ลอการิทึม อธิบายให้เข้าใจง่าย - Steve Kelly: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
449 คำ 171 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายลอการิทึมด้วยการแปลงไปมาระหว่างรูปเลขยกกำลังกับรูปลอการิทึม พร้อมตัวอย่างฐาน 10 และฐาน 2 จากนั้นจึงใช้ลอการิทึมฐาน 10 ที่มีเครื่องหมายลบกับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน เพื่อแสดงว่าเหตุใดน้ำในสระที่มี pH 7.4 จึงอาจสบายตา แต่ pH 8.4 อาจทำให้ตาคันและแดงได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. raise it to a power P — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้กลุ่มคำมาตรฐานทางคณิตศาสตร์ที่ใช้บอกว่าฐานถูกยกกำลังด้วยเลขชี้กำลังหนึ่ง ๆ เมื่อจำรูปแบบนี้ได้ ผู้เรียนจะตามคำอธิบายที่เปลี่ยนโจทย์ลอการิทึมเป็นคำถามว่า ต้องยกฐานเป็นกำลังเท่าใดจึงจะได้จำนวนที่กำหนด 2. hydrogen ion concentration or H plus. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่า H plus ในวิชาเคมีหมายถึงไฮโดรเจนไอออน H+ และใช้ความเข้มข้นของมันคำนวณค่า pH จึงเชื่อมคำศัพท์วิทยาศาสตร์นี้กับคำอธิบายเรื่องน้ำในสระและการระคายเคืองตาได้ 3. even be used instead of eye drops — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่าประโยคปิดเป็นการกล่าวเกินจริงอย่างขบขันและย้อนกลับไปหาปัญหาตอนต้น ความหมายคือ ลอการิทึมช่วยตรวจหาปัญหาเกี่ยวกับ pH ไม่ได้หมายความว่าคณิตศาสตร์ใช้แทนยาหยอดตาหรือการรักษาได้จริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

How does the difference between .0000000398

0:15

ความแตกต่างระหว่าง 0.0000000398

and .0000000398

0:20

และ 0.0000000398

cause one to have red eyes after swimming? ไวยากรณ์

0:26

ทำให้ตาแดงหลังจากว่ายน้ำได้อย่างไร?

ไวยากรณ์

cause one to have: cause + กรรม + to-infinitive

ในที่นี้ cause เป็นคำกริยาในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive กรรมระบุคนหรือสิ่งที่ได้รับผล ส่วน infinitive ระบุการกระทำหรือสภาวะที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ใน cause one to have red eyes คำว่า one คือผู้ที่ได้รับผล และ to have red eyes คือสภาวะที่เกิดขึ้น one ในที่นี้เป็นคำสรรพนามแบบทั่วไปที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “คนคนหนึ่ง” หรือ “ใครก็ตาม” ไม่ใช่เลข 1

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ wake up หลัง cause: The loud alarm caused everyone ____ suddenly.

ดูคำตอบ

to wake up

To answer this, ลำดับความ

0:28

เพื่อตอบคำถามนี้

we first need a way of dealing with rather small numbers วลี

0:29

ก่อนอื่นเราต้องมีวิธีจัดการกับตัวเลขที่ค่อนข้างเล็ก

or in some cases extremely large numbers.

0:31

หรือในบางกรณีเป็นตัวเลขที่ใหญ่มาก

ลำดับความ

To answer this: เชื่อมคำถามกับขั้นตอนถัดไป

To answer this เป็นวลีบอกจุดประสงค์ หมายถึง “เพื่อตอบคำถามที่เพิ่งกล่าวถึง” โดย this ย้อนกลับไปอ้างถึงคำถามนั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเชื่อมคำถามเข้ากับวิธีการ ข้อมูล หรือขั้นตอนแรกที่จะตามมา ในที่นี้ we first need ใช้เกริ่นสิ่งที่ต้องทำก่อนจึงจะให้คำตอบได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมคำถามก่อนหน้าเข้ากับขั้นตอนแก้ปัญหาถัดไปได้ดีที่สุด

  1. For example, this evidence comes from a recent study.
  2. To answer this, we need to examine the evidence first.
  3. To change the subject, let's discuss tomorrow's schedule.
ดูคำตอบ

To answer this, we need to examine the evidence first.

วลี

a way of dealing with + คำนาม

a way of dealing with + คำนาม หมายถึง “วิธีหนึ่งในการจัดการบางสิ่ง” คำบุพบท of ต้องตามด้วยรูป -ing คือ dealing และ with ใช้นำสิ่งที่ถูกจัดการ ในประโยคนี้ dealing with หมายถึงการทำงานกับจำนวนที่ค่อนข้างเล็กหรือใหญ่มาก นอกจากนี้ยังใช้กับข้อมูล งาน ข้อร้องเรียน และสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือไม่ใช่มนุษย์ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a way of dealing with ได้ถูกต้องเพื่อบอกวิธีจัดการข้อมูล

  1. We need a reliable way of dealing with large amounts of data.
  2. We need a reliable way of dealing large amounts of data.
  3. We need a reliable way of deal with large amounts of data.
ดูคำตอบ

We need a reliable way of dealing with large amounts of data.

