ภาวะดิสเล็กเซีย (Dyslexia) คืออะไร? - Kelli Sandman-Hurley: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้แก้ความเข้าใจผิดว่าดิสเล็กเซียทำให้มองเห็นต่างไป อธิบายพื้นฐานด้านการประมวลผลเสียงและระบบประสาท และชี้ให้เห็นว่าการช่วยเหลือแบบพหุประสาทสัมผัสกับมุมมองเรื่องความหลากหลายทางระบบประสาทสนับสนุนการอ่านและความเข้าใจได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. The truth is, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าวลีเปลี่ยนผ่านนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ความเชื่อที่แพร่หลายและเข้าสู่คำอธิบายหลัก คุณนำไปใช้เปรียบเทียบข้อสันนิษฐานกับหลักฐานหรือคำอธิบายที่แม่นยำกว่าได้ โดยไม่ต้องกล่าวข้อความก่อนหน้าซ้ำทั้งหมด 2. takes a longer trip through their brain — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าคำเปรียบเทียบเชิงพื้นที่เรื่องการเดินทางช่วยทำให้กระบวนการทางระบบประสาทที่ซับซ้อนเข้าใจง่าย โดยนำเสนอการประมวลผลคำว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เวลานานขึ้น จึงช่วยให้ตีความและสร้างคำอธิบายวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงกระบวนการนามธรรมในรูปของการเคลื่อนที่ เส้นทาง หรือความล่าช้าได้ 3. not only see the world through their eyes, but understand it through their brains. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เห็นได้ว่าโครงสร้าง not only... but... ทำให้บทสรุปหนักแน่นขึ้น โดยขยายจากการเห็นอกเห็นใจผ่านการมองไปสู่ความเข้าใจความแตกต่างทางระบบประสาท คุณใช้โครงสร้างคู่นี้เพื่อขยายแนวคิด เพิ่มมุมมองที่สองซึ่งสำคัญกว่า และปิดท้ายคำอธิบายให้น่าจดจำได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Take a moment to + กริยา: การชวนให้ทำอย่างนุ่มนวล
Take a moment to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ขอให้อีกฝ่ายหยุดสักครู่แล้วทำสิ่งที่ตามมา ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ชมอ่านก่อนที่วิดีโอจะดำเนินต่อไป วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบช่วงเวลาตามตัวอักษร แต่ทำให้การกระทำดูใช้เวลาไม่นาน จึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Read the following.
แบบฝึกหัด
เติมคำชี้แนะที่สุภาพด้วยวลีจากบทเรียนนี้: ____ review the safety steps before you begin.
ดูคำตอบ
Take a moment to
How was that? Frustrating? Slow? เพื่อดึงผู้ฟังเข้าสู่เรื่อง
How was that? ชวนให้ผู้ฟังย้อนนึกถึงงานที่เพิ่งทำเสร็จก่อน จากนั้น Frustrating? Slow? เสนอความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้นสองแบบ ลำดับคำถามนี้เปลี่ยนประสบการณ์ร่วมให้เป็นสะพานไปสู่คำอธิบายถัดไป Frustrating? และ Slow? เป็นคำถามแบบละส่วนของประโยค โดยแทน Was it frustrating? และ Was it slow? รูปแบบสั้นทำให้จังหวะกระชับและมีน้ำหนัก พร้อมชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยในใจมากกว่าจะตอบอย่างละเอียด
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ How was that? Frustrating? Slow? มีหน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาอย่างไร
- บอกข้อเท็จจริงสามอย่างที่แยกจากกันเกี่ยวกับงานนั้น
- ชวนให้ผู้ฟังย้อนนึกถึงประสบการณ์ร่วม เสนอปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น และนำเข้าสู่คำอธิบาย
- ขอคำตอบปากเปล่าอย่างละเอียดก่อนที่จะพูดต่อได้
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังย้อนนึกถึงประสบการณ์ร่วม เสนอปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น และนำเข้าสู่คำอธิบาย
They're actually a simulation of the experience of dyslexia, การใช้คำ
0:27จริงๆ แล้วประโยคเหล่านั้นเป็นการจำลองประสบการณ์ของภาวะบกพร่องทางการอ่าน (Dyslexia)
a simulation of the experience of dyslexia: การจำลองประสบการณ์ของภาวะดิสเล็กเซีย
คำนามหลักคือ simulation ส่วนวลี of the experience of dyslexia ระบุสิ่งที่ถูกจำลอง นั่นคือบางแง่มุมของความรู้สึกเมื่อต้องอ่านโดยมีภาวะดิสเล็กเซีย ในที่นี้ experience หมายถึงประสบการณ์หรือความรู้สึกที่ได้พบจริง ไม่ใช่ประสบการณ์การทำงาน การเรียกกิจกรรมนี้ว่า simulation ยังแสดงถึงข้อจำกัดด้วย เพราะเป็นเพียงการจำลองโดยประมาณที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สังเกตเห็นความยากบางอย่าง ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือภาพแทนประสบการณ์ทั้งหมดของผู้มีภาวะดิสเล็กเซียทุกคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: The safety drill is ____ leaving a smoke-filled building.
ดูคำตอบ
a simulation of the experience of
designed to make you decode each word: โครงสร้างบอกจุดประสงค์ของการออกแบบ
Designed to make you decode each word เป็นวลี past participle ที่ขยาย simulation และบอกจุดประสงค์ วลีนี้ขยายเป็น which is designed to make you decode each word ได้ ดังนั้น designed จึงไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be designed to make + บุคคล + กริยารูปพื้นฐาน หลัง make ใช้ decode ไม่ใช่ to decode กล่าวคือ การจำลองนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยตั้งใจให้คุณต้องวิเคราะห์คำแต่ละคำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The app is ____ check every step carefully.
ดูคำตอบ
designed to make you
Those with dyslexia experience that laborious pace every time they read. โน้ต
0:33ผู้ที่มีภาวะนี้ต้องเผชิญกับความยากลำบากในระดับนี้ทุกครั้งที่พวกเขาอ่านหนังสือ
Those with dyslexia: โครงสร้าง those with + คำนามสำหรับกล่าวถึงกลุ่มคน
ใน Those with dyslexia คำว่า those ใช้แทนคนในรูปพหูพจน์ และ with dyslexia ระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด วลีทั้งหมดหมายถึง “คนที่มีภาวะดิสเล็กเซีย” และทำหน้าที่เป็นประธานของ experience โครงสร้าง those with + คำนามหรือวลีคำนามเป็นวิธีกล่าวถึงกลุ่มคนอย่างกระชับตามภาวะ ลักษณะ คุณสมบัติ หรือสิ่งที่มีร่วมกัน โครงสร้างนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในข้อความทั่วไปหรือค่อนข้างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย those with: ____ advance tickets may enter first.
ดูคำตอบ
Those with
laborious pace: ความคืบหน้าที่ยากและเชื่องช้า
Laborious หมายถึงสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องและมักใช้เวลามาก ส่วน pace คืออัตราที่กิจกรรมดำเนินไป ดังนั้น a laborious pace จึงบอกว่าความคืบหน้าทั้งยากและช้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายประสบการณ์การอ่านที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดย laborious ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวข้องกับแรงงานทางกาย” และยังใช้บรรยายกระบวนการอื่นที่ช้าลงเพราะมีขั้นตอนยาก ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่จะใช้ laborious pace มากที่สุด
- The train maintained a slow pace through the station, but the trip required no special effort.
- The restoration continued at a laborious pace because each tiny crack had to be repaired by hand.
- The band played at a lively pace and finished early.
