที่เป็นทางการหรือเรียบเรียงอย่างประณีต เมื่อ bad ฟังตรงเกินไปหรือไม่เจาะจง โดยเฉพาะเมื่อต้องประเมินบริการ คุณภาพ การจัดการ หรือบรรยากาศ 3. Start off with a sentence that gives an overall opinion — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจขั้นตอนแรกของรีวิวที่มีประสิทธิภาพ คือบอกข้อสรุปหรือความคิดเห็นโดยรวมก่อนเสนอรายละเอียดสนับสนุน วิธีนี้ช่วยจัดลำดับเนื้อหาจากภาพรวมไปสู่หลักฐานแต่ละด้าน ทำให้ผู้อ่านรู้จุดยืนของผู้เขียนได้ทันทีและติดตามเหตุผลที่นำไปสู่การตัดสินนั้นได้ง่าย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We now review everything,

0:00

ตอนนี้เรารีวิวทุกอย่าง

restaurants,

0:02

ร้านอาหาร

bubble tea shops,

0:03

ร้านชานมไข่มุก

public toilets,

0:04

ห้องน้ำสาธารณะ

benches.

0:06

ม้านั่ง

Being able to write a review on Google or TripAdvisor ไวยากรณ์

0:06

การที่สามารถเขียนรีวิวบน Google หรือ TripAdvisor

is a must-have skill. วลี

0:10

เป็นทักษะที่ต้องมี

ไวยากรณ์

การใช้ Being able to write a review เป็นประธานของประโยค

Being able to write a review เป็นประธานของประโยค กลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วย -ing ทั้งหมดนี้ทำให้ความสามารถหนึ่งอย่างเป็นเรื่องเดียวที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่รูปกาลต่อเนื่อง ใช้ Being able to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการนำความสามารถมาเป็นหัวข้อแล้วประเมินความสามารถนั้น ในที่นี้กลุ่มคำทั้งหมดเป็นประธานหนึ่งหน่วย จึงใช้กริยาเอกพจน์ is

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Being able to + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำกริยา explain เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ your idea is useful in class.

ดูคำตอบ

Being able to explain

วลี

must-have ใน a must-have skill: คำคุณศัพท์ประสม

ใน a must-have skill คำว่า must-have เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และขยายคำว่า skill หมายความว่าทักษะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งหรือขาดไม่ได้ คำนำหน้านาม a เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำนามทั้งหมด a ... skill ในที่นี้ must-have อธิบายคำว่า skill ไม่ได้ประกอบกันเป็นกลุ่มคำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่ง”: For a lifeguard, knowing how to swim is a ____ skill.

ดูคำตอบ

must-have

Not only is it a must-have skill, ไวยากรณ์

0:11

ไม่เพียงแต่เป็นทักษะที่ต้องมีเท่านั้น

but it's a fun and enjoyable way

0:13

แต่ยังเป็นวิธีที่สนุกสนานและเพลิดเพลิน

to practice your English in the real world.

0:15

ในการฝึกภาษาอังกฤษของคุณในโลกแห่งความเป็นจริง

ไวยากรณ์

Not only is it ..., but ...: เพิ่มน้ำหนักด้วยการกลับลำดับคำ

Not only ... but ... เชื่อมข้อมูลสองอย่างและเน้นทั้งสองอย่าง ในประโยคนี้ ส่วนแรกบอกว่าทักษะนี้จำเป็น ส่วนอนุประโยคที่ตามหลัง but เสริมว่านี่ยังเป็นวิธีฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกด้วย เมื่อนำ Not only ขึ้นต้นเพื่อขยายทั้งอนุประโยค ต้องวาง be หรือกริยาช่วยไว้หน้าประธาน จึงใช้ Not only is it ... ไม่ใช่ Not only it is ... ลักษณะนี้เรียกว่าการกลับลำดับคำ ส่วนหลัง but มักใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ และแม้จะพบ also ได้บ่อย แต่ก็ละได้เหมือน but it's ... ในประโยคเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Not only ... but ... ที่วางไว้ต้นอนุประโยคได้ถูกต้อง

  1. Not only is the course practical, but it is also enjoyable.
  2. Not only the course is practical, but it is also enjoyable.
  3. Not only practical is the course, but it is also enjoyable.
ดูคำตอบ

Not only is the course practical, but it is also enjoyable.

In today's mini English lesson,

0:24

ในบทเรียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ วันนี้

I'm going to show you how to write a review. ลำดับความ

0:25

ฉันจะมาสอนวิธีเขียนรีวิว

ลำดับความ

I'm going to show you how to ...: บอกเป้าหมายของบทเรียนล่วงหน้า

I'm going to show you how to ... เป็นวลีเกริ่นนำที่ชัดเจนในช่วงต้นของบทเรียน การสาธิต หรือบทสอน วลีนี้บอกผู้ฟังว่าทักษะหรือขั้นตอนใดจะตามมา show you สื่อว่าผู้พูดจะอธิบายหรือสาธิต และหลัง how to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น how to write วลีนี้ช่วยจัดลำดับเนื้อหาโดยบอกเป้าหมายก่อนเริ่มอธิบายขั้นตอน be going to ในที่นี้ใช้บอกแผน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังเดินทางไปที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้เพื่อทำประโยคเปิดบทสอนให้สมบูรณ์: In this tutorial, ____ change a bicycle tyre.

ดูคำตอบ

I'm going to show you how to

First, ลำดับความ

0:28

อันดับแรก

let's take a look at a recent experience

0:28

มาดูประสบการณ์ล่าสุด

that I had in a very fancy restaurant in London.

0:30

ที่ฉันไปทานที่ร้านอาหารหรูหรามากแห่งหนึ่งในลอนดอน

ลำดับความ

ใช้ First, let's take a look at ... เพื่อเกริ่นรายการแรก

First บอกว่านี่คือขั้นแรกของการพูด ส่วน let's take a look at เป็นการชวนผู้ฟังให้หันความสนใจไปยังสิ่งที่ตามหลัง at ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เกริ่นตัวอย่างแรก ซึ่งเป็นประสบการณ์ล่าสุด Take a look at เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงดู ตรวจสอบสั้น ๆ หรือพูดคุยเกี่ยวกับบางสิ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ First, let's take a look at + คำนามหรือกลุ่มคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกริ่นด้วยรูปของ take a look at ที่ใช้ let's: First, ____ the survey results.

