โรงเรียนเอกชน vs โรงเรียนรัฐบาล - นักเรียนแตกต่างกันอย่างไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The Infographics Show
แนะนำวิดีโอ: เนื้อหาเปรียบเทียบโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐในสหรัฐฯ ผ่านค่าเล่าเรียน ขนาดชั้นเรียน การจบการศึกษา การเข้ามหาวิทยาลัย และรายได้ แล้วถามถึงผลของพื้นฐานครอบครัว ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. by public school we mean — วัฒนธรรมและบริบทจริง: แยกความหมายโรงเรียนรัฐในอเมริกาจากโรงเรียนคัดเลือกเก็บค่าเล่าเรียนในอังกฤษ เพื่อไม่ให้เข้าใจความหมายตามภูมิภาคกลับด้าน 2. whereas — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เชื่อมสถิติการจบการศึกษาที่ตัดกันในประโยคสมดุล และชี้ความต่างของผลลัพธ์โรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐ 3. born with a silver spoon / passing that spoon on — สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เข้าใจสิทธิพิเศษที่สืบทอดมา และติดตามอุปมาจากการรับความมั่งคั่งของครอบครัวไปสู่การส่งต่อข้อได้เปรียบแก่คนรุ่นถัดไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Do you think you got the best start in life? วลี
0:00คุณคิดว่าคุณได้จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในชีวิตหรือเปล่า?
get the best start in life: ได้รับจุดเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุด
รูปแบบ get a good start in life หมายถึงการได้รับเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยในวัยเด็กหรือช่วงต้นของชีวิต เช่น การสนับสนุน ความปลอดภัย การดูแลสุขภาพ หรือการศึกษา ในที่นี้ got เป็นรูปอดีตของ get และ best ทำให้ good มีความหมายหนักแน่นขึ้นว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ start ในที่นี้เป็นคำนามที่หมายถึงเงื่อนไขในช่วงต้นเหล่านั้น ไม่ใช่การเริ่มทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง คำถามนี้ขอให้อีกฝ่ายประเมินข้อได้เปรียบโดยรวมที่ตนมีในช่วงเริ่มต้นของชีวิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในช่วงต้นของชีวิต: Maya's family made sure she ____.
ดูคำตอบ
got the best start in life
Did you end up in a school that might have resembled a zoo more than it felt like an institution of higher learning? โน้ต
0:02คุณจบลงในโรงเรียนที่อาจดูเหมือนสวนสัตว์มากกว่าสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือไม่?
end up + สถานที่ คำคุณศัพท์ หรือ -ing
End up หมายถึงการไปถึงสถานที่ สภาพ หรือผลลัพธ์หนึ่งในท้ายที่สุดหลังจากผ่านกระบวนการบางอย่าง โดยผลลัพธ์นั้นมักไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ ในคำถามนี้ end up in a school หมายถึงสุดท้ายพบว่าตนได้เรียนอยู่ในโรงเรียนแบบนั้น ส่วนเติมเต็มที่ตามมาจะแสดงผลลัพธ์สุดท้าย โดยใช้รูป end up in/at + สถานที่, end up + คำคุณศัพท์ หรือ end up + -ing ในที่นี้ end และ up ไม่ได้คงความหมายตามตัวอักษรแยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่แสดงผลลัพธ์สุดท้ายซึ่งไม่ได้วางแผนไว้: We missed the last bus and ____ walking home.
ดูคำตอบ
ended up
อุปมาเชิงลบ “resembled a zoo”
ในที่นี้ resembled a zoo เป็นการเปรียบเทียบเชิงลบที่กล่าวเกินจริง ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนดูเหมือนสถานที่จัดแสดงสัตว์จริง ๆ แต่สื่อว่าสภาพแวดล้อมของโรงเรียนดูเสียงดัง วุ่นวาย แออัด หรือขาดการควบคุมที่ดี คำกริยา resembled นำเสนอการประเมินนี้ในฐานะความคล้ายคลึงที่ผู้พูดรู้สึกได้ ส่วนการเปรียบต่างกับ an institution of higher learning ในช่วงหลังยิ่งทำให้คำวิจารณ์ชัดขึ้น โดยทั่วไป หากบริบทไม่ได้เกี่ยวกับสัตว์หรือนิทรรศการจริง ๆ การเปรียบสถานที่กับสวนสัตว์ควรเข้าใจว่าเป็นอุปมาที่มีการตัดสินเชิงคุณค่า
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ resembled a zoo สื่อว่าโรงเรียนเป็นอย่างไร
- โรงเรียนดูเสียงดัง วุ่นวาย และขาดการควบคุมที่ดี
- โรงเรียนมีวัตถุประสงค์อย่างเป็นทางการเหมือนสวนสัตว์
- โรงเรียนเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อการศึกษาวิจัย
ดูคำตอบ
โรงเรียนดูเสียงดัง วุ่นวาย และขาดการควบคุมที่ดี
getting by without a lot of pieces of paper to defend your intelligence may have been harder, โน้ต
0:08การเอาตัวรอดโดยไม่มีกระดาษหลายแผ่นเพื่อพิสูจน์ความฉลาดของคุณอาจจะยากกว่า
Getting by ด้วยทรัพยากรจำกัด
Getting by เป็นรูป -ing ของกริยาวลี get by ซึ่งหมายถึงการพอจัดการชีวิตหรือเอาตัวรอดด้วยเงิน ทรัพยากร ทักษะ หรือความช่วยเหลือที่มีเพียงพอแบบฉิวเฉียด ในที่นี้กล่าวถึงการพยายามดำเนินชีวิตในสังคมโดยไม่มีคุณวุฒิทางการมากนัก ซึ่งก็คือ pieces of paper ที่อาจใช้ยืนยันหรือรับรองสติปัญญาของบุคคล วลีนี้มักสื่อถึงความเพียงพอมากกว่าความสำเร็จ กล่าวคือ บุคคลนั้นยังดำเนินชีวิตต่อไปได้ แต่ไม่สะดวกสบายหรือง่ายดาย วลีที่ขึ้นต้นด้วย without ซึ่งตามมาระบุทรัพยากรหรือข้อได้เปรียบที่ขาดไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “พอจัดการได้ด้วยทรัพยากรจำกัด”: Even on a small income, they can ____ each month.
ดูคำตอบ
get by
pieces of paper ในฐานะคำเรียกคุณวุฒิแบบดูแคลน
ในที่นี้ “pieces of paper” กล่าวอ้อม ๆ ถึงประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หรือใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารที่สังคมใช้เป็นหลักฐานของสติปัญญาหรือความสามารถ ไม่ได้หมายถึงกระดาษเป็นแผ่น ๆ ทั่วไป การลดคุณวุฒิอย่างเป็นทางการให้เหลือเพียงกระดาษทำให้ผู้พูดฟังดูสงสัยว่าเอกสารเหล่านั้นพิสูจน์สติปัญญาได้ดีเพียงใด กลวิธีการอ่านที่มีประโยชน์คือดูจุดประสงค์ที่ถ้อยคำรอบข้างระบุไว้ ในที่นี้ “to defend your intelligence” แสดงให้เห็นว่าวัตถุที่จับต้องได้อย่าง “paper” ใช้แทนคุณวุฒิที่สถาบันรับรอง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “pieces of paper” สื่อถึงอะไร
- บันทึกส่วนตัวที่เตรียมไว้สำหรับการสอบ
- คุณวุฒิอย่างเป็นทางการที่ถูกมองว่าเป็นหลักฐานของสติปัญญา
- กระดาษทั่วไปที่ใช้สำหรับเขียน
ดูคำตอบ
คุณวุฒิอย่างเป็นทางการที่ถูกมองว่าเป็นหลักฐานของสติปัญญา
given that nowadays we can learn so much online
0:12เมื่อพิจารณาว่าปัจจุบันนี้เราสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทางออนไลน์ได้มากมาย
and that many of the world's leading and richest entrepreneurs dropped out of university. กริยาวลี
0:15และผู้ประกอบการชั้นนำที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหลายคนก็ลาออกจากมหาวิทยาลัย
dropped out of university: rời đại học trước khi hoàn thành
“Dropped out of university” เป็นวลีกริยารูปอดีต หมายถึงออกจากมหาวิทยาลัยก่อนเรียนจบปริญญา “Dropped” เป็นกริยา ส่วน “out” และ “of” เป็นส่วนที่จำเป็นของโครงสร้างกริยาวลีร่วมกับคำบุพบทนี้ โดยกรรมตามหลัง “of” เช่น drop out of university, a course หรือ a program วลีนี้สื่อว่าเรียนไม่จบ ไม่ใช่เพียงขาดเรียนช่วงสั้น ๆ และไม่ใช่การสำเร็จการศึกษา เมื่อเป็นวลีกริยา dropped out เขียนแยกกันสองคำ ส่วน dropout ที่เขียนติดกันเป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์ เช่น a college dropout หรือ dropout rate
แบบฝึกหัด
เติมวลีกริยารูปอดีตที่หมายถึง “ออกไปโดยยังไม่เรียนจบ” ให้สมบูรณ์: Maya ____ university after her first year to work full time.
