วิดีโอสโลว์โมชั่นการม้วนตัวของน้ำผึ้งสุดเจ๋ง! - Smarter Every Day 53: บทเรียนภาษาอังกฤษ
SmarterEveryDay
แนะนำวิดีโอ: ภาพความเร็วสูงและแชมพูแสดงว่าเหตุใดของเหลวหนืดจึงม้วนตัว ความสูงเปลี่ยนการไหลอย่างไร และเหตุใดช่วงเปลี่ยนผ่านจึงคาดเดายาก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. It's tempting to think / but it turns out — วาทกรรมและวาทศิลป์: เปรียบเทียบข้อสันนิษฐานตามสัญชาตญาณกับหลักฐานที่คาดไม่ถึงในการอธิบายหรือให้เหตุผล 2. the smaller the radius gets, the higher the coiling frequency, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: จับคู่คำขั้นกว่าเพื่อบอกว่าปริมาณสองอย่างเปลี่ยนตามสัดส่วน 3. everything goes out the window. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่ากฎหรือความคาดหมายหยุดใช้ได้อย่างฉับพลัน ไม่ได้หมายถึงสิ่งของออกทางหน้าต่างจริง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
And today we're going to show you some pretty cool high speed
0:02และวันนี้เราจะมาให้พวกคุณดูวิดีโอความเร็วสูงที่เจ๋งมากๆ
and it has nothing to do with all those assault rifles. วลี
0:04และมันไม่เกี่ยวอะไรกับปืนไรเฟิลจู่โจมพวกนั้นเลย
ใช้ has nothing to do with เพื่อปฏิเสธความเชื่อมโยง
ในประโยคนี้ has nothing to do with หมายถึง “ไม่เกี่ยวข้องกับ…เลย” ประธาน it ถูกแยกออกจาก all those assault rifles อย่างชัดเจน โดยความหมายปฏิเสธอยู่ที่ nothing ดังนั้นทั้งวลีจึงปฏิเสธว่ามีความเชื่อมโยงใด ๆ ควรจำ have nothing to do with เป็นกลุ่มคำที่นำกลับมาใช้ได้ในรูป A has nothing to do with B ตรงนี้ do with ไม่ได้หมายถึง “ทำกิจกรรม” แต่เมื่อใช้ร่วมกับ have และ nothing จะสื่อถึงความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่เกี่ยวข้องกับ…เลย”: The delay ____ the weather.
ดูคำตอบ
has nothing to do with
much sweeter than that, literally: ทำให้ความหวานเชิงเปรียบเทียบกลายเป็นความหมายตรงตัว
much sweeter than that ในตอนแรกฟังเหมือนเป็นการประเมินว่า สิ่งที่จะตามมานั้นน่าพอใจ อบอุ่นใจ หรือน่าดึงดูดกว่าภาพรุนแรงที่เพิ่งถูกปฏิเสธไป much ใช้ขยายคำเปรียบเทียบขั้นกว่า sweeter โดยภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ much sweeter ไม่ใช้ very sweeter จากนั้น literally ทำให้ความหมายตรงตัวของ sweet ที่เกี่ยวกับรสชาติทำงานขึ้นมา เพราะภาพถัดไปเป็นน้ำผึ้ง ความขบขันเกิดจากการที่ sweet มีทั้งความหมายเชิงเปรียบเทียบและความหมายตรงตัวพร้อมกัน โดย literally ตรงนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเพิ่มน้ำหนักเท่านั้น
แบบฝึกหัด
literally ในประโยคต่อไปนี้บอกอะไร? It's actually much sweeter than that, literally.
- ผู้พูดยกเลิกการเปรียบเทียบแล้วบอกว่ามันหวานน้อยกว่า
- Sweet เป็นเพียงวิธีพูดเกินจริงว่า “ดีมาก”
- Sweet ใช้ทั้งเป็นการประเมินเชิงบวกและหมายถึงรสชาติจริง
ดูคำตอบ
Sweet ใช้ทั้งเป็นการประเมินเชิงบวกและหมายถึงรสชาติจริง
Check this out: ดึงความสนใจ
“Check this out” เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้ดึงความสนใจของอีกฝ่ายไปยังสิ่งที่น่าสนใจซึ่งผู้พูดกำลังจะให้ดู ในที่นี้ check ไม่ได้หมายถึง “ตรวจหาข้อผิดพลาด” แต่ check ... out ทั้งชุดทำหน้าที่เรียกความสนใจ คล้ายกับคำว่า “ดูนี่สิ” Check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out จึงพูดว่า “check it out” ไม่ใช่ “check out it”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยเรียง check, it และ out ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: “I found something amazing. ____!”
ดูคำตอบ
Check it out
set up ในฐานะกริยาสองคำ
ในที่นี้ set up เป็นกริยาวลีที่เขียนแยกเป็นสองคำ หมายถึงติดตั้ง จัดเตรียม หรือกำหนดค่าบางสิ่งให้พร้อมใช้งาน กล้องไม่ได้เพียงแค่อยู่ตรงนั้น แต่ได้รับการเตรียมไว้สำหรับถ่ายภาพแล้ว ใน we've got a high speed camera set up ส่วน we've got แสดงการมีอยู่ในครอบครองและสภาพปัจจุบัน ขณะที่ set up อธิบายสภาพผลลัพธ์ที่กล้องพร้อมแล้ว โครงสร้างบอกผลลัพธ์นี้เข้าใจได้เป็น have/get + object + past participle เช่น We have the equipment set up.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาสองคำที่หมายถึง “ติดตั้งและเตรียมให้พร้อมใช้งาน”: We need to ____ the projector before the meeting.