This leads us to the concept of logarithms. ลำดับความ

0:34

สิ่งนี้นำเราไปสู่แนวคิดของลอการิทึม

ลำดับความ

This leads us to + หัวข้อใหม่

This leads us to + นามวลี ใช้ this เพื่อสรุปประเด็นก่อนหน้า และนำเสนอสิ่งที่ตามมาเป็นหัวข้อถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ ในตัวอย่างนี้ ความจำเป็นที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นเหตุผลให้นำเสนอแนวคิดเรื่องลอการิทึม lead ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่จริง ๆ วลีนี้เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนหัวข้อที่ใช้บ่อยในบทเรียน การนำเสนอ และงานเขียนเชิงอธิบาย

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้คำเชื่อมนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากข้อค้นพบไปสู่หัวข้อสนทนาใหม่

  1. Our study found that many pipes are leaking. This leads to us an important question: how can cities use less water?
  2. Our study found that many pipes are leaking. This leads us to an important question: how can cities use less water?
  3. Our study found that many pipes are leaking. This leads us an important question: how can cities use less water?
ดูคำตอบ

Our study found that many pipes are leaking. This leads us to an important question: how can cities use less water?

Well, what are logarithms?

0:36

แล้วลอการิทึมคืออะไรล่ะ?

Let's take the base number B

0:38

ลองเอาตัวเลขฐาน B

and raise it to a power P วลี

0:39

และยกกำลัง P

วลี

raise it to a power P: โครงสร้าง raise ... to ในคณิตศาสตร์

ในประโยคคณิตศาสตร์นี้ raise it to a power P หมายถึงใช้ P เป็นเลขชี้กำลังของฐาน B จึงได้ B ยกกำลัง P คำสรรพนาม it หมายถึง B และ P ระบุกำลังหรือเลขชี้กำลัง โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ raise + จำนวนหรือนิพจน์ + to + กำลัง ในที่นี้ raise หมายถึงการยกกำลัง ไม่ใช่การยกสิ่งของขึ้นหรือขึ้นราคา

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง raise ... to: ____ four ____ the third power, then subtract one.

ดูคำตอบ

Raise · to

like 2 to the 3rd power การใช้คำ

0:41

เหมือน 2 ยกกำลัง 3

การใช้คำ

to the 3rd power: การอ่านเลขชี้กำลัง

โครงสร้าง ฐาน + to the + เลขลำดับ + power ใช้บอกเลขชี้กำลัง ใน 2 to the 3rd power เลข 2 คือฐานและเลข 3 คือเลขชี้กำลัง ดังนั้นนิพจน์นี้จึงหมายถึงผลคูณของเลข 2 จำนวนสามตัว รูปเขียน 3rd ต้องอ่านว่า third ไม่ใช่ three สำหรับเลขชี้กำลัง 2 และ 3 ภาษาอังกฤษมักใช้ squared และ cubed ได้เช่นกัน แต่ to the second power และ to the third power เป็นไปตามโครงสร้างทั่วไป

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ตรงกับสิ่งที่ได้ยินทุกคำ โดยเน้นแยก third กับ fourth

  1. Please calculate two to the third power.
  2. Please calculate two to the fourth power.
ดูคำตอบ

Please calculate two to the third power.

and have it equal a number N.

0:43

และให้มันเท่ากับตัวเลข N

We get an exponential equation

0:45

เราจะได้สมการเอกซ์โพเนนเชียล

B raised to the P power equals N.

0:47

B ยกกำลัง P เท่ากับ N

In our example,

0:49

ในตัวอย่างของเรา

that'd be 2 raised to the 3rd power

0:49

นั่นก็คือ 2 ยกกำลัง 3

equals 8.

0:51

เท่ากับ 8

The exponent P

0:53

เลขชี้กำลัง P

is said to be the logarithm of the number N. ไวยากรณ์

0:53

ถูกเรียกว่าลอการิทึมของตัวเลข N

ไวยากรณ์

is said to be: การรายงานแบบถูกกระทำโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

is said to be เป็นโครงสร้างการรายงานแบบถูกกระทำ ในที่นี้ โครงสร้างนี้บอกว่าปริมาณที่กำลังกล่าวถึงเรียกหรือถือว่าเป็นลอการิทึมของ N โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้กล่าว ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังพูดออกมาจริง ๆ รูปแบบคือ ประธาน + be + said + to be + ส่วนเติมเต็ม คำหลัง to be ใช้ระบุหรือบรรยายประธาน โครงสร้างนี้ใช้เสนอคำนิยามอย่างเป็นทางการที่ยอมรับกัน หรือรายงานความเชื่อทั่วไปโดยยังคงเน้นที่ประธานได้

แบบฝึกหัด

เติมการรายงานแบบเป็นทางการด้วยโครงสร้างถูกกระทำที่สร้างจาก said: The painting ____ the artist's final work.