ดูคำตอบ

let's take a look at

I wasn't done with that. น้ำเสียง/เจตนา

0:37

ฉันยังทานไม่เสร็จเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I wasn't done with that: ตอนนั้นยังใช้หรือกินสิ่งนั้นไม่เสร็จ

be done with + สิ่งของ หมายถึงใช้ กิน หรือจัดการสิ่งนั้นเสร็จแล้ว ในที่นี้ I wasn't done with that หมายความว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ผู้พูดยังต้องการหรือยังจำเป็นต้องใช้สิ่งนั้น That ชี้ถึงสิ่งของที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าเป็นชิ้นไหน ประโยคนี้อธิบายสภาพที่ยังไม่เสร็จ ไม่ได้ปฏิเสธว่าตนเป็นผู้ทำการกระทำหนึ่ง ความหมายแบบหลังใช้ I didn't do that

แบบฝึกหัด

พนักงานนำจานของคุณไปทั้งที่คุณยังกินอยู่ ประโยคใดใช้บอกผู้จัดการว่าตอนนั้นคุณยังกินไม่เสร็จ

  1. I didn't do that.
  2. I didn't order that.
  3. I wasn't done with that.
ดูคำตอบ

I wasn't done with that.

Uh excuse me. น้ำเสียง/เจตนา

0:38

เอ่อ ขอโทษนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Uh excuse me: เรียกความสนใจอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ excuse me ใช้เรียกความสนใจจากพนักงานอย่างสุภาพก่อนจะอธิบายปัญหา ไม่ได้ใช้ขอโทษที่ทำผิด Uh เป็นเสียงลังเลสั้น ๆ ขณะที่ผู้พูดกำลังคิดคำพูด Uh, excuse me ช่วยให้การเริ่มพูดนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แต่คำเปิดที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ Excuse me

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Excuse me ได้ถูกต้องเพื่อเรียกพนักงานอย่างสุภาพก่อนขอบางอย่าง

  1. Excuse me, could we have some water, please?
  2. Bring us some water now.
  3. I'm sorry for breaking the glass.
ดูคำตอบ

Excuse me, could we have some water, please?

Um this pasta has chicken in it

0:40

อืม พาสต้านี้มีเนื้อไก่อยู่ด้วย

and I ordered it without the chicken. วลี

0:42

และฉันสั่งแบบไม่ใส่ไก่นะคะ

วลี

ordered it without the chicken: สั่งโดยไม่ใส่ส่วนผสมหนึ่งอย่าง

ordered it without the chicken หมายถึงผู้พูดขอให้ทำพาสต้าโดยไม่ใส่ไก่ โครงสร้างคือ order + item + without + ingredient โดย it ย้อนกลับไปหมายถึงรายการอาหาร และคำนามหลัง without บอกว่าสิ่งใดต้องถูกนำออก ใช้โครงสร้างนี้เมื่ออธิบายคำสั่งซื้อที่สั่งไปแล้ว ขณะกำลังสั่งสามารถพูดว่า I'd like it without chicken, please.

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หมายถึงไม่ใส่ส่วนผสมนี้: I ordered the burger ____ onions.

ดูคำตอบ

without

I'm a vegetarian.

0:44

ฉันเป็นมังสวิรัติค่ะ

Fine.

0:45

ก็ได้ครับ

Here's your food, madame.

0:51

อาหารของคุณมาแล้วครับ มาดาม

Oh, come on. น้ำเสียง/เจตนา

0:54

โธ่ เอ๊ย

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, come on. ในฐานะคำตอบโต้ที่แสดงความไม่พอใจ

ในประโยคนี้ “Oh, come on.” เป็นคำตอบโต้ที่แสดงอารมณ์ หมายถึงประมาณว่า “มันไม่สมเหตุสมผลเลย” หรือ “ไม่อยากเชื่อเลย” สื่อถึงความไม่พอใจปนไม่เชื่อ ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ในบริบทอื่น คำเดียวกันนี้อาจใช้ให้กำลังใจหรือเร่งให้อีกฝ่ายทำบางอย่างได้ แต่เมื่อใช้ร้องเรียนหลังเกิดปัญหาหลายครั้ง จะแสดงว่าผู้พูดกำลังหมดความอดทนและคัดค้านสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ร้องเรียน “Oh, come on.” น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. เชิญให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้อย่างสุภาพ
  2. ตอบโต้ด้วยความไม่พอใจเพราะสถานการณ์ไม่สมเหตุสมผล
  3. ขอโทษอย่างเป็นทางการที่ทำให้เกิดปัญหา
ดูคำตอบ

ตอบโต้ด้วยความไม่พอใจเพราะสถานการณ์ไม่สมเหตุสมผล

It's cold.

0:55

มันเย็นชืดเลย

Here's the bill.

0:57

นี่บิลครับ

10 pounds for bread? น้ำเสียง/เจตนา

0:58

ขนมปังราคา 10 ปอนด์เหรอ

I didn't have any bread.

1:00

ฉันไม่ได้ทานขนมปังเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

10 pounds for bread?: รูปแบบ amount + for + item เพื่อทักท้วงค่าใช้จ่าย

“10 pounds for bread?” เป็นคำถามแบบละคำในภาษาพูด โดยละข้อความอย่าง “Are you charging me” ไว้ แต่รูปแบบ amount + for + item ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังทักท้วงค่าใช้จ่ายรายการใด ในที่นี้ pounds หมายถึงเงินปอนด์อังกฤษ ประโยคนี้ไม่ใช่การถามราคาแบบเป็นกลาง “I didn't have any bread” แสดงว่าผู้พูดคิดว่าไม่ควรมีค่าใช้จ่ายนี้ คำถามสั้น ๆ จึงสื่อทั้งความประหลาดใจและการร้องเรียน รูปแบบนี้ใช้ตอบโต้ทันทีเมื่อพบค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบ amount + for + item โดยใช้แต่ละคำหนึ่งครั้ง: Eight, pounds, for, cake. “____? I didn't order any cake.”

ดูคำตอบ

Eight pounds for cake

That was a terrible experience.

1:02

ช่างเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก

I'm going to write a review.

1:04

ฉันจะเขียนรีวิว

That was by far one of the worst restaurants ไวยากรณ์

1:06

นั่นเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่แย่ที่สุด

I've ever been to.

1:08

ที่ฉันเคยไปมาเลย

ไวยากรณ์

by far one of the worst... I've ever...: การประเมินอย่างแรงว่า «เป็นหนึ่งในสิ่งที่แย่ที่สุด»

by far ใช้เน้นคำขั้นสุดในทางลบให้แรงขึ้น one of the worst restaurants หมายถึงร้านนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มร้านที่แย่มากไม่กี่แห่ง และเพราะตามหลัง one of คำว่า restaurants จึงต้องเป็นพหูพจน์ I've ever been to จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ร้านอาหารทั้งหมดที่ผู้พูดเคยไปจนถึงตอนนี้ เมื่อรวมกันแล้ว โครงสร้างนี้ให้คำประเมินโดยรวมที่แรงมาก แต่ไม่ได้บอกว่าร้านนี้เป็นร้านที่แย่ที่สุดเพียงร้านเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าโรงแรมนี้อยู่ในกลุ่มโรงแรมที่แย่ที่สุดที่ผู้พูดเคยพัก แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นโรงแรมที่แย่ที่สุดเพียงแห่งเดียว

  1. It was by far one of the worst hotel I've ever stayed in.
  2. It was by far the worst hotel I've ever stayed in.
  3. It was by far one of the worst hotels I've ever stayed in.
ดูคำตอบ

It was by far one of the worst hotels I've ever stayed in.