ดูคำตอบ
dropped out of
Had they have dropped: แก้เป็น Had they dropped
อนุประโยคเปิดพยายามสร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงในอดีตแบบสลับตำแหน่ง แต่ Had they have dropped ไม่ใช่รูปมาตรฐาน รูปมาตรฐานคือ Had they dropped out of high school ซึ่งเท่ากับ If they had dropped out of high school ในโครงสร้างนี้ had ทำหน้าที่บอก past perfect อยู่แล้ว จึงตามด้วยกริยาช่องสาม dropped โดยตรง ส่วนอนุประโยคผล could have been แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การสลับตำแหน่งแบบเป็นทางการที่เป็นมาตรฐานเพื่อแสดงเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงในอดีต
- Had we checked the schedule, we could have avoided the delay.
- If we had checked the schedule, we could have avoided the delay.
- Had we have checked the schedule, we could have avoided the delay.
ดูคำตอบ
Had we checked the schedule, we could have avoided the delay.
But many great minds have not been too keen on school. วลี
0:22แต่คนเก่งๆ หลายคนก็ไม่ได้สนใจโรงเรียนมากนัก
not been too keen on: แสดงความไม่ค่อยเต็มใจอย่างนุ่มนวล
Be keen on หมายถึง “กระตือรือร้นเกี่ยวกับ” หรือ “ชื่นชอบ” และตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ have ที่อยู่ข้างหน้ารวมกับ not been เพื่อวางวลีคุณศัพท์นี้ไว้ใน present perfect ในวลีปฏิเสธ not too keen on คำว่า too ทำให้การประเมินฟังดูยับยั้งและนุ่มนวลขึ้น โดยทั่วไปหมายถึง “ไม่ค่อยกระตือรือร้น” ไม่ใช่ “เกลียด” ผู้พูดกำลังแสดงความเห็นแบบอ่อน ๆ และเป็นภาษาสนทนา
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “ไม่ค่อยกระตือรือร้น” ให้ประโยคสมบูรณ์: I'm ____ working late again.
ดูคำตอบ
not too keen on
"Education is what remains after one has forgotten what one has learned in school." ไวยากรณ์
0:27“การศึกษาคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่คนเราลืมสิ่งที่เรียนในโรงเรียนไปหมดแล้ว”
what remains ... what one has learned ในฐานะโครงสร้างสัมพัทธ์แบบรวม
what ในอนุประโยคทั้งสองเป็นคำเชื่อมสัมพัทธ์แบบรวม กล่าวคือรวมความหมายของนามวลี เช่น “สิ่งหนึ่ง” หรือ “สิ่งต่าง ๆ” เข้ากับหน้าที่เชื่อมอนุประโยคสัมพัทธ์ ดังนั้น what remains จึงหมายถึง “สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่” และ what one has learned หมายถึง “สิ่งที่คนหนึ่งได้เรียนรู้” โดย what ตรงนี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม อนุประโยค what แรกเป็นส่วนเติมเต็มประธานหลัง is และใช้ให้นิยาม education ส่วนอนุประโยคที่สองเป็นกรรมของ forgotten ภายในอนุประโยคซ้อนต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า one has learned ไม่ใช่ has one learned
แบบฝึกหัด
ใช้คำหนึ่งคำที่หมายถึง “the thing that” เพื่อเติมคำนิยามให้สมบูรณ์: A lasting lesson is ____ remains after the details fade.
ดูคำตอบ
what
Does it matter where ...? ที่มีอนุประโยค wh ซ้อนอยู่
Does it matter where you go? ใช้ถามว่าการเลือกจุดหมายปลายทางทำให้เกิดความแตกต่างในทางปฏิบัติหรือไม่ โครงสร้างนี้ใช้ it แบบชี้ล่วงหน้าเป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนอนุประโยค where ระบุประเด็นที่กำลังถูกประเมิน เนื่องจาก where you go ซ้อนอยู่ภายในคำถามที่ใหญ่กว่า จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าไว้ คือ where + ประธาน + กริยา ส่วนอนุประโยคชั้นนอกใช้รูปคำถาม Does it matter ...? ดังนั้น Does it matter where do you go? จึงไม่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
เรียงคำต่อไปนี้ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: which / choose / we / seat. Does it matter ____?
ดูคำตอบ
which seat we choose
so that you can be part of our notification squad.
0:40เพื่อที่คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมรับการแจ้งเตือนของเรา
we should say that by public school we mean schools that are run by the government. ลำดับความ
0:43เราควรบอกก่อนว่าคำว่าโรงเรียนรัฐบาลนั้น เราหมายถึงโรงเรียนที่ดำเนินการโดยรัฐบาล
“By public school we mean”: การกำหนดความหมายของคำศัพท์
ในโครงสร้าง by X we mean Y นั้น X คือคำศัพท์ที่ต้องการนิยาม และ Y คือนิยามที่ผู้พูดจะใช้ ในที่นี้ public school คือ X และ schools that are run by the government คือ Y โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบการพูดโดยกำหนดความหมายหนึ่งให้ชัดเจนก่อนที่ผู้พูดจะกล่าวต่อ ในการใช้นี้ by หมายถึง “เมื่อเราใช้สำนวนนี้” ไม่ได้บอกสถานที่ วิธีการเดินทาง หรือวิธีดำเนินการ
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่หายไปให้โครงสร้างการนิยามสมบูรณ์ ในนโยบายนี้ community library มีความหมายเฉพาะว่า “____ ‘community library,’ ____ a library funded and used by local residents.”
ดูคำตอบ
By · we mean
they are not thinking of schools run by the public sector,
0:49พวกเขาไม่ได้นึกถึงโรงเรียนที่ดำเนินการโดยภาครัฐ
but selective institutions that demand private payment.