ดูคำตอบ
set up
and we are going to show you something called the liquid rope coil effect. การใช้คำ
0:23และเราจะให้พวกคุณดูสิ่งที่เรียกว่า ปรากฏการณ์การขดตัวของเชือกของเหลว (liquid rope coil effect)
I know this sounds a little strange, but ...: ยอมรับปฏิกิริยาก่อนเข้าสู่ประเด็นหลัก
“I know this sounds a little strange, but ...” เริ่มจากยอมรับปฏิกิริยาที่ผู้ฟังอาจมี แล้วจึงเปลี่ยนไปสู่ประเด็นหลัก I know แสดงว่าผู้พูดคาดว่าผู้ฟังอาจรู้สึกว่าแนวคิดนี้แปลก หน้าที่หลักของคำนี้ไม่ได้อยู่ที่การยืนยันว่าผู้พูดรู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง ข้อความหลัง but คือส่วนที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจ การเรียงข้อมูลแบบนี้ช่วยให้เสนอแนวคิดที่ไม่ธรรมดาได้ง่ายขึ้น เพราะผู้พูดยอมรับปฏิกิริยาของผู้ฟังไว้ก่อนแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับก่อนว่าแนวคิดอาจดูไม่ธรรมดา แล้วจึงเสนอแนวคิดหลักของผู้พูด?
- I know the meeting starts soon, and one minute is sixty seconds.
- I know this sounds a little strange, but let's start the meeting with one quiet minute.
- This sounds strange, so we should not discuss the proposal.
ดูคำตอบ
I know this sounds a little strange, but let's start the meeting with one quiet minute.
คำนามหลักใน liquid rope coil effect
Liquid rope coil effect เป็นชื่อปรากฏการณ์ทางกลศาสตร์ของไหลที่สายของเหลวข้นซึ่งไหลตกลงมาโค้งและทับถมเป็นวง ดูคล้ายเชือกที่กำลังขด rope เป็นเพียงการเปรียบเทียบรูปร่าง ไม่ได้หมายถึงเชือกจริง ในกลุ่มคำนามนี้ effect เป็นคำนามหลัก ซึ่งบอกว่าทั้งวลีเป็นชื่อของ “ผลหรือปรากฏการณ์” ชนิดหนึ่ง ส่วน liquid, rope และ coil ช่วยระบุให้แคบลงว่าเป็น effect แบบใด กลยุทธ์ที่มีประโยชน์ในการอ่านคำประสมภาษาอังกฤษที่ยาวคือหาคำหลักด้านขวาสุดก่อน แล้วค่อยอ่านย้อนมาทางซ้ายเพื่อเติมรายละเอียด
แบบฝึกหัด
ในคำนามประสม liquid rope coil effect คำใดเป็นคำนามหลักที่บอกประเภทโดยรวมของสิ่งนั้น?
- liquid
- effect
- rope
ดูคำตอบ
effect
How cool is that? ในฐานะปฏิกิริยาที่ตื่นเต้น
ในประโยคนี้ How cool is that? เป็นคำถามเชิงอุทาน โดย cool หมายถึง “ยอดเยี่ยม สนุก หรือน่าสนใจ” ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ โครงสร้าง How + adjective + be + subject? สามารถเปลี่ยนการประเมินให้เป็นปฏิกิริยาที่ชวนอีกฝ่ายมีส่วนร่วม ผู้พูดไม่ได้ถามระดับที่วัดได้ แต่กำลังแสดงความรู้สึกอย่างแรงกล้าและชวนผู้ฟังเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมปฏิกิริยาที่ตื่นเต้นด้วยสำนวนตรงตามบทเรียน: Our tiny robot can climb stairs. ____?
ดูคำตอบ
How cool is that
and basically the liquid is piling up. กริยาวลี
0:43และโดยพื้นฐานแล้วของเหลวมันกำลังกองทับถมกันอยู่
pile up: สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ในประโยคนี้ is piling up หมายถึงของเหลวกำลังรวมตัวอยู่ในจุดเดียวเมื่อมีของเหลวไหลเข้ามาเพิ่ม คำว่า up ชี้ถึงผลลัพธ์คือการสะสมที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน Pile up ใช้อธิบายสิ่งของที่จับต้องได้ และยังมักใช้กับงาน ใบเรียกเก็บเงิน ข้อความ หรือปัญหาที่สะสมต่อเนื่อง ซึ่งมักเพิ่มเร็วกว่าที่จะจัดการได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียน: Since the printer broke, unfinished worksheets have been ____.