The staff were rude.

1:10

พนักงานไร้มารยาท

The server messed up my order.

1:11

พนักงานเสิร์ฟทำออเดอร์ฉันพัง

I ordered the pasta with no chicken in it

1:13

ฉันสั่งพาสต้าแบบไม่ใส่ไก่

and it came

1:15

และเมื่อเสิร์ฟมา

it had chicken in it

1:16

มันกลับมีเนื้อไก่อยู่ในนั้น

and I'm a vegetarian.

1:18

และฉันก็เป็นมังสวิรัติ

Do you see here

1:19

คุณเห็นที่นี่ไหม

I said

1:20

ฉันบอกว่า

the server messed up my order, กริยาวลี

1:21

พนักงานเสิร์ฟทำออเดอร์ฉันพัง (messed up)

meaning he made a mistake with my order.

1:23

หมายความว่าเขาทำผิดพลาดกับออเดอร์ของฉัน

กริยาวลี

messed up my order: ทำรายการสั่งอาหารผิด

mess up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำหรือจัดการบางอย่างอย่างไม่ถูกต้อง ในที่นี้ messed up my order หมายถึงพนักงานเสิร์ฟทำรายการสั่งอาหารผิด เช่น จดหรือเตรียมผิด วลีนี้มักสื่อถึงความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ และแสดงความไม่พอใจมากกว่าวลีที่เป็นกลางอย่าง made a mistake with my order

แบบฝึกหัด

ร้านอาหารนำอาหารมาผิดเพราะความผิดพลาด ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้ที่สุด

  1. The server wrote down my order.
  2. The server messed with my order.
  3. The server messed up my order.
ดูคำตอบ

The server messed up my order.

The pasta came with chicken in it วลี

1:25

พาสต้าเสิร์ฟมาพร้อมกับไก่ข้างใน

and I'm a vegetarian,

1:26

และฉันเป็นมังสวิรัติ

so that's not right.

1:28

ดังนั้นนั่นจึงไม่ถูกต้อง

วลี

came with chicken in it: บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอะไรอยู่ด้วย

ในประโยคนี้ came with chicken หมายความว่าพาสต้ามีไก่อยู่ข้างในตอนนำมาเสิร์ฟ came เป็นรูปอดีต จึงบอกว่าสิ่งใดรวมอยู่ในรายการที่สั่งนั้น คำว่า in it ทำให้ตำแหน่งชัดเจนขึ้น คือไก่อยู่ในพาสต้า ตรงนี้ came with ไม่ได้หมายถึงของสองอย่างเดินทางมาด้วยกัน รูป come with + คำนาม มักใช้บอกว่าอาหาร สินค้า หรือบริการมีบางอย่างรวมมาด้วย

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ come with เพื่อบอกอุปกรณ์ที่รวมมาด้วย: The tablet ____ a case.

ดูคำตอบ

came with

Now let's continue with the review. ลำดับความ

1:29

ทีนี้เรามาต่อกันที่รีวิว

ลำดับความ

Now let's continue with...: กลับไปทำงานหลักต่อ

Now เป็นสัญญาณว่าการพูดกำลังเปลี่ยนช่วง และ let's ชวนผู้ฟังให้เดินหน้าต่อไปด้วยกัน รูป continue with + กลุ่มคำนาม ใช้ระบุหัวข้อ เนื้อหา หรืองานที่จะกลับมาทำต่อ ในที่นี้ ประโยคนี้ปิดคำอธิบายสั้น ๆ ที่แทรกเข้ามา แล้วพาผู้ฟังกลับไปที่รีวิว คำเชื่อมแบบนี้ช่วยให้ตามการจัดลำดับข้อมูลได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ continue ในโครงสร้างที่ถูกต้องหน้ากลุ่มคำนาม the next exercise: Now let's ____ the next exercise.

ดูคำตอบ

continue with

I sent it back กริยาวลี

1:31

ฉันส่งมันคืนไป

กริยาวลี

sent it back: ใช้ send back เพื่อส่งของคืน

ในประโยคนี้ sent it back หมายถึงส่งสิ่งของกลับไปยังที่เดิมเพราะไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ในร้านอาหารคือส่งอาหารกลับเข้าครัว ส่วนในการซื้อของอาจหมายถึงส่งสินค้าคืนให้ผู้ขาย send back เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะพูดว่า send the dish back หรือ send back the dish ก็ได้ แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง จึงต้องพูดว่า send it back ไม่ใช่ send back it และ sent เป็นรูปอดีตของ send

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ send back และคำสรรพนามที่ถูกต้อง: The headphones were broken, so I ____.

ดูคำตอบ

sent them back

and when my pasta finally came,

1:32

และเมื่อพาสต้าของฉันมาเสิร์ฟในที่สุด

it was cold just like the atmosphere. สำนวน

1:33

มันก็เย็นชืดเหมือนกับบรรยากาศในร้านเลย

สำนวน

cold just like the atmosphere: ความหมายตรงตัวและความหมายเชิงเปรียบเทียบของ cold

cold ในที่นี้มีสองความหมาย เมื่อใช้กับพาสต้า เป็นความหมายตรงตัวว่าอาหารมีอุณหภูมิต่ำเกินไป แต่เมื่อใช้กับ atmosphere เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าร้านให้ความรู้สึกไม่เป็นมิตร ไม่ต้อนรับ หรือห่างเหิน just like นำการใช้ทั้งสองแบบมาเปรียบเทียบกัน การใช้ cold ซ้ำเชื่อมข้อร้องเรียนที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาหารเข้ากับการประเมินร้านในแง่ลบ ทำให้รีวิวคมชัดและน่าจดจำขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cold ตามความหมายตรงตัวเรื่องอุณหภูมิ และใช้เชิงเปรียบเทียบกับท่าทีที่ไม่เป็นมิตร?

  1. His response was cold, so I changed the subject.
  2. The tea was cold, so I warmed it.
  3. The tea was cold, just like his response.
ดูคำตอบ

The tea was cold, just like his response.

That means

1:36

นั่นหมายความว่า

I didn't want the food I'd gotten.

