เด็กน้อยตัวโต | สัญญา - ซีรีส์ 3 | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
256 คำ 160 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การโต้เถียงในครอบครัวเรื่องห้องสมุดที่ปิดและจิ๊กซอว์ที่ยังไม่ได้เก็บนำไปสู่กติกาใหม่ว่า ต้องรักษาสัญญา ต่อมาพ่อจึงได้สัมผัสผลของหลักการนี้ด้วยตัวเอง เมื่อต้องร่วมเล่นบทบาทสมมติเป็นเด็กเล็กที่ห้องสมุด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. make promises. / keep them. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้คู่คำกริยาที่เป็นธรรมชาติสำหรับการให้และรักษาสัญญา พร้อมเข้าใจการใช้ them ย้อนกลับไปแทน promises เพื่อไม่ต้องกล่าวคำนามเดิมซ้ำโดยไม่จำเป็น 2. "I am hurry upping." — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตภาษาของเด็กที่จงใจไม่เป็นมาตรฐาน โดยนำ hurry up มาทำเหมือนคำกริยาทั่วไปแล้วเติม -ing แบบตรงตัว จึงเข้าใจมุกได้โดยไม่เข้าใจผิดว่าเป็นรูปภาษาอังกฤษมาตรฐาน 3. a promise is a promise. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่ารูปแบบ X is X เน้นย้ำว่าหลักการยังคงผูกมัดอยู่ และใช้เพื่อยืนยันว่าต้องทำตามคำมั่นแม้ภายหลังจะกลายเป็นเรื่องไม่สะดวกก็ตาม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Are you still cranky with me? การใช้คำ

0:01

พวกลูกยังโกรธพ่ออยู่เหรอ?

การใช้คำ

cranky with me: ความหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีต่อใครบางคน

cranky หมายถึงหงุดหงิด อารมณ์เสีย หรืออารมณ์ไม่ดี โดยทั่วไปมีระดับเบากว่าและเป็นกันเองกว่า angry ใน cranky with me คำว่า with แนะนำคนที่เป็นเป้าหมายของความหงุดหงิดนั้น คำถามนี้ถามว่าอีกฝ่ายยังหงุดหงิดใส่ผู้พูดอยู่หรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนหงุดหงิดไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ใน “Are you still cranky with me?” คำว่า “with me” แสดงอะไร?

  1. ผู้พูดยืนอยู่ข้างอีกฝ่าย
  2. ผู้พูดเป็นเป้าหมายของความหงุดหงิดของอีกฝ่าย
  3. ทั้งสองคนกำลังหงุดหงิดไปด้วยกัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดเป็นเป้าหมายของความหงุดหงิดของอีกฝ่าย

You said we could go to the library. ไวยากรณ์

0:02

พ่อบอกว่าเราจะได้ไปห้องสมุดไง

ไวยากรณ์

said we could go: การรายงานการอนุญาตหรือแผนที่เคยตกลงกันไว้

ใน You said we could go คำว่า said นำเข้าสู่เนื้อหาที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ และ we เป็นประธานในอนุประโยคที่นำมารายงาน ส่วน could ในที่นี้หมายถึงได้รับอนุญาตให้ไปหรือตกลงกันไว้แล้ว ไม่ได้หมายถึงผู้พูดเคยมีความสามารถทางร่างกายที่จะไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ You said + ประธาน + could + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เตือนอีกฝ่ายถึงการอนุญาตหรือแผนที่เคยตกลงกันไว้ และอาจฟังเหมือนทักท้วงเล็กน้อยหากการอนุญาตหรือแผนนั้นถูกยกเลิก

แบบฝึกหัด

เรียง said, we, could และ go ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคเตือนความจำนี้ให้สมบูรณ์: You ____ to the science museum on Saturday.