ดูคำตอบ
piling up
So, we're going to get a little bit of high speed of it
0:48เราก็จะมาถ่ายภาพความเร็วสูงของมันสักหน่อย
but it turns out people have been studying this for 50 years. ไวยากรณ์
1:00แต่ปรากฏว่าผู้คนได้ศึกษาเรื่องนี้มาถึง 50 ปีแล้ว
กรอบหักมุม It's tempting to think ... but it turns out
กรอบคู่ “It's tempting to think ... but it turns out ...” ใช้จัดลำดับการแก้ไขความคิด ส่วนแรกเสนอแนวคิดที่ตอนแรกดูสมเหตุสมผล ส่วน but เป็นสัญญาณของการหักมุม และส่วนที่สองนำเสนอสิ่งที่หลักฐานหรือการตรวจสอบเปิดเผยในภายหลัง tempting ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามีใครจงใจล่อลวงอีกคน แต่หมายถึงข้อสรุปแรกชวนให้เราเชื่อได้ง่าย กรอบนี้นำไปใช้ได้เมื่อเปลี่ยนจากความคาดหมายตามสัญชาตญาณไปสู่ข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจแต่ได้รับการยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสองส่วนจากบทเรียน: ____ the shortest route will be fastest, ____ roadwork makes it slower.
ดูคำตอบ
It's tempting to think · but it turns out
have been studying this for 50 years: กิจกรรมที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
Have been studying เป็น present perfect continuous มีโครงสร้าง have + been + คำกริยารูป -ing เมื่อใช้กับ for 50 years จะวางจุดเริ่มต้นไว้ในอดีตและแสดงว่างานวิจัยดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รูป continuous เน้นกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่และระยะเวลาของกิจกรรมนั้น ไม่ได้เน้นจำนวนงานวิจัยที่เสร็จแล้ว รูปแบบ have/has been + -ing + for/since สามารถนำไปใช้เพื่อเชื่อมกิจกรรมในอดีตกับปัจจุบันได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ work: The scientists ____ on this project for ten years, and the work is still continuing.
ดูคำตอบ
have been working
To explain, let me show you ... ในฐานะคำเชื่อมการนำเสนอ
To explain บอกจุดประสงค์ของสิ่งที่จะตามมา โดยผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการเสนอปัญหาไปสู่การทำให้ปัญหานั้นชัดเจน Let me show you ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังการสาธิตหรือรายละเอียดที่มองเห็นได้ เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน จะเป็นคำเชื่อมที่บอกจุดประสงค์ก่อนแล้วจึงบอกวิธีอธิบาย ในที่นี้ let me เป็นวิธีดำเนินการนำเสนออย่างสุภาพ ไม่ใช่การขออนุญาตจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใน “To explain, let me show you the variables,” คำเชื่อมนี้ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าจะมีการอธิบายและนำผู้ฟังไปสู่ขั้นตอนภาพถัดไป
- บอกว่าผู้พูดไม่สามารถอธิบายหัวข้อนี้ได้
- ขออนุญาตผู้ฟังอย่างเป็นทางการเพื่อพูดต่อ
ดูคำตอบ
บอกว่าจะมีการอธิบายและนำผู้ฟังไปสู่ขั้นตอนภาพถัดไป
The coil and the tail together make up the total height h. กริยาวลี
1:09ขดลวดและหางรวมกันเป็นความสูงรวม h
make up ในความหมายว่า “ประกอบกันเป็นสิ่งทั้งหมด”
Make up หมายถึง “ประกอบกันเป็น” หรือ “ก่อเป็น” เมื่อประธานระบุส่วนประกอบและกรรมระบุสิ่งทั้งหมด ในประโยคนี้ the coil และ the tail คือสองส่วน ส่วน the total height h คือสิ่งทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ส่วนประกอบ + make up + สิ่งทั้งหมด: Five short chapters make up the book. ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบกับสิ่งทั้งหมดเป็นตัวกำหนดความหมายของ make up ในที่นี้ ไม่ใช่ความหมายอื่นของคำนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ประกอบกันเป็น”: In this survey, students under 12 ____ half of the group.
ดูคำตอบ
make up
mass flow rate: มวลที่ผ่านต่อหนึ่งหน่วยเวลา
ในประโยคนี้ mass flow rate หมายถึงมวลของวัสดุที่ผ่านจุดหรือพื้นที่หน้าตัดต่อหนึ่งหน่วยเวลา ในสัญกรณ์ของวิดีโอ ตัวอักษร q ใช้แทนตัวแปรที่วัดนี้ คำทั้งสามประกอบกันเป็นนามวลีทางเทคนิคหนึ่งชุด: mass ระบุว่าสิ่งที่วัดคือมวล flow สื่อถึงการเคลื่อนที่ และ rate เพิ่มมิติของเวลา ในที่นี้ rate หมายถึงปริมาณต่อหนึ่งหน่วยเวลา ไม่ใช่ราคาหรือการให้คะแนน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย mass flow rate?
- ราคาที่เรียกเก็บต่อวัสดุหนึ่งหน่วย
- มวลของของไหลที่ผ่านจุดหนึ่งในแต่ละวินาที
- ปริมาตรของของไหลที่ผ่านจุดหนึ่งในแต่ละวินาที
ดูคำตอบ
มวลของของไหลที่ผ่านจุดหนึ่งในแต่ละวินาที
and the initial radius at the top of the tail is called a sub zero.