ดูคำตอบ

is said to be

Most of the time, วลี

0:57

ส่วนใหญ่แล้ว

this would be written log base B of a number ไวยากรณ์

0:57

สิ่งนี้จะเขียนว่า ลอการิทึมฐาน B ของตัวเลข

equals P the power.

1:01

เท่ากับเลขชี้กำลัง P

วลี

Most of the time: บอกกฎที่มักเป็นจริงแต่ไม่ตายตัว

Most of the time หมายถึง “โดยปกติ” หรือ “ในสถานการณ์ส่วนใหญ่” โดยสื่อถึงความถี่ ไม่ใช่ความยาวของช่วงเวลาหนึ่ง เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา หมายความว่าสัญลักษณ์นี้เป็นวิธีเขียนตามปกติ แต่อาจมีข้อยกเว้นได้ วลีนี้ช่วยให้กฎมีความแม่นยำแทนที่จะฟังดูตายตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “โดยปกติ แต่ไม่เสมอไป”: ____, the park is quiet before breakfast.

ดูคำตอบ

Most of the time

ไวยากรณ์

would be written: การอธิบายรูปแบบคณิตศาสตร์ตามแบบแผน

would be written ประกอบด้วย would + be + กริยาช่องที่สาม written เป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำ ใช้แสดงว่าความสัมพันธ์หรือนิพจน์จะถูกเขียนในรูปใดตามกฎหรือกรอบที่กำลังอธิบาย โดยเน้นรูปแบบที่เขียน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้เขียน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์แบบเลขยกกำลังให้เป็นสัญกรณ์ลอการิทึม would จึงนำเสนอรูปแบบที่จะใช้ตามแบบแผนที่กำลังอธิบาย ไม่ได้หมายถึงความปรารถนา

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่อธิบายว่านิพจน์จะอยู่ในรูปใดภายใต้แบบแผนสัญกรณ์

  1. Under this notation rule, the expression would be write as x squared.
  2. Under this notation rule, the expression would be written as x squared.
  3. Under this notation rule, the expression would written as x squared.
ดูคำตอบ

Under this notation rule, the expression would be written as x squared.

This is starting to sound a bit confusing with all the variables. น้ำเสียง/เจตนา

1:03

ฟังดูเริ่มจะสับสนนิดหน่อยกับตัวแปรทั้งหมดเหล่านี้

น้ำเสียง/เจตนา

This is starting to sound a bit confusing: การพูดถึงความซับซ้อนอย่างนุ่มนวล

This is starting to sound a bit confusing หมายความว่าคำอธิบายเริ่มฟังแล้วตามได้ยากขึ้น starting to ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเริ่มเกิดขึ้น ส่วน sound ใช้อธิบายความรู้สึกหรือความประทับใจที่คำอธิบายสร้างให้ผู้ฟัง ผู้พูดกำลังยอมรับอย่างนุ่มนวลว่าตัวแปรจำนวนมากอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนักใจ โดยมักจะพูดประโยคนี้ก่อนยกตัวอย่างหรืออธิบายให้ง่ายขึ้น a bit ช่วยลดความแรงของการประเมิน ไม่ได้หมายความว่าความสับสนจะมีเพียงเล็กน้อยเสมอไป

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในการประชุม คุณต้องการบอกว่าคำอธิบายเริ่มตามได้ยาก แต่ไม่อยากฟังดูตรงเกินไป ประโยคนี้เป็นธรรมชาติไหม This is starting to sound a bit confusing

  1. ไม่เป็นธรรมชาติ
  2. เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

เป็นธรรมชาติ

So,

1:06

ดังนั้น

let's show this with an example.

1:06

เรามาแสดงสิ่งนี้ด้วยตัวอย่างกัน

What is the value of log base 10 of 10,000? วลี

1:08

ค่าของลอการิทึมฐาน 10 ของ 10,000 คือเท่าไหร่?

วลี

การใช้ What is the value of ...? เพื่อถามผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์

What is the value of ...? เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ถามผลลัพธ์เชิงตัวเลขของนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ ในประโยคนี้เป็นการถามผลลัพธ์ของ log base 10 of 10,000 value ในที่นี้หมายถึงตัวเลขที่ได้จากการคำนวณ ไม่ได้หมายถึงราคา ประโยชน์ หรือความสำคัญ หลัง of สามารถตามด้วยนิพจน์ ฟังก์ชัน หรือตัวแปรที่เราต้องการทราบค่าได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามคณิตศาสตร์มาตรฐานให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: ____ x when x + 7 = 12?

