ปัญหาของการมีเหตุผลมากเกินไปในความรัก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความอธิบายว่าเหตุใดตรรกะที่ถูกต้องจึงอาจดูโหดร้ายเมื่อคู่รักต้องการความเข้าใจทางอารมณ์ แล้วนิยามตรรกะที่ลึกกว่าใหม่ว่าเป็นความเห็นอกเห็นใจและการซ่อมแซมความสัมพันธ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. come across not as an act of kindness, but as a species of disguised impatience. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำตอบที่หวังดีอาจสร้างความประทับใจตรงข้าม และอธิบายช่องว่างระหว่างเจตนา น้ำเสียง และผลกระทบ 2. look down on — กริยาวลี: หมายถึงมองว่าคนหรือความกังวลด้อยค่า ไม่ใช่มองลงด้านล่าง และช่วยให้เห็นท่าทีดูถูกในความขัดแย้ง 3. on the receiving end of — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: ระบุฝ่ายที่รับคำวิจารณ์หรือตรรกะผิวเผิน และย้ายจุดสนใจไปยังผู้ที่ต้องรับผลของการกระทำนั้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It seems odd at first to imagine that we might get angry,
0:04ในตอนแรกมันดูแปลกที่จะจินตนาการว่าเราอาจจะโกรธ
proving to be too reasonable and too logical. ไวยากรณ์
0:12แสดงตนว่ามีเหตุผลและยึดหลักตรรกะมากเกินไป
proving to be: ลักษณะที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
Proving to be หมายถึง เมื่อสังเกตไประยะหนึ่งแล้ว บางสิ่ง “ค่อย ๆ แสดงให้เห็นว่าเป็น” หรือ “ปรากฏว่าเป็น” ในลักษณะหนึ่ง ในประโยคนี้ เมื่อการพูดคุยดำเนินต่อไป ก็เริ่มเห็นชัดว่าคนที่กล่าวถึงมีเหตุผลและเป็นตรรกะมากเกินไป ส่วน prove ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนำหลักฐานมาพิสูจน์ข้ออ้าง วลีนี้ใช้โครงสร้างเชื่อม prove to be + คำคุณศัพท์หรือนามวลี Were proving เป็น past continuous ส่วน too reasonable and too logical ใช้บรรยายประธาน เมื่อเทียบกับการใช้ were เพียงอย่างเดียว โครงสร้างนี้เพิ่มความหมายว่าข้อสรุปนั้นค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นระหว่างที่เหตุการณ์ดำเนินไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present continuous ของ prove to be เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new route ____ faster than we expected.
ดูคำตอบ
is proving to be
are used to thinking: คุ้นเคยกับกิจกรรมหนึ่ง
Are used to thinking หมายถึง “คุ้นเคยกับการคิดแบบนั้น” Be used to ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องคุ้นเคยหรือเป็นปกติแล้วในปัจจุบัน ในประโยคนี้ thinking highly of reason and logic หมายถึงการมองเหตุผลและตรรกะในแง่ดีหรือให้คุณค่าสูง ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing: be used to + doing รูปของ be สามารถเปลี่ยนได้ เช่น am used to, was used to หรือ will be used to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้การทำงานตอนกลางคืนเป็นเรื่องที่คุ้นเคยและเป็นปกติสำหรับ Mina แล้ว
- Mina is getting used to working at night.
- Mina used to work at night.
- Mina is used to working at night.
ดูคำตอบ
Mina is used to working at night.
think highly of: แสดงความเห็นในแง่ดีอย่างมาก
ในประโยคนี้ thinking highly of reason and logic หมายถึงการมีความเห็นในแง่ดีอย่างมากต่อเหตุผลและตรรกะ รวมทั้งให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านี้อย่างมาก highly แสดงระดับความเข้มของการประเมินในทางบวก ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพหรือการคิดที่เป็นนามธรรมเป็นพิเศษ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ think highly of + บุคคลหรือสิ่งของ รูปกริยาสามารถเปลี่ยนเป็น think highly of, thinks highly of, thought highly of หรือ thinking highly of ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีความเห็นในแง่ดีอย่างมากต่อ”: The committee members ____ her research.
ดูคำตอบ
think highly of
We're not normally enemies of evidence and rationality.
0:20ปกติแล้วเราไม่ได้เป็นศัตรูกับหลักฐานและความเป็นเหตุเป็นผล
How then could these ingredients become problematic in the course of love?
0:24แล้วส่วนผสมเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาในความรักได้อย่างไร
considered with sufficient imagination: อนุประโยคย่อแบบถูกกระทำ
Considered with sufficient imagination เป็นอนุประโยค past participle แบบถูกกระทำ โดยถือว่าแนวคิดที่กล่าวถึงก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ถูกพิจารณา จึงสามารถขยายเป็น when or if that idea is considered with sufficient imagination ได้ เนื่องจาก considered เป็นรูปถูกกระทำ ประธานที่เข้าใจโดยนัยจึงไม่ใช่ผู้ที่กำลังคิด แต่เป็นข้อเสนอหรือสถานการณ์ที่กำลังกล่าวถึง อนุประโยคแบบย่อนี้กำหนดมุมมองหรือเงื่อนไขที่ใช้กับข้อสรุปถัดไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเปิดประโยคด้วย past participle แบบถูกกระทำได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่า “เมื่อพิจารณาแผนจากมุมมองเชิงปฏิบัติ”
- Considering from a practical viewpoint, the plan is too expensive.
- Considered from a practical viewpoint, the plan is too expensive.
- Considered from a practical viewpoint, the manager rejects the plan.
ดูคำตอบ
Considered from a practical viewpoint, the plan is too expensive.
make a lot of sense: สมเหตุสมผลมาก
ในประโยคนี้ make sense หมายถึง “สมเหตุสมผล มีตรรกะ หรือเข้าใจได้” โดยประธาน our suspicion ถูกมองว่ามีเหตุผลรองรับ คำว่า sense ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประสาทสัมผัสหรือความรู้สึกเรื่องทิศทาง a lot of เพิ่มระดับของการประเมิน กล่าวคือ ความสงสัยนี้ไม่ได้เพียงพอเข้าใจได้บ้าง แต่เข้าใจได้มากในสถานการณ์นั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + make(s) + (คำบอกระดับ) + sense
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มีเหตุผลมาก”: Her explanation ____ because each step follows from the evidence.
ดูคำตอบ
makes a lot of sense
is a sense that they understand what we're going through. กริยาวลี
0:40คือความรู้สึกที่ว่าพวกเขาเข้าใจสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่
What we may be seeking ... is ...: โครงสร้างเน้นจุดสำคัญ
ข้อความ what we may primarily be seeking from our partners ทั้งช่วงเป็นอนุประโยคนาม หมายถึง “สิ่งที่เราอาจกำลังมองหาจากคู่ของเราเป็นหลัก” และทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ ดังนั้น what จึงไม่ได้ใช้เปิดคำถาม คำว่า is ที่ตามมานำเข้าสู่คำตอบที่ต้องการเน้น คือ a sense that they understand.... รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + ประธาน + คำกริยา + is + ข้อมูลที่เน้น ใช้ชี้ให้เห็นความต้องการ เหตุผล หรือข้อสรุปที่สำคัญที่สุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธานได้ถูกต้องเพื่อเน้นความต้องการหลักของทีม
- What does the team need most?
- The team may need a clear plan.
- What the team needs most is a clear plan.