1:16และรัศมีเริ่มต้นที่จุดสูงสุดของหางเรียกว่า a ซับศูนย์ (a sub zero)
We'll call the radius at the bottom a sub one
1:19เราจะเรียกรัศมีที่ด้านล่างว่า a ซับหนึ่ง (a sub one)
and the exciting part is the angular coiling frequency,
1:22และส่วนที่น่าตื่นเต้นคือความถี่เชิงมุมในการขดตัว
The fluid itself also has internal properties that we have to consider.
1:27ตัวของเหลวเองก็มีคุณสมบัติภายในที่เราต้องพิจารณาเช่นกัน
simply put viscosity is the measure of the thickness of a fluid. ลำดับความ
1:37พูดง่ายๆ คือ ความหนืดเป็นตัววัดความข้นของของเหลว
simply put: คำเชื่อมที่นำเข้าสู่การกล่าวใหม่แบบง่ายขึ้น
Simply put เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ครอบคลุมทั้งประโยค โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะกล่าวแนวคิดที่ซับซ้อนอีกครั้งด้วยภาษาที่ง่ายและเป็นวิชาการน้อยลง ในที่นี้ คำดังกล่าวกำหนดกรอบให้ข้อความทั้งหมดเกี่ยวกับความหนืด ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดถูก “วาง” ไว้ที่ใดในทางกายภาพ ถ้อยคำที่ทำให้ง่ายขึ้นช่วยให้เข้าใจ แต่ก็อาจละเงื่อนไขบางอย่างจากคำนิยามที่เคร่งครัดกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้ขึ้นต้นการกล่าวใหม่แบบง่ายขึ้น: "____, RAM is the computer's short-term workspace."
ดูคำตอบ
Simply put
Viscosity is the measure of a fluid to resist a shear or tensile stress.
1:41ความหนืดเป็นมาตรวัดของของเหลวในการต้านทานความเค้นเฉือนหรือความเค้นดึง
whereas kinematic viscosity is measured in stokes. ไวยากรณ์
1:48ในขณะที่ความหนืดจลนศาสตร์วัดเป็นหน่วยสโตกส์ (stokes)
Whereas สำหรับการเปรียบต่างระหว่างอนุประโยคอย่างแม่นยำ
Whereas เชื่อมอนุประโยคสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกันและแสดงความแตกต่างอย่างตรงไปตรงมา ในที่นี้แต่ละอนุประโยคระบุหน่วยที่ใช้กับความหนืดคนละประเภท จึงทำให้ผู้อ่านสนใจความแตกต่างระหว่าง poise กับ stokes ในการใช้นี้ whereas หมายถึง “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ใช่ “ในเวลาที่” รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ A has or does X, whereas B has or does Y
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้ให้แสดงความแตกต่างอย่างแม่นยำและเป็นทางการ? The desktop version stores files locally, ___ the web version saves them in the cloud.
- because
- unless
- therefore
- whereas
ดูคำตอบ
whereas
Kinematic viscosity is also referred to as the diffusivity of momentum วลี
1:52ความหนืดจลนศาสตร์ยังถูกเรียกว่าความสามารถในการแพร่กระจายโมเมนตัม
Also referred to as สำหรับการบอกชื่ออื่น
Is referred to as เป็นรูปแบบการตั้งชื่อในรูปถูกกระทำ โดย X is referred to as Y หมายถึงผู้คนเรียกหรืออธิบาย X ด้วยชื่อ Y ในที่นี้วลีดังกล่าวนำเสนอ the diffusivity of momentum เป็นอีกคำหนึ่งสำหรับ kinematic viscosity Also บอกว่านี่เป็นชื่อเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องมาแทนชื่อแรก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ X is also referred to as Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนตั้งชื่อรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการที่หมายถึง is called In technical manuals, this safety switch is also ____ the emergency cutoff.
ดูคำตอบ
referred to as
obviously the molasses honey mixture is the most viscous.
2:01ชัดเจนว่าส่วนผสมของกากน้ำตาลและน้ำผึ้งนั้นหนืดที่สุด
But if you're like me and you want to understand what's going on กริยาวลี
2:08แต่ถ้าคุณเป็นเหมือนฉัน และคุณอยากเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
going on ในความหมายว่า “กำลังเกิดขึ้น”
ใน what's going on คำว่า going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” คำถามทั้งประโยคถามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นหรือสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ไม่ได้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” ใช้ what is หรือ what's going on เพื่อถามถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน น่าประหลาดใจ หรือกำลังเกิดขึ้นอยู่ เมื่อพูดกับบุคคล What's going on? ยังใช้ถามได้ด้วยว่าเขาเป็นอะไร หรือเชิญให้เขาอธิบายสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น”: I heard a loud crash upstairs. What's ____?
ดูคำตอบ
going on
What you're looking at here are the four different types of flow
2:13สิ่งที่คุณกำลังดูอยู่ที่นี่คือรูปแบบการไหล 4 ประเภทที่แตกต่างกัน
that scientists can describe using the variables that we defined earlier.