ดูคำตอบ

said we could go

It was shut. การใช้คำ

0:05

แต่มันปิดนี่นา

การใช้คำ

was shut: บรรยายสภาพที่ปิดอยู่

ใน It was shut. โครงสร้าง was + shut บรรยายสภาพของสถานที่ในเวลานั้นว่าสถานที่ปิดอยู่และไม่เปิดให้ผู้มาเยือนเข้าใช้ ที่นี่ shut ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ ประโยคนี้เน้นสภาพที่ปิดอยู่ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนปิดหรือช่วงเวลาที่กำลังปิด โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายประตู ร้านค้า ห้องสมุด และสถานที่คล้ายกันได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกเพียงว่าร้านกาแฟไม่ได้เปิดตอนที่ผู้พูดมาถึง

  1. The café was being shut when we arrived.
  2. The café was shut when we arrived.
  3. The café was shut down for major repairs.
ดูคำตอบ

The café was shut when we arrived.

You promised.

0:06

พ่อสัญญาแล้วนะ

And you shouldn't break your promise. วลี

0:07

และพ่อก็ไม่ควรผิดสัญญา

วลี

break your promise: ไม่ทำตามคำมั่น

Break a promise เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันเป็นประจำ หมายถึงการไม่ทำสิ่งที่ตนบอกว่าจะทำ ในที่นี้ break ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีสิ่งของใดเสียหายจริง คำแสดงความเป็นเจ้าของมักบอกว่าใครเป็นผู้ให้สัญญา เช่น break my promise, break your promise หรือ break their promise ในคำบรรยาย your หมายถึงคนที่กำลังถูกตำหนิ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ break a promise ที่สอดคล้องกับประธาน: I said I would help Leo, so I do not want to ____.

ดูคำตอบ

break my promise

Yeah, I know, mate, but

0:09

ใช่ พ่อรู้ลูก แต่ว่า

Why is this panda puzzle not tidied up? กริยาวลี

0:10

ทำไมพัซเซิลแพนด้าอันนี้ยังไม่เก็บให้เรียบร้อยอีกล่ะ?

กริยาวลี

tidied up: จัดเก็บให้เรียบร้อยแล้ว

tidy up หมายถึงจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบและจัดพื้นที่หนึ่งหรือสิ่งของชุดหนึ่งให้เรียบร้อยจนเสร็จ ในกริยาวลีนี้ up ไม่ได้แปลว่า “ขึ้นข้างบน” แต่รวมกับ tidy เพื่อสื่อว่าจัดเก็บจนเสร็จ โครงสร้าง be + tidied up บอกสภาพผลลัพธ์หลังการจัดเก็บ is not tidied up จึงหมายความว่าจิ๊กซอว์ยังไม่อยู่ในสภาพที่เป็นระเบียบและเก็บเข้าที่ตามที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tidy up: The puzzle has already been ____.

ดูคำตอบ

tidied up

Uh-oh.

0:13

โอ๊ะโอ

Quick, hide.

0:14

เร็วเข้า ซ่อนตัวเร็ว

Where is she?

0:16

เธออยู่ไหนเนี่ย?

Uh, where's who? น้ำเสียง/เจตนา

0:18

เอ้อ ใครอยู่ไหนเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Where's who?: คำถามทวนเพื่อถามว่าหมายถึงใคร

Where's who? เป็นคำถามทวนแบบสะท้อน โดยคงกรอบ Where's ...? จากคำถามของอีกฝ่ายไว้ แล้วแทนคนที่ยังไม่ชัดเจนด้วย who ความหมายคือ “ตอนถามว่าเขาอยู่ที่ไหน คุณหมายถึงใคร” ไม่ใช่คำถามหาสถานที่ตามปกติ คำถามแบบนี้ใช้ขอให้ชี้แจงจริง ๆ ได้ แต่ในประโยคนี้ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงใคร และใช้คำถามนี้แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ เพื่อถ่วงเวลาหรือหลีกเลี่ยงการตอบตรง ๆ

แบบฝึกหัด

Alex ถามว่า “Where's your new assistant?” Sam ไม่รู้ว่า Alex หมายถึงคนไหน คำตอบใดทวนถามถึงบุคคลที่ไม่ชัดเจนโดยตรง?