1:37

ฉันไม่ต้องการอาหารที่ฉันได้มา

I sent it back to the kitchen.

1:39

ฉันส่งมันกลับเข้าไปในครัว

The food and atmosphere were cold

1:41

อาหารและบรรยากาศนั้นเย็นชา

figuratively and literally. การใช้คำ

1:43

ทั้งในเชิงเปรียบเทียบและตามตัวอักษร

การใช้คำ

figuratively and literally: สองความหมายของ cold

Figuratively หมายถึงคำหนึ่งถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบหรือมีความหมายที่ขยายออกไป ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพโดยตรง ในที่นี้ atmosphere เป็น cold เพราะให้ความรู้สึกไม่เป็นมิตรหรือไม่ต้อนรับ Literally หมายถึงความหมายโดยตรงนั้นเป็นจริง คืออาหารมีอุณหภูมิต่ำจริง ๆ การวาง figuratively and literally ไว้ด้วยกันแสดงว่า cold ใช้กับสองสิ่งในคนละแบบ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองสิ่งมีอุณหภูมิต่ำจริง ๆ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดถูกต้องสำหรับประโยคนี้: The lake was literally frozen, and Mia figuratively froze with fear?

  1. Figuratively บอกว่าทะเลสาบมีน้ำแข็งจริง ส่วน literally บอกปฏิกิริยาความกลัวของมีอา
  2. คำวิเศษณ์ทั้งสองคำหมายถึง very เท่านั้น
  3. Literally บอกว่าทะเลสาบมีน้ำแข็งจริง ส่วน figuratively บอกว่ามีอากลัวจนขยับไม่ได้
ดูคำตอบ

Literally บอกว่าทะเลสาบมีน้ำแข็งจริง ส่วน figuratively บอกว่ามีอากลัวจนขยับไม่ได้

Literally, the place was cold.

1:45

ตามตัวอักษรคือ สถานที่นั้นหนาว

It wasn't warm.

1:47

มันไม่อบอุ่น

And figuratively,

1:48

และในเชิงเปรียบเทียบ

we can describe something as being cold วลี

1:49

เราสามารถอธิบายบางสิ่งว่าเย็นชาได้

when it's not welcoming.

1:51

เมื่อมันไม่ให้การต้อนรับ

วลี

describe something as being cold: รูปแบบ describe A as being B

รูปแบบคือ describe + กรรม + as being + คำคุณศัพท์ เช่น describe something as being cold กรรมที่อยู่หลัง describe คือสิ่งที่เรากำลังบอกลักษณะ ส่วน as being cold คือสภาพที่เรากำหนดให้สิ่งนั้น Being ในที่นี้ไม่ได้บอกการกระทำที่สอง แต่เชื่อมกรรมเข้ากับคำคุณศัพท์ cold เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์ มักละ being ได้ เช่น describe something as cold

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการบรรยายสองคำจากบทเรียน: Maya described the puppy ____ playful.

ดูคำตอบ

as being

The restaurant was not welcoming.

1:53

ร้านอาหารนี้ไม่เป็นมิตรเลย

The whole experience left a lot to be desired. สำนวน

1:55

ประสบการณ์ทั้งหมดนี้น่าผิดหวังมาก (left a lot to be desired)

สำนวน

left a lot to be desired: คำวิจารณ์เชิงลบที่ยับยั้งแต่ชัดเจน

Left a lot to be desired เป็นรูปอดีตของสำนวนตายตัว leave a lot to be desired ในประโยคนี้หมายความว่าประสบการณ์ทั้งหมดแย่กว่าที่ผู้พูดคาดหวังไว้มาก ต้องเข้าใจวลีนี้เป็นสำนวนหนึ่งชุด ไม่ได้หมายถึงการทิ้งสิ่งของไว้ให้ใครอยากได้ตามตัวอักษร ถ้อยคำฟังดูสงบและอ้อมค้อม แต่คำวิจารณ์ยังคงชัดเจน เป็นวิธีพูดอย่างยับยั้งว่าบางสิ่งจำเป็นต้องปรับปรุงอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวิจารณ์ความสะอาดของโรงแรมในแง่ลบอย่างชัดเจน แต่ใช้ถ้อยคำที่ยับยั้งกว่า?

  1. The hotel's cleanliness made us want to stay longer.
  2. The hotel's cleanliness left a lot to be desired.
  3. The hotel's cleanliness was acceptable overall.
ดูคำตอบ

The hotel's cleanliness left a lot to be desired.

That's a good line.

1:58

นั่นเป็นประโยคที่ดีเลยล่ะ

This means there was a lot

1:59

นี่หมายความว่ามีหลายอย่าง

I wanted to get from the experience,

2:00

ที่ฉันต้องการได้รับจากประสบการณ์นี้

but I didn't.

2:02

แต่ฉันไม่ได้มันมา

And we can use this

2:03

และเราสามารถใช้คำนี้

for all kinds of situations, ลำดับความ

2:04

กับสถานการณ์ทุกรูปแบบ

not just restaurants.

2:06

ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร

ลำดับความ

for all kinds of situations, not just restaurants: ขยายขอบเขตให้กว้างกว่าตัวอย่างเดียว

For all kinds of situations ขยายขอบเขตจากตัวอย่างหนึ่งไปสู่สถานการณ์ที่เป็นไปได้หลากหลาย จากนั้น not just restaurants ทำให้ชัดเจนว่าร้านอาหารรวมอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่กรณีเดียว โครงสร้างนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยกล่าวถึงกลุ่มกว้างก่อน แล้วจึงยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงกว่าซึ่งผู้ฟังอาจกำลังสนใจ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ for + กลุ่มกว้าง, not just + สมาชิกหนึ่งอย่างหรือประเภทย่อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขยายการใช้รายการตรวจสอบจากโครงงานวิทยาศาสตร์ไปสู่โครงงานโดยทั่วไป?

  1. This checklist is useful only when a project is not about science.
  2. This checklist is useful for science projects, but not for other projects.
  3. This checklist is useful for all kinds of projects, not just science projects.
ดูคำตอบ

This checklist is useful for all kinds of projects, not just science projects.

Now let's take a look

2:07

ทีนี้ลองมาดู

at a situation

2:08

สถานการณ์

that happened last time I visited Paris.

2:09

ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่แล้วที่ฉันไปปารีส

This is a very accurate reenactment.

2:11

นี่คือการจำลองเหตุการณ์ที่แม่นยำมาก

Oh, bonjour madame.

2:15

โอ้ บงชูร์ มาดาม

Welcome, welcome, three times welcome.

2:18

ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับอย่างยิ่งครับ

Can I have the pasta น้ำเสียง/เจตนา

2:20

ฉันขอพาสต้า

but without the chicken, please?