2:15ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้โดยใช้ตัวแปรที่เรากำหนดไว้ก่อนหน้านี้
The way it works is as h or the height that the fluid is dropped from is relatively small,
2:22วิธีการทำงานของมันคือ เมื่อ h หรือความสูงที่ของเหลวตกลงมานั้นค่อนข้างน้อย
because the fluid has to get out of the way of itself. สำนวน
2:30เพราะของเหลวต้องหลบทางให้กับตัวมันเอง
get out of the way of itself: หลบออกจากทางของตัวมันเอง
Get out of the way of หมายถึง “ขยับหลบหรือเลิก占พื้นที่ เพื่อให้บุคคลหรือสิ่งอื่นผ่านได้” ในที่นี้มีการอธิบายของไหลราวกับว่าส่วนหนึ่งของมันต้องเปิดพื้นที่ให้กับอีกส่วนหนึ่งของของไหลเดียวกัน สรรพนามสะท้อน itself ย้อนกลับไปหา the fluid ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์ นี่คือการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยให้กระบวนการทางกายภาพมีการกระทำแบบมนุษย์เพื่อให้นึกภาพการเคลื่อนตัวได้ง่าย ไม่ได้บอกว่าของไหลมีเจตนา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ขยับหลบเพื่อให้ผู้อื่นผ่านได้”: On the narrow path, we stopped to ____ the hikers behind us.
ดูคำตอบ
get out of the way of
is that it doesn't even include the kinematic viscosity of the fluid.
2:37คือมันไม่ได้รวมเอาความหนืดจลนศาสตร์ของของเหลวเข้าไปด้วยซ้ำ
โครงสร้าง the interesting thing about X is that Y
โครงสร้าง the interesting thing about X is that Y แบ่งสารออกเป็นสองส่วน X หลัง about ระบุหัวข้อ ส่วนอนุประโยคสมบูรณ์หลัง is that ระบุข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ ในประโยคนี้ สมการคือหัวข้อ ขณะที่การที่สมการไม่มีความหนืดจลน์เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกเน้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อพาผู้ฟังหรือผู้อ่านจากหัวข้อไปยังข้อสังเกตเฉพาะหนึ่งข้อที่คุณต้องการบอกว่าน่าสนใจ น่าประหลาดใจ หรือควรให้ความสนใจ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมาย The interesting thing about X is that Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ this battery ____ it can recharge in ten minutes.
ดูคำตอบ
The interesting thing about · is that
That's interesting seeing how it's called the viscous flow regime. ไวยากรณ์
2:40มันน่าสนใจนะ เมื่อพิจารณาว่ามันถูกเรียกว่าระบบการไหลแบบหนืด
seeing how ในฐานะคำเชื่อมบอกเหตุผล
ในประโยคนี้ seeing how มีความหมายเท่ากับ considering that หรือ because ข้อเท็จจริงที่ว่าสิ่งนี้เรียกว่า viscous flow regime อธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงพูดว่า That's interesting กล่าวคือ วลีนี้นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนการประเมินดังกล่าว ในการใช้นี้ seeing how ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ it's called... ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นบางสิ่งตามตัวอักษร และแตกต่างจาก seeing how to + คำกริยา ซึ่งหมายถึงการสังเกตหรือเรียนรู้วิธีทำสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใน "That's interesting seeing how it's called the viscous flow regime," seeing how ทำหน้าที่อะไร?
- บรรยายว่ามีคนกำลังมองดูตอนที่มีการตั้งชื่อเขตการไหล
- ถามว่าเขตการไหลนี้ได้รับการตั้งชื่ออย่างไร
- นำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุผลสนับสนุนการประเมิน
ดูคำตอบ
นำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุผลสนับสนุนการประเมิน
the second condition we're talking about here is called the gravitational flow regime.
2:44สภาวะที่สองที่เรากำลังพูดถึงที่นี่เรียกว่า ระบบการไหลจากแรงโน้มถ่วง (gravitational flow regime)
gravity begins to take over and stretch the fluid. กริยาวลี
2:51แรงโน้มถ่วงจะเริ่มเข้ามามีบทบาทและยืดของเหลวออก
take over: กลายเป็นแรงหลัก
ในประโยคนี้ take over หมายความว่าแรงโน้มถ่วงเริ่มกลายเป็นอิทธิพลทางกายภาพหลักที่กระทำต่อของไหล ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบตำแหน่งหรือกรรมสิทธิ์ตามตัวอักษร โครงสร้าง X takes over ใช้บอกได้ว่าแรง กระบวนการ บุคคล หรือระบบมีอิทธิพลมากขึ้นหรือเข้าควบคุม โดยมักสื่อว่าก่อนหน้านั้นมีอิทธิพลอื่นที่เหนือกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลหลัก: As the storm intensified, the wind began to ____ and drive the waves.
ดูคำตอบ
take over
basically the viscosity of the fluid is resisting that stretching
2:55โดยหลักแล้วความหนืดของของเหลวกำลังต้านทานการยืดตัวนั้น
and that's why the equation there shows that kinematic viscosity starts to come into play. สำนวน
2:58และนั่นคือเหตุผลที่สมการตรงนั้นแสดงให้เห็นว่าความหนืดจลนศาสตร์เริ่มเข้ามามีผล
come into play: เริ่มเกี่ยวข้องหรือเริ่มมีบทบาท
ในที่นี้ come into play หมายถึงเริ่มส่งผลต่อผลลัพธ์หรือเริ่มเกี่ยวข้องกับคำอธิบาย ความหนืดจลน์มีความสำคัญขึ้นเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป โดย play ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเกมหรือดนตรี โครงสร้าง factor + comes/starts to come into play มีประโยชน์ในการวิเคราะห์เมื่อปัจจัยหนึ่งเคยไม่สำคัญหรือไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา แต่ตอนนี้จำเป็นต้องรวมไว้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงเริ่มเกี่ยวข้องหรือมีความสำคัญ: Once the project moves overseas, different tax rules ____.