  1. Who's where?
  2. Where's who?
  3. Where is the office?
ดูคำตอบ

Where's who?

The kid who broke her promise to clean up the panda puzzle.

0:19

ก็เด็กที่ผิดสัญญาว่าจะเก็บพัซเซิลแพนด้าไงล่ะ

Oh, how interesting. น้ำเสียง/เจตนา

0:23

โอ้ น่าสนใจจัง

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, how interesting. ที่ใช้เป็นการประชดอ่อน ๆ

เมื่อพูดเดี่ยว ๆ How interesting! อาจแสดงความสนใจอย่างจริงใจได้ แต่ในที่นี้ ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นปัญหาในเหตุผลของอีกฝ่าย คำพูดที่ฟังสงบและสุภาพจึงมีความหมายประมาณว่า “ฉันเห็นจุดที่ต้องอธิบาย” นี่เป็นนัยประชดอ่อน ๆ คือผิวเผินฟังดูเป็นบวก แต่หน้าที่จริงคือแสดงความสงสัยและเตรียมจะถามต่อ ต้องใช้บริบทและน้ำเสียงเพื่อตัดสินว่าผู้พูดตั้งใจสื่อความหมายใด

แบบฝึกหัด

คนหนึ่งสังเกตเห็นว่าสองส่วนของเรื่องไม่สอดคล้องกัน แล้วพูดอย่างสงบว่า "Oh, how interesting." เขาน่าจะกำลังสื่ออะไร?

  1. เขาต้องการเรียนหลักสูตรมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
  2. เขากำลังถามว่าคำว่า interesting หมายถึงอะไร
  3. เขาสังเกตเห็นจุดที่น่าสงสัยและอาจถามต่อ
ดูคำตอบ

เขาสังเกตเห็นจุดที่น่าสงสัยและอาจถามต่อ

Did Bluey break her promise?

0:26

บลูอี้ผิดสัญญาของตัวเองเหรอ?

Well, you broke your promise, so I can break mine. ไวยากรณ์

0:28

ก็พ่อยังผิดสัญญาของพ่อได้เลย งั้นหนูก็ผิดสัญญาของหนูได้เหมือนกัน

ไวยากรณ์

break mine: mine ที่ใช้แทน my promise

ใน break mine คำว่า mine เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ ใช้แทน my promise ซึ่งรู้ได้ชัดจากวลีก่อนหน้า your promise ดังนั้น break mine จึงหมายถึง break my promise โดยไม่ต้องพูด promise ซ้ำ Mine ทำหน้าที่เป็นวลีนามที่สมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง ตรงนี้ไม่ใช่ my ที่ไม่มีคำนามตามหลัง และไม่ใช่คำว่า mine อีกคำที่แปลว่า “เหมือง” ให้ใช้ mine เดี่ยว ๆ หรือใช้ my promise

แบบฝึกหัด

ใช้คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของแทน my bike: Your bike is new, but ____ is ten years old.

ดูคำตอบ

mine

What?

0:31

อะไรนะ?

It's true.

0:32

จริงด้วย

Dad broke his promise.

0:33

พ่อผิดสัญญา

The library was shut.

0:34

ห้องสมุดมันปิดนี่นา

Seems like we've got a promising problem. สำนวน

0:37

ดูเหมือนว่าเราจะมีปัญหาเรื่องสัญญาซะแล้ว

สำนวน

promising problem: การเล่นคำกับ promise

โดยทั่วไป promising หมายถึง “แสดงให้เห็นว่าสิ่งหนึ่งน่าจะลงเอยด้วยดี” ดังนั้น promising problem จึงฟังดูแปลก เพราะปัญหาไม่ใช่สิ่งที่ตามปกติแล้วเราอยากให้ “ประสบความสำเร็จ” ในที่นี้ promising ยังทำให้นึกถึง promise ด้วย บทสนทนากำลังพูดถึงคำสัญญา และสองคำนี้มีรูปสะกดกับเสียงคล้ายกันมาก มุกนี้รวมสองแนวคิดไว้พร้อมกัน คือความหมายปกติของ promising และ “ปัญหาเกี่ยวกับคำสัญญา” โดยปกติ promising ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับคำสัญญา” แต่บริบทสร้างความหมายเพิ่มเติมนี้ขึ้นมา

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ a promising problem ในประโยคนี้เป็นมุกตลก?

