ตำนานอันนาปุรณะ เทพีแห่งโภชนาการของฮินดู - Antara Raychaudhuri และ Iseult Gillespie: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
677 คำ 143 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เรื่องเล่าแอนิเมชันจากตำนานฮินดูของพระศิวะและพระปารวตีแสดงให้เห็นว่า พระปารวตีถอนพลังที่ค้ำจุนโลกหลังพระศิวะมองโลกวัตถุว่าเป็นเพียงภาพลวงตา ความอดอยากที่ตามมาทำให้พระองค์ตระหนักว่าอาหารและชีวิตบนโลกเป็นสิ่งจำเป็น ก่อนที่พระปารวตีจะกลับมาในรูปพระอันนปูรณา เทวีแห่งอาหาร และฟื้นคืนสมดุลของโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. was testing his wife's patience. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่ไม่ใช่การทดสอบความอดทนตามตัวอักษร แต่หมายถึงพฤติกรรมของพระศิวะทำให้พระปารวตีหงุดหงิดมากขึ้นจนใกล้หมดความอดทน สามารถใช้เมื่อการกระทำซ้ำ ๆ ของใครบางคนเริ่มยากที่จะทนรับได้ 2. wasting away. — กริยาวลี: แยกแยะความหมายว่าอ่อนแรงและน้ำหนักลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพราะความหิว ความเจ็บป่วย หรือการขาดการดูแล ไม่ใช่ความหมายทั่วไปของ waste ช่วยให้บรรยายความทรุดโทรมทางร่างกายที่เห็นได้ชัดและยืดเยื้อในเรื่องเล่าหรือรายงานจริงจัง 3. from the feeding of open mouths and rumbling bellies to the equilibrium of the Earth. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า from X to Y ขยายบทสรุปจากภาพที่เป็นรูปธรรมของการให้อาหารผู้หิวโหย ไปสู่แนวคิดนามธรรมเรื่องสมดุลของโลก สามารถใช้โครงสร้างบอกขอบเขตนี้เพื่อเชื่อมประสบการณ์ของบุคคลกับผลกระทบทางสังคมหรือแก่นเรื่องที่กว้างกว่า

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Lord Shiva,

0:08

พระศิวะ

primordial destroyer of evil,

0:09

ผู้ทำลายล้างความชั่วร้ายตั้งแต่บรรพกาล

slayer of demons,

0:12

ผู้สังหารปีศาจ

protector and omniscient observer of the universe,

0:13

ผู้พิทักษ์และผู้สังเกตการณ์จักรวาลผู้รอบรู้

was testing his wife's patience. สำนวน

0:17

กำลังทดสอบความอดทนของพระชายา

สำนวน

was testing his wife's patience: ทำให้พระชายาใกล้หมดความอดทน

test someone's patience หมายถึงการทำบางอย่างต่อไปจนอีกฝ่ายยิ่งหงุดหงิดหรือหมดความอดทนมากขึ้น สำนวนนี้บอกผลของพฤติกรรม ไม่ได้หมายถึงการทดสอบอย่างเป็นทางการ รูปอดีตกำลังดำเนิน was testing แสดงว่าพฤติกรรมที่น่าหงุดหงิดยังดำเนินอยู่ ณ จุดนั้นของเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าพระศิวะตั้งใจจะทดสอบพระชายาเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ test someone's patience: The repeated delays are ____.

ดูคำตอบ

testing my patience

Historically,

0:19

ในอดีต

the union between Shiva and Parvati was a glorious one. วัฒนธรรม

0:21

การรวมกันระหว่างพระศิวะและพระนางปารวตีนั้นรุ่งโรจน์มาก

วัฒนธรรม

the union between Shiva and Parvati: การรวมกันในฐานะคู่ครองศักดิ์สิทธิ์

ในที่นี้ union หมายถึงการรวมกันหรือความสัมพันธ์ของพระศิวะกับพระปารวตีในฐานะคู่ครองศักดิ์สิทธิ์ และรวมถึงแนวคิดที่ว่าพลังของทั้งสองเกื้อหนุนกัน รูปแบบ the union between X and Y ระบุสองฝ่ายที่รวมกัน ข้อมูลพื้นฐานเท่าที่จำเป็นคือ พระศิวะกับพระปารวตีเป็นคู่ครองศักดิ์สิทธิ์ในตำนานฮินดู ในบริบทนี้ union ไม่ได้หมายถึงองค์กรที่เป็นตัวแทนของคนงาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the union between Shiva and Parvati หมายถึงอะไร

  1. การประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างผู้นำสองคน
  2. องค์กรแรงงานที่เป็นตัวแทนของคนงาน
  3. การรวมกันและความสัมพันธ์ของทั้งสองในฐานะคู่ครองศักดิ์สิทธิ์
ดูคำตอบ

การรวมกันและความสัมพันธ์ของทั้งสองในฐานะคู่ครองศักดิ์สิทธิ์

They maintained the equilibrium between thought and action วลี

0:25

พวกเขารักษาสมดุลระหว่างความคิดและการกระทำ

on which the well-being of the world depended. ไวยากรณ์

0:29

ซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีของโลกขึ้นอยู่กับสิ่งนี้

วลี

maintain the equilibrium between X and Y: รักษาสมดุลระหว่าง X กับ Y

maintained the equilibrium between thought and action หมายถึงการทำให้ความคิดกับการกระทำคงอยู่ในภาวะสมดุลที่มั่นคงและทำงานร่วมกันได้ maintain เน้นการรักษาสมดุลนั้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน equilibrium เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการที่หมายถึงภาวะซึ่งแรงที่มีปฏิสัมพันธ์กันคานกันอยู่ ทั้งสองด้านไม่จำเป็นต้องมีปริมาณเท่ากัน ในประโยคนี้ ความคิดและการกระทำต่างมีบทบาทของตน และความผาสุกของโลกขึ้นอยู่กับการที่ไม่มีด้านใดครอบงำอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนนี้: The new policy seeks to ____ economic growth and environmental protection.

ดูคำตอบ

maintain the equilibrium between

ไวยากรณ์

on which ... depended: การนำบุพบทมาไว้หน้าอนุประโยคสัมพันธ์

on which the well-being of the world depended เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการ which อ้างถึง equilibrium between thought and action ที่อยู่ข้างหน้า ส่วน on มาจากกริยาวลี depend on ประโยคพื้นฐานคือ The well-being of the world depended on the equilibrium. เมื่อนำประโยคนี้มาทำหน้าที่ขยายคำนาม บุพบท on จะย้ายมาอยู่หน้า which: the equilibrium on which the well-being of the world depended โครงสร้างนี้ทำให้อนุประโยคขยาย equilibrium โดย on ใช้คู่กับ depended ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ action

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยวลีสัมพันธ์ที่นำบุพบทมาข้างหน้า: This is the foundation ____ the whole project depends.

ดูคำตอบ

on which

Without Parvati as the agent of energy, growth, ไวยากรณ์

0:31

หากไม่มีพระนางปารวตีในฐานะตัวแทนของพลังงาน การเจริญเติบโต

and transformation on Earth,

0:35

และการเปลี่ยนแปลงบนโลก

Shiva would become a detached observer,

0:37

พระศิวะจะกลายเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ห่างเหิน

and the world would remain static.

0:40

และโลกจะหยุดนิ่ง

ไวยากรณ์

Without Parvati ..., Shiva would ...: เงื่อนไขสมมติและผลลัพธ์

Without + วลีคำนาม ใช้ตั้งการไม่มีบุคคล สิ่งของ หรือเงื่อนไขให้เป็นเงื่อนไขสมมติ ในที่นี้ Without Parvati as the agent ... หมายถึง If Parvati were not present in that role หรือถ้าปารวตีไม่ได้อยู่ในบทบาทนั้น ส่วน ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน ที่ตามมาบอกผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ โดยทั่วไป Without X, Y would ... เป็นรูปที่สั้นกว่าของ If there were no X, Y would + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง Without ... would: ____ a map, we ____ get lost on this unfamiliar trail.

ดูคำตอบ

Without · would

But together,

0:42

แต่เมื่ออยู่ร่วมกัน

the two formed a divine union known as Ardhanarishvara, วัฒนธรรม

0:43

ทั้งสองได้ก่อกำเนิดการรวมกันอันศักดิ์สิทธิ์ที่รู้จักกันในนาม "อรรธนารีศวร"

a sacred combination which brought fertility วลี

0:48

การผสมผสานอันศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์

and connection to all living things.

0:51

และความเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตทั้งปวง

วัฒนธรรม

known as Ardhanarishvara: การแนะนำชื่อของเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์

วลี known as Ardhanarishvara เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อให้สั้นลง และใช้ขยาย a divine union โดยทำหน้าที่เหมือน that is known as Ardhanarishvara เพื่อบอกชื่อของเอกภาพนั้น Ardhanarishvara เป็นชื่อทางวัฒนธรรมของรูปศักดิ์สิทธิ์ที่รวมพระศิวะกับพระนางปารวตีเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ชื่อสถานที่หรือนามสกุล ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดทั้งสองจึงถูกนำเสนอเป็นเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง มีชื่อว่า: This small robot is ____ Scout.