ดูคำตอบ
What the team needs most is a clear plan.
go through: เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ใน “what we're going through” คำว่า go through หมายถึง “ประสบและรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก” คำว่า what หมายถึงความยากลำบากและอารมณ์ที่ส่งผลต่อคนเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่ กรรมหรือบริบทเป็นตัวกำหนดความหมายของ go through เมื่อใช้กับวิกฤต ความเจ็บป่วย การเลิกรา หรือช่วงเวลาที่เจ็บปวด โดยทั่วไปจะหมายถึงการเผชิญประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
ใน “They understand what we're going through,” คำว่า going through หมายถึงอะไร?
- เคลื่อนจากด้านหนึ่งของสถานที่ไปยังอีกด้านหนึ่ง
- ตรวจสอบแต่ละรายการในบัญชี
- กำลังประสบและรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ดูคำตอบ
กำลังประสบและรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
the problems may be too large for there to be any obvious ones,
0:45ปัญหาอาจจะใหญ่เกินกว่าที่จะมีคำตอบที่ชัดเจนใดๆ ได้
not X so much as Y: เปลี่ยนจุดสนใจ
ส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนเป็นโครงสร้างเดียวกัน คือ not X so much as Y ข้อความแทรกเกี่ยวกับปัญหาคั่น X (“answers”) ออกจาก Y (“comfort”) แต่ไม่ได้ทำลายความสัมพันธ์ในการเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ใช้แก้จุดสนใจของผู้ฟัง โดย X ไม่ใช่คำอธิบายที่แม่นยำที่สุดหรือสิ่งสำคัญหลัก แต่ Y แม่นยำหรือสำคัญกว่า ในที่นี้ สิ่งที่ต้องการถูกนำเสนอว่าเป็นการปลอบใจมากกว่าวิธีแก้ปัญหา โครงสร้างนี้มักลดความสำคัญของ X ไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่า X มีความสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปลี่ยนจุดสนใจจากบทเรียนนี้: The event was not a competition ____ a celebration.
ดูคำตอบ
so much as
fellow feeling: ความเห็นอกเห็นใจและสายสัมพันธ์จากสิ่งที่มีร่วมกัน
Fellow feeling หมายถึงความเห็นอกเห็นใจและสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่เกิดจากการตระหนักถึงหรือมีประสบการณ์ความเป็นมนุษย์ร่วมกับผู้อื่น ในประโยคนี้หมายถึงการสนับสนุนทางอารมณ์ควบคู่กับ comfort และ reassurance ไม่ใช่คำแนะนำหรือวิธีแก้ปัญหาที่ใช้ได้จริง ในวลีนี้ fellow หมายถึง “ที่มีร่วมกัน” หรือ “ที่เหมือนกัน” ไม่ได้หมายถึงเพื่อนผู้ชาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fellow feeling ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The mechanic used fellow feeling to tighten the bolt.
- I met a fellow feeling at the bus stop.
- After sharing similar losses, the two neighbors developed a strong sense of fellow feeling.
ดูคำตอบ
After sharing similar losses, the two neighbors developed a strong sense of fellow feeling.
come across not as ... but as ...: ความรู้สึกที่ได้รับกับเจตนา
Come across as หมายถึง “ทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกหรือความประทับใจบางอย่าง” ไม่ว่าความรู้สึกนั้นจะตรงกับเจตนาของบุคคลนั้นหรือไม่ ในที่นี้คำตอบที่มีเหตุผลอาจตั้งใจให้เป็นความหวังดี แต่กลับถูกมองว่าเป็นความใจร้อนที่ซ่อนอยู่ รูปแบบ not as X, but as Y ปฏิเสธการตีความแบบแรกแล้วแทนที่ด้วยการตีความที่ตรงข้ามกัน ในที่นี้ a species of หมายถึง “รูปแบบหนึ่งของ” ดังนั้น disguised impatience จึงหมายถึงความใจร้อนที่ซ่อนอยู่ในการตอบซึ่งดูเหมือนต้องการช่วยเหลือ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเปรียบต่างของ come across เพื่อแสดงว่าคำตอบทำให้เกิดความประทับใจที่ไม่ได้ตั้งใจ: His one-word reply ____ efficient, ____ dismissive.
ดูคำตอบ
came across not as · but as
a species of: การจัดประเภทเชิงนามธรรมแบบเป็นทางการ
ในที่นี้ a species of หมายถึง “ชนิดหนึ่งของ” คำว่า species ทำหน้าที่เป็นคำจัดประเภทเชิงนามธรรม ไม่ได้ใช้ในความหมายทางชีววิทยา ผู้เขียนจัดพฤติกรรมที่กล่าวถึงให้เป็นความใจร้อนชนิดหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อีกแบบหนึ่ง ถ้อยคำนี้ให้โทนที่ตั้งใจและเป็นเชิงวิเคราะห์ ใช้จัดแนวคิดหรือพฤติกรรมให้อยู่ในหมวดที่กว้างขึ้น และมักเป็นส่วนหนึ่งของการตีความเชิงวิจารณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The delay was a species of quiet protest,” คำว่า a species of หมายถึงอะไร
- คำเตือนเกี่ยวกับอนาคต
- ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
- สิ่งมีชีวิตทางชีววิทยา
ดูคำตอบ
ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
Let's imagine someone who comes to their partner complaining of vertigo.
1:04ลองจินตนาการถึงใครบางคนที่เข้ามาบ่นกับคู่ของตนเกี่ยวกับอาการวิงเวียนศีรษะ
The fear of heights is usually manifestly unreasonable.
1:08ความกลัวความสูงมักจะเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลอย่างเห็นได้ชัด
about to collapse: be about to + กริยาเพื่อบอกเหตุการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้น
ในโครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า about to หมายความว่าคาดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน collapse เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง to และ about ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ” รูปปฏิเสธ isn't about to collapse ปฏิเสธอันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้น ผู้พูดบอกว่าระเบียงไม่ได้อยู่ในสภาพที่กำลังจะพังทันที แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันพังเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be about to เพื่อแสดงว่าการออกเดินทางใกล้จะเกิดขึ้น: The train ____ leave, so get on now.
ดูคำตอบ
is about to
There's a strong iron balustrade between us and the abyss.
1:15มีลูกกรงเหล็กที่แข็งแรงกั้นระหว่างเรากับเหว
The building has been repeatedly tested by experts.