  1. วลีนี้แสดงว่า promise และ problem มีความหมายเหมือนกัน
  2. วลีนี้หมายความว่า promising เป็นคำคุณศัพท์มาตรฐานสำหรับปัญหายากทุกอย่าง
  3. วลีนี้รวมความหมายปกติว่า “น่าจะลงเอยด้วยดี” เข้ากับการพาดพิงถึง promise
ดูคำตอบ

วลีนี้รวมความหมายปกติว่า “น่าจะลงเอยด้วยดี” เข้ากับการพาดพิงถึง promise

Yeah.

0:40

ใช่

Okay, from now on, วลี

0:40

เอาล่ะ ตั้งแต่นี้ไป

วลี

from now on: เริ่มกฎหรือนิสัยใหม่ที่จะดำเนินต่อไป

From now on หมายถึง “เริ่มตั้งแต่ขณะนี้และดำเนินต่อไปในอนาคต” มักใช้เกริ่นกฎ การตัดสินใจ หรือนิสัยใหม่ ในที่นี้เป็นสัญญาณว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปควรมีผลตั้งแต่นี้ไป ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในตอนนี้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค โดยปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมนิสัยระยะยาวใหม่ด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “เริ่มตอนนี้และดำเนินต่อไป”: ____, I'll check my calendar before I make plans.

ดูคำตอบ

From now on

no one makes any more promises. ไวยากรณ์

0:42

ห้ามใครให้สัญญาอะไรอีก

ไวยากรณ์

no one ... any more: ไม่มีใครทำสิ่งนั้นอีกแล้ว

ในที่นี้ no one เป็นประธานที่มีความหมายปฏิเสธ โดยรวมทุกคนไว้ในขอบเขตของการปฏิเสธด้วยการบอกว่าไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ทำการกระทำนั้น เนื่องจาก no one ถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ กริยาจึงใช้รูป makes ในประโยคปฏิเสธนี้ any more promises หมายถึงจะไม่มีคำสัญญาเพิ่มเติมอีกนับจากนี้ ไม่ได้เป็นการขอให้มีจำนวนคำสัญญามากขึ้น เมื่อรวมกัน no one ... any more จึงสื่อว่าจะไม่มีใครทำการกระทำนั้นอีกแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง no one ... any more ตามที่เรียน: The office is paperless now. ____ prints these forms ____.

ดูคำตอบ

No one · any more

But you promised you'd always love us. ไวยากรณ์

0:44

แต่พ่อสัญญาว่าจะรักพวกเราตลอดไปนี่นา

ไวยากรณ์

promised you'd always love: คำสัญญาที่ถ่ายทอดด้วย you would

promise สามารถตามด้วยอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของคำสัญญาได้ โดยมักละคำว่า that ในที่นี้ you'd หมายถึง you would และ would แสดงว่าการรักเกิดขึ้นหรือดำเนินต่อหลังจากการให้สัญญาในอดีต ส่วน always ทำให้คำมั่นนั้นมีความหมายว่าต่อเนื่องและไม่จำกัดเวลา รูปเขียน you'd อาจหมายถึง you had ได้เช่นกัน แต่ในประโยคนี้ดูได้จากกริยาที่ตามมา would ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน love ส่วน had โดยปกติจะตามด้วยกริยาช่องที่สาม เช่น loved

แบบฝึกหัด

ในประโยค "You promised you'd call after dinner," คำว่า "you'd" หมายถึงอะไร?