0:52แต่เป็นสถาบันคัดเลือกที่ต้องจ่ายเงินส่วนตัว
“Public school” ในการใช้แบบอเมริกันและอังกฤษ
ในประโยคนี้ public school เป็นคำที่มีความหมายแตกต่างกันตามภูมิภาค ในการใช้ทั่วไปของสหรัฐฯ คำนี้หมายถึงโรงเรียนที่ดำเนินการโดยรัฐบาลและได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ส่วนในการใช้แบบอังกฤษดั้งเดิม คำนี้อาจหมายถึงโรงเรียนเอกชนที่มีการคัดเลือกและเก็บค่าเล่าเรียน เนื่องจากความหมายในเชิงสถาบันแตกต่างกันมาก คำว่า public เพียงคำเดียวจึงไม่สามารถบอกแหล่งเงินทุนหรือสถานะของโรงเรียนได้อย่างน่าเชื่อถือ ต้องดูบริบทของประเทศเพื่อทำความเข้าใจสำนวนนี้
แบบฝึกหัด
ในบริบทแบบอังกฤษดั้งเดิม การตีความประโยค “She attended a public school” แบบใดตรงกับการใช้ที่สอนในที่นี้มากที่สุด
- เธอเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดำเนินการโดยรัฐบาลและได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ
- เธอเข้าเรียนในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในอาคารสาธารณะ
- เธอเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่มีการคัดเลือกและเก็บค่าเล่าเรียน
ดูคำตอบ
เธอเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่มีการคัดเลือกและเก็บค่าเล่าเรียน
tomato tomato: ใช้ความต่างของการออกเสียงเพื่อลดความสำคัญของความต่างเล็กน้อย
Tomato, tomato เป็นสำนวนที่ตามธรรมเนียมจะออกเสียงคำเดียวกันสองแบบ หมายความว่าชื่อหรือทางเลือกสองอย่างมีสาระสำคัญเหมือนกัน และความแตกต่างนั้นไม่คุ้มที่จะโต้เถียง ในที่นี้ผู้พูดกำลังพูดขำ ๆ เพื่อมองข้ามความแตกต่างด้านการเรียกชื่อระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักร สำนวนนี้ไม่ได้พูดถึงผลมะเขือเทศ และการพูดซ้ำไม่ได้ทำให้ tomato เป็นพหูพจน์ ความหมายที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ ถ้อยคำต่างกัน แต่ผลในทางปฏิบัติเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกเวอร์ชันที่ใช้สำนวนเพื่อลดความสำคัญของความต่างเล็กน้อยด้านชื่อเรียก ให้เน้นฟังเสียงสระที่ลงน้ำหนักใน tomato แต่ละรูป
- You call it soda, I call it pop—tomayto, tomahto.
- You call it soda, I call it pop—tomayto, tomayto.
- You call it soda, I call it pop—tomahto, tomahto.
ดูคำตอบ
You call it soda, I call it pop—tomayto, tomahto.
base this show on the US: โครงสร้าง base X on Y
ในโครงสร้าง base X on Y นั้น X คือสิ่งที่กำลังวางแผน สร้าง หรือประเมิน ส่วน Y เป็นพื้นฐาน หลักฐาน แหล่งข้อมูล หรือขอบเขตที่ใช้จัดเนื้อหา ในประโยคนี้ this show คือ X และ the US คือ Y จึงหมายความว่ารายการวันนี้จะใช้ข้อมูลหรือตัวอย่างจากสหรัฐฯ เป็นหลัก โครงสร้างกรรตุวาจกคือ base + X + on + Y ส่วนรูปกรรมวาจกที่เทียบเท่าคือ X + be based on + Y และต้องมีบุพบท on ในทั้งสองโครงสร้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษประโยคที่สองด้วย base X on Y: The editors trust verified interviews. They ____ the final article ____ those interviews.
ดูคำตอบ
base · on
as covering the globe's schools would be impossible
1:03เนื่องจากการครอบคลุมโรงเรียนทั่วโลกเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
and some of the things we will discuss are relevant globally.
1:05และบางสิ่งที่เราจะอภิปรายก็มีความเกี่ยวข้องในระดับโลกด้วย
according to the Council for American Private Education,
1:10ตามข้อมูลของสภาการศึกษาเอกชนแห่งอเมริกา
there are 33,619 private schools in the United States.
1:13มีโรงเรียนเอกชน 33,619 แห่งในสหรัฐอเมริกา
There are around 5.1 million students enrolled in these schools.
1:17มีนักเรียนประมาณ 5.1 ล้านคนลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนเหล่านี้
It's said that private schools are home to almost 10% of all school students in the US. วลี
1:20กล่าวกันว่าโรงเรียนเอกชนเป็นที่รองรับนักเรียนเกือบ 10% ของนักเรียนทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา
are home to: บอกว่าสถานที่หรือสถาบันหนึ่งมีอะไรอยู่
ในประโยคนี้ are home to หมายความว่าโรงเรียนเหล่านี้ในฐานะสถาบันมีหรือรองรับนักเรียนกลุ่มนี้อยู่ สถิตินี้บอกว่านักเรียนในสหรัฐฯ เกือบ 10% เรียนในโรงเรียนเอกชน ไม่ได้บอกว่านักเรียนเหล่านั้นอาศัยอยู่ในโรงเรียน ใช้ be home to เมื่อสถานที่ พื้นที่ สถาบัน หรือระบบหนึ่งมีประชากร ลักษณะ หรือกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่ภายใน ประธานระบุสภาพแวดล้อมที่ใหญ่กว่า และนามวลีหลัง to ระบุสิ่งที่อยู่ในนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be home to: The wetlands ____ more than 200 bird species.
ดูคำตอบ
are home to
The same source states that there are 441,496 teachers working full-time in private schools.
1:25แหล่งข้อมูลเดียวกันระบุว่ามีครู 441,496 คนทำงานเต็มเวลาในโรงเรียนเอกชน
As much as 79% of these schools have a religious affiliation.
1:31มากถึง 79% ของโรงเรียนเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา
The Washington Post reported in 2016 that these schools are virtually all white
1:34The Washington Post รายงานในปี 2016 ว่าโรงเรียนเหล่านี้แทบจะเป็นคนผิวขาวทั้งหมด
with non-white students only making up around 10% of students across the country.
1:39โดยนักเรียนที่ไม่ใช่คนผิวขาวมีสัดส่วนเพียงประมาณ 10% ของนักเรียนทั่วประเทศ
according to the National Center for Educational Statistics,
1:44ตามข้อมูลของศูนย์สถิติการศึกษาแห่งชาติ
50.7 million public school students will be studying in one of them
1:47นักเรียนโรงเรียนรัฐบาล 50.7 ล้านคนจะได้เรียนในโรงเรียนเหล่านี้
from pre-kindergarten to grade 12 in fall 2017.
1:51ตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลจนถึงเกรด 12 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2017
Teaching all those kids will be 3.2 million full-time teachers,
1:54ผู้ที่สอนเด็กเหล่านั้นทั้งหมดจะเป็นครูเต็มเวลา 3.2 ล้านคน
which is a ratio of 16 students for every teacher.
1:57ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนนักเรียน 16 คนต่อครูหนึ่งคน
The ratio in private school is 12 students for one teacher.
2:00ส่วนอัตราส่วนในโรงเรียนเอกชนคือนักเรียน 12 คนต่อครูหนึ่งคน
One of the main differences of public school is the mixed ethnicity of students.
2:04หนึ่งในข้อแตกต่างที่สำคัญของโรงเรียนรัฐบาลคือความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของนักเรียน
0.5 million American Indian Alaskan Native students,
2:18นักเรียนอินเดียนแดงและชนพื้นเมืองอะแลสกา 0.5 ล้านคน
are made up of: ใช้บอกส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
ในที่นี้ are made up of ใช้เพื่อบอกส่วนต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นหนึ่งสิ่ง โรงเรียนรัฐบาลถูกนำเสนอเป็นองค์รวม และนักเรียนแต่ละกลุ่มที่แจกแจงคือองค์ประกอบหนึ่ง ในการใช้นี้ วลีดังกล่าวมีความหมายเหมือน consist of ไม่ใช่ความหมายของ make up ที่แปลว่าแต่งเรื่องขึ้นมา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ whole + be made up of + parts โดยรูปของ be ต้องสอดคล้องกับองค์รวมที่เป็นประธาน ใช้ is made up of กับประธานเอกพจน์ และ are made up of กับประธานพหูพจน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be made up of: The research team ____ engineers, designers, and writers.
ดูคำตอบ
is made up of
it's projected that the budget for public schools will be $623.5 billion.
2:29คาดการณ์ว่างบประมาณสำหรับโรงเรียนรัฐบาลจะอยู่ที่ 623.5 พันล้านดอลลาร์
This means that each student will cost an average of $12,300.