1:19อาคารนี้ได้รับการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยผู้เชี่ยวชาญ
but it does nothing to reduce our sickening anxiety in practice. วลี
1:24แต่มันไม่ได้ช่วยลดความวิตกกังวลที่ทำให้เรารู้สึกแย่ในทางปฏิบัติเลย
ความแตกต่างระหว่าง “intellectually” กับ “in practice”
“intellectually” วางกรอบของการ “รู้” ว่าเป็นความเข้าใจในระดับเหตุผลและความคิด กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับหลักฐานนั้น จากนั้น “but ... in practice” เปลี่ยนไปกล่าวถึงประสบการณ์และผลที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งความวิตกกังวลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง วลีวิเศษณ์สองส่วนนี้จึงจัดให้เห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่เข้าใจกับสิ่งที่รู้สึกจริง โดยทั่วไป ความต่างนี้ใช้แยกสิ่งที่คนเรายอมรับในความคิดออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นหรือรู้สึกในความเป็นจริง ในที่นี้ “in practice” หมายถึง “ในสถานการณ์จริง” ไม่ได้หมายถึง “ในการฝึกงาน”
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายความต่างระหว่าง “intellectually” กับ “in practice” ในประโยคได้ดีที่สุด
- หลักฐานเข้าใจยาก แต่การฝึกซ้ำ ๆ ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
- ผู้พูดเรียนรู้หลักฐานระหว่างการฝึกงาน และตอนนี้นำไปใช้ในที่ทำงาน
- เข้าใจหลักฐานด้วยเหตุผล แต่หลักฐานนั้นไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ดูคำตอบ
เข้าใจหลักฐานด้วยเหตุผล แต่หลักฐานนั้นไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริง
โครงสร้าง “does nothing to reduce”
“does nothing to reduce” หมายถึง “ไม่มีผลในการทำให้บางสิ่งลดลง” โครงสร้างคือ do/does nothing to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ ความรู้เชิงเหตุผลทั้งหมดไม่สามารถทำให้ความวิตกกังวลเบาลงได้ “nothing” บอกถึงผลลัพธ์ ไม่ได้แปลว่าไม่มีการลงมือทำเสมอไป นโยบาย คำอธิบาย หรือความพยายามอาจมีอยู่จริง แต่ก็ยังไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการเลย
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง do/does nothing to + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำกริยา reduce เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The extra paperwork ____ the risk of errors.
ดูคำตอบ
does nothing to reduce
If ... were to ..., ... wouldn't ... สำหรับสมมติฐานที่ห่างจากความจริง
โครงสร้าง If + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นสิ่งที่จงใจสมมติขึ้น ห่างจากความเป็นจริง หรือไม่น่าจะเกิดขึ้น were ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์อยู่ในอดีต แต่แสดงระยะห่างเชิงสมมติ อนุประโยคผลลัพธ์มักใช้ would + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ wouldn't be grateful แสดงปฏิกิริยาที่สมมติขึ้นต่อการกระทำที่อาจเกิดขึ้นของคนรัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสมมติที่เว้นระยะจากความจริงโดยใช้รูป were to ... would: If the museum ____ close early, we ____ miss the final tour.
ดูคำตอบ
were to · would
We would simply feel that they were misunderstanding us.
1:35เราจะรู้สึกเพียงแค่ว่าพวกเขาไม่เข้าใจเรา
Much that troubles us has a structure akin to vertigo. การใช้คำ
1:39หลายสิ่งที่รบกวนจิตใจเรามีโครงสร้างคล้ายกับอาการวิงเวียนจากความกลัวความสูง
akin to สำหรับแสดงความคล้ายคลึงแบบเป็นทางการ
akin to หมายถึงคล้ายกับบางสิ่งหรือมีลักษณะโดยรวมแบบเดียวกัน ใน a structure akin to vertigo วลีนี้บอกว่าโครงสร้างนั้นคล้ายกับอาการเวียนศีรษะในแง่สำคัญ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองอย่างเหมือนกันทุกประการ akin เป็นคำคุณศัพท์ วลีนามแบบกระชับ a structure akin to vertigo สามารถขยายเป็น a structure that is akin to vertigo ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ akin to อย่างถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบแบบเป็นทางการ?
- The pattern is akin with a chain reaction.
- The pattern is akin to a chain reaction.
- The pattern is akin a chain reaction.
ดูคำตอบ
The pattern is akin to a chain reaction.
all the same ในฐานะวลีแสดงการยอมรับแล้วแย้ง
ในประโยคนี้ all the same หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “อย่างไรก็ตาม” ผู้พูดยอมรับประเด็นก่อนหน้าก่อนว่า ความกังวลนั้นอาจไม่มีเหตุผลเต็มที่ แล้วจึงบอกว่าความรู้สึกไม่สบายใจก็ยังคงอยู่ ในฐานะคำเชื่อมทางวาทกรรม วลีนี้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนหักไปยังผลที่ต่างจากที่คาด กล่าวคือ แม้จะยอมรับข้อเท็จจริงนั้น แต่ผลที่ตามมาก็ไม่เปลี่ยน ในที่นี้ but เปิดความขัดแย้ง และ all the same เน้นความขัดแย้งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแสดงการยอมรับแล้วแย้งที่มีสามคำจากบทเรียน: "The trip will be tiring, but I want to go ____."
ดูคำตอบ
all the same
continue to feel guilty about letting down our parents, กริยาวลี
1:48ยังคงรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
Let someone down: ทำให้ใครบางคนผิดหวัง
Let someone down หมายถึงทำให้ใครบางคนผิดหวัง เพราะไม่ได้ทำสิ่งที่เขาหวัง คาดหวัง หรือต้องการ ดังนั้น letting down our parents จึงหมายถึงการไม่เป็นไปตามความคาดหวังของพ่อแม่ ไม่ใช่การทำให้พ่อแม่เคลื่อนลงด้านล่าง กริยาวลีนี้แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางระหว่าง let กับ down หรือหลัง down ก็ได้: let our parents down / let down our parents ส่วนกรรมที่เป็นคำสรรพนามโดยปกติต้องอยู่ตรงกลาง: let them down ไม่ใช่ let down them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย let ... down โดยวางคำสรรพนามไว้ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: "I promised to help Maya, and I don't want to ____."
ดูคำตอบ
let her down
no matter how nice to them we've actually been. ไวยากรณ์
1:51ไม่ว่าที่จริงแล้วเราจะทำดีกับพวกเขาแค่ไหนก็ตาม
no matter how + คำคุณศัพท์
“no matter how + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์” ใช้แสดงการยอมรับเงื่อนไขเกี่ยวกับระดับ กล่าวคือ ต่อให้ระดับเปลี่ยนไป ผลในประโยคหลักก็ไม่เปลี่ยน ในที่นี้ “no matter how nice” หมายความว่า ไม่ว่าจะดีกับพ่อแม่มากเพียงใด ความรู้สึกผิดก็ยังไม่หายไป คำคุณศัพท์จะอยู่หน้าประธานและกริยา: “no matter how nice to them we’ve actually been” มีพื้นฐานจากลำดับปกติ “we’ve actually been nice to them” ในที่นี้ how บอกระดับ ไม่ได้บอกวิธีการ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: “_____ busy the week gets, I will call you on Sunday.”
- No matter what
- No matter how
- Even how
ดูคำตอบ
No matter how
even if we're objectively economically quite safe. ไวยากรณ์
1:56แม้ว่าในทางรูปธรรมเราจะมีความปลอดภัยทางเศรษฐกิจค่อนข้างมากก็ตาม
even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
“Even if” ใช้เสนอเงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลในประโยคหลัก ในที่นี้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจถูกเสนอเป็นเงื่อนไขที่ถึงแม้จะมีอยู่ ก็อาจยังไม่ทำให้ความกังวลเรื่องเงินหยุดลง อนุประโยคที่มี if ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริงอย่างแน่นอน บริบทอาจทำให้เงื่อนไขดูมีแนวโน้มเป็นจริงหรือมีหลักฐานสนับสนุนมาก แต่โครงสร้างนี้เน้นข้อความว่า ผลลัพธ์ยังคงเดิมแม้จะมีเงื่อนไขนั้น
แบบฝึกหัด
พยากรณ์อากาศยังไม่แน่นอน เลือกคำเชื่อมที่หมายความว่าฝนจะไม่เปลี่ยนการตัดสินใจ: “I will go for a walk _____ it rains tomorrow.”