  1. you would
  2. you had
  3. you did
ดูคำตอบ

you would

Whoa, I didn't think this through. กริยาวลี

0:47

โห พ่อไม่ได้คิดถึงข้อนี้เลย

กริยาวลี

think this through: พิจารณาผลที่ตามมาให้ครบถ้วน

Think something through หมายถึงพิจารณาเรื่องหนึ่งอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงผลลัพธ์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในประโยคนี้ this หมายถึงแผนหรือการตัดสินใจของผู้พูด และ didn't think this through คือการยอมรับว่าไม่ได้พิจารณาผลที่ตามมาทั้งหมด Through ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสิ่งใด แต่แสดงว่ากระบวนการคิดดำเนินไปจนถึงที่สุด เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม think it through เป็นรูปแบบที่ใช้กันบ่อยมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย think ... through และใช้ it แทนการตัดสินใจนั้น: The offer sounds exciting, but I need to ____ before I accept it.

ดูคำตอบ

think it through

Listen,

0:48

ฟังนะ

you can still make promises. วลี

0:49

ลูกยังให้สัญญาได้อยู่

You just have to keep them.

0:51

ลูกแค่ต้องรักษามันไว้ให้ได้ก็พอ

วลี

make promises ... keep them: ให้และรักษาคำสัญญา

Make a promise หมายถึงให้คำมั่นหรือสัญญา ส่วน keep a promise หมายถึงทำสิ่งที่บอกไว้ว่าจะทำ ในตัวอย่าง them ย้อนกลับไปแทน promises ซึ่งเป็นพหูพจน์ ดังนั้น keep them จึงหมายถึงรักษาสัญญาเหล่านั้น ไม่ใช่เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ คำที่ใช้ร่วมกันสองชุดนี้แสดงคนละขั้นตอน ขั้นแรกคือ make the promise หรือให้คำสัญญา จากนั้นจึงใช้การกระทำเพื่อ keep it หรือรักษาสัญญา หากมีสัญญาเดียวใช้ a promise และ it แต่ถ้ามีหลายสัญญาใช้ promises และ them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกันในรูปพหูพจน์ ซึ่งหมายถึงการให้คำมั่นแล้วรักษาคำมั่นเดิมเหล่านั้น: It's easy to ____, but you still have to ____.

ดูคำตอบ

make promises · keep them

Okay.

0:53

ตกลงค่ะ

Yeah, that makes more sense. วลี

0:54

ใช่ แบบนี้เข้าท่ากว่าแฮะ

วลี

that makes more sense: ยอมรับคำอธิบายที่สมเหตุสมผลกว่า

Make sense ใช้บอกว่าบางสิ่งมีเหตุผล สมเหตุสมผล หรือเข้าใจได้ โดย sense ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประสาทสัมผัสทางกาย More ทำให้วลีนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ ดังนั้น that makes more sense จึงหมายความว่าแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงดูสมเหตุสมผลหรือเข้าใจง่ายกว่าแนวคิดก่อนหน้า That อ้างถึงคำอธิบาย กฎ หรือข้อเสนอที่เพิ่งพูดไป ทั้งประโยคเป็นวิธีพูดอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อยอมรับคำแก้ไขหรือฉบับปรับปรุงที่ชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้รูปเปรียบเทียบของ make sense เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Compared with the first plan, this one ____.

ดูคำตอบ

makes more sense

Phew.

0:56

ฟู่

Bluey, from now on,

0:57

บลูอี้ ตั้งแต่นี้ไป

we keep our promises.

0:58

เราจะรักษาสัญญาของเรา

No matter what. วลี

0:59

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

วลี

No matter what: ทำให้คำมั่นไม่มีเงื่อนไข

No matter what หมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” หรือ “ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร” เป็นวลีตายตัวที่บอกว่าแม้เงื่อนไขจะเปลี่ยนไป ผลก็ไม่เปลี่ยน ในที่นี้วลีนี้ช่วยเน้นคำมั่นว่า แม้สถานการณ์จะยากขึ้น กฎหรือคำสัญญาก็ยังคงเดิม สามารถใช้วลีนี้เดี่ยว ๆ เป็นข้อความเสริมสั้น ๆ ได้ เมื่อคำมั่นหลักชัดเจนอยู่แล้ว ในประโยคเต็มสามารถวางไว้หลังประโยคหลัก เช่น I'll keep my promise no matter what หรือใช้ร่วมกับคำกริยา เช่น No matter what happens, I'll keep my promise.