ดูคำตอบ

known as

วลี

brought fertility and connection to all living things: นำผลกระทบเชิงนามธรรมมาสู่ผู้รับ

ในที่นี้ brought ใช้ตามโครงสร้าง bring X to Y โดย X คือสภาวะ ประโยชน์ หรือผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่วน Y คือบุคคล สถานที่ หรือกลุ่มที่ได้รับสิ่งนั้น คำกริยานี้ไม่ได้หมายถึงการขนย้ายสิ่งของจริง ๆ Fertility and connection คือผลกระทบเชิงนามธรรม และ all living things คือผู้รับผลกระทบนั้น ในบริบทที่เน้นธรรมชาตินี้ fertility ครอบคลุมทั้งความสามารถของชีวิตในการสืบพันธุ์ และความอุดมสมบูรณ์ที่ทำให้ผืนดินกับระบบสิ่งมีชีวิตเติบโตได้ จึงมีความหมายกว้างกว่าความสามารถในการสืบพันธุ์ของมนุษย์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bring X to Y เพื่อบรรยายผลกระทบเชิงนามธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The agreement brought stability to the region.
  2. The agreement brought the region to the conference.
  3. The agreement brought the documents to the region.
ดูคำตอบ

The agreement brought stability to the region.

For these reasons,

0:54

ด้วยเหตุผลเหล่านี้

Parvati was worshipped far and wide as the mother of the natural world สำนวน

0:55

พระนางปารวตีจึงได้รับการเคารพบูชาอย่างกว้างขวางในฐานะมารดาแห่งโลกธรรมชาติ

and the essential counterpart to Shiva's powers of raw creation. การใช้คำ

1:00

และเป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญต่อพลังการสร้างสรรค์ดิบของพระศิวะ

สำนวน

far and wide: ทั่วหลายพื้นที่

Far and wide เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทั่วพื้นที่กว้าง” หรือ “ในหลายแห่ง” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าปารวตีได้รับการบูชาครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างมาก ควรเข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยเดียว แทนที่จะนำความหมายตรงตัวของ far และ wide มารวมกัน วลีนี้ช่วยเน้นว่าการกระทำหรือสถานการณ์ที่กล่าวถึงมีขอบเขตกว้างขวาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จากสถานที่ต่าง ๆ มากมาย”: Fans came from ____ to attend the final concert.

ดูคำตอบ

far and wide

การใช้คำ

พลังคู่กันที่ขาดไม่ได้ของพลังพระศิวะ

ในที่นี้ a counterpart to something หมายถึงบุคคล บทบาท องค์กร หรือพลังที่อยู่ในตำแหน่งซึ่งสอดคล้องกับอีกฝ่าย และอาจช่วยสร้างสมดุลหรือเติมเต็มกันได้ พระปารวตีถูกนำเสนอว่าเป็นพลังที่ขาดไม่ได้ซึ่งสอดคล้องกับพลังสร้างสรรค์อันดิบของพระศิวะ ไม่ใช่ศัตรูของพระองค์ เมื่อต้องการเปรียบเทียบบทบาทหรือพลังสองฝ่ายโดยตรง รูปแบบที่ใช้กันคือ counterpart to + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ สำหรับคนที่มีตำแหน่งสอดคล้องกัน ภาษาอังกฤษยังมักใช้ a counterpart in another country, at another organization และ from another delegation

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าองค์กรสองแห่งมีบทบาทสอดคล้องกัน โดยไม่ได้บอกว่าเป็นศัตรูกันหรือเหมือนกันทุกอย่าง

  1. The civilian review board is the counterpart to the military committee.
  2. The civilian review board is identical to the military committee in every detail.
  3. The civilian review board is competing against the military committee.
ดูคำตอบ

The civilian review board is the counterpart to the military committee.

She oversaw humanity's material comforts การใช้คำ

1:04

พระองค์ดูแลความสุขสบายทางวัตถุของมนุษยชาติ

การใช้คำ

oversaw humanity's material comforts: ดูแลความสุขสบายทางวัตถุของมนุษยชาติ

Oversaw เป็นรูปอดีตแบบไม่เป็นไปตามกฎของ oversee การ to oversee a project, process, or area หมายถึงการรับผิดชอบกำกับดูแลและจัดการโครงการ กระบวนการ หรือขอบเขตงานนั้น ไม่ใช่เพียงแค่มองเห็น ในที่นี้ ประโยคย่อยบอกว่าเธอรับผิดชอบชีวิตด้านวัตถุของมนุษย์ Material comforts คือสภาพและทรัพยากรทางวัตถุที่ทำให้ชีวิตปลอดภัยหรือสะดวกสบาย เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันอื่น ๆ กรรมของประโยคระบุขอบเขตที่เธอดูแล ส่วน oversaw นำเสนอการดูแลนั้นว่าเป็นหน้าที่อย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าบรรณาธิการอาวุโสรับผิดชอบกำกับดูแลกระบวนการตีพิมพ์

  1. A senior editor oversaw the entire publication process.
  2. A senior editor overlooked one typo in the final proof.
  3. A senior editor watched over her sleeping child.
ดูคำตอบ

A senior editor oversaw the entire publication process.

and ensured that the Earth's inhabitants were bonded to each other วลี

1:07

และทรงแน่ใจว่าผู้อยู่อาศัยบนโลกผูกพันซึ่งกันและกัน

physically, emotionally, and spiritually. ลำดับความ

1:12

ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตวิญญาณ

วลี

were bonded to each other: มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นต่อกัน

ในที่นี้ were bonded to each other หมายความว่าเหล่าผู้อยู่อาศัยมีความผูกพันอันแน่นแฟ้นต่อกัน bonded ใช้บอกสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ สังคม หรือจิตวิญญาณระหว่างผู้คนได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงวัสดุที่ติดกันทางกายภาพ รูปถูกกระทำ were bonded นำเสนอความเชื่อมโยงนี้ว่าเป็นสภาวะที่ทุกคนมีร่วมกัน ในโครงสร้าง be bonded to someone คำว่า to นำหน้าผู้ที่เชื่อมโยงด้วย ส่วน each other แสดงว่าความสัมพันธ์เป็นแบบสองทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bonded to each other เพื่อบอกความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้คน

  1. The investors sold government bonds to each other.
  2. The rescue team members were bonded to each other by years of shared experience.
  3. The two layers were bonded to each other with a strong adhesive.
ดูคำตอบ

The rescue team members were bonded to each other by years of shared experience.

ลำดับความ

physically, emotionally, and spiritually: รายการขนานสามส่วน

คำวิเศษณ์สามคำ physically, emotionally และ spiritually เรียงเป็นรายการที่มีโครงสร้างขนานกัน ทั้งสามคำขยาย were bonded และตอบคำถามเดียวกันว่า ผู้อยู่อาศัยเชื่อมโยงกันในด้านใดบ้าง ลำดับนี้ขยายแนวคิดจากร่างกายไปสู่อารมณ์ แล้วไปสู่ชีวิตภายในหรือจิตวิญญาณ โครงสร้างสามส่วนนี้ทำให้ข้อความฟังดูครบถ้วนและตั้งใจเรียบเรียง ในที่นี้ spiritually อาจหมายถึงมิติภายในที่ไม่ใช่ทางกายโดยกว้าง ๆ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงพิธีกรรมทางศาสนา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำวิเศษณ์ที่มีโครงสร้างขนานกันสามคำเพื่อบอกว่าผู้เข้าร่วมได้รับความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง

  1. The retreat offered participants physical, emotional, and spiritual support.
  2. The retreat helped participants physically, emotionally, and spiritually.
  3. The retreat helped participants physically, with emotional support, and through spiritual reflection.
ดูคำตอบ

The retreat helped participants physically, emotionally, and spiritually.

Yet a rift had grown between these two formidable forces. สำนวน

1:15

ทว่ารอยร้าวได้ก่อตัวขึ้นระหว่างสองพลังอันน่าเกรงขามนี้

สำนวน

a rift had grown: ความร้าวฉานในความสัมพันธ์ที่ลึกขึ้น

ในที่นี้ rift เป็นคำอุปมาถึงความแตกแยกอย่างรุนแรงในความสัมพันธ์หรือพันธมิตร ไม่ได้หมายถึงรอยแยกบนวัตถุจริง ๆ วลี a rift had grown แสดงว่าความแตกแยกนั้นค่อย ๆ ลึกขึ้นก่อนถึงจุดเวลาที่เรื่องกำลังกล่าวถึง had grown เป็นรูป past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดก่อนหน้าอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ส่วน between these two formidable forces ระบุสองฝ่ายที่มีความสัมพันธ์ตึงเครียดต่อกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rift เป็นคำอุปมาถึงความแตกแยกอย่างรุนแรงในความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ลึกขึ้น

  1. The earthquake left a rift across the valley, but no relationship was involved.
  2. A rift had grown between the two cousins, so they trusted each other more than ever.
  3. A rift had grown between the two cousins after years of unresolved conflict.
ดูคำตอบ

A rift had grown between the two cousins after years of unresolved conflict.