- because
- even if
- even though
ดูคำตอบ
even if
even though no one else judges our face or body harshly. ไวยากรณ์
2:03แม้จะไม่มีใครตัดสินใบหน้าหรือร่างกายของเราอย่างรุนแรงเลย
even though: การยอมรับข้อเท็จจริง
even though ใช้นำข้อความยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ใจความหลักดูน่าประหลาดใจ ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงที่ยอมรับคือไม่มีใครตัดสินใบหน้าหรือร่างกายของคนนั้นอย่างรุนแรง แต่คนนั้นก็ยังอาจรู้สึกหวาดกลัวกับรูปลักษณ์ของตัวเองได้ ความสัมพันธ์สำคัญคือข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์ที่ผิดจากความคาดหมาย อนุประโยค even though ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นกลายเป็นเรื่องสมมติ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดมองเห็นว่าถนนเปียก ประโยคใดนำเสนอข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วนี้เป็นข้อความยอมรับข้อเท็จจริง?
- Even though the roads are wet, the rain has already stopped.
- Even if the roads are wet, the rain has already stopped.
ดูคำตอบ
Even though the roads are wet, the rain has already stopped.
Or we can be certain that we're failures who've messed up everything we've ever done, กริยาวลี
2:06หรือเราอาจจะแน่ใจว่าเราเป็นคนล้มเหลวที่ทำทุกอย่างในชีวิตพังทลาย
messed up: ทำบางอย่างพังหรือทำได้แย่
Mess up หมายถึงทำบางอย่างได้แย่ ทำให้เสียหาย หรือทำให้ล้มเหลว ในประโยคนี้ messed up รับ everything we've ever done เป็นกรรมโดยตรง และเน้นความเชื่อที่เกินจริงของผู้พูดว่าการกระทำทุกอย่างในอดีตถูกทำให้พังหมด กริยาวลีนี้ใช้แบบมีกรรมได้ เช่น mess up the schedule และใช้แบบไม่มีกรรมได้ เช่น I messed up เมื่อกรรมเป็นคำนาม จะใช้ทั้ง mess up the schedule และ mess the schedule up ก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปอดีตของ mess up และวางคำสรรพนามไว้ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: I was responsible for the presentation, and I really ____.
ดูคำตอบ
messed it up
in objective terms: ตัดสินตามเกณฑ์ที่สังเกตได้
in objective terms กำหนดฐานของการประเมินที่จะตามมา กล่าวคือ ประเมินสถานการณ์จากข้อเท็จจริงที่สังเกตได้หรือเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่อาศัยเพียงความรู้สึกส่วนตัว ในประโยคนี้ วลีนี้ทำให้ doing pretty well เป็นการประเมินจากมุมมองภายนอก ช่วยให้ผู้พูดยอมรับว่า หลักฐานที่บ่งชี้ความสำเร็จอาจไม่ตรงกับความรู้สึกส่วนตัวว่าตนล้มเหลว
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคต่อไปนี้: "The app launched on time and stayed within budget, although the team feels disappointed. In objective terms, the launch was successful." in objective terms สื่อถึงอะไร?
- การตัดสินนี้รายงานเฉพาะความรู้สึกส่วนตัวของทีม
- การตัดสินนี้อาศัยหลักฐานที่สังเกตได้หรือเกณฑ์ที่ระบุไว้
- วลีนี้ใช้เกริ่นเงื่อนไขทางกฎหมาย
ดูคำตอบ
การตัดสินนี้อาศัยหลักฐานที่สังเกตได้หรือเกณฑ์ที่ระบุไว้
We can obsess that we've forgotten to pack something,
2:13เราอาจจะหมกมุ่นว่าเราลืมจัดของบางอย่างใส่กระเป๋า
in any case: ข้อสรุปที่ยังคงเป็นจริง
in any case บอกว่าประเด็นถัดไปยังคงเป็นจริงหรือเกี่ยวข้องอยู่ ไม่ว่าประเด็นก่อนหน้าจะลงเอยอย่างไร วลีนี้ใช้จบประเด็นย่อยและพาผู้ฟังกลับไปสู่ข้อสรุปที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเด็นนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับว่าได้เตรียมอย่างรอบคอบแล้ว จากนั้นจึงเพิ่มเหตุผลสำรองว่า ยังสามารถซื้อเกือบทุกอย่างได้ในภายหลัง วลีนี้ไม่ได้หักล้างความใส่ใจในการเตรียม แต่แสดงว่าทางเลือกในการซื้อของที่ขาดยังคงมีอยู่ไม่ว่ากรณีใด
แบบฝึกหัด
พยากรณ์อากาศอาจดีขึ้นหรือแย่ลง แต่คอนเสิร์ตจัดในร่มและจะดำเนินต่อไปไม่ว่าอย่างไร เลือกคำเติมที่เหมาะสมที่สุด: "We'll go ______."
- in that case
- in any case
ดูคำตอบ
in any case
Or we may feel that our life will fall apart if we have to make a short speech, กริยาวลี
2:21หรือเราอาจรู้สึกว่าชีวิตของเราจะพังทลายถ้าเราต้องกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ
fall apart: สูญเสียความมั่นคงหรือการควบคุม
ในประโยคนี้ fall apart ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เมื่อมี life เป็นประธาน จะหมายถึง “ยุ่งเหยิง ไม่มั่นคง หรือควบคุมไม่ได้” ไม่ได้หมายถึงแตกออกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ สำนวนนี้ทำให้การพูดสั้น ๆ ดูราวกับว่าจะทำลายชีวิตทั้งหมดของผู้พูดได้ การใช้คำที่รุนแรงเช่นนี้แสดงถึงความคาดคิดจากความวิตกกังวลที่มองเหตุการณ์ว่าจะเลวร้ายถึงขั้นหายนะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fall apart ในความหมายว่า “สูญเสียความมั่นคงหรือหยุดทำงานอย่างเป็นระบบ” ไม่ใช่แตกออกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ
- The old paper fell apart when I touched it.
- The team began to fall apart after weeks of conflict.
- The runners fell behind near the end of the race.
ดูคำตอบ
The team began to fall apart after weeks of conflict.
even though thousands of people make quite bad speeches every day
2:24แม้ว่าทุกวันจะมีคนนับพันกล่าวสุนทรพจน์ที่แย่มาก
both ... and yet ...: ข้อ判断ที่ขัดกันสองอย่างซึ่งเป็นจริงพร้อมกัน
โครงสร้าง both A and yet B วางข้อ判断สองอย่างไว้คู่กัน กล่าวคือ คำตอบเหล่านั้นเป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังไม่เป็นประโยชน์ Both แสดงว่า A และ B เป็นจริงพร้อมกัน ส่วน yet แสดงความขัดแย้งระหว่างสองส่วน ในที่นี้ yet หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” ไม่ใช่ “ยัง” ในความหมายเกี่ยวกับเวลา ส่วน as well ท้ายข้อความช่วยเน้นว่า unhelpful เป็นข้อ判断เพิ่มเติม โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อโต้แย้งรอบแนวคิดที่ว่า ความถูกต้องตามข้อเท็จจริงไม่ได้รับประกันว่าจะมีประโยชน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ both ... and yet ...: The proposal is ____ affordable ____ difficult to maintain.