แบบฝึกหัด

เติมคำสัญญาให้สมบูรณ์ด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”: I will keep my promise, ____.

ดูคำตอบ

no matter what

No matter what.

1:00

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

Oh, well, goodnight everyone.

1:02

โอ้ เอาล่ะ ราตรีสวัสดิ์นะทุกคน

Panda puzzle.

1:05

พัซเซิลแพนด้าด้วย

Come on, kids.

1:07

เร็วเข้า เด็กๆ

Hurry up.

1:10

รีบหน่อย

Hey, this morning I said to Bingo to hurry up,

1:11

นี่ เมื่อเช้าพ่อบอกบิงโกให้รีบหน่อย

and she said, "I am hurry upping." ไวยากรณ์

1:13

และเธอก็ตอบว่า "หนูกำลังรีบอยู่เนี่ย"

ไวยากรณ์

I am hurry upping: รูป -ing แบบเด็กที่ไม่เป็นมาตรฐาน

“I am hurry upping” เป็นภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นมาตรฐานและตั้งใจทำให้เหมือนคำพูดของเด็ก เด็กได้ยินคำสั่ง “hurry up” แล้วเติม -ing ไว้ท้ายสำนวนทั้งหมด จึงสร้างคำว่า “hurry upping” ขึ้นมา ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ต้องเติม -ing ที่คำกริยา hurry เป็น “I'm hurrying” ถ้ายังคงคำว่า up ไว้ รูปที่ถูกต้องตามไวยากรณ์คือ “I'm hurrying up” ไม่ใช่ “I'm hurry upping” ความขำเกิดจากวิธีสร้างคำที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับเด็กแต่จริง ๆ แล้วผิด

แบบฝึกหัด

มีคนพูดกับคุณว่า “Hurry up!” ข้อใดเป็นคำตอบภาษาอังกฤษมาตรฐาน?

  1. I'm hurrying!
  2. I'm hurry uping!
  3. I'm hurry upping!
ดูคำตอบ

I'm hurrying!

Dad, will you play Toddlers with us at the library? น้ำเสียง/เจตนา

1:17

พ่อคะ พ่อจะเล่นเกมเด็กเตาะแตะกับพวกเราที่ห้องสมุดไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

will you play: ใช้ Will you...? เพื่อขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง

“Will you play ...?” ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำขอหรือคำชวน เด็กต้องการให้พ่อเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ใช่เพียงคำถามที่คาดการณ์ว่าพ่อจะทำอะไรในภายหลัง ใช้โครงสร้าง will you + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น “Will you play ...?” และ “Will you help ...?” บริบทและน้ำเสียงที่เป็นมิตรแสดงให้เห็นว่าผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “Will you + คำกริยารูปพื้นฐาน?” อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อน?

  1. Will you helping me carry this box?
  2. Will you helped me carry this box?
  3. Will you help me carry this box?
ดูคำตอบ

Will you help me carry this box?

I'll play anything with you at the library if you hurry up. ไวยากรณ์

1:20

พ่อจะเล่นทุกอย่างกับลูกที่ห้องสมุดเลยถ้าพวกลูกรีบหน่อย

ไวยากรณ์

I'll ... if ...: การให้คำสัญญาแบบมีเงื่อนไข

I'll play anything เป็นประโยคหลักและเป็นคำสัญญาของผู้พูด ส่วน if you hurry up คือเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นคำสัญญานี้จะมีผลก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรีบขึ้น เมื่อพูดถึงเงื่อนไขในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้น ภาษาอังกฤษมักใช้ will ในประโยคหลัก และใช้ present simple หลัง if: I'll + กริยารูปพื้นฐาน ... if + ประธาน + กริยารูปปัจจุบัน อนุประโยค if จะอยู่ต้นหรือท้ายประโยคก็ได้ โดยความสัมพันธ์แบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เงื่อนไขในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพื่อให้คำสัญญาได้ถูกต้อง?