ดูคำตอบ
The restoration continued at a laborious pace because each tiny crack had to be repaired by hand.
they think of seeing letters and words backwards, ไวยากรณ์
0:40พวกเขาจะนึกถึงการเห็นตัวอักษรและคำสลับด้าน
think of seeing: think of + กริยานาม
ใน think of seeing คำว่า of เป็นคำบุพบท ดังนั้น see จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ seeing ในที่นี้ seeing เป็นกริยานาม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ present continuous เพราะข้างหน้าไม่มีรูปของกริยา be โครงสร้าง think of + คำนามหรือกริยานาม ใช้บอกความคิดหรือภาพที่ผุดขึ้นมาในใจ ในประโยคนี้ ผู้คนเชื่อมโยงภาวะดิสเล็กเซียกับภาพของตัวอักษรและคำที่ดูเหมือนกลับด้าน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ think of + กริยานามได้ถูกต้องเพื่อบรรยายสิ่งที่เชื่อมโยงกันในความคิด?
- When I think of the beach, I think of building sandcastles.
- When I think of the beach, I think of build sandcastles.
- When I think of the beach, I think to building sandcastles.
ดูคำตอบ
When I think of the beach, I think of building sandcastles.
vice versa: ความสัมพันธ์ในทิศทางกลับกันก็เป็นจริง
Vice versa หมายความว่าความสัมพันธ์เดิมยังเป็นจริงเมื่อสลับสองฝ่าย ในที่นี้ seeing B as D ตามด้วย vice versa จึงรวมความหมายว่ามอง D เป็น B ด้วย วลีนี้ใช้แทนการกล่าวความสัมพันธ์ในทิศทางกลับกันซ้ำอีกครั้ง ใช้ได้เมื่อสลับคน สิ่งของ ทิศทาง หรือบทบาทแล้วความสัมพันธ์เดิมยังคงเป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายความว่าความสัมพันธ์ในทิศทางกลับกันก็เป็นจริง: The coach learns from the team, and ____.
ดูคำตอบ
vice versa
or they might think people with dyslexia see saw as was.
0:46หรืออาจจะคิดว่าผู้มีภาวะนี้เห็นคำว่า saw เป็น was
people with dyslexia see things the same way as everyone else. ไวยากรณ์
0:51ผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางการอ่านมองเห็นสิ่งต่างๆ เหมือนกับคนอื่นๆ
The truth is, ในฐานะสัญญาณแก้ความเข้าใจผิด
The truth is ใช้เกริ่นเพื่อแก้ความเข้าใจผิด ผู้พูดเพิ่งกล่าวถึงความเข้าใจผิดที่พบบ่อย แล้วใช้วลีนี้เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะบอกสถานการณ์ที่แท้จริง ในที่นี้ วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับเนื้อหา ไม่ใช่แค่ระบุว่าข้อความหนึ่งเป็นความจริง เมื่อได้ยินวลีนี้ ให้คาดว่าจะมีความต่างระหว่างความเชื่อก่อนหน้าและคำชี้แจงหลักของผู้พูด
แบบฝึกหัด
คู่ใดใช้ The truth is เพื่อแก้ความเชื่อก่อนหน้าและนำเข้าสู่สถานการณ์ที่แท้จริง?
- The test takes ten minutes. For example, you need a pencil.
- The test is tomorrow. Meanwhile, the library closes at six.
- Many people expect the test to take hours. The truth is, it only takes ten minutes.
ดูคำตอบ
Many people expect the test to take hours. The truth is, it only takes ten minutes.
the same way as everyone else: การเปรียบเทียบวิธี
the same way as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ หมายถึง “ด้วยวิธีเดียวกับ…” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายวิธีของ see things และเปรียบเทียบวิธีที่คนซึ่งมีภาวะดิสเล็กเซียมองสิ่งต่าง ๆ กับวิธีที่คนอื่นมอง everyone else หมายถึงคนอื่นทั้งหมดที่อยู่นอกกลุ่มซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว ส่วน as ในที่นี้ใช้เชื่อมไปยังสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึง “เพราะ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่กำหนด the same way as: Lena organizes her notes ____ her teacher does.
ดูคำตอบ
the same way as
Dyslexia is caused by a phonological processing problem, โน้ต
0:55ภาวะบกพร่องทางการอ่านเกิดจากปัญหาในกระบวนการประมวลผลทางระบบเสียง
is caused by: การบอกสาเหตุในประโยคกรรมวาจก
“is caused by” เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่แสดงเหตุและผล ประธานระบุผลลัพธ์หรือภาวะ ส่วนวลีนามหลัง by ระบุสิ่งที่ทำให้เกิดผลนั้น ในประโยคนี้ dyslexia คือภาวะที่กำลังอธิบาย และ a phonological processing problem ถูกเสนอว่าเป็นสาเหตุ ใช้โครงสร้าง result + be caused by + cause เมื่อต้องการเน้นผลลัพธ์ก่อน รูปของ be จะเปลี่ยนตามกาลและประธาน เช่น is caused by, was caused by หรือ were caused by
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีกรรมวาจกที่ระบุสาเหตุ: The power outage was ____ a damaged cable.
ดูคำตอบ
caused by
phonological processing problem: ความยากในการประมวลผลเสียงพูด
Phonological หมายถึงระบบเสียงของภาษา ซึ่งรวมถึงหน่วยเสียงในคำและวิธีที่เรารับรู้ จดจำ แยก และรวมเสียงเหล่านั้น ส่วน processing อธิบายว่าสมองจัดการข้อมูลนั้นอย่างไร A phonological processing problem คือความยากในการจัดการโครงสร้างเสียงของภาษาพูด ในประโยคนี้หมายถึงความยากด้านเสียงภาษาที่เกี่ยวข้องกับภาวะดิสเล็กเซีย ไม่ใช่ปัญหาคอมพิวเตอร์ และไม่ใช่เพียงปัญหาในการมองเห็นตัวอักษรที่พิมพ์อยู่
แบบฝึกหัด
phonological processing problem ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- การไม่สามารถมองเห็นคำที่พิมพ์อยู่
- ความยากในการประมวลผลโครงสร้างเสียงของภาษา
- ความเสียหายของฮาร์ดแวร์ในหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ
ความยากในการประมวลผลโครงสร้างเสียงของภาษา
have trouble not with ..., but with ...: ชี้จุดที่ยากจริง
have trouble with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงสิ่งหนึ่งทำได้ยาก โครงสร้าง have trouble not with A, but with B จะปฏิเสธก่อนว่า A ไม่ใช่ต้นเหตุของความยาก แล้วจึงชี้ว่า B คือจุดที่ยากจริง ในที่นี้ seeing language และ manipulating it เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันหลัง with คำว่า it แทน language ส่วน manipulating language หมายถึงการจัดการหรือเปลี่ยนส่วนประกอบของภาษา ไม่ใช่การบงการคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้แก้จุดเน้นที่เข้าใจผิด: Maya ____ reading the instructions, ____ following all the steps.
ดูคำตอบ
has trouble not with · but with
would you have left?: ถามว่าสิ่งใดจะเหลือในสถานการณ์สมมุติ
ในโครงสร้าง have + กรรม + left คำว่า left หมายถึงยังเหลืออยู่ กล่าวคือ กรรมนั้นยังคงอยู่หลังจากมีการใช้ นำออก หรือเปลี่ยนบางอย่าง ในคำถามนี้ what word เป็นกรรมของ have จึงย้ายมาไว้ต้นประโยค: What word would you have left? would แสดงว่าสิ่งที่เหลือเป็นผลจากการกระทำสมมุติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามถึงจำนวนดินสอที่จะเหลืออยู่
- If you gave away four pencils, where would you have left the others?
- If you gave away four pencils, how many would you have given away?
- If you gave away four pencils, how many would you have left?
ดูคำตอบ
If you gave away four pencils, how many would you have left?
This can be difficult for those with dyslexia.