2:22

แต่ไม่ใส่ไก่ ได้ไหมคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Can I have ... but without ..., please?: ขอเปลี่ยนรายการอย่างสุภาพ

Can I have + item? เป็นรูปแบบสุภาพสำหรับสั่งอาหาร ส่วน but without + ingredient หมายถึงยังเลือกเมนูหลักเหมือนเดิม แต่ขอตัดส่วนประกอบหนึ่งออก ในที่นี้ but ใช้เพิ่มเงื่อนไขที่ต้องการเปลี่ยน ไม่ได้ใช้โต้แย้ง Please ทำให้คำขอทั้งหมดสุภาพขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ Can I have A but without B, please?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสั่งอาหารด้วยรูปแบบสองคำที่ตรงกับบทเรียน: Can I have the burger ____ the onions, please?

ดูคำตอบ

but without

Of course.

2:23

แน่นอนครับ

That's no problem at all, madame. วลี

2:24

ไม่มีปัญหาเลยครับ มาดาม

วลี

no problem at all: รับคำขออย่างเต็มใจ

No problem at all เป็นคำตอบที่ใช้รับคำขอและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ หมายความว่าคำขอนั้นไม่ทำให้เกิดความลำบาก At all ใช้เน้น no problem ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “ไม่มีปัญหาเลยจริง ๆ” ไม่ได้หมายถึงปัญหาทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอให้ช่วยเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำได้ง่าย คำตอบใดแสดงว่ารับคำขออย่างชัดเจน?

  1. I have a problem with that, so I cannot help.
  2. I do not know what the problem is.
  3. No problem at all. I can carry the box for you.
ดูคำตอบ

No problem at all. I can carry the box for you.

Thank you.

2:27

ขอบคุณค่ะ

Amazing, delicious, fantastic.

2:30

ยอดเยี่ยม อร่อย วิเศษมาก

Take all my money. สำนวน

2:33

เอาเงินฉันไปให้หมดเลย

You deserve it.

2:35

พวกคุณสมควรได้รับมัน

สำนวน

Take all my money. ในฐานะคำชมแบบขำ ๆ

ในประโยคนี้ “Take all my money.” เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ผู้พูดต้องการบอกว่าประสบการณ์นั้นดีมากจนยินดีจ่ายเงินและสนับสนุน ไม่ได้หมายความว่าใครจะเอาเงินของผู้พูดไปทั้งหมดได้จริง ๆ น้ำเสียงชื่นชมและบริบทเรื่องการใช้เงินบอกความหมายที่แท้จริงว่า “สิ่งนี้ยอดเยี่ยมและคุ้มที่จะจ่ายเงิน”

แบบฝึกหัด

ในรีวิวที่ชื่นชมร้านอาหารอย่างมาก “Take all my money.” น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. เป็นคำสั่งจริงจังให้เอาเงินทั้งหมดออกจากบัญชีธนาคารของผู้พูด
  2. ผู้พูดต้องการเงินทั้งหมดที่จ่ายไปคืน
  3. ประสบการณ์นั้นดีมากจนผู้พูดยินดีจ่ายเงินให้
ดูคำตอบ

ประสบการณ์นั้นดีมากจนผู้พูดยินดีจ่ายเงินให้

That was by far one of the best restaurants

2:36

นั่นเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุด

I've ever been to.

2:38

ที่ฉันเคยไปมาเลยทีเดียว

The wait staff were friendly

2:39

พนักงานเสิร์ฟเป็นมิตร

and took really good care of me. วลี

2:40

และดูแลฉันดีมากจริง ๆ

วลี

take really good care of someone ในรีวิวการบริการ

take good care of someone หมายถึงดูแลความต้องการของใครบางคนเป็นอย่างดี ในรีวิวร้านอาหาร สำนวนนี้บอกว่าพนักงานใส่ใจและพร้อมช่วยเหลือ เช่น สังเกตได้ว่าลูกค้าต้องการอะไรและตอบสนองได้ดี ไม่ได้หมายถึงการดูแลทางการแพทย์โดยเฉพาะ ในที่นี้ took เป็นรูปอดีตของ take และ really เน้นระดับของ good จึงแสดงว่าผู้พูดพอใจกับการบริการเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าพนักงานดูแลความต้องการของแขกอย่างใส่ใจ?

  1. The staff cared about us throughout our stay.
  2. The staff took our bags throughout our stay.
  3. The staff took really good care of us throughout our stay.
ดูคำตอบ

The staff took really good care of us throughout our stay.

I asked for a modification on the menu. การใช้คำ

2:42

ฉันขอปรับเปลี่ยนเมนู

การใช้คำ

asked for a modification on the menu: ขอปรับอาหารหนึ่งจาน

ในบริบทของร้านอาหารนี้ modification หมายถึงการปรับอาหารที่สั่งเพียงเล็กน้อย เช่น ไม่ใส่ไก่ ไม่ได้หมายถึงการแก้ไขเมนูทั้งหมดของร้าน โครงสร้าง ask for + คำนาม หมายถึงการขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตรงนี้ asked for a modification บอกว่าผู้พูดขอให้ปรับอาหารจานหนึ่งในเมนู

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ modification น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. การออกแบบเมนูทั้งหมดของร้านใหม่
  2. การแก้ไขใบเรียกเก็บเงินสุดท้าย
  3. การปรับอาหารที่ผู้พูดสั่งเล็กน้อย
ดูคำตอบ

การปรับอาหารที่ผู้พูดสั่งเล็กน้อย

It was no problem at all

2:44

มันไม่มีปัญหาเลย

and when my food came,

2:45

และเมื่ออาหารของฉันมาถึง

it was delicious.

2:47

มันก็อร่อยมาก

The modification I'm talking about here

2:48

การปรับเปลี่ยนที่ฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้

is that I asked

2:50

คือการที่ฉันขอ

for my pasta with no chicken in it.

2:51

พาสต้าของฉันแบบไม่ใส่ไก่

And you'd be surprised น้ำเสียง/เจตนา

2:53

และคุณอาจจะแปลกใจ

that as a vegetarian,

2:55

ว่าในฐานะมังสวิรัติ

it's really difficult to get what you want in some places.

2:56

มันยากมากที่จะได้สิ่งที่คุณต้องการในบางสถานที่

น้ำเสียง/เจตนา

you'd be surprised: เกริ่นข้อมูลที่อาจเกินความคาดหมาย

you'd be surprised บอกว่าข้อมูลต่อไปอาจไม่ตรงกับที่ผู้ฟังคาดไว้ ในที่นี้ใช้เกริ่นถึงเรื่องที่อาจคาดไม่ถึงว่า คนกินมังสวิรัติอาจหาอาหารที่ต้องการได้ยากในบางสถานที่ you'd เป็นรูปย่อของ you would ผู้พูดกำลังบอกว่าผู้ฟังน่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรถ้ารู้ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังแกล้งทำเป็นประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อเท็จจริงต่อไปอาจเกินความคาดหมาย

  1. You must pretend to be surprised by this small change.
  2. You'd be surprised how much this small change helps.
  3. You already knew how much this small change helps.
ดูคำตอบ

You'd be surprised how much this small change helps.