While Parvati sustained daily life with care and control, ไวยากรณ์

1:19

ในขณะที่พระนางปารวตีค้ำจุนชีวิตประจำวันด้วยความห่วงใยและการควบคุม

ไวยากรณ์

While Parvati sustained daily life with care and control: การเปรียบต่าง ไม่ใช่เวลา

ในตอนต้นของประโยคนี้ While ใช้เพื่อเปิดการเปรียบต่าง มีความหมายใกล้เคียงกับ “ในขณะที่อีกฝ่าย” ไม่ได้เน้นบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร แต่เสนอการดูแลชีวิตประจำวันอย่างเอาใจใส่ของปารวตีเป็นด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ แล้วจึงตามด้วยประโยคหลักที่มีความแตกต่างกัน เครื่องหมายจุลภาคหลังอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while แสดงว่าการเปรียบเทียบยังไม่จบ โครงสร้าง while + อนุประโยค, ประโยคหลัก ใช้วางการกระทำ ทัศนคติ หรือสิ่งที่ให้ความสำคัญสองอย่างไว้เทียบกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบเทียบสองแนวทาง แทนที่จะบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร

  1. While Maya was walking home, it started to rain.
  2. While Maya plans every detail, Jordan likes to improvise.
  3. While Maya was walking home, the streetlights came on.
ดูคำตอบ

While Maya plans every detail, Jordan likes to improvise.

Shiva had begun to belittle his wife's essential work การใช้คำ

1:24

พระศิวะกลับเริ่มลดทอนคุณค่าของงานที่จำเป็นของพระชายา

การใช้คำ

belittle his wife's essential work: ทำให้งานที่จำเป็นดูไม่สำคัญ

To belittle someone's work หมายถึงการพูดหรือแสดงท่าทีราวกับว่างานของคนนั้นแทบไม่มีคุณค่าหรือความสำคัญ ในที่นี้ belittle his wife's essential work หมายความว่าพระศิวะปฏิบัติต่องานที่บอกว่าจำเป็นราวกับว่ามันไม่สำคัญ ไม่ได้หมายถึงการทำให้งานมีขนาดเล็กลงตามตัวอักษร Belittle มีความหมายเฉพาะกว่าการแค่ไม่ชอบบางสิ่ง เพราะแสดงถึงการลดคุณค่า ความสามารถ ความรู้สึก หรือผลงานของผู้อื่นอย่างไม่ให้เกียรติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ belittle ในความหมายว่า “ทำให้ผลงานของคนหนึ่งดูไม่สำคัญ” ได้ชัดเจนที่สุด

  1. Calling her careful work pointless belittles her contribution.
  2. The coach underestimated how quickly the runner could finish.
  3. The editor criticized two unclear paragraphs but praised the rest.
ดูคำตอบ

Calling her careful work pointless belittles her contribution.

and insisted on quarreling about their roles in the universe. ไวยากรณ์

1:28

และยืนกรานที่จะทะเลาะเบาะแว้งเกี่ยวกับบทบาทของพวกเขาในจักรวาล

ไวยากรณ์

insisted on quarreling: โครงสร้าง insist on + -ing

หลัง insist on ต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ใน insisted on quarreling คำว่า on เป็นคำบุพบท ดังนั้น quarrel จึงต้องอยู่ในรูป quarreling วลีนี้หมายความว่าเขายังคงเลือกหรือเรียกร้องที่จะทะเลาะแม้จะมีคนคัดค้าน ใช้ insist on doing something ไม่ใช้ insist to do something ถ้าตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง ให้ใช้ insist that ... เช่น She insisted that we leave.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ insist คำบุพบท on และรูป -ing ของ pay: Even when I offered to pay, Leo ____ the bill himself.

ดูคำตอบ

insisted on paying

He believed that Brahma, the creator of the world,

1:32

พระองค์เชื่อว่าพระพรหม ผู้สร้างโลก

had conceived the material plane purely for his own fancy, โน้ต

1:35

ได้คิดค้นระนาบทางวัตถุขึ้นเพื่อความพอใจของพระองค์เองเท่านั้น

การใช้คำ

purely for his own fancy: fancy ในความหมายว่าความนึกคิดตามอำเภอใจ

ใน purely for his own fancy คำว่า fancy เป็นคำนาม หมายถึงความนึกคิดตามอำเภอใจ แรงกระตุ้นจากจินตนาการ หรือความต้องการชั่วคราวของบุคคล คำว่า purely เน้นว่านี่เป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ เขาสร้างมโนภาพของภพวัตถุเพื่อสนองความคิดของตน ไม่ใช่เพราะจำเป็นต้องทำ fancy ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หรูหรา” หรือ “ราคาแพง” โครงสร้างแสดงความเป็นเจ้าของ his own แสดงว่า fancy ทำหน้าที่เป็นคำนาม

แบบฝึกหัด

purely for his own fancy ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เพียงเพราะมีคนสั่งให้เขาทำเช่นนั้น
  2. เพียงเพื่อสนองความนึกคิดตามอำเภอใจของตน
  3. เพียงเพื่อทำให้โลกดูมีราคาแพง
ดูคำตอบ

เพียงเพื่อสนองความนึกคิดตามอำเภอใจของตน

and therefore all material things were merely distractions

1:40

และดังนั้นสิ่งที่เป็นวัตถุทั้งหมดจึงเป็นเพียงสิ่งรบกวนสมาธิ

called māyā,

1:43

ที่เรียกว่า มายา

nothing but a cosmic illusion. วลี

1:44

ไม่มีอะไรนอกจากภาพลวงตาแห่งจักรวาล

วัฒนธรรม

the material plane: ภพแห่งการดำรงอยู่ทางวัตถุ

ในบริบททางศาสนาและปรัชญานี้ the material plane หมายถึงระดับการดำรงอยู่ที่ประกอบด้วยสสาร หรือโลกที่เราสัมผัสผ่านร่างกายและประสาทสัมผัส ในที่นี้ plane หมายถึง “ภพ” หรือ “ระดับการดำรงอยู่” ไม่ใช่เครื่องบินหรือพื้นผิวราบ สำนวนนี้นำโลกทางวัตถุไปเปรียบต่างกับภพทางจิตวิญญาณหรือภพที่อยู่เหนือโลกวัตถุ ในประโยคนี้ ภพวัตถุถูกมองว่าไม่จริงแท้ในระดับสูงสุดเท่ากับความเป็นจริงที่สูงกว่านั้น

แบบฝึกหัด

ในข้อความทางศาสนาหรือปรัชญา the material plane หมายถึงอะไร?

  1. เครื่องบินที่ขนส่งสิ่งของ
  2. ส่วนหนึ่งของพื้นดินที่ราบเรียบอย่างสมบูรณ์
  3. ภพแห่งการดำรงอยู่ทางวัตถุ
ดูคำตอบ

ภพแห่งการดำรงอยู่ทางวัตถุ

วลี

nothing but a cosmic illusion: จำกัดสิ่งหนึ่งให้เหลือเพียงคำอธิบายเดียว

ในรูปแบบ nothing but + กลุ่มคำนาม คำว่า nothing but หมายถึง “เป็นเพียง” หรือ “ไม่มีอะไรมากไปกว่า” โดยตัดคำอธิบายหรือความเป็นไปได้อื่นออกไป ในที่นี้ nothing but a cosmic illusion ลดคุณค่าของโลกวัตถุให้เป็นเพียงภาพลวงตา และปฏิเสธว่าโลกนั้นมีความจริงหรือคุณค่าที่สูงกว่านี้ แม้ but มักใช้แสดงความขัดแย้งในบริบทอื่น แต่ในรูปแบบนี้ nothing but ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีอะไร” เกิดขึ้นแล้วจึงใช้ but เชื่อมกับความคิดที่ตรงข้าม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เป็นเพียง”: The frightening shape was ____ a coat on a chair.

ดูคำตอบ

nothing but

For millennia,

1:47

เป็นเวลาหลายพันปี

Parvati had merely smiled knowingly

1:48

พระนางปารวตีได้แต่ยิ้มอย่างรู้ทัน

as Shiva dismissed the things she nurtured. การใช้คำ

1:51

ขณะที่พระศิวะเพิกเฉยต่อสิ่งที่พระนางทรงหล่อเลี้ยง

การใช้คำ

dismissed the things she nurtured: มองว่าสิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญ

ในที่นี้ dismissed มี the things she nurtured เป็นกรรม เมื่อ dismiss มีความคิด ความกังวล คำเตือน หรือสิ่งของเป็นกรรม คำนี้หมายถึงมองว่าสิ่งนั้นไม่สำคัญหรือไม่คุ้มที่จะพิจารณาอย่างจริงจัง ดังนั้น พระศิวะจึงไม่เห็นคุณค่ามากนักในสิ่งที่ปารวตีดูแลเอาใจใส่ นี่ไม่ใช่ความหมายของ dismiss ที่เกี่ยวกับการเลิกจ้าง เพราะกรรมคือ things ไม่ใช่พนักงาน นอกจากนี้ยังมีความหมายแรงกว่าการไม่เห็นด้วยธรรมดา เพราะ dismissing something มักสื่อถึงการปัดสิ่งหนึ่งทิ้งโดยไม่ได้พิจารณาอย่างเป็นธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ dismiss ในความหมายว่า “มองว่าสิ่งหนึ่งไม่สำคัญโดยไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง”?

  1. The company dismissed two employees after the investigation.
  2. The editor dismissed the complaint without checking the facts.
  3. The coach dismissed the team for the day.
ดูคำตอบ

The editor dismissed the complaint without checking the facts.