1:14นี่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางการอ่าน
Given a word เพื่อกำหนดเงื่อนไข
เมื่ออยู่ต้นประโยค Given a word ใช้กำหนดเงื่อนไขว่า “ถ้ามีคนให้คำหนึ่งคำแก่คุณ” หรือ “เมื่อมีการนำเสนอคำหนึ่งคำ” โดยบอกก่อนว่าผู้ฟังควรนึกถึงสถานการณ์ใด แล้วจึงตามด้วยใจความหลัก ในที่นี้ given เป็นส่วนหนึ่งของวลีเกริ่นนำแบบกระชับ ไม่ใช่กริยาอดีตธรรมดาที่แปลว่า “ให้แล้ว” โครงสร้าง Given + นามวลีใช้แนะนำข้อมูล เครื่องมือ หรือเงื่อนไขที่มีอยู่แล้วได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Given + นามวลี เพื่อกำหนดเงื่อนไข?
- Given a compass, Leo can find north.
- Leo has given a compass to his friend.
- Giving a compass is a kind thing to do.
ดูคำตอบ
Given a compass, Leo can find north.
in isolation: โดยไม่มีบริบทรอบข้าง
ในประโยคนี้ in isolation หมายถึงการพิจารณาคำนั้นเพียงลำพัง โดยไม่มีประโยคหรือบริบทอื่นอยู่รอบ ๆ วลีนี้เน้นว่าความเชื่อมโยงและคำใบ้ที่เป็นประโยชน์ถูกตัดออกไป ในความหมายทั่วไป in isolation คือการพิจารณาสิ่งหนึ่งแยกจากข้อมูลหรือปัจจัยอื่น มักสื่อว่าผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไปเมื่อรวมบริบทที่กว้างขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The comment sounds harsh in isolation," คำว่า in isolation หมายถึงอะไร?
- ภายในสถานที่ที่ใช้กักตัว
- โดยมีหลายคนพูดพร้อมกัน
- โดยไม่มีบริบทรอบข้าง
ดูคำตอบ
โดยไม่มีบริบทรอบข้าง
students with dyslexia need to break the word into parts to read it. วลี
1:19นักเรียนที่มีภาวะนี้จำเป็นต้องแยกคำนั้นออกเป็นส่วนๆ เพื่อที่จะอ่านมัน
break the word into parts: แบ่งสิ่งที่เป็นทั้งก้อนออกเป็นส่วนย่อย
“break the word into parts” หมายถึงการแบ่งคำทั้งคำออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อจัดการทีละขั้น ในที่นี้ break หมายถึง “แยกออกเพื่อวิเคราะห์” ไม่ใช่ “ทำให้เสียหาย” รูปแบบคือ break + สิ่งที่เป็นทั้งก้อน + into + ส่วน/ชิ้น/กลุ่ม และยังใช้กับงาน ปัญหา เรื่องราว และกระบวนการได้ เมื่อการแบ่งสิ่งใหญ่ทำให้จัดการได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกให้แบ่งการบ้านชิ้นใหญ่ออกเป็นงานย่อยอย่างเป็นธรรมชาติ
- Break the assignment into smaller tasks.
- Break the assignment with smaller tasks.
- Break into the assignment smaller tasks.
ดูคำตอบ
Break the assignment into smaller tasks.
Time spent decoding makes it hard to keep up with peers and gain sufficient comprehension. โน้ต
1:26เวลาที่ใช้ในการถอดรหัสทำให้ยากต่อการตามเพื่อนให้ทันและไม่สามารถทำความเข้าใจได้เพียงพอ
Time spent decoding: ส่วนขยายแบบย่อด้วยคำกริยาช่องสาม
“Time spent decoding” หมายถึง “เวลาที่ใช้ในการถอดรหัสตัวอักษร” และสามารถเขียนเต็มได้ว่า “time that is spent decoding” คำกริยาช่องสาม spent เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์เชิงรับแบบย่อที่อยู่หลัง Time ส่วน decoding บอกกิจกรรมการอ่านที่ใช้เวลานั้น วลี Time spent decoding ทั้งหมดเป็นประธานของประโยค กริยาหลักคือ makes ดังนั้น spent จึงไม่ใช่กริยาหลักในรูปอดีต โครงสร้างคำนาม + คำกริยาช่องสามแบบกระชับนี้พบได้บ่อยเมื่ออธิบายว่าเวลา เงิน หรือความพยายามถูกใช้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีคำกริยาช่องสามแบบย่อเป็นประธานได้ถูกต้อง
- Time was spent checking the work prevents mistakes.
- Time spent checking the work prevents mistakes.
- Time spending checking the work prevents mistakes.
ดูคำตอบ
Time spent checking the work prevents mistakes.
makes it hard to: ทำให้การทำบางอย่างยากขึ้น
ในโครงสร้าง makes it hard to do something คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิด” hard เป็นส่วนเติมเต็มกรรม และ it เป็นกรรมที่ใช้วางแทนไว้ก่อน การกระทำที่ยากจริง ๆ ระบุด้วย to-infinitive หลัง hard ในประโยคนี้ เวลาที่ใช้ถอดรหัสตัวอักษรทำให้สองการกระทำยากขึ้น คือการตามเพื่อนร่วมวัยให้ทันและการทำความเข้าใจให้เพียงพอ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ใช้รูปแบบ X makes it hard to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่า X ทำให้การกระทำหนึ่งยากขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ makes it hard to เติมประโยคให้สมบูรณ์: A weak internet connection ____ join the online lesson.
ดูคำตอบ
makes it hard to
keep up with peers: ตามเพื่อนร่วมวัยให้ทัน
Keep up with someone หมายถึงการรักษาความเร็ว ความก้าวหน้า หรือระดับให้ใกล้เคียงกับอีกคนและไม่ตกตามหลัง ในประโยคนี้ keep up with peers หมายถึงการรักษาความเร็วในการอ่านและเรียนรู้ให้ใกล้เคียงกับนักเรียนคนอื่น Peers คือคนที่มีอายุ สถานะ หรือบทบาทใกล้เคียงกัน และไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนกัน ในที่นี้ keep up with ทำหน้าที่เป็นวลีเดียวกัน ดังนั้น up จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
ใช้วลีที่หมายถึง “รักษาความเร็วให้เท่ากัน” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The project moves quickly, so Ben checks the task board each morning to ____ his teammates.
ดูคำตอบ
keep up with
Spelling words phonetically: สะกดคำตามเสียง
To spell words phonetically หมายถึงการเลือกตัวอักษรตามเสียงที่ได้ยินจากคำนั้น ในที่นี้ phonetically เป็นคำวิเศษณ์ที่อธิบายว่าสะกดด้วยวิธีใด การสะกดตามเสียงอาจแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนได้ยินอะไร แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการสะกดมาตรฐาน ในประโยคนี้ stik และ frens เป็นรูปที่ไม่เป็นมาตรฐานซึ่งอิงจากเสียงของ stick และ friends
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ spelling words phonetically มากที่สุด
- เขียนคำตามเสียงที่ได้ยิน แม้การสะกดจะไม่เป็นมาตรฐาน
- คัดลอกเฉพาะการสะกดมาตรฐานจากพจนานุกรม
- เรียงคำตามลำดับตัวอักษร
ดูคำตอบ
เขียนคำตามเสียงที่ได้ยิน แม้การสะกดจะไม่เป็นมาตรฐาน
stik for stick and frens for friends: X for Y ที่แสดงการแทนที่
ใน stik for stick และ frens for friends ใช้รูปแบบ X for Y โดย X คือรูปสะกดที่ถูกใช้จริง ส่วน Y คือรูปสะกดมาตรฐานที่ X เข้าไปแทน ดังนั้นวลีเหล่านี้จึงหมายถึง “ใช้ stik แทน stick” และ “ใช้ frens แทน friends” ในที่นี้ for แสดงการแทนที่ ไม่ได้แสดงจุดประสงค์หรือผู้ได้รับประโยชน์ การอ่านลำดับให้ถูกต้องจะช่วยให้รู้ว่ารูปใดปรากฏจริงและรูปใดเป็นรูปที่ตั้งใจจะใช้
แบบฝึกหัด
ใน I mistakenly wrote 2025 for 2026 คำว่า for แสดงอะไร
- เขียน 2025 ในตำแหน่งที่ตั้งใจจะเขียน 2026
- 2025 เกิดขึ้นก่อน 2026
- เขียน 2025 เพื่อช่วย 2026
ดูคำตอบ
เขียน 2025 ในตำแหน่งที่ตั้งใจจะเขียน 2026
These difficulties are more widespread and varied than commonly imagined. ไวยากรณ์
1:41ความยากลำบากเหล่านี้แพร่หลายและหลากหลายกว่าที่คนทั่วไปคิด
more widespread and varied than commonly imagined: แพร่หลายและหลากหลายกว่าที่คนทั่วไปคิด
โครงสร้าง more + คำคุณศัพท์ + than commonly imagined เปรียบเทียบความเป็นจริงกับสิ่งที่ผู้คนทั่วไปคาดไว้ ในที่นี้ more ขยายทั้ง widespread และ varied จึงหมายความว่าความยากลำบากเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้างกว่าและมีหลายรูปแบบกว่าที่คนทั่วไปคิด รูปเปรียบเทียบแบบเต็มเข้าใจได้ว่าเป็น than they are commonly imagined to be คำว่า commonly หมายถึงมุมมองทั่วไปของสังคม ไม่ใช่จินตนาการของคนใดคนหนึ่ง ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจที่ประเมินปัญหา ผลกระทบ หรือแนวโน้มต่ำเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผู้คนประเมินต่ำเกินไปทั้งเรื่องขอบเขตที่ปัญหาเกิดขึ้นและจำนวนรูปแบบของปัญหา
- The problem is more widespread and varied than commonly imagined.