My mouth waters just thinking about it. สำนวน

2:59

แค่นึกถึงก็น้ำลายสอแล้ว

สำนวน

My mouth waters: อยากกินจนน้ำลายสอ

My mouth waters หมายถึงมีน้ำลายออกมาเพราะอาหารดูน่ากิน มีกลิ่นหอม หรือฟังคำบรรยายแล้วน่ากินมาก เป็นสำนวนที่เห็นภาพชัดว่าผู้พูดอยากกินอาหารนั้นจริง ๆ คำว่า just thinking about it ในประโยคนี้แสดงว่าแค่คิดถึงอาหารก็ทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ได้แล้ว ในวลีนี้ water เป็นคำกริยา และเติม -s เป็น waters เพราะประธาน mouth เป็นเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ใช้ My mouth waters เติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์: Whenever I smell popcorn, my ____.

ดูคำตอบ

mouth waters

I literally mean

3:02

ฉันหมายความตามตัวอักษรเลยว่า

that when I think about this pasta,

3:03

เมื่อฉันนึกถึงพาสต้านี้

my mouth starts producing saliva.

3:05

ปากของฉันก็เริ่มผลิตน้ำลายออกมา

Oh, I can taste it now.

3:09

โอ้ ฉันรับรู้รสชาติมันได้เลยตอนนี้

The restaurant had a warm and casual atmosphere. การใช้คำ

3:11

ร้านอาหารมีบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

การใช้คำ

warm and casual atmosphere: บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

ใน warm and casual atmosphere คำว่า warm หมายถึงให้ความรู้สึกต้อนรับและเป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงมีอุณหภูมิสูง ส่วน casual หมายถึงผ่อนคลายและไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงสะเพร่าหรือคุณภาพไม่ดี คำคุณศัพท์สองคำนี้ทำงานร่วมกันเพื่อบรรยายความรู้สึกโดยรวมของสถานที่ วลีนี้เหมาะสำหรับใช้รีวิวร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรม

แบบฝึกหัด

ใช้ warm and casual atmosphere เติมรีวิวให้สมบูรณ์: The café had a ____.

ดูคำตอบ

warm and casual atmosphere

A warm atmosphere means it's welcoming.

3:13

บรรยากาศที่อบอุ่นหมายความว่าให้การต้อนรับดี

And a casual atmosphere

3:16

และบรรยากาศที่เป็นกันเอง

means it's informal and usually trendy.

3:17

หมายความว่ามันไม่เป็นทางการและมักจะทันสมัย

A must for any foodie in the area. การใช้คำ

3:20

เป็นที่ที่สายกินในย่านนี้ต้องมา (A must)

การใช้คำ

a must: สิ่งที่แนะนำอย่างยิ่งและไม่ควรพลาด

ในที่นี้ a must เป็นวลีคำนาม หมายถึงสิ่งที่คุ้มค่าแก่การดู ทำ ไปเยือน หรือลองมากจนผู้คนแนะนำอย่างยิ่ง คำว่า a แสดงว่า must ถูกใช้เป็นคำนาม ไม่ใช่กริยาช่วย ในข้อความสั้นแบบรีวิวนี้ สิ่งที่กำลังถูกรีวิวถูกละไว้แต่เข้าใจได้ว่าเป็น It is a must for any foodie in the area. โครงสร้าง X is a must for Y ใช้แนะนำ X อย่างหนักแน่นให้กับคนกลุ่มหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำที่หนักแน่นด้วยวลีคำนาม a must: The science museum is ____ for families visiting the city.

ดูคำตอบ

a must

การใช้คำ

foodie: คนที่หลงใหลในอาหาร

foodie คือคนที่สนใจอาหารอย่างมาก และชอบค้นหาอาหาร ร้านอาหาร หรือประสบการณ์การกินแบบใหม่ คำนี้สื่อถึงความกระตือรือร้นและความอยากรู้อยากลอง ไม่ได้หมายถึงเพียงคนที่กินอาหาร คำนี้พบบ่อยในรีวิวร้านอาหาร เนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว สื่อไลฟ์สไตล์ และบทสนทนาทั่วไป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ foodie มากที่สุด

  1. คนที่ชอบค้นหาและลองอาหารหลากหลายชนิด
  2. คนที่มีอาชีพทำอาหารในร้านอาหาร
  3. ทุกคนที่กินอาหารเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ดูคำตอบ

คนที่ชอบค้นหาและลองอาหารหลากหลายชนิด

A must is something you have to

3:23

A must คือสิ่งที่คุณต้อง

or must try.

3:25

หรือต้องลอง

You can use it to talk about events,

3:27

คุณสามารถใช้คำนี้พูดถึงงานอีเวนต์

a cinema, a gallery, whatever you want.

3:29

โรงภาพยนตร์ แกลเลอรี หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการ

And a foodie is someone who really enjoys

3:32

และ foodie คือคนที่ชื่นชอบ

gastronomy,

3:34

ศิลปะการทำอาหาร

having new food experiences,

3:35

การได้รับประสบการณ์อาหารใหม่ ๆ

and eating out. กริยาวลี

3:37

และการไปทานอาหารนอกบ้าน

กริยาวลี

eat out: ออกไปกินข้าวนอกบ้าน

ในประโยคนี้ eating out หมายถึงการไปกินอาหารที่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสถานที่คล้ายกันแทนที่จะกินที่บ้าน เป็นรูป -ing ของกริยาวลี eat out วลีนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งในรายการหลัง enjoys และอยู่ในโครงสร้างเดียวกับ having new food experiences คำว่า out ทำให้ความหมายของวลีสมบูรณ์ เพราะ eating เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึงการออกไปกินข้าวนอกบ้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ออกไปกินข้าวนอกบ้าน”: We do not want to cook tonight, so let's ____ at the new restaurant.

ดูคำตอบ

eat out

So, I've shown you the two different experiences,

3:38

ดังนั้น ฉันได้แสดงให้คุณเห็นสองประสบการณ์ที่แตกต่างกันแล้ว

my review,

3:41

รีวิวของฉัน

and I've given you a little explanation

3:42

และฉันได้อธิบายเล็กน้อย

of the vocabulary I used.

3:44

เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ฉันใช้

Now, let me talk you through the structure กริยาวลี

3:46

ทีนี้ ให้ฉันอธิบายโครงสร้าง

for a review.