2:34นั่นหมายความว่านักเรียนแต่ละคนจะใช้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 12,300 ดอลลาร์
Private schools are a different matter and they are funded by tuition fees. วลี
2:40ส่วนโรงเรียนเอกชนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และได้รับการสนับสนุนจากค่าเล่าเรียน
be funded by tuition fees: ได้รับเงินสนับสนุนจากค่าเล่าเรียน
ในโครงสร้างกรรมวาจก be funded by + แหล่งเงิน funded หมายถึงการได้รับเงินที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน ในประโยคนี้ are funded by tuition fees ระบุว่าค่าเล่าเรียนที่นักเรียนหรือครอบครัวจ่ายเป็นแหล่งเงินดำเนินงานของโรงเรียนเอกชน ประธานเป็นฝ่ายที่ได้รับเงิน ส่วนคำนามหลัง by ระบุแหล่งที่มาของเงิน โครงสร้างนี้ใช้ได้ในการอธิบายอย่างเป็นทางการว่าสถาบัน โครงการ หรือบริการได้รับเงินจากที่ใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ fund และคำบอกแหล่งที่มา: The scholarship program ____ private donations.
ดูคำตอบ
is funded by
the national average for private school tuition is $9,975 per year,
2:48ค่าเฉลี่ยระดับชาติสำหรับค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชนคือ 9,975 ดอลลาร์ต่อปี
which is $8,918 per year for elementary schooling
2:53ซึ่งเท่ากับ 8,918 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับการศึกษาระดับประถม
The state of Vermont had the highest average with high school being $31,543 per year on average.
3:00รัฐเวอร์มอนต์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด โดยโรงเรียนมัธยมปลายมีค่าเฉลี่ย 31,543 ดอลลาร์ต่อปี
head to West Virginia where the average cost for high school is currently $5,262.
3:09ให้มุ่งหน้าไปที่เวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งค่าเฉลี่ยสำหรับโรงเรียนมัธยมปลายปัจจุบันอยู่ที่ 5,262 ดอลลาร์
We should add that a handful of private schools cost around the $50,000 a year mark. วลี
3:14เราควรเพิ่มด้วยว่าโรงเรียนเอกชนบางแห่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 ดอลลาร์ต่อปี
a handful of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์
ใน a handful of private schools นั้น a handful of หมายถึงโรงเรียนจำนวนเพียงเล็กน้อยมาก เป็นคำบอกปริมาณโดยประมาณ จึงไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอนจากการนับว่าสิ่งของจำนวนเท่าใดจะใส่ในมือได้จริง วลีนี้ตามด้วยคำนามนับได้รูปพหูพจน์ และมักเน้นว่ากลุ่มนั้นมีขนาดจำกัด ในที่นี้หมายความว่ามีโรงเรียนเอกชนเพียงส่วนน้อยมากที่คิดค่าใช้จ่ายราวจำนวนดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ใช้คำบอกปริมาณสามคำที่หมายถึงจำนวนเล็กน้อยมากและไม่แน่นอน: Only ____ seats are still available in the front row.
ดูคำตอบ
a handful of
around the $50,000 a year mark: ระดับประมาณ 50,000 ดอลลาร์ต่อปี
ในประโยคนี้ around the $50,000 a year mark หมายถึงประมาณ 50,000 ดอลลาร์ต่อปี จำนวนเงินนี้เป็นระดับอ้างอิง ไม่ใช่ค่าเล่าเรียนที่แน่นอน โดย mark หมายถึงจุดหนึ่งบนมาตราส่วนตัวเลข โครงสร้าง around the + number + mark ที่นำไปใช้ซ้ำได้ใช้บอกค่าประมาณ หากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดซ้ำ ก็สามารถใส่หน่วยเวลาอย่าง a year ไว้กับจำนวนเงินได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวน around the ... mark ที่ใช้บอกค่าใช้จ่ายรายปีโดยประมาณให้สมบูรณ์: The annual fee is around the $40,000 a year ____.
ดูคำตอบ
mark
and perhaps metal detectors and patrolling policemen in some wayward public schools?
3:24และอาจจะเป็นเครื่องตรวจจับโลหะและตำรวจลาดตระเวนในโรงเรียนรัฐบาลที่มีปัญหาบางแห่ง?
get for your money: คุณค่าที่ได้รับจากราคาที่จ่าย
ในคำถามนี้ get for your money หมายถึงได้รับบางสิ่งเป็นการตอบแทนราคาที่จ่าย คำว่า get อาจครอบคลุมคุณสมบัติ บริการ สภาพแวดล้อม หรือผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงการซื้อโดยตรง รูปแบบ What do you get for your money? เปลี่ยนจุดสนใจจากตัวราคาไปที่คุณค่า นั่นคือเงินที่จ่ายให้สิ่งใดแก่คุณจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ที่โรงแรม ให้ใช้สำนวนเป้าหมายถามว่าราคานี้ให้คุณค่าอะไร: What do you ____?
ดูคำตอบ
get for your money
top-notch facilities: สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด
ใน top-notch facilities คำว่า top-notch หมายถึงยอดเยี่ยมหรือมีคุณภาพสูงมาก เป็นการประเมินสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงเรียนในแง่บวกอย่างมาก โดย notch ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวว่าเป็นรอยตัดหรือรอยบาก top-notch เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ในประโยคนี้วางไว้หน้า facilities และทำหน้าที่เป็นส่วนขยายเดียวกัน: top-notch facilities
แบบฝึกหัด
ในประโยค The hotel offers top-notch service คำว่า top-notch หมายถึงอะไร
- ตั้งอยู่บนชั้นบนสุด
- มีคุณภาพยอดเยี่ยม
- ติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
ดูคำตอบ
มีคุณภาพยอดเยี่ยม
when it comes to: เปลี่ยนจุดสนใจไปยังหัวข้อเฉพาะ
ในที่นี้ when it comes to แสดงถึงการตั้งใจเปลี่ยนหัวข้อไปยังเรื่องหลักสูตร มีความหมายเท่ากับ regarding หรือ as for และช่วยจัดลำดับการเปรียบเทียบด้วยการระบุประเด็นถัดไปที่จะประเมิน comes ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่หรือการมาถึง ให้มอง when it comes to เป็นวลีเดียวที่ใช้ตั้งหัวข้อ โดยคำหลัง to จะระบุขอบเขตที่กำลังพูดถึง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เปลี่ยนการอภิปรายไปยังประเด็นเฉพาะอย่างชัดเจน: The phone is affordable, but ___ battery life, it performs poorly.
- as soon as
- because of
- when it comes to
ดูคำตอบ
when it comes to
public schools have to adhere to state standards while private schools have much more flexibility. วลี
3:30โรงเรียนรัฐบาลต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของรัฐ ในขณะที่โรงเรียนเอกชนมีความยืดหยุ่นมากกว่ามาก
Adhere to state standards: ปฏิบัติตามมาตรฐานของรัฐ
ในที่นี้ adhere to state standards หมายถึงปฏิบัติตามมาตรฐานที่รัฐบาลของรัฐกำหนด คำกริยานี้ไม่ได้ใช้ในความหมายทางกายภาพว่าติดอยู่กับพื้นผิว Adhere ต้องใช้คำบุพบท to ก่อนกฎ นโยบาย มาตรฐาน หรือหลักการที่ปฏิบัติตาม ส่วน Have to เพิ่มความหมายของการบังคับว่าโรงเรียนรัฐบาลจำเป็นต้องทำตามมาตรฐานเหล่านี้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในกลุ่มคำทางการที่หมายถึง “ปฏิบัติตาม”: Every licensed clinic must adhere ____ state safety standards.
ดูคำตอบ
to
This is seen as getting a better and more diverse education.
3:34สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นการได้รับการศึกษาที่ดีกว่าและมีความหลากหลายมากขึ้น
The good news for not so wealthy people is that high school graduation rates in public schools has gone up recently.