  1. I'll make dinner if you will buying the groceries.
  2. I'll make dinner if you buy the groceries.
  3. I'll made dinner if you buy the groceries.
ดูคำตอบ

I'll make dinner if you buy the groceries.

Do you promise?

1:23

พ่อสัญญาไหม?

I promise.

1:24

พ่อสัญญา

Now, come on.

1:24

เอาล่ะ มาเร็ว

Bingo, Dad promised to play Toddlers at the library.

1:26

บิงโก พ่อสัญญาว่าจะเล่นเกมเด็กเตาะแตะที่ห้องสมุดแล้วนะ

Yes.

1:29

เย้

Hey, hang on, กริยาวลี

1:30

เดี๋ยวนะ แป๊บหนึ่ง

กริยาวลี

hang on: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่

ในที่นี้ hang on หมายถึง “รอสักครู่” ผู้พูดใช้เพื่อหยุดการกระทำหรือบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ชั่วคราว เพื่อจะได้ตรวจสอบหรือพูดบางอย่างก่อนดำเนินต่อ นี่เป็นความหมายตายตัวในภาษาพูด ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าห้อยอยู่กับบางสิ่ง บริบทช่วยแยกความหมายนี้ออกจากความหมายทางกายภาพว่า “จับไว้ให้แน่น”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายรออย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ผู้พูดตรวจสอบบางอย่าง?

  1. Hang out, I need to check the address.
  2. Hang on, I need to check the address.
  3. Hang up, I need to check the address.
ดูคำตอบ

Hang on, I need to check the address.

what's Toddlers?

1:31

เกมเด็กเตาะแตะคืออะไร?

This is Toddlers?

1:34

นี่คือเกมเด็กเตาะแตะเหรอ?

Yes.

1:36

ใช่ค่ะ

You have to walk everywhere on your knees. ไวยากรณ์

1:36

พ่อต้องเดินเข่าไปทุกที่เลย

ไวยากรณ์

have to walk: การบอกหน้าที่ด้วย have to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน have to walk โครงสร้าง have to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกความจำเป็นหรือหน้าที่ หมายถึงการเดินเป็นสิ่งที่ต้องทำ ตรงนี้ have ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของ หน้าที่นี้มาจากกติกาของเกม ใช้ have to กับ I, you, we และ they แต่ใช้ has to กับ he, she และ it แล้วตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ have to เติมประโยคเกี่ยวกับกฎของโรงเรียนให้สมบูรณ์: We ____ wear safety glasses in the lab.

ดูคำตอบ

have to

No way. น้ำเสียง/เจตนา

1:38

ไม่มีทาง

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ No way. เพื่อปฏิเสธอย่างหนักแน่นแบบไม่เป็นทางการ

No way. เป็นคำตอบโต้แบบไม่เป็นทางการที่ใช้ได้สมบูรณ์ในตัวเอง ในประโยคนี้ใช้ปฏิเสธทันทีอย่างหนักแน่น หมายถึง “ไม่อย่างเด็ดขาด” หรือ “ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น” มีน้ำหนักและอารมณ์มากกว่าการพูดเพียง no และไม่ได้หมายความตรงตัวว่าไม่มีถนน ในบริบทอื่น No way! อาจใช้แสดงความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่อ คล้ายกับ “ไม่อยากเชื่อเลย” ให้ดูว่าคำนี้ตอบกลับคำขอหรือข่าวที่ไม่คาดคิด รวมทั้งฟังน้ำเสียงของผู้พูดเพื่อแยกสองความหมายนี้

แบบฝึกหัด

มีคนขอให้คุณทำบางอย่างและคุณปฏิเสธอย่างหนักแน่น No way. ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. ฉันหาทางไม่เจอ
  2. ไม่อย่างเด็ดขาด
  3. ได้สิ แน่นอน
ดูคำตอบ