3:48

สำหรับการเขียนรีวิว

กริยาวลี

talk someone through something: อธิบายบางสิ่งทีละขั้นตอน

Talk someone through something หมายถึงการอธิบายกระบวนการ โครงสร้าง หรืองานทีละขั้นตอน เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจหรือทำตามได้ ในที่นี้ you คือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ และ the structure for a review คือเรื่องที่กำลังอธิบาย โครงสร้างคือ talk + คน + through + เรื่อง คำว่า through สื่อถึงการนำทางจากขั้นตอนหนึ่งไปยังขั้นตอนถัดไป จึงมีความหมายเฉพาะกว่า explain หรือ talk about เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

คุณต้องการความช่วยเหลือทีละขั้นตอนในการลงทะเบียนออนไลน์ ประโยคใดใช้ขอความช่วยเหลือแบบนั้น?

  1. Could you talk to me about the online registration process?
  2. Could you talk me into completing the online registration?
  3. Could you talk me through the online registration process?
ดูคำตอบ

Could you talk me through the online registration process?

Start off with a sentence ลำดับความ

3:49

เริ่มต้นด้วยประโยค

that gives an overall opinion of the experience.

3:50

ที่ให้ความคิดเห็นโดยรวมของประสบการณ์นั้น

ลำดับความ

Start off with an overall opinion: เริ่มด้วยความคิดเห็นโดยรวม

Start off with ใช้บอกขั้นตอนแรกในการจัดโครงสร้างรีวิว ประโยคเปิดควรให้ overall opinion หรือคำประเมินที่ชัดเจนต่อประสบการณ์ทั้งหมด เพื่อให้ผู้อ่านรู้มุมมองหลักของคุณได้ทันที หลังจากคำประเมินโดยรวมแล้ว ให้เพิ่มรายละเอียด เช่น การบริการ บรรยากาศ หรือคุณภาพ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน วิธีนี้ทำให้เกิดโครงสร้างที่ชัดเจนจากภาพรวมไปสู่เรื่องเฉพาะ แทนที่จะเริ่มด้วยการเรียงข้อเท็จจริงที่ไม่เชื่อมโยงกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเริ่มรีวิวโรงแรมด้วยความคิดเห็นโดยรวม

  1. Overall, the hotel was comfortable and the service was excellent.
  2. At 8:13, I put my bag on the floor.
  3. The towels were beside the sink, and the lift had two buttons.
ดูคำตอบ

Overall, the hotel was comfortable and the service was excellent.

I said this was by far one of the best

3:53

ฉันบอกว่านี่เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุด

or worst restaurants I've ever been to.

3:55

หรือแย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยไปมา

Then hone in on the details. กริยาวลี

3:58

จากนั้นเจาะจงลงไปที่รายละเอียด

กริยาวลี

Then hone in on the details: จากนั้นมุ่งไปที่รายละเอียด

ในประโยคนี้ hone in on the details หมายถึง “มุ่งความสนใจไปที่ส่วนเฉพาะอย่างใกล้ชิด” ส่วน Then บอกถึงการเปลี่ยนจากความคิดเห็นโดยรวมไปสู่หลักฐานที่สนับสนุนความคิดเห็นนั้น ให้เข้าใจ hone in on เป็นสำนวนทั้งชุดในที่นี้ ประโยคไม่ได้พูดถึงการลับสิ่งของให้คม แต่บอกให้ผู้เขียนจำกัดจุดสนใจให้แคบลง แล้วพูดถึงรายละเอียด เช่น การบริการ บรรยากาศ หรืออาหาร

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำเกี่ยวกับการเขียนรีวิว “Then hone in on the details.” บอกให้ผู้เขียนทำอะไร

  1. เปลี่ยนจากความคิดเห็นโดยรวมไปยังประเด็นเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนความคิดเห็นนั้น
  2. กล่าวความคิดเห็นโดยรวมซ้ำโดยไม่เพิ่มหลักฐาน
  3. เรียงข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนแสดงความคิดเห็นใด ๆ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากความคิดเห็นโดยรวมไปยังประเด็นเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนความคิดเห็นนั้น

I talked about the staff, the atmosphere, and the food.

4:00

ฉันพูดถึงพนักงาน บรรยากาศ และอาหาร

Give an opinion on these

4:03

ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ

three different categories separately.

4:05

สามหมวดหมู่ที่แตกต่างกันนี้แยกกัน

If it was for a cinema, ไวยากรณ์

4:07

หากเป็นโรงภาพยนตร์

you could talk about the cleanliness of the seats,

4:08

คุณสามารถพูดถึงความสะอาดของที่นั่ง

the staff, and the sound.

4:11

พนักงาน และระบบเสียงได้

ไวยากรณ์

If it was for..., you could talk about...: ตั้งหัวข้อสมมติและเสนอเนื้อหา

“If it was for a cinema” ใช้ตั้งหัวข้อรีวิวแบบสมมติ คำสรรพนาม it หมายถึงรีวิวหรืองานเขียน และคำว่า for ระบุว่ารีวิวนั้นเกี่ยวกับอะไร “You could talk about...” ใช้เสนอประเด็นที่เหมาะจะใส่ไว้ในรีวิว could ในที่นี้หมายถึงคำแนะนำหรือตัวเลือก ไม่ใช่ความสามารถในอดีต เมื่อต้องการใช้กรอบวางแผนเดียวกันกับเรื่องอื่น ให้เปลี่ยน cinema และรายการประเด็นประเมิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบเดียวกันเพื่อระบุหัวข้อรีวิวแบบสมมติและเสนอสิ่งที่ควรใส่ในรีวิว

  1. If it was for a museum, you could talk about the exhibits and the guides.
  2. When I was younger, I could talk about museums for hours.
  3. The museum could be closed on Mondays.
ดูคำตอบ

If it was for a museum, you could talk about the exhibits and the guides.

Having three categories ลำดับความ

4:12

การมีสามหมวดหมู่

will make your review succinct,

4:14

จะทำให้รีวิวของคุณกระชับ

but also give enough detail

4:15

แต่ยังให้รายละเอียดเพียงพอ

for the reader to understand your experience.