ดูคำตอบ
both · and yet
It feels as if the excessive logic of the other person ไวยากรณ์
2:49มันรู้สึกราวกับว่าตรรกะที่มากเกินไปของอีกฝ่าย
It feels as if: การนำเสนอความรู้สึกส่วนตัว
It feels as if ใช้นำอนุประโยคที่สมบูรณ์และเสนอเนื้อหานั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูด ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ยืนยันเป็นข้อเท็จจริงว่าตรรกะของอีกฝ่ายทำให้เกิดการดูถูก แต่เสนอว่านั่นคือการตีความจากความรู้สึกที่มีต่อสถานการณ์ It ที่ขึ้นต้นเป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It feels as if + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอความคิดว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวได้ชัดเจนที่สุด แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
- The manager has definitely stopped listening.
- The manager stopped listening at 3:00.
- It feels as if the manager has stopped listening.
ดูคำตอบ
It feels as if the manager has stopped listening.
look down on: มองว่าไม่สมควรได้รับความเคารพ
Look down on เป็นกริยาวลีแบบมีกรรม หมายถึงมองว่าบุคคล กลุ่ม ความคิด หรือความกังวลมีคุณค่าน้อยกว่าและไม่สมควรได้รับความเคารพหรือการใส่ใจอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงทิศทางทางกายภาพของการมองลงไป ในประโยคนี้ our concerns เป็นกรรม จึงเป็นการวิจารณ์ว่าความกังวลเหล่านั้นถูกปัดทิ้งว่าเป็นสิ่งที่ด้อยกว่าหรือไม่สำคัญ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ look down on + บุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “มองว่าไม่สมควรได้รับความเคารพเท่าเทียม”: Some people ____ jobs that do not require a degree.
ดูคำตอบ
look down on
the implication is that no sane person would have them. ลำดับความ
2:59ความนัยก็คือคนสติดีที่ไหนเขาไม่มานั่งกลัวกันหรอก
the implication is that: เกริ่นความหมายที่อนุมานได้
โครงสร้าง the implication is that + อนุประโยค ใช้เกริ่นความหมายหรือผลที่อนุมานได้จากสิ่งที่พูดไป แม้ผู้พูดจะไม่ได้กล่าวความหมายนั้นโดยตรง ในประโยคนี้ เหตุผลที่กล่าวมานำไปสู่การประเมินโดยนัยว่า คนที่มีความกลัวหรือความกังวลเหล่านี้ไม่ใช่คนที่มีสติ โครงสร้างนี้แยกคำพูดก่อนหน้าออกจากข้อสรุปที่ผู้ฟังถูกชี้นำให้อนุมาน
แบบฝึกหัด
อีเมลฉบับหนึ่งเขียนว่า 'Late work may still be accepted,' แต่ไม่ได้บอกโดยตรงว่ากำหนดส่งยืดหยุ่นได้ คำอธิบายใดถูกต้อง
- the implication is that — ใช้เพราะความยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่อนุมาน ไม่ได้ระบุโดยตรง
- the email says that — ใช้เพราะอีเมลบอกโดยตรงว่ากำหนดส่งยืดหยุ่นได้
- the conclusion is that — ใช้เพราะทุกข้อโต้แย้งต้องจบด้วยข้อกล่าวอ้างนี้
ดูคำตอบ
the implication is that — ใช้เพราะความยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่อนุมาน ไม่ได้ระบุโดยตรง
The one putting forward the so-called logical point of view กริยาวลี
3:06คนที่เสนอสิ่งที่เรียกว่ามุมมองทางตรรกะ
putting forward: เสนอแนวคิดให้พิจารณา
ใน put forward an idea, proposal, or point of view คำว่า put forward หมายถึง ‘นำเสนอให้ผู้อื่นพิจารณาหรืออภิปราย’ เป็นการจงใจเสนอเนื้อหาเข้าสู่การอภิปราย ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายสิ่งของไปข้างหน้า ใน The one putting forward... คำว่า putting forward เป็นอนุประโยค -ing ที่วางหลัง The one เพื่อระบุว่าเป็นคนไหน ซึ่งก็คือคนที่กำลังเสนอสิ่งที่เรียกว่ามุมมองเชิงตรรกะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง ‘นำเสนออย่างเป็นทางการเพื่อให้พิจารณา’: The committee is ____ a new proposal.
ดูคำตอบ
putting forward
shouldn't be surprised by the angry response they receive. วลี
3:10ไม่ควรประหลาดใจกับปฏิกิริยาตอบกลับด้วยความโกรธที่พวกเขาได้รับ
shouldn't be surprised by: ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้
“Shouldn't be surprised by” หมายความว่าผลลัพธ์นั้นควรคาดการณ์ได้ตามเหตุผล ในที่นี้ shouldn’t ไม่ได้ห้ามไม่ให้รู้สึกแปลกใจ แต่เป็นการตัดสินว่าปฏิกิริยาโกรธเป็นผลที่คาดการณ์ได้ โครงสร้างคือ shouldn’t be surprised by + นามวลี โดย by ใช้นำเหตุการณ์หรือปฏิกิริยาที่ทำให้แปลกใจ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อต้องการเชื่อมโยงการกระทำของคนหนึ่งกับผลที่คาดการณ์ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงว่าผลลัพธ์นั้นคาดการณ์ได้: After repeatedly arriving late, Mia ____ the manager's warning.
ดูคำตอบ
shouldn't be surprised by
They are forgetting how weird and beyond the ordinary rules of reason
3:13พวกเขาลืมไปว่าจิตใจของมนุษย์ทุกคน
brute common sense: การใช้ common sense ในเชิงวิจารณ์
ใน brute common sense คำว่า brute เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงดิบ แข็งกระด้าง และไม่ใส่ใจความรู้สึก ไม่ได้หมายถึงสัตว์ คำนี้ทำให้ common sense มีความหมายเชิงลบ กล่าวคือเป็นการใช้เหตุผลที่พึ่งพาข้อเท็จจริงผิวเผินที่เห็นได้ชัด โดยไม่พิจารณาอารมณ์หรือจิตวิทยาอย่างรอบคอบ วลีนี้แสดงจุดยืนเชิงวิจารณ์ของผู้เขียน แนวคิดที่โดยทั่วไปเป็นเชิงบวกอย่าง common sense ถูกนำเสนอว่าหยาบเกินกว่าจะอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ที่ซับซ้อนได้
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ brute common sense อธิบายสิ่งใด?
- การใช้จิตวิทยาอย่างรอบคอบเพื่อเข้าใจความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
- การยึดข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดอย่างแข็งกระด้างโดยไม่สนใจความซับซ้อนทางจิตใจ
- ข้อความที่เป็นกลางซึ่งทุกคนเห็นด้วย
ดูคำตอบ
การยึดข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดอย่างแข็งกระด้างโดยไม่สนใจความซับซ้อนทางจิตใจ
Be prey to: การตกอยู่ใต้อิทธิพลของสิ่งที่เป็นอันตราย
be prey to + คำนาม หมายถึงอยู่ในสภาพเปราะบาง ถูกรบกวน หรือถูกควบคุมโดยสิ่งที่เป็นอันตราย เป็นภาพเปรียบเทียบจากสัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ล่า ในประโยคนี้จิตใจเป็นเหยื่อของภาพหลอนในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสัตว์จริง ๆ คำกริยา be เปลี่ยนตามประธานและกาลเป็น am, is, are, was หรือ were: be prey to something โครงสร้างนี้บอกสภาพหรือแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบ ไม่จำเป็นต้องเน้นช่วงเวลาที่อันตรายเริ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่บอกสภาพเปราะบางอย่างต่อเนื่อง: Without reliable sources, readers may ____ false rumors.