ดูคำตอบ
come into play
That's where the coiling becomes uniform and stable.
3:03นั่นคือจุดที่การขดตัวจะมีความสม่ำเสมอและคงที่
That's the exact condition that we were filming with the high speed camera earlier.
3:06นั่นคือสภาวะที่แน่นอนที่เราถ่ายทำด้วยกล้องความเร็วสูงเมื่อก่อนหน้านี้
The third condition we're going to talk about is called the inertial regime.
3:10สภาวะที่สามที่เราจะพูดถึงเรียกว่า ระบบความเฉื่อย (inertial regime)
what happens is that fluid becomes very fast and very very skinny.
3:16สิ่งที่เกิดขึ้นคือของเหลวจะไหลเร็วมากและเรียวเล็กลงมากๆ
you notice in the equation that the radius of the coil at the bottom
3:20คุณสังเกตในสมการว่า รัศมีของขดลวดที่ด้านล่าง
is factored into the denominator and raised to the 10th power. การใช้คำ
3:24ถูกนำไปเป็นตัวประกอบในตัวส่วนและยกกำลัง 10
be factored into the denominator: ถูกนำมารวมเป็นตัวประกอบในตัวส่วน
ในโครงสร้างกรรมวาจกนี้ X is factored into Y หมายถึง X ถูกนำมารวมเป็นปัจจัยหนึ่งเมื่อสร้างหรือคำนวณ Y ในที่นี้ รัศมีถูกนำไปรวมในตัวส่วน ซึ่งเป็นส่วนล่างของเศษส่วน factor ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “ตัวประกอบ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be factored into + calculation/result/decision ซึ่งหมายถึงถูกนำมาคำนึงถึงในฐานะส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชิงเทคนิคที่หมายถึง “ถูกรวมเป็นตัวประกอบในส่วนล่างของเศษส่วน”: The radius ____ before the value is calculated.
ดูคำตอบ
is factored into the denominator
be raised to the 10th power: ถูกยกกำลังสิบ
Be raised to the 10th power เป็นรูปกรรมวาจกของ raise X to the 10th power โดยบอกว่า 10 คือเลขชี้กำลัง นั่นคือปริมาณนั้นถูกคูณด้วยตัวเองสิบครั้ง ในที่นี้ raised ไม่ได้หมายถึงถูกยกขึ้นทางกายภาพ และ power หมายถึงเลขชี้กำลัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X raised to the nth power เช่น y raised to the third power
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนมาตรฐานที่กำหนดให้รัศมีมีเลขชี้กำลังเป็น 10: In the formula, the radius is ____.
ดูคำตอบ
raised to the 10th power
the smaller ..., the higher ...: โครงสร้างเปรียบเทียบแบบเป็นคู่
รูปแบบ “the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ...” เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงเข้าด้วยกัน ในที่นี้ ยิ่งรัศมีเล็กลง ความถี่ในการขดตัวยิ่งสูงขึ้น ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายตายตัวของความสัมพันธ์เชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะ อนุประโยคแรกระบุการเปลี่ยนแปลงหนึ่งอย่าง ส่วนอนุประโยคที่สองระบุการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกัน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่โดยใช้รูปขั้นกว่าของ large และ long: ____ the file gets, ____ it takes to download.
ดูคำตอบ
The larger · the longer
All we know is that ...: การจำกัดสิ่งที่ทราบแน่นอน
“All we know is that ...” หมายถึง “สิ่งเดียวที่เราพูดได้อย่างแน่นอนคือ ...” ในประโยคนี้ ข้อความหลัง “that” ถูกนำเสนอว่าเป็นขอบเขตทั้งหมดของความรู้ในขณะนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหนึ่งในหลายข้อ ในทางไวยากรณ์ “all we know” เป็นประธาน “is” เชื่อมประธานนั้นเข้ากับอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “that” และ “that” นำเข้าสู่ข้อเท็จจริงที่ทราบ ผู้พูดใช้รูปแบบนี้เพื่อแบ่งเขตระหว่างข้อมูลที่ยืนยันแล้วกับสิ่งที่ยังไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อเท็จจริงเพียงข้อเดียวที่ได้รับการยืนยัน: ____ the server stopped responding after midnight.
ดูคำตอบ
All we know is that
Everything goes out the window: กฎเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป
สำนวน everything goes out the window หมายความว่า กฎ แผน ความคาดหวัง หรือแบบจำลองที่ใช้กันอยู่ จู่ ๆ ก็ไม่น่าเชื่อถือหรือใช้ไม่ได้อีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดเคลื่อนออกไปทางหน้าต่างจริง ๆ คำว่า everything ในที่นี้เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ เพื่อรวบหมายถึงรูปแบบที่เคยคงที่ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทุกอย่างที่มีอยู่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X goes out the window โดย X คือสิ่งที่หมดประโยชน์หรือใช้ไม่ได้เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึงกฎตามปกติทั้งหมดใช้ไม่ได้อีกต่อไป: When the system enters this unstable phase, ____.