ไม่อย่างเด็ดขาด

But a promise is a promise. สำนวน

1:39

แต่สัญญาต้องเป็นสัญญานะคะ

สำนวน

a promise is a promise: รูปแบบ X is X ที่ใช้ย้ำหลักการ

a promise is a promise ใช้รูปแบบ X is X แต่ไม่ได้เป็นการให้คำนิยามหรือการพูดซ้ำโดยไม่มีความหมาย การพูดคำนามซ้ำจะเตือนให้นึกถึงกฎที่ทุกคนเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับคำนั้น กล่าวคือ เมื่อสิ่งใดเป็นคำสัญญา ก็มีหน้าที่ต้องรักษาสัญญา ในที่นี้ ผู้พูดยืนยันว่าคำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้ายังคงมีผล วลีนี้นำเสนอหลักการดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้ ส่วน But ใช้ยกหลักการนี้ขึ้นมาโต้กับเหตุผลของอีกฝ่ายที่ไม่รักษาสัญญา

แบบฝึกหัด

A promise is a promise ทำหน้าที่หลักอะไรในการสนทนา?

  1. บอกว่าคำสัญญาทุกอย่างมีรายละเอียดเหมือนกันทุกประการ
  2. ยืนยันว่าคำสัญญาต้องได้รับการรักษา
  3. ถามความหมายของคำว่า promise
ดูคำตอบ

ยืนยันว่าคำสัญญาต้องได้รับการรักษา

Fine.

1:42

ก็ได้

Excuse me.

1:45

ขอโทษนะครับ

Uh?

1:47

หา?

Down here.

1:48

ข้างล่างนี่ครับ

Oh.

1:49

อ้อ

Hello.

1:51

สวัสดีค่ะ

Me want books for big boys. ไวยากรณ์

1:51

ป๋มหยากล่ายหนังสือฉำหรับเด็กผู้ฉายโตแย้ว

ไวยากรณ์

Me want ... เทียบกับรูปมาตรฐาน I want ...

ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ต้องใช้รูปประธาน I เช่น I want books for big boys. ส่วน Me เป็นรูปกรรม ดังนั้น Me want ... ในที่นี้จึงเป็นรูปที่ไม่เป็นมาตรฐานและผู้พูดจงใจใช้ ผู้พูดที่เป็นผู้ใหญ่กำลังสวมบทเป็นเด็กเล็ก ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ทำให้น้ำเสียงดูเป็นเด็กและตลก เป็นการสร้างลักษณะของตัวละคร ไม่ใช่ตัวอย่างสำหรับภาษาอังกฤษทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นภาษาอังกฤษมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่ที่ขอหนังสือตามปกติในห้องสมุด?

  1. My want some books for older children.
  2. Me want some books for older children.
  3. I want some books for older children.
ดูคำตอบ

I want some books for older children.

Uh, next to the magazines. วลี

1:54

เอ้อ อยู่ข้างๆ นิตยสารค่ะ

วลี

next to the magazines: อยู่ติดกับจุดอ้างอิง

next to the magazines หมายถึง “อยู่ติดกับนิตยสาร” next to ทำหน้าที่เป็นคำบุพบทสองคำ และนามวลีที่ตามหลังจะบอกจุดอ้างอิงของตำแหน่ง ในที่นี้ next to บอกตำแหน่งในพื้นที่ ส่วน next ไม่ได้หมายถึง “ลำดับถัดไป” ผู้พูดใช้เพียงวลีบอกสถานที่แทนที่จะพูดเป็นประโยคเต็ม คำตอบสั้น ๆ แบบนี้เป็นธรรมชาติเมื่อตอบว่าสิ่งของอยู่ที่ไหน และรู้ประธานกับกริยาที่ละไว้ได้จากคำถามอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกตำแหน่งสองคำที่ขึ้นต้นด้วย next: The blue chair is ____ the red chair.

ดูคำตอบ

next to

Thanks.

1:56

ขอบคุงฮับ