But upon his latest rebuke, การใช้คำ

1:54

แต่เมื่อถูกตำหนิครั้งล่าสุด

she knew she had to prove the importance of her work

1:56

พระนางทรงทราบว่าพระนางต้องพิสูจน์ความสำคัญของงานของพระนาง

once and for all. สำนวน

1:59

อย่างเด็ดขาดเสียที

การใช้คำ

upon his latest rebuke: การเชื่อมเหตุการณ์กับปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ

ในวลี upon his latest rebuke คำว่า upon นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเธอจะตระหนักได้ทันที กล่าวคือ หลังจากคำวิจารณ์รุนแรงครั้งล่าสุดของเขา เธอก็รู้ว่าต้องทำอะไร บริบทยังชี้ว่าคำตำหนินั้นกระตุ้นให้เธอตัดสินใจ แต่ตัว upon เองเน้นเวลาเป็นหลัก ส่วนความเป็นเหตุเป็นผลมาจากบริบท รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ upon + นามวลี หรือ upon + รูป -ing หมายถึง “เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นหรือทันทีหลังจากนั้น” ตรงนี้ไม่ใช่ความหมายเชิงตำแหน่งของ upon ที่แปลว่า “อยู่บน”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ upon his latest rebuke บอกอะไรเรา?

  1. เธออยู่บนคำวิจารณ์ของเขาตามตำแหน่งจริง ๆ
  2. คำวิจารณ์ล่าสุดของเขาตามมาด้วยการตัดสินใจของเธอทันที และอาจกระตุ้นให้เธอตัดสินใจ
  3. เธอตัดสินใจก่อนที่เขาจะวิจารณ์เธอ
ดูคำตอบ

คำวิจารณ์ล่าสุดของเขาตามมาด้วยการตัดสินใจของเธอทันที และอาจกระตุ้นให้เธอตัดสินใจ

สำนวน

once and for all: ยุติปัญหาอย่างถาวร

Once and for all เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “อย่างสิ้นสุดและสมบูรณ์ เพื่อจะได้ไม่ต้องจัดการเรื่องเดิมอีก” ในประโยคนี้ เธอต้องการหลักฐานที่เด็ดขาดเพื่อยุติข้อสงสัยเกี่ยวกับความสำคัญของงาน ไม่ใช่เพียงการพิสูจน์ชั่วคราวหนึ่งครั้ง สำนวนนี้มักตามหลังการกระทำอย่าง settle, decide, prove, resolve หรือ end จุดสำคัญคือความเป็นข้อยุติ จึงมีความหมายมากกว่าเพียง “หนึ่งครั้ง”

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนตายตัวจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าจะยุติปัญหาที่เกิดซ้ำอย่างถาวร: We need to fix this leak ____.

ดูคำตอบ

once and for all

She took flight from the world, สำนวน

2:01

พระนางเสด็จหนีไปจากโลก

สำนวน

took flight from the world: การจากไปที่เห็นภาพชัดเจน

ในประโยคนี้ took flight from the world หมายความว่าเธอบินจากโลกไปและถอนตัวออกจากโลก take flight อาจหมายตามตัวอักษรว่า “เริ่มบิน” และยังอาจหมายถึง “หลบหนีหรือจากไปอย่างฉับพลัน” ส่วน from บอกสถานที่ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง สำนวนนี้ให้ภาพชัดและมีลักษณะเชิงวรรณกรรมมากกว่าการใช้เพียง left ในเรื่องเล่าเชิงตำนาน สำนวนนี้ทำให้การจากไปดูน่าตื่นตาและเหมือนเป็นการเคลื่อนที่กลางอากาศ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “At the sudden noise, the flock took flight,” คำว่า took flight หมายความว่าอย่างไร?

  1. นกขึ้นเครื่องบินโดยสาร
  2. นกเริ่มบินจากไป
  3. นกยังคงอยู่บนพื้น
ดูคำตอบ

นกเริ่มบินจากไป

withdrawing her half of the cosmic energy

2:03

ถอนพลังงานจักรวาลครึ่งหนึ่งของพระนาง

that kept the Earth turning. ไวยากรณ์

2:05

ที่ทำให้โลกหมุนเวียนต่อไป

ไวยากรณ์

that kept the Earth turning: keep + กรรม + -ing

That kept the Earth turning เป็นอนุประโยคขยาย cosmic energy และอธิบายว่าพลังงานนั้นทำอะไร ภายในอนุประโยคใช้โครงสร้าง keep + กรรม + -ing โดย the Earth เป็นกรรม และ turning เป็นรูป -ing โครงสร้างนี้หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำการกระทำต่อไป หรือคงอยู่ในสภาพที่ทำงานอยู่” ในที่นี้พลังงานทำให้โลกหมุนต่อไป ส่วน turning บรรยายกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่การหมุนเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ flow เพื่อใช้โครงสร้าง keep + กรรม + -ing: The pump keeps the water ____ through the pipes.

ดูคำตอบ

flowing

At her disappearance,

2:07

เมื่อพระนางหายตัวไป

a sudden, terrifying, and all-encompassing scarcity การใช้คำ

2:08

ความขาดแคลนอย่างฉับพลัน น่าสะพรึงกลัว และครอบคลุมทุกสิ่ง

การใช้คำ

all-encompassing scarcity: ภาวะขาดแคลนที่ครอบคลุมทุกด้าน

all-encompassing หมายถึงครอบคลุมทุกสิ่งหรือเกือบทุกส่วนของสถานการณ์ ในประโยคนี้คำนี้ขยาย scarcity จึงสื่อว่าความขาดแคลนแผ่กว้างและกระทบชีวิตโดยรวม ไม่ใช่แค่สินค้าชิ้นเดียวหายไป scarcity คือภาวะทั่วไปที่ทรัพยากรจำเป็นมีไม่เพียงพอ เมื่อรวมกัน all-encompassing scarcity จึงเน้นว่าความขาดแคลนนั้นมีขอบเขตกว้างมากและรุนแรง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ all-encompassing scarcity มากที่สุด

  1. ทรัพยากรขาดแคลนในแทบทุกด้านของชีวิต
  2. สินค้าเพียงชนิดเดียวไม่มีในร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
  3. มีทรัพยากรหลากหลายชนิดให้ใช้ได้อย่างง่ายดาย
ดูคำตอบ

ทรัพยากรขาดแคลนในแทบทุกด้านของชีวิต

enveloped the world in eerie silence. วลี

2:13

ได้ปกคลุมโลกด้วยความเงียบสงัดอันน่าขนลุก

วลี

envelop X in Y: ทำให้บางสิ่งถูกห้อมล้อมด้วยบรรยากาศ

envelop X in Y หมายถึงใช้ Y ล้อมรอบหรือปกคลุม X ใน enveloped the world in eerie silence นั้น the world คือ X และ eerie silence คือ Y คำกริยานี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้ความเงียบดูเหมือนเป็นสิ่งที่ห่อหุ้มโลกได้ คำว่า eerie เพิ่มความรู้สึกแปลกและน่ากังวล ทำให้ข้อความมีภาพชัดและให้บรรยากาศเป็นลางร้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ envelop X in Y ได้ถูกต้อง

  1. Dark clouds enveloped in the mountain with shadow.
  2. The mountain enveloped dark clouds to shadow.
  3. Dark clouds enveloped the mountain in shadow.
ดูคำตอบ

Dark clouds enveloped the mountain in shadow.

Without Parvati,

2:16

เมื่อไม่มีพระนางปารวตี

the land became dry and barren.

2:17

แผ่นดินก็แห้งแล้งและกันดาร

Rivers shrank and crops shriveled in the fields.

2:19

แม่น้ำเหือดแห้งและพืชผลก็เหี่ยวเฉาในทุ่งนา

Hunger descended on humanity. สำนวน

2:22

ความหิวโหยเข้าครอบงำมนุษยชาติ

สำนวน

Hunger descended on humanity: ทำให้ความหิวโหยดูเหมือนภัยพิบัติที่มาเยือน

ในประโยคนี้ Hunger เป็นคำนามนามธรรมที่ถูกทำให้เหมือนพลังอันรุนแรง descended on humanity หมายถึงความอดอยากอย่างหนักเข้าปกคลุมและเริ่มส่งผลต่อมนุษยชาติ ไม่ได้มีใครเคลื่อนลงมาจากที่สูงจริง ๆ การบุคลาธิษฐานแบบนี้ทำให้เหตุการณ์ดูแผ่กว้าง เกิดขึ้นฉับพลัน และน่ากลัว ในงานเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรม เราสามารถใช้สภาวะนามธรรมเป็นประธานของ descend on เพื่อสื่อว่ามันเข้าครอบงำสถานที่หรือกลุ่มคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ descended on ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับตัวอย่าง

  1. A deep silence descended on the hall.
  2. The hikers descended from the hill.
  3. The elevator descended to the lobby.
ดูคำตอบ

A deep silence descended on the hall.

Parents struggled to console their starving children

2:25

พ่อแม่พยายามปลอบประโลมลูกๆ ที่หิวโหย

while their own stomachs rumbled.

2:28

ในขณะที่ท้องของพวกเขาเองก็ร้องครวญคราง

With nothing to eat,

2:30

เมื่อไม่มีอะไรจะกิน

people no longer gathered over heaped bowls of rice, ไวยากรณ์

2:31

ผู้คนไม่มารวมตัวกันหน้าชามข้าวพูนๆ อีกต่อไป

but withdrew and shrank from the darkening world.