3:37ข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยร่ำรวยก็คือ อัตราการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายในโรงเรียนรัฐบาลได้เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
It reached its highest during the Obama administration in 2015 at 83.2% of students graduating.
3:42มันขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในยุคการบริหารของโอบามาในปี 2015 โดยมีนักเรียนจบการศึกษา 83.2%
just about all of those private school grads will attend a university,
3:54บัณฑิตจากโรงเรียนเอกชนเหล่านั้นเกือบทั้งหมดจะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
whereas only 49% of public school graduates will enter further education at college. ไวยากรณ์
3:57ในขณะที่มีบัณฑิตจากโรงเรียนรัฐบาลเพียง 49% เท่านั้นที่จะได้เข้าศึกษาต่อในระดับวิทยาลัย
การใช้ Whereas เพื่อเปรียบต่างอนุประโยคสองส่วน
Whereas ใช้นำอนุประโยคที่ขัดแย้งกับอนุประโยคก่อนหน้า ในประโยคนี้ คำดังกล่าวนำสัดส่วนผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเอกชนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยมาเทียบกับสัดส่วนผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนรัฐบาลที่จะศึกษาต่อ ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน Whereas เป็นคำสันธาน จึงต้องตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตนเอง เช่น whereas only 49% of public school graduates will enter further education at college เพื่อให้การเปรียบเทียบชัดเจน อนุประโยคทั้งสองควรนำเสนอกลุ่มและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกัน
แบบฝึกหัด
เลือกคำสันธานที่แสดงความขัดแย้งระหว่างอนุประโยคสมบูรณ์สองส่วนอย่างชัดเจน: The north office handles sales, ___ the south office handles support.
- because
- therefore
- whereas
ดูคำตอบ
whereas
If you want to get into an Ivy League university, โน้ต
4:01หากคุณต้องการเข้ามหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี่ลีก
Get into a university: ได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัย
ในประโยคนี้ get into a university หมายถึง “ได้รับการตอบรับให้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้น” เป็นการกล่าวถึงผลการสมัครที่สำเร็จ ไม่ใช่การเดินเข้าไปในอาคารของมหาวิทยาลัยจริง ๆ รูปแบบคือ get into + โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือหลักสูตร คำว่า into เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ และไม่ใช้ get in a university เพื่อสื่อความหมายว่าได้รับการตอบรับเข้าเรียน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ได้รับการตอบรับ”: After weeks of waiting, Omar was thrilled to ____ his first-choice university.
ดูคำตอบ
get into
Ivy League university: หนึ่งในมหาวิทยาลัยสมาชิกแปดแห่ง
Ivy League เป็นชื่อเฉพาะของกลุ่มมหาวิทยาลัยเก่าแก่แปดแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา โดยชื่อนี้มาจากลีกกีฬาของมหาวิทยาลัยเหล่านั้น ในการพูดคุยด้านการศึกษา คำนี้ยังสื่อถึงชื่อเสียงและการแข่งขันในการรับเข้าศึกษาที่สูงมาก Ivy League university หมายถึงมหาวิทยาลัยที่เป็นหนึ่งในสมาชิกทั้งแปดแห่งนี้โดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงมหาวิทยาลัยอเมริกันทุกแห่งที่มีอันดับสูง และ ivy ก็ไม่ได้บรรยายถึงพืชในมหาวิทยาลัยตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: "Any highly ranked U.S. university can be called an Ivy League university."
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
there's no reason why you can't get in after attending public school. ไวยากรณ์
4:03ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะเข้าไม่ได้หลังจากจบจากโรงเรียนรัฐบาล
ไม่มีเหตุผลที่คุณจะไม่ได้รับการตอบรับ
ในประโยคนี้ there's no reason why you can't get in หมายถึง ไม่มีข้อเท็จจริงหรืออุปสรรคที่ทราบอยู่แล้วซึ่งทำให้การได้รับตอบรับเป็นไปไม่ได้ แม้ no reason และ can't จะเป็นรูปปฏิเสธทั้งคู่ แต่เมื่อใช้ร่วมกันกลับสื่อความหมายเชิงบวกและให้กำลังใจว่า คุณยังมีโอกาสได้รับตอบรับ โครงสร้าง There's no reason why + ประธาน + can't + คำกริยา มักใช้เพื่อปฏิเสธอุปสรรคที่ผู้ฟังคาดว่ามีอยู่ ไม่ได้เป็นการรับประกันความสำเร็จ แต่บอกว่าไม่มีเหตุผลหนักแน่นพอที่จะสรุปว่าการกระทำหรือผลลัพธ์นั้นเป็นไปไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่ายังสามารถสมัครได้?
- There's no reason why you should apply.
- There's a reason why you can't apply.
- There's no reason why you can't apply.
ดูคำตอบ
There's no reason why you can't apply.
Top Tier Admissions tells us that roughly 25% of successful applicants to those top universities came from private schools
4:06Top Tier Admissions บอกเราว่าราว 25% ของผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จในการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านั้นมาจากโรงเรียนเอกชน
Bill Gates, went to a private prep school, วัฒนธรรม
4:20บิล เกตส์ เคยเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเอกชน
โรงเรียนมัธยมเอกชนเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย
ในบริบทของสหรัฐฯ นี้ prep school คือโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมนักเรียนสำหรับการสมัครเข้าและการเรียนในมหาวิทยาลัย prep เป็นคำย่อของ preparatory และโรงเรียนที่เรียกเช่นนี้มักเป็นโรงเรียนเอกชน ซึ่งอาจคัดเลือกนักเรียนหรือมีทรัพยากรจำนวนมาก คำเรียกนี้ไม่ได้ระบุช่วงชั้นเรียนที่ตายตัว และโรงเรียนเอกชนทุกแห่งก็ไม่ใช่ prep school ในที่นี้ private prep school ใช้อธิบายภูมิหลังทางการศึกษาของบิล เกตส์ ไม่ได้หมายถึงหลักสูตรติวสอบระยะสั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคที่มีบริบทแบบสหรัฐฯ นี้ private prep school น่าจะหมายถึงอะไร?
- หลักสูตรระยะสั้นที่สอนเฉพาะเทคนิคการทำข้อสอบ
- โรงเรียนมัธยมเอกชนที่เน้นการเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย
- โรงเรียนเอกชนทุกประเภทโดยไม่คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือจุดเน้นทางวิชาการ
ดูคำตอบ
โรงเรียนมัธยมเอกชนที่เน้นการเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย
Facebook founder Mark Zuckerberg went to a public school.
4:25มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาล
On the other hand: การนำเสนออีกด้านที่ตัดกัน
On the other hand เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบไปสู่อีกด้านที่แตกต่างและช่วยถ่วงดุลกัน ในประโยคนี้ ตัวอย่างของโรงเรียนเอกชนตามด้วยตัวอย่างของโรงเรียนรัฐบาล ดังนั้นตัวอย่างที่สองจึงช่วยจำกัดภาพที่อาจเกิดจากตัวอย่างแรกเพียงอย่างเดียว ใช้สำนวนนี้เพื่อจัดลำดับการอภิปรายที่มีสองด้าน โดยเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องด้านหนึ่งก่อน แล้วใช้ On the other hand เพื่อนำเสนอความแตกต่างอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มรายละเอียดที่สนับสนุนประเด็นเดิม
แบบฝึกหัด
On the other hand เหมาะจะเป็นคำเชื่อมที่สุดในสถานการณ์ใด?
- หลังจากกล่าวถึงข้อดีแล้ว มีการกล่าวถึงข้อเสียที่เกี่ยวข้อง
- ตัวอย่างที่สองสนับสนุนข้อกล่าวอ้างเดียวกับตัวอย่างแรกทุกประการ
- ผู้พูดเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
หลังจากกล่าวถึงข้อดีแล้ว มีการกล่าวถึงข้อเสียที่เกี่ยวข้อง
most of the stories are about the UK and how private school there seems to create most of the UK's millionaires.