ดูคำตอบ

What is the value of

The same question could be asked using exponents. ลำดับความ

1:11

คำถามเดียวกันนี้สามารถถามโดยใช้เลขชี้กำลัง

ลำดับความ

The same question could be asked using exponents: การเรียบเรียงโจทย์เดิมในอีกรูปแบบหนึ่ง

The same question บอกว่าโจทย์คณิตศาสตร์ยังคงเป็นโจทย์เดิม ส่วน could be asked using exponents บอกผู้ฟังว่าการใช้รูปเลขยกกำลังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการตั้งคำถามเดียวกัน ในการอธิบาย ประโยคนี้ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อหา โดยเชื่อมรูปแบบที่มีความหมายเท่ากันสองรูปแบบแทนที่จะเริ่มโจทย์ใหม่ using exponents ระบุวิธีที่ใช้เรียบเรียงคำถามใหม่ ไม่ใช่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกผู้ฟังว่าโจทย์ยังคงเดิม แต่จะเปลี่ยนไปแสดงด้วยกราฟ?

  1. A different question could be asked using a graph.
  2. The same question could be asked using a graph.
  3. The same question has already been answered by the graph.
ดูคำตอบ

The same question could be asked using a graph.

10 raised to what power

1:14

10 ยกกำลังอะไร

is 10,000?

1:15

ได้ 10,000?

Well,

1:16

เอาล่ะ

10 to the 4th is 10,000.

1:16

10 ยกกำลัง 4 คือ 10,000

So,

1:18

ดังนั้น

log base 10 of 10,000

1:18

ลอการิทึมฐาน 10 ของ 10,000

must equal 4. ไวยากรณ์

1:20

ต้องเท่ากับ 4

ไวยากรณ์

must equal สำหรับผลลัพธ์ที่จำเป็นตามตรรกะ

ในที่นี้ must equal หมายถึง “เป็นค่าอื่นไม่ได้นอกจาก” หรือ “จำเป็นต้องเท่ากับ” ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ที่ทราบอยู่แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แน่นอนเพียงค่าเดียว must จึงแสดงข้อสรุปเชิงตรรกะ ไม่ใช่คำสั่งหรือหน้าที่ รูปแบบคือ ประธาน + must + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย equal คงอยู่ในรูปพื้นฐานหลัง must ในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รูปแบบนี้แสดงว่าหลักฐานตัดผลลัพธ์อื่นออกแล้ว

แบบฝึกหัด

บทพิสูจน์แสดงว่า 7 เป็นค่าที่เป็นไปได้เพียงค่าเดียวของ x ประโยคใดแสดงความแน่นอนเชิงตรรกะนี้

  1. x must equal 7.
  2. x may equal 7.
  3. x should equal 7.
ดูคำตอบ

x must equal 7.

This example can also be completed very simply

1:22

ตัวอย่างนี้ยังสามารถทำให้เสร็จได้อย่างง่ายดาย

on a scientific calculator.

1:24

บนเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์

Log base 10 is used so frequently in the sciences ไวยากรณ์

1:26

ลอการิทึมฐาน 10 ถูกใช้บ่อยมากในทางวิทยาศาสตร์

that it has the honor of having its own button สำนวน

1:29

จนได้รับเกียรติให้มีปุ่มของมันเอง

on most calculators.

1:33

บนเครื่องคิดเลขส่วนใหญ่

ไวยากรณ์

so frequently in the sciences that: ความถี่ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์

คำว่า so frequently ... that ประกอบกันเป็นโครงสร้างที่เชื่อมระดับกับผลลัพธ์ โดย so เน้นคำวิเศษณ์ frequently, in the sciences ระบุขอบเขตการใช้งาน และ that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ กล่าวคือ มีการใช้บ่อยมากพอที่จะอธิบายได้ว่าทำไมฟังก์ชันลอการิทึมฐาน 10 จึงมีปุ่มเฉพาะบนเครื่องคิดเลข รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + กริยา + so + คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล ในที่นี้ that เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกผล ไม่ได้นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย sciences

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์ so ... that ให้สมบูรณ์: The safety guide was consulted ____ frequently ____ the team put a copy beside every machine.

ดูคำตอบ

so · that

สำนวน

has the honor of having its own button: บุคลาธิษฐานแบบขำ ๆ

Have the honor of + -ing โดยปกติหมายถึง “ได้รับเกียรติหรือสิทธิพิเศษให้ทำบางอย่าง” แต่ในที่นี้ ผู้พูดกล่าวถึงการคำนวณทางคณิตศาสตร์ราวกับเป็นคนที่รู้สึกเป็นเกียรติได้ น้ำเสียงจึงเป็นการพูดเล่น ไม่ได้หมายถึงเกียรติหรือรางวัลจริง ๆ ผู้พูดต้องการสื่อว่าลอการิทึมฐาน 10 ถูกใช้บ่อยมากจนเครื่องคิดเลขส่วนใหญ่มีปุ่มเฉพาะให้ การใช้บุคลาธิษฐานเล็กน้อยนี้ทำให้คำอธิบายมีชีวิตชีวาและเน้นสถานะพิเศษของการคำนวณดังกล่าว