2:34

แต่ถอยห่างและหดตัวจากโลกที่มืดมนลงเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

no longer gathered ..., but withdrew ...: การเปลี่ยนจากสภาวะหนึ่งไปสู่สภาวะตรงข้าม

no longer gathered บอกว่าพฤติกรรมในอดีต คือการมารวมตัวกันเพื่อกินอาหาร ได้หยุดลงแล้ว จากนั้น but นำไปสู่พฤติกรรมใหม่ที่ตรงข้ามอย่างชัดเจน คือผู้คนถอยหนีและหดตัวจากโลก รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + no longer + กริยา ..., but + กริยาที่แสดงความตรงข้าม ... no longer กับ but ไม่ใช่คู่คำตายตัว แต่ประโยคนี้เลือกใช้ but เพื่อเน้นการพลิกไปสู่สภาวะตรงข้าม

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบต่าง no longer ..., but ... ให้สมบูรณ์: After the renovation, the library ____ stored records on paper, ____ kept them in a digital archive.

ดูคำตอบ

no longer · but

To his shock and awe, วลี

2:38

สิ่งที่ทำให้พระศิวะทรงตกตะลึงและยำเกรง

Shiva also felt the profound emptiness

2:39

พระองค์ก็ทรงรู้สึกถึงความว่างเปล่าอันลึกซึ้ง

left by his wife's absence.

2:42

ที่ถูกทิ้งไว้จากการหายไปของพระชายา

วลี

To his shock and awe: บอกปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรงไว้ก่อน

To his shock and awe เป็นวลีแสดงการประเมินที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกผู้อ่านล่วงหน้าว่า Shiva มีปฏิกิริยาอย่างไรต่อข้อความที่ตามมา โดย shock คือความตกใจอย่างฉับพลันและรุนแรง ส่วน awe คือความอัศจรรย์ใจหรือความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งที่ทรงพลังหรือไม่ธรรมดา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ to + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + คำนามบอกอารมณ์ เช่น to my surprise หรือ to their relief ในที่นี้ to ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ แต่ทั้งวลีหมายถึง “สิ่งนั้นทำให้บุคคลนั้นรู้สึกเช่นนี้”

แบบฝึกหัด

ใน “To Leo's shock and awe, the tiny robot lifted the heavy table,” วลีต้นประโยคแสดงปฏิกิริยาแบบใด?

  1. Leo รู้สึกโล่งใจเพราะอันตรายผ่านพ้นไปแล้ว
  2. Leo ตกใจและประทับใจอย่างมาก
  3. Leo รู้สึกสงบเพราะคาดไว้อยู่แล้ว
ดูคำตอบ

Leo ตกใจและประทับใจอย่างมาก

Despite his supreme power, ไวยากรณ์

2:44

แม้ว่าพระองค์จะมีพลังอำนาจสูงสุด

he too realized that he was not immune วลี

2:47

พระองค์ก็ตระหนักว่าพระองค์เองก็ไม่รอดพ้น

to the need for sustenance,

2:49

จากความต้องการอาหาร

ไวยากรณ์

Despite his supreme power: despite + นามวลี

Despite his supreme power แสดงความหมายแบบยอมรับเงื่อนไขหนึ่งก่อน พลังอันยิ่งใหญ่ของเขาทำให้คาดได้ว่าความต้องการทั่วไปไม่น่าจะมีผลต่อเขา แต่ข้อความต่อมากลับบอกว่าสิ่งเหล่านั้นยังมีผลอยู่ วลีต้นประโยคจึงเน้นความขัดแย้งกัน Despite เป็นคำบุพบท ตามด้วยนามวลี สรรพนาม หรือรูป -ing และโดยทั่วไปไม่ตามด้วยอนุประโยคเต็มที่มีประธานและกริยาโดยตรง ใช้ although หรือ even though หน้าอนุประโยคเต็ม

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ despite ได้ถูกต้อง

  1. Despite it rained heavily, the game continued.
  2. Despite the heavy rain, the game continued.
  3. Despite of the heavy rain, the game continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the game continued.

วลี

not immune to the need for sustenance: ยังไม่พ้นจากความต้องการพื้นฐาน

ในประโยคนี้ be immune to หมายถึง “ไม่ได้รับผลกระทบจาก” ส่วนรูปปฏิเสธ not immune to บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งยังคงได้รับผลกระทบได้ ในที่นี้ผลกระทบคือความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่ผู้ที่มีพลังสูงสุดก็ยังต้องการ sustenance ซึ่งหมายถึงอาหารหรือสารอาหารที่ช่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไป โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ be + not immune to + คำนามหรือรูป -ing มักใช้เพื่อบอกว่าบุคคล กลุ่ม หรือระบบไม่ได้เป็นข้อยกเว้นจากความเสี่ยง แรงกดดัน ความผิดพลาด หรือความต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายจากบทเรียนนี้: Even careful planners are ____ unexpected delays.

ดูคำตอบ

not immune to

and his yearning felt bottomless and unbearable.

2:51

และความปรารถนาของพระองค์ก็รู้สึกลึกล้ำเกินหยั่งถึงและเหลือทน

As Shiva despaired over the desolate Earth,

2:55

ขณะที่พระศิวะทรงสิ้นหวังเหนือโลกที่อ้างว้าง

he came to realize that the material world วลี

2:57

พระองค์ทรงตระหนักได้ว่าโลกแห่งวัตถุ

วลี

came to realize: ค่อย ๆ ตระหนักเมื่อเวลาผ่านไป

Came to realize หมายถึง “ค่อย ๆ เข้าใจ” หรือ “ในที่สุดก็ตระหนัก” โดยนำเสนอว่าความเข้าใจนั้นเกิดจากเวลา ประสบการณ์ หรือการไตร่ตรอง จึงช่วยแสดงการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของบุคคล came ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง Come to + คำกริยาที่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก หมายถึงการเข้าสู่สภาวะทางความคิดแบบใหม่ เช่น come to understand หรือ come to appreciate ส่วนรูปอดีต came to realize แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าความเข้าใจหนึ่งค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป?

  1. Lena knew the answer before practice began.
  2. At that moment, Lena realized she had left her shoes at home.
  3. After months of practice, Lena came to realize why the warm-up mattered.
ดูคำตอบ

After months of practice, Lena came to realize why the warm-up mattered.

could not be so easily dismissed. ไวยากรณ์

3:00

ไม่สามารถถูกเพิกเฉยได้ง่ายดายนัก

ไวยากรณ์

could not be so easily dismissed: โครงสร้างกริยาช่วยเชิงปฏิเสธในรูปถูกกระทำ

Could not be so easily dismissed ใช้โครงสร้าง could not + be + past participle ซึ่งเป็นรูปถูกกระทำที่มีกริยาช่วยเชิงปฏิเสธ หมายความว่าโลกทางวัตถุไม่อาจถูกปฏิเสธง่าย ๆ ว่าไม่มีความสำคัญ รูปถูกกระทำทำให้ the material world ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกประเมินเป็นจุดสนใจ so easily สื่อว่าการปัดทิ้งเช่นนั้นจะเร็วหรือขาดความรอบคอบเกินไป dismiss ในที่นี้หมายถึง “ไม่ยอมให้ความสำคัญอย่างจริงจัง” ไม่ใช่ “ไล่คนออกจากงาน” could สอดคล้องกับมุมมองอดีตใน came to realize ส่วนการพูดถึงปัจจุบันมักใช้ cannot be so easily dismissed

แบบฝึกหัด

ใช้คำในวงเล็บเติมโครงสร้างกริยาช่วยในรูปถูกกระทำให้สมบูรณ์: Her concerns could not ____. (dismiss / so easily)

ดูคำตอบ

be so easily dismissed

At her husband's epiphany,

3:03

เมื่อพระสวามีเกิดความตระหนักรู้

the compassionate Parvati could no longer stand by สำนวน

3:05

พระนางปารวตีผู้มีเมตตาก็ไม่สามารถนิ่งเฉย

and watch her devotees wasting away. กริยาวลี

3:08

และมองดูสาวกของพระนางซูบผอมลงได้อีกต่อไป

สำนวน

could no longer stand by and watch: ยุติการนิ่งเฉย

Could no longer stand by and watch หมายความว่าพระปารวตีมาถึงจุดที่ไม่อาจนิ่งเฉยขณะเห็นเหล่าสาวกทนทุกข์ได้อีกต่อไป no longer แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้นางไม่ได้ลงมือทำ แต่ตอนนี้การไม่ทำอะไรต้องยุติลง ใน stand by and watch something happen คำว่า stand by หมายถึง “ไม่ทำอะไร” ไม่ใช่ “สนับสนุน” ต้นฉบับใช้ watch + กรรม + -ing ใน her devotees wasting away เพื่อแสดงว่าความทุกข์กำลังดำเนินต่อเนื่อง สำนวนนี้มักมีนัยตัดสินทางศีลธรรมว่าคนที่ช่วยได้ควรลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีตายตัวที่หมายถึง “นิ่งเฉยขณะมองเห็นอันตรายเกิดขึ้น” เติมประโยคให้สมบูรณ์: We cannot ____ children being bullied.