- People imagine the problem in many different ways.
- The problem is as widespread and varied as people expected.
ดูคำตอบ
The problem is more widespread and varied than commonly imagined.
Dyslexia affects up to one in five people. วลี
1:46ภาวะบกพร่องทางการอ่านส่งผลกระทบต่อประชากรสูงสุดถึงหนึ่งในห้า
up to one in five people: มากถึงหนึ่งในห้าคน
ใน one in five people นั้น one in five แสดงสัดส่วน คือหนึ่งคนจากทุกห้าคน หรือ 20% ส่วน up to กำหนดค่าสูงสุด ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าค่าประมาณอาจสูงถึงสัดส่วนดังกล่าว ไม่ได้บอกว่างานวิจัยทุกชิ้นพบตัวเลข 20% พอดี รูปแบบตัวเลขนี้พบได้บ่อยในรายงานเกี่ยวกับอัตรา ความเสี่ยง และขนาดของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
แบบฝึกหัด
รายงานระบุว่า Up to one in five households may need assistance. หมายความว่าอย่างไร
- สัดส่วนต้องสูงกว่า 20%
- สัดส่วนเท่ากับ 20% พอดีเสมอ
- สัดส่วนอาจสูงถึง 20% แต่ก็อาจต่ำกว่านั้น
ดูคำตอบ
สัดส่วนอาจสูงถึง 20% แต่ก็อาจต่ำกว่านั้น
on a continuum: ช่วงต่อเนื่องของหลายระดับ
on a continuum หมายถึงลักษณะหรือภาวะหนึ่งสามารถปรากฏได้ในหลายระดับที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ไม่ได้แบ่งเป็นเพียงสองประเภทตายตัวเท่านั้น ในที่นี้ on วางภาวะนั้นไว้บนมาตรวัดเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง การเปรียบเทียบ mild กับ profound ที่ตามมาแสดงสองบริเวณบนมาตรวัดนี้ โดยยังมีระดับอื่น ๆ อยู่ระหว่างกลาง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายด้วย on a continuum มากที่สุด
- สวิตช์ไฟมีเพียงสถานะเปิดกับปิด
- ทักษะการอ่านมีตั้งแต่อ่อนมากไปจนถึงแข็งแรงมาก และมีหลายระดับอยู่ระหว่างกลาง
- การประชุมจัดขึ้นในห้องที่ระบุไว้ห้องหนึ่ง
ดูคำตอบ
ทักษะการอ่านมีตั้งแต่อ่อนมากไปจนถึงแข็งแรงมาก และมีหลายระดับอยู่ระหว่างกลาง
a profound case of it: ระดับที่รุนแรงมาก
a case of it หมายถึงกรณีหนึ่งของภาวะนั้นที่เกิดกับบุคคลหนึ่ง โดย it ย้อนกลับไปหมายถึง dyslexia ในวลีนี้ profound หมายถึงมีระดับสูงมากและส่งผลกระทบรุนแรงต่อบุคคลนั้น ไม่ได้หมายถึงลึกซึ้งทางความคิด ดังนั้น วลีนี้จึงวางภาวะดิสเล็กเซียของบุคคลนั้นไว้ใกล้ปลายด้านรุนแรงของช่วงต่อเนื่อง โครงสร้าง a case of + condition ใช้ระบุกรณีเฉพาะของภาวะหนึ่งได้ ส่วนคำคุณศัพท์หน้า case ใช้บอกระดับของภาวะนั้น
แบบฝึกหัด
a profound case of it ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- บุคคลนั้นเขียนรายงานที่ผ่านการคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับภาวะนั้น
- ภาวะนั้นเป็นแนวคิดที่ลึกซึ้งทางปัญญา
- ภาวะนั้นส่งผลกระทบต่อบุคคลในระดับรุนแรงมาก
ดูคำตอบ
ภาวะนั้นส่งผลกระทบต่อบุคคลในระดับรุนแรงมาก
runs in families: รูปแบบที่พบในหมู่ญาติ
ใน runs in families คำว่า run ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว สำนวนนี้หมายถึงภาวะ ลักษณะ หรือแนวโน้มบางอย่างที่พบในสมาชิกมากกว่าหนึ่งคนของครอบครัวเดียวกัน และพบรูปแบบนี้ได้ในหลายครอบครัว สำนวนนี้ชี้ว่ามีรูปแบบที่เกิดในครอบครัว แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าสาเหตุมาจากพันธุกรรม หรือหมายความว่าญาติทุกคนต้องมีภาวะนั้น ใช้ runs เพราะประธานเอกพจน์ dyslexia ต้องสอดคล้องกับรูปกริยา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ run in the family เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Several of my relatives get migraines, so this condition ____ my family.
ดูคำตอบ
runs in
It's common to see one family member who has trouble spelling, วลี
1:59เรามักจะเห็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวมีปัญหาในการสะกดคำ
It's common to see: การเกริ่นถึงสิ่งที่พบเห็นบ่อย
It's common to see ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่ผู้คนสังเกตเห็นหรือพบเจอบ่อย ๆ ในที่นี้ see หมายถึงการสังเกตเห็นหรือพบในสถานการณ์จริง ไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตาเท่านั้น คำว่า it ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธาน เนื้อหาที่แท้จริงจะตามหลัง to see โครงสร้างที่พบบ่อยคือ It's common to see + นามวลี และอาจมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนามนั้นต่อท้าย
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมาย It's common to see เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: ____ long lines at the museum on free-entry days.
ดูคำตอบ
It's common to see
while another family member has severe difficulty decoding even one syllable words like catch. โน้ต
2:02ในขณะที่อีกคนมีปัญหาอย่างหนักในการถอดรหัสแม้แต่คำพยางค์เดียวอย่างคำว่า catch
severe difficulty decoding: difficulty ตามด้วยรูป -ing
ใน severe difficulty decoding คำว่า severe บอกระดับของ difficulty ส่วน decoding บอกกิจกรรมที่ทำได้ยาก ในบริบทการอ่านนี้ decoding หมายถึงการเปลี่ยนตัวอักษรและรูปแบบการสะกดที่เขียนไว้ให้เป็นเสียงเพื่อให้จำคำได้ หลังคำนาม difficulty ภาษาอังกฤษมักใช้รูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่ทำได้ยาก: have difficulty doing something ดังนั้น difficulty decoding จึงเป็นธรรมชาติ ส่วน difficulty to decode ไม่ใช่โครงสร้างปกติในกรณีนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำนาม difficulty ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายปัญหาในการถอดรหัสคำ?
- She has severe difficult decoding unfamiliar words.
- She has severe difficulty decoding unfamiliar words.
- She has severe difficulty to decode unfamiliar words.
ดูคำตอบ
She has severe difficulty decoding unfamiliar words.
one syllable words: การนับพยางค์ที่ออกเสียง
One syllable words หมายถึงคำที่ออกเสียงเพียงหนึ่งพยางค์ หรือหนึ่งจังหวะของเสียงพูดที่โดยทั่วไปมีเสียงสระหนึ่งเสียงเป็นแกนกลาง Catch มีเพียงหนึ่งพยางค์แม้จะเขียนด้วยตัวอักษรห้าตัว ให้นับเสียงและจังหวะที่พูดออกมา ไม่ใช่จำนวนตัวอักษรหรือความยาวของคำเมื่อเขียน ในงานเขียนภาษาอังกฤษที่ผ่านการเรียบเรียง คำขยายนี้เมื่ออยู่หน้า words มักใส่เครื่องหมายยัติภังค์ และ syllable ยังคงเป็นรูปเอกพจน์: one-syllable words รูปที่เน้นไว้ซึ่งไม่มียัติภังค์มีความหมายเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
คำภาษาอังกฤษคำใดมีเพียงหนึ่งพยางค์พอดี?
- banana
- open
- strength
ดูคำตอบ
strength
The continuum and distribution of dyslexia suggests a broader principle to bear in mind วลี
2:09ความต่อเนื่องและการกระจายตัวของภาวะบกพร่องทางการอ่านชี้ให้เห็นถึงหลักการที่กว้างขึ้นซึ่งควรตระหนักไว้
bear in mind: จำและนำมาพิจารณา
Bear in mind เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จำบางสิ่งไว้และนำมาพิจารณา” โดยทั่วไปใช้ชี้ถึงข้อมูลที่ควรมีผลต่อความคิดหรือการกระทำในลำดับต่อไป ใน a broader principle to bear in mind รูป infinitive คือ to bear in mind วางอยู่หลัง principle เพื่อขยายคำนั้น กล่าวคือ หลักการนี้เป็นสิ่งที่ผู้ฟังควรจำไว้สำหรับการอภิปรายต่อจากนี้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จำและนำมาพิจารณา” เพื่อทำประโยคเตือนให้สมบูรณ์: Please ____ that the deadline is Friday.
ดูคำตอบ
bear in mind
as we look at how the brains of those with dyslexia process language.
2:15เมื่อเราพิจารณาว่าสมองของผู้ที่มีภาวะนี้ประมวลผลภาษาอย่างไร
Neurodiversity is the idea that because all our brains show differences in structure and function, โน้ต
2:19ความหลากหลายทางระบบประสาท (Neurodiversity) คือแนวคิดที่ว่าเพราะสมองของเราทุกคนมีความแตกต่างทั้งโครงสร้างและการทำงาน
Neurodiversity: ความหลากหลายของวิธีที่สมองทำงาน
Neurodiversity หมายถึงความแตกต่างหลากหลายของสมองมนุษย์ ทั้งด้านโครงสร้าง การทำงาน และวิธีคิด เรียนรู้ และประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้มองความแตกต่างดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายของมนุษย์ ไม่ใช่ชื่อของการวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเสนอกรอบสำหรับทำความเข้าใจความแตกต่างอย่างภาวะดิสเล็กเซียว่าอยู่ภายในความหลากหลายของสมองที่กว้างกว่า มุมมองนี้ยอมรับได้ทั้งความแตกต่างและความต้องการความช่วยเหลือที่มีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
neurodiversity หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- การวินิจฉัยทางการแพทย์สำหรับภาวะดิสเล็กเซียเท่านั้น
- ข้ออ้างว่าสมองทุกคนทำงานเหมือนกันทุกประการ
- ความแตกต่างในโครงสร้างและการทำงานของสมองมนุษย์
ดูคำตอบ
ความแตกต่างในโครงสร้างและการทำงานของสมองมนุษย์
is the idea that: นิยามแนวคิดด้วยอนุประโยค
X is the idea that + อนุประโยค เป็นโครงสร้างที่ใช้บ่อยเพื่ออธิบายแนวคิด ทฤษฎี หรือหลักการ X ระบุชื่อแนวคิด ส่วนอนุประโยคหลัง that บอกว่าแนวคิดนั้นมีเนื้อหาอะไร ในประโยคนี้ that นำเข้าสู่เนื้อหาของแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางระบบประสาท เนื้อหาเริ่มด้วย because ซึ่งให้เหตุผล ไม่ใช่ความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างนิยามที่ตรงกับบทเรียน: Minimalism ____ owning fewer things can simplify life.
ดูคำตอบ
is the idea that
we shouldn't be so quick to label every deviation from the norm as a pathological disorder วลี
2:26เราจึงไม่ควรรีบตัดสินว่าทุกความแตกต่างไปจากบรรทัดฐานนั้นเป็นความผิดปกติทางพยาธิวิทยา
shouldn't be so quick to: เตือนไม่ให้ตัดสินอย่างรีบร้อน
shouldn't be so quick to + คำกริยา หมายถึงไม่ควรรีบลงมือ ตัดสิน หรือแสดงปฏิกิริยาก่อนคิดหรือเช็กข้อเท็จจริง quick ในที่นี้บอกว่าคนหนึ่งไปสู่การกระทำหรือข้อสรุปได้ง่ายหรือเร็วเพียงใด ไม่ได้หมายถึงความเร็วของการเคลื่อนไหว ในประโยคนี้ ผู้พูดเตือนให้ระมัดระวังก่อนตีตราความแตกต่างว่าเป็นความผิดปกติ so ช่วยเน้นว่าปฏิกิริยาที่ถูกวิจารณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วเกินไปหรือง่ายเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเตือนให้ระวังที่ตรงกับบทเรียน: We ____ blame the new employee before checking the facts.
ดูคำตอบ
shouldn't be so quick to
label X as Y: ตีตราทุกความแตกต่างว่าเป็นความผิดปกติ
โครงสร้าง label X as Y หมายถึงการเรียก จัดประเภท หรือตัดสิน X ว่าเป็น Y ในที่นี้ label ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการติดป้ายจริง ๆ ในประโยคนี้ X คือ every deviation from the norm และ Y คือ a pathological disorder ผู้พูดเตือนว่าเราไม่ควรรีบตัดสินทุกสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่ถือว่าปกติว่าเป็นปัญหาทางการแพทย์
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ label X as Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: Some people unfairly ____ a quiet child ____ unfriendly.
ดูคำตอบ
label · as
or dismiss people living with these variations as defective. น้ำเสียง/เจตนา
2:33หรือมองว่าผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความแตกต่างเหล่านี้เป็นคนมีตำหนิ
dismiss X as Y: ด้อยค่าคนว่า defective
ในโครงสร้าง dismiss X as Y คำว่า dismiss หมายถึงการปฏิเสธ X หรือเลิกให้ความสำคัญกับ X เพราะมองว่า X เป็น Y ในที่นี้ X คือ people living with these variations และ Y คือ defective ส่วน dismiss ไม่ได้หมายถึงการไล่คนเหล่านั้นออกจากงานหรือปิดการประชุม Defective มักใช้บรรยายสิ่งของที่มีข้อบกพร่อง เมื่อนำมาใช้กับคน คำนี้จะลดทอนความหลากหลายของมนุษย์ให้กลายเป็นข้อเสีย ประโยคนี้กำลังวิจารณ์การตัดสินที่ดูหมิ่นเช่นนั้น ไม่ได้สนับสนุนมัน
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ภาษา: ในการสนทนาโดยตรงที่ให้เกียรติกัน เหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ You are defective. เป็นคำบรรยายคนแบบเป็นกลาง?