ดูคำตอบ
be prey to
we're afraid of many things that don't exist in the so-called real world. การใช้คำ
3:34เรากลัวหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่มีอยู่ในโลกความเป็นจริง
So-called: การเว้นระยะจากชื่อเรียกหนึ่ง
so-called วางหน้าคำนามที่ใช้เป็นชื่อหรือป้ายเรียก หมายถึง “สิ่งที่ผู้คนเรียกว่า...” และมักแสดงด้วยว่าผู้พูดไม่ได้ยอมรับชื่อนั้นอย่างเต็มที่ ใน so-called real world ผู้พูดเว้นระยะจากแนวคิดที่ว่ามีเพียงสิ่งที่มีอยู่ภายนอกเท่านั้นจึงจะนับว่าเป็นจริง สิ่งที่ถูกตั้งคำถามคือชื่อ real world ไม่ใช่ว่าความกลัวมีอยู่หรือไม่ สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดตั้งคำถามกับการจัดประเภทหนึ่งได้ ขณะเดียวกันก็ยังใช้ชื่อที่คนคุ้นเคยอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าผู้พูดสงสัยชื่อเรียก expert?
- The expert explained the safety rules clearly.
- The so-called expert ignored the basic safety rules.
- The person known as the expert arrived early.
ดูคำตอบ
The so-called expert ignored the basic safety rules.
as deserving of the application of a deeper logic
3:41แต่มันสมควรได้รับการประยุกต์ใช้ตรรกะที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การใช้ not so much A as B เพื่อปรับกรอบการตัดสิน
โครงสร้าง not so much A as B หมายความว่า A เป็นคำอธิบายที่แม่นยำน้อยกว่า และ B เป็นคำอธิบายที่เหมาะกว่า ในที่นี้ ผู้เขียนไม่ได้เพียงบอกว่าปรากฏการณ์เหล่านี้มีเหตุผล แต่เปลี่ยนกรอบการตัดสินว่า ควรเข้าใจว่าปรากฏการณ์เหล่านี้ต้องอาศัยตรรกะที่ลึกกว่า A และ B ควรเป็นคำอธิบายของประธานเดียวกันและมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในตัวอย่าง illogical และ deserving of the application of a deeper logic ต่างก็อธิบาย such phenomena หลัง are ส่วน deeper logic หมายถึงการวิเคราะห์ที่รวมความเข้าอกเข้าใจและสาเหตุทางจิตใจ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มข้อเท็จจริงผิวเผิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างปรับกรอบจากบทเรียน: The delay was ____ a technical failure ____ a communication problem.
ดูคำตอบ
not so much · as
based on a sympathy for the complexities of emotional life.
3:45ซึ่งตั้งอยู่บนความเห็นอกเห็นใจต่อความซับซ้อนของชีวิตทางอารมณ์
It follows a so-called logic that goes back to childhood กริยาวลี
3:53มันเป็นไปตามสิ่งที่เรียกว่าตรรกะที่ย้อนกลับไปถึงวัยเด็ก
goes back to childhood: บอกจุดกำเนิดที่ย้อนไปในอดีต
ใน goes back to childhood คำว่า go back to หมายถึงมีจุดกำเนิดในหรือมีที่มาย้อนไปถึงช่วงเวลาก่อนหน้า ตรรกะภายในนี้เริ่มต้นหรือพัฒนาขึ้นในวัยเด็ก ไม่ได้หมายความว่ามีใครย้อนกลับไปสู่วัยเด็กจริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมความเชื่อ นิสัย ปัญหา ความสัมพันธ์ หรือธรรมเนียมในปัจจุบันกับช่วงเวลาก่อนหน้าได้: X goes back to + เวลา ช่วงเวลา เหตุการณ์ หรือสาเหตุ โดย to นำหน้าจุดกำเนิด
แบบฝึกหัด
ในประโยคต่อไปนี้ goes back to childhood หมายความว่าอะไร? Her fear of dogs goes back to childhood.
- เธอรู้สึกกลัวเฉพาะตอนที่พูดถึงวัยเด็ก
- เธอย้อนกลับไปสู่วัยเด็กของตนเองทางกายภาพ
- ความกลัวของเธอเริ่มขึ้นในวัยเด็กหรือมีรากมาจากช่วงนั้น
ดูคำตอบ
ความกลัวของเธอเริ่มขึ้นในวัยเด็กหรือมีรากมาจากช่วงนั้น
and how loved we were made to feel by those we depended on. ไวยากรณ์
3:56และวิธีที่เราทำให้รู้สึกว่าได้รับความรักจากคนที่เราพึ่งพามากเพียงใด
we were made to feel: make รูปถูกกระทำ + to-infinitive
ใน we were made to feel คนที่เป็นผู้สัมผัสความรู้สึกจะเป็นประธานทางไวยากรณ์ โครงสร้างนี้เป็นรูปถูกกระทำของ someone made us feel โดย make ในรูปกระทำตามด้วยกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to (made us feel) แต่ be made ในรูปถูกกระทำต้องตามด้วย to + กริยา (were made to feel) ในที่นี้ how loved เติมความหมายให้ feel และบอกระดับที่คนเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นที่รัก แม้ส่วนนี้จะถูกวางไว้ก่อนในประโยค โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าบุคคลอื่นหรือสถานการณ์หนึ่งหล่อหลอมอารมณ์หรือภาพที่คนคนหนึ่งมีต่อตนเองอย่างไร และไม่จำเป็นต้องหมายถึงการบังคับทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ make + feel: Even though Ava was new, she ____ welcome by the whole team.
ดูคำตอบ
was made to feel
and a fear around competing and dealing with others' envy.
4:05และความกลัวเกี่ยวกับการแข่งขันและการรับมือกับความอิจฉาของผู้อื่น
can be bound up with: เชื่อมโยงลึกซึ้งและแยกออกจากกันได้ยาก
Can be bound up with หมายถึง “อาจเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดหรือพัวพันกับ” วลีนี้นำเสนอความกลัวการพูดในที่สาธารณะว่าเชื่อมโยงกับอารมณ์ที่ลึกกว่า เช่น ความละอาย การแข่งขัน และความอิจฉา ไม่ใช่ความกลัวที่เรียบง่ายและแยกอยู่อย่างโดดเดี่ยว Be bound up with เหมาะเป็นพิเศษเมื่อประสบการณ์ สาเหตุ หรือปัญหาสองอย่างเชื่อมโยงกันมากจนการเข้าใจอย่างหนึ่งอาจต้องพิจารณาอีกอย่างด้วย ในที่นี้ can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าปัญหาหนึ่งพัวพันอย่างลึกซึ้งกับอีกปัญหาหนึ่ง โดยไม่ได้อ้างว่าเป็นสาเหตุโดยตรง?
- Her fear is related to a meeting scheduled for tomorrow.
- Her fear is bound up with memories of being mocked.
- Her fear is caused by one specific event.