ดูคำตอบ

stand by and watch

กริยาวลี

wasting away: ค่อย ๆ ซูบผอมและอ่อนแรง

ในที่นี้ wasting away หมายถึงการค่อย ๆ ผอมลงและอ่อนแรง มักเกิดจากความหิวโหย โรคภัย หรือการขาดการดูแลเป็นเวลานาน สำนวนนี้บรรยายความเสื่อมถอยที่ดำเนินต่อเนื่องซึ่งพระแม่ปารวตีเห็นว่าเกิดขึ้นกับเหล่าสาวก ไม่ใช่การล้มลงอย่างกะทันหัน กริยาวลีนี้ไม่ใช่ waste แบบสกรรมกริยาใน waste food หรือ waste time ที่หมายถึง “ทำให้สูญเปล่า” คำว่า away เพิ่มความหมายว่ากำลังหรือมวลร่างกายค่อย ๆ หายไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ waste away ได้ถูกต้อง

  1. After months without enough food, the stray dog began to waste away.
  2. She wasted the old bread away after dinner.
  3. I wasted away twenty dollars on a notebook.
ดูคำตอบ

After months without enough food, the stray dog began to waste away.

To walk among them and restore their health, ไวยากรณ์

3:11

เพื่อดำเนินท่ามกลางพวกเขาและฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา

ไวยากรณ์

To walk ... and restore ...: infinitive บอกจุดประสงค์ที่ต้นประโยค

To walk among them and restore their health ที่อยู่ต้นประโยคเป็นวลี infinitive บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงทำการกระทำในประโยคหลัก นั่นคือเพื่อเดินท่ามกลางผู้คนและฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา การวางวลีนี้ไว้ต้นประโยคเป็นการบอกจุดประสงค์ก่อน walk และ restore เป็นกริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and โดย to ตัวแรกใช้ร่วมกับทั้งสองคำ: to walk ... and (to) restore ....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์ ใช้ to เพียงครั้งเดียวหน้า check the batteries and charge them: ____, Lena opened the case.

ดูคำตอบ

To check the batteries and charge them

she took the form of a new avatar, วัฒนธรรม

3:13

พระนางทรงแปลงกายเป็นอวตารร่างใหม่

วัฒนธรรม

took the form of a new avatar: ปรากฏกายในฐานะร่างอวตารใหม่ของเทพ

Take the form of หมายถึงการปรากฏหรือดำรงอยู่ในรูปร่างหรือสถานะหนึ่งโดยเฉพาะ ในที่นี้เธอปรากฏกายในรูปแบบอันศักดิ์สิทธิ์แบบใหม่ ในบริบททางศาสนาและเทพปกรณัมฮินดู avatar คือการปรากฏกายหรือการอวตารลงมายังโลกของเทพ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปโปรไฟล์ออนไลน์

แบบฝึกหัด

ในบริบทของเทพปกรณัมนี้ she took the form of a new avatar หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอปรากฏกายในฐานะร่างอวตารใหม่ของเทพ
  2. เธอออกแบบตัวละครสำหรับเกม
  3. เธอเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ออนไลน์
ดูคำตอบ

เธอปรากฏกายในฐานะร่างอวตารใหม่ของเทพ

carrying a golden bowl of porridge

3:16

ทรงถือชามโจ๊กทองคำ

and armed with a jewel-encrusted ladle. การใช้คำ

3:19

และติดอาวุธเป็นทัพพีประดับอัญมณี

การใช้คำ

armed with a jewel-encrusted ladle: มีทัพพีประดับอัญมณีพร้อมใช้

Armed with อาจหมายถึงการพกอาวุธตามความหมายตรง แต่ยังหมายถึงการมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานหนึ่งพร้อมใช้ได้ด้วย กลุ่มคำนามหลัง with จะบอกว่ากำลังใช้ความหมายใด ในที่นี้ jewel-encrusted ladle คือทัพพีขนาดใหญ่ประดับอัญมณีสำหรับตักอาหาร ไม่ใช่อาวุธ ถ้อยคำนี้ทำให้การปรากฏตัวของเธอดูมีชีวิตชีวาและกล้าหาญ เธอพร้อมช่วยเหลือด้วยการแจกอาหาร ไม่ใช่พร้อมโจมตี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: ____ a map and extra water, Priya set out on the hike.

ดูคำตอบ

Armed with

As word of this hopeful figure spread, ลำดับความ

3:22

เมื่อข่าวเกี่ยวกับบุคคลแห่งความหวังนี้แพร่ออกไป

she was worshipped as Annapurna, วัฒนธรรม

3:25

พระนางได้รับการสักการะในนามพระแม่อันนปูรณา

the goddess of food.

3:27

เทพีแห่งอาหาร

ลำดับความ

As word of X spread: เชื่อมข่าวที่แพร่กระจายกับผลลัพธ์

อนุประโยคเปิด As word of this hopeful figure spread วางการแพร่กระจายของข้อมูลไว้เป็นภูมิหลังของผลลัพธ์หลัก คือเธอได้รับการเคารพบูชา ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น” และในบริบทยังช่วยเชื่อมข่าวที่แพร่กระจายกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ในรูปแบบ As word of X spread คำว่า word หมายถึง “ข่าว” หรือ “ข้อมูล” ไม่ใช่คำศัพท์หนึ่งคำ ผู้เขียนใช้รูปแบบนี้เพื่อดำเนินเรื่องจากการที่ผู้คนรับรู้มากขึ้นไปสู่ปฏิกิริยาหรือการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ As word of X spread เพื่อวางการแพร่กระจายของข่าวเป็นภูมิหลังของผลลัพธ์ที่ตามมา

  1. As word of the discovery spread, more researchers offered to help.
  2. One word was printed on every page of the report.
  3. As the researchers spelled the word discovery, the project ended.
ดูคำตอบ

As word of the discovery spread, more researchers offered to help.

วัฒนธรรม

worshipped as Annapurna, the goddess of food: การระบุฐานะและวลีอธิบายนาม

ใน she was worshipped as Annapurna โครงสร้าง be worshipped as + ชื่อหรือตำแหน่ง หมายความว่าผู้คนแสดงความศรัทธาทางศาสนาต่อเธอภายใต้ฐานะนั้น as ระบุฐานะอันศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขายอมรับ ไม่ได้หมายความว่าเธอเพียงแค่คล้ายกับอันนปูรณา the goddess of food เป็นนามวลีที่อยู่ในฐานะเดียวกัน ใช้เรียก Annapurna อีกแบบและอธิบายว่าเธอคือใคร ในเรื่องนี้ อันนปูรณาคือร่างเทพีแห่งอาหารที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อภาวะอดอยากของพระปารวตี

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: In the region, she was worshipped as a guardian goddess. as a guardian goddess หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้คนแสดงความศรัทธาทางศาสนาต่อเธอในฐานะเทพีผู้พิทักษ์
  2. ผู้คนคิดว่าเธอเพียงแค่ดูคล้ายเทพีผู้พิทักษ์
  3. ผู้คนจ้างเธอให้เฝ้าวิหารเป็นงานทั่วไป
ดูคำตอบ

ผู้คนแสดงความศรัทธาทางศาสนาต่อเธอในฐานะเทพีผู้พิทักษ์

With the arrival of Annapurna,

3:29

ด้วยการมาเยือนของพระแม่อันนปูรณา

the world blossomed anew. สำนวน

3:31

โลกได้เบ่งบานขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

สำนวน

the world blossomed anew: การฟื้นคืนที่เปรียบเป็นการผลิบาน

ในประโยคนี้ the world blossomed anew หมายถึงชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ และความรุ่งเรืองกลับคืนสู่โลก โลกไม่ได้ออกดอกจริง ๆ แต่ blossomed เปรียบการฟื้นตัวของโลกเป็นภาพดอกไม้ที่กำลังบาน anew หมายถึง “อีกครั้ง” หรือ “ในรูปแบบใหม่” เมื่อใช้ blossomed anew ร่วมกัน จึงสื่อการฟื้นคืนด้วยภาพของการเติบโตใหม่ที่มีชีวิตชีวา ซึ่งพบได้บ่อยในงานเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรมหรือตำนาน

แบบฝึกหัด

“the world blossomed anew” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ชีวิตและความรุ่งเรืองกลับคืนสู่โลก
  2. ดอกไม้จริง ๆ ปกคลุมโลกทั้งใบ
  3. โลกเก่าถูกแทนที่ด้วยดาวเคราะห์ดวงใหม่
ดูคำตอบ

ชีวิตและความรุ่งเรืองกลับคืนสู่โลก

People rejoiced at fertility and food,

3:33

ผู้คนชื่นชมยินดีกับความอุดมสมบูรณ์และอาหาร

and communed together to give thanks. การใช้คำ

3:36

และรวมตัวกันเพื่อกล่าวขอบคุณ

การใช้คำ

communed together to give thanks: ความผูกพันร่วมกันที่เคร่งขรึม

ในที่นี้ communed เป็นรูปอดีตของคำกริยา commune ผู้คนมารวมตัวกันด้วยความผูกพันที่ใกล้ชิดและมีร่วมกันเพื่อแสดงความขอบคุณ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเพียงยืนอยู่ในสถานที่เดียวกัน วลีนี้ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมหรือเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณ together เน้นว่าทุกคนมีส่วนร่วมร่วมกัน ส่วน to give thanks บอกจุดประสงค์ของการรวมตัว ที่นี่ commune เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงชุมชนซึ่งผู้คนอยู่ร่วมกันและแบ่งปันทรัพยากร

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดคงความหมายของ “They communed together to give thanks” ได้ดีที่สุด?