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
People with neurobiological variations like dyslexia,
2:37ผู้ที่มีความหลากหลายทางระบบประสาทชีววิทยาอย่างภาวะบกพร่องทางการอ่าน
including such creative and inventive individuals as Picasso, ไวยากรณ์
2:41ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์และนักประดิษฐ์อย่างเช่น ปิกัสโซ,
such creative and inventive individuals as: การยกตัวอย่างอย่างเป็นทางการ
ในโครงสร้าง such + นามวลีที่บอกประเภท + as + ตัวอย่าง คำว่า such ส่งสัญญาณว่าจะมีตัวอย่างตามมา และ as ใช้นำหน้าตัวอย่างนั้น ในที่นี้ creative and inventive individuals คือชื่อประเภท ส่วน Picasso ถูกยกมาเป็นหนึ่งในบุคคลตัวแทนของประเภทนี้ โครงสร้างนี้แสดงว่าตัวอย่างที่ยกมาจัดอยู่ในประเภทที่กล่าวถึง จึงใช้เพื่อระบุประเภทก่อน แล้วจึงเรียงรายชื่อบุคคลหรือสิ่งของที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นระบบได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการ such + คำนาม + as: The club offers ____ chess and robotics.
ดูคำตอบ
such activities as
clearly have every capacity to be brilliant and successful in life. วลี
2:48ล้วนมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะเป็นอัจฉริยะและประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างชัดเจน
have every capacity to be: การยืนยันศักยภาพอย่างหนักแน่น
Have every capacity to be หมายถึง มีความสามารถและศักยภาพทั้งหมดที่จำเป็นต่อการเป็นหรือพัฒนาไปเป็นบางสิ่ง ในประโยคนี้ใช้เพื่อยืนยันอย่างหนักแน่นว่าคนเหล่านั้นสามารถโดดเด่นและประสบความสำเร็จได้ capacity ในที่นี้หมายถึงความสามารถหรือศักยภาพ ไม่ใช่ความจุทางกายภาพ every ทำให้คำยืนยันหนักแน่นขึ้น แต่สำนวนนี้ยังคงกล่าวถึงศักยภาพ ไม่ได้รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะผลลัพธ์อาจขึ้นอยู่กับโอกาส การตัดสินใจ และการสนับสนุนด้วย
แบบฝึกหัด
has every capacity to be successful หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขามีความสามารถและศักยภาพทั้งหมดที่จำเป็นต่อความสำเร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน
- พวกเขามีพื้นที่ทางกายภาพเพียงพอสำหรับรองรับคนที่ประสบความสำเร็จ
- พวกเขาจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร
ดูคำตอบ
พวกเขามีความสามารถและศักยภาพทั้งหมดที่จำเป็นต่อความสำเร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน
here's the special way the brains of those with dyslexia work. ลำดับความ
2:54นี่คือการทำงานแบบพิเศษของสมองของผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางการอ่าน
here's the special way ...: เกริ่นคำอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร
here's the special way ... ชี้ไปยังคำอธิบายที่จะตามมา โดยเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกหรืออธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร ในที่นี้ here's ไม่ได้ใช้เพื่อชี้สถานที่จริงเป็นหลัก แต่หมายถึง “นี่คือสิ่งที่กำลังจะนำเสนอหรืออธิบาย” หลังคำนาม way มีอนุประโยคที่บอกว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร เช่น the way the brains ... work ในการนำเสนอ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณจัดลำดับข้อมูล พาผู้ฟังจากแนวคิดทั่วไปไปสู่กลไกที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
here's the special way ... ในประโยคนี้ส่งสัญญาณอะไร?
- ผู้พูดกำลังชี้สถานที่ที่อยู่ใกล้ ๆ
- ผู้พูดกำลังจะอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร
- ผู้พูดกำลังจะจบหัวข้อโดยไม่ให้รายละเอียด
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังจะอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร
is divided into two hemispheres: be divided into + ส่วนย่อย
be divided into + parts เป็นโครงสร้างแบบ passive ที่ใช้บอกว่าสิ่งที่เป็นหนึ่งทั้งหมดถูกแบ่งหรือจัดเป็นส่วนย่อยอย่างไร สิ่งที่เป็นทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ into นำหน้าส่วนที่ได้จากการแบ่ง ในประโยคนี้ the brain คือสิ่งที่เป็นทั้งหมด และ two hemispheres คือส่วนย่อย รูป passive ทำให้ความสนใจอยู่ที่โครงสร้างของสมอง ไม่ใช่คนหรือสิ่งที่เป็นผู้แบ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง passive เป้าหมาย: The handbook ____ five sections.
ดูคำตอบ
is divided into
The left hemisphere is generally in charge of language and ultimately reading, วลี
3:00โดยทั่วไปสมองซีกซ้ายจะรับผิดชอบเรื่องภาษาและท้ายที่สุดคือการอ่าน
in charge of: รับผิดชอบบางสิ่ง
in charge of เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “รับผิดชอบ” หรือ “ดูแลจัดการ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าสมองซีกซ้ายมักรับผิดชอบหน้าที่ใดบ้าง ส่วน charge ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ค่าธรรมเนียม” ใช้โครงสร้าง be in charge of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing: She is in charge of the schedule; He is in charge of booking the room. รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลี in charge of: During the science fair, Elena is ____ organizing the demonstrations.
ดูคำตอบ
in charge of
while the right typically handles spatial activities. ไวยากรณ์
3:05ส่วนสมองซีกขวามักจะจัดการกับกิจกรรมที่เกี่ยวกับพื้นที่และมิติสัมพันธ์
while the right typically handles: เปรียบเทียบบทบาทสองฝ่าย
while ในที่นี้หมายถึง “ส่วน” หรือ “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” คำนี้เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและนำหน้าที่ของสมองซีกซ้ายมาเปรียบเทียบกับหน้าที่ที่ต่างกันของสมองซีกขวา the right ใช้แทน the right hemisphere โดยละคำนามที่ซ้ำกัน typically ทำให้คำกล่าวไม่ตายตัวเกินไปและหมายถึง “ในกรณีส่วนใหญ่” ส่วน handles หมายถึง “จัดการ” หรือ “รับผิดชอบ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A does X, while B does Y
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Leo writes the report, while Ana checks the data.” คำว่า while ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าทั้งสองงานต้องเกิดขึ้นพร้อมกันพอดี
- เปรียบเทียบหน้าที่ของ Leo กับหน้าที่ของ Ana
- บอกเหตุผลที่ Ana ทำหน้าที่นั้น
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบหน้าที่ของ Leo กับหน้าที่ของ Ana
rely more on the right hemisphere and frontal lobe than the brains of those without it. ไวยากรณ์
3:12พึ่งพาสมองซีกขวาและสมองส่วนหน้ามากกว่าสมองของผู้ที่ไม่ได้มีภาวะนี้
fMRI studies have found that: การนำเสนอหลักฐานจากงานวิจัย
กรอบประโยค fMRI studies have found that ใช้นำเสนอข้อสรุปที่มีงานวิจัยสนับสนุน fMRI ย่อมาจากการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กเชิงหน้าที่ ซึ่งเป็นวิธีสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง ส่วน studies ในที่นี้หมายถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การเรียนหนังสือ กรอบนี้ระบุแหล่งที่มาของหลักฐานก่อน แล้วใช้ that เพื่อนำเข้าสู่ข้อค้นพบทั้งหมด รูป present perfect ใน have found แสดงว่าข้อค้นพบนั้นได้มาจากการวิจัยแล้วและยังเกี่ยวข้องกับคำอธิบายในปัจจุบัน จึงช่วยพาเนื้อหาจากคำอธิบายทั่วไปไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่มีงานวิจัยรองรับ
แบบฝึกหัด
กรอบ fMRI studies have found that จัดระเบียบข้อมูลประเภทใด
- ความหวังส่วนตัวตามด้วยคำขอ
- การทดลองที่วางแผนไว้ตามด้วยคำแนะนำการทดลอง
- แหล่งที่มาจากงานวิจัยตามด้วยข้อสรุป
ดูคำตอบ
แหล่งที่มาจากงานวิจัยตามด้วยข้อสรุป
rely more on X than B (does): การเปรียบเทียบระดับการพึ่งพาของประธานสองกลุ่ม
รูปแบบในที่นี้คือ A relies more on X than B (does) ซึ่งใช้เปรียบเทียบว่าประธานสองกลุ่มพึ่งพาทรัพยากร X อย่างเดียวกันมากเพียงใด A คือสมองของผู้ที่มีภาวะดิสเล็กเซีย X คือสมองซีกขวาและกลีบหน้า และ B คือสมองของผู้ที่ไม่มีภาวะดิสเล็กเซีย ภาคแสดง rely on X ที่ซ้ำกันถูกละไว้หลังประธานที่สอง หากเขียนตอนท้ายให้เต็มจะเป็น than the brains of those without dyslexia do ดังนั้นวลีที่ขึ้นต้นด้วย than จึงเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ส่วน it ใน without it หมายถึง dyslexia ประโยคนี้ไม่ได้เปรียบเทียบบริเวณสมองกับสมองของอีกกลุ่มหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้เปรียบเทียบอะไร? Online teams rely more on written updates than office teams do.