ดูคำตอบ
Her fear is bound up with memories of being mocked.
and concentrates instead on why we shouldn't have them, กริยาวลี
4:13และมุ่งเน้นไปที่เหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ควรมีความกลัวเหล่านั้นแทน
concentrates instead on: การเปลี่ยนจุดสนใจ
concentrate on หมายถึงมุ่งความสนใจไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ประธานคือ an excessively logical approach และอนุประโยคหลัง on ระบุจุดที่เลือกให้ความสนใจ นั่นคือเหตุใดเราจึงไม่ควรมีความกลัวเหล่านั้น instead แสดงว่ามีการเปลี่ยนจุดสนใจ วิธีนี้ข้ามเรื่องต้นกำเนิดของความกลัวไปและพิจารณาเหตุผลที่ไม่ควรมีความกลัว แม้ instead จะอยู่ระหว่าง concentrates กับ on แต่โครงสร้างหลักยังคงเป็น concentrate on + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่ใช้เปลี่ยนความสนใจไปยังหัวข้อใหม่: The review does not discuss past mistakes; it ____ how to improve next time.
ดูคำตอบ
concentrates instead on
It's not that we actually want our partner to stop being reasonable. ลำดับความ
4:20ไม่ใช่ว่าเราต้องการให้คู่ของเราเลิกมีเหตุผลเสียทีเดียว
It's not that ...: ปฏิเสธความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้น
It's not that + อนุประโยค ใช้ปฏิเสธความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่ผู้พูดจะบอกประเด็นที่แท้จริง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวปฏิเสธความคิดที่ว่าพวกเขาอยากให้คนรักเลิกใช้เหตุผล it ตอนต้นทำหน้าที่เป็นประธานที่สร้างกรอบประโยค ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บรรจุความเข้าใจที่ถูกปฏิเสธ โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อมูลโดยกำหนดขอบเขตความหมายก่อน แล้วจึงให้อนุประโยคหรือประโยคถัดไปแก้ความเข้าใจนั้น ไม่ได้ปฏิเสธเพียงคำว่า want แต่ปฏิเสธความเข้าใจทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานพูดว่า 'It's not that I dislike the plan; I just think we need more time.' It's not that ทำหน้าที่อะไรในที่นี้
- ปฏิเสธความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้นก่อนบอกข้อกังวลที่แท้จริง
- บอกว่าข้อความทั้งหมดเกี่ยวกับแผนนี้เป็นเท็จ
- ถามว่าผู้พูดไม่ชอบแผนนี้หรือไม่
ดูคำตอบ
ปฏิเสธความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้นก่อนบอกข้อกังวลที่แท้จริง
ใช้สติปัญญากับภารกิจในการสร้างความมั่นใจ
apply ในที่นี้หมายถึง “ใช้” ส่วน apply their intelligence to the task หมายถึงนำความสามารถในการคิดไปใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ โครงสร้างคือ apply + ความสามารถหรือทรัพยากร + to + งานหรือเป้าหมาย โดย to บอกสิ่งที่นำความสามารถไปใช้ ไม่ได้หมายถึงการสมัคร The task of reassurance คือการช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกปลอดภัยและรู้สึกว่าตนได้รับความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ให้ข้อเท็จจริง ประโยคนี้มองการทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าเป็นงานจริงจังที่ต้องใช้ความคิดและวิจารณญาณ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ apply, their intelligence และคำบุพบทที่จำเป็น: The engineers must ____ the task of reducing energy use.
ดูคำตอบ
apply their intelligence to
We want them to enter into the weirder bits of our own experience สำนวน
4:28เราต้องการให้พวกเขาเข้าถึงส่วนที่แปลกประหลาดกว่าในประสบการณ์ของเรา
เข้าถึงส่วนที่แปลกกว่าของประสบการณ์ของเราเอง
enter into ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสถานที่จริง แต่หมายถึงการมีส่วนร่วมทางจินตนาการและอารมณ์มากพอที่จะเข้าใจบางส่วนของประสบการณ์ภายในของอีกคน The weirder bits เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการถึงส่วนที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่ค่อยมีเหตุผล หรืออธิบายได้ยาก ส่วน our own รวมผู้พูดไว้ด้วย จึงสื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนอาจมีได้ ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่มีเฉพาะคนอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ enter into ในความหมายว่าพยายามเข้าใจประสบการณ์ภายในของอีกคน?
- Try to enter into her experience before you judge her reaction.
- Please enter into the elevator before the doors close.
- Enter into your email address in the box.
ดูคำตอบ
Try to enter into her experience before you judge her reaction.
We want to be understood for being the mad animals we all are
4:33เราอยากถูกเข้าใจในฐานะสัตว์ที่บ้าคลั่งตามที่เราทุกคนเป็น
Then again: เสนอข้อพิจารณาอีกด้านหนึ่ง
Then again เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เสนอข้อพิจารณาใหม่ ซึ่งอาจลดน้ำหนัก ปรับเงื่อนไข หรือเปิดให้ทบทวนความคิดก่อนหน้าอีกครั้ง ในที่นี้หมายความว่าคำอธิบายแรกอาจเป็นจริง แต่ก็ยังมีคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้ ไม่ได้ใช้บอกลำดับเหตุการณ์หรือการเกิดซ้ำ แต่ใช้จัดระเบียบเหตุผลและส่งสัญญาณให้ผู้ฟังมองสถานการณ์ใหม่จากอีกมุมหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เลือกคำอธิบายหน้าที่ของ Then again ในประโยคนี้ที่เหมาะสมที่สุด: “The delay may be accidental. Then again, they may be avoiding us.”
- บอกว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น
- บอกว่าความล่าช้าแบบเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง
- เพิ่มข้อพิจารณาอีกอย่างที่อาจเปลี่ยนข้อสรุป
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อพิจารณาอีกอย่างที่อาจเปลี่ยนข้อสรุป
Perhaps the partner is giving brief logical answers to our worries
4:53บางทีคู่รักอาจจะให้คำตอบเชิงตรรกะสั้นๆ สำหรับความกังวลของเรา
because their efforts to be more sympathetic towards us in the past
4:57เพราะความพยายามของพวกเขาที่จะเห็นอกเห็นใจเราให้มากขึ้นในอดีต
have gone nowhere: ไม่มีความคืบหน้าหรือผลลัพธ์
ใน have gone nowhere นั้น go nowhere ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า ความพยายามไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์หรือความคืบหน้า ส่วน present perfect ใน have gone เชื่อมความพยายามในอดีตกับผลในปัจจุบันว่า จนถึงตอนนี้ความพยายามนั้นยังไม่ได้ผล เมื่อประธานเป็นกิจกรรม แผน หรือความพยายาม go nowhere เน้นว่าไม่มีความคืบหน้าไปสู่เป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ go nowhere: After months of talks, the negotiations ____, and no agreement has been reached.