  1. พวกเขามารวมตัวกันด้วยความรู้สึกขอบคุณร่วมกัน
  2. พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ในชุมชนที่ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของส่วนรวม
  3. พวกเขาพบกันชั่วครู่เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อ
ดูคำตอบ

พวกเขามารวมตัวกันด้วยความรู้สึกขอบคุณร่วมกัน

Some believe that Annapurna first appeared

3:39

บางคนเชื่อว่าพระแม่อันนปูรณาทรงปรากฏองค์ครั้งแรก

in the sacred city of Kashi, วัฒนธรรม

3:41

ในเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่างกาสี

or the place of freedom,

3:43

หรือสถานที่แห่งเสรีภาพ

on the banks of the Ganges,

3:45

บนริมฝั่งแม่น้ำคงคา

วัฒนธรรม

in the sacred city of Kashi, or the place of freedom, on the banks of the Ganges: เมืองกาศีอันศักดิ์สิทธิ์ หรือสถานที่แห่งการหลุดพ้นริมแม่น้ำคงคา

Kashi เป็นชื่อเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่โดยทั่วไปหมายถึงเมืองพาราณสี เมืองนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคงคา ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีศาสนาในอินเดีย ในประโยคนี้ ความเชื่อมโยงระหว่าง Kashi กับการหลุดพ้นทางจิตวิญญาณอธิบายชื่อ the place of freedom โดย freedom ในที่นี้หมายถึงการหลุดพ้นทางศาสนา ไม่ใช่เสรีภาพทางการเมืองหรือเสรีภาพในชีวิตประจำวัน วลี or the place of freedom ที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคเป็นการเรียก Kashi ด้วยอีกชื่อหนึ่งพร้อมให้คำอธิบาย or ในที่นี้หมายถึง “กล่าวอีกอย่างหนึ่ง” ไม่ได้ให้เลือกระหว่างสถานที่สองแห่ง ส่วน On the banks of the Ganges บอกตำแหน่งของเมืองเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

or the place of freedom ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้เสนอเมืองที่สองเป็นทางเลือกแทน Kashi
  2. วลีนี้บอกว่าผู้คนเลือกฝั่งใดของแม่น้ำคงคาก็ได้
  3. วลีนี้ให้ชื่อที่ช่วยอธิบาย Kashi และชี้ถึงความหมายทางศาสนา
ดูคำตอบ

วลีนี้ให้ชื่อที่ช่วยอธิบาย Kashi และชี้ถึงความหมายทางศาสนา

where she opened a kitchen to fill the bellies of the people วลี

3:46

ซึ่งพระนางทรงเปิดโรงครัวเพื่อเติมเต็มท้องของผู้คน

วลี

opened a kitchen to fill the bellies of the people: เปิดโรงครัวเพื่อให้ผู้คนได้กินอิ่ม

Opened a kitchen ในที่นี้หมายถึงการตั้งและดำเนินสถานที่ที่เตรียมและแจกจ่ายอาหาร ไม่ได้หมายถึงเพียงเปิดประตูห้องครัว ส่วน to fill... เป็นโครงสร้าง infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของการเปิดสถานที่นั้น Fill the bellies of the people หมายถึงให้อาหารแก่ผู้คนมากพอจนหายหิว คำว่า Bellies สร้างภาพทางร่างกายที่ชัดเจนเกี่ยวกับความหิวและความอิ่ม ทำให้วลีนี้ฟังดูมีชีวิตชีวาและเหมือนภาษาที่ใช้เล่าเรื่องมากกว่า feed the people ซึ่งเป็นกลางกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ opened a kitchen to fill the bellies of the people ได้ถูกต้องที่สุด?

  1. เธอเปิดประตูห้องครัวเพื่อให้ผู้คนดูห้องนั้น
  2. เธอตั้งสถานที่แจกจ่ายอาหารเพื่อให้ผู้หิวโหยได้กินอย่างเพียงพอ
  3. เธอใช้ห้องครัวเพื่อสอนผู้คนเกี่ยวกับกระเพาะอาหารของมนุษย์
ดูคำตอบ

เธอตั้งสถานที่แจกจ่ายอาหารเพื่อให้ผู้หิวโหยได้กินอย่างเพียงพอ

until they could eat no more.

3:50

จนกว่าพวกเขาจะกินไม่ไหวอีกต่อไป

But it was not only mere mortals สำนวน

3:52

แต่มันไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น

สำนวน

mere mortals: มนุษย์ธรรมดาที่ตรงข้ามกับเทพเจ้า

ใน mere mortals คำว่า mortals หมายถึงมนุษย์ที่ต้องตายในสักวันหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อนำไปเปรียบกับเทพเจ้าหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะ ส่วน mere เพิ่มความหมายว่า 'เป็นเพียง' หรือ 'ไม่มีอะไรมากไปกว่า' ไม่ได้หมายถึง 'มีจำนวนน้อย' ในประโยคนี้ สำนวนที่ฟังดูมีความเป็นละครช่วยแยกมนุษย์ธรรมดาออกจากเทพที่กล่าวถึงต่อจากนั้น โดยทั่วไป สำนวนนี้สามารถเน้นความต่างระหว่างคนธรรมดากับบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่พิเศษด้วยน้ำเสียงยิ่งใหญ่หรือขบขันได้

แบบฝึกหัด

ในเรื่องแฟนตาซี mere mortals มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. มนุษย์ธรรมดาที่นำมาเปรียบกับเทพเจ้า
  2. เทพชั้นรองจำนวนน้อย
  3. ผู้ที่กำลังจะเสียชีวิต
ดูคำตอบ

มนุษย์ธรรมดาที่นำมาเปรียบกับเทพเจ้า

who were served at her feast.

3:54

ที่ได้รับเสิร์ฟในงานเลี้ยงของพระนาง

Humbled at the scenes of earthly pleasure blooming all around him, ไวยากรณ์

3:56

ด้วยความถ่อมตนต่อฉากแห่งความสุขอันเป็นโลกีย์ที่เบ่งบานอยู่รอบพระองค์

Lord Shiva himself approached the goddess

4:00

องค์พระศิวะเองได้ทรงเข้าเฝ้าพระแม่

ไวยากรณ์

Humbled at...: วลีกริยาช่องที่ 3 ต้นประโยคที่เชื่อมกับ Lord Shiva

Humbled at the scenes... เป็นวลีรูปกริยาช่องที่ 3 ที่วางไว้ต้นประโยค ประธานที่ละไว้ของวลีนี้คือประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ Lord Shiva ดังนั้นผู้ที่รู้สึกถ่อมตนคือพระศิวะ ไม่ใช่ภาพที่เห็น วลีนี้ย่อทั้งภูมิหลังและสาเหตุไว้ด้วยกัน คือพระองค์เข้าไปหาเทพีเพราะสิ่งที่เห็นทำให้รู้สึกถ่อมตน ภายในวลี blooming all around him ขยาย the scenes of earthly pleasure

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีรูปกริยาช่องที่ 3 ต้นประโยคได้ถูกต้อง?

  1. Surprised by the result, the numbers were checked again by Maya.
  2. Surprising by the result, Maya checked the numbers again.
  3. Surprised by the result, Maya checked the numbers again.
ดูคำตอบ

Surprised by the result, Maya checked the numbers again.

with an empty bowl and begged for food and forgiveness. วลี

4:03

พร้อมด้วยชามเปล่าเพื่อขออาหารและการให้อภัย

วลี

begged for food and forgiveness: beg for + คำนามที่วางขนานกัน

ใน begged for food and forgiveness คำว่า begged for หมายถึง “ขอให้ได้รับบางสิ่งอย่างเร่งด่วนและนอบน้อม” บุพบท for ใช้นำหน้าสิ่งที่พระศิวะต้องการ Food และ forgiveness เป็นคำนามสองคำที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and คำหนึ่งเป็นความต้องการทางร่างกาย ส่วนอีกคำเป็นคำขอเชิงนามธรรม การวางคู่กันจึงแสดงว่าพระองค์ต้องการทั้งความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและการให้อภัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ beg for: After two days without food, the lost traveler ____ water.

ดูคำตอบ

begged for

For this reason,

4:07

ด้วยเหตุนี้

the supreme deity is sometimes portrayed

4:08

เทพเจ้าสูงสุดบางครั้งก็ถูกถ่ายทอดออกมา

as a poor beggar at the mercy of Annapurna, สำนวน

4:10

ในฐานะขอทานผู้ยากไร้ที่อยู่ภายใต้ความเมตตาของพระแม่อันนปูรณา

สำนวน

at the mercy of Annapurna: การพึ่งพาโดยไม่มีอำนาจควบคุม

At the mercy of someone or something หมายถึงไม่สามารถควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นและต้องพึ่งพาบุคคลหรือพลังนั้น คำหลัง of ระบุฝ่ายที่มีอำนาจ ในประโยคนี้ พระนางอันนปูรณาเป็นฝ่ายมีอำนาจ ส่วนเทพเจ้าถูกพรรณนาว่าเป็นขอทานที่ไร้อำนาจ สำนวนนี้จึงสร้างการสลับสถานะ และ mercy ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงความเมตตาทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at the mercy of เพื่อแสดงว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งไม่สามารถควบคุมพลังที่เหนือกว่าได้

  1. The small boat was at the mercy of the storm.
  2. The rescue crew had mercy on the exhausted sailor.
  3. The small boat depended on the captain for directions.
ดูคำตอบ

The small boat was at the mercy of the storm.

holding her golden bowl in her left

4:14

ซึ่งทรงถือชามทองคำด้วยพระหัตถ์ซ้าย

hand while the right forms the Abhaya mudra, วัฒนธรรม

4:16

ในขณะที่พระหัตถ์ขวาทรงทำอภัยมุทรา

a gesture of safety and assurance.