- เครื่องมือสองอย่างที่ทีมในสำนักงานใช้
- ระดับที่ทีมสองประเภทพึ่งพาข้อมูลอัปเดตแบบลายลักษณ์อักษร
- ระดับที่ทีมออนไลน์พึ่งพาข้อมูลอัปเดตแบบลายลักษณ์อักษรเทียบกับข้อมูลอัปเดตแบบพูด
ดูคำตอบ
ระดับที่ทีมสองประเภทพึ่งพาข้อมูลอัปเดตแบบลายลักษณ์อักษร
it takes a longer trip through their brain and can get delayed in the frontal lobe. โน้ต
3:20คำนั้นจะต้องเดินทางไกลขึ้นในสมองของพวกเขาและอาจเกิดความล่าช้าขึ้นที่สมองส่วนหน้า
takes a longer trip through their brain: เปรียบการประมวลผลเป็นเส้นทาง
ในที่นี้ it หมายถึงการประมวลผลข้อมูลที่เกิดขึ้นขณะอ่านคำ วลี takes a longer trip through their brain เปรียบการประมวลผลนั้นเป็นสิ่งที่เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางในสมอง A longer trip สื่อว่าเส้นทางการประมวลผลยาวกว่าหรือไม่ตรงเท่าเดิม จึงอาจใช้เวลามากขึ้น นี่เป็นคำเปรียบเทียบในการอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่การเดินทางจริงภายในสมอง
แบบฝึกหัด
takes a longer trip through their brain หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้?
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอ่านผ่านเส้นทางการประมวลผลที่ยาวกว่าในสมอง
- มีคนเดินทางอยู่ภายในสมองจริง ๆ
- สมองหยุดพักเป็นเวลานานก่อนอ่าน
ดูคำตอบ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอ่านผ่านเส้นทางการประมวลผลที่ยาวกว่าในสมอง
can get delayed: can + get + กริยาช่อง past participle
Can แสดงความเป็นไปได้ Get delayed ใช้โครงสร้าง get + กริยาช่อง past participle delayed เพื่อบอกว่าประธานอาจเข้าสู่สภาพที่ล่าช้าหรือถูกทำให้ช้าลง ในประโยคนี้ it หมายถึงการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอ่านคำ กระบวนการนั้นเป็นฝ่ายที่ได้รับผลจากความล่าช้า ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำให้สิ่งอื่นล่าช้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ can, get และ delay ในรูปที่ถูกต้อง: During severe storms, deliveries ____.
ดูคำตอบ
can get delayed
neurobiological glitch: อุปมาเรื่องระบบแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ neurobiological glitch เปรียบความแตกต่างในการประมวลผลข้อมูลของสมองกับปัญหาเล็ก ๆ ในระบบ คำว่า glitch มักสื่อถึงข้อผิดพลาดของระบบที่เล็กหรือจำกัดอยู่เฉพาะจุด จึงช่วยให้เห็นภาพคำอธิบายทางชีววิทยาที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น นี่เป็นอุปมาแบบไม่เป็นทางการจากภาษาเทคโนโลยี ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ฟังดูเบากว่าและแม่นยำน้อยกว่าคำทางคลินิกอย่าง disorder
แบบฝึกหัด
neurobiological glitch ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- อุปมาจากภาษาเทคโนโลยีแบบไม่เป็นทางการที่ใช้บอกความแตกต่างในการประมวลผลของสมอง
- ชื่อทางการแพทย์อย่างเป็นทางการของภาวะดิสเล็กเซีย
- ช่วงเวลาที่สมองหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
อุปมาจากภาษาเทคโนโลยีแบบไม่เป็นทางการที่ใช้บอกความแตกต่างในการประมวลผลของสมอง
But those with dyslexia can physically change their brain and improve their reading. การใช้คำ
3:29แต่ผู้ที่มีภาวะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของสมองและพัฒนาการอ่านของพวกเขาได้
physically change their brain: การเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่เกิดขึ้นจริง
ในที่นี้ physically ขยายคำว่า change หมายถึงสมองเองสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปหรือการใช้ change ในเชิงเปรียบเทียบ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้แรงทางกายไปเปลี่ยนสมอง และไม่ได้บอกแน่ชัดว่าสิ่งที่เปลี่ยนคือโครงสร้างสมอง การทำงานของสมอง หรือทั้งสองอย่าง รายละเอียดนั้นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Regular exercise can physically change the heart," physically change หมายถึงอะไร
- หัวใจสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพจริง ๆ ได้
- มีเพียงความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อหัวใจเท่านั้นที่เปลี่ยนไป
- หัวใจสามารถถูกย้ายไปยังสถานที่อื่นได้
ดูคำตอบ
หัวใจสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพจริง ๆ ได้
With an intensive multisensory intervention that breaks the language down โน้ต
3:35ด้วยการแทรกแซงแบบพหุสัมผัสอย่างเข้มข้นที่ช่วยย่อยภาษาออกเป็นส่วนๆ
intensive multisensory intervention: การช่วยเหลือที่วางแผนไว้และเข้มข้นผ่านประสาทสัมผัสหลายแบบ
intensive multisensory intervention คือโปรแกรมการสอนหรือการบำบัดที่วางแผนไว้ มีความถี่หรือความเข้มข้นสูง และใช้ช่องทางประสาทสัมผัสหลายแบบ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส และการเคลื่อนไหว คำนามหลักคือ intervention ส่วน intensive บอกระดับความเข้มข้นหรือความถี่ของการช่วยเหลือ และ multisensory บอกวิธีที่ใช้ดำเนินการ ทั้งวลีจึงหมายถึงแนวทางที่เป็นระบบ ไม่ใช่การเข้าไปขัดจังหวะโดยบังเอิญหรือเพียงประสบการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์อย่างมาก
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ intensive multisensory intervention มากที่สุด
- โปรแกรมที่วางแผนไว้ มีความเข้มข้นสูง และใช้ช่องทางประสาทสัมผัสหลายแบบ
- การขัดจังหวะที่ไม่ได้วางแผนซึ่งเกิดจากอารมณ์รุนแรง
- บทเรียนสั้น ๆ ที่ใช้เฉพาะข้อมูลทางสายตา
ดูคำตอบ
โปรแกรมที่วางแผนไว้ มีความเข้มข้นสูง และใช้ช่องทางประสาทสัมผัสหลายแบบ
breaks the language down: แบ่งเนื้อหาที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนย่อย
ใน breaks the language down คำว่า break down หมายถึงการแบ่ง วิเคราะห์ หรืออธิบายสิ่งที่ซับซ้อนให้เป็นส่วนย่อยที่จัดการได้ง่ายขึ้น เป็นกริยาวลีแบบสกรรมที่แยกคำได้ โดยกรรม the language อยู่ระหว่าง breaks กับ down สามารถพูดว่า break something down หรือ break down something ก็ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น break it down ไม่ใช่ break down it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ break down: The teacher ____ the process ____ into three simple steps.