ดูคำตอบ
everything goes out the window
to some erratic figure eight pattern or something stranger.
3:45ไปเป็นรูปแบบเลขแปดที่ผิดปกติ หรือสิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า
All of a sudden: จู่ ๆ
All of a sudden เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง suddenly หรือ “โดยไม่มีสัญญาณเตือน” วลีนี้บอกผู้ฟังว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด โดย all of ในที่นี้ไม่ได้คงความหมายตามปกติที่ใช้บอกปริมาณ วลีทั้งชุดมักใช้เกริ่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉับพลัน และวางได้ทั้งต้นประโยคหรือกลางประโยค เมื่อเทียบกับ suddenly เพียงคำเดียว วลีนี้มักฟังเป็นภาษาสนทนาและมีลักษณะเล่าเรื่องมากกว่า แต่ความหมายพื้นฐานเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวสี่คำที่หมายถึง suddenly: The room was quiet. ____, everyone started cheering.
ดูคำตอบ
All of a sudden
ใช้ go from X to Y เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ
Go from X to Y หมายถึงประธานเปลี่ยนจากสภาวะ X ไปเป็นสภาวะ Y ในที่นี้ go ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด แต่หมายถึงรูปทรงที่สังเกตเห็นเปลี่ยนจากการขดตัวที่คงที่เป็นรูปเลขแปดที่ไม่สม่ำเสมอ โครงสร้างนี้วางสภาวะเริ่มต้นไว้หลัง from และวางสภาวะสุดท้ายไว้หลัง to ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพ พฤติกรรม ตัวเลข หรือรูปลักษณ์ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย go from ... to ...: The sky can ____ bright blue ____ dark gray in a few minutes.
ดูคำตอบ
go from · to
ใช้ some sort of เพื่อบอกชนิดที่ไม่ระบุแน่ชัด
Some sort of หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชนิดอย่างแน่ชัด ในประโยคนี้ ผู้พูดมองเห็นรูปแบบบางอย่าง แต่ไม่สามารถบอกชื่อหรืออธิบายได้ชัดเจนว่าเป็นรูปแบบอะไร วลีนี้ช่วยลดความหนักแน่นของข้อสรุป โดยบอกเพียงว่าดูเหมือนจะมีรูปแบบบางอย่าง แทนที่จะยืนยันว่าจัดประเภทได้อย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้พูดสังเกตเห็นเสียง แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นเสียงอะไร
- I cannot hear any sound inside the wall.
- I hear some sort of scratching inside the wall.
- I know the sound is a mouse scratching inside the wall.
ดูคำตอบ
I hear some sort of scratching inside the wall.
It's very interesting and there's been a very complex study done on it
4:00มันน่าสนใจมากและมีการศึกษาที่ซับซ้อนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
and I'll leave a link in the description to that
4:03และฉันจะทิ้งลิงก์ไว้ในคำอธิบายสำหรับงานวิจัยนั้น
I think it's amazing that we as humans can conquer so many things about the world around us,
4:07ฉันคิดว่ามันน่าทึ่งนะ ที่มนุษย์อย่างเราสามารถพิชิตหลายๆ สิ่งในโลกที่อยู่รอบตัวเราได้
If you're interested in knowing why I did this video, ไวยากรณ์
4:13ถ้าคุณสนใจอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงทำวิดีโอนี้
interested in knowing: in + gerund
Be interested in หมายถึง “สนใจบางสิ่ง” หรือ “อยากรู้เกี่ยวกับบางสิ่งมากขึ้น” ในประโยคนี้ in เป็นคำบุพบท ดังนั้น knowing จึงเป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be interested in + คำนามหรือรูป -ing: interested in science; interested in knowing why หลัง in ไม่ควรตามด้วยกริยารูปพื้นฐานหรือ infinitive โดยตรง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ know เพื่อเติมโครงสร้าง be interested in + -ing ให้สมบูรณ์: “Lena is interested in ____ why the lights turn on automatically.”
ดูคำตอบ
knowing
got weird in a hurry: กลายเป็นเรื่องแปลกอย่างรวดเร็ว
โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ โดยทั่วไปหมายถึง “กลายเป็นหรืออยู่ในสภาพตามคำคุณศัพท์นั้น” ในที่นี้ got weird หมายถึงสถานการณ์หรือบทสนทนากลายเป็นเรื่องแปลก in a hurry ขยายการเปลี่ยนแปลงและในที่นี้หมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก” ไม่ใช่ “ระหว่างที่ใครบางคนกำลังรีบ” ทั้งวลีเป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและมักมีอารมณ์ขัน เพื่อชี้ว่าสิ่งต่าง ๆ หันไปในทิศทางที่คาดไม่ถึงอย่างกะทันหัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The friendly interview got weird in a hurry,” เกิดอะไรขึ้น?
- การสัมภาษณ์กลายเป็นเรื่องแปลกอย่างรวดเร็วมาก
- ผู้สัมภาษณ์มาสายและต้องรีบ
- การสัมภาษณ์ยังคงแปลกอยู่เป็นเวลานาน
ดูคำตอบ
การสัมภาษณ์กลายเป็นเรื่องแปลกอย่างรวดเร็วมาก
คำถามท้ายประโยค didn't it?