4:31เรื่องราวส่วนใหญ่เกี่ยวกับสหราชอาณาจักร และการที่โรงเรียนเอกชนที่นั่นดูเหมือนจะสร้างเศรษฐีเงินล้านส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักร
outearn: out- + earn có nghĩa là “kiếm được nhiều hơn”
Outearn เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึง “หาเงินได้มากกว่า” ในประโยคนี้ other kids เป็นกรรมตรงของกริยา: private school graduates outearn other kids คำนำหน้า out- สามารถทำให้กริยามีความหมายว่า “ทำได้มากกว่าหรือดีกว่า” คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น outperform และ outlive เนื่องจากความหมายเปรียบเทียบรวมอยู่ใน outearn แล้ว โครงสร้างจึงเป็น outearn + กรรม ไม่ใช่ outearn than + กรรม
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาหนึ่งคำที่สร้างด้วย out- เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina makes $70,000 a year, while Omar makes $55,000. Nina ____ Omar.
ดูคำตอบ
outearns
The US playing field might be a bit more level. สำนวน
4:37แต่สำหรับสนามแข่งขันในสหรัฐอเมริกาอาจจะมีความเท่าเทียมกันมากกว่าเล็กน้อย
playing field might be a bit more level: การเปรียบเทียบความยุติธรรมอย่างระมัดระวัง
playing field เป็นอุปมาถึงเงื่อนไขที่ผู้คนใช้แข่งขันเพื่อคว้าโอกาส a level playing field หมายถึงภาวะที่ผู้แข่งขันมีโอกาสค่อนข้างยุติธรรม เพราะกฎหรือเงื่อนไขตั้งต้นไม่ได้เอื้อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน ในที่นี้ more level เปรียบเทียบสหรัฐฯ กับสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง จึงหมายถึงยุติธรรมกว่าโดยเปรียบเทียบ ไม่ใช่ยุติธรรมอย่างสมบูรณ์ ส่วน might และ a bit ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ทำให้เป็นข้อสังเกตที่จำกัดและระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
'The US playing field might be a bit more level' ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- การแข่งขันในสหรัฐฯ ยุติธรรมอย่างสมบูรณ์
- การแข่งขันในสหรัฐฯ อาจยุติธรรมกว่าอยู่บ้าง
- สนามกีฬาในสหรัฐฯ น่าจะราบเรียบกว่า
ดูคำตอบ
การแข่งขันในสหรัฐฯ อาจยุติธรรมกว่าอยู่บ้าง
it might not matter where you studied in high school in terms of making it. สำนวน
4:44มันอาจจะไม่สำคัญว่าคุณเรียนมัธยมปลายที่ไหนในแง่ของการประสบความสำเร็จ
making it: การประสบความสำเร็จ
ในประโยคนี้ making it หมายถึงการประสบความสำเร็จหรือไปถึงจุดที่ต้องการในชีวิต วลีนี้ไม่ได้ระบุความสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ in terms of และบริบทรอบข้างชี้ว่ากำลังพูดถึงความสำเร็จหลังจากได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว make it เป็นสำนวนที่ต้องตีความจากบริบท ในสถานการณ์อื่นอาจหมายถึงไปถึงที่หมายได้สำเร็จหรือรอดพ้นจากความยากลำบาก แต่ทั้งสองความหมายนั้นไม่เข้ากับประโยคนี้
แบบฝึกหัด
'making it' ในประโยคตัวอย่างมีความหมายใด
- ประสบความสำเร็จหลังจากได้เข้ามหาวิทยาลัย
- ไปถึงมหาวิทยาลัยในเวลาที่กำหนด
- ผลิตบางสิ่งระหว่างอยู่มหาวิทยาลัย
ดูคำตอบ
ประสบความสำเร็จหลังจากได้เข้ามหาวิทยาลัย
studies have found that being born with a silver spoon usually means you'll be passing that spoon on สำนวน
4:49การศึกษาพบว่าการคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด มักจะหมายความว่าคุณจะส่งมอบช้อนนั้นต่อไป
เกิดมาพร้อมช้อนเงิน... ส่งต่อช้อนนั้น
“Born with a silver spoon” เป็นสำนวนที่หมายถึง “เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอภิสิทธิ์” ช้อนในที่นี้เป็นอุปมา แทนเงิน ทรัพยากร และความได้เปรียบทางสังคมที่ได้รับสืบทอดมา ไม่ใช่สิ่งของจริง “Passing that spoon on” เป็นการย้อนรับสำนวนเดิมอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่อีกสำนวนตายตัวหนึ่ง ในที่นี้ “pass on” หมายถึงส่งต่อความได้เปรียบเหล่านั้นให้คนรุ่นถัดไป การกล่าวคำว่า “spoon” ซ้ำเชื่อมโยงชาติกำเนิดที่มีอภิสิทธิ์ของคนคนหนึ่งเข้ากับสิ่งที่ลูกของเขาจะได้รับสืบทอดในภายหลัง
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคแล้วเลือกความหมายของอุปมาเรื่องช้อนที่กล่าวซ้ำ: “Nina was born with a silver spoon and plans to pass that spoon on to her children.”
- เธอปฏิเสธทรัพย์สินของครอบครัวแล้วไปเป็นเชฟ
- เธอได้รับมรดกเป็นความมั่งคั่งและคาดว่าลูก ๆ ของเธอจะได้รับความได้เปรียบคล้ายกัน
- เธอสะสมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารราคาแพงไว้ให้ลูก ๆ
ดูคำตอบ
เธอได้รับมรดกเป็นความมั่งคั่งและคาดว่าลูก ๆ ของเธอจะได้รับความได้เปรียบคล้ายกัน
and poorer folks with degrees don't usually jump up a class.
4:53และคนยากจนกว่าที่มีปริญญามักจะไม่สามารถกระโดดข้ามชนชั้นได้
Makes all the difference: สร้างความแตกต่างอย่างชี้ขาด
ใน “Your background makes all the difference” สำนวนตายตัว “make all the difference” หมายถึง “เป็นปัจจัยชี้ขาดหรือปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง” คำว่า “all” เพิ่มความหนักแน่นให้สำนวนทั่วไป “make a difference” ไม่ได้หมายถึงการสร้างความแตกต่างทุกแบบที่เป็นไปได้ โครงสร้างคือ ประธาน + make/makes + all the difference โดยประธานระบุเงื่อนไข การเปลี่ยนแปลง หรือรายละเอียดที่มีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เป็นปัจจัยชี้ขาด”: In a close match, one good decision can ____.
ดูคำตอบ
make all the difference
is no great equalizer: ไม่ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้มากนัก
ในที่นี้ equalizer หมายถึงพลังที่ช่วยลดความแตกต่างด้านโอกาสหรือผลลัพธ์ทางสังคมของผู้คน ประโยคนี้ใช้คำเปรียบเทียบโดยประเมินว่าปริญญามหาวิทยาลัยสามารถทำให้ความไม่เท่าเทียมลดลงได้เพียงใด โครงสร้าง no great + คำนาม หมายถึง “ไม่ใช่สิ่งที่มีประสิทธิภาพหรือสำคัญเป็นพิเศษ” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีคุณค่าเลย” เสมอไป ดังนั้นรายงานจึงกล่าวว่าปริญญายังไม่มากพอที่จะลบข้อได้เปรียบที่เกี่ยวข้องกับภูมิหลังทางสังคม
แบบฝึกหัด
is no great equalizer ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ปริญญาทำให้สถานะทางสังคมของทุกคนเท่าเทียมกัน
- ปริญญาอาจมีประโยชน์ แต่ไม่ได้ลดความไม่เท่าเทียมทางสังคมลงมากนัก
- ปริญญาไม่มีประโยชน์อย่างสิ้นเชิงสำหรับทุกจุดประสงค์
ดูคำตอบ
ปริญญาอาจมีประโยชน์ แต่ไม่ได้ลดความไม่เท่าเทียมทางสังคมลงมากนัก
a host of possibilities: ความเป็นไปได้มากมาย
a host of หมายถึง “จำนวนมาก” ในที่นี้ใช้เพื่อเกริ่นถึงคำอธิบายที่เป็นไปได้หลายอย่างซึ่งจะกล่าวต่อไป โดย host ไม่ได้หมายถึง “ผู้ดำเนินรายการ” หรือ “คอมพิวเตอร์แม่ข่าย” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a host of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a host of reasons สำนวนนี้พบได้บ่อยในภาษาเชิงอธิบายและภาษาที่ค่อนข้างเป็นทางการเมื่อต้องการเกริ่นรายการหลายรายการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a host of เพื่อหมายถึง “จำนวนมาก” ได้อย่างถูกต้อง
- The library offers a host free programs for children.