ดูคำตอบ
breaks · down
and teaches the reader to decode based on syllable types and spelling rules, วลี
3:40และสอนให้ผู้อ่านถอดรหัสโดยอิงจากประเภทของพยางค์และกฎการสะกดคำ
based on syllable types and spelling rules: การบอกพื้นฐาน
based on + นามวลี หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานหรือข้อมูลชี้นำ” ในประโยคนี้ ประเภทของพยางค์และกฎการสะกดคำคือข้อมูลที่ชี้นำว่าผู้อ่านจะถอดรหัสคำอย่างไร ในที่นี้ based on บอกพื้นฐานของการกระทำ decode และยังใช้บอกหลักที่รองรับวิธีการ การตัดสินใจ ข้อสรุป หรือการออกแบบได้ด้วย ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย based on: The reading plan is ____ the learner's assessment results.
ดูคำตอบ
based on
the brains of those with dyslexia begin using the left hemisphere more efficiently while reading
3:44สมองของผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางการอ่านจะเริ่มใช้สมองซีกซ้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในขณะที่อ่าน
The intervention works because it locates dyslexia appropriately as a functional variation in the brain, การใช้คำ
3:52การแทรกแซงนี้ได้ผลเพราะมันจัดวางภาวะบกพร่องทางการอ่านให้อยู่ในฐานะความหลากหลายทางการทำงานของสมองอย่างเหมาะสม
locates dyslexia ... as a functional variation: การวางกรอบเชิงนามธรรม
ในประโยคนี้ locate ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม โดย locates dyslexia ... as a functional variation หมายถึงการแทรกแซงจัดให้ดิสเล็กเซียอยู่ในหมวดหมู่หรือกรอบคำอธิบายของความแปรผันด้านการทำงาน โครงสร้างนี้มีกรรม dyslexia ตามด้วย as + หมวดหมู่ และ functional variation ในที่นี้หมายถึงความแตกต่างของวิธีที่สมองทำงาน appropriately เพิ่มความเห็นของผู้พูดว่าการวางกรอบแบบนี้เหมาะสม วลีนี้กล่าวถึงวิธีทำความเข้าใจภาวะดังกล่าว ไม่ใช่การค้นหาพิกัดที่แน่นอนในสมอง
แบบฝึกหัด
locates dyslexia ... as a functional variation ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ระบุจุดทางกายภาพที่แน่นอนซึ่งพบดิสเล็กเซีย
- วางกรอบดิสเล็กเซียว่าเป็นความแปรผันด้านการทำงานประเภทหนึ่ง
- กล่าวว่าความแปรผันด้านการทำงานทุกอย่างคือดิสเล็กเซีย
ดูคำตอบ
วางกรอบดิสเล็กเซียว่าเป็นความแปรผันด้านการทำงานประเภทหนึ่ง
which naturally shows all sorts of variations from one person to another. วลี
3:59ซึ่งตามธรรมชาติแล้วสมองของคนเราก็มีความแตกต่างหลากหลายจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งอยู่แล้ว
all sorts of variations: ความแตกต่างหลากหลายชนิด
all sorts of variations หมายถึง “ความแตกต่างหรือความเปลี่ยนแปลงหลายชนิด” ในที่นี้ sorts เป็นคำนามพหูพจน์ที่แปลว่า “ชนิดต่าง ๆ” ไม่ใช่คำกริยา sort ที่แปลว่า “จัดประเภทหรือเรียงลำดับ” ในโครงสร้าง all sorts of + คำนาม ผู้พูดรวบความหลากหลายหลายแบบไว้ด้วยกันโดยไม่แจกแจงทีละอย่าง ในประโยคนี้สำนวนดังกล่าวเน้นว่าสมองแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลโดยธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ all sorts of ได้ถูกต้อง
- The club offers all sort of activities after school.
- The club offers all sorts of activities after school.
- The club offers all sorts activities after school.
ดูคำตอบ
The club offers all sorts of activities after school.
Neurodiversity emphasizes this spectrum of brain function in all humans การใช้คำ
4:03ความหลากหลายทางระบบประสาทตอกย้ำให้เห็นสเปกตรัมการทำงานของสมองในมนุษย์ทุกคน
spectrum of brain function: ช่วงต่อเนื่องของการทำงานของสมอง
ในที่นี้ spectrum of brain function หมายถึง “ช่วงต่อเนื่องของรูปแบบการทำงานของสมอง” คำว่า spectrum ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสเปกตรัมของสีหรือแสง วลีนี้มองว่าการทำงานของสมองมนุษย์แตกต่างกันได้ในหลายระดับและหลายรูปแบบร่วมกัน แทนที่จะแบ่งเป็นหมวดตายตัวเพียงไม่กี่หมวด ในประโยคนี้ แนวคิดเรื่องความหลากหลายทางระบบประสาทครอบคลุมมนุษย์ทุกคนในช่วงดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย spectrum of brain function ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- มนุษย์อยู่ได้ในประเภทการทำงานของสมองแบบตายตัวเพียงสองประเภท
- การทำงานของสมองแตกต่างกันไปตลอดช่วงที่กว้างและต่อเนื่อง
- สมองทุกคนทำงานเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
การทำงานของสมองแตกต่างกันไปตลอดช่วงที่กว้างและต่อเนื่อง
and suggests that to better understand the perspectives of those around us, วลี
4:08และเสนอแนะว่าเพื่อให้เราเข้าใจมุมมองของคนรอบข้างได้ดีขึ้น
the perspectives of those around us: มุมมองของผู้คนรอบตัวเรา
ในที่นี้ the perspectives of those around us หมายถึงวิธีที่ผู้คนใกล้ตัวเรามอง เข้าใจ และสัมผัสโลก Perspectives มีความหมายกว้างกว่ามุมในการมองเห็น เพราะรวมถึงมุมมองที่เกิดจากประสบการณ์และวิธีคิดของแต่ละคนด้วย Those ใช้แทน people ส่วน around us หมายถึงผู้คนในวงสังคมประจำวันของเรา ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่ยืนอยู่ข้างเราเท่านั้น วลีนี้ชวนให้เราตระหนักว่าผู้คนรอบตัวอาจสัมผัสโลกเดียวกันในแบบที่แตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ perspectives of เพื่อหมายถึงมุมมองที่คนกลุ่มหนึ่งมี?
- We listened to the perspectives of families from different neighborhoods.
- The article compares perspectives on family life in several countries.
- The photographer changed her perspective by moving closer to the stage.
ดูคำตอบ
We listened to the perspectives of families from different neighborhoods.
but understand it through their brains.
4:16แต่ควรพยายามทำความเข้าใจโลกใบนี้ผ่านทางสมองของพวกเขาด้วย
not only see ... but understand ...: จาก “การมองเห็น” ไปสู่ “การเข้าใจ”
Not only A, but B เชื่อมแนวคิดสองอย่างที่มีโครงสร้างขนานกัน พร้อมพาความสนใจจากแนวคิดแรกไปสู่แนวคิดที่สอง ในที่นี้ see the world through their eyes เป็นขั้นแรก ส่วน understand it through their brains เป็นขั้นที่ลึกและสำคัญกว่า ในประโยคเดิม see และ understand เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ขนานกัน Through their eyes และ through their brains เป็นอุปมา โดยส่วนแรกหมายถึงการจินตนาการถึงมุมมองของคนอื่น ส่วนที่สองหมายถึงการเข้าใจว่าสมองที่แตกต่างกันประมวลผลและสัมผัสโลกอย่างไร สามารถใส่ also หลัง but ได้ แต่ในที่นี้ละไว้ก็เป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not only ... but: The workshop ____ teaches coding ____ also helps students solve real problems.
ดูคำตอบ
not only · but