4:17

เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจประสบการณ์ของคุณ

ลำดับความ

Having three categories... succinct, but... enough detail: สมดุลระหว่างความกระชับกับรายละเอียด

“Having three categories” เป็นประธานของประโยค การจัดรีวิวเป็นสามด้านที่ชัดเจนช่วยกำหนดขอบเขต ทำให้งานเขียนตรงประเด็นและกระชับ ส่วน but also เพิ่มอีกด้านหนึ่งของความสมดุล รีวิวที่จัดระเบียบดีสามารถเขียนให้สั้นกระชับและยังมีรายละเอียดเฉพาะมากพอให้ผู้อ่านเข้าใจประสบการณ์ของผู้เขียนได้ succinct หมายถึงชัดเจนและไม่มีคำฟุ่มเฟือย ไม่ได้หมายถึงเนื้อหาว่างเปล่าหรือคลุมเครือ

แบบฝึกหัด

แผนใดสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องการเขียนให้กระชับพร้อมกับให้รายละเอียดที่เพียงพอมากที่สุด

  1. แสดงความคิดเห็นคลุมเครือเพียงอย่างเดียวและไม่ให้รายละเอียดสนับสนุน
  2. ใช้สามหมวดหมู่ที่ชัดเจน และสนับสนุนแต่ละหมวดด้วยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเล็กน้อย
  3. เล่าทุกเหตุการณ์ที่จำได้โดยไม่จัดกลุ่ม
ดูคำตอบ

ใช้สามหมวดหมู่ที่ชัดเจน และสนับสนุนแต่ละหมวดด้วยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเล็กน้อย

Finish off with a short sentence ลำดับความ

4:19

ปิดท้ายด้วยประโยคสั้น ๆ

that gives a summary of your experience.

4:21

ที่เป็นการสรุปประสบการณ์ของคุณ

ลำดับความ

Finish off with a short sentence: ใช้บอกขั้นตอนสุดท้าย

Finish off with + นามวลี ใช้บอกผู้ฟังว่าควรเพิ่มอะไรเป็นขั้นตอนสุดท้าย ในที่นี้ ขั้นตอนสุดท้ายคือประโยคสั้น ๆ ที่สรุปประสบการณ์และทำให้บทรีวิวจบอย่างชัดเจน วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยขั้นตอนก่อนหน้ามีไว้พัฒนาเนื้อหาของรีวิว ส่วนประโยคสุดท้ายมีไว้ปิดเรื่อง ไม่ใช่เริ่มหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยวลีจากบทเรียนที่ใช้บอกขั้นตอนสุดท้าย: ____ a one-sentence summary.

ดูคำตอบ

Finish off with

Will you go there again?

4:23

คุณจะไปที่นั่นอีกไหม

Now I've shown you

4:25

ตอนนี้ฉันได้แสดงให้คุณเห็นแล้ว

how simple and straightforward

4:25

ว่ามันเรียบง่ายและตรงไปตรงมาแค่ไหน

it is to write a review.

4:27

ในการเขียนรีวิว

Why not try it for yourself? น้ำเสียง/เจตนา

4:28

ทำไมไม่ลองทำด้วยตัวเองดูล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Why not try it for yourself?: การเสนอแนะอย่างเป็นมิตร

Why not + กริยารูปพื้นฐาน? เป็นรูปแบบที่ใช้เสนอแนะได้บ่อย แม้จะดูเหมือนคำถาม แต่ในที่นี้หมายถึง “ฉันคิดว่าคุณน่าจะลอง” ไม่ใช่ “บอกเหตุผลที่คุณไม่ลองมา” Try it for yourself หมายถึงการได้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง แทนที่จะอาศัยเพียงคำบอกเล่าหรือความคิดเห็นของผู้อื่น ทั้งประโยคจึงเป็นการชวนให้ลงมือทำอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่คำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นสองคำจากบทเรียนให้คำเสนอแนะนี้สมบูรณ์: ____ try the puzzle for yourself?

ดูคำตอบ

Why not

You might be surprised น้ำเสียง/เจตนา

4:30

คุณอาจจะประหลาดใจ

by how easy it is

4:31

ว่ามันง่ายแค่ไหน

and how it helps you to practice your English.

4:32

และมันช่วยให้คุณฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างไร

น้ำเสียง/เจตนา

You might be surprised by how easy it is: การคาดการณ์อย่างนุ่มนวล

You might be surprised by... ใช้บอกอย่างนุ่มนวลว่าผลลัพธ์อาจเกินความคาดหมายของผู้ฟัง might แสดงความเป็นไปได้ ผู้พูดจึงไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังจะต้องแปลกใจแน่นอน หลัง by สามารถใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how เพื่อบอกว่าส่วนใดอาจน่าแปลกใจ เนื่องจาก how easy it is เป็นส่วนหนึ่งของประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า it is ไม่ใช่ is it รูปแบบนี้ช่วยชวนให้อีกฝ่ายลองทำโดยไม่ฟังดูบังคับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่นุ่มนวลจากบทเรียน: ____ how quickly you improve when you practice a little every day.

ดูคำตอบ

You might be surprised by

Just remember to follow the formula วลี

4:34

แค่จำไว้ว่าให้ทำตามสูตร

I gave you and be honest.

4:36

ที่ฉันให้ไว้และเขียนอย่างซื่อสัตย์

วลี

follow the formula: ใช้โครงสร้างหรือวิธีที่กำหนดไว้

Follow the formula หมายถึงการใช้วิธี ขั้นตอน หรือโครงสร้างที่ให้ไว้แล้ว ในที่นี้ formula คือแบบแผนการเขียนที่นำกลับมาใช้ได้ ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ Follow เน้นการทำตามแผนนั้นในลำดับที่กำหนด พร้อมกับเลือกเนื้อหาของตนเองและแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ใช้ขั้นตอนหรือโครงสร้างที่ให้ไว้”: ____ and then check your work.

ดูคำตอบ

Follow the formula

Bon appétit. วัฒนธรรม

4:38

ทานให้อร่อยนะคะ

วัฒนธรรม

Bon appétit ในฐานะคำอวยพรก่อนรับประทานอาหาร

Bon appétit เป็นสำนวนภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในภาษาอังกฤษด้วย เพื่ออวยพรให้อีกฝ่ายมีความสุขกับอาหาร ในประโยคนี้ สำนวนนี้อยู่เดี่ยว ๆ เป็นคำอวยพรที่สมบูรณ์ก่อนเริ่มรับประทานอาหาร มีความหมายใกล้เคียงกับ Enjoy your meal ให้เข้าใจว่าเป็นสำนวนตายตัวที่ยืมมาจากภาษาฝรั่งเศส ไม่ใช่การนำคำภาษาอังกฤษมาแปลแยกทีละคำ ในร้านอาหารหรือบทสนทนาเรื่องอาหาร สำนวนนี้ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศแบบฝรั่งเศสเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

พนักงานเพิ่งวางอาหารบนโต๊ะ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับกล่าวอวยพรอย่างเป็นมิตรก่อนที่แขกจะเริ่มรับประทานอาหาร

  1. Bon appétit.
  2. That was delicious.
  3. Cheers.
ดูคำตอบ

Bon appétit.