- The library offers a host of free programs for children.
- The library offers a host of free program for children.
ดูคำตอบ
The library offers a host of free programs for children.
from family resources during childhood and the place where one grew up
5:04ตั้งแต่ทรัพยากรของครอบครัวในช่วงวัยเด็กและสถานที่ที่เติบโตมา
Then you have rich folks that dropped out of high school,
5:10นอกจากนี้ยังมีคนรวยที่ลาออกจากโรงเรียนมัธยมปลาย
who dropped out of high school at 15 years old.
5:15ผู้ซึ่งลาออกจากโรงเรียนมัธยมปลายเมื่ออายุ 15 ปี
is Facebook's former product manager Mike Hudak and filmmaker Quentin Tarantino.
5:19คือ ไมค์ ฮูดัก อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊ก และผู้กำกับภาพยนตร์ เควนติน ทารันติโน
success in the arts or sport probably is not related to if you went to public or private school.
5:26ความสำเร็จในด้านศิลปะหรือกีฬาอาจไม่เกี่ยวข้องกับว่าคุณเรียนโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชน
In light of: การปรับข้อสรุปตามหลักฐาน
In light of หมายถึง “เมื่อพิจารณาจาก” หรือ “โดยคำนึงถึง” ในที่นี้ กรณีของบุคคลก่อนหน้า ซึ่งคือ Quentin Tarantino เป็นหลักฐานที่ทำให้ผู้พูดปรับข้อสรุปเกี่ยวกับประเภทของโรงเรียนกับความสำเร็จ โครงสร้าง in light of + นามวลี ใช้วางข้อมูลหนึ่งให้เป็นพื้นฐานของข้อความที่ตามมา light ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แสง” ตามตัวอักษร แต่วลีนี้ใช้จัดลำดับเหตุผล ไม่ได้บรรยายเรื่องแสงสว่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมทางการสามคำที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาหลักฐานนี้”: ____ the corrected figures, we must revise our conclusion.
ดูคำตอบ
In light of
then it's probably better your parents paid the cash for your education.
5:32การที่พ่อแม่ของคุณจ่ายเงินสดเพื่อการศึกษาของคุณคงจะดีกว่า
Social mobility: การเคลื่อนระหว่างระดับทางเศรษฐกิจและสังคม
Social mobility คือการที่บุคคล ครอบครัว หรือกลุ่มคนเคลื่อนจากสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่ง ในประโยคนี้เน้นการเลื่อนขึ้นเป็นหลัก นั่นคือการเข้าถึงรายได้ สถานะ หรือโอกาสที่สูงขึ้นผ่านการศึกษา Mobility ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ คำนี้ใช้ในการอภิปรายเรื่องชนชั้น การศึกษา รายได้ และความเท่าเทียมของโอกาส ไม่ได้หมายถึงความสามารถในการเข้าสังคมหรือความสะดวกด้านการเดินทาง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Better access to education can increase social mobility,” social mobility หมายถึงอะไร?
- ความสะดวกในการเดินทางไปรอบเมือง
- ความสามารถในการเคลื่อนระหว่างระดับทางเศรษฐกิจและสังคม
- ทักษะในการหาเพื่อนในสถานที่ใหม่
ดูคำตอบ
ความสามารถในการเคลื่อนระหว่างระดับทางเศรษฐกิจและสังคม
It also seems that the filmmaker is the only one of the three to have come from a humble background. วลี
5:35และดูเหมือนว่าผู้กำกับภาพยนตร์คนนี้จะเป็นคนเดียวในสามคนที่มาจากพื้นเพที่ถ่อมตน
เติบโตมาจากครอบครัวที่มีทรัพยากรจำกัด
ในประโยคนี้ come from a humble background หมายถึงเติบโตมาในครอบครัวหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมที่มีเงิน สถานะ เส้นสาย หรือโอกาสจำกัด คำว่า humble บอกถึงพื้นเพของบุคคล ไม่ได้บอกว่าเจ้าตัวมีนิสัยถ่อมตัว สำนวนนี้เป็นวิธีบอกเล่าสภาพชีวิตช่วงแรกอย่างให้เกียรติและตั้งใจให้มีความหมายกว้างในชีวประวัติหรือเรื่องราวความสำเร็จ โดยสื่อถึงข้อจำกัด แต่ไม่ได้ระบุระดับความยากจนอย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงชีวประวัติที่ให้เกียรติและหมายถึง “เติบโตมาด้วยทรัพยากรจำกัด”: Despite having few advantages early in life, Lena built a successful business. She ____.
ดูคำตอบ
came from a humble background
You may have some unique skills or be a natural autodidact การใช้คำ
5:39คุณอาจมีทักษะเฉพาะตัวบางอย่างหรือเป็นคนที่เรียนรู้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ
ผู้มีพรสวรรค์ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
Autodidact เป็นคำนามหมายถึงบุคคลที่เรียนรู้ความรู้หรือทักษะโดยอาศัยการศึกษาด้วยตนเองเป็นหลัก ใน a natural autodidact คำว่า natural เน้นว่าการเรียนรู้อย่างอิสระดูเป็นเรื่องง่ายหรือเป็นไปโดยสัญชาตญาณสำหรับบุคคลนั้น คำนี้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นไม่เคยเข้าโรงเรียนหรือไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ จุดสำคัญคือความสามารถและแนวโน้มที่เด่นชัดในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประวัติด้วยคำนามนับได้แบบเป็นทางการที่หมายถึงผู้เรียนรู้ผ่านการศึกษาด้วยตนเองเป็นหลัก: Maya attended a few workshops, but she mastered animation largely on her own. She is a natural ____.
ดูคำตอบ
autodidact
and so school doesn't matter much even if you are poor.
5:43ดังนั้นโรงเรียนจึงไม่สำคัญมากนักแม้ว่าคุณจะยากจนก็ตาม
The Bureau of Labor Statistics states that people without a high school diploma
5:48สำนักงานสถิติแรงงานระบุว่าผู้ที่ไม่มีประกาศนียบัตรมัธยมปลาย
8% of high school dropouts are currently unemployed.
5:588% ของผู้ที่ลาออกจากโรงเรียนมัธยมปลายกำลังว่างงานอยู่ในปัจจุบัน
If you have a high school diploma and nothing else,
6:00หากคุณมีประกาศนียบัตรมัธยมปลายและไม่มีอะไรอื่นอีก
Only 2.8% of Americans with a bachelor's degree are unemployed,
6:16มีเพียง 2.8% ของชาวอเมริกันที่มีวุฒิปริญญาตรีที่ว่างงาน
much less than the 4.4% of Americans currently out of a job. วลี
6:19ซึ่งน้อยกว่า 4.4% ของชาวอเมริกันที่ไม่มีงานทำในปัจจุบันมาก
out of a job: วิธีพูดแบบสนทนาว่ากำลังว่างงาน
ในประโยคนี้ out of a job หมายถึงไม่มีงานทำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นสถานะการทำงานเดียวกับ unemployed ไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งเพียงออกจากสถานที่ทำงานไปชั่วคราว โครงสร้างตายตัวคือ be + out of a job โดยปกติ a เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน เช่น she is out of a job หรือ they were out of a job
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสนทนาในบทเรียนที่หมายถึง unemployed: After the factory closed, Lena was ____ for six months.