ใน “didn't it?” คำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธตามหลังข้อความยืนยันในอดีต “that got weird” โดย did ใช้ให้ตรงกับกาลอดีต จากนั้นเปลี่ยนเป็นรูปปฏิเสธ didn't และใช้ it อ้างกลับไปที่ that ตรงนี้ผู้พูดไม่ได้ต้องการข้อมูลใหม่เป็นหลัก แต่ใช้คำถามท้ายประโยคเพื่อชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าสถานการณ์เปลี่ยนเป็นเรื่องแปลกอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ตรงกันให้สมบูรณ์: “The game ended early, ____?”
ดูคำตอบ
didn't it
Every single day you can check out the liquid rope coil effect in your own shower.
4:20ในทุกๆ วัน คุณสามารถสังเกตปรากฏการณ์การขดตัวของเชือกของเหลวได้ในห้องน้ำของคุณเอง
คำกริยาเชิงเทคนิคใน throttle the flow rate
ใน “throttle the flow rate” คำว่า throttle เป็นคำกริยาทางเทคนิค หมายถึงตั้งใจจำกัดหรือควบคุมปริมาณของเหลวที่ไหลผ่านระบบ มักสื่อถึงการลดการไหลลงจากระดับที่สูงกว่าหรือระดับสูงสุด กรรมของคำกริยาคือ flow rate หรือปริมาณที่ไหลในช่วงเวลาหนึ่ง ตรงนี้ throttle ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ควบคุมทางกายภาพ และไม่ได้มีความหมายรุนแรงว่า “จับหรือบีบคอคน”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The server throttles traffic during busy periods,” คำว่า throttles หมายถึงอะไร
- ส่งข้อมูลทั้งหมดให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
- ตั้งใจจำกัดปริมาณการรับส่งข้อมูล
- วัดปริมาณการรับส่งข้อมูลโดยไม่เปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
ตั้งใจจำกัดปริมาณการรับส่งข้อมูล
you lock in on the liquid rope coil effect. กริยาวลี
4:33คุณล็อกเข้ากับปรากฏการณ์การขดตัวของเชือกของเหลว
ใช้ lock in on เพื่อจับเป้าหมาย
ในประโยคนี้ lock in on หมายถึงการจับเป้าหมายที่ชัดเจนและรักษาการปรับให้จดจ่ออยู่กับเป้าหมายนั้น เมื่ออัตราการไหลและความสูงเหมาะสม รูปแบบการขดตัวของเส้นเชือกของเหลวที่ต้องการก็จะคงที่และมองเห็นได้ง่าย โครงสร้างคือ lock in on + เป้าหมาย ในที่นี้ on นำหน้า “the liquid rope coil effect” และไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดถูกล็อกไว้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “จับเป้าหมายและรักษาจุดโฟกัสไว้”: After a brief search, the telescope will ____ the planet.
ดูคำตอบ
lock in on
You can change things and see how the variables affect its action.
4:38คุณสามารถเปลี่ยนสิ่งต่างๆ และดูว่าตัวแปรส่งผลต่อการทำงานของมันอย่างไร
I'm not responsible for any extra shampoo you end up using. กริยาวลี
4:42ฉันไม่รับผิดชอบต่อแชมพูส่วนเกินที่คุณเผลอใช้ไปนะ
End up + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย
“End up using” หมายถึง “สุดท้ายก็ใช้” หลังจากผ่านกระบวนการบางอย่าง โดยมักสื่อถึงผลลัพธ์ที่ไม่ได้วางแผน ไม่คาดคิด หรือไม่ค่อยน่าพอใจ มุกนี้คาดว่าการทดลองอาจทำให้ผู้ชมใช้แชมพูมากกว่าที่ตั้งใจไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ end up + -ing เช่น end up using, end up waiting และ end up spending ให้เปลี่ยน end ตามกาลที่ต้องการ เช่น ended up using
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ end up ตามด้วย arrive เพื่อเติมประโยค: We took the wrong train and ____ at the conference two hours late.
ดูคำตอบ
ended up arriving
คำบอกลาแบบกันเอง Have a good one.
“Have a good one.” เป็นคำบอกลาแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการที่ใช้ปิดบทสนทนา ในคำบอกลานี้ one ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ใช้แทนช่วงเวลาหลังจากนี้อย่างกว้าง ๆ เช่น เวลาที่เหลือของวัน ช่วงเย็น หรือสุดสัปดาห์ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดอวยพรอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องระบุว่าเป็นช่วงเวลาใด ให้เข้าใจจากสถานการณ์ว่าเป็นการบอกว่า “ขอให้มีความสุขกับเวลาที่เหลือของวันหรือช่วงเวลาหลังจากนี้”
แบบฝึกหัด
เติมคำบอกลาแบบกันเองด้วยวลีเป้าหมายที่มีความหมายว่า “ขอให้มีความสุขกับเวลาที่เหลือของวันหรือช่วงเวลาหลังจากนี้”: Thanks for stopping by. ____.
ดูคำตอบ
Have a good one