แบบฝึกหัด

has the honor of having its own button ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าเฉพาะผู้ที่ได้รับเกียรติเท่านั้นจึงจะใช้ปุ่มนี้ได้
  2. บอกว่าเครื่องคิดเลขมอบรางวัลอย่างเป็นทางการให้ลอการิทึม
  3. กล่าวถึงลอการิทึมอย่างขำ ๆ ราวกับเป็นคน และเน้นว่ามันถูกใช้บ่อยจนมีปุ่มพิเศษ
ดูคำตอบ

กล่าวถึงลอการิทึมอย่างขำ ๆ ราวกับเป็นคน และเน้นว่ามันถูกใช้บ่อยจนมีปุ่มพิเศษ

If the calculator will figure out logs for me, กริยาวลี

1:34

ถ้าเครื่องคิดเลขจะคำนวณลอการิทึมให้ฉัน

why study them?

1:37

ทำไมต้องไปศึกษามันล่ะ?

กริยาวลี

figure out logs: ได้คำตอบด้วยการคิดหรือคำนวณ

Figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ได้คำตอบจากการคิด ลองทำ หรือคำนวณ” ใน figure out logs หมายถึงคำนวณหรือหาค่าลอการิทึม อย่าแยกตีความ figure เป็นคำนามที่หมายถึงบุคคล รูปร่าง หรือตัวเลข Figure out มีความหมายกว้างและเป็นภาษาสนทนามากกว่า calculate กรรมของมันอาจเป็นตัวเลข สาเหตุ หรือวิธีแก้ปัญหา ดังนั้นบริบทจะบอกว่าหมายถึง “คำนวณ” “เข้าใจ” หรือ “แก้ปัญหา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ค้นหาคำตอบ”: We need to ____ why the lights keep turning off.

ดูคำตอบ

figure out

Just a quick reminder, ลำดับความ

1:38

แค่อยากจะเตือนความจำสักนิด

ลำดับความ

Just a quick reminder: เกริ่นคำเตือนสั้น ๆ อย่างนุ่มนวล

Just a quick reminder ใช้เกริ่นข้อมูลสั้น ๆ ที่ผู้ฟังควรจำไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าผู้พูดหยุดคำอธิบายหลักชั่วคราวเพื่อเพิ่มข้อจำกัดสำคัญ นั่นคือปุ่ม log บนเครื่องคิดเลขใช้ฐาน 10 ในที่นี้ just และ quick ช่วยลดความรู้สึกว่าผู้พูดกำลังขัดจังหวะ Quick ทำให้คำเตือนดูเป็นข้อมูลเสริมเล็ก ๆ และสั้น ๆ จุดสำคัญคือการสร้างน้ำเสียงที่เบาและเป็นมิตร ไม่ใช่การรับรองว่าจะพูดเพียงจำนวนวินาทีที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนที่เป็นมิตรด้วยวลีเดียวกับที่เรียน: ____, the library closes at six today.

ดูคำตอบ

Just a quick reminder

the log button only computes logarithms

1:39

ปุ่ม log จะคำนวณแค่ลอการิทึม

of base 10.

1:42

ของฐาน 10 เท่านั้น

What if you want to go into computer science กริยาวลี

1:43

แล้วถ้าคุณอยากจะเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์

and need to understand base 2?

1:45

และจำเป็นต้องเข้าใจฐาน 2 ล่ะ?

กริยาวลี

go into computer science: เลือกเข้าสู่สาขาหนึ่ง

ใน go into computer science คำว่า go into หมายถึงการเลือก เข้าสู่ หรือเริ่มทำงานในสาขาหนึ่ง Computer science ในที่นี้เป็นสาขาการศึกษาหรือทิศทางอาชีพ ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในสถานที่จริง โครงสร้าง go into + สาขาหรืออาชีพ ยังพบในสำนวนอย่าง go into medicine, go into teaching และ go into research

แบบฝึกหัด

Nora ยังไม่ได้เลือกวิชาเอกในมหาวิทยาลัย แต่กำลังพูดกว้าง ๆ ถึงอาชีพในอนาคตด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด?

  1. She wants to take a cybersecurity course.
  2. She wants to go into cybersecurity.
  3. She wants to major in cybersecurity.
ดูคำตอบ

She wants to go into cybersecurity.

So,

1:47

ดังนั้น

what is log base 2 of 64?

1:48

ลอการิทึมฐาน 2 ของ 64 คือเท่าไหร่?

In other words, ลำดับความ

1:50

พูดอีกอย่างก็คือ

ลำดับความ

In other words: กล่าวแนวคิดเดิมด้วยถ้อยคำใหม่

"In other words" เป็นสัญญาณว่ากำลังจะกล่าวใหม่ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปสื่อแนวคิดหลักเดิมด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไปและมักชัดเจนกว่า ให้เข้าใจข้อความถัดไปว่าเป็นคำอธิบายหรือการกล่าวซ้ำความหมายเดิม ไม่ใช่ประเด็นใหม่ สัญญาณนี้ช่วยให้เชื่อมโยงวิธีนำเสนอข้อมูลสองแบบที่มีความหมายเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: The meeting was postponed. ___, it will happen later than planned.