4:19

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยและความมั่นใจ

วัฒนธรรม

Abhaya mudra: ท่ามือที่สื่อถึงความปลอดภัยและความสบายใจ

มุทรา (mudra) คือท่ามือที่มีความหมายเฉพาะในประเพณีทางศาสนาของอินเดียและนาฏศิลป์คลาสสิก Abhaya mudra เชื่อมโยงกับความไร้ความกลัว การคุ้มครอง และการทำให้สบายใจ ดังนั้นจึงเป็นท่ามือ ไม่ใช่ชื่อคนหรือสิ่งของ วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค a gesture of safety and assurance เป็นวลีอธิบายที่วางคู่กันเพื่อกล่าวถึงคำที่ไม่คุ้นเคยอีกครั้งด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในคำบรรยายทางวัฒนธรรม รูปแบบ “ศัพท์เฉพาะ เครื่องหมายจุลภาค คำอธิบาย” ช่วยให้เดาความหมายของศัพท์ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Abhaya mudra หมายถึงอะไร?

  1. ชามทองคำที่ถืออยู่ในมือซ้าย
  2. ท่ามือที่สื่อถึงความปลอดภัยและความสบายใจ
  3. ตำแหน่งที่มอบให้แก่บุคคลที่ถือชาม
ดูคำตอบ

ท่ามือที่สื่อถึงความปลอดภัยและความสบายใจ

With these symbols,

4:22

ด้วยสัญลักษณ์เหล่านี้

this powerful avatar makes it clear

4:23

อวตารอันทรงพลังนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

that the material world is anything but an illusion. สำนวน

4:26

ว่าโลกแห่งวัตถุไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา

สำนวน

anything but an illusion: ไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน

ในโครงสร้าง be anything but + คำคุณศัพท์หรือคำนามที่ใช้บรรยาย anything but หมายถึง “ไม่ใช่อย่างแน่นอน” หรือ “ไม่...เลย” ในที่นี้ is anything but an illusion ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าโลกแห่งวัตถุเป็นภาพลวงตา นี่เป็นการปฏิเสธแบบเน้นย้ำ จึงหนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่า is not an illusion และมักสื่อว่าสิ่งที่ตรงกันข้ามเป็นความจริง อย่าแยกตีความทีละคำเป็น any thing กับ but

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อสอบไม่ง่ายเลย?

  1. The exam was nothing but easy.
  2. The exam was anything but easy.
  3. Choose anything but the easy exam.
ดูคำตอบ

The exam was anything but easy.

Rather,

4:29

แต่เป็น

it is a cycle of life that must be sustained,

4:30

วัฏจักรของชีวิตที่จะต้องได้รับการประคับประคอง

from the feeding of open mouths and rumbling bellies ลำดับความ

4:33

ตั้งแต่การป้อนอาหารเข้าปากและท้องที่ร้องครวญคราง

to the equilibrium of the Earth.

4:36

ไปจนถึงความสมดุลของโลก

ลำดับความ

from the feeding of open mouths ... to the equilibrium of the Earth: การขยายขอบเขตของแนวคิด

ในประโยคนี้ from X to Y ใช้กำหนดขอบเขตว่าวัฏจักรดังกล่าวครอบคลุมอะไรบ้าง ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง X คือการให้อาหารแก่ผู้หิวโหยซึ่งเป็นการกระทำที่ใกล้ตัวและเป็นรูปธรรม ส่วน Y คือเป้าหมายที่กว้างและเป็นนามธรรมในการรักษาสมดุลของโลก การวางปลายทั้งสองด้านไว้ด้วยกันทำให้เรื่องราวขยับจากความต้องการของคนคนหนึ่งไปสู่ประเด็นระดับโลก โครงสร้าง from X to Y สามารถจัดลำดับข้อเสนอโดยแสดงขอบเขตทั้งหมด และพาจากภาพที่เป็นรูปธรรมไปสู่ประเด็นที่ใหญ่ขึ้น

แบบฝึกหัด

from X to Y จัดข้อมูลในประโยคนี้อย่างไร?

  1. ขยายขอบเขตจากความต้องการเร่งด่วนของคนคนหนึ่งไปสู่สมดุลของโลก
  2. บอกเส้นทางจากสถานที่รับประทานอาหารไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
  3. นำเสนอเหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

ขยายขอบเขตจากความต้องการเร่งด่วนของคนคนหนึ่งไปสู่สมดุลของโลก

At TED-Ed,

4:40

ที่ TED-Ed

we believe in storytelling.

4:41

เราเชื่อในการเล่าเรื่อง

But stories don't have to be ancient to be powerful. ไวยากรณ์

4:43

แต่เรื่องราวไม่จำเป็นต้องเก่าแก่ถึงจะทรงพลัง

ไวยากรณ์

stories don't have to be ancient to be powerful: ตัดเงื่อนไขที่ถูกคิดว่าจำเป็นออก

Stories don't have to be ancient to be powerful ใช้โครงสร้าง A doesn't/don't have to be X to be Y ซึ่งหมายความว่า X ไม่ใช่เงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับ Y กล่าวคือ เรื่องราวสามารถทรงพลังได้แม้จะไม่ใช่เรื่องเก่าแก่ ประโยคนี้โต้แย้งข้อสันนิษฐานที่ว่าอายุของเรื่องเป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องนั้นทรงพลัง ไม่ได้หมายความว่าเรื่องเก่าไม่มีพลังหรือเป็นสิ่งต้องห้าม แต่เปิดโอกาสให้เรื่องที่ใหม่กว่าก็ทรงพลังได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง have to เพื่อแสดงว่าความซับซ้อนไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็น: A good idea ____ complicated to be useful.

ดูคำตอบ

doesn't have to be

That's why we created a program for students all over the world

4:46

นั่นคือเหตุผลที่เราสร้างโปรแกรมสำหรับนักเรียนทั่วโลก

to hone and share their ideas วลี

4:50

เพื่อขัดเกลาและแบ่งปันไอเดียของพวกเขา

in the form of short TED-style talks.

4:53

ในรูปแบบของการพูดสไตล์ TED สั้นๆ

วลี

to hone and share their ideas: ขัดเกลาและแบ่งปันแนวคิดของตน

ในประโยคนี้ hone their ideas หมายถึงปรับปรุงและขัดเกลาแนวคิดผ่านการคิด รับคำแนะนำ และแก้ไข Hone สื่อถึงการพัฒนาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพียงแค่มีหรือกล่าวถึงแนวคิด วลี infinitive to hone and share their ideas บอกจุดประสงค์ของโครงการ โดย hone และ share เชื่อมกันหลัง to เพียงตัวเดียวและใช้กรรมเดียวกันคือ their ideas กล่าวคือ จุดประสงค์ครอบคลุมทั้งการพัฒนาและการสื่อสารแนวคิด

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย h และหมายถึง “ขัดเกลาผ่านการคิดและแก้ไข”: The workshop helps young speakers ____ and share their ideas.

ดูคำตอบ

hone

Everyone,

4:56

ทุกคน

no matter their age, ไวยากรณ์

4:57

ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่

has an idea worth sharing. ไวยากรณ์

4:58

ล้วนมีไอเดียที่ควรค่าแก่การแบ่งปัน

ไวยากรณ์

no matter their age: ไม่ว่าจะอายุเท่าใด

no matter their age หมายถึง “ไม่ว่าจะอายุเท่าใด” วลีนี้เพิ่มเงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนข้อสรุปหลัก กล่าวคือ อายุไม่ได้เปลี่ยนใจความที่ว่าทุกคนมีแนวคิดที่ควรค่าแก่การแบ่งปัน ในที่นี้ no matter ตามด้วยนามวลี their age โดยตรง ไม่ได้ตามด้วยอนุประโยคเต็ม รูปแบบสั้นนี้พบได้ใน no matter the cost เช่นกัน และในประโยคนี้สามารถขยายเป็น no matter how old they are เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีนี้เป็นคำอธิบายที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกับ everyone

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยไม่คำนึงถึง”: Everyone can join, ____ their experience level.

ดูคำตอบ

no matter

ไวยากรณ์

an idea worth sharing: โครงสร้าง worth + -ing

ใน an idea worth sharing คำว่า worth sharing ขยายคำว่า idea และหมายความว่าแนวคิดนั้นควรค่าแก่การแบ่งปัน วลีนี้สามารถขยายเป็น an idea that is worth sharing ได้ เมื่อใช้ worth เพื่อประเมินว่าการกระทำหนึ่งควรค่าแก่การทำหรือไม่ ให้ตามด้วยรูป -ing แม้ idea จะเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ sharing แต่ภาษาอังกฤษก็ยังใช้ sharing ไม่ใช่ infinitive

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ share เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This practical tip is worth ____ with the whole team.

ดูคำตอบ

sharing