ดูคำตอบ
have gone nowhere
truly alive to all the complexities of emotional functioning, การใช้คำ
5:09มีชีวิตชีวาและตระหนักถึงความซับซ้อนทั้งหมดของการทำงานทางอารมณ์อย่างแท้จริง
Truly alive to: ตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งและไวต่อสิ่งนั้น
ในประโยคนี้ truly alive to หมายถึง “ตระหนักรู้อย่างเต็มที่และไวต่อสิ่งนั้น” คนทั้งสองจะสังเกตเห็นรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนมากมายเกี่ยวกับการทำงานของอารมณ์ ไม่ใช่เพียงรู้ว่าอารมณ์มีอยู่ โครงสร้างคือ be alive to + คำนามหรือวลีคำนาม Alive ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ และ truly เน้นว่าการตระหนักรู้นั้นเป็นไปอย่างใส่ใจและครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A careful leader stays alive to changes in the team's mood.” คำว่า alive to หมายถึงอะไร
- ตระหนักรู้อย่างเต็มที่และไวต่อ
- ถูกทำให้มีชีวิตอยู่ทางกายภาพโดย
- รับผิดชอบทั้งหมดต่อ
ดูคำตอบ
ตระหนักรู้อย่างเต็มที่และไวต่อ
Rather than: เลือกการกระทำหนึ่งแทนอีกการกระทำหนึ่ง
Rather than ใช้นำตัวเลือกที่ถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการเลือกเป็นอันดับแรก ในที่นี้ การทะเลาะกันถูกนำไปเปรียบต่างกับการตอบสนองอย่างมีเหตุผลในระดับที่ลึกกว่าและตระหนักถึงอารมณ์มากกว่า วลีนี้พาผู้ฟังจากแนวทางที่ควรเลือกไปสู่พฤติกรรมที่ถูกละไว้ วลีนี้เชื่อมคำนามหรือการกระทำที่มีรูปแบบขนานกันได้ เช่น tea rather than coffee, walking rather than driving หรือ wait rather than leave ควรทำให้รูปไวยากรณ์ทั้งสองด้านเหมือนกันเมื่อทำได้ เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่มีความหมายว่า “แทนที่จะ” โดยต้องวางหน้ากริยารูปพื้นฐาน wait ได้โดยตรง: We decided to walk ____ wait for the bus.
ดูคำตอบ
rather than
on the receiving end of: เป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ
be on the receiving end of หมายถึงการเป็นคนที่ต้องพบกับการกระทำ การปฏิบัติ หรือผลกระทบที่มุ่งมายังตนเอง สำนวนนี้มักเน้นว่าคนนั้นควบคุมสถานการณ์ได้น้อยกว่าและประสบการณ์ดังกล่าวไม่น่าพอใจ ในที่นี้ สำนวนนี้ระบุคนที่ได้รับผลจากตรรกะแบบผิวเผิน กล่าวคือ มีคนตอบเขาด้วยเหตุผลที่มองเห็นเพียงข้อเท็จจริงภายนอก แต่ไม่เข้าใจความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลัง โครงสร้างคือ be + on the receiving end of + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่ขึ้นต้นด้วย on และหมายถึง “ต้องพบกับการปฏิบัติที่มุ่งมายังตนเอง”: Maya was ____ repeated unfair criticism from her manager.
ดูคำตอบ
on the receiving end of
should gently change the subject and ask: เปลี่ยนเรื่องอย่างนุ่มนวลแล้วถาม
Should ใช้ให้คำแนะนำ ส่วน gently ช่วยทำให้คำสั่ง change the subject นุ่มนวลขึ้น กล่าวคือ ผู้พูดแนะนำให้เปลี่ยนทิศทางการสนทนาอย่างระมัดระวังและไม่เผชิญหน้า แล้วจึงถามคำถามที่เปิดทางไปสู่ทิศทางที่ดีกว่า โครงสร้าง should + คำวิเศษณ์ + กริยาวลี + and + กริยา เชื่อมการกระทำสองอย่างที่แนะนำให้ทำ ในที่นี้ ask ใช้ should ร่วมกับ change จึงมีความสัมพันธ์แบบ should gently change ... and (should) ask ... การเปลี่ยนเรื่องไม่ได้มีไว้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แต่เพื่อเปลี่ยนจากการโต้เถียงที่ผิวเผินไปสำรวจความรู้สึกที่อาจถูกทำร้าย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้โครงสร้างนี้เพื่อเปลี่ยนหัวข้ออย่างมีชั้นเชิง แล้วเปิดคำถามเชิงสร้างสรรค์?
- เขียนประโยคใหม่โดยเปลี่ยนประธานทางไวยากรณ์
- ใช้ประโยคนี้: We should gently change the subject and ask, "What would help you feel heard?"
- พูดถึงภาพยนตร์ที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อให้ปัญหาหายไป
ดูคำตอบ
ใช้ประโยคนี้: We should gently change the subject and ask, "What would help you feel heard?"
"Is it possible I've hurt or been neglecting you?" น้ำเสียง/เจตนา
5:24"เป็นไปได้ไหมที่ฉันทำร้ายจิตใจหรือละเลยคุณ?"
เป็นไปได้ไหมว่าฉันทำร้ายความรู้สึกคุณหรือคอยละเลยคุณมาตลอด?
Is it possible ...? นำเสนอความคิดนั้นว่าเป็นความเป็นไปได้จริง แทนที่จะยืนยันอย่างแน่นอน ในที่นี้ผู้พูดหันคำถามกลับมาที่ตัวเอง และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยืนยัน ปฏิเสธ หรืออธิบายเพิ่มเติม I've hurt ชี้ถึงความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นไปแล้ว ส่วน been neglecting แสดงว่าการละเลยอาจดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง เมื่อนำมารวมกันจึงเป็นการถามทั้งผลกระทบในอดีตและรูปแบบพฤติกรรมที่ต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดพิจารณาความเป็นไปได้ที่ผู้พูดอาจมีส่วนรับผิดชอบอย่างเปิดกว้างที่สุด โดยไม่ชี้นำให้อีกฝ่ายปฏิเสธ?
- Why didn't you tell me what you need?
- Is it possible I've been overlooking what you need?
- Surely I haven't been overlooking what you need, have I?
ดูคำตอบ
Is it possible I've been overlooking what you need?
นั่นต่างหากถึงจะเป็นตรรกะที่แท้จริง
That ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำที่เสนอไว้ในประโยคก่อนหน้า คือการถามว่าผู้พูดได้ทำร้ายหรือคอยละเลยอีกฝ่ายหรือไม่ การอ้างอิงสั้น ๆ นี้ทำให้การกระทำนั้นกลายเป็นหัวข้อของการประเมินในตอนจบโดยไม่ต้องพูดความคิดทั้งหมดซ้ำ Real logic นิยามคำสำคัญของข้อโต้แย้งใหม่ บทสรุปบอกว่าการใช้เหตุผลที่แท้จริงควรมองหาสาเหตุที่ลึกกว่าในความสัมพันธ์ ไม่ใช่เพียงแก้ความกลัวที่อยู่บนผิวหน้า Would แสดงว่าการประเมินนี้เป็นผลจากการใช้แนวทางที่เสนอไว้ หากถามคำถามนั้น ก็จะนับว่าเป็นตรรกะที่แท้จริง
แบบฝึกหัด
ในบทสรุปนี้ “That would be real logic” ทำหน้าที่อะไร?
- ประโยคนี้รายงานว่าผู้พูดเคยใช้วิธีนี้ในอดีต
- ประโยคนี้อ้างว่าตรรกะแบบเป็นทางการเพียงอย่างเดียวแก้ปัญหาทางอารมณ์ได้ทุกอย่าง
- ประโยคนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงคำถามทบทวนตนเองที่เสนอไว้ และนำเสนอว่าเป็นการใช้เหตุผลที่เข้าถึงสาเหตุที่ลึกกว่า
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงคำถามทบทวนตนเองที่เสนอไว้ และนำเสนอว่าเป็นการใช้เหตุผลที่เข้าถึงสาเหตุที่ลึกกว่า
download our app where you can view all our videos,
5:34ดาวน์โหลดแอปของเราที่คุณสามารถดูวิดีโอทั้งหมดของเรา
and chat with other students of the School of Life.
5:39และพูดคุยกับนักเรียนคนอื่นๆ ของ The School of Life