  1. On the other hand
  2. For example
  3. In other words
ดูคำตอบ

In other words

2 raised to what power

1:51

2 ยกกำลังอะไร

is 64?

1:52

ได้ 64?

Well,

1:53

เอาล่ะ

use your fingers.

1:53

ใช้นิ้วของคุณสิ

2, 4, 8,

1:54

2, 4, 8,

16, 32, 64.

1:56

16, 32, 64

So,

1:59

ดังนั้น

log base 2 of 64

1:59

ลอการิทึมฐาน 2 ของ 64

must equal 6.

2:01

ต้องเท่ากับ 6

So,

2:03

ดังนั้น

what does this have to do with my eyes turning red วลี

2:03

เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับตาของฉันที่เปลี่ยนเป็นสีแดง

in some swimming pools and not others?

2:06

ในสระว่ายน้ำบางแห่งแต่ไม่เป็นในบางแห่งล่ะ?

วลี

have to do with: ถามถึงความเชื่อมโยง

"Have to do with" เป็นวลีตายตัวที่แปลว่า "เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับ" รูปแบบ "What does A have to do with B?" ใช้ถามว่า A กับ B มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ในคำถามนี้ "does" เป็นกริยาช่วย ดังนั้น "have" จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ให้อ่าน "have to do with" ทั้งชุดเป็นก้อนเดียว ไม่ใช่โครงสร้างแสดงความจำเป็น "have to + คำกริยา"

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง "เกี่ยวข้องกับ": What does screen brightness ____ battery life?

ดูคำตอบ

have to do with

Well, it leads us into an interesting use of logarithms

2:08

เอาล่ะ มันนำเราไปสู่การใช้งานที่น่าสนใจของลอการิทึม

in chemistry.

2:11

ในวิชาเคมี

Finding the pH of water samples.

2:12

การหาค่า pH ของตัวอย่างน้ำ

pH tells us how acidic or basic a sample is ไวยากรณ์

2:14

ค่า pH บอกเราว่าตัวอย่างนั้นมีความเป็นกรดหรือด่างแค่ไหน

ไวยากรณ์

how acidic or basic a sample is: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

ใน pH tells us how acidic or basic a sample is ส่วน how acidic or basic a sample is คือข้อมูลที่ tells us บอกเรา โดย how หมายถึง “มากน้อยเพียงใด” และ acidic or basic บอกระดับความเป็นกรดหรือด่างที่กำลังวัด เนื่องจากส่วนนี้เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่หลัง tells us จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + กริยา ต้องพูดว่า how acidic or basic a sample is ไม่ใช่ how acidic or basic is a sample

แบบฝึกหัด

เติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์โดยใช้คำในวงเล็บ: The thermometer shows ____. (how / hot / the soup / is)

ดูคำตอบ

how hot the soup is

and can be calculated with the formula

2:17

และสามารถคำนวณได้ด้วยสูตร

pH equals negative log base 10

2:19

ค่า pH เท่ากับลบของลอการิทึมฐาน 10

of the hydrogen ion concentration วัฒนธรรม

2:22

ของความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน

or H plus.

2:24

หรือ H plus

วัฒนธรรม

hydrogen ion concentration or H plus: การทำความเข้าใจ H+

Hydrogen ion concentration หมายถึงความเข้มข้นของไอออน H+ ในสารละลาย ส่วน “H plus” คือการอ่าน H+ ออกเสียง โดย H แทนไฮโดรเจน และเครื่องหมายบวกแสดงว่าไอออนมีประจุบวก ในวลีนี้ or ใช้ H plus เป็นชื่อที่ช่วยอธิบายไฮโดรเจนไอออนให้ชัดเจนขึ้น ไม่ได้หมายถึงการบวกตามปกติหรืออีกหนึ่งตัวเลือก ในสูตร pH ความเข้มข้นของ H+ คือปริมาณที่สัมพันธ์กับ pH โดยทั่วไป ความเข้มข้นของ H+ ที่สูงขึ้นหมายถึง pH ที่ต่ำลงและความเป็นกรดที่มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบริบททางเคมีนี้ “H plus” หมายถึงอะไร

  1. ไฮโดรเจนที่นำไปบวกกับตัวเลขอื่น
  2. ไฮโดรเจนไอออนที่มีประจุลบ H−
  3. ไฮโดรเจนไอออนที่มีประจุบวก H+
ดูคำตอบ

ไฮโดรเจนไอออนที่มีประจุบวก H+

We can find the pH of water samples

2:25

เราสามารถหาค่า pH ของตัวอย่างน้ำ

with hydrogen ion concentration

2:27

ที่มีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน

of .0000000398

2:29

เท่ากับ 0.0000000398

and .00000000398

2:33

และ 0.00000000398

quickly on a calculator.

2:38

ได้อย่างรวดเร็วบนเครื่องคิดเลข

Punch negative log of each of those numbers การใช้คำ

2:39

กดลบลอการิทึมของตัวเลขแต่ละตัวเหล่านั้น

การใช้คำ

Punch negative log ในคำสั่งใช้เครื่องคิดเลข

ในคำสั่งใช้เครื่องคิดเลขนี้ Punch เป็นคำกริยารูปคำสั่ง โดยบอกให้ผู้ฟังใช้ปุ่มเครื่องคิดเลขป้อนการคำนวณลอการิทึมติดลบของตัวเลขแต่ละตัว ประธาน you ถูกละไว้ และ punch ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการชกสิ่งของด้วยหมัด โดยทั่วไป punch อาจหมายถึงการกดปุ่มบนอุปกรณ์อย่างรวดเร็วหรือหนักแน่น เมื่อกรรมเป็นข้อมูล เช่น ตัวเลข รหัส หรือที่อยู่ มักใช้รูป punch in มากกว่า

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “Punch 25 into the calculator.” คุณควรทำอะไร?

  1. ลบ 25 ออกจากเครื่องคิดเลข
  2. ป้อน 25 ด้วยปุ่มเครื่องคิดเลข
  3. ชกเครื่องคิดเลขด้วยหมัด
ดูคำตอบ

ป้อน 25 ด้วยปุ่มเครื่องคิดเลข

and you'll see the pH's are 7.4

2:41

แล้วคุณจะเห็นว่าค่า pH คือ 7.4

and 8.4.

2:44

และ 8.4

Since the tears in our eyes ไวยากรณ์

2:46

เนื่องจากน้ำตาในดวงตาของเรา

have a pH of about 7.4,

2:47

มีค่า pH ประมาณ 7.4

the H plus concentration

2:49

ความเข้มข้นของ H plus

of .0000000398

2:50

ที่ 0.0000000398

will feel nice on your eyes.

2:53

จะทำให้ดวงตาของคุณรู้สึกสบาย

ไวยากรณ์

Since the tears ... ในฐานะอนุประโยคบอกเหตุผล

Since ในที่นี้หมายถึง because หรือ “เพราะว่า” โดยนำหน้าอนุประโยคบอกเหตุผลว่า น้ำตาในดวงตาของเรามีค่า pH ประมาณ 7.4 ส่วนที่เหลือของประโยคบอกผลที่เกิดจากข้อเท็จจริงนี้ ไม่ได้หมายถึงจุดเริ่มต้นในอดีต เมื่ออนุประโยคบอกเหตุผลที่ขึ้นต้นด้วย since อยู่หน้าประโยค ให้ใส่เครื่องหมายจุลภาคหลังอนุประโยคนั้น รูปแบบที่ให้เหตุผลก่อนแล้วจึงบอกผลนี้เหมาะสำหรับเสนอข้อมูลที่รู้อยู่แล้วก่อนข้อสรุปหรือคำสั่ง

แบบฝึกหัด

since ในประโยคใดมีความหมายว่า because?

  1. They have lived here since 2020.
  2. I haven't seen her since she moved away.
  3. Since the roads are flooded, the bus is delayed.
ดูคำตอบ

Since the roads are flooded, the bus is delayed.

But the pH of 8.4

2:54

แต่ค่า pH ที่ 8.4

will make you feel itchy and red. ไวยากรณ์

2:56

จะทำให้คุณรู้สึกคันและตาแดง

ไวยากรณ์

will make you feel itchy and red: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน will make you feel... คำว่า make หมายถึง “ทำให้” ไม่ใช่ “สร้าง” โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย you เป็นกรรม และ feel ต้องคงเป็นรูปพื้นฐานโดยไม่เติม to ส่วน will ใช้คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้น ใช้ make + คนหรือสิ่งของ + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดการกระทำหรือความรู้สึก เมื่อใช้กับ feel คำคุณศัพท์ด้านหลังจะอธิบายสภาพที่เกิดขึ้น ในที่นี้คือ feel itchy and red

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย feel รูปพื้นฐานหลัง make: This wool sweater can make my skin ____ itchy.

ดูคำตอบ

feel

It's easy to remember logarithms. ไวยากรณ์

2:59

การจำลอการิทึมนั้นง่ายมาก

ไวยากรณ์

It's easy to remember ...: It + be + คำคุณศัพท์ + to-infinitive

ใน It's easy to remember logarithms คำว่า it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ แต่เป็นประธานสมมติที่ใช้เติมตำแหน่งประธาน ส่วน to remember logarithms คือการกระทำที่กำลังถูกประเมิน โครงสร้าง It + be + คำคุณศัพท์ + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ประเมินว่าการกระทำหนึ่งง่าย ยาก สำคัญ เป็นไปได้ หรือมีลักษณะอื่นอย่างไร ในที่นี้ easy อธิบายการจำลอการิทึม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อ It's และคำคุณศัพท์ easy เพื่อเติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: ____ follow this map.

ดูคำตอบ

It's easy to

Log base B of some number N

3:00

ลอการิทึมฐาน B ของตัวเลข N บางตัว

equals P

3:03

เท่ากับ P

by repeating ไวยากรณ์

3:04

โดยการพูดซ้ำว่า

the base raised to what power

3:05

ฐานยกกำลังอะไร

equals the number.

3:06

เท่ากับตัวเลขนั้น

ไวยากรณ์

by repeating: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

ใน by repeating คำว่า by หมายถึง “ด้วยวิธี...” ใช้บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ข้างสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เนื่องจาก by เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing: by repeating โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ by + กริยา-ing และมักใช้ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร?”

แบบฝึกหัด

ใช้ by และรูป -ing ของ practice เติมประโยคให้สมบูรณ์: You can improve your pronunciation ____ every day.

ดูคำตอบ

by practicing

The base raised to what power

3:07

ฐานยกกำลังอะไร

equals the number.

3:08

เท่ากับตัวเลขนั้น

The base raised to what power

3:09

ฐานยกกำลังอะไร

equals the number.

3:11

เท่ากับตัวเลขนั้น

So,

3:12

ดังนั้น

now we know logarithms are very powerful ลำดับความ

3:12

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าลอการิทึมทรงพลังมาก

when dealing with extremely small

3:14

เมื่อจัดการกับตัวเลขที่เล็กมาก

or large numbers.

3:16

หรือใหญ่มาก

ลำดับความ

now we know logarithms: ส่งสัญญาณเข้าสู่ข้อสรุป

ในที่นี้ now we know เป็นสัญญาณบอกข้อสรุป โดยบอกผู้ฟังว่าคำอธิบายหรือการคำนวณก่อนหน้าได้นำไปสู่ข้อความต่อไปนี้ คือ ลอการิทึมมีประโยชน์ในการจัดการกับจำนวนที่เล็กหรือใหญ่เป็นอย่างยิ่ง Now ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกเวลาปัจจุบัน แต่ยังแสดงการเปลี่ยนจากการพิจารณาหลักฐานไปสู่การกล่าวประเด็นสรุป ส่วน we ทำให้ผู้พูดและผู้ฟังอยู่ในกระบวนการให้เหตุผลเดียวกัน

แบบฝึกหัด

หลังจากแสดงว่าการทดสอบทุกครั้งให้ผลเหมือนกัน ผู้พูดกล่าวว่า “Now we know the machine is reliable.” Now we know ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ประกาศว่าการทดสอบกำลังจะเริ่มขึ้น
  2. ใช้เปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงเวลาปัจจุบัน
  3. ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้รับการสนับสนุนจากผลก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้รับการสนับสนุนจากผลก่อนหน้า

Logarithms can even be used สำนวน

3:18

ลอการิทึมสามารถถูกนำมาใช้ได้

instead of eye drops

3:19

แทนยาหยอดตา

after swimming.

3:20

หลังจากว่ายน้ำ

สำนวน

even be used instead of eye drops: การพูดเกินจริงแบบขบขัน

วลี even be used instead of eye drops ตามตัวอักษรกล่าวว่าลอการิทึมเป็นสิ่งที่ใช้แทนยาหยอดตาได้อย่างน่าประหลาดใจ คำว่า even เน้นว่าคำกล่าวนี้เหนือความคาดหมายมาก ส่วน be used instead of หมายถึง “ถูกใช้แทน” ในที่นี้ ผู้พูดจงใจกล่าวสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพื่อสร้างอารมณ์ขัน ลอการิทึมช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างค่า pH ของสระว่ายน้ำกับอาการไม่สบายตาได้ แต่รักษาดวงตาไม่ได้ ผู้พูดขยายจาก “ช่วยอธิบายปัญหา” เป็น “ใช้แทนยาหยอดตา” เพื่อย้อนกลับไปเชื่อมกับเรื่องก่อนหน้าและจบอย่างขบขัน ในบริบทคล้ายกัน การบอกว่าสิ่งหนึ่งใช้แทนอีกสิ่งหนึ่งได้ทั้งที่เห็นชัดว่าเป็นไปไม่ได้ อาจเป็นสัญญาณว่าเป็นการพูดเกินจริง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากวิดีโอ even be used instead of eye drops สื่อความหมายอะไร?

  1. ประโยคนี้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ให้ใช้ลอการิทึมรักษาอาการหลังว่ายน้ำ
  2. ประโยคนี้พูดเกินจริงอย่างขบขันถึงประโยชน์ของลอการิทึม พร้อมย้อนกลับไปพูดถึงค่า pH ของสระและอาการไม่สบายตา
  3. ประโยคนี้กล่าวว่าลอการิทึมเป็นยาน้ำสำหรับดวงตา
ดูคำตอบ

ประโยคนี้พูดเกินจริงอย่างขบขันถึงประโยชน์ของลอการิทึม พร้อมย้อนกลับไปพูดถึงค่า pH ของสระและอาการไม่สบายตา