ดูคำตอบ
out of a job
it's odds on that: การแสดงความเป็นไปได้สูงมาก
ในประโยคนี้ it's odds on that ใช้นำข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก กล่าวคือ นักเรียนโรงเรียนเอกชนมีแนวโน้มสูงที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย สำนวนนี้สื่อถึงความเป็นไปได้สูง ไม่ใช่ความแน่นอน สำนวนนี้มาจากภาษาที่ใช้ในการพนัน แต่ไม่จำเป็นต้องมีการเดิมพันจริง สามารถตามด้วยอนุประโยคที่มี that ได้ และการเขียนแบบ it's odds-on that ก็พบได้ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง it's odds on that สื่อความหมายใด
- สิ่งที่ตามมาถูกมองว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก
- มีการเดิมพันจริงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
- สิ่งที่ตามมาเป็นไปไม่ได้
- ผู้พูดมีหลักฐานที่เด็ดขาด
ดูคำตอบ
สิ่งที่ตามมาถูกมองว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก
it's also pretty much a certainty you fell into one of those higher wage brackets. การใช้คำ
6:30มันก็ค่อนข้างแน่นอนว่าคุณจะตกอยู่ในกลุ่มผู้มีค่าจ้างที่สูงกว่าเหล่านั้น
some family wealth behind you: ทรัพย์สินครอบครัวในฐานะแรงหนุนทางการเงิน
ในประโยคนี้ some family wealth behind you หมายถึงเงินที่มีอยู่แล้วผ่านทางครอบครัวช่วยสนับสนุนคุณและทำให้คุณได้เปรียบ Behind you เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือทรัพย์สินทำหน้าที่เป็นแรงหนุน ไม่ได้อยู่ข้างหลังคุณจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ have/with + ทรัพยากรหรือกลุ่ม + behind + บุคคล โดยนำเสนอเงิน ประสบการณ์ เส้นสาย หรือทีมว่าเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย behind + คำสรรพนามกรรมที่ถูกต้องเพื่อสื่อถึงการสนับสนุน: With an experienced legal team ____, Maya felt prepared for the hearing.
ดูคำตอบ
behind her
higher wage brackets: ช่วงค่าจ้างที่สูงกว่า
ในที่นี้ higher wage brackets หมายถึงหมวดหมู่ที่รวมคนทำงานซึ่งมีระดับค่าจ้างสูงกว่า Bracket คือช่วงที่ใช้จัดกลุ่มค่าตัวเลข จึงไม่ได้หมายถึงเครื่องหมายวรรคตอน ประเภทงาน หรือจำนวนค่าจ้างที่แน่นอนเพียงค่าเดียว รูปแบบ fall into a bracket หมายถึงถูกจัดให้อยู่ในช่วงนั้น Higher เป็นการเปรียบเทียบกับช่วงอื่น ๆ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในหมวดนั้นได้รับค่าจ้างสูงตามมาตรฐานแบบสัมบูรณ์เสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์สองคำที่หมายถึงหมวดหมู่ตามค่าตอบแทนของคนทำงาน: The survey placed employees into several ____.
ดูคำตอบ
wage brackets
if you are brilliant or spend more time reading than scrolling,
6:34หากคุณมีความสามารถที่โดดเด่น หรือใช้เวลาอ่านหนังสือมากกว่าการเลื่อนดูหน้าจอ
then it is likely nothing will hold you back. กริยาวลี
6:37มันก็เป็นไปได้ว่าจะไม่มีอะไรมาหยุดยั้งคุณได้
Then again: เครื่องหมายทางวาทกรรมที่ใช้ทบทวนความคิด
Then again ใช้เสนอความคิดอีกด้านหนึ่งซึ่งทำให้ข้อสรุปก่อนหน้าไม่แน่นอนเท่าเดิม ในประโยคนี้ แนวคิดเปลี่ยนจากข้อได้เปรียบของความมั่งคั่งในครอบครัวไปสู่ความเป็นไปได้ที่อาจหักล้างข้อได้เปรียบนั้นได้ นั่นคือความสามารถที่โดดเด่นหรือการอ่านอย่างสม่ำเสมอ เมื่ออยู่ต้นประโยค then again บอกผู้ฟังให้ทบทวนหรือจำกัดน้ำหนักของสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นต่อจากนั้นหรือเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่เหมาะที่สุดสำหรับนำเข้าสู่การทบทวนความคิดของผู้พูด: The job pays less than I hoped. ___, it offers excellent training.
- After that
- Then again
- Once again
ดูคำตอบ
Then again
hold you back: ขัดขวางความก้าวหน้าของคุณ
ใน hold you back คำว่า hold back หมายถึงขัดขวางไม่ให้ใครก้าวหน้า พัฒนาขึ้น หรือประสบความสำเร็จ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาคตามโครงสร้าง hold + คำสรรพนาม + back ใน nothing will hold you back คำว่า nothing เป็นประธาน จึงเป็นข้อความที่เน้นหนักว่าไม่มีอุปสรรคใดจะหยุดความก้าวหน้าของคุณได้ สำนวนนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการจับตัวใครไว้หรือการปิดบังข้อมูล
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่มีความหมายว่า “ขัดขวางไม่ให้เธอก้าวหน้า” ลงในประโยค: Fear of making mistakes should not ____.
ดูคำตอบ
hold her back
extra dough: คำไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เงินเพิ่มเติม”
ในคำถามนี้ dough เป็นคำสแลงแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เงิน” ดังนั้น extra dough จึงหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับโรงเรียนเอกชน วลี worth the extra dough ถามว่าประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นหรือไม่ แนวคิดรอบข้างเรื่องการจ่ายเพิ่มและความคุ้มค่าชี้ว่า dough ในที่นี้หมายถึง “เงิน” ในบริบทอื่น dough อาจหมายถึงแป้งโดสำหรับทำขนมปังตามตัวอักษร แต่ความหมายนั้นไม่เข้ากับประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “เงินเพิ่มเติม”: The basic ticket is fine, but I'm not sure the VIP package is worth the ____.
ดูคำตอบ
extra dough
a bunch of hooey: การปัดสิ่งหนึ่งว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
A bunch of hooey หมายถึง “เรื่องไร้สาระมากมาย” ซึ่งคือคำกล่าวหรือคำพูดที่ผู้พูดมองว่าไม่จริงหรือไม่มีหลักฐานรองรับ ในที่นี้ แนวคิดที่ว่าโรงเรียนเอกชนคุ้มกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมถูกเสนอว่าอาจเป็นเพียงคำกล่าวที่ไม่มีเนื้อหา เนื่องจากคำถามนำ worth it มาเทียบกับ a bunch of hooey จึงไม่ได้เป็นกลางอย่างสมบูรณ์ ถ้อยคำนี้เพิ่มทางเลือกที่มีน้ำเสียงล้อเลียนและดูแคลน พร้อมชวนผู้ชมตัดสินว่าคำกล่าวนั้นควรค่าแก่การเชื่อหรือไม่
แบบฝึกหัด
ผู้พูดแสดงท่าทีอย่างไรเมื่อถามว่าสิ่งหนึ่งเป็น “a bunch of hooey” หรือไม่?
- ผู้พูดกำลังชมว่าสิ่งนั้นมีหลักฐานรองรับอย่างรอบคอบ
- ผู้พูดสงสัยว่านั่นอาจเป็นเรื่องไร้สาระและปัดคำกล่าวนั้นทิ้ง
- ผู้พูดกำลังขอรายละเอียดข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ
ผู้พูดสงสัยว่านั่นอาจเป็นเรื่องไร้สาระและปัดคำกล่าวนั้นทิ้ง
be sure to check out our other video called Vegans versus Meat-eaters.
6:45อย่าลืมดูวิดีโออื่นของเราที่มีชื่อว่า ชาววีแกนกับคนกินเนื